Share

สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง
สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง
Penulis: กัญฉัตร

บทนำ 上

last update Tanggal publikasi: 2026-04-08 13:14:12

บทนำ

            ตั้งแต่เด็ก นางมักถูกท่านอาจารย์ชมว่านางมีความจำที่ดีและแม่นยำกว่าผู้อื่น

            ภาพวาด โครงกลอน เดินหมาก ดีดพิณ นางล้วนร่ำเรียนได้ไกลกว่าสตรีคนอื่นในวัยเดียวกัน ภายหลังจึงมีเวลาว่างศึกษาความรู้แขนงวิชาอื่นเพิ่มเติม

               เนื่องจากมารดาลาจากโลกใบนี้ไปตั้งแต่นางอายุเพียงหกเดือน ผู้ที่เลี้ยงดูนางมาจึงเป็นนางกำนัล เสด็จพ่อและเสด็จพี่ทั้งหลาย

               วันนี้อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าโปร่งถูกเกลี่ยด้วยกลีบเมฆสีขาวที่เคลื่อนคล้อยไปมา

               ฤดูใบไม้ผลิอากาศเย็นสบาย บุปผาในอุทยานจึงผลิบานชูช่อ กลิ่นหอมหวานละมุนเคล้ากับกลิ่นของน้ำชาที่ส่งควันขาวลอยฟุ้ง

               ร่างอวบของเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบนั่งอยู่ในศาลาใหญ่อย่างสงบ แก้มป่องเปล่งปลั่งสองข้างมีเลือดฝาดซับสีชมพู ดวงตาเรียวที่ถูกบีบอัดจากแก้มตุ่ยชื่นชมความงามของมวลดอกไม้ที่มีผีเสื้อดมดอม แม้จะเป็นเด็กอายุน้อย ทว่านางเติบโตมาพร้อมกับพี่ที่อายุมากกว่า ทำให้นางคิด และวางตัวเป็นนำหน้าอายุที่แท้จริงไปพอสมควร

               “อี้หลาน”

               เสียงหวานเล็กเอ่ยเรียกคนที่ยืนอยู่ข้างกาย

               “เพคะ องค์หญิง”

               กู่หลันอิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ ชุดที่สวมใสเป็นสีชมพูอ่อนสดใส ตัดกับผืนหญ้าเขียวขจีด้านนอกศาลา “การเข้าเฝ้าของคณะทูตเสร็จแล้วหรือยัง”

               “ทูลองค์หญิง ก่อนหน้าจะเสด็จมาที่อุทยาน ทหารได้มารายงานว่าคณะทูตได้ออกจากท้องพระโรงแล้วเพคะ”

               หญิงสาวกะพริบตาครั้งหนึ่ง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนประหนึ่งว่าเป็นสีทองยามอยู่ในที่แจ้งฉายแววเบื่อหน่าย “ข้าอยู่ที่นี่ได้กี่ชั่วยามแล้ว”

               “เกือบสองชั่วยามแล้วเพคะ” อี้หลานตอบอย่างนอบน้อม

               กู่หลันอิงพยักหน้าน้อยๆ มิน่านางถึงได้รู้สึกอยากดีดพิณ

               นางมักจะฝึกดีดพิณในเวลาเดิมทุกวัน เพราะมันมักจะตรงกับช่วงเวลาที่เหล่าพี่ชายเดินทางกลับมาจากค่ายทหารพอดี

               เด็กหญิงคิดพลางปรายตาไปยังภูเขาจำลองหินทางด้านหลัง ถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง “เรากลับกันเถิด”

               นางกำนัลคนสนิทถึงกับหน้าเสีย “จะไม่รอแล้วหรือเพคะ” 

               “หากไม่ใช่คนรักษาเวลา ข้าก็ไม่จำเป็นต้องรอ” กู่หลันอิงไม่เพียงพูดเปล่า ร่างอ้วนป้อมหยัดกายลุกขึ้นจากเก้าอี้

               อีกฝ่ายรู้ทั้งรู้ว่าวันนี้เป็นวันนัดหมายพบกันครั้งแรกในฐานะคู่หมั้น แต่เขากลับเจตนามาช้าโดยไม่ส่งคนมาแจงสาเหตุ

               ในเมื่อไม่ให้เกียรติกันแบบนี้ แล้วนางจะอยู่รอต่อไปให้เสียเวลาทำไม?

