LOGINเธอสำลักไอจนหน้าดำหน้าแดงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมยังเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่ได้ลิ้มสัมผัสรสของแอลกอฮอล์แบบจริงจังในครั้งแรกของชีวิตเธอ
“อี๋ ขม...” เธอทำหน้าขยะแขยงขึ้นมาทันที ที่ได้ลิ้มรสของแอลกอฮอล์ เพราะว่ามันขมมากกว่าอะไรจนเธอออกร้อนไปทั่วทั้งปาก
“ก็แหง่ล่ะ ใครเขาชงเหล้ากันแบบนี้ละ...” เขาสวนพูดขึ้นมาเสียก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรออกมามากความยาวกว่านี้
“ก็...” ใบหน้าแดงก่ำทำอะไรไม่ถูก เมื่อเขาจ้องหน้าเธอนิ่ง แถมลมหายใจของเขายังลอยมาสัมผัสที่ใบหน้าของเธออีกด้วย
ปกติก็เขินอยู่แล้วที่ได้สัมผัสปากกันอย่างแนบแน่น แต่นี้เขากลับป้อนแอลกอฮอล์ให้เธอด้วยปากต่อปาก ทั้งที่ไม่ได้สนิทหรือมีความสัมพันธ์อะไรกันเลย เพราะขนาดแฟนหนุ่มที่เธอคบกันมา ก็ยังไม่เคยได้สัมผัสเธอแบบนี้เลย อย่างมากก็แค่ได้จับมือกับกอดเธอเพียงแค่เท่านั้นเอง เพราะเธอเป็นคนที่ห่วงตัวเอามาก ๆ
“พี่ใบหม่อนรับคนแบบนี้เข้ามาทำงานได้ยังไงกัน ทั้งที่ชงเหล้าก็ไม่เป็น แถมบริการก็ยังห่วยอีก...” ปุณณธีร์พูดขึ้นมาอย่างเหน็บแนมด้วยท่าทีที่ไม่ได้จริงจังเท่าไหร่นัก แต่เธอก็เป็นอย่างที่เขาว่าจริงนั้นแหละ
“ฉันแค่ทำ...” เธอกำลังจะพูดแก้ตัว แต่เมื่อรู้ตัวว่าไม่มีอะไรที่จะต้องอธิบายเธอจึงจะลุกขึ้น กลับเป็นต้องชะงักนิ่งอยู่อย่างนั้น
“ทำอะไร นี่เธอ? เฮ้ย!!!”
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ถามเธอจบประโยคเสียด้วยซ้ำ หญิงสาวก็ทิ้งตัวลงมานั่งอยู่ที่เดิม แถมครั้งนี้ยังใกล้ชิดเขามากแทบจะซบอกเขาอยู่แล้ว
“คุณ...”
“เป็นอะไรของเธอ” เขาเอ่ยถามเธอด้วยการปรับน้ำเสียงที่นุ่มและอ่อนโยน
“เหมือนห้องนี้มันกำลังหมุนเลยค่ะ ฉันอาจจะพักผ่อนไม่เพียงพอก็เลยมีอาการ ขอนั่งพักสักครู่ก็น่าจะดีขึ้นแล้วค่ะ...” เธอเอ่ยตอบพร้อมกับพยายามนวดที่ขมับศีรษะของตัวเอง
“หึ พักผ่อนไม่เพียงพอบ้าบออะไร เมาแล้วยังไม่รู้ตัวอีก...” ปุณณธีร์ยกยิ้มมุมปากขำนึกเอ็นดูความไร้เดียงสาของเธอขึ้นมาทันที ที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเป็นอะไร
“ใครเมา?” สายตาปรือปรอยจ้องมองเขา พร้อมกับน้ำเสียงที่เริ่มยานยาวพูดปฏิเสธขึ้นมา
“ในห้องนี้มีใครอีกล่ะ” เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงและท้าทางเหมือนกำลังประชดประชันเธอ และก็ลุกขึ้นยืนทันที พร้อมกับย่อตัวลงมาหน้าเธอ
“คุณ!!!”
