Home / วาย / สัญญาปรารถนา / บทที่ 1 น้ำตา 3

Share

บทที่ 1 น้ำตา 3

last update Petsa ng paglalathala: 2026-04-01 11:59:04

ภพตะวันไม่ได้ล้มเลิกการเรียนมหาวิทยาลัย แต่หนทางที่จะก้าวเข้าสู่แวดวงธุรกิจเดียวกับที่พ่อเคยทำจำเป็นต้องมีประสบการณ์ที่ไม่มีสอนในมหาวิทยาลัย อีกทั้งเงินเก็บที่เขามีอยู่ ต่อให้ขอทุนการศึกษาได้ ก็ไม่เอื้อให้เขาเป็นนักศึกษาเต็มตัวได้อย่างสบายใจ

                “อายุเท่าไรแล้ว”

                “สิบแปดครับ”

                “เด็กเกินไป ทำงานแปบๆ ก็ขอออกทุกคน”

                “ให้โอกาสผมลองทำงานดูเถอะครับ”

                “ตำแหน่งเต็มแล้ว นายหน้าตาดีนะ ไม่ลองหางานรับจ๊อบกินข้าวเป็นเพื่อนดูล่ะ”

                ภพตะวันพยายามหางานในออฟฟิศสักแห่ง จะงานผู้ช่วย งานธุรการ หรือพนักงานขายอะไรก็ได้ แต่บริษัทห้างร้านที่เขาสมัครติติงเรื่องวุฒิการศึกษา ไม่ก็กดเงินเดือนจนไม่สามารถมีชีวิตรอดในแต่ละเดือนได้ แย่หน่อยก็คือเจอพวกกะลิ้มกะเหลี่ย เขาถูกบอกปฏิเสธในวันเดียวถึงหกแห่ง แต่ภพตะวันก็ไม่ท้อ แค่เดินหน้าต่อไป

                “แหม นึกว่าใคร เจ้าชายภพตะวันนี่เอง ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะ” เสียงทักดังขึ้น ภพตะวันไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รู้ว่าใคร แต่ในเมื่อหลบไม่ได้ก็ต้องหันกลับไปตามมารยาท

                “แก้มสบายดีมั้ย” ภพตะวันทักทายเพื่อนสมัยเรียน แก้มแข่งเรื่องเรียนเรื่องกิจกรรมมาตลอด ยิ่งรู้ว่าภพตะวันไม่ได้เรียนต่อก็ยิ่งดีใจ รู้ทั้งรู้แต่ก็ยังแกล้งถามเยาะเย้ย

                “ฉันเข้าบัญชี ม.XX ได้ คะแนนยื่นสมัครสูงที่สุดในคณะเลยนะ แล้วก็ได้รับเลือกเป็นเฟรชชี่ดาวเด่น เป็นหัวหน้ารุ่นอะไรประมาณนั้นแหละ ฉันก็ไม่ค่อยได้สนใจหรอก อ่อ แฟนของฉันทำงานเป็นหัวหน้าแผนกที่นี่ แล้วนายล่ะ คะแนน TCAS เต็มจะสมัครเข้าที่ไหนก็ได้นี่ เนี่ย นายเล่นเงียบหายไปจากกลุ่มไลน์ห้องเลย ทุกคนในห้องก็ตามหานายกันให้ควั่ก นึกว่าบินไปเรียนเมืองนอกแล้วเสียอีก มาๆ มาถ่ายรูปกัน ตอนนี้นายเรียนอยู่ที่ไหนเหรอ”

                “ฉันต้องทำงานน่ะ”

                แก้มคว้าคอภพตะวันแล้วถ่ายเซลฟี่ “ตายจริง... งั้นก็สู้ๆ นะ แล้วตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ล่ะ หรือว่ามาสมัครงานที่นี่ วุฒิแค่ม.6 คงได้งานแม่บ้าน น่าเสียดายนะ ถ้าพ่อแม่นายไม่ตาย ป่านนี้คงได้ใส่ชุดนักศึกษาเหมือนฉันแล้ว เอ่อ แย่จัง ฉันพูดอะไรทำร้ายจิตใจนายรึเปล่า”

                “ไม่เป็นไรหรอก ถ้าเธอพูดแล้วมีความสุขก็พูดไปเถอะ ฉันไปก่อนนะ”

                ภพตะวันเดินจากไป ถามว่าเสียใจไหม หากตอบว่าไม่ก็คงจะโกหก แต่ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ ในเมื่อเลือกไม่ได้เขาก็ต้องสู้ทุกวิถีทางเพื่อหางานให้ได้

                “เด็กคนนั้นมาทำอะไรที่นี่”

                คุณป้าแจ่มจันทร์ ป้าสะใภ้ของเขาสังเกตเห็นภพตะวันกำลังติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของบริษัท เพื่อนของคุณป้าซึ่งเป็นภรรยาเจ้าของบริษัทแห่งนี้หันไปมองภพตะวัน ก่อนจะยักไหล่

                “ไม่รู้สิ ฉันจะไปรู้จักทุกคนได้อย่างไร คงจะมาสมัครงานล่ะมั้ง ไม่ต้องไปสนใจหรอก รีบไปดูเครื่องเพชรกันเถอะ เดี๋ยวถูกตัดหน้าล่ะเสียดายแย่”

                ป้าสะใภ้แอบมองภพตะวัน เมื่อก้าวขึ้นไปบนรถจึงเอ่ยขอร้องเพื่อนอย่างจริงจัง

                “เด็กคนนั้นชื่อภพตะวัน เป็นหลานของคุณสุวิทย์ จำได้มั้ย เด็กที่พ่อแม่ยิงตัวตายเมื่อหลายเดือนก่อนไง”

                “ตายจริง แล้วตอนนี้เขาอยู่กับใครหรือ”

                “ไม่รู้สิ คุณสุวิทย์ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง แต่ฉันมีเรื่องอยากขอไหว้วานเกี่ยวกับเรื่องเด็กคนนี้”

                “ว่ามาสิ”

                “ช่วยบอกคนที่บริษัทของเธอ ห้ามรับเด็กคนนี้เข้าทำงานได้มั้ย”

                “อ้าว ทำไมล่ะ”

                “มันเป็นตัวซวยน่ะสิ” แจ่มจันทร์กระซิบ “ดวงเกิดของมันแรงมาก ล้างผลาญ ใครเข้าใกล้ก็ล่มจมไปหมด ไม่สังเกตเหรอ น้องชายคุณสุวิทย์เก่งกาจปานนั้น แต่พอเด็กคนนี้เกิด อะไรๆ ก็ติดขัด สุดท้ายก็ล้มละลายไม่เหลืออะไรเลย ถึงต้องยิงตัวตายหนีหนี้ ขนาดฉันยังไม่กล้าให้เด็กคนนี้เข้าบ้านเลย”

                “ตายจริง”

                “พ่อกับแม่ของเด็กคนนี้ก็เที่ยวหยิบยืมเงินไปทั่ว ฉันอุตส่าห์ช่วยเหลือก็ยังไม่รู้จักคุณคน แล้วไอ้เด็กคนนี้ก็ร้ายมาก ขี้ขโมย มือไวก้นไว ถ้ารู้จักใครก็ฝากบอกต่อๆ กันด้วยว่าอย่ารับเข้าทำงาน”

                “ได้ๆ ฉันจะกระจายข่าวให้” เพื่อนของป้าแจ่มจันทร์เชื่อถือโชคลางมาก เพื่อนบอกอะไรก็เชื่อ รีบโทรกลับไปที่บริษัท โวยวายให้ไล่ภพตะวันออกไป แจ่มจันทร์นั่งฟังเงียบๆ มุมปากมีรอยยิ้มสะใจ พึงพอใจที่ได้ทำลายคนอื่น นับจากนั้นมาภพตะวันก็แทบไม่ถูกเรียกสัมภาษณ์งานเลย เขาจึงต้องทำงานเป็นพนักงานแคชเชียร์ชั่วคราวที่ร้านสะดวกซื้อแถวที่พัก แต่ทำได้ไม่ถึงสัปดาห์ หัวหน้างานก็เรียกคุยด้วยสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไรนัก

                “ฉันจำเป็นต้องให้นายออกวันนี้”

                “ทำไมหรือครับ... ผมทำงานไม่ดีหรือ”

                “ไม่ ไม่เลย นายทำงานคล่องมาก สอนแค่ครั้งเดียวก็ทำได้หมด รายการสินค้าเป๊ะ ระบบงานที่ยุ่งเหยิงก็ดีขึ้นเพราะนาย”

                “แล้วทำไม...”

                “สำนักงานใหญ่แจ้งมาแบบนี้ ฉันก็ลำบากใจ”

                “สำนักงานใหญ่หรือครับ” ภพตะวันไม่เข้าใจ สำนักงานใหญ่ของธุรกิจโมเดิร์นเทรดระดับประเทศ ถึงกับยิงคำสั่งไล่ออกโดยตรงมาถึงสาขาเล็กๆ ในซอยเชียวหรือ

                “หรือเพราะนามสกุลของผมครับ”

                “ใช่”

                “ครับ ผมเข้าใจแล้วครับ”

                คุณชายลูกเจ้าสัวพันล้านต้องดิ้นรนเช่นนี้ก็เป็นอะไรที่รู้สึกซับซ้อนยากเกินบรรยายเหมือนกัน ใครต่อใครก็ไม่คิดเลยว่าชีวิตคนเราจะพลิกผันอะไรขนาดนี้ เพราะดีชั่วอย่างไรเขาก็มีสายเลือดของตระกูลกิตติธารา ตระกูลคหบดีที่ร่ำรวยอันดับต้นๆ ของประเทศ และเพราะนามสกุลที่ติดตัวเขามาโดยกำเนิดกลายเป็นเงาหลอกหลอน เมื่อพบเรื่องแนวๆ นี้ซ้ำๆ ภพตะวันจึงจับทางได้ว่าตัวเองถูกหมายหัว

                คุณลุงของเขาได้ทุกอย่างไปยกเว้นหนี้ มันคือการล้มบนฟูกและหาตัวตายแทนได้อย่างสะอาดหมดจด ไร้ร่องรอย ชื่อของพ่อกลายเป็นรอยด่างพร้อยของตระกูลที่ไม่มีใครอยากพูดถึง รวมทั้งทายาทอย่างภพตะวันเองก็ถูกวงศ์วานมองข้ามด้วยเช่นกัน ในขณะที่ภพตะวันดิ้นรนใช้ชีวิต ธุรกิจในเครือกิตติธาราก็ขยับขยายเติบโต เจริญรุดหน้าและได้รับยกย่องว่าเป็นนักธุรกิจที่เป็นตำนาน หลายครั้งที่คุณลุงได้รับเชิญเป็นแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์จากแวดวงการเงิน ออกทีวีให้ความเห็นในฐานะผู้เชี่ยวชาญก็บ่อย ภพตะวันชินแล้วล่ะ ชีวิตก็มีแค่นี้ ต่างคนต่างอยู่ ไม่คิดจะเกี่ยวข้องกันอีก

                แต่แล้วขณะที่กำลังนั่งรถเมล์ไปสมัครงาน รถราคลานไปตามถนน เหมือนฝูงปลาเหนื่อยล้าที่ว่ายไปเงียบๆ ในท้องทะเลทุกข์ทน ป้ายโฆษณาบิลบอร์ดริมถนนก็เปลี่ยนชะตาเขา

                ดวงตากลมโตจับจ้องตราเหยี่ยวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลเฟรเซอร์ มันอยู่ในท่วงท่าฉีกงูเป็นชิ้นๆ อย่างเกรี้ยวกราด เฟรเซอร์ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป เป็นสถาบันการเงินใหญ่ระดับโลก เป็นหนึ่งในแหล่งเงินทุนสำคัญที่สำคัญอันดับต้นๆ ในแวดวงการเงิน และตราเหยี่ยวดุร้ายนี้ปรากฎในเอกสารมูลหนี้ที่พ่อของเขาพยายามปิดบังอยู่ด้วย

                เขามองงูที่ถูกฉีกทึ้ง มองเหยี่ยวที่กำลังอยู่ในอากัปกิริยาแผดเสียงและกางกรงเล็บ ผู้แข็งแกร่งและโหดเหี้ยมเท่านั้นจึงจะอยู่รอด ภพตะวันก็พลันเข้าใจ คนเรามีสองประเภทนั้นคือถูกฉีกหรือเป็นฝ่ายฉีก ถ้าเขาต้องการจะเป็นผู้ฉีกกระชาก แล้วจะมีหนทางใดเล่าที่จะย่นระยะให้สั้นที่สุด

                ภพตะวันแหงนหน้ามองท้องฟ้าอีกครั้ง คราวนี้แววตาเปลี่ยนไป คอยดูเถอะ เขาจะทำให้คนเลือดเย็นอย่างคุณลุงต้องชดใช้!