               กู่หลันอิงไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำสอง อี้หลานก็ค้อมศีรษะรับทันที “ข้าน้อยทราบแล้วเพคะ”

               องค์หญิงหนึ่งเดียวในพระราชวังเปรียบเสมือนไข่มุกล้ำค่าของแว่นแคว้น การที่แคว้นลี่ไม่ให้เกียรติผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของที่นี่ พวกนางเองก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลารออีกต่อไปเช่นกัน

               เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบก้าวเดินอย่างเชื่องช้าโดยมีนางกำนัลสี่คนเดินตามหลัง อี้หลานกางร่มยืนอยู่ใกล้ๆ จนกระทั่งพวกนางล่วงผ่านเขตภูเขาหินจำลอง

               “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

               เสียงแหลมที่แสดงให้รู้ว่าผู้พูดยังไม่เติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ดึงดูดทุกสายตาให้หันไปมองโดยพร้อมเพรียงกัน

ผู้มาใหม่แต่งกายด้วยชุดที่แตกต่างจากพวกนางโดยสิ้นเชิง

               เนื่องจากยังเป็นเด็กชาย อีกฝ่ายจึงไม่มีกลิ่นอายองอาจของบุรุษให้เห็น ทว่าผิวพรรณหน้าตา จัดเป็นองค์ประกอบที่ลงตัวก็รับรองว่าเขาย่อมเติบโตเป็นชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง

               กู่หลันอิงมองเลยไปยังนายทหารแต่งกายแปลกตาที่ยืนถัดออกไป คาดคะเนจากอายุของเด็กชายและจำนวนทหารที่ติดตาม คาดว่าคนผู้นี้คือคู่หมั้นของนางไม่ผิดแน่

               “หม่อมฉันกู่หลันอิง ถวายบังคมองค์ชายเพคะ” แม้ร่างกายจะอ้วนกลม ทว่านางกลับสามารถถอนสายบัวได้อย่างงดงามอ่อนช้อย ไร้ที่ติ

               ฟ่านอู๋เฉียวยกมือเท้าสะเอว จ้องหน้านางเขม็ง “หึ! เจ้าน่ะหรือองค์หญิงแห่งแคว้นเว่ย”

               คำพูดทักทายที่ไร้มารยาท ส่งผลให้เด็กหญิงผู้อายุน้อยกว่ามองเขานิ่ง

            

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   บทส่งท้าย 3

    คนฟังพลันหัวใจเต้นแรง ดวงตาสีน้ำเงินเข้มมีเปลวเพลิงร้อนแรงจุดอยู่“เจ้าจะบอกว่า... เจ้ารู้ตัวว่ารักข้าเพราะจูบนั่น?” คนถูกถามเบือนหน้าหนี ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงลำคอ ผิดด้วยหรือที่นางจะรู้ตัวว่ารักเขาตอนที่จุมพิตครั้งแรกอาตงช่างเป็นบุรุษที่ไม่ละเอียดอ่อนเอาเสียเลย! “เช่นนั้น ฮองเฮาของข้าก็เตรียมใจไว้ให้ดีเถิด” ฟ่านเหว่ยตงคลี่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงตัวสวย เลื่อนเอี๊ยมตัวบางออกจากเรือนร่างขาวผ่อง “ข้าจะทำให้เจ้าหลงรักข้าทุกวัน” เขาก้มลงจุมพิตลงบนกลีบปากสวย ฉวยโอกาสที่นางอ้าปากหายใจเข้าไปตักตวงอย่างลึกล้ำ หอมหวานและร้อนแรง “เจ้าโกรธไหมที่ข้ารู้ตัวช้า” กู่หลันอิงถามเมื่อเขาเว้นช่วงให้นางได้พักหายใจ สีหน้ามีเค้าความไม่สบายใจอยู่หลายส่วน “เด็กโง่ คนซื่อบื้ออย่างเจ้าก็ยอมรับว่ารักข้าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ข้าจะกล้าโกรธเจ้าได้อย่างไร” “ข้าไม่ได้ซื่อบื้อ” นางย่นคิ้ว “ใต้หล้าแห่งนี้มีแค่เจ้าคนเดียวที่บอกว่าข้าซื่อบื้อ” “ก็เจ้าซื่อบื้อจริงๆ นี่” กู่หลันอิงเชิดใบหน้างาม นางรึก็อ