เธอเบิกตากว้าง เมื่อจู่ ๆ เขาก็ช้อนอุ้มเธอขึ้นมาแนบอกซึ่งอยู่ในท่าเจ้าสาวแล้ว และเธอเองก็ยกวงแขนขึ้นกอดคอเขาเสียแน่นโดยสัญชาตญาณเพราะกลัวตกเหมือนกัน
“อยู่นิ่ง ๆ” เสียงเรียบเอ่ยบอกพร้อมกับใช้สายตามองเธอเชิงข่มขู่เอาไว้
“จะ จะทำอะไร? จะพาฉันไปไหน?” เธอยิงคำถามใส่เขารัว ๆ ทันที
แต่เขากลับไม่พูดหรือตอบอะไรเธอเลยสักคำ เขาอุ้มเธอไว้อย่างแนบชิด แล้วเขาก็พาเธอเดินเข้าไปในห้องด้านใน ที่เป็นห้องนอนส่วนตัวของเขานั้นเอง
เขาวางเธอลงยังเตียงนอนอย่างช้า ๆ และจัดท่าทางให้เธอได้นอนในท่าที่สบาย ก่อนที่จะดึงผ้ามาห่มมาคลุมให้ และกำลังจะลุกออกจากตรงนี้...
“นอนพักไปก่อน ฉันจะ...” เขากลับต้องชะงักนิ่งเมื่อกำลังจะลุกออกแต่ก็ถูกเธอรั้งเอาไว้ เขาอึ้งไปชั่วขณะจนพูดอะไรไม่ออก เพราะกำลังตกใจอยู่กับการกระทำของเธอ ที่เธอล็อคคอของเขาไว้แน่นแบบนี้
“ร้อน...” เสียงกระเส่าเอ่ยออกมา พร้อมกับส่งสายตามองเขาอย่างหวานซึ้งอย่างเชื่อเชิญ
“นี่เธอ!!!”
“ห้องนี้ทำไมมันร้อนขนาดนี้” พูดแล้วมือของเธอก็เริ่มอยู่ไม่เป็นสุข ลูบไล้ใบหน้าและลูบไปตามเรือนร่างของเธอเอง แถมยังพยายามจะถอดทิ้งเสื้อผ้าอันแสนจะเกะกะของเธอออกอีก
ปุณณธีร์รีบจับข้อมือของเธอเอาไว้เสียก่อน แล้วก็ล็อคข้อมือทั้งสองข้างของเธอเอาไว้แน่น และยกขึ้นเหนือศีรษะของเธอกดแนบเอาไว้ไม่ให้เธอขยับได้ แล้วก้มลงจ้องมองใบหน้าเธออย่างพิจารณาและก็นึกแปลกใจขึ้นมาทันที เมื่อเห็นอาการของเธอในตอนนี้ และก็พอจะเดาได้ทันทีว่าอาการของเธอกำลังเป็นอะไร
“ห้องนี้ก็เปิดแอร์แรงอยู่ แต่เดี๋ยวน่ะ...”
เขาอยู่กับสถานการณ์และภาพแวดล้อมที่นี่มาหลายปี มีหรือที่จะไม่รู้มองไม่ออก และผู้หญิงแบบไหนที่เสแสร้งหรือแกล้งทำ เขารู้ทันมารยาผู้หญิงหมด เพราะเจอมากับตัวหมดแล้ว
“...” เธอเอาแต่เงียบไม่โต้ตอบอะไรเขาเลย และก็เริ่มหายใจแรงหอบอย่างทรมาน
“แล้วตอนนี้เธอรู้สึกแบบไหน? เธอคงไม่ได้แพ้แอลกอฮอล์หรอกใช่ไหม” เขาพูดพร้อมกับใช้สายตามองสำรวจตามร่างกายของเธอ ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือผิดปกติไปหรือเปล่า
“มะ ไม่รู้ เพราะยังไม่เคยดื่ม มันรู้สึก...” เธอตอบพร้อมกับส่ายหน้าระรัว เพราะว่าเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองนั่นเป็นอะไรแน่ แถมตอนนี้ก็เริ่มที่จะควบคุมตัวเองไม่ได้อีก
“เธอคงไม่ได้...”
