LOGINเธอสำลักไอจนหน้าดำหน้าแดงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมยังเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่ได้ลิ้มสัมผัสรสของแอลกอฮอล์แบบจริงจังในครั้งแรกของชีวิตเธอ
“อี๋ ขม...” เธอทำหน้าขยะแขยงขึ้นมาทันที ที่ได้ลิ้มรสของแอลกอฮอล์ เพราะว่ามันขมมากกว่าอะไรจนเธอออกร้อนไปทั่วทั้งปาก
“ก็แหง่ล่ะ ใครเขาชงเหล้ากันแบบนี้ละ...” เขาสวนพูดขึ้นมาเสียก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรออกมามากความยาวกว่านี้
“ก็...” ใบหน้าแดงก่ำทำอะไรไม่ถูก เมื่อเขาจ้องหน้าเธอนิ่ง แถมลมหายใจของเขายังลอยมาสัมผัสที่ใบหน้าของเธออีกด้วย
ปกติก็เขินอยู่แล้วที่ได้สัมผัสปากกันอย่างแนบแน่น แต่นี้เขากลับป้อนแอลกอฮอล์ให้เธอด้วยปากต่อปาก ทั้งที่ไม่ได้สนิทหรือมีความสัมพันธ์อะไรกันเลย เพราะขนาดแฟนหนุ่มที่เธอคบกันมา ก็ยังไม่เคยได้สัมผัสเธอแบบนี้เลย อย่างมากก็แค่ได้จับมือกับกอดเธอเพียงแค่เท่านั้นเอง เพราะเธอเป็นคนที่ห่วงตัวเอามาก ๆ
“พี่ใบหม่อนรับคนแบบนี้เข้ามาทำงานได้ยังไงกัน ทั้งที่ชงเหล้าก็ไม่เป็น แถมบริการก็ยังห่วยอีก...” ปุณณธีร์พูดขึ้นมาอย่างเหน็บแนมด้วยท่าทีที่ไม่ได้จริงจังเท่าไหร่นัก แต่เธอก็เป็นอย่างที่เขาว่าจริงนั้นแหละ
“ฉันแค่ทำ...” เธอกำลังจะพูดแก้ตัว แต่เมื่อรู้ตัวว่าไม่มีอะไรที่จะต้องอธิบายเธอจึงจะลุกขึ้น กลับเป็นต้องชะงักนิ่งอยู่อย่างนั้น
“ทำอะไร นี่เธอ? เฮ้ย!!!”
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ถามเธอจบประโยคเสียด้วยซ้ำ หญิงสาวก็ทิ้งตัวลงมานั่งอยู่ที่เดิม แถมครั้งนี้ยังใกล้ชิดเขามากแทบจะซบอกเขาอยู่แล้ว
“คุณ...”
“เป็นอะไรของเธอ” เขาเอ่ยถามเธอด้วยการปรับน้ำเสียงที่นุ่มและอ่อนโยน
“เหมือนห้องนี้มันกำลังหมุนเลยค่ะ ฉันอาจจะพักผ่อนไม่เพียงพอก็เลยมีอาการ ขอนั่งพักสักครู่ก็น่าจะดีขึ้นแล้วค่ะ...” เธอเอ่ยตอบพร้อมกับพยายามนวดที่ขมับศีรษะของตัวเอง
“หึ พักผ่อนไม่เพียงพอบ้าบออะไร เมาแล้วยังไม่รู้ตัวอีก...” ปุณณธีร์ยกยิ้มมุมปากขำนึกเอ็นดูความไร้เดียงสาของเธอขึ้นมาทันที ที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเป็นอะไร
“ใครเมา?” สายตาปรือปรอยจ้องมองเขา พร้อมกับน้ำเสียงที่เริ่มยานยาวพูดปฏิเสธขึ้นมา
“ในห้องนี้มีใครอีกล่ะ” เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงและท้าทางเหมือนกำลังประชดประชันเธอ และก็ลุกขึ้นยืนทันที พร้อมกับย่อตัวลงมาหน้าเธอ
“คุณ!!!”