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   บทส่งท้าย 2

    เพราะก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญกับการแพทย์ ผู้คนจึงพากันหันไปทำอาชีพอื่น แต่ครั้นกู่หลันอิงรับการดูแลและส่งเสริมทางด้านนี้อย่างเต็มกำลัง จำนวนผู้คนที่ล้มป่วยของทั้งแคว้นเว่ยและแคว้นลี่ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โรงหมอถูกเปิดเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับสำนักแพทย์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องราษฎรต่างทำมาหากินและใช้ชีวิตอย่างเป็นสุข ไพร่ฟ้าตื่นมาด้วยเสียงหัวเราะและหลับไปพร้อมกับรอยยิ้มบัดนี้แคว้นเว่ยและแคว้นลี่ล้วนแข็งแกร่ง ความสัมพันธ์นับวันยิ่งแน่นแฟ้น เติบโตทั้งทางด้านกำลังทรัพย์และกำลังคน กลายเป็นแคว้นมหาอำนาจที่น่าเกรงขามหญิงสาวคิดพลางยกยิ้มน้อยๆ ทุกวันนี้ทั้งนางและสามีต่างแข่งกันทำงาน จนพี่สี่ซึ่งเวลานี้ทำหน้าที่เป็นทูตแลกเปลี่ยนเริ่มบ่น‘เพราะถ้าเจ้านายทำงานหนัก ลูกน้องก็ต้องพลอยขยันทำงานหนักตามเจ้านายไปด้วย’เรื่องนี้จะโทษนางก็ไม่ได้... ในเมื่อยามเด็กพวกพี่ชายต่างเขี่ยวเข็ญให้นางรีบสร้างผลงาน มิเช่นนั้นจะไม่สามารถแต่งงานกับคู่หมั้นของตนเอง“เสด็จแม่ๆ ” เจ้าของเสียงเล็กกระตุกชายแขนเสื้อนางอย่างเรียกร้องความสนใจ“ว่าอย่างไร มู่เอ๋อร์” นางถามพลางหอมแก้มนุ่มยุ้ยอย่างรักใคร่“เสด็จแม่ทรงร

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   บทส่งท้าย 1

    บทส่งท้าย หลายปีต่อมา...“เสด็จพ่อ” เสียงเล็กที่ร้องเรียกจากด้านหลัง ส่งผลให้ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าในชุดมังกรทองห้าเล็บละสายตาจากคู่สนทนาไปมองผู้มาใหม่ แววตาพลันอ่อนโยนขึ้นอีกหลายส่วน “อามู่” ฟ่านเหว่ยตงเรียกบุตรชายวัยสามขวบที่เดินมาหาเขาถึงห้องอักษร สีหน้าของคนตัวเล็กตุ้ยนุ้ยมุ่งมั่นจริงจัง ชวนให้นึกถึงใบหน้าของผู้เป็นภรรยาในวันเด็ก “อามู่โตขึ้นเพียงนี้เชียวหรือ” หยวนเซ่าถามพลางยกมือลูบเคราที่ไว้ยาวเพื่อให้ดูภูมิฐานตามอายุที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ฮ่องเต้หนุ่มใช้พระหัตถ์ช้อนพระโอรสขึ้นมานั่งบนพระเพลาแกร่ง ฟ่านเหว่ยตงเพิ่งขึ้นครองราชย์เมื่อสามปีก่อน หลังจากฮ่องเต้องค์ก่อนซึ่งเป็นพระเชษฐาเสด็จสวรรคต ช่วงเวลาดังกล่าวมีเสียงคัดค้านมากมาย พวกเขาคาดหวังให้ผู้สืบทอดราชบัลลังก์เป็นทายาททางตรงซึ่งสืบทอดจากสายเลือดของฮ่องเต้พระองค์ก่อน บ้างก็สนับสนุนองค์ชายใหญ่ บ้างก็สนับสนุนองค์ชายรอง ทว่าในราชโองการได้ระบุเอาไว้ชัดเจนว่า ผู้ที่ต้องขึ้นครองราชย์คือฟ่านเหว่ยตงแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น สาเหตุก็เพราะบุรุษ

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   หนึ่งเดียว 6

    กู่หลันอิงยกมือขึ้นมาแตะปิ่นปักผมที่อาตงเสียบให้เองกับมือ ใบหน้าเห่อแดงขึ้นน้อยๆ “ข้า... ข้าไม่มีของขวัญให้เจ้าหรอก”“หืม?” ทวนถามเสร็จก็เผยสีหน้าผิดหวัง “ข้าเดินทางทั้งวันทั้งคืนโดยไม่ได้หลับเพื่อมามอบของขวัญให้เจ้า แต่เจ้าอยู่ที่นี่อย่างสุขสบายกลับไม่มีของขวัญให้ข้าเลยสักชิ้นเชียวหรือ”“เพราะข้าไม่รู้ว่าเจ้าจะมา จึงไม่ได้เตรียมของขวัญไว้ให้” นางตอบอ้อมแอ้มด้วยสีหน้ารู้สึกผิดคราวนี้ถือว่านางผิดเต็มๆผู้ที่ดีใจกับการได้พบหน้าก้มหน้ามองพื้นหงอยๆ “คะ...คราวหน้า ข้าจะชดเชยให้เจ้านะ”ฟ่านเหว่ยตงถอนหายใจ “ข้าไม่รอคราวหน้าแล้ว”กู่หลันอิงก้มหน้าต่ำกว่าเดิมจนเห็นปลายเท้าของบุรุษเบื้องหน้า “แล้วเจ้าอยากได้อะไรหรือ หากไม่เหลือกว่าแรง ข้าจะจัดการให้เจ้าเอง”มุมปากของผู้ที่แสร้งน้อยใจกระตุกขึ้นนิดๆ อาศัยจังหวะที่องค์หญิงน้อยมิทันตั้งตัว ยื่นมือไปรั้งคางมนให้เชยขึ้น แล้วประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากมนของนางหญิงสาวร่างแข็งค้างประหนึ่งเป็นก้อนหิน ความแดงจากหน้าลามสู่ใบหู “จะ...เจ้า...”“ถือว่าเป็นของขวัญของเกิดของข้าก็แล้วกัน” ฟ่านเหว่ยตงยิ้มร่าเริง นัยน์ตาสีประหลาดพราวระยิบระยับ “ข้าต้องไปแล้ว”ผู้ท