ยังไม่ทันที่ปุณณธีร์จะได้พูดอะไรต่อ มือข้างหนึ่งที่เขาล็อคเธอไว้ก่อนหน้านั้นเริ่มอ่อนแรง ธารารินทร์ใช้จังหวะนี้ล็อคคอของเขา และดึงลงมาประกบปากจูบในเวลาอันรวดเร็วทันที ทั้งที่รู้ว่าตัวเองก็ทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง แต่เพราะว่าเธอกำลังมีความต้องการปลดปล่อยและควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว
“นี่เธอ!!!” ทันทีที่ปากเป็นอิสระ เขาก็พร้อมที่จะตำหนิเธอ
“ช่วยน้ำหน่อย...” เธอเอ่ยเสียงกระเส่า พร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนมองเขาร้องขอคสวามเห็นใจอย่างน่าสงสาร
ปุณณธีร์นิ่งอึ้งมองเธออยู่สักพัก เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดีต่อจากนี้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากช่วยเธอ เพียงแต่เขาไม่อยากทำอะไรเธอในสภาพนี้ เขาเป็นลูกผู้ชายพอ ถึงจะมีความต้องการมากแค่ไหน และเคยผ่านผู้หญิงมามากมาย แต่เขาไม่อยากเห็นแก่ตัว เป็นคนฉวยโอกาสทำอะไรผู้หญิงที่ไม่มีสติแบบนี้
เกิดตอนเธอมีสติแล้วจำเหตุการณ์ทั้งหมดได้ และร้องไห้ฟูมฟายมาให้เขารับผิดชอบ ชีวิตอิสระชายโสดของเขาเป็นเหตุอันต้องจบลงนะสิ
“ถ้าคุณไม่ช่วยน้ำ น้ำจะปะ อุบ...”
ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดจบประโยคเลย คนเหนือร่างก็ก้มลงมาประกบปิดปากของเธอเข้าเสียแล้ว เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงนึกไม่พอใจเธอแบบนี้
ปากหยักจูบปากของเธออย่างบ้าครั้ง และขบกัดริมฝีปากล่างของเธอเบา ๆ เพื่อให้เธอเปิดทางให้เขาได้สอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากของเธอสำรวจกวาดชิมความหวานของเธอ
อย่าเกร็ง NCกึก...เข้าไปได้เพียงแค่ส่วนหัวเบ่งบานเท่านั้นแหละ เขาก็ต้องพบกับความยากลำบาก เพราะแรงบีบรัดที่เขาไม่สามารถเดินหน้าไปต่อได้เลย ครั้นจะถอยหลังเขาก็ยอมไม่ได้อยู่แล้ว“อย่าเกร็ง มันเข้าไม่ได้”เขาพูดเพียงแค่นั้น และเขาก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนที่เขาจะกลั้นหายใจแล้วดันแก่นกายเข้าไปในช่องทางคับแคบของเธออีกครั้ง โดยที่ครั้งนี้เขานั้นกลั้นใจออกแรงกดลงไปทีเดียวจนสุดลำกันเลยทีเดียวกรี๊ด!!!คนใต้ร่างกรีดร้องเสียงหลงออกมาอย่างสุดเสียง เพราะความเจ็บปวดกลางกายสาว พร้อมกับน้ำตาที่ไหลพร่าอาบสองแก้ม ขาทั้งสองเกร็งสั่นเทา เล็บสาวจิกลงที่กลางหลังของคนเหนือร่างอย่างแรง เพื่อระบายความเจ็บปวด“นี่เธอ!!!”ปุณณธีร์กลับต้องชะงักเบิกตากว้างขึ้นมาทันทีที่แก่นกายเข้าไปตัวเธอได้สุด เพราะตกใจกับสิ่งที่เจอจนทำอะไรแทบไม่ถูก ปฏิกิริยาของเธอในตอนนี้กับกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ที่ลอยมาแตะจมูกเขา เขาก็รับรู้ได้ว่ามันคืออะไร เพียงแต่เขาคาดไม่ถึงว่าเธอจะยังเป็นสาวบริสุทธิ์อยู่ ทั้งที่เธอเข้ามาทำงานแบบนี้ เธอไม่รู้เหรอว่างานแบบนี้ยังไงก็ต้อวมีนอนกับแขกและเขาคิดแค่ว่าผู้หญิงทำงานกลางคืนก็คงจะเหมือนกันหมดกับผู้หญิ
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบปิดปากของคนใต้ร่างอีกครั้งในทันที ก่อนเธอจะได้เอ่ยจบประโยค และครั้งนี้เขาก็ทิ้งน้ำหนักลงทาบทับตัวเธอไปทั้งหมด แถมมือของเขาตอนนี้ก็คลายออกจากมือของเธอ แถมยังเป็นฝ่ายลูบไล้เรือนร่างของหญิงสาวเสียเอง เพราะเขาไม่สามารถยับยั้งอารมณ์ของตัวเองได้เช่นกันเขาส่งลิ้นร้ายเข้าไปกวาดละเมียดชิมความหวานอีกครั้ง นานหลายนาทีจนกว่าจะพอใจ และค่อย ๆ ไถลปากออกมาซุกไซ้ที่ซอกคอขาวที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ไม่เหมือนกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่เขาเคยเจอมา“กลัว? หรือว่าตื่นเต้นกันแน่” เขาถามขึ้นเมื่อถอนจูบออก เพราะรับรู้ถึงปฏิกิริยาของคนใต้ร่างที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด บวกกับใจที่เต้นแรงผิดปกติของเธอด้วย“...” เธอไม่ตอบ แต่กลับทำเป็นส่ายหน้าให้เขาแทนคำพูด เพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าควรจะตอบหรือพูดคำไหนออกมาดี“ไม่ตอบ??? ถ้าจะเปลี่
อาการแปลก ๆเธอสำลักไอจนหน้าดำหน้าแดงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมยังเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่ได้ลิ้มสัมผัสรสของแอลกอฮอล์แบบจริงจังในครั้งแรกของชีวิตเธอ“อี๋ ขม...” เธอทำหน้าขยะแขยงขึ้นมาทันที ที่ได้ลิ้มรสของแอลกอฮอล์ เพราะว่ามันขมมากกว่าอะไรจนเธอออกร้อนไปทั่วทั้งปาก“ก็แหง่ล่ะ ใครเขาชงเหล้ากันแบบนี้ละ...” เขาสวนพูดขึ้นมาเสียก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรออกมามากความยาวกว่านี้“ก็...” ใบหน้าแดงก่ำทำอะไรไม่ถูก เมื่อเขาจ้องหน้าเธอนิ่ง แถมลมหายใจของเขายังลอยมาสัมผัสที่ใบหน้าของเธออีกด้วยปกติก็เขินอยู่แล้วที่ได้สัมผัสปากกันอย่างแนบแน่น แต่นี้เขากลับป้อนแอลกอฮอล์ให้เธอด้วยปากต่อปาก ทั้งที่ไม่ได้สนิทหรือมีความสัมพันธ์อะไรกันเลย เพราะขนาดแฟนหนุ่มที่เธอคบกันมา ก็ยังไม่เคยได้สัมผัสเธอแบบนี้เลย อย่างมากก็แค่ได้จับมือกับกอดเธอเพียงแค่เท่านั้นเอง เพราะเธอเป็นคนที่ห่วงตัวเอามาก ๆ“พี่ใบหม่อนรับคนแบบนี้เข้ามาทำงานได้ยังไงกัน ทั้งที่ชงเหล้าก็ไม่เป็น แถมบริการก็ยังห่วยอีก...” ปุณณธีร์พูดขึ้นมาอย่างเหน็บแนมด้วยท่าทีที่ไม่ได้จริงจังเท่าไหร่นัก แต่เธอก็เป็นอย่างที่เขาว่าจริงนั้นแหละ“ฉันแค่ทำ...” เธอกำลังจะพูดแก้ต
ถูกเรียกมาบริการ“น้ำริน! ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานของเธอแล้ว...” ปัณณธรเอ่ยบอกเมื่อมองดูเวลาแล้วเห็นว่าควรเป็นเวลาที่ธารารินทร์ต้องเลิกงานแล้วตามที่แจ้งกันเอาไว้ก่อนหน้านั้น“ขอเวลาอีก...”“น้ำริน!” ปัณณธรเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเข้มเพื่อเป็นการข่มขู่ เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเรียกร้องเขา“ก็ได้” เมื่อเจอน้ำเสียงและสายตาขู่แบบนี้ของเพื่อนเธอก็ต้องยอม และละทิ้งทุกอย่างตรงหน้า เก็บเข้าที่เข้าทางให้เป็นระเบียบ“ทิ้งเลขบัญชีไว้ให้ด้วย เดี๋ยวฉันโอนเงินเข้าไปให้” ปัณณธรเอ่ยบอกอีกที เมื่อเห็นว่าเธอตอบรับยอมทำตามที่เขาบอก“...” ธารารินทร์เขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษแผ่นเล็ก แล้วส่งให้แกคนตรงหน้าที่ตอนนี้เป็นเจ้านายของเธอ ก่อนที่เธอจะเปิดประตูเดินออกไปจากห้องนี้**หลายวันต่อมาการทำงานของธารารินทร์ในแต่ละคืนที่ผ่านมานั้น ผ่านพ้นมาด้วยดี เพราะอยู่ภายใต้การดูแลของปัณณธรตลอด ตั้งแต่ที่เธอเข้ามาทำงานที่นี่“วันนี้มีงานต่อที่ไหนอีกไหมวิน” ปุณณธีร์ถามผู้ช่วยคนสนิทขึ้นมาทันที ที่เอกสารฉบับสุดท้ายถูกปิดลงหลังจากที่ตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว“ไม่มีแล้วครับคุณธาม” ศราวินตอบผู้เป็นเจ้านายออกไปตามตร
เพื่อนมาอุดหนุนเพื่อนไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เขาถึงกล้าเอาเรื่องส่วนตัวของพี่ชายมาเล่าสู่เธอฟัง ทั้งทีเพื่อนสนิทและหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่พยายามมาตีสนิทเขาเพื่อที่จะเข้าหาพี่ชายของเขา เขายังไม่กล้าพูดเรื่องของพี่ชายให้คนเหล่านั้นฟังเลย แต่กับธารารินทร์ทำไมเขาถึงเล่าบอกเสียหมดเปลือกเลย “เว่อร์ไปหรือเปล่าแทน...” ธารารินทร์ได้แต่ดุเพื่อน ที่เอาเรื่องส่วนตัวของพี่ชายตัวเองมาสาธยายเล่าบอกให้เธอฟัง“เรื่องจริง เธอลองคิดตามน่ะน้ำริน ขนาดเราอายุแค่ยี่สิบเอง เรายังกินมาเป็นสิบ ๆ คนแล้วเลย เธอลองคิดตามความเป็นจริงสิ พี่ชายเราอายุสามสิบจะขนาดไหน...” ปัณณธรพูดขึ้นมาอีกครั้ง“ผู้ชายขาดเรื่องแบบนี้กันไม่ได้เลยเหรอ?” เธอจึงตัดสินใจเลิกคิ้วถามเพื่อนอย่างสงสัย เพราะที่แฟนหนุ่มของเธอพยายามชวนเธอไปอยู่ด้วยกันก็เพราะหวังเรื่องแบบนี้เองสินะ“คนอื่นเราไม่รู้ แต่สำหรับเรามันขาดไม่ได้จริง ๆ ทำไมเธอไม่ลองถามแฟนเธอดูล่ะ ว่าขาดเรื่องแบบนี้ได้หรือเปล่า” ปัณณธรตอบเธอออกไปตามตรงตามความรู้สึกของตัวเขาเอง“พูดอะไรของเธอ...”“เราพูดความจริงน้ำริน มันเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์”“...” ธารารินทร์เอาแต่ก้มหน้าเงียบไม่
ให้น้องทำงานแทนธารารินทร์ยังคงรู้สึกประหม่า และไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคน เมื่อนึกถึงน้ำเสียงของชายหนุ่มเมื่อสักครู่“น้ำริน เธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?” ปัณณธรถามหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าทันที เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคนสาเหตุที่เขาเรียกเธอว่าน้ำรินนั้น ก็เพราะมีเพื่อนอีกคนก็ชื่อน้ำด้วย เขาเลยเรียกเธอว่าน้ำริน โดยการเอาชื่อเล่นและชื่อจริงของเธอมาเรียกรวมกัน เพื่อที่จะได้จำง่ายและสะดวกแบบนี้ด้วย“ขอโทษนะแทน คือเราได้ยินมาว่างานแบบนี้เงินดีเราแค่อยากได้เงิน...” ธารารินทร์เชิดหน้าขึ้น เอ่ยบอกเพื่อนออกไปตามตรง พร้อมกับบอกจุดประสงค์ที่เธอต้องการเข้ามาทำงานที่นี่“แต่ที่นี่มัน...”“ขอร้องนะแทน เราต้องการงานต้องการเงินจริง” เธอเอ่ยร้องขอความเห็นใจจากเพื่อนอีกครั้ง เมื่อเห็นความลำบากใจของเพื่อนเธอ“ไปเป็นแม่บ้านที่บ้านของเราสิน้ำริน เรารู้ว่าเธอเป็นคนขยัน ไม่เลือกงานอยู่แล้ว แต่ที่นี่เราว่ามันไม่เหมาะกับคนแบบเธอเลย...” ปัณณธรยื่นข้อเสนอขึ้นมาให้เธอ เพราะรู้ดีว่าธารารินทร์เองก็ไม่ได้เต็มใจที่ทำงานแบบนี้เลย หากไม่ใช่เพราะเรื่องเงิน“ขอโอกาสให้เราลองดูก่อนเถอะ
เริ่มงานใหม่หญิงผู้จัดการเองก็ลำบากใจ แต่เมื่อเห็นแก่ความกตัญญูและความดีความสามารถที่ปุยฝ้ายทำเงินให้ก็อดที่จะสงสารเห็นใจหญิงสาวไม่ได้“ก็ได้ ๆ แต่จะให้ขึ้นไปบริการคุณแทนไทก็แล้วกัน...”สองสาวหันมามองหน้ากันและยิ้มให้กันอย่างดีใจที่ได้ยินคำนี้ แต่ปุยฝ้ายกลับนึกแปลกใจ ที่ได้ยินว่าผู้จัดการจะให้ธารา
ทำงานที่ใหม่“น้ำจะไปทำงานในสถานที่แบบนั้นจริง ๆ เหรอ?” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าซึ่งมีสถานะเป็นแฟนสาวของตนในตอนนี้ เมื่อเธอมาบอกเขาว่าเธอได้งานทำที่ใหม่แล้ว เอกมนัส หรือ เอก ชายหนุ่มนักศึกษาวัย 20 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ปีที่สอง เขาเป็นชายหนุ่มต่างจังหวัด และเป็นแฟนของหญิงสาวตรงหน้าที่คบ