เธอเบิกตากว้าง เมื่อจู่ ๆ เขาก็ช้อนอุ้มเธอขึ้นมาแนบอกซึ่งอยู่ในท่าเจ้าสาวแล้ว และเธอเองก็ยกวงแขนขึ้นกอดคอเขาเสียแน่นโดยสัญชาตญาณเพราะกลัวตกเหมือนกัน
“อยู่นิ่ง ๆ” เสียงเรียบเอ่ยบอกพร้อมกับใช้สายตามองเธอเชิงข่มขู่เอาไว้
“จะ จะทำอะไร? จะพาฉันไปไหน?” เธอยิงคำถามใส่เขารัว ๆ ทันที
แต่เขากลับไม่พูดหรือตอบอะไรเธอเลยสักคำ เขาอุ้มเธอไว้อย่างแนบชิด แล้วเขาก็พาเธอเดินเข้าไปในห้องด้านใน ที่เป็นห้องนอนส่วนตัวของเขานั้นเอง
เขาวางเธอลงยังเตียงนอนอย่างช้า ๆ และจัดท่าทางให้เธอได้นอนในท่าที่สบาย ก่อนที่จะดึงผ้ามาห่มมาคลุมให้ และกำลังจะลุกออกจากตรงนี้...
“นอนพักไปก่อน ฉันจะ...” เขากลับต้องชะงักนิ่งเมื่อกำลังจะลุกออกแต่ก็ถูกเธอรั้งเอาไว้ เขาอึ้งไปชั่วขณะจนพูดอะไรไม่ออก เพราะกำลังตกใจอยู่กับการกระทำของเธอ ที่เธอล็อคคอของเขาไว้แน่นแบบนี้
“ร้อน...” เสียงกระเส่าเอ่ยออกมา พร้อมกับส่งสายตามองเขาอย่างหวานซึ้งอย่างเชื่อเชิญ
“นี่เธอ!!!”
“ห้องนี้ทำไมมันร้อนขนาดนี้” พูดแล้วมือของเธอก็เริ่มอยู่ไม่เป็นสุข ลูบไล้ใบหน้าและลูบไปตามเรือนร่างของเธอเอง แถมยังพยายามจะถอดทิ้งเสื้อผ้าอันแสนจะเกะกะของเธอออกอีก
ปุณณธีร์รีบจับข้อมือของเธอเอาไว้เสียก่อน แล้วก็ล็อคข้อมือทั้งสองข้างของเธอเอาไว้แน่น และยกขึ้นเหนือศีรษะของเธอกดแนบเอาไว้ไม่ให้เธอขยับได้ แล้วก้มลงจ้องมองใบหน้าเธออย่างพิจารณาและก็นึกแปลกใจขึ้นมาทันที เมื่อเห็นอาการของเธอในตอนนี้ และก็พอจะเดาได้ทันทีว่าอาการของเธอกำลังเป็นอะไร
“ห้องนี้ก็เปิดแอร์แรงอยู่ แต่เดี๋ยวน่ะ...”
เขาอยู่กับสถานการณ์และภาพแวดล้อมที่นี่มาหลายปี มีหรือที่จะไม่รู้มองไม่ออก และผู้หญิงแบบไหนที่เสแสร้งหรือแกล้งทำ เขารู้ทันมารยาผู้หญิงหมด เพราะเจอมากับตัวหมดแล้ว
“...” เธอเอาแต่เงียบไม่โต้ตอบอะไรเขาเลย และก็เริ่มหายใจแรงหอบอย่างทรมาน
“แล้วตอนนี้เธอรู้สึกแบบไหน? เธอคงไม่ได้แพ้แอลกอฮอล์หรอกใช่ไหม” เขาพูดพร้อมกับใช้สายตามองสำรวจตามร่างกายของเธอ ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือผิดปกติไปหรือเปล่า
“มะ ไม่รู้ เพราะยังไม่เคยดื่ม มันรู้สึก...” เธอตอบพร้อมกับส่ายหน้าระรัว เพราะว่าเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองนั่นเป็นอะไรแน่ แถมตอนนี้ก็เริ่มที่จะควบคุมตัวเองไม่ได้อีก
“เธอคงไม่ได้...”