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน [จบ]

    “ลูกชายครับคุณพ่อคุณแม่” หลายเดือนถัดมา ทายาทตระกูลเฟรเซอร์จากกระบวนการอุ้มบุญถูกกฎหมายก็ถือกำเนิด หมอทำคลอดเฉลยเพศของเจ้าหนูในวันคลอดเลย หมออุ้มเจ้าตัวนุ่มแสนงดงามให้ทั้งคู่ได้ชื่นชม โดยเฉพาะเจ้าจำปีเล็กๆ น่ารัก วารุณติดตามเข้ามาจับมือเขาไว้ด้วยถึงกับน้ำตาคลอเบ้า จูบหน้าผากภพตะวันซึ่งหัวเราะดีใจเช่นกัน เขาพร่ำขอบคุณญาติของภพตะวันที่รับอาสาอุ้มบุญให้ แล้วติดตามไปดูลูกด้วยกันอย่างตื่นเต้น ครอบครัวเฟรเซอร์ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นแล้ว “อรุณสวัสดิ์จ้าคุณพ่อ” เมื่อภพตะวันตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เห็นวารุณอุ้มลูกในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ร้องเพลงเห่กล่อมพลางโยกตัวเบาๆ ก่อนจะเล

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน 5

    ภพตะวันยังคงทำงานต่อไปตามที่ตั้งใจไว้ เขารู้เรื่องการประเมินความแข็งแกร่งและอ่อนแอของงบการเงินหรือโครงการธุรกิจใดๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ดีมาก และเขาลงรายละเอียดไว้ว่าตลาดจะกลับมาอยู่ในช่วงกระทิงได้ถูกจังหวะ “ระวังเจอหุ้นงามเมื่อเงินหมดนะครับ” ภพตะวันให้คำเตือนไว้สั้นๆ เพื่อเบรกวารุณไม่ให้ทุ่มเงินเข้าตลาด เขาอธิบายไว้ว่าเมื่อหุ้นจำนวนมากมีราคาต่ำกว่าพื้นฐาน เพราะมีกำไรในกระแสเงินสดไม่พอ ดังนั้นสถาบันการเงินที่มีกระแสเงินสดแข็งจึงมีกำไรต่อหุ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ย เงินจะไหลเข้ามาลงทุนมากขึ้น และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงตามที่เขาคาด และเมื่อภพตะวันคาดการณ์ว่าตลาดจะเข้าสู่ภาวะหมี ซึ่งก็ถูกอีก&n

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน 4

    เดือนถัดมา... ภพตะวันและวารุณประกาศแต่งงาน วันที่ทั้งคู่แต่งงานกันเป็นวันที่แวดวงผู้มีอันจะกินต่างโจษจัน ลือกันไปต่างๆ นานาว่าท่าน CEO วารุณวางเงินสินสอดมากถึงหนึ่งพันล้านบาทเพื่อสู่ขอสามีคนนี้ ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ใครบอกได้ว่าจริงหรือไม่จริง เพราะภพตะวันเลือกที่จะจัดพิธีแบบไทย หมั้นเช้าแต่งเย็น รูปแบบงานเรียบง่ายและเชิญคนรู้จักและผู้ที่ทั้งหลายเคารพนับถือไม่กี่คนมาร่วมเป็นสักขีพยาน ตั้งแต่นั้นมารูปถ่ายครอบครัวที่เคยมีแต่พ่อแม่และเขา วันนี้จึงมีรูปคู่บ่าวสาวใส่กรอบวางเพิ่มเติม และยังมีพื้นที่อีกเหลือเฟือสำหรับสมาชิกใหม่ในอนาคต “ช่วงนี้ฉันหลับคามือหนูทุกวันเลย” “มือที่ไหน หนูใช้เท้าเหยียบหลังให้เตงต่างหาก ต้องบอกว่าหลับคาเท้าสิครับ”

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน 3

    ภัทรบินกลับมาเมืองไทยเมื่อทราบข่าวธุรกิจของพ่อ ในเวลานี้สุวิทย์กับแจ่มจันทร์ในฐานะคู่สมรสต้องเดินทางขึ้นโรงขึ้นศาลจนเหนื่อย ทรัพย์สินเงินทองที่มีหายวับไปจากมือโดยที่ทำอะไรไม่ได้ เพื่อนฝูงที่เคยมีต่างหันหลังให้ไม่ก็เหยียดหยามกันต่อหน้า สุวิทย์ขุ่นแค้นใจทุกวัน แต่เมื่อเห็นหน้าลูกชายแล้ว สุวิทย์ก็เริ่มปลงตก “กลับมาแล้วหรือลูก แล้วนั่นพาใครมาด้วยล่ะ” “แฟนของภัทรครับ ชื่อคุณฉัตรชนก เขาเป็นหัวหน้าเชฟอยู่ที่เดอะแอตลาส ตอนนี้กำลัง...” “เหอะ หาดีได้แค่นี้เองเหรอ หน้าอย่างกับโจร” แจ่มจันทร์พูดขัดจังหวะพลางมองเหยียด ฉัตรชนกกำลังจะยกมือไหว้ก็เลยหน้าเจื่อนไป ภัทรจึงเข้าไปคุยกับแม่ตรงๆ ว่าเขาไม่ชอบที่แม่พูดแบบนี้ และขอให้แม่ให้เกียรติคนที่เขารักด้วย แจ่มจั

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน 2

    “ภพรักเตง ภพมีความสุขเวลาที่เตงกอดภพแน่นๆ” “งั้นเรา...” “ไม่ได้ครับ ภพตัวเหม็น” “อาบน้ำกันเถอะ ฉันจะช่วยอาบให้” วารุณถอดเสื้อผ้าเหวี่ยงทิ้งไป แล้วจูงมือเขาไปยืนใต้เรนชาวเวอร์ บรรจงสระผมให้และฟอกสบู่จนหอมลื่นเต็มไปด้วยฟองทั้งตัวจากนั้นก็แช่น้ำอุ่น วารุณเอนหลังพิงขอบสระ ส่วนภพตะวันนั่งหลังพิงอกเขา เหยียดขาจนสุดพลางถอนหายใจยาวด้วยความปลอดโปร่ง ภพตะวันหลับตาพริ้ม ต้องขอบคุณคุณวารุณที่สอนให้รู้จักวิธีป

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน 1

    บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน กี่โมงแล้ว... ภพตะวันลืมตาพรึ่บเหมือนมีใครกดสวิตซ์ ก่อนจะค่อยๆ กระเด้งตัวขึ้นนั่งในสภาพเผ้าผมยุ่งเหยิงมีคราบวิปครีมเหนียวๆ และยังมึนๆ อยู่ว่ากลับมาที่ห้องของตัวเองตั้งแต่เมื่อไร แล้วเมื่อวานไปทำอะไรที่ไหนมา อ่อ ฮ่องกง แล้ววันนี้วันอะไร มีงานอะไรทำค้างอยู่แต่นึกไม่ออก บนโต๊ะหัวเตียงมีช่อกุหลาบวางอยู่ ใครเอามาวางไว้... ภพตะวันเคาะศีรษะตัวเองไล่มึนแล้วพุ่งเข้าไปกอดชักโครก อาเจียนจนขมปากขมคอ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทภูมิฐานจะเคาะประตูห้องแล้วเดินเข้ามา “วันนี้นอนพักดีกว่านะ หนูมีไข้นิดหน่อย ฉันเช็ดตัวให้รอบนึงแ

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 20 เล่ห์กล 3

    เชฟอาหารไทยของเดอะแอตลาสได้รับเชิญให้เป็นผู้ปรุงอาหารให้งานประชุมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นเกียรติและขยายโอกาสมากขึ้น ภพตะวันจึงเริ่มมองเรื่องการโฆษณาโรงแรมเดอะแอตลาสไปสู่มหานครใหญ่ๆ สำคัญของโลกอย่างนิวยอร์ก โตเกียว ลอนดอน เป็นต้น แต่ออแกไนเซอร์และฝ่ายการตลาดตอบกลับมาว่ายา

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 16 เลี้ยงขนม 2

    “ลองอ้อนฉันดูสิ” “??” ภพตะวันกะพริบตาปริบๆ “อ้อน?” “เวลาที่

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 15 เลี้ยงข้าว 2

    โดยทั่วไปแล้วการบริหารโรงแรมแบ่งออกเป็นสองส่วน ก็คือฝ่ายห้องพัก กับฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นการให้บริการแบบดั้งเดิม แต่ภพตะวันเสนอให้ปรับเดอะแอตลาสเป็น ‘จุดนัดพบ’ กลางเมืองใหญ่ ปรับพื้นที่ให้มีห้องประชุมขนาดใหญ่รองรับการสัมมนา ปรับปรุงแกรนด์บอลลูมให้สวยสง่าพร้อ

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 13 เครือญาติเหล่าพันธุ์ 2

    ภัทรซึมเซา รอบตัวมีแบบเสื้อผ้าที่เขากับเพื่อนช่วยกันออกแบบและเอกสารดีลงานเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด เขาไม่มีปัญญาจ่ายค่าสั่งผลิตเสื้อผ้าล็อตแรกให้แก่ทางโรงงานตัดเย็บได้ ภัทรจึงจำเป็นต้องยอมเสียมัดจำจำนวนหกแสนไป นอกจากจะไม่เหลืออะไรแล้วยังติดหนี้อีกต่างหาก 

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status