LOGINหลังจากเรื่องวันนั้นแล้วภพตะวันก็นึกว่าป้าสะใภ้คงไม่กล้ามาแขวะอะไรเขากับแม่อีกแล้ว แต่หารู้ไม่ว่าป้าแจ่มจันทร์เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น เมื่อเจอหน้ากันก็เหมือนจะพยายามใช้คำพูดจิกกัดทุกวิถีทางหนักขึ้นกว่าเดิม ภพตะวันจึงเรียนรู้สัจธรรมอย่างหนึ่งว่านิสัยคนเราเปลี่ยนยากเหลือเกิน
“หน้าตาพอใช้ได้แบบนี้คงจะมีสาวติดเยอะแยะล่ะสิ ระวังนะ ถ้าพลาดทำสาวท้องขึ้นมาขายขี้หน้าแย่ เหมือนแม่แก เขาก็ท้องก่อนแต่งเหมือนกัน แต่ก็อย่างว่าบ้านเขากำลังถูกฟ้องล้มละลาย สาวที่ไหนเขาจะเอา ว่าไง มีแฟนแล้วยังล่ะ”
“เก็บคำถามนี้ไว้ให้คุณพ่อคุณแม่ของภพถามบ้างดีกว่าครับ ไว้ภพตัดสินใจมีแฟนเมื่อไหร่จะเรียนแจ้งให้คุณป้าทราบนะครับ”
ภพตะวันพูดยิ้มๆ ทีเล่นทีจริง แม่ก็แอบกระตุกแขนเสื้อปรามไว้ แต่คนจ้องจะเหยียดก็ไม่สนใจ เอาแต่ถามเรื่องส่วนตัวที่ไม่ควรถาม พอได้คำตอบแล้วก็วนกลับมาเหยียดไม่จบ ถามราคาเสื้อผ้ากระเป๋ารองเท้าที่เขากับแม่ใส่บ้างล่ะ ถามกระทั่งว่าถ้าพ่อกับแม่เขาจะหย่ากันเพื่อแบ่งสมบัติหนีหนี้ ภพตะวันจะว่าอะไรไหม
“ภาระหนี้ร่วม ต่อให้โอนทรัพย์สินเป็นของสามีหรือภรรยาคนใดคนหนึ่ง เจ้าหนี้ก็ตามยึดได้ และร้องเพิกถอนการโอนก็ยังได้นะครับ นิติกรรมอำพรางแบบนั้นไม่ควรทำหรอกครับคุณป้า ในเมื่อติดหนี้ก็ต้องต้องจ่ายนะครับ เอาเป็นว่าเรื่องของครอบครัวภพไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกครับ เปลี่ยนมาคุยเรื่องสนุกอื่นๆ มาคุยกันดีกว่า พี่ภัทรเป็นไงบ้างครับ สบายดีใช่มั้ยครับ”
“แน่นอน ลูกฉันใกล้จะเรียนจบจากอังกฤษแล้ว ว่าจะให้ทำงานหาประสบการณ์สักพักแล้วค่อยให้มาช่วยงานที่บริษัท แกคงจะอยากไปบ้างล่ะสิ แต่พ่อนุกับแม่สายพิณคงไม่มีปัญญาส่งแกเรียนหรอก จะได้เรียนต่อมหาลัยรึเปล่าก็ยังไม่รู้เลย”
ภพตะวันยิ้ม แรกๆ ฟังแล้วก็เสียใจนะ เก็บมาคิดมาก แต่ฟังบ่อยๆ เข้าก็เฉยแล้ว คนอย่างเขาถ้าไม่พอใจอะไรก็ด่ากลับอยู่แล้ว ชีวิตไม่ได้ต้องการความสงบสักเท่าไรหรอก ถ้าอยากสงบเดี๋ยวไปห้องสมุดหรือวัดเองนั่นแหละ ภพตะวันจึงรินน้ำส้มให้คุณป้าอย่างนอบน้อม ถามกลับไปสั้นๆ
“คุณป้าบอกภพแบบนี้มาสามปีแล้ว ตกลงพี่ภัทรจะกลับมาปีไหนกันแน่ครับ ภพคิดถึงพี่เขาจะแย่อยู่แล้ว เอ๊ะ หรือว่าพี่เขาจะไม่กลับไทยแล้ว”
ป้าชักสีหน้าแล้วก็เงียบ จากนั้นก็ขุดสารพัดเรื่องออกมาดูถูก ภพตะวันก็แอบแลบลิ้น แหม เขาแค่พูดแทงใจดำแค่นี้เดียวเอง ดิ้นพล่านจนกินอะไรไม่ลงเลยนะ ป้าแจ่มจันทร์ดูถูกเขาสารพัด หาว่าจะเป็นเด็กไม่มีเพื่อนคบบ้าง เรียนไปเดี๋ยวก็มีเมียบ้าง แต่ป้าไม่ดูลูกตัวเองเลยว่าเป็นอย่างที่ป้าพูดเป๊ะ และพี่เขาก็สบายดี มีเมียแล้วมันยังไงล่ะ ก็ไม่เห็นว่าพี่เขาจะเดือดร้อนอะไรด้วยเลย มีแต่คนอื่นคอยตามเดือดร้อน
“บ้านลุงดูถูกเราขนาดนี้ ทำไมเราถึงต้องไปงานรวมญาติทุกเดือนด้วยล่ะครับ”
“ลุงวิทย์เขาคอยช่วยเราอยู่ อะไรที่เราทำได้ เราก็ต้องทำ” พ่อดูออกว่าเขาไม่ชอบเลยที่ต้องเห็นพ่อแม่ต้องทนให้ญาติดูถูก แต่ชีวิตจริงมันยากและใช่ว่าจะอะไรได้ตามใจทุกอย่าง
“เพราะบ้านเราต้องพึ่งพิงบ้านคุณลุง พวกเขาก็เลยมีสิทธิ์จะพูดจากดขี่เราอย่างไรก็ได้งั้นหรือครับ”
“พ่อขอโทษนะลูก...”
“ต่อไปเมื่อภพโตขึ้น ภพจะยืนหยัดด้วยตัวเองให้ได้ครับ เมื่อเราพึ่งพิงตัวเองได้ ภพจะคืนเงินที่บ้านเราหยิบยืมเขามาให้หมด แบบนี้ก็จะไม่มีใครดูถูกเราอีก ดีมั้ยครับคุณพ่อ”
“สักวันหนูจะต้องทำได้แน่นอนลูก”
ภพตะวันเคยแอบดูงบการเงินของพ่อแล้ว พ่อรู้ก็ดุเขายกใหญ่ บอกว่าไม่ใช่เรื่องของเด็ก ภพตะวันจึงได้แต่ช่วยหาเงินเล็กๆ น้อยๆ เข้าบ้านอย่างขมีขมัน สะสมเงินไว้เรียนต่อ และหวังว่าจะช่วยรายจ่ายของที่บ้านได้สักนิด เพียงแต่ภพตะวันไม่นึกเลยว่าเงื่อนปมที่ผูกคอครอบครัวจะกระตุกรัดรวดเร็วถึงเพียงนี้
“หมายความว่าอย่างไรกัน แม้แต่ร้านขายของร้านสุดท้ายของเราก็จะถูกยึดไปด้วยงั้นหรือ แล้วเราจะเอาอะไรกิน พวกเขาโกงเราชัดๆ”
แม่ฟูมฟายในช่วงเช้าวันหนึ่ง ตั้งแต่ที่บ้านประสบปัญหา ภพตะวันย้ายออกจากโรงเรียนเอกชนมาเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน ภพตะวันก็ไม่มีปัญหาอะไร ที่ผ่านมาพ่อกับแม่แสดงออกว่าทุกอย่างโอเคมาตลอด ขอให้เขาตั้งใจเรียนอย่างเดียวไม่ต้องกังวล วันนี้เมื่อแม่ระเบิดอารมณ์ออกมาจึงทำให้ภพตะวันหน้าเผือดสี
“แม่ครับ... เกิดอะไรขึ้น”
“ภพ เรากำลังจะตาย ตายกันหมดนี่แหละ”
แม่พ่ายแพ้ ทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง สองมือปิดหน้าพลางสะอื้นตัวโยน แม่เคยเป็นสาวสวยคนแรกในชีวิตที่เขาชื่นชม แต่ความตึงเครียดที่รุมเร้ามาตลอดหลายปีทำให้แม่ซูบผอมลงไปมาก
“แม่ครับ ภพอยู่กับแม่ ภพจะช่วยพ่อกับแม่เองนะ” เขาก้มลงเก็บเอกสารที่เกลื่อนอยู่ตามพื้น พอจะอ่านเนื้อหา พ่อกลับดึงไปจากมือ
“ภพตะวัน ไปโรงเรียนเถอะนะลูก วันนี้มีสอบวัดคะแนนใช่ไหม ตั้งใจสอบนะลูก” พ่อเกรงว่าลูกชายจะไม่สบายใจจึงรีบบอกให้เขาไปโรงเรียน พ่อปิดประตูคุยกับแม่สองคน แต่ภพตะวันเลือกที่จะอยู่ เขาต้องการจะรู้ว่าพ่อกับแม่กำลังเผชิญอะไรอยู่