ยังไม่ทันที่ปุณณธีร์จะได้พูดอะไรต่อ มือข้างหนึ่งที่เขาล็อคเธอไว้ก่อนหน้านั้นเริ่มอ่อนแรง ธารารินทร์ใช้จังหวะนี้ล็อคคอของเขา และดึงลงมาประกบปากจูบในเวลาอันรวดเร็วทันที ทั้งที่รู้ว่าตัวเองก็ทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง แต่เพราะว่าเธอกำลังมีความต้องการปลดปล่อยและควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว
“นี่เธอ!!!” ทันทีที่ปากเป็นอิสระ เขาก็พร้อมที่จะตำหนิเธอ
“ช่วยน้ำหน่อย...” เธอเอ่ยเสียงกระเส่า พร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนมองเขาร้องขอคสวามเห็นใจอย่างน่าสงสาร
ปุณณธีร์นิ่งอึ้งมองเธออยู่สักพัก เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดีต่อจากนี้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากช่วยเธอ เพียงแต่เขาไม่อยากทำอะไรเธอในสภาพนี้ เขาเป็นลูกผู้ชายพอ ถึงจะมีความต้องการมากแค่ไหน และเคยผ่านผู้หญิงมามากมาย แต่เขาไม่อยากเห็นแก่ตัว เป็นคนฉวยโอกาสทำอะไรผู้หญิงที่ไม่มีสติแบบนี้
เกิดตอนเธอมีสติแล้วจำเหตุการณ์ทั้งหมดได้ และร้องไห้ฟูมฟายมาให้เขารับผิดชอบ ชีวิตอิสระชายโสดของเขาเป็นเหตุอันต้องจบลงนะสิ
“ถ้าคุณไม่ช่วยน้ำ น้ำจะปะ อุบ...”
ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดจบประโยคเลย คนเหนือร่างก็ก้มลงมาประกบปิดปากของเธอเข้าเสียแล้ว เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงนึกไม่พอใจเธอแบบนี้
ปากหยักจูบปากของเธออย่างบ้าครั้ง และขบกัดริมฝีปากล่างของเธอเบา ๆ เพื่อให้เธอเปิดทางให้เขาได้สอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากของเธอสำรวจกวาดชิมความหวานของเธอ
ต่ออีกนะ“ต่อเลยนะ คราวนี้คงไม่มีใครเปิดประตูเข้ามาได้แล้วละ” เสียงเรียบเอ่ยขอพร้อมกับบอกเธอด้วยความมั่นใจ เพราะเห็นปัณณธรล็อคประตู้ให้ด้วยตาของตัวเอง“น่าอายจังเลย”“ไอ้แทนมันก็บอกอยู่ว่ามันไม่เห็นอะไร” เขาเอ่ยบอกเพื่อให้เธอสบายใจ“แต่...”“พี่รู้จักน้องชายของพี่ดี และพี่ก็เชื่อว่าแทนเองก็ให้เกียรติน้ำ มันไม่ได้มองอย่างที่มันบอกแน่นอน” เขาเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ เพราะรู้จักนิสัยของน้องชายเขาดีว่าปัณณธรพูดจริง“ต่อไปน้ำจะกล้าสู้หน้าแทนได้ยังไงค่ะ” เธอเอ่ยด้วยความกังวล“ก็ไม่ต้องไปมองไงครับ มองแค่พี่คนเดียวก็พอแล้ว เพราะพี่คือผัวของน้ำ” เขาเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยวาจาที่ฟังดูแล้วทำให้เธอรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาปุณณธีร์จึงลุกขึ้นถอดกางเกง และถอดเสื้อผ้าของธารารินทร์ออกด้วย กายแกร่งแทรกนั่งตรงหว่างขาของเธอ มือใหญ่กำสาวตัวตน และกดแทรกเข้าไปในร่องรักสีหวานของหญิงสาวทันที“อ๊า ยังแน่นเหมือนเดิมเลย เจ็บไหมครับ” เสียงกระเส่าเอ่ยถาม แต่สายตากลับยังคงจ้องมองที่จุดเชื่อมต่อระหว่างเขาและเธอ“ไม่เลยค่ะ แค่อึดอัดนิดหน่อย” เธอส่ายหน้าตอบเขา แต่มือกลับจิกเล็บลงที่แขนของเขาอย่างแรงแบบไม่รู้ตัว “ถ้าไม่ไหวน้ำบ
ไม่เห็นอะไรใช่ไหม“ก็ใครจะไปรู้ว่าน้ำยาของพี่มันจะดีขนาดนี้ พึ่งให้หมอฉีดไปแค่เข็มแรกเองพี่ก็เสกลูกเข้าท้องน้ำได้สำเร็จ พอคลอดคนนี้แล้วเรามีคนต่อไปเลยน่ะ” เอ่ยออกมาอย่างภาคภูมิใจและสวมกอดเธอเอาไว้อย่างแน่น“บ้าไปหรือเปล่าค่ะ” เธอดุเขาออกไปทันที เมื่อเขาคิดเตลิดไปไกลวาดฝันถึงเรื่องมีลูกคนที่สอง เขาคิดออกมาได้ยังไง ทั้งที่คนแรกก็ยังไม่ลืมตาขึ้นมาดูโลกเลย“ครับ พี่มันบ้าและตอนนี้ก็บ้ามาก ๆ เลย ตั้งแต่ที่เมียหนีไปอยู่ที่่อื่นพี่ก็แทบจะบ้าตายอยู่แล้ว” เขาเอ่ยบอกเธอออกมาตามตรง เพราะไม่มีที่จะต้องปิดบังแล้ว ถ้าจะเสียหน้าก็ช่างเพื่อแลกกับการที่ได้เธอมาครอบครองอยู่ในชีวิตของเขา“น่าจะบอกความจริงให้เร็วกว่านี้หน่อย น้ำจะได้ตั้งรับทัน” ถึงจะอยากโกรธเขามากสักแค่ไหน แต่เธอก็ไม่อาจทำได้ เพราะเธอเองก็เต็มใจมอบกายมอบใจให้เขาไปแล้ว“ขอโทษที่พี่เป็นคนขี้ขลาดกับเรื่องแบบนี้นะ แต่การกระทำของพี่มันไม่ขี้ขลาดนะ ลองดูอีกก็ได้ พี่ทำได้ดีเลยทีเดียว” ไม่พูดเปล่า มือปลาหมึกของเขาก็เลื้อยมาที่ลูบที่หน้าท้องและเลื่อนลงมาลูบที่เนินสามเหลี่ยมมของเธอ“หื่นก็ขอให้เลือกสถานที่บ้างนะคะว่าที่คุณพ่อ” เธอเอ็ดเขาไปเช่นนั้น
ขอโทษสำหรับทุกอย่าง“ทิพย์ขอยืมเสื้อผ้าของเมียพี่หน่อยสิพี่ธาม” ปุณยวีร์พูดขึ้นมาบ้าง หลังจากเรื่องของพี่ชายทุกจบลงด้วยดีแล้ว“แกจะเอาไปทำไมทิพย์ แล้วนี้แกคิดจะทำอะไรอีก” ปุณณธีร์เค้นถามทันที เมื่อน้องสาวเอ่ยขอเสื้อผ้าของธารารินทร์“ทิพย์จะเปลี่ยนเอาชุดไอ้เฮงซวยนี้ออกพี่ธาม ทิพย์ไม่อยากใส่มันแล้ว แล้วชาตินี้ทิพย์ก็จะไม่มีวันใส่มันอีกเด็ดขาด” ปุณยวีร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับขย้ำไปที่ชุดเจ้าสาวของเธอที่สวมอยู่ในตอนนี้“แล้วเสื้อผ้าของแกละ ทำไมไม่ใส่ของตัวเอง” ปุณณธีร์ยังคงถามหาเหตุผล เพราะรู้ดีว่าน้องสาวมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่“ไม่เอา เดี๋ยวนักข่าวจำทิพย์ได้” ปุณยวีร์ตอบพี่ชายออกไปตามตรง เพราะเธออยากออกไปจากตรงนี้เต็มทนแล้ว“ใครบอกแกอยากเป็นคนดัง ว่าแต่แกจะใส่ได้เหรอเสื้อผ้าน้ำมีแต่เรียบร้อย”“เถอะน่า เดี๋ยวทิพย์ซื้อตัวใหม่คืนให้น้องนะ”“ไม่ต้องเลย โน้น...” ถึงจะดุจะเอ็ดน้องสาวไปอย่างนั้น แต่ปุณณธีร์ก็ยอมให้การช่วยเหลือน้องสาวของเขาอยู่ดี“ขอบคุณนะคะพี่ชายสุดที่รักของทิพย์ ขออนุญาตน้อง เอ่อ...พี่สะใภ้คนสวยด้วยนะคะ” ปุณยวีร์เอ่ยขอบคุณพี่ชาย และไม่ลืมที่จะหันมาเอ่ยขอบคุณธารารินทร์ด้วยทุกคนจึงเดินอ
