LOGIN“ทิพย์ขอยืมเสื้อผ้าของเมียพี่หน่อยสิพี่ธาม” ปุณยวีร์พูดขึ้นมาบ้าง หลังจากเรื่องของพี่ชายทุกจบลงด้วยดีแล้ว
“แกจะเอาไปทำไมทิพย์ แล้วนี้แกคิดจะทำอะไรอีก” ปุณณธีร์เค้นถามทันที เมื่อน้องสาวเอ่ยขอเสื้อผ้าของธารารินทร์
“ทิพย์จะเปลี่ยนเอาชุดไอ้เฮงซวยนี้ออกพี่ธาม ทิพย์ไม่อยากใส่มันแล้ว แล้วชาตินี้ทิพย์ก็จะไม่มีวันใส่มันอีกเด็ดขาด” ปุณยวีร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับขย้ำไปที่ชุดเจ้าสาวของเธอที่สวมอยู่ในตอนนี้
“แล้วเสื้อผ้าของแกละ ทำไมไม่ใส่ของตัวเอง” ปุณณธีร์ยังคงถามหาเหตุผล เพราะรู้ดีว่าน้องสาวมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่
“ไม่เอา เดี๋ยวนักข่าวจำทิพย์ได้” ปุณยวีร์ตอบพี่ชายออกไปตามตรง เพราะเธออยากออกไปจากตรงนี้เต็มทนแล้ว
“ใครบอกแกอยากเป็นคนดัง ว่าแต่แกจะใส่ได้เหรอเสื้อผ้าน้ำมีแต่เรียบร้อย”
“เถอะน่า เดี๋ยวทิพย์ซื้อตัวใหม่คืนให้น้องนะ”
“ไม่ต้องเลย โน้น...” ถึงจะดุจะเอ็ดน้องสาวไปอย่างนั้น แต่ปุณณธีร์ก็ยอมให้การช่วยเหลือน้องสาวของเขาอยู่ดี
“ขอบคุณนะคะพี่ชายสุดที่รักของทิพย์ ขออนุญาตน้อง เอ่อ...พี่สะใภ้คนสวยด้วยนะคะ” ปุณยวีร์เอ่ยขอบคุณพี่ชาย และไม่ลืมที่จะหันมาเอ่ยขอบคุณธารารินทร์ด้วย
ทุกคนจึงเดินออกจากห้องไป เพื่อให้ปุณณธีร์ได้มีโอกาสอยู่ปรับความเข้าใจกันกับธารารินทร์กันตามลำพังเพื่อจะคุยกันได้ง่ายขึ้น
*
*
“แล้วน้ำจะไปไหนครับ” เขาถามขึ้นพร้อมกับขยับกายตามเธอทันที เมื่อเห็นว่าธาราอนทร์กำลังจะลุกออกห่างจากเขา
“กลับค่ะ ป่านนี้กิ่งคงรอฉันอยู่” เสียงเรียบนิ่งเอ่ยตอบเพียงแค่นั้น ก็ขยับตัวออกห่างจากเขาอีก
“พี่บอกกิ่งไปแล้วตอนกิ่งเอากระเป๋าของน้ำเข้ามาให้ ที่รักพักผ่อนอยู่ที่นี่ก่อนน่ะ ดูสิหน้าซีดเชียวดูเหมือนจะผอมลงไปเยอะด้วย” เขาขยับไปจับข้อมือของเธอเอาไว้ แล้วเอ่ยบอกกับเธอ
“...” ธารารินทร์นิ่งเงียบ และหันหน้าไปทางอื่น เพราะเธอไม่อยากมองหน้าของเขากลัวว่าตัวเองจะใจให้กับเขา
“ที่รัก” เขาเอ่ยเรียกเธออีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเธอยังไม่ยอมพูดอะไร
“เลิกเรียกฉันแบบนี้สักที” เธอตวาดเสียงใส่เขาอย่างเหลืออด
“เมียครับ”
“นี่คุณ อื้อ...”
เสียงตวาดที่กำลังจะต่อว่าดุด่าเขาของธารารินทร์ถูกกลืนลงคอคืนทันที เมื่อเขาใช้ความไวและความมึนดึงเธอเข้ามาจูบ
“น้ำจะด่า จะตีจะไล่พี่ยังไง พี่ไม่ยอมให้น้ำหนีพี่ไปไหนอีกแล้ว เราไม่ห่างกันอีกแล้วได้ไหมครับที่รัก” ใบหน้าเศร้าปรากฎพร้อมกับเสียงนุ่มเอ่ยขึ้นเมื่อถอนจูบออก
“...” แต่ธารารินทร์กลับยังคงเงียบอยู่เช่นเดิม
“พี่รักน้ำนะครับ” คำว่ารักที่หลุดออกมาจากปากของเขาเป็นครั้งแรก พร้อมกับใบหน้าที่ดูสิ้นหวัง เมื่อหญิงสาวยังคงเมินเฉย
“...”
“น้ำไม่เชื่อพี่เหรอ ว่าพี่ รัก น้ำ” เขาเอ่ยเน้นถ้อยคำชัด ๆ อีกครั้ง เมื่อธารารินทร์ยังคงนิ่งเงียบ
“ที่บอกว่ารัก เพราะรู้ว่าฉันกำลังจะมีลูกหรือเปล่า” เธอตัดสินใจถามเขาออกไปตามตรง เพราะคิดว่าเขาต้องการเพียงแค่รับผิดชอบหรือเปล่า
“ไม่ใช่ครับ เพราะว่าพี่รักน้ำมานานแล้วต่างหาก พี่ถึงทำอะไรที่สิ้นคิดไปแบบนั้น และเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวแบบนี้ไง ยกเอาสัญญาบ้าบอกอะไรนั่นขึ้นมาอ้าง เพื่อให้น้ำมาอยู่กับพี่” ปุณณธีร์เอ่ยความในใจและยอมเล่าถึงแผนการในอดีตในเธอฟัง
“ฮึก...”
ธารารินทร์ชะงักนิ่ง เพราะอึ้งกับความจริงที่เขาพูดบอกเธอ และเธอก็ร้องไห้ออกมาทันทีอย่างยากที่จะกลั้นเอาไว
“ขอโทษ...ที่ไม่รู้ใจตัวเองให้เร็วกว่านี้”
“...” เธอนิ่งเงียบเช่นเดิม
“ขอโทษ...ที่เป็นคนเห็นแก่มากขนาดนี้”
“...”
“ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่เคยทำไม่ดี”
“...”
“ขะ อุบ...”
และคำขอโทษของเขาก็ถูกกลืนลงคอคืนไป เมื่อธารารินทร์ตัดสินใจเป็นฝ่ายดึงเขาเข้าจูบบ้าง เธอไม่อยากได้ยินคำขอโทษอะไรจากเขาอีกแล้ว เพราะเธอเองก็ไม่ใช่ว่าตัวเองจะถูกเสมอไป
“พี่ธามอย่าโทษตัวเองเลยน่ะ เรื่องทั้งหมดนี้น้ำเองก็ผิด” เสียงนุ่มหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับสรรพนามเรียกที่เปลี่ยนไป
“น้ำไม่ผิดอะไรเลย ถ้าคืนนั้นพี่ไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อย พี่พาน้ำไปโรงพยาบาลก็ได้ แต่เพราะความคิดบ้า ๆ เพียงแค่อยากอยู่เหนือทุกอย่าง อยากเอาชนะเพราะพี่คิดว่าน้ำคงเหมือนกับ...” เขาเอาแต่นึกโทษตัวเอง เมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต
“แต่น้ำก็ขอบคุณพี่ธามนะคะ”
“ขอบคุณพี่ทำไม” เขามองเธอด้วยความงุนงง เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงขอบคุณเขา ทั้งที่เขาทำไม่ดีกับเธอเอาไว้ตั้งมากมาย
“ขอบคุณที่ช่วยน้ำ และขอบคุณทำให้น้ำได้รับรู้ถึงการถูกรักจากใครสักคนที่รักน้ำจากใจจริง”
“เช่นกันครับ ขอบคุณน่ะ ที่ยอมอดทนอยู่ด้วยกันมาตั้งนานขนาดนี้ และก็ขอบคุณน้ำยาของพี่ด้วยออกฤทธิ์ได้ทันเวลาจริง ๆ”
เอ่ยขอบคุณกันไปขอบคุณกันมา จนกระทั่งความลับที่ของปุณณธีร์ที่วางแผนเอาไว้ เกือบจะหลุดปากพูดออกมาเสียเอง
“เดี๋ยวน่ะ”
“ไม่มีอะไรครับ” เขารีบหลบสายตาของธารารินทร์ทันที เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเค้นเอาความจริงจากปากของเขา
“ก็ได้”
“พี่เป็นคนให้หมอฉีดยาบำรุงแทนยาคุมลงไปเข็มล่าสุดที่พาน้ำไปฉีดเองครับ” เขาจึงยอมบอกเล่าแผนการอันเจ้าเลห์ของเขาให้เธอฟัง เมื่อรู้ว่าเธอกำลังไม่พอใจเขา
“พี่ธาม” เธอเบิกตากว้างขึ้นมาทันที ที่รู้ถึงแผนการเจ้าเล่ห์ของเขาที่ต้องการผูกมัดเธอ เพราะเธอคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะทำแบบนี้
“แล้วที่พี่หมกมุ่นทำน้ำเช้าเย็นทุกวัน ก็เพราะว่าพี่อยากให้น้ำท้องเร็ว ๆ น้ำจะได้ไปไหนจากพี่ไม่ได้” เขาเล่าบอกกับเธอทั้งหมด ในเมื่อไม่สามารถปิดบังอะไรได้แล้ว
“แต่น้ำยังเรียนไม่จบเลยนะ ทำไมพี่รีบจัง และอีกอย่างตอนนี้น้ำก็ไม่ไปฝึกงานตั้งหลายวันแล้วด้วย” ถึงเธอจะไม่พอใจที่เขาทำแบบนี้ แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เธอได้แต่ยอมรับและเผชิญกับความจริง
“กลัวอะไรล่ะ มีสามีเป็นบอสสะอย่าง ฟอด...” พูดแล้วก็ดึงเธอเข้ามาใกล้ ก่อนที่จะฝั่งจมูกลงไปที่แก้มของเธอ
“เจ้าเล่ห์”
ขอโทษสำหรับทุกอย่าง“ทิพย์ขอยืมเสื้อผ้าของเมียพี่หน่อยสิพี่ธาม” ปุณยวีร์พูดขึ้นมาบ้าง หลังจากเรื่องของพี่ชายทุกจบลงด้วยดีแล้ว“แกจะเอาไปทำไมทิพย์ แล้วนี้แกคิดจะทำอะไรอีก” ปุณณธีร์เค้นถามทันที เมื่อน้องสาวเอ่ยขอเสื้อผ้าของธารารินทร์“ทิพย์จะเปลี่ยนเอาชุดไอ้เฮงซวยนี้ออกพี่ธาม ทิพย์ไม่อยากใส่มันแล้ว แล้วชาตินี้ทิพย์ก็จะไม่มีวันใส่มันอีกเด็ดขาด” ปุณยวีร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับขย้ำไปที่ชุดเจ้าสาวของเธอที่สวมอยู่ในตอนนี้“แล้วเสื้อผ้าของแกละ ทำไมไม่ใส่ของตัวเอง” ปุณณธีร์ยังคงถามหาเหตุผล เพราะรู้ดีว่าน้องสาวมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่“ไม่เอา เดี๋ยวนักข่าวจำทิพย์ได้” ปุณยวีร์ตอบพี่ชายออกไปตามตรง เพราะเธออยากออกไปจากตรงนี้เต็มทนแล้ว“ใครบอกแกอยากเป็นคนดัง ว่าแต่แกจะใส่ได้เหรอเสื้อผ้าน้ำมีแต่เรียบร้อย”“เถอะน่า เดี๋ยวทิพย์ซื้อตัวใหม่คืนให้น้องนะ”“ไม่ต้องเลย โน้น...” ถึงจะดุจะเอ็ดน้องสาวไปอย่างนั้น แต่ปุณณธีร์ก็ยอมให้การช่วยเหลือน้องสาวของเขาอยู่ดี“ขอบคุณนะคะพี่ชายสุดที่รักของทิพย์ ขออนุญาตน้อง เอ่อ...พี่สะใภ้คนสวยด้วยนะคะ” ปุณยวีร์เอ่ยขอบคุณพี่ชาย และไม่ลืมที่จะหันมาเอ่ยขอบคุณธารารินทร์ด้วยทุกคนจึงเดินอ
มีสิทธิ์ทุกอย่างเปลือกตาของหญิงสาวที่นอนบนเตียงค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วกระพริบถี่ ๆ พบเพียงแค่เพดานสีขาว และเสียงบทสนทนาของใครบางคนที่เธอจำได้ขึ้นใจ“น้ำ ตื่นแล้วหรือครับ ค่อย ๆ ลุกขึ้นนะ รู้สึกเป็นยังไงบ้าง” เสียงทุ้มนุ่มถามขึ้นรัว ๆ ขณะที่ช่วยประคองเธอลุกขึ้นนั่ง“คุณ” เธอรีบสลัดแขนออกจากเขา และพยายามจะขยับตัวออกห่างจากเขา แต่ก็ไม่เป็นผลอะไรเลย เพราะเขาเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร“ครับพี่เอง น้ำเป็นยังไงบ้าง” เสียงนุ่มเอ่ยถามเธอขึ้นมาอีกครั้ง และยกมือขึ้นลูบที่แก้มของเธอเบา ๆ ด้วยความห่วงใยเธอก้มลงมองสำรวจที่เสื้อผ้าของตัวเองในตอนนี้กลับพบว่า มันไม่ใช่เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ก่อนหน้านี้ ก่อนที่เธอจะหมดสติไป“ปล่อยฉันค่ะ คุณไม่...” เธอพยายามขยับตัวออกห่างจากเขา“...” ปุณณธีร์ไม่พูดอะไรอีก เขาจึงดึงเธอเข้ามาสวมกอดเธอทันที ก่อนที่เธอจะได้โวยวายหรือต่อว่าเขาออกมาเสียก่อน แค่เธอเปลี่ยนสรรพนามเรียกแทนตัวเองและเรียกเขาแบบนี้ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนัก“นี่คุณ! ปล่อยฉันนะ งานของตัวเองแท้ ๆ ยังจะมาทำ...” ธารารินทร์พยายามดีดดิ้นและเริ่มโวยวายขึ้นมาอย่างไม่พอใจเขา“พี่ธาม แทนแกปล่อยพี่...”
น้ำเป็นแฟนพี่หนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันเวลาเดินทางมาถึงกำหนดการวันที่ตระกูลพัชรเหมรัตน์มีงานมงคลสักที ธารารินทร์เธอมาในงานนี้ด้วย แต่มาในฐานะของพนักงานเสิร์ฟไม่ใช่ในฐานะแขกในงาน“น้ำไหวไหมเนี่ย ทำไมหน้าซีดจัง” กรรณิการ์ถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความห่วงใย เมื่อแต่งตัวเสร็จพร้อมเริ่มงานแล้ว แต่ใบหน้าของธารารินทร์กลับไม่ค่อยสู้ดีนัก“ไหวสิ แค่นี้สบายมากกิ่งไม่ต้องห่วงนะ”ธารารินทร์ตัดสินใจรับงานนี้ เพราะอยากมาให้เห็นด้วยตาของตัวเอง เธอจะได้ยอมรับความจริงและตัดใจจากเขาตั้งแต่ตอนนี้เลย“งั้นก็ไปกันเถอะ”ทั้งคู่จึงต้องเดินออกไป และต่างก็ต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของแต่ละคน วันนี้มีแต่บุคคลมีชื่อเสียงนักธุรกิจมากหน้าหลายตากันทั้งนั้น**อีกด้าน“ว้าว วันนี้พี่สาวของแทนสวยมากเลย สวยที่สุดเลยครับพี่ทิพย์” ปัณณธรเอ่ยชมพี่สาวของเขาทันที ที่เปิดประตูเดินเข้ามาภายในห้องแต่งตัวของพี่สาว“แต่ติดที่ดื้อ หัวรั้นไปหน่อย” ปุณณ์ธีร์เอ่ยเสริมเชิงเหน็บแนมใส่น้องสาวของเขา“นี่พี่ธาม” ปุณยวีร์ พัชรเหมรัตน์ หรือ น้ำทิพย์ หญิงสาววัย 25 ปี เธอเป็นบุตรคนกลางของตระกูลพัชรเหมรัตน์และเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวขอ
งานมงคล"น้ำ”“ว่าไงกิ่ง”ธารารินทร์ที่กำลังจะก้าวขาเดินกลับไปที่ห้องนอนเธอกลับต้องหยุดชะงัก แล้วหันหน้าไปยังต้นเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อของเธอ“เราเห็นว่าน้ำอยากหาหางานพิเศษทำเพิ่ม เราเลยเอาข่าวดีมาบอกเผื่อน้ำจะสนใจ”กรรณิการ์ หรือ กิ่ง เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่มหาวิทยาลัยและเข้าไปฝึกงานในบริษัทของปุณณธีร์พร้อมกันกับเธอ หญิงสาวเป็นคนที่ธารารินทร์ขอมาอาศัยอยู่ด้วยในตอนนี้กรรณิการ์เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่สนิทและรู้เรื่องราวปัญหาชีวิตทั้งหมดของเธออีกด้วย มีแค่เรื่องเดียวที่ไม่รู้ในตอนนี้คือ ความสัมพันธ์ของธารารินทร์กับปุณณธีร์ เพราะเธอไม่เคยบอกเพื่อนเลย“งานอะไรเหรอกิ่ง” ธารารินทร์เอ่ยถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความสนใจทันที เพราะเธอไม่ได้เข้าไปฝึกงานที่บริษัทหลายวันแล้ว และเธอเองก็ไม่เคยใช้เงินของปุณณธีร์ด้วย ถึงแม้เขาจะหยิบยื่นมาให้มากมายเท่าไหร่ก็ตาม“เป็นงานมงคลของครอบครัวพัชรเหมรัตน์” กรรณิการ์ตอบออกไปตามที่เธอได้ทราบจากพี่ในแผนกบอกมาอีกที“พัชรเหมรัตน์งั้นเหรอ?” ธารารินทร์ครุ่นคิดอยู่ในใจเมื่อเพื่อนพูดคำนี้ออกมา เพราะเธอรู้ดีว่าเป็นงานของคนในตระกูลของปุณณธีร์แน่นอน“อืม...หรือว่าจะเป็นงานขอ
รอฉันก่อนนะหนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่ธารารินทร์มีปัญหาไม่เข้าใจกันกับปุณณธีร์ในวันนั้น เธอก็ไม่เข้าไปฝึกงานที่บริษัทของเขาอีกเลย แถมเธอยังออกไปพักกับเพื่อนข้างนอก ไม่ยอมกลับมานอนที่คอนโดของเขาอีกต่างหากส่วนปุณณธีร์เองเขาก็ไม่ยอมเป็นฝ่ายติดต่อไปหาเธอเลย เพราะเขาคิดว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเธอ และเขาคิดเพียงแค่ว่าเธอไปแค่ตัวเปล่า ยังไงเธอก็ต้องกลับมาคอนโดอยู่วันยังค่ำ“คุณธามครับ” ศราวินเอ่ยขึ้นทันที ที่เดินเข้ามาในห้องทำงานของเจ้านาย แล้วเห็นเขานั่งทำงานอย่างสบายใจโดยที่ไม่ได้เอดเนื้อร้อนใจอะไรเลย“มีอะไร” เสียงเข้มถามออกไปโดยที่ไม่หันไปมองหน้าของลูกน้องคนสนิทเลยปุณณธีร์เอาแต่สนใจเอกสารตรงหน้า เขาตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนไม่แทบไม่มีเวลาว่างเลยเพราะไม่อยากนึกถึงใครบ้างคน“นี่น้องน้ำไม่เข้าบริษัทมาเป็นอาทิตย์แล้วนะครับ” ศราวินตัดสินใจพูดขึ้นมา เมื่อเห็นอาการเฉยชาของเจ้านายหนุ่ม และทนไม่ไหวแล้วที่ต้องคอยมารองรับอารมณ์ของเขา“แล้วยังไง?”เขาวางปากกาตรงหน้าลง แล้วแหงนหน้าขึ้นมองสบตากับศราวิน ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่คนฟังก็ต้องหงุดหงิดเช่นกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้“น้องใกล้จะเรียนจบแล้วน
ตามหาหัวใจมั้งเพราะตั้งแต่เมื่อเช้าเขาก็ยังไม่ได้เจอหน้าเธอ แถมยังไม่ได้พูดคุยกันอีก เพราะว่าวันนี้เขาติดประชุมทั้งวันแทบจะไม่มีเวลาออกไปไหนเลย พอการประชุมจบลงก็เป็นเวลาเลิกงานของพนักงานแล้วเขากลับไปยังที่พักซึ่งเป็นคอนโดของเขา เขาก็พยายามติดต่อหาเธอแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย เพราะเธอปิดเครื่องแล้ว เขารออยู่จนถึงดึกเธอก็ยังไม่กลับมาสักที เขาจึงออกมาที่นี่เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี“แล้วได้แอ้มน้องเขายัง” ทัพพ์ภูวิศถามเข้าประเด็นทันที“กูเอากันมาเกือบจะสองปีได้แล้วมั้ง” เขาพูดบอกอย่างภาคภูมิใจ เมื่อเพื่อนถามคำถามนี้ออกมา เรื่องแบบนี้มีเหรอที่คนแบบเขาจะปล่อยไว้นานเกินข้ามวัน“ห๊ะ!!! มึงอย่าบอกน่ะว่าเป็นน้องคนนี้คนเดียวมาตลอดเลย?” ทัพพ์ภูวิศอุทานออกมาอย่างเสียงดัง เพราะตกใจในคำตอบของเขา“อืม...” เขาได้แต่พยักหน้ายอมรับความจริง เพราะเล่าบอกขนาดนี้แล้วคงไม่มีอะไรที่่จะต้องปิดบังกันอีก ในเมื่อเพื่อนถามเขาก็แค่ตอบ“โห่ ไอ้เวร! แอบกินเงียบ ๆ อยู่ตั้งนานขนาดนี้ ทำไมไม่แต่งงานมีลูกไปเลยว่ะ” ทัพพ์ภูวิศไม่รู้จะสันหาคำไหนมาพูด จึงได้แต่เอ่ยแซวด้วยคำพูดที่ฟังดูประชดประชัน“ก็ยังเรียนไม่จบ”“หม
อาการแปลก ๆเธอสำลักไอจนหน้าดำหน้าแดงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมยังเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่ได้ลิ้มสัมผัสรสของแอลกอฮอล์แบบจริงจังในครั้งแรกของชีวิตเธอ“อี๋ ขม...” เธอทำหน้าขยะแขยงขึ้นมาทันที ที่ได้ลิ้มรสของแอลกอฮอล์ เพราะว่ามันขมมากกว่าอะไรจนเธอออกร้อนไปทั่วทั้งปาก“ก็แหง่ล่ะ ใครเขาชงเหล้ากันแบบนี้ละ
ถูกเรียกมาบริการ“น้ำริน! ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานของเธอแล้ว...” ปัณณธรเอ่ยบอกเมื่อมองดูเวลาแล้วเห็นว่าควรเป็นเวลาที่ธารารินทร์ต้องเลิกงานแล้วตามที่แจ้งกันเอาไว้ก่อนหน้านั้น“ขอเวลาอีก...”“น้ำริน!” ปัณณธรเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเข้มเพื่อเป็นการข่มขู่ เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเรียกร้องเขา“ก็ได
เพื่อนมาอุดหนุนเพื่อนไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เขาถึงกล้าเอาเรื่องส่วนตัวของพี่ชายมาเล่าสู่เธอฟัง ทั้งทีเพื่อนสนิทและหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่พยายามมาตีสนิทเขาเพื่อที่จะเข้าหาพี่ชายของเขา เขายังไม่กล้าพูดเรื่องของพี่ชายให้คนเหล่านั้นฟังเลย แต่กับธารารินทร์ทำไมเขาถึงเล่าบอกเสียหมดเปลือกเลย “เว่อร์ไปหร
ให้น้องทำงานแทนธารารินทร์ยังคงรู้สึกประหม่า และไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคน เมื่อนึกถึงน้ำเสียงของชายหนุ่มเมื่อสักครู่“น้ำริน เธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?” ปัณณธรถามหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าทันที เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคนสาเหตุที่เขาเรียกเธอว่าน้ำรินนั้น ก็เพราะมี