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   หนึ่งเดียว 5

    “ได้อย่างไรกัน เมื่อครู่นี้ข้ายังเห็นท่านคุยกับนางอยู่เลย!”“ก็นางไม่อยู่แล้ว”“เอ่ะ! ท่านนี่!” ผู้ที่โดนขัดยังคงมิยินยอม“น้องรองกับร้องสี่อยู่ที่ไหนเสียเล่า”“เสด็จพ่อเรียกไปคุยด้วยเป็นการส่วนตัว พี่ใหญ่ ตกลงอิงอิงอยู่ที่ใดกันแน่”“ดีแล้วๆ” ผู้เป็นพี่ชายสีหน้าเรียบเฉย เสมือนคำเร่งเร้าของกู่ฉินเป็นเพียงสายลมไร้ตัวตนที่พัดผ่านไปเฉยๆบุตรสาวแม่ทัพใหญ่มองสามีกับน้องชายของเขาที่อายุมากแล้วยังพูดคุยกันเหมือนเด็กนับว่ายังโชคดีที่บริเวณนี้ไม่มีใครกล้าเข้ามารบกวน มิเช่นนั้นแคว้นเว่ยคงขายหน้าเป็นแน่“เจ้ามาก็ดีแล้ว มาช่วยข้ารับแขก” กู่ฉินมัดมือชกคนอายุน้อยกว่า“แต่ข้า...”พี่ชายคนโตไม่สนใจน้ำเสียงทักท้วงของกู่ฉิน ครั้นเห็นคนที่ใบหน้าคุ้นตาก็รีบเอ่ยปากร้องทัก “อา... ท่านอำมาตย์อยู่นี่เอง องค์ชายสามกำลังอยากปรึกษาเรื่องชลประทานกับท่านอยู่พอดี”งานเลี้ยงฉลองวันเกิดดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยที่น้อยคนนักจะรู้ว่าผู้ที่เป็นคนจัดงานเลี้ยงในวันนี้คือผู้เป็นเจ้าของวันเกิดนั่นเองทางด้านหนึ่ง เหล่าองค์ชายกำลังช่วยรับหน้าอาคันตุกะผู้มาเยือน อีกด้านหนึ่งอี้หลานก็นำทางกู่หลันอิงมายังห้องเล็กซึ่งมีตั่งยาว เก

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   หนึ่งเดียว 4

    หลายทิวาราตรีผ่านพ้น เวลาจากวันทบรวมกันกลายเป็นเดือน ก่อนหน้านี้มีเสียงเล่าลือกันหนาดูว่าความสัมพันธ์ของสองแว่นแคว้นเกิดความร้าวฉาน แม้ทางแคว้นลี่จะให้เหตุผลว่าองค์หญิงทรงประชวรจึงไม่ได้มาร่วมงานขององค์รัชทายาทดังปีที่ผ่านมา ทว่าผู้คนต่างก็เอาไปผูกรวมกับเรื่องเหตุการณ์ลอบสังหารที่เกิดขึ้นที่แดนใต้ บ้างก็ว่าองค์หญิงทรงขี้ขลาดตาขาว บ้างก็ว่าองค์รัชทายาททรงดูแลพระคู่หมั้นได้ไม่ดีพอ บ้างก็ว่าองค์หญิงทรงเสียโฉมจากเหตุการณ์ลอบสังหารดังกล่าว เนื่องจากเสด็จกลับแคว้นลี่ก็ไม่มีข่าวคราวว่าทรงเสด็จออกนอกวังเลยสักครั้ง แม้จะไม่มีผู้ใดกล่าวