Home / วาย / สัญญาปรารถนา / บทที่ 2 กางกรงเล็บ 1

Share

บทที่ 2 กางกรงเล็บ 1

last update Petsa ng paglalathala: 2026-04-02 13:59:41

บทที่ 2 กางกรงเล็บ

                ป้ายหินอ่อนด้านหน้าอาคารหรูหราระบุชื่อบริษัทกิตติธารา ดีเวลลอปเม้นท์ กรุ๊ป จำกัด

                เขาเคยมาที่นี่บ่อยเป็นอันดับสองรองจากโรงเรียน เพราะที่นี่เป็นบริษัทที่คุณลุงกับคุณพ่อร่วมกันปั้น จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างขยับขยายเป็นธุรกิจพัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มีโครงการมากมายที่เกิดขึ้นจากที่นี่ ทั้งบ้านจัดสรร อาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียม โฮมออฟฟิศ อาคารสำนักงานให้เช่า และมีคลังที่ดินเป็นของตัวเอง นี่คืองูที่แข็งแกร่ง เขาคิดขณะก้าวเข้าประตูเลื่อน

                สายลมเย็นฉ่ำจากระบบปรับอากาศทักทายเขาอย่างเป็นกันเอง แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายต้อนรับทำหน้าเหมือนเห็นผีเมื่อภพตะวันยืนอยู่ตรงหน้า เสื้อยืดกางเกงยีนส์ที่เขาใส่ดูสบายๆ ดูเหมือนลูกชายที่มารอป๊ะป๋าเลิกงาน เพียงแต่แววตาของภพตะวันเย็นเยียบทรงพลัง ท่วงท่าของมีสง่าราศีราวกับมีแสงเจิดจ้าฉายติดตาม ความขัดแย้งกันนี้ทำให้ผู้ที่พบเห็นไม่อาจละสายตา มีคนทำงานที่นี่ไม่น้อยที่รู้จักเขา ต่างก็นึกในใจว่าวันนี้มีหัวข้อร้อนแรงให้ซุบซิบแน่แล้ว

                “คุณหนูภพตะวัน”

                “สวัสดีครับ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ คุณลุงสุวิทย์อยู่มั้ยครับ”

                “เอ่อ... ขอประทานโทษค่ะ กรุณารอสักครู่” เมื่อก่อนพี่พนักงานคนนี้เจอภพตะวันก็จะพูดคุยสนิทสนม แต่ไม่รู้ทำไมครั้งนี้เมื่อได้เจอกันอีกครั้งถึงเลือกที่จะพูดอย่างสุภาพเป็นทางการต่อภพตะวันแทน และยกหูโทรศัพท์ติดต่อเลขาหน้าห้องของท่านประธานสุวิทย์

                คุณป้าแจ่มจันทร์เพิ่งออกมาจากลิฟต์ พอเห็นภพตะวันก็ไม่พอใจมากทันที

                “มาทำไม มีธุระอะไร ใครอนุญาตให้เข้ามาที่นี่ ไปๆ ออกไปซะ ถ้าจะมาขอเงินก็ไปขอที่อื่น”

                พอได้ฟังป้าสะใภ้พูดจาเช่นนี้ใส่ ถ้าเป็นคนอื่นคงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟไปแล้ว แต่ภพตะวันเผชิญเสียงด่าทอ คำเย้ยหยันมาหมดแล้วจนชาชิน ฟังอีกสักทีก็มิได้ทำให้แตกต่างแต่อย่างใด พ่อสอนว่าคนที่ Toxic ใส่เรา แปลว่าเขาไม่ได้รักเรา แล้วถามว่าถ้าเขาไม่รักเรา เราจะเป็นอะไรไหม ก็ไม่... เพราะฉะนั้นจบ ไม่มีอะไรต้องไปให้ราคาเลยสักนิด

                “สวัสดีครับคุณป้า ตั้งแต่คุณพ่อคุณแม่ของผมเสียก็ไม่ได้พบคุณป้าเลย คุณป้าสบายดีใช่ไหมครับ”

                “ฉันบอกให้แกออกไป! รปภ. ไปตามรปภ.มา ออกไปไป๊ ที่นี่ไม่ต้อนรับ เดี๋ยวเชื้อซวยจากพ่อแกมาติดที่นี่”

                คุณป้าทั้งต่อว่าและพูดกระทบกระเทียบซึ่งหน้า ซึ่งถ้ามีคนหยาบคาย บันดาลโทสะพูดจาผรุสวาท วิธีเดียวที่จะสงบเขาลงได้ก็คือความสุภาพ ภพตะวันจึงแทบไม่พูดอะไร แค่มองหน้าคุณป้าที่รักแล้วฉีกยิ้ม

