共有

บทนำ 2

หลังจากเรื่องวันนั้นแล้วภพตะวันก็นึกว่าป้าสะใภ้คงไม่กล้ามาแขวะอะไรเขากับแม่อีกแล้ว แต่หารู้ไม่ว่าป้าแจ่มจันทร์เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น เมื่อเจอหน้ากันก็เหมือนจะพยายามใช้คำพูดจิกกัดทุกวิถีทางหนักขึ้นกว่าเดิม ภพตะวันจึงเรียนรู้สัจธรรมอย่างหนึ่งว่านิสัยคนเราเปลี่ยนยากเหลือเกิน

                “หน้าตาพอใช้ได้แบบนี้คงจะมีสาวติดเยอะแยะล่ะสิ ระวังนะ ถ้าพลาดทำสาวท้องขึ้นมาขายขี้หน้าแย่ เหมือนแม่แก เขาก็ท้องก่อนแต่งเหมือนกัน แต่ก็อย่างว่าบ้านเขากำลังถูกฟ้องล้มละลาย สาวที่ไหนเขาจะเอา ว่าไง มีแฟนแล้วยังล่ะ”

                “เก็บคำถามนี้ไว้ให้คุณพ่อคุณแม่ของภพถามบ้างดีกว่าครับ ไว้ภพตัดสินใจมีแฟนเมื่อไหร่จะเรียนแจ้งให้คุณป้าทราบนะครับ”

                ภพตะวันพูดยิ้มๆ ทีเล่นทีจริง แม่ก็แอบกระตุกแขนเสื้อปรามไว้ แต่คนจ้องจะเหยียดก็ไม่สนใจ เอาแต่ถามเรื่องส่วนตัวที่ไม่ควรถาม พอได้คำตอบแล้วก็วนกลับมาเหยียดไม่จบ ถามราคาเสื้อผ้ากระเป๋ารองเท้าที่เขากับแม่ใส่บ้างล่ะ ถามกระทั่งว่าถ้าพ่อกับแม่เขาจะหย่ากันเพื่อแบ่งสมบัติหนีหนี้ ภพตะวันจะว่าอะไรไหม

                “ภาระหนี้ร่วม  ต่อให้โอนทรัพย์สินเป็นของสามีหรือภรรยาคนใดคนหนึ่ง เจ้าหนี้ก็ตามยึดได้ และร้องเพิกถอนการโอนก็ยังได้นะครับ นิติกรรมอำพรางแบบนั้นไม่ควรทำหรอกครับคุณป้า ในเมื่อติดหนี้ก็ต้องต้องจ่ายนะครับ เอาเป็นว่าเรื่องของครอบครัวภพไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกครับ เปลี่ยนมาคุยเรื่องสนุกอื่นๆ มาคุยกันดีกว่า พี่ภัทรเป็นไงบ้างครับ สบายดีใช่มั้ยครับ”

                “แน่นอน ลูกฉันใกล้จะเรียนจบจากอังกฤษแล้ว ว่าจะให้ทำงานหาประสบการณ์สักพักแล้วค่อยให้มาช่วยงานที่บริษัท แกคงจะอยากไปบ้างล่ะสิ แต่พ่อนุกับแม่สายพิณคงไม่มีปัญญาส่งแกเรียนหรอก จะได้เรียนต่อมหาลัยรึเปล่าก็ยังไม่รู้เลย”

                ภพตะวันยิ้ม แรกๆ ฟังแล้วก็เสียใจนะ เก็บมาคิดมาก แต่ฟังบ่อยๆ เข้าก็เฉยแล้ว คนอย่างเขาถ้าไม่พอใจอะไรก็ด่ากลับอยู่แล้ว ชีวิตไม่ได้ต้องการความสงบสักเท่าไรหรอก ถ้าอยากสงบเดี๋ยวไปห้องสมุดหรือวัดเองนั่นแหละ ภพตะวันจึงรินน้ำส้มให้คุณป้าอย่างนอบน้อม ถามกลับไปสั้นๆ

                “คุณป้าบอกภพแบบนี้มาสามปีแล้ว ตกลงพี่ภัทรจะกลับมาปีไหนกันแน่ครับ ภพคิดถึงพี่เขาจะแย่อยู่แล้ว เอ๊ะ หรือว่าพี่เขาจะไม่กลับไทยแล้ว”

                ป้าชักสีหน้าแล้วก็เงียบ จากนั้นก็ขุดสารพัดเรื่องออกมาดูถูก ภพตะวันก็แอบแลบลิ้น แหม เขาแค่พูดแทงใจดำแค่นี้เดียวเอง ดิ้นพล่านจนกินอะไรไม่ลงเลยนะ ป้าแจ่มจันทร์ดูถูกเขาสารพัด หาว่าจะเป็นเด็กไม่มีเพื่อนคบบ้าง เรียนไปเดี๋ยวก็มีเมียบ้าง แต่ป้าไม่ดูลูกตัวเองเลยว่าเป็นอย่างที่ป้าพูดเป๊ะ และพี่เขาก็สบายดี มีเมียแล้วมันยังไงล่ะ ก็ไม่เห็นว่าพี่เขาจะเดือดร้อนอะไรด้วยเลย มีแต่คนอื่นคอยตามเดือดร้อน

                “บ้านลุงดูถูกเราขนาดนี้ ทำไมเราถึงต้องไปงานรวมญาติทุกเดือนด้วยล่ะครับ”

                “ลุงวิทย์เขาคอยช่วยเราอยู่ อะไรที่เราทำได้ เราก็ต้องทำ” พ่อดูออกว่าเขาไม่ชอบเลยที่ต้องเห็นพ่อแม่ต้องทนให้ญาติดูถูก แต่ชีวิตจริงมันยากและใช่ว่าจะอะไรได้ตามใจทุกอย่าง

                “เพราะบ้านเราต้องพึ่งพิงบ้านคุณลุง พวกเขาก็เลยมีสิทธิ์จะพูดจากดขี่เราอย่างไรก็ได้งั้นหรือครับ”

                “พ่อขอโทษนะลูก...”

                “ต่อไปเมื่อภพโตขึ้น ภพจะยืนหยัดด้วยตัวเองให้ได้ครับ เมื่อเราพึ่งพิงตัวเองได้ ภพจะคืนเงินที่บ้านเราหยิบยืมเขามาให้หมด แบบนี้ก็จะไม่มีใครดูถูกเราอีก ดีมั้ยครับคุณพ่อ”

                “สักวันหนูจะต้องทำได้แน่นอนลูก”

                ภพตะวันเคยแอบดูงบการเงินของพ่อแล้ว พ่อรู้ก็ดุเขายกใหญ่ บอกว่าไม่ใช่เรื่องของเด็ก ภพตะวันจึงได้แต่ช่วยหาเงินเล็กๆ น้อยๆ เข้าบ้านอย่างขมีขมัน สะสมเงินไว้เรียนต่อ และหวังว่าจะช่วยรายจ่ายของที่บ้านได้สักนิด เพียงแต่ภพตะวันไม่นึกเลยว่าเงื่อนปมที่ผูกคอครอบครัวจะกระตุกรัดรวดเร็วถึงเพียงนี้

                “หมายความว่าอย่างไรกัน แม้แต่ร้านขายของร้านสุดท้ายของเราก็จะถูกยึดไปด้วยงั้นหรือ แล้วเราจะเอาอะไรกิน พวกเขาโกงเราชัดๆ”

                แม่ฟูมฟายในช่วงเช้าวันหนึ่ง ตั้งแต่ที่บ้านประสบปัญหา ภพตะวันย้ายออกจากโรงเรียนเอกชนมาเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน ภพตะวันก็ไม่มีปัญหาอะไร ที่ผ่านมาพ่อกับแม่แสดงออกว่าทุกอย่างโอเคมาตลอด ขอให้เขาตั้งใจเรียนอย่างเดียวไม่ต้องกังวล วันนี้เมื่อแม่ระเบิดอารมณ์ออกมาจึงทำให้ภพตะวันหน้าเผือดสี

                “แม่ครับ... เกิดอะไรขึ้น”

                “ภพ เรากำลังจะตาย ตายกันหมดนี่แหละ”

                แม่พ่ายแพ้ ทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง สองมือปิดหน้าพลางสะอื้นตัวโยน แม่เคยเป็นสาวสวยคนแรกในชีวิตที่เขาชื่นชม แต่ความตึงเครียดที่รุมเร้ามาตลอดหลายปีทำให้แม่ซูบผอมลงไปมาก

                “แม่ครับ ภพอยู่กับแม่ ภพจะช่วยพ่อกับแม่เองนะ” เขาก้มลงเก็บเอกสารที่เกลื่อนอยู่ตามพื้น พอจะอ่านเนื้อหา พ่อกลับดึงไปจากมือ

                “ภพตะวัน ไปโรงเรียนเถอะนะลูก วันนี้มีสอบวัดคะแนนใช่ไหม ตั้งใจสอบนะลูก” พ่อเกรงว่าลูกชายจะไม่สบายใจจึงรีบบอกให้เขาไปโรงเรียน พ่อปิดประตูคุยกับแม่สองคน แต่ภพตะวันเลือกที่จะอยู่ เขาต้องการจะรู้ว่าพ่อกับแม่กำลังเผชิญอะไรอยู่

                “พี่ชายของคุณทำแบบนี้กับเราได้ยังไง เขาก็เห็นว่าเรากำลังถูกฟ้องล้มละลาย”

                “ผมจะไปคุยกับเขาเอง”

                “เงินทุนก้อนสุดท้ายของเรา เขาเอาไปสั่งซื้อสินค้าแล้วเอาไปโดยไม่จ่ายค่าของให้ซัพพลายเออร์”

                แม่ร้องไห้โฮ

                “เขาใช้ชื่อเราซื้อของ ของในร้านทุกอย่าง พี่ชายคุณให้คนมาคัดของที่ยังขายได้ไปจนหมดแล้ว เรากำลังจะถูกซัพพลายเออร์ยื่นฟ้องข้อหาฉ้อโกง เรากำลังจะไม่เหลืออะไรเลย ไม่เหลือแม้แต่จานกินข้าว”

                หัวใจของภพตะวันรู้สึกเจ็บปวดเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของแม่ และยิ่งเศร้าเมื่อพ่อบอกว่าไม่มีเงินสู้คดี ซึ่งมันจะต้องใช้เวลาหลายปีกว่าเรื่องทั้งหมดจะคลี่คลาย ภพตะวันจึงแอบไปหาลุงสุวิทย์เพื่อขอร้องให้คุณลุงจ่ายเงินที่ควรจะจ่ายให้ซัพพลายเออร์และจ่ายค่าสินค้าที่คุณลุงไปขนมาจากร้าน เขากดกริ่งที่หน้ารั้วประตูบ้านหลังใหญ่โตของคุณลุง แล้วภพตะวันก็พบว่าเขาช่างไร้เดียงสาต่อโลกเกินไป

                “ไปให้พ้น”

                เสียงดังออกมาจากอินเตอร์คอมที่ประตูหน้ารั้ว ภพตะวันจำได้ว่าเป็นเสียงของป้าแจ่มจันทร์ “บ้านเขามันหมดตัวแล้ว ที่นี่ไม่มีเงินให้ยืม ไปให้พ้นแล้วอย่ามาที่นี่อีก”

                “คุณป้า ขอให้ภพได้คุยกับคุณลุงวิทย์เถอะนะครับ ตอนนี้พ่อกับแม่ภพกำลัง...”

                สัญญาณเสียงตัดพรึ่บ ภพตะวันยืนงงอยู่ตรงนั้น ในใจรู้สึกว่าประตูนรกกำลังเปิดออกช้าๆ ซึ่งคราวนี้แม้แต่เด็กอย่างเขา ญาติพี่น้องก็ปิดประตูใส่หมด เขากลายเป็นคนไร้ญาติไปเสียอย่างนั้น แต่เอาเถอะ... ที่ผ่านมาก็ใช่ว่าจะเป็นญาติที่ดีต่อกันสักเท่าไร ภพตะวันพยายามโทรหาคุณลุงอีกครั้ง ก่อนที่จะมียามรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านหรูขับรถกอล์ฟมาจอด สีหน้าของพวกเขาดูลำบากใจเพราะเมื่อก่อนครอบครัวของภพตะวันเองก็เคยอยู่ที่บ้านสวยๆ หลังใหญ่โตนี้เช่นกัน

                “เจ้าของบ้านแจ้งว่าคุณภพมาก่อกวน รบกวนกลับออกไปกับผมด้วยครับ”

                “ทราบแล้วครับ”

                ภพตะวันหันมองบ้านที่เคยเป็นของครอบครัวเป็นครั้งสุดท้าย บ้านแสนสวยที่พวกเขาพรากมันไป ยามรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านพาเขามาส่งที่ริมถนนใหญ่ เขายืนนิ่งอยู่หน้าหมู่บ้านหรูนานเท่าไรไม่แน่ใจ ก่อนจะตัดสินใจไปทำหน้าที่ของตัวเอง สิ่งที่เขาทำได้ตอนนี้คือสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ให้ได้แล้วมองหางานส่งตัวเองเรียน

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 29 ฉีกทึ้ง 1

    บทที่ 29 ฉีกทึ้ง ภพตะวันได้รับข้อเสนอให้เข้าร่วมทีมจัดตั้งและบริหารแผนกวิเคราะห์สถาบันการเงิน ทีมงานนี้ขึ้นตรงกับวารุณ เฟรเซอร์โดยตรง เขากลายเป็นพนักงานที่อายุน้อยที่สุด วุฒิการศึกษาน้อยที่สุด นับว่าเป็นเรื่องน่าหวาดหวั่นมากสำหรับเด็กอายุไม่ถึงยี่สิบ แต่ภพตะวันก้าวออกมาแล้วรับใบแต่งตั้งนั้น “ผมจะทำครับ” เมื่ออยู่ในบทบาทมืออาชีพ ภพตะวันจะตัดเรื่องส่วนตัว ถือเป็นทักษะที่ภพตะวันเรียนรู้จากเขา โลกการทำงานของภพตะวันท้าทายอีกครั้ง ห้องค้าหุ้นของตลาดหลักทรัพย์สว่างไสวราวกับมีงานวัดสิบวัดมัดรวมกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่น่าทึ่ง เขาได้เจอโบรกเกอร์และคุยกับผู้เชี่ยวชาญ ได้ถามคำถามที่อยากรู้ ดูสมุดบันทึกการค้า และเรียนรู้เกี่ยวก

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 28 เคียงข้าง 5

    ภพตะวันสั่นไปทั้งตัวเมื่อรู้สึกถึงบางอย่างล่วงล้ำเข้ามา วารุณขยับนิ้วอย่างเชื่องช้าทว่าหนักแน่นจนภพตะวันบิดเร่า ไอร้อนจากร่างหนั่นแน่น สัมผัสหยาบกร้านแตะต้องลงบนความเนียนนุ่ม ใช้ริมฝีปากครอบครองยอดถันสีชมพูสลับกันทั้งสองข้างอย่างอิ่มเอม “หนูเป็นน้ำแข็งที่ลุกเป็นไฟได้ รู้ตัวมั้ย” ภพตะวันครางกระเส่า ทำอะไรไม่ได้นอกจากสบตาอ้อนวอน ร่างกำยำก้มลงมาดูดกลืนเสียงครางของเขาไว้อย่างพึงพอใจ ตวัดนิ้วโจนจ้วงล้ำลึกแทรกผ่านความคับแน่นมากขึ้น ภพตะวันจึงฝืนความกระหายที่กำลังเอ่อล้นด้วยการปิดปากกลั้นเสียงครางไว้แน่นๆ ต่อต้านเอาไว้แต่เมื่อลิ้นร้อนซอกไซ้ในหู รุกเร้าค้นหาพลางสอดนิ้วเข้าออกกระชั้นถี่ ร่างกายงดงามก็เกร็งซ่านเอิบอาบในฉับพลัน ภพตะวันกระตุกเฮือก วารุณคลายความร้อนให้ด้วยจูบ เขาจูบปลอบประโลม เก

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 28 เคียงข้าง 4

    ต่างฝ่ายต่างหอบหายใจหนักหน่วงอยู่ในความมืดสลัว ความร้อนที่สัมผัสได้จากอีกฝ่ายทำให้ทั้งคู่รู้สึกมึนงง เสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำทำให้คิดอะไรไม่ออก วารุณจับแขนเขาขึ้นมาตรึงไว้เหนือศีรษะช้าๆ ทว่าทรงพลัง ไม่มีอำนาจใดจะสั่นคลอนชายผู้นี้ได้ทั้งสิ้น ภพตะวันอยากจะเปลี่ยนใจเพียงใดก็เปล่าประโยชน์ หน้าอกพุ่งรั้งขึ้น บดเบียดแผงอกหนั่นแน่นจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน แสงไฟในห้องถูกปรับให้สลัว แสงสีของมหานครที่ปรากฎผ่านกระจกห้องอิมพีเรียลดูคล้ายอัญมณีพร่างพราว ภพตะวันถูกอุ้มไปที่เตียง เขานอนตัวตรง มือไม้เก็บเรียบร้อยและกะพริบตามองร่างกำยำเปลือยครึ่งท่อน “ยืนยันกับฉัน... หนูยินดีให้ฉันกอดใช่มั้ย” “ครับ” เสียงของภพตะวันสั่น แก้มแดงฉ่าและหลับตาแน่นปี๋เพราะเขินมาก “ภพโตแล้ว ภพอยากให้เ

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 28 เคียงข้าง 3

    “นึกว่าใครที่ไหน ภพตะวันหลานคนเก่งของฉันนี่เอง” สุวิทย์พูดเสียงดัง คู่สนทนาของภพตะวันจึงหันไปคุยกับสุวิทย์แทน ผู้เป็นลุงเอ่ยชมภพตะวันอย่างนั้นอย่างนี้ เมื่อได้คุยกันสองคน ภพตะวันก็ยิงเข้าประเด็น “เมื่อครู่นี้พูดชมจริงหรือเล่นละครอยู่ครับ” “หึ! ก็แล้วแต่จะคิด ฉลาดอยู่แล้วก็ไม่น่าถาม ฉันไม่ยักจำได้ว่าฉันเชิญแกด้วย แต่ก็เอาเถอะ ของกินในงานมีเหลือเฟือ แค่สัมภเวสีอย่างแกคนเดียวกินไม่หมดอยู่แล้ว” “ขอบคุณครับ คุณสุวิทย์เป็นนักธุรกิจชื่อดัง ได้รับคำยกย่องว่าเป็นจักรพรรดิวงการเรียลเอสเตท ผมย่อมสนใจอยากรู้เคล็ดลับความร่ำรวยบ้างนี่ครับ”

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 28 เคียงข้าง 2

    สถานะการเงินของบริษัทกิตติธารา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เริ่มสั่นคลอนเพราะสินทรัพย์และกระแสเงินสดมูลค่าสามพันล้านหายไปจากระบบ ส่วนห้าง Topaz ที่ผิดพลาดซื้อมาก็ไม่ทำกำไรใดๆ สุวิทย์เดือดดาลทุกครั้งที่เห็นชื่อ Topaz ดังนั้นจึงประกาศเปลี่ยนชื่อห้างใหม่เป็น TARA และดิ้นรนหาทางระดมทุนด้วยการจัดงานเลี้ยงเพื่อแสดงศักยภาพ แน่นอนว่าหนึ่งในกลุ่มลงทุนส่วนบุคคลใหญ่ที่สุดอย่างวารุณ เฟรเซอร์ก็ได้รับเชิญ บรรดาหญิงสาวที่มาร่วมงานเลี้ยงต่างเฝ้ามองตามเขาไม่ละสายตา วงหน้าของชายหนุ่มรุ่นใหญ่คมเข้มเหมือนวาดขึ้น สันกรามเพิ่งโกนหนวดใหม่ๆ แววตาลุ่มลึกดูสุขุมน่ายำเกรง ท่วงท่าทุกย่างก้าวงามสง่าและผึ่งผาย ดูดีมีชาติตระกูล แผงอกองอาจตึงแน่นอยู่ภายใต้เสื้อซึ่งตัดเย็บจากผ้าคุณภาพที่ดีที่สุด สั่งตัดเฉพาะจึงเข้ากับรูปร่างของผู้สวมใส่อย่างเหมาะเจาะ หูกระต่ายสีดำนั้นไม่ใช่ของสำเร็จรูป หากแต่ต้องผูกเองอย่าง

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 28 เคียงข้าง 1

    บทที่ 28 เคียงข้าง “ดูแลตัวเองดีๆ นะครับพี่ แล้วภพจะติดต่อไปบ่อยๆ” วันถัดมาภพตะวันมาส่งภัทรที่สนามบิน สองพี่น้องกอดร่ำลากัน แม้จะต้องอยู่ห่างกัน แต่อย่างน้อยก็อุ่นใจว่าในโลกนี้ยังมีพี่น้องอยู่ จนใกล้จะได้เวลาเข้าเกทแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววผู้เป็นพ่อแม่จะมาส่ง “ทะเลาะกันหรือครับพี่” “อืม หนักเลยล่ะ เอะอะก็ด่าว่าพี่ไม่กตัญญู เงินยี่สิบล้านนั่นไม่มีค่า พี่ก็เลยเก็บคืนซะเลย” ภัทรกล่าวติดตลก “ต่อให้พี่ทำมาหากิน ดูแลตัวเองและเอาตัวรอดได้ดีแค่ไหน ก็ยังไม่ดีพอในสายตาของพวกเขาอยู่ดีนั่นแหละ” “พี่

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 25 ขออนุญาตกระชับพื้นที่ 4

    “ใครว่าไม่เคยจูบกัน” “ก็ตอนนั้น...” แล้วริมฝีปากของเขาก็ประทับลงมา บดเบียดริม

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 25 ขออนุญาตกระชับพื้นที่ 3

    “ภพตะวัน... ครูไม่ได้ช่วยเหลือเพราะต้องการอะไรแบบนี้” “ภพทราบครับ แต่ครูสอนภพว่าทำดีได้ดีไม่ใช่หรือครับ”&nb

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 25 ขออนุญาตกระชับพื้นที่ 2

    วันหยุดภพตะวันกลับไปเยี่ยมป้าแม่ค้าร้านข้าวแกงที่โรงเรียนเก่า ลุงๆ ป้าๆ เห็นภพตะวันก็ดีใจมาก ตักข้าวตักขนมมาเลี้ยงยกใหญ่ ภพตะวันจึงวางปลอกรีโมตรถยนต์ให้ทุกท่านคนละหนึ่งอัน ก่อนจะยิ้มแล้วบอกว่าจ่ายค่าข้าวครับ ทุกคนงง ก่อนจะอึ้งเมื่อมีรถกระบะสี่ประตูป้ายแดงรุ่นใหม่ล่าสุดแล่นมาจอดเร

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 24 ลมใต้ปีก 5

    “ใช่ ได้เวลาคุยเรื่องนั้นกันแล้ว” ทั้งคู่เก้อกระดากขึ้น มิใช่เพราะอับอาย แต่เป็นความเขินอายพิลึกๆ วารุณลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยท่าทีเหมือนจะสบายๆ เพราะความจริงแล้วเขากำลังนึกหาเครื่องวัด

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status