“พี่ชายของคุณทำแบบนี้กับเราได้ยังไง เขาก็เห็นว่าเรากำลังถูกฟ้องล้มละลาย”
“ผมจะไปคุยกับเขาเอง”
“เงินทุนก้อนสุดท้ายของเรา เขาเอาไปสั่งซื้อสินค้าแล้วเอาไปโดยไม่จ่ายค่าของให้ซัพพลายเออร์”
แม่ร้องไห้โฮ
“เขาใช้ชื่อเราซื้อของ ของในร้านทุกอย่าง พี่ชายคุณให้คนมาคัดของที่ยังขายได้ไปจนหมดแล้ว เรากำลังจะถูกซัพพลายเออร์ยื่นฟ้องข้อหาฉ้อโกง เรากำลังจะไม่เหลืออะไรเลย ไม่เหลือแม้แต่จานกินข้าว”
หัวใจของภพตะวันรู้สึกเจ็บปวดเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของแม่ และยิ่งเศร้าเมื่อพ่อบอกว่าไม่มีเงินสู้คดี ซึ่งมันจะต้องใช้เวลาหลายปีกว่าเรื่องทั้งหมดจะคลี่คลาย ภพตะวันจึงแอบไปหาลุงสุวิทย์เพื่อขอร้องให้คุณลุงจ่ายเงินที่ควรจะจ่ายให้ซัพพลายเออร์และจ่ายค่าสินค้าที่คุณลุงไปขนมาจากร้าน เขากดกริ่งที่หน้ารั้วประตูบ้านหลังใหญ่โตของคุณลุง แล้วภพตะวันก็พบว่าเขาช่างไร้เดียงสาต่อโลกเกินไป
“ไปให้พ้น”
เสียงดังออกมาจากอินเตอร์คอมที่ประตูหน้ารั้ว ภพตะวันจำได้ว่าเป็นเสียงของป้าแจ่มจันทร์ “บ้านเขามันหมดตัวแล้ว ที่นี่ไม่มีเงินให้ยืม ไปให้พ้นแล้วอย่ามาที่นี่อีก”
“คุณป้า ขอให้ภพได้คุยกับคุณลุงวิทย์เถอะนะครับ ตอนนี้พ่อกับแม่ภพกำลัง...”
สัญญาณเสียงตัดพรึ่บ ภพตะวันยืนงงอยู่ตรงนั้น ในใจรู้สึกว่าประตูนรกกำลังเปิดออกช้าๆ ซึ่งคราวนี้แม้แต่เด็กอย่างเขา ญาติพี่น้องก็ปิดประตูใส่หมด เขากลายเป็นคนไร้ญาติไปเสียอย่างนั้น แต่เอาเถอะ... ที่ผ่านมาก็ใช่ว่าจะเป็นญาติที่ดีต่อกันสักเท่าไร ภพตะวันพยายามโทรหาคุณลุงอีกครั้ง ก่อนที่จะมียามรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านหรูขับรถกอล์ฟมาจอด สีหน้าของพวกเขาดูลำบากใจเพราะเมื่อก่อนครอบครัวของภพตะวันเองก็เคยอยู่ที่บ้านสวยๆ หลังใหญ่โตนี้เช่นกัน
“เจ้าของบ้านแจ้งว่าคุณภพมาก่อกวน รบกวนกลับออกไปกับผมด้วยครับ”
“ทราบแล้วครับ”
ภพตะวันหันมองบ้านที่เคยเป็นของครอบครัวเป็นครั้งสุดท้าย บ้านแสนสวยที่พวกเขาพรากมันไป ยามรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านพาเขามาส่งที่ริมถนนใหญ่ เขายืนนิ่งอยู่หน้าหมู่บ้านหรูนานเท่าไรไม่แน่ใจ ก่อนจะตัดสินใจไปทำหน้าที่ของตัวเอง สิ่งที่เขาทำได้ตอนนี้คือสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ให้ได้แล้วมองหางานส่งตัวเองเรียน
