مشاركة

บทนำ 2

last update تاريخ النشر: 2026-03-29 14:04:27

หลังจากเรื่องวันนั้นแล้วภพตะวันก็นึกว่าป้าสะใภ้คงไม่กล้ามาแขวะอะไรเขากับแม่อีกแล้ว แต่หารู้ไม่ว่าป้าแจ่มจันทร์เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น เมื่อเจอหน้ากันก็เหมือนจะพยายามใช้คำพูดจิกกัดทุกวิถีทางหนักขึ้นกว่าเดิม ภพตะวันจึงเรียนรู้สัจธรรมอย่างหนึ่งว่านิสัยคนเราเปลี่ยนยากเหลือเกิน

                “หน้าตาพอใช้ได้แบบนี้คงจะมีสาวติดเยอะแยะล่ะสิ ระวังนะ ถ้าพลาดทำสาวท้องขึ้นมาขายขี้หน้าแย่ เหมือนแม่แก เขาก็ท้องก่อนแต่งเหมือนกัน แต่ก็อย่างว่าบ้านเขากำลังถูกฟ้องล้มละลาย สาวที่ไหนเขาจะเอา ว่าไง มีแฟนแล้วยังล่ะ”

                “เก็บคำถามนี้ไว้ให้คุณพ่อคุณแม่ของภพถามบ้างดีกว่าครับ ไว้ภพตัดสินใจมีแฟนเมื่อไหร่จะเรียนแจ้งให้คุณป้าทราบนะครับ”

                ภพตะวันพูดยิ้มๆ ทีเล่นทีจริง แม่ก็แอบกระตุกแขนเสื้อปรามไว้ แต่คนจ้องจะเหยียดก็ไม่สนใจ เอาแต่ถามเรื่องส่วนตัวที่ไม่ควรถาม พอได้คำตอบแล้วก็วนกลับมาเหยียดไม่จบ ถามราคาเสื้อผ้ากระเป๋ารองเท้าที่เขากับแม่ใส่บ้างล่ะ ถามกระทั่งว่าถ้าพ่อกับแม่เขาจะหย่ากันเพื่อแบ่งสมบัติหนีหนี้ ภพตะวันจะว่าอะไรไหม

                “ภาระหนี้ร่วม  ต่อให้โอนทรัพย์สินเป็นของสามีหรือภรรยาคนใดคนหนึ่ง เจ้าหนี้ก็ตามยึดได้ และร้องเพิกถอนการโอนก็ยังได้นะครับ นิติกรรมอำพรางแบบนั้นไม่ควรทำหรอกครับคุณป้า ในเมื่อติดหนี้ก็ต้องต้องจ่ายนะครับ เอาเป็นว่าเรื่องของครอบครัวภพไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกครับ เปลี่ยนมาคุยเรื่องสนุกอื่นๆ มาคุยกันดีกว่า พี่ภัทรเป็นไงบ้างครับ สบายดีใช่มั้ยครับ”

                “แน่นอน ลูกฉันใกล้จะเรียนจบจากอังกฤษแล้ว ว่าจะให้ทำงานหาประสบการณ์สักพักแล้วค่อยให้มาช่วยงานที่บริษัท แกคงจะอยากไปบ้างล่ะสิ แต่พ่อนุกับแม่สายพิณคงไม่มีปัญญาส่งแกเรียนหรอก จะได้เรียนต่อมหาลัยรึเปล่าก็ยังไม่รู้เลย”

                ภพตะวันยิ้ม แรกๆ ฟังแล้วก็เสียใจนะ เก็บมาคิดมาก แต่ฟังบ่อยๆ เข้าก็เฉยแล้ว คนอย่างเขาถ้าไม่พอใจอะไรก็ด่ากลับอยู่แล้ว ชีวิตไม่ได้ต้องการความสงบสักเท่าไรหรอก ถ้าอยากสงบเดี๋ยวไปห้องสมุดหรือวัดเองนั่นแหละ ภพตะวันจึงรินน้ำส้มให้คุณป้าอย่างนอบน้อม ถามกลับไปสั้นๆ

                “คุณป้าบอกภพแบบนี้มาสามปีแล้ว ตกลงพี่ภัทรจะกลับมาปีไหนกันแน่ครับ ภพคิดถึงพี่เขาจะแย่อยู่แล้ว เอ๊ะ หรือว่าพี่เขาจะไม่กลับไทยแล้ว”

                ป้าชักสีหน้าแล้วก็เงียบ จากนั้นก็ขุดสารพัดเรื่องออกมาดูถูก ภพตะวันก็แอบแลบลิ้น แหม เขาแค่พูดแทงใจดำแค่นี้เดียวเอง ดิ้นพล่านจนกินอะไรไม่ลงเลยนะ ป้าแจ่มจันทร์ดูถูกเขาสารพัด หาว่าจะเป็นเด็กไม่มีเพื่อนคบบ้าง เรียนไปเดี๋ยวก็มีเมียบ้าง แต่ป้าไม่ดูลูกตัวเองเลยว่าเป็นอย่างที่ป้าพูดเป๊ะ และพี่เขาก็สบายดี มีเมียแล้วมันยังไงล่ะ ก็ไม่เห็นว่าพี่เขาจะเดือดร้อนอะไรด้วยเลย มีแต่คนอื่นคอยตามเดือดร้อน

                “บ้านลุงดูถูกเราขนาดนี้ ทำไมเราถึงต้องไปงานรวมญาติทุกเดือนด้วยล่ะครับ”

                “ลุงวิทย์เขาคอยช่วยเราอยู่ อะไรที่เราทำได้ เราก็ต้องทำ” พ่อดูออกว่าเขาไม่ชอบเลยที่ต้องเห็นพ่อแม่ต้องทนให้ญาติดูถูก แต่ชีวิตจริงมันยากและใช่ว่าจะอะไรได้ตามใจทุกอย่าง

                “เพราะบ้านเราต้องพึ่งพิงบ้านคุณลุง พวกเขาก็เลยมีสิทธิ์จะพูดจากดขี่เราอย่างไรก็ได้งั้นหรือครับ”

                “พ่อขอโทษนะลูก...”

                “ต่อไปเมื่อภพโตขึ้น ภพจะยืนหยัดด้วยตัวเองให้ได้ครับ เมื่อเราพึ่งพิงตัวเองได้ ภพจะคืนเงินที่บ้านเราหยิบยืมเขามาให้หมด แบบนี้ก็จะไม่มีใครดูถูกเราอีก ดีมั้ยครับคุณพ่อ”

                “สักวันหนูจะต้องทำได้แน่นอนลูก”

                ภพตะวันเคยแอบดูงบการเงินของพ่อแล้ว พ่อรู้ก็ดุเขายกใหญ่ บอกว่าไม่ใช่เรื่องของเด็ก ภพตะวันจึงได้แต่ช่วยหาเงินเล็กๆ น้อยๆ เข้าบ้านอย่างขมีขมัน สะสมเงินไว้เรียนต่อ และหวังว่าจะช่วยรายจ่ายของที่บ้านได้สักนิด เพียงแต่ภพตะวันไม่นึกเลยว่าเงื่อนปมที่ผูกคอครอบครัวจะกระตุกรัดรวดเร็วถึงเพียงนี้

                “หมายความว่าอย่างไรกัน แม้แต่ร้านขายของร้านสุดท้ายของเราก็จะถูกยึดไปด้วยงั้นหรือ แล้วเราจะเอาอะไรกิน พวกเขาโกงเราชัดๆ”

                แม่ฟูมฟายในช่วงเช้าวันหนึ่ง ตั้งแต่ที่บ้านประสบปัญหา ภพตะวันย้ายออกจากโรงเรียนเอกชนมาเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน ภพตะวันก็ไม่มีปัญหาอะไร ที่ผ่านมาพ่อกับแม่แสดงออกว่าทุกอย่างโอเคมาตลอด ขอให้เขาตั้งใจเรียนอย่างเดียวไม่ต้องกังวล วันนี้เมื่อแม่ระเบิดอารมณ์ออกมาจึงทำให้ภพตะวันหน้าเผือดสี

                “แม่ครับ... เกิดอะไรขึ้น”

                “ภพ เรากำลังจะตาย ตายกันหมดนี่แหละ”

                แม่พ่ายแพ้ ทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง สองมือปิดหน้าพลางสะอื้นตัวโยน แม่เคยเป็นสาวสวยคนแรกในชีวิตที่เขาชื่นชม แต่ความตึงเครียดที่รุมเร้ามาตลอดหลายปีทำให้แม่ซูบผอมลงไปมาก

                “แม่ครับ ภพอยู่กับแม่ ภพจะช่วยพ่อกับแม่เองนะ” เขาก้มลงเก็บเอกสารที่เกลื่อนอยู่ตามพื้น พอจะอ่านเนื้อหา พ่อกลับดึงไปจากมือ

                “ภพตะวัน ไปโรงเรียนเถอะนะลูก วันนี้มีสอบวัดคะแนนใช่ไหม ตั้งใจสอบนะลูก” พ่อเกรงว่าลูกชายจะไม่สบายใจจึงรีบบอกให้เขาไปโรงเรียน พ่อปิดประตูคุยกับแม่สองคน แต่ภพตะวันเลือกที่จะอยู่ เขาต้องการจะรู้ว่าพ่อกับแม่กำลังเผชิญอะไรอยู่

                “พี่ชายของคุณทำแบบนี้กับเราได้ยังไง เขาก็เห็นว่าเรากำลังถูกฟ้องล้มละลาย”

                “ผมจะไปคุยกับเขาเอง”

                “เงินทุนก้อนสุดท้ายของเรา เขาเอาไปสั่งซื้อสินค้าแล้วเอาไปโดยไม่จ่ายค่าของให้ซัพพลายเออร์”

                แม่ร้องไห้โฮ

                “เขาใช้ชื่อเราซื้อของ ของในร้านทุกอย่าง พี่ชายคุณให้คนมาคัดของที่ยังขายได้ไปจนหมดแล้ว เรากำลังจะถูกซัพพลายเออร์ยื่นฟ้องข้อหาฉ้อโกง เรากำลังจะไม่เหลืออะไรเลย ไม่เหลือแม้แต่จานกินข้าว”

                หัวใจของภพตะวันรู้สึกเจ็บปวดเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของแม่ และยิ่งเศร้าเมื่อพ่อบอกว่าไม่มีเงินสู้คดี ซึ่งมันจะต้องใช้เวลาหลายปีกว่าเรื่องทั้งหมดจะคลี่คลาย ภพตะวันจึงแอบไปหาลุงสุวิทย์เพื่อขอร้องให้คุณลุงจ่ายเงินที่ควรจะจ่ายให้ซัพพลายเออร์และจ่ายค่าสินค้าที่คุณลุงไปขนมาจากร้าน เขากดกริ่งที่หน้ารั้วประตูบ้านหลังใหญ่โตของคุณลุง แล้วภพตะวันก็พบว่าเขาช่างไร้เดียงสาต่อโลกเกินไป

                “ไปให้พ้น”

                เสียงดังออกมาจากอินเตอร์คอมที่ประตูหน้ารั้ว ภพตะวันจำได้ว่าเป็นเสียงของป้าแจ่มจันทร์ “บ้านเขามันหมดตัวแล้ว ที่นี่ไม่มีเงินให้ยืม ไปให้พ้นแล้วอย่ามาที่นี่อีก”

                “คุณป้า ขอให้ภพได้คุยกับคุณลุงวิทย์เถอะนะครับ ตอนนี้พ่อกับแม่ภพกำลัง...”

                สัญญาณเสียงตัดพรึ่บ ภพตะวันยืนงงอยู่ตรงนั้น ในใจรู้สึกว่าประตูนรกกำลังเปิดออกช้าๆ ซึ่งคราวนี้แม้แต่เด็กอย่างเขา ญาติพี่น้องก็ปิดประตูใส่หมด เขากลายเป็นคนไร้ญาติไปเสียอย่างนั้น แต่เอาเถอะ... ที่ผ่านมาก็ใช่ว่าจะเป็นญาติที่ดีต่อกันสักเท่าไร ภพตะวันพยายามโทรหาคุณลุงอีกครั้ง ก่อนที่จะมียามรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านหรูขับรถกอล์ฟมาจอด สีหน้าของพวกเขาดูลำบากใจเพราะเมื่อก่อนครอบครัวของภพตะวันเองก็เคยอยู่ที่บ้านสวยๆ หลังใหญ่โตนี้เช่นกัน

                “เจ้าของบ้านแจ้งว่าคุณภพมาก่อกวน รบกวนกลับออกไปกับผมด้วยครับ”

                “ทราบแล้วครับ”

                ภพตะวันหันมองบ้านที่เคยเป็นของครอบครัวเป็นครั้งสุดท้าย บ้านแสนสวยที่พวกเขาพรากมันไป ยามรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านพาเขามาส่งที่ริมถนนใหญ่ เขายืนนิ่งอยู่หน้าหมู่บ้านหรูนานเท่าไรไม่แน่ใจ ก่อนจะตัดสินใจไปทำหน้าที่ของตัวเอง สิ่งที่เขาทำได้ตอนนี้คือสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ให้ได้แล้วมองหางานส่งตัวเองเรียน

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 14 มดแดงแฝงพวงมะม่วง 2

    “ผมกำลังตามจีบเขาอยู่ แต่ดูเหมือนความสนใจของเขาจะอยู่ที่งานมากกว่า” “ในฐานะที่ผมเป็นนายจ้าง ก็นับว่าเป็นเรื่องดีครับ” วารุณรับมืออย่างสุภาพ วางตัวเป็นผู้ใหญ่และเป็นเจ้านาย ไม่มีอะไรมากกว่านั้น “เขาทำงานเก่ง แต่ทักษะเรื่องเพศก็ยังน่าเป็นห่วง ผมคิดว่าผมต้องช่วยเขาคัดกรองให้ดีๆ” “เหมือนคุณพ่อหวงลูกเลยนะครับ” แทนไทยิ้ม แต่สะกิดความหงุดหงิดของอีกฝ่าย วารุณยังคงรักษาความสงบเยือกเย็นไว้ได้ และใช้จุดนี้ย้อนกลับมาเล่นงาน “อยู่ให้ห่างเขาไว้ อย่ารบกวนสมาธิของเขา” “คุณวารุณเชื่อจริงๆ หรือครับว่าเขาจะกู้เงินมากมายขนาดนั้นไปซื้อตึกเก่านั้นได้ แล้ว

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 14 มดแดงแฝงพวงมะม่วง 1

    สามวันต่อมา... ภพตะวันกำลังง่วนยุ่งอยู่กับงานจนถึงกับกินข้าวสามมื้อที่โต๊ะทำงาน เขาไม่ได้กลับไปที่ห้องพักเลย อาศัยงีบเป็นเวลาสั้นๆ ที่โซฟาแล้วก็ลุกขึ้นมาทำงานต่อ เขาดูเบลอๆ และสวมเชิ้ตซึ่งไม่ได้เปลี่ยนมาสองวันแล้ว ใบหน้ามีความเหนื่อยล้าฉาบอยู่ เมื่อเลขาแจ้งว่าถึงเวลาเข้าประชุมแล้ว ภพตะวันก็จัดการหวีเผ้าผมและแต่งตัวแบบรวกๆ คว้าเสื้อสูทตัวนอกมาสวมทับ วิถีชีวิตของเขาก็มีอยู่แค่นี้ “คุณภพตะวันครับ” แทนไทมาหาภพตะวันที่เดอะแอตลาส มาถึงก็ยื่นบัตรเชิญให้ “นี่คืออะไรหรือครับ” “งานการกุศล จัดคืนนี้ที่โรงแรมแกรนด์” 

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 13 เครือญาติเหล่าพันธุ์ 4

    “ช่วยแนะนำขนมให้หน่อยได้มั้ยครับ มีชิ้นไหนที่ไม่หวานมากบ้างครับ” “ได้ครับ แนะนำ...” พนักงานขายกำลังจะพูด แต่ถูกเชฟหนุ่มแทรกตำแหน่งเสียก่อน เมื่อภัทรเงยหน้าขึ้นจากขนมก็เจอเขายืนตระหง่าน ฉีกยิ้มรอแนะนำเต็มที่ เมื่ออยู่ใกล้ ภัทรก็ยิ่งพรั่นพรึงกับร่างกายสูงใหญ่ของฉัตรชนก ไม่ว่าชุดเครื่องแบบเชฟที่ตึงแน่นเหมือนกับว่ามัดกล้ามของเขาจะดันกระดุมให้หลุดผึง ไหนจะน้ำเสียงห้าวๆ ผิดกับผลงานหวานๆ ที่เขาสร้างสรรค์ ในเมื่อมีจังหวะได้คุยกันต่อหน้าแล้ว ภัทรจึงถือโอกาสขอบคุณเขา “ต้องขอบคุณเชฟฉัตรมากๆ เลยครับที่วันนั้นแนะนำผู้ผลิตเสื้อผ้าให้ภัทรรู้จัก แถมยังช่วยออกหน้ารับรองเครดิตให้อีก ถ้าไม่ได้คุณช่วยวันนั้น ป่านนี้ภัทรคงยังหาผู้ผลิตดีๆ ไม่ได้แถมคงต้องล้มเลิกไปแล้ว” &ldquo

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 13 เครือญาติเหล่าพันธุ์ 3

    ภัทรหลบมาตั้งต้นทำงานได้สักระยะ ก็เริ่มต้นปรับปรุงธุรกิจของตัวเอง หลังจากดีไซน์แรกที่ทดลองผลิตออกมาได้รับผลตอบรับดีเยี่ยม ภัทรจึงลองสู้อีกสักตั้ง เขาจะใช้เวลาตระเวนไปตามสถานที่ที่มีคนพลุ่กพล่าน พิจารณาแนวแฟชั่นแล้วเริ่มรวบรวมทีมดีไซเนอร์หน้าใหม่ไฟแรงมาช่วยกันระดมความคิด นำเสนอเสื้อผ้าแนวสตรีทแฟชั่นโดยมีกลุ่มเป้าหมายที่กลุ่มคนช่วงอายุสิบถึงสามสิบปี ดีไซน์เก๋ เนื้อผ้าและการตัดเย็บดี คล่องตัว เหมาะกับสภาพอากาศร้อนเมืองไทย และมิกซ์แอนด์แมซต์กับชุดอื่นได้ง่าย คู่แข่งของเขาคือยักษ์ใหญ่จากจีนและเกาหลี แต่เมื่อพบว่าดีไซน์เสื้อผ้าของเขาเริ่มถูกก๊อปปี้ ภัทรก็รู้แล้วว่ามาถูกทาง “เราคือ Original เราต้องเร่งขยายช่องทางการจำหน่ายและฐานลูกค้าให้เร็วเพื่ออุดช่องว่างนั้น” “หาสตอรี่ครับ” ภพตะวันช่วยออกความเห็น “การมีสตอรี่ความเป็นมาของสินค้านั้นๆ ลูกค้าจะร

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 13 เครือญาติเหล่าพันธุ์ 2

    ภัทรซึมเซา รอบตัวมีแบบเสื้อผ้าที่เขากับเพื่อนช่วยกันออกแบบและเอกสารดีลงานเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด เขาไม่มีปัญญาจ่ายค่าสั่งผลิตเสื้อผ้าล็อตแรกให้แก่ทางโรงงานตัดเย็บได้ ภัทรจึงจำเป็นต้องยอมเสียมัดจำจำนวนหกแสนไป นอกจากจะไม่เหลืออะไรแล้วยังติดหนี้อีกต่างหาก “ผิดไปจากที่ฉันว่ามั้ยล่ะ สุดท้ายแล้วแกมันก็พวกหยิบโหย่ง ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง” สุวิทย์ปรามาสเมื่อทราบข่าว ส่วนแจ่มจันทร์ไม่กล้าออกความเห็นเพราะกลัวลูกชายจะระเบิดโพล่งเรื่องที่ตนสั่งคนไปสาดน้ำกรด สุวิทย์เลี้ยงเมียน้อยไม่รู้กี่สิบคน แค่เมียน้อยคนสองคนปลีกตัวหายไป สุวิทย์ก็ไม่สนใจอยู่แล้ว เขาโยนเอกสารลงตรงหน้า เป็นรูปถ่ายดูตัวและโปรไฟล์ของแทนไท “ในเมื่อแกมันเกิดมาผิดเพศ ฉันก็ทำใจได้แล้ว แกจะเป็นเกย์วิปริตแ

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 13 เครือญาติเหล่าพันธุ์ 1

    บทที่ 13 เครือญาติเหล่าพันธุ์ “แน่ใจแล้วหรือว่าจะไม่เอาเรื่อง” “ครับ” ภพตะวันไปพบเขาที่สำนักงานใหญ่ “ผมปรามไปแล้ว คิดว่าทางนั้นน่าจะสงบเสงี่ยมสักพัก” แค่นึกถึงตอนที่คุณวารุณดึงตัวเขาหลบแล้วยกแขนขึ้นมากันน้ำกรดเอาไว้ ภพตะวันก็รู้สึกหายใจไม่ออก เอาแต่มองผ้าพันแผลที่แขนของเขา แววตาของภพตะวันจึงรู้สึกผิด ยืนก้มหน้านิ่งพลางพนมมือขอโทษ “ผมทำให้คุณเดือดร้อนอีกแล้ว ขออภัยเป็นอย่างสูงครับ” “ไม่เป็นไร พวกพยาบาลพันแผลให้ฉันซะเว่อร์เกินไป อีกอย่างฉันได้ข่าวว่ามีคนช่วยโกรธแทนฉันไปแล้ว”&nb

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status