มีสิทธิ์ทุกอย่างเปลือกตาของหญิงสาวที่นอนบนเตียงค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วกระพริบถี่ ๆ พบเพียงแค่เพดานสีขาว และเสียงบทสนทนาของใครบางคนที่เธอจำได้ขึ้นใจ“น้ำ ตื่นแล้วหรือครับ ค่อย ๆ ลุกขึ้นนะ รู้สึกเป็นยังไงบ้าง” เสียงทุ้มนุ่มถามขึ้นรัว ๆ ขณะที่ช่วยประคองเธอลุกขึ้นนั่ง“คุณ” เธอรีบสลัดแขนออกจากเขา และพยายามจะขยับตัวออกห่างจากเขา แต่ก็ไม่เป็นผลอะไรเลย เพราะเขาเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร“ครับพี่เอง น้ำเป็นยังไงบ้าง” เสียงนุ่มเอ่ยถามเธอขึ้นมาอีกครั้ง และยกมือขึ้นลูบที่แก้มของเธอเบา ๆ ด้วยความห่วงใยเธอก้มลงมองสำรวจที่เสื้อผ้าของตัวเองในตอนนี้กลับพบว่า มันไม่ใช่เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ก่อนหน้านี้ ก่อนที่เธอจะหมดสติไป“ปล่อยฉันค่ะ คุณไม่...” เธอพยายามขยับตัวออกห่างจากเขา“...” ปุณณธีร์ไม่พูดอะไรอีก เขาจึงดึงเธอเข้ามาสวมกอดเธอทันที ก่อนที่เธอจะได้โวยวายหรือต่อว่าเขาออกมาเสียก่อน แค่เธอเปลี่ยนสรรพนามเรียกแทนตัวเองและเรียกเขาแบบนี้ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนัก“นี่คุณ! ปล่อยฉันนะ งานของตัวเองแท้ ๆ ยังจะมาทำ...” ธารารินทร์พยายามดีดดิ้นและเริ่มโวยวายขึ้นมาอย่างไม่พอใจเขา“พี่ธาม แทนแกปล่อยพี่...”
น้ำเป็นแฟนพี่หนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันเวลาเดินทางมาถึงกำหนดการวันที่ตระกูลพัชรเหมรัตน์มีงานมงคลสักที ธารารินทร์เธอมาในงานนี้ด้วย แต่มาในฐานะของพนักงานเสิร์ฟไม่ใช่ในฐานะแขกในงาน“น้ำไหวไหมเนี่ย ทำไมหน้าซีดจัง” กรรณิการ์ถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความห่วงใย เมื่อแต่งตัวเสร็จพร้อมเริ่มงานแล้ว แต่ใบหน้าของธารารินทร์กลับไม่ค่อยสู้ดีนัก“ไหวสิ แค่นี้สบายมากกิ่งไม่ต้องห่วงนะ”ธารารินทร์ตัดสินใจรับงานนี้ เพราะอยากมาให้เห็นด้วยตาของตัวเอง เธอจะได้ยอมรับความจริงและตัดใจจากเขาตั้งแต่ตอนนี้เลย“งั้นก็ไปกันเถอะ”ทั้งคู่จึงต้องเดินออกไป และต่างก็ต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของแต่ละคน วันนี้มีแต่บุคคลมีชื่อเสียงนักธุรกิจมากหน้าหลายตากันทั้งนั้น**อีกด้าน“ว้าว วันนี้พี่สาวของแทนสวยมากเลย สวยที่สุดเลยครับพี่ทิพย์” ปัณณธรเอ่ยชมพี่สาวของเขาทันที ที่เปิดประตูเดินเข้ามาภายในห้องแต่งตัวของพี่สาว“แต่ติดที่ดื้อ หัวรั้นไปหน่อย” ปุณณ์ธีร์เอ่ยเสริมเชิงเหน็บแนมใส่น้องสาวของเขา“นี่พี่ธาม” ปุณยวีร์ พัชรเหมรัตน์ หรือ น้ำทิพย์ หญิงสาววัย 25 ปี เธอเป็นบุตรคนกลางของตระกูลพัชรเหมรัตน์และเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวขอ
งานมงคล"น้ำ”“ว่าไงกิ่ง”ธารารินทร์ที่กำลังจะก้าวขาเดินกลับไปที่ห้องนอนเธอกลับต้องหยุดชะงัก แล้วหันหน้าไปยังต้นเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อของเธอ“เราเห็นว่าน้ำอยากหาหางานพิเศษทำเพิ่ม เราเลยเอาข่าวดีมาบอกเผื่อน้ำจะสนใจ”กรรณิการ์ หรือ กิ่ง เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่มหาวิทยาลัยและเข้าไปฝึกงานในบริษัทของปุณณธีร์พร้อมกันกับเธอ หญิงสาวเป็นคนที่ธารารินทร์ขอมาอาศัยอยู่ด้วยในตอนนี้กรรณิการ์เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่สนิทและรู้เรื่องราวปัญหาชีวิตทั้งหมดของเธออีกด้วย มีแค่เรื่องเดียวที่ไม่รู้ในตอนนี้คือ ความสัมพันธ์ของธารารินทร์กับปุณณธีร์ เพราะเธอไม่เคยบอกเพื่อนเลย“งานอะไรเหรอกิ่ง” ธารารินทร์เอ่ยถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความสนใจทันที เพราะเธอไม่ได้เข้าไปฝึกงานที่บริษัทหลายวันแล้ว และเธอเองก็ไม่เคยใช้เงินของปุณณธีร์ด้วย ถึงแม้เขาจะหยิบยื่นมาให้มากมายเท่าไหร่ก็ตาม“เป็นงานมงคลของครอบครัวพัชรเหมรัตน์” กรรณิการ์ตอบออกไปตามที่เธอได้ทราบจากพี่ในแผนกบอกมาอีกที“พัชรเหมรัตน์งั้นเหรอ?” ธารารินทร์ครุ่นคิดอยู่ในใจเมื่อเพื่อนพูดคำนี้ออกมา เพราะเธอรู้ดีว่าเป็นงานของคนในตระกูลของปุณณธีร์แน่นอน“อืม...หรือว่าจะเป็นงานขอ
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
ถูกเรียกมาบริการ“น้ำริน! ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานของเธอแล้ว...” ปัณณธรเอ่ยบอกเมื่อมองดูเวลาแล้วเห็นว่าควรเป็นเวลาที่ธารารินทร์ต้องเลิกงานแล้วตามที่แจ้งกันเอาไว้ก่อนหน้านั้น“ขอเวลาอีก...”“น้ำริน!” ปัณณธรเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเข้มเพื่อเป็นการข่มขู่ เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเรียกร้องเขา“ก็ได
เพื่อนมาอุดหนุนเพื่อนไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เขาถึงกล้าเอาเรื่องส่วนตัวของพี่ชายมาเล่าสู่เธอฟัง ทั้งทีเพื่อนสนิทและหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่พยายามมาตีสนิทเขาเพื่อที่จะเข้าหาพี่ชายของเขา เขายังไม่กล้าพูดเรื่องของพี่ชายให้คนเหล่านั้นฟังเลย แต่กับธารารินทร์ทำไมเขาถึงเล่าบอกเสียหมดเปลือกเลย “เว่อร์ไปหร
ให้น้องทำงานแทนธารารินทร์ยังคงรู้สึกประหม่า และไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคน เมื่อนึกถึงน้ำเสียงของชายหนุ่มเมื่อสักครู่“น้ำริน เธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?” ปัณณธรถามหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าทันที เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคนสาเหตุที่เขาเรียกเธอว่าน้ำรินนั้น ก็เพราะมี