“ลูกชายครับคุณพ่อคุณแม่” หลายเดือนถัดมา ทายาทตระกูลเฟรเซอร์จากกระบวนการอุ้มบุญถูกกฎหมายก็ถือกำเนิด หมอทำคลอดเฉลยเพศของเจ้าหนูในวันคลอดเลย หมออุ้มเจ้าตัวนุ่มแสนงดงามให้ทั้งคู่ได้ชื่นชม โดยเฉพาะเจ้าจำปีเล็กๆ น่ารัก วารุณติดตามเข้ามาจับมือเขาไว้ด้วยถึงกับน้ำตาคลอเบ้า จูบหน้าผากภพตะวันซึ่งหัวเราะดีใจเช่นกัน เขาพร่ำขอบคุณญาติของภพตะวันที่รับอาสาอุ้มบุญให้ แล้วติดตามไปดูลูกด้วยกันอย่างตื่นเต้น ครอบครัวเฟรเซอร์ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นแล้ว “อรุณสวัสดิ์จ้าคุณพ่อ” เมื่อภพตะวันตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เห็นวารุณอุ้มลูกในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ร้องเพลงเห่กล่อมพลางโยกตัวเบาๆ ก่อนจะเล
ภพตะวันยังคงทำงานต่อไปตามที่ตั้งใจไว้ เขารู้เรื่องการประเมินความแข็งแกร่งและอ่อนแอของงบการเงินหรือโครงการธุรกิจใดๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ดีมาก และเขาลงรายละเอียดไว้ว่าตลาดจะกลับมาอยู่ในช่วงกระทิงได้ถูกจังหวะ “ระวังเจอหุ้นงามเมื่อเงินหมดนะครับ” ภพตะวันให้คำเตือนไว้สั้นๆ เพื่อเบรกวารุณไม่ให้ทุ่มเงินเข้าตลาด เขาอธิบายไว้ว่าเมื่อหุ้นจำนวนมากมีราคาต่ำกว่าพื้นฐาน เพราะมีกำไรในกระแสเงินสดไม่พอ ดังนั้นสถาบันการเงินที่มีกระแสเงินสดแข็งจึงมีกำไรต่อหุ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ย เงินจะไหลเข้ามาลงทุนมากขึ้น และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงตามที่เขาคาด และเมื่อภพตะวันคาดการณ์ว่าตลาดจะเข้าสู่ภาวะหมี ซึ่งก็ถูกอีก&n
เดือนถัดมา... ภพตะวันและวารุณประกาศแต่งงาน วันที่ทั้งคู่แต่งงานกันเป็นวันที่แวดวงผู้มีอันจะกินต่างโจษจัน ลือกันไปต่างๆ นานาว่าท่าน CEO วารุณวางเงินสินสอดมากถึงหนึ่งพันล้านบาทเพื่อสู่ขอสามีคนนี้ ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ใครบอกได้ว่าจริงหรือไม่จริง เพราะภพตะวันเลือกที่จะจัดพิธีแบบไทย หมั้นเช้าแต่งเย็น รูปแบบงานเรียบง่ายและเชิญคนรู้จักและผู้ที่ทั้งหลายเคารพนับถือไม่กี่คนมาร่วมเป็นสักขีพยาน ตั้งแต่นั้นมารูปถ่ายครอบครัวที่เคยมีแต่พ่อแม่และเขา วันนี้จึงมีรูปคู่บ่าวสาวใส่กรอบวางเพิ่มเติม และยังมีพื้นที่อีกเหลือเฟือสำหรับสมาชิกใหม่ในอนาคต “ช่วงนี้ฉันหลับคามือหนูทุกวันเลย” “มือที่ไหน หนูใช้เท้าเหยียบหลังให้เตงต่างหาก ต้องบอกว่าหลับคาเท้าสิครับ”
ภัทรบินกลับมาเมืองไทยเมื่อทราบข่าวธุรกิจของพ่อ ในเวลานี้สุวิทย์กับแจ่มจันทร์ในฐานะคู่สมรสต้องเดินทางขึ้นโรงขึ้นศาลจนเหนื่อย ทรัพย์สินเงินทองที่มีหายวับไปจากมือโดยที่ทำอะไรไม่ได้ เพื่อนฝูงที่เคยมีต่างหันหลังให้ไม่ก็เหยียดหยามกันต่อหน้า สุวิทย์ขุ่นแค้นใจทุกวัน แต่เมื่อเห็นหน้าลูกชายแล้ว สุวิทย์ก็เริ่มปลงตก “กลับมาแล้วหรือลูก แล้วนั่นพาใครมาด้วยล่ะ” “แฟนของภัทรครับ ชื่อคุณฉัตรชนก เขาเป็นหัวหน้าเชฟอยู่ที่เดอะแอตลาส ตอนนี้กำลัง...” “เหอะ หาดีได้แค่นี้เองเหรอ หน้าอย่างกับโจร” แจ่มจันทร์พูดขัดจังหวะพลางมองเหยียด ฉัตรชนกกำลังจะยกมือไหว้ก็เลยหน้าเจื่อนไป ภัทรจึงเข้าไปคุยกับแม่ตรงๆ ว่าเขาไม่ชอบที่แม่พูดแบบนี้ และขอให้แม่ให้เกียรติคนที่เขารักด้วย แจ่มจั
“ภพรักเตง ภพมีความสุขเวลาที่เตงกอดภพแน่นๆ” “งั้นเรา...” “ไม่ได้ครับ ภพตัวเหม็น” “อาบน้ำกันเถอะ ฉันจะช่วยอาบให้” วารุณถอดเสื้อผ้าเหวี่ยงทิ้งไป แล้วจูงมือเขาไปยืนใต้เรนชาวเวอร์ บรรจงสระผมให้และฟอกสบู่จนหอมลื่นเต็มไปด้วยฟองทั้งตัวจากนั้นก็แช่น้ำอุ่น วารุณเอนหลังพิงขอบสระ ส่วนภพตะวันนั่งหลังพิงอกเขา เหยียดขาจนสุดพลางถอนหายใจยาวด้วยความปลอดโปร่ง ภพตะวันหลับตาพริ้ม ต้องขอบคุณคุณวารุณที่สอนให้รู้จักวิธีป
บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน กี่โมงแล้ว... ภพตะวันลืมตาพรึ่บเหมือนมีใครกดสวิตซ์ ก่อนจะค่อยๆ กระเด้งตัวขึ้นนั่งในสภาพเผ้าผมยุ่งเหยิงมีคราบวิปครีมเหนียวๆ และยังมึนๆ อยู่ว่ากลับมาที่ห้องของตัวเองตั้งแต่เมื่อไร แล้วเมื่อวานไปทำอะไรที่ไหนมา อ่อ ฮ่องกง แล้ววันนี้วันอะไร มีงานอะไรทำค้างอยู่แต่นึกไม่ออก บนโต๊ะหัวเตียงมีช่อกุหลาบวางอยู่ ใครเอามาวางไว้... ภพตะวันเคาะศีรษะตัวเองไล่มึนแล้วพุ่งเข้าไปกอดชักโครก อาเจียนจนขมปากขมคอ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทภูมิฐานจะเคาะประตูห้องแล้วเดินเข้ามา “วันนี้นอนพักดีกว่านะ หนูมีไข้นิดหน่อย ฉันเช็ดตัวให้รอบนึงแ
บทที่ 12 ทำร้าย แจ่มจันทร์ใช้การช้อปปิ้งแก้เครียด และแสดงให้คนอื่นๆ เห็นว่าตนเองมีความสุข แต่ก็มีข่าวลือหนาหูว่าสามีของตนไปติดพันพนักงานสาวที่ทำงานของเพื่
“จูบแรกรึเปล่า ถ้าใช่ก็ขอโทษด้วย” “คุณวารุณก็ด้วยหรือครับ” “ทำไมถึงถามแ
บทที่ 11 หักห้ามใจ หลังจากขึ้นตำแหน่งเป็นรองผู้จัดการโรงแรม ช่วงแรกภพตะวันทำตัวเป็นเผด็จการซึ่งล้วนก่อข้อกังขา นั่นคือเขาให้ฝึกอบรมพนักงานแบบนับหนึ่งใหม่อ
แทนไทไม่ปิดบังความรู้สึกเลยแม้แต่น้อยว่าสนใจภพตะวัน สิ่งแรกที่เขาทำคือสั่งให้โอนย้ายงานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเดอะแอตลาสให้มาอยู่ในความรับผิดชอบของตนเอง แทนไทจึงมีโอกาสแวะเวียนมาที่เดอะแอตลาสบ่อยๆ เขาตื่นเต้นและออกอาการชัดเจนทุกครั้งที่พบหน้าภพตะวัน&nbs







