Se connecter“ทิพย์ขอยืมเสื้อผ้าของเมียพี่หน่อยสิพี่ธาม” ปุณยวีร์พูดขึ้นมาบ้าง หลังจากเรื่องของพี่ชายทุกจบลงด้วยดีแล้ว
“แกจะเอาไปทำไมทิพย์ แล้วนี้แกคิดจะทำอะไรอีก” ปุณณธีร์เค้นถามทันที เมื่อน้องสาวเอ่ยขอเสื้อผ้าของธารารินทร์
“ทิพย์จะเปลี่ยนเอาชุดไอ้เฮงซวยนี้ออกพี่ธาม ทิพย์ไม่อยากใส่มันแล้ว แล้วชาตินี้ทิพย์ก็จะไม่มีวันใส่มันอีกเด็ดขาด” ปุณยวีร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับขย้ำไปที่ชุดเจ้าสาวของเธอที่สวมอยู่ในตอนนี้
“แล้วเสื้อผ้าของแกละ ทำไมไม่ใส่ของตัวเอง” ปุณณธีร์ยังคงถามหาเหตุผล เพราะรู้ดีว่าน้องสาวมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่
“ไม่เอา เดี๋ยวนักข่าวจำทิพย์ได้” ปุณยวีร์ตอบพี่ชายออกไปตามตรง เพราะเธออยากออกไปจากตรงนี้เต็มทนแล้ว
“ใครบอกแกอยากเป็นคนดัง ว่าแต่แกจะใส่ได้เหรอเสื้อผ้าน้ำมีแต่เรียบร้อย”
“เถอะน่า เดี๋ยวทิพย์ซื้อตัวใหม่คืนให้น้องนะ”
“ไม่ต้องเลย โน้น...” ถึงจะดุจะเอ็ดน้องสาวไปอย่างนั้น แต่ปุณณธีร์ก็ยอมให้การช่วยเหลือน้องสาวของเขาอยู่ดี
“ขอบคุณนะคะพี่ชายสุดที่รักของทิพย์ ขออนุญาตน้อง เอ่อ...พี่สะใภ้คนสวยด้วยนะคะ” ปุณยวีร์เอ่ยขอบคุณพี่ชาย และไม่ลืมที่จะหันมาเอ่ยขอบคุณธารารินทร์ด้วย
ทุกคนจึงเดินออกจากห้องไป เพื่อให้ปุณณธีร์ได้มีโอกาสอยู่ปรับความเข้าใจกันกับธารารินทร์กันตามลำพังเพื่อจะคุยกันได้ง่ายขึ้น
*
*
“แล้วน้ำจะไปไหนครับ” เขาถามขึ้นพร้อมกับขยับกายตามเธอทันที เมื่อเห็นว่าธาราอนทร์กำลังจะลุกออกห่างจากเขา
“กลับค่ะ ป่านนี้กิ่งคงรอฉันอยู่” เสียงเรียบนิ่งเอ่ยตอบเพียงแค่นั้น ก็ขยับตัวออกห่างจากเขาอีก
“พี่บอกกิ่งไปแล้วตอนกิ่งเอากระเป๋าของน้ำเข้ามาให้ ที่รักพักผ่อนอยู่ที่นี่ก่อนน่ะ ดูสิหน้าซีดเชียวดูเหมือนจะผอมลงไปเยอะด้วย” เขาขยับไปจับข้อมือของเธอเอาไว้ แล้วเอ่ยบอกกับเธอ
“...” ธารารินทร์นิ่งเงียบ และหันหน้าไปทางอื่น เพราะเธอไม่อยากมองหน้าของเขากลัวว่าตัวเองจะใจให้กับเขา
“ที่รัก” เขาเอ่ยเรียกเธออีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเธอยังไม่ยอมพูดอะไร
“เลิกเรียกฉันแบบนี้สักที” เธอตวาดเสียงใส่เขาอย่างเหลืออด
“เมียครับ”
“นี่คุณ อื้อ...”
เสียงตวาดที่กำลังจะต่อว่าดุด่าเขาของธารารินทร์ถูกกลืนลงคอคืนทันที เมื่อเขาใช้ความไวและความมึนดึงเธอเข้ามาจูบ
“น้ำจะด่า จะตีจะไล่พี่ยังไง พี่ไม่ยอมให้น้ำหนีพี่ไปไหนอีกแล้ว เราไม่ห่างกันอีกแล้วได้ไหมครับที่รัก” ใบหน้าเศร้าปรากฎพร้อมกับเสียงนุ่มเอ่ยขึ้นเมื่อถอนจูบออก
“...” แต่ธารารินทร์กลับยังคงเงียบอยู่เช่นเดิม
“พี่รักน้ำนะครับ” คำว่ารักที่หลุดออกมาจากปากของเขาเป็นครั้งแรก พร้อมกับใบหน้าที่ดูสิ้นหวัง เมื่อหญิงสาวยังคงเมินเฉย
“...”
“น้ำไม่เชื่อพี่เหรอ ว่าพี่ รัก น้ำ” เขาเอ่ยเน้นถ้อยคำชัด ๆ อีกครั้ง เมื่อธารารินทร์ยังคงนิ่งเงียบ
“ที่บอกว่ารัก เพราะรู้ว่าฉันกำลังจะมีลูกหรือเปล่า” เธอตัดสินใจถามเขาออกไปตามตรง เพราะคิดว่าเขาต้องการเพียงแค่รับผิดชอบหรือเปล่า
“ไม่ใช่ครับ เพราะว่าพี่รักน้ำมานานแล้วต่างหาก พี่ถึงทำอะไรที่สิ้นคิดไปแบบนั้น และเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวแบบนี้ไง ยกเอาสัญญาบ้าบอกอะไรนั่นขึ้นมาอ้าง เพื่อให้น้ำมาอยู่กับพี่” ปุณณธีร์เอ่ยความในใจและยอมเล่าถึงแผนการในอดีตในเธอฟัง
“ฮึก...”
ธารารินทร์ชะงักนิ่ง เพราะอึ้งกับความจริงที่เขาพูดบอกเธอ และเธอก็ร้องไห้ออกมาทันทีอย่างยากที่จะกลั้นเอาไว
“ขอโทษ...ที่ไม่รู้ใจตัวเองให้เร็วกว่านี้”
“...” เธอนิ่งเงียบเช่นเดิม
“ขอโทษ...ที่เป็นคนเห็นแก่มากขนาดนี้”
“...”
“ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่เคยทำไม่ดี”
“...”
“ขะ อุบ...”
และคำขอโทษของเขาก็ถูกกลืนลงคอคืนไป เมื่อธารารินทร์ตัดสินใจเป็นฝ่ายดึงเขาเข้าจูบบ้าง เธอไม่อยากได้ยินคำขอโทษอะไรจากเขาอีกแล้ว เพราะเธอเองก็ไม่ใช่ว่าตัวเองจะถูกเสมอไป
“พี่ธามอย่าโทษตัวเองเลยน่ะ เรื่องทั้งหมดนี้น้ำเองก็ผิด” เสียงนุ่มหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับสรรพนามเรียกที่เปลี่ยนไป
“น้ำไม่ผิดอะไรเลย ถ้าคืนนั้นพี่ไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อย พี่พาน้ำไปโรงพยาบาลก็ได้ แต่เพราะความคิดบ้า ๆ เพียงแค่อยากอยู่เหนือทุกอย่าง อยากเอาชนะเพราะพี่คิดว่าน้ำคงเหมือนกับ...” เขาเอาแต่นึกโทษตัวเอง เมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต
“แต่น้ำก็ขอบคุณพี่ธามนะคะ”
“ขอบคุณพี่ทำไม” เขามองเธอด้วยความงุนงง เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงขอบคุณเขา ทั้งที่เขาทำไม่ดีกับเธอเอาไว้ตั้งมากมาย
“ขอบคุณที่ช่วยน้ำ และขอบคุณทำให้น้ำได้รับรู้ถึงการถูกรักจากใครสักคนที่รักน้ำจากใจจริง”
“เช่นกันครับ ขอบคุณน่ะ ที่ยอมอดทนอยู่ด้วยกันมาตั้งนานขนาดนี้ และก็ขอบคุณน้ำยาของพี่ด้วยออกฤทธิ์ได้ทันเวลาจริง ๆ”
เอ่ยขอบคุณกันไปขอบคุณกันมา จนกระทั่งความลับที่ของปุณณธีร์ที่วางแผนเอาไว้ เกือบจะหลุดปากพูดออกมาเสียเอง
“เดี๋ยวน่ะ”
“ไม่มีอะไรครับ” เขารีบหลบสายตาของธารารินทร์ทันที เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเค้นเอาความจริงจากปากของเขา
“ก็ได้”
“พี่เป็นคนให้หมอฉีดยาบำรุงแทนยาคุมลงไปเข็มล่าสุดที่พาน้ำไปฉีดเองครับ” เขาจึงยอมบอกเล่าแผนการอันเจ้าเลห์ของเขาให้เธอฟัง เมื่อรู้ว่าเธอกำลังไม่พอใจเขา
“พี่ธาม” เธอเบิกตากว้างขึ้นมาทันที ที่รู้ถึงแผนการเจ้าเล่ห์ของเขาที่ต้องการผูกมัดเธอ เพราะเธอคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะทำแบบนี้
“แล้วที่พี่หมกมุ่นทำน้ำเช้าเย็นทุกวัน ก็เพราะว่าพี่อยากให้น้ำท้องเร็ว ๆ น้ำจะได้ไปไหนจากพี่ไม่ได้” เขาเล่าบอกกับเธอทั้งหมด ในเมื่อไม่สามารถปิดบังอะไรได้แล้ว
“แต่น้ำยังเรียนไม่จบเลยนะ ทำไมพี่รีบจัง และอีกอย่างตอนนี้น้ำก็ไม่ไปฝึกงานตั้งหลายวันแล้วด้วย” ถึงเธอจะไม่พอใจที่เขาทำแบบนี้ แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เธอได้แต่ยอมรับและเผชิญกับความจริง
“กลัวอะไรล่ะ มีสามีเป็นบอสสะอย่าง ฟอด...” พูดแล้วก็ดึงเธอเข้ามาใกล้ ก่อนที่จะฝั่งจมูกลงไปที่แก้มของเธอ
“เจ้าเล่ห์”
บทส่งท้าย(จบ)“จะรีบเดินไปไหนครับ? กำลังท้องอยู่นะ” เสียงทุ้มถามขึ้นทันที เมื่อเดินมาประชิดตัวเธอ เพราะเห็นว่าเธอรีบสาวเท้าเดินออกไปตั้งแต่เปิดประตูลงจากรถ“...” ธารารินทร์ไม่เอ่ยตอบ แต่กลับจะสาวเท้าเดินต่อ“เดี๋ยวสิน้ำ...” เขารีบคว้าตัวเธอเอาไว้เสียก่อน“...” เธอจึงหยุดและหมุนตัวหันหน้ามาสบตากันกับเขา แต่ก็ไม่ได้พูดหรือถามอะไรเขากลับไปทั้งนั้น“เดินเข้าไปด้านในพร้อมกันนะ” เสียงนุ่มเอ่ยขึ้น“แต่...” เธอปฏิเสธด้วยใบหน้าที่มีแต่ความกังวล“เราแต่งงานกันแล้วนะน้ำ เราเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้อง น้ำจะกลัวอะไร” ปุณณธีร์รีบเอ่ยขึ้น เมื่อรู้ว่าเธอกำลังมีความกังวลใจอะไรเขาพอจะเดาออกว่าสิ่งเธอกังวลอยู่นั้นคือเรื่องใด เป็นใครก็มีความกังวลทั้งนั้น เพราะด้วยหน้าที่การงานและสถานะทางสังคมเขาเพียบพร้อม แต่เขากลับเลือกเธอมาเป็นภรรยา“แต่คนที่นี่รู้จักน้ำแค่ในฐานะนักศึกษาฝึกงานเองนะคะ”“ใครจะคิดยังไงก็ช่างเขาปะไร ใครกล้านินทาเมียของพี่ พี่จะไล่ออกให้หมดเลย”“ทำไมเอาแต่ใจแบบนี้ค่ะ” เธอไม่รู้จะสันหาคำไหนมาอ้าง“พี่ไม่ได้เอาแต่ใจอย่างเดียวนะ พี่เอาน้ำด้วย เอาทุกวันจนตอนนี้ก็ท้องแล้ว เจ๋งไหมล่ะ” เขาจึงพูด
มันไม่มีอะไรเลย“เปิดห้องไหมเพื่อน” ปุณณธีร์เห็นแล้วนึกหมั่นไส้ปนวัฒน์ เขาจึงเอ่ยขึ้นมาทันทีด้วยวาจาที่ฟังดูแล้วอย่างประชดประชัน“พี่ธาม” แต่กลับถูกธารารินทร์ที่นั่งข้าง ๆ ดุเอาไว้เสียก่อน“มึงเองก็ใช่ย่อยไอ้ธาม ที่คอน้องน้ำยังมีรอยแดงอยู่เลย” ปนวัฒน์สวนขึ้นมาทันที พร้อมกับเพยิดหน้าไปมองทางธารารินทร์แล้วแซวออกมา ไม่ได้อยากจะแซวคืนหรอกเพียงแต่มันมาแซวเขาก่อน“แต่กูก็ไม่ทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าเพื่อนไหมว่ะ อย่างน้อย ๆ ก็เกรงใจคนโสดแบบไอ้ภูมันหน่อย”“เกี่ยวไรกับกูอีกว่ะเนี่ย” ทัพพ์ภูวิศเอ่ยขึ้นทันที เมื่อเพื่อนทั้งสองกำลังถกเถียงกันแต่สุดท้ายก็มาจบลงที่เขา“แล้วนั่น มึงมองอะไรว่ะ” ปนวัฒน์ถามขึ้นทันที ที่ทัพพ์ภูวิศเอาแต่สนใจอะไรบางอย่างอยู่ข้างล่าง โดยไม่สนใจพวกเขาเลย ขนาดปากพูดกับเพื่อนแต่สายตากลับจับจ้องลงไปที่ชั้นล่าง“ปะเปล่า” เจ้าตัวรีบปฏิเสธทันควันด้วยน้ำเสียงติดขัด“กูว่ามึงกำลังมีพิรุธนะไอ้ภู” ปุณณธีร์พูดขึ้นมาเมื่อสังเกตอาการของเพื่อนไม่ค่อยปกติ นั่งอยู่ไม่เป็นสุขแล้วตอนนี้ ร้อนรนเหมือนคนมีอะไรปิดบัง“เปล๊า” ทัพพ์ภูวิศปฏิเสธเสียงสูง“มึงมี...” ปนวัฒน์จี้ขึ้นมาอีกคน“กูขอตัวกลับก่อนนะ
เลี้ยงฉลองสองสัปดาห์ต่อมา“คืนนีกูไท้ได้อยู่เป็นเพื่อนพวกมึงนานนะ เมียกูท้องด้วยไม่อยากพาอยู่ในที่แบบนี้นาน” ปุณณธีร์เอ่ยบอกกับเพื่อนทั้งสองขึ้นมาทันทีที่เขานั่งลงภายในห้องวีไอพีที่ไว้สำหรับรับรองพวกเพื่อนเขาปุณณธีร์นัดเพื่อนทั้งสองมาเลี้ยงฉลองเนื่องในโอกาสที่เขานั้นมีครอบครัว ต่อจากปนวัฒน์ โดยที่พวกเขาทั้งสามตั้งกฎขึ้นมาเอง และสถานที่ก็เป็นสถานบันเทิงของปุณณธีร์นั้นเองแต่เจ้าตัวกลับอยู่ในสถานที่แบบนี้นานไม่ได้ เพราะหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยากำลังตั้งครรภ์อยู่ เขาจึงรีบชิ่งบอกกับเพื่อนเอาไว้ก่อน และเพื่อนก็รับรู้และเข้าใจดีเพราะอีกคนที่พึ่งจะผ่านการเป็นพ่อมาหมาด ๆ ก็ผ่านสถานการณ์แบบนี้มาแล้วเช่นกันส่วนอีกคน นั่นก็คือทัพพ์ภูวิศ เขายังไงก็ได้แล้วแต่ความสะดวกของเพื่อน เพราะเขานั้นตัวคนเดียว ยังไม่มีแฟนยังไม่มีลูก เขาจะอยู่ในสถานที่หรือสถานการณ์แบบไหนเขาได้อยู่แล้ว“ที่นี่มันก็ที่ของมึงไหมไอ้ธาม” ทัพพ์ภูวิศเอ่ยขึ้น เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนต้องรีบชิ่งบอกขนาดนั้น รู้อยู่เต็มอกอยู่แล้วว่าคนมีครอบครัวความคิดและทัศนคติเปลี่ยนแน่ แต่เขาแค่อยากจะแซวเพียงเท่านั้นตามประสาที่คบกันมาตั้งน
ฝันดีนะครับบ้านพัชรเหมรัตน์“พี่ทิพย์ นี่มันก็ดึกมากแล้วพี่จะออกไปไหนอีก” ปัณณธรถามขึ้นมาทันที เมื่อเขานั้นกำลังเอนกายนอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนโซฟาที่ห้องโถงของบ้าน แล้วเห็นคนเป็นพี่สาวเดินลงมาทั้งที่เป็นเวลาดึกมากแล้วทั้งคู่กลับมารถคันเดียวกัน โดยที่ปัณณธรเป็นคนขับและถึงบ้านมาสักพักใหญ่ ๆ แล้ว และเขาเองก็พึ่งได้รับข้อความจากคนเป็นแม่ว่าพวกท่านแวะหาพักที่โรงแรมในต่างจังหวัดก่อนสักคืนจึงจะเดินทางกลับมาบ้านในอีกวันรุ่งขึ้นและเขาก็คิดว่าคืนนี้พี่สาวก็คงจะค้างที่บ้านแน่ หลังจากที่พี่สาวไม่เคยกลับมานอนที่บ้านเลยตั้งแต่ที่ทำงานในวงการบันเทิงแถมช่วงเกิดเรื่องวิวาห์ก็แทบจะไม่ได้เจอหน้ากันเลย และวันนี้ถ้าไม่ใช่วันสำคัญของพี่ชาย ครอบครัวคงไม่ได้เห็นหน้าปุณยวีร์แน่นอนและปัณณธรก็คิดผิดเพราะถึงจะดึกมากแค่ไหน พี่สาวของเขาก็หาทางออกจากบ้านอยู่ดี ไม่คิดห่วงชีวิตของตัวเองเลยหรืออย่างไร“เรื่องของฉัน แกเองก็โตแล้วนะ รู้ดีอยู่แล้วว่าฉันจะทำอะไรไม่น่าถามเลย” ปุณยวีร์เอ่ยตอบน้องชาย เมื่อรู้สึกว่ากำลังโดนสอบปากคำ“แต่แทนเป็นผู้ชายนะพี่ทิพย์” ปัณณธรลุกขึ้นนั่งจ้องมองไปที่พี่สาวพูดพร้อมกับสำรวจมองพี่สา
วิวาห์แบบเรียบง่ายงานแต่งของธารารินทร์และปุณณธีร์ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่บ้านเกิดของธารารินทร์เอง ตามความต้องการของเธอด้วยเอง เดิมทีผู้เป็นแม่ของเธอไม่ต้องการให้จัดงานเสียด้วยซ้ำ แต่ครอบครัวของเขาอยากทำให้ถูกต้องธารารินทร์จึงยอมให้จัดงานเพียงแค่เล็ก ๆ และทำตามประเพณีของคนที่บ้านไป ส่วนทางบ้านของปุณณธีร์นั้นซึ่งไม่ยอมแน่นอน โดยที่จะจัดงานขึ้นอีกรอบอย่างสมเกียรติในวันที่ธารารินทร์ให้กำเนิดลูกแล้ว“เหนื่อยไหมครับ” เสียงนุ่มเอ่ยถามคนเป็นภรรยาออกไป เมื่อพิธีการต่าง ๆ เสร็จสิ้นลงด้วยดีเมื่อพิธีการต่าง ๆ เสร็จสิ้นลง ทุกคนต่างก็ทยอยแยกย้ายกันกลับ และครอบครัวของปุณณธีร์นั้นเดินทางกลับกันทันที เพราะหน้าที่การงานที่รออยู่“ไม่เลยค่ะ” เธอเอ่ยตอบพร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธ“พวกลูกตามสบายเลยน่ะ” ธารทิพย์เอ่ยบอกกับลูกสาวและลูกเขยหมาด ๆ ซึ่งก็คือเจ้าบ่าวเจ้าสาวป้ายแดงนั้นเอง และกำลังจะเข้าห้องหอในค่ำคืนนี้“แล้วแม่จะไปไหน” ธารารินทร์เอ่ยถามคนเป็นแม่ขึ้นมาทันที ที่ผู้เป็นแม่พูดออกมาแบบนี้“แม่ขอไปนอนที่กระท่อมดีกว่า ไม่อยากรบกวนคู่บ่าวสาวเข้าห้องหอ” ธารทิพย์เอ่ยบอกตามตรง เพราะกระท่อมหลังเล็กที่ปลูกเอ
พร้อมวันไหนล่ะบ้านพัชรเหมรัตน์“ขอโทษนะครับพ่อแม่”ปุณณธีร์รีบยกมือขึ้นทำความเคารพผู้เป็นพ่อแม่และเอ่ยขอโทษขอโพยทันที ที่เขาพาธารารินทร์เข้ามาบ้าน หลังจากที่เขากลับจากโรงพยาบาล“คนที่แกควรขอโทษคือพ่อแม่ของน้องต่างหาก แม่ไม่เคยสั่งเคยสอนลูกให้ทำกับผู้หญิงแบบนี้นะ” ปราณีตำหนิลูกชายขึ้นมาทันที ที่ทั้งคู่นั่งลงยังโซฟา“เรื่องนี้ผมจะไปกราบขอขมาท่านอย่างแน่นอนครับ แต่คราวนี้พ่อกับแม่ต้องเป็นผู้ใหญ่ไปสู่ขอลูกสาวท่านให้ผมด้วยนะ...” เขาพูดขึ้นมาด้วยสายตาที่จริงจัง“พี่ธาม” ธารารินทร์รีบแทรกขึ้นมาทันที เพราะรู้ความหมายในสิ่งที่ปุณณธีร์พูดดี ว่าเขาหมายความว่าเช่นไร เขาพร้อมก็จริงแต่เธอยังไม่พร้อมเพราะเธอไม่เคยบอกกับผู้ให้กำเนิดว่าเธอนั้นคบหาดูใจกันกับใคร แถมตอนนี้ยังต้องครรภ์อีกด้วยผู้ให้กำเนิดปุณณธีร์ทั้งสองคนยิ้มออกมาทันที ที่ได้ยินลูกชายคนโตของบ้านพูดออกมาแบบนี้ เพราะลูกชายไม่เคยพูดเรื่องแบบนี้ทั้งที่พวกตนพยายามแหย่อยู่หลายครั้ง“พร้อมกันวันไหนล่ะ พรุ่งนี้เลยดีไหม” ธนาพูดขึ้นมาบ้างพร้อมกับใบหน้าที่ส่งยิ้มให้แก่ธารารินทร์อย่างนึกเอ็นดูที่เอาแต่นั่งก้มหน้า“คือว่า น้ำ...”“ไม่ต้องกังวลนะ พี่ไ
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
อาการแปลก ๆเธอสำลักไอจนหน้าดำหน้าแดงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมยังเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่ได้ลิ้มสัมผัสรสของแอลกอฮอล์แบบจริงจังในครั้งแรกของชีวิตเธอ“อี๋ ขม...” เธอทำหน้าขยะแขยงขึ้นมาทันที ที่ได้ลิ้มรสของแอลกอฮอล์ เพราะว่ามันขมมากกว่าอะไรจนเธอออกร้อนไปทั่วทั้งปาก“ก็แหง่ล่ะ ใครเขาชงเหล้ากันแบบนี้ละ
ถูกเรียกมาบริการ“น้ำริน! ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานของเธอแล้ว...” ปัณณธรเอ่ยบอกเมื่อมองดูเวลาแล้วเห็นว่าควรเป็นเวลาที่ธารารินทร์ต้องเลิกงานแล้วตามที่แจ้งกันเอาไว้ก่อนหน้านั้น“ขอเวลาอีก...”“น้ำริน!” ปัณณธรเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเข้มเพื่อเป็นการข่มขู่ เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเรียกร้องเขา“ก็ได
เพื่อนมาอุดหนุนเพื่อนไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เขาถึงกล้าเอาเรื่องส่วนตัวของพี่ชายมาเล่าสู่เธอฟัง ทั้งทีเพื่อนสนิทและหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่พยายามมาตีสนิทเขาเพื่อที่จะเข้าหาพี่ชายของเขา เขายังไม่กล้าพูดเรื่องของพี่ชายให้คนเหล่านั้นฟังเลย แต่กับธารารินทร์ทำไมเขาถึงเล่าบอกเสียหมดเปลือกเลย “เว่อร์ไปหร