                “เชื้อซวยหรือครับ”

                ภพตะวันทวนคำที่ป้าเพิ่งพูด แล้วถามกลับไปเรียบๆ แต่แทงใจดำ “ถ้าคุณป้าหงุดหงิดที่ลูกชายถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปีแรกที่เข้าเรียน หรือโกรธที่เมียน้อยของคุณลุงแสดงตัวออกสื่อ หรือโกรธที่ถูกบรรดาไฮโซนินทาลับหลังว่าคุณป้าเป็นพวก New money[1] คุณป้าก็เลยระบายความหงุดหงิดด้วยการพูดเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยใช่มั้ยครับ ถ้าคุณป้าทำแล้วสบายใจ ผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกครับ”

                พี่พนักงานที่กำลังคุยโทรศัพท์ฟังแล้วเผลอหลุดขำ ต้องกลั้นหัวเราะเกือบจะช้ำใน ทำเอาคุณป้าที่รักโกรธจัด ยกมือขึ้นชี้หน้าด่าทอ

                “อ... ไอ้เด็กไร้มายาท! ไอ้ขี้ครอก กำพืดต่ำ จนแล้วยังไม่เจียม ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน พวกตายหนีหนี้ต้องตกนรกร้อยชาติไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ตระกูลกิตติธาราต้องอับอายขายขี้หน้าเพราะแก”

                รอยยิ้มน้อยๆ ของภพตะวันละมุนละไมขึ้นกว่าเดิม เขาดูสงบนิ่ง ไม่อนาทรร้อนใจเหมือนเดิมทุกประการ

                “มารยาทที่คุณป้าพูดถึง ไม่ว่าชายหรือหญิงก็ต้องมีติดตัวเป็นนิสัยอยู่แล้ว หลักการก็ไม่ยากเลย นั่นก็คือทำให้ทุกฝ่ายแฮปปี้ครับ ใครๆ ก็สุภาพและมีมารยาทได้ ไม่ต้องรอสอบสาแหรกตระกูลว่าเป็นผู้ดีเก่าหรือต้องนับเงินในบัญชี หรือรอตรวจคุณสมบัติทางการศึกษา และผมเชื่อว่ามารยาทไม่สามารถสืบทอดได้ทางสายเลือด มันต้องเรียนรู้กันทั้งนั้นครับ”

                “อ... ไอ้...”

                “เอ่อ ไม่ทราบว่าคุณภพตะวันต้องการพบท่านสุวิทย์เรื่องใดคะ” พี่พนักงานเงยหน้าขึ้นถาม

                “วันนี้ผมมาเพราะมีลูกค้าต้องการซื้อที่ดินครับ”

                พี่พนักงานแจ้งกลับไปทางโทรศัพท์ ก่อนจะวางสายพลางผายมือเชิญ “เชิญทางนี้ค่ะคุณภพตะวัน”

                “ขอบคุณครับ ผมขอตัวก่อนนะครับคุณป้า ฝากความคิดถึงถึงคุณพี่ภัทรด้วยครับ”

                ภพตะวันยิ้มนุ่มนวล กรงเล็บของเขาเริ่มขยุ้มลงไปแล้ว คุณป้าแจ่มจันทร์โกรธจนตัวสั่น สองมือเกร็งแน่น ก่อนจะหันไปตวาดใส่พวกสอดรู้สอดเห็นที่หูยื่นหูยาวอยู่แถวนั้น ยิ่งคิดถึงคำพูดตอกกลับจากเด็กไร้หัวนอนปลายเท้านั่น คุณป้าก็ยิ่งเดือดดาล

                “ติดต่อเจ้าภัทรให้ฉันด้วย” คุณป้าแจ่มจันทร์กดโทรศัพท์แล้วแผดเสียงใส่ปลายสาย “บอกมันว่าฉันจะตัดเงินมันทั้งหมด หมดเวลาผลาญเงินพ่อแม่ หยุดเที่ยวเล่นแล้วกลับมากรุงเทพเดี๋ยวนี้! ถ้ามันไม่ยอมกลับก็บอกมันไปว่าไม่ต้องกลับมาอีกเลย!”

[1] หมายถึง ชนชั้นล่างที่สามารถมีฐานะร่ำรวยขึ้นมาในรุ่นของตนเอง จนสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการในระดับเดียวกับพวกชนชั้นสูง รสนิยม วิถีชีวิตและแวดวงยังแตกต่างจากชนชั้นสูง โดยทั่วไปจึงไม่ถือว่าผู้ดีใหม่เป็นชนชั้นสูง

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน [จบ]

    “ลูกชายครับคุณพ่อคุณแม่” หลายเดือนถัดมา ทายาทตระกูลเฟรเซอร์จากกระบวนการอุ้มบุญถูกกฎหมายก็ถือกำเนิด หมอทำคลอดเฉลยเพศของเจ้าหนูในวันคลอดเลย หมออุ้มเจ้าตัวนุ่มแสนงดงามให้ทั้งคู่ได้ชื่นชม โดยเฉพาะเจ้าจำปีเล็กๆ น่ารัก วารุณติดตามเข้ามาจับมือเขาไว้ด้วยถึงกับน้ำตาคลอเบ้า จูบหน้าผากภพตะวันซึ่งหัวเราะดีใจเช่นกัน เขาพร่ำขอบคุณญาติของภพตะวันที่รับอาสาอุ้มบุญให้ แล้วติดตามไปดูลูกด้วยกันอย่างตื่นเต้น ครอบครัวเฟรเซอร์ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นแล้ว “อรุณสวัสดิ์จ้าคุณพ่อ” เมื่อภพตะวันตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เห็นวารุณอุ้มลูกในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ร้องเพลงเห่กล่อมพลางโยกตัวเบาๆ ก่อนจะเล

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน 5

    ภพตะวันยังคงทำงานต่อไปตามที่ตั้งใจไว้ เขารู้เรื่องการประเมินความแข็งแกร่งและอ่อนแอของงบการเงินหรือโครงการธุรกิจใดๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ดีมาก และเขาลงรายละเอียดไว้ว่าตลาดจะกลับมาอยู่ในช่วงกระทิงได้ถูกจังหวะ “ระวังเจอหุ้นงามเมื่อเงินหมดนะครับ” ภพตะวันให้คำเตือนไว้สั้นๆ เพื่อเบรกวารุณไม่ให้ทุ่มเงินเข้าตลาด เขาอธิบายไว้ว่าเมื่อหุ้นจำนวนมากมีราคาต่ำกว่าพื้นฐาน เพราะมีกำไรในกระแสเงินสดไม่พอ ดังนั้นสถาบันการเงินที่มีกระแสเงินสดแข็งจึงมีกำไรต่อหุ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ย เงินจะไหลเข้ามาลงทุนมากขึ้น และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงตามที่เขาคาด และเมื่อภพตะวันคาดการณ์ว่าตลาดจะเข้าสู่ภาวะหมี ซึ่งก็ถูกอีก&n

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน 4

    เดือนถัดมา... ภพตะวันและวารุณประกาศแต่งงาน วันที่ทั้งคู่แต่งงานกันเป็นวันที่แวดวงผู้มีอันจะกินต่างโจษจัน ลือกันไปต่างๆ นานาว่าท่าน CEO วารุณวางเงินสินสอดมากถึงหนึ่งพันล้านบาทเพื่อสู่ขอสามีคนนี้ ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ใครบอกได้ว่าจริงหรือไม่จริง เพราะภพตะวันเลือกที่จะจัดพิธีแบบไทย หมั้นเช้าแต่งเย็น รูปแบบงานเรียบง่ายและเชิญคนรู้จักและผู้ที่ทั้งหลายเคารพนับถือไม่กี่คนมาร่วมเป็นสักขีพยาน ตั้งแต่นั้นมารูปถ่ายครอบครัวที่เคยมีแต่พ่อแม่และเขา วันนี้จึงมีรูปคู่บ่าวสาวใส่กรอบวางเพิ่มเติม และยังมีพื้นที่อีกเหลือเฟือสำหรับสมาชิกใหม่ในอนาคต “ช่วงนี้ฉันหลับคามือหนูทุกวันเลย” “มือที่ไหน หนูใช้เท้าเหยียบหลังให้เตงต่างหาก ต้องบอกว่าหลับคาเท้าสิครับ”

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน 3

    ภัทรบินกลับมาเมืองไทยเมื่อทราบข่าวธุรกิจของพ่อ ในเวลานี้สุวิทย์กับแจ่มจันทร์ในฐานะคู่สมรสต้องเดินทางขึ้นโรงขึ้นศาลจนเหนื่อย ทรัพย์สินเงินทองที่มีหายวับไปจากมือโดยที่ทำอะไรไม่ได้ เพื่อนฝูงที่เคยมีต่างหันหลังให้ไม่ก็เหยียดหยามกันต่อหน้า สุวิทย์ขุ่นแค้นใจทุกวัน แต่เมื่อเห็นหน้าลูกชายแล้ว สุวิทย์ก็เริ่มปลงตก “กลับมาแล้วหรือลูก แล้วนั่นพาใครมาด้วยล่ะ” “แฟนของภัทรครับ ชื่อคุณฉัตรชนก เขาเป็นหัวหน้าเชฟอยู่ที่เดอะแอตลาส ตอนนี้กำลัง...” “เหอะ หาดีได้แค่นี้เองเหรอ หน้าอย่างกับโจร” แจ่มจันทร์พูดขัดจังหวะพลางมองเหยียด ฉัตรชนกกำลังจะยกมือไหว้ก็เลยหน้าเจื่อนไป ภัทรจึงเข้าไปคุยกับแม่ตรงๆ ว่าเขาไม่ชอบที่แม่พูดแบบนี้ และขอให้แม่ให้เกียรติคนที่เขารักด้วย แจ่มจั

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน 2

    “ภพรักเตง ภพมีความสุขเวลาที่เตงกอดภพแน่นๆ” “งั้นเรา...” “ไม่ได้ครับ ภพตัวเหม็น” “อาบน้ำกันเถอะ ฉันจะช่วยอาบให้” วารุณถอดเสื้อผ้าเหวี่ยงทิ้งไป แล้วจูงมือเขาไปยืนใต้เรนชาวเวอร์ บรรจงสระผมให้และฟอกสบู่จนหอมลื่นเต็มไปด้วยฟองทั้งตัวจากนั้นก็แช่น้ำอุ่น วารุณเอนหลังพิงขอบสระ ส่วนภพตะวันนั่งหลังพิงอกเขา เหยียดขาจนสุดพลางถอนหายใจยาวด้วยความปลอดโปร่ง ภพตะวันหลับตาพริ้ม ต้องขอบคุณคุณวารุณที่สอนให้รู้จักวิธีป

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน 1

    บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน กี่โมงแล้ว... ภพตะวันลืมตาพรึ่บเหมือนมีใครกดสวิตซ์ ก่อนจะค่อยๆ กระเด้งตัวขึ้นนั่งในสภาพเผ้าผมยุ่งเหยิงมีคราบวิปครีมเหนียวๆ และยังมึนๆ อยู่ว่ากลับมาที่ห้องของตัวเองตั้งแต่เมื่อไร แล้วเมื่อวานไปทำอะไรที่ไหนมา อ่อ ฮ่องกง แล้ววันนี้วันอะไร มีงานอะไรทำค้างอยู่แต่นึกไม่ออก บนโต๊ะหัวเตียงมีช่อกุหลาบวางอยู่ ใครเอามาวางไว้... ภพตะวันเคาะศีรษะตัวเองไล่มึนแล้วพุ่งเข้าไปกอดชักโครก อาเจียนจนขมปากขมคอ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทภูมิฐานจะเคาะประตูห้องแล้วเดินเข้ามา “วันนี้นอนพักดีกว่านะ หนูมีไข้นิดหน่อย ฉันเช็ดตัวให้รอบนึงแ

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 12 ทำร้าย 1

    บทที่ 12 ทำร้าย แจ่มจันทร์ใช้การช้อปปิ้งแก้เครียด และแสดงให้คนอื่นๆ เห็นว่าตนเองมีความสุข แต่ก็มีข่าวลือหนาหูว่าสามีของตนไปติดพันพนักงานสาวที่ทำงานของเพื่

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 11 หักห้ามใจ 4

    “จูบแรกรึเปล่า ถ้าใช่ก็ขอโทษด้วย” “คุณวารุณก็ด้วยหรือครับ” “ทำไมถึงถามแ

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 11 หักห้ามใจ 1

    บทที่ 11 หักห้ามใจ หลังจากขึ้นตำแหน่งเป็นรองผู้จัดการโรงแรม ช่วงแรกภพตะวันทำตัวเป็นเผด็จการซึ่งล้วนก่อข้อกังขา นั่นคือเขาให้ฝึกอบรมพนักงานแบบนับหนึ่งใหม่อ

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 9 ฟาด 4

    แทนไทไม่ปิดบังความรู้สึกเลยแม้แต่น้อยว่าสนใจภพตะวัน สิ่งแรกที่เขาทำคือสั่งให้โอนย้ายงานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเดอะแอตลาสให้มาอยู่ในความรับผิดชอบของตนเอง แทนไทจึงมีโอกาสแวะเวียนมาที่เดอะแอตลาสบ่อยๆ เขาตื่นเต้นและออกอาการชัดเจนทุกครั้งที่พบหน้าภพตะวัน&nbs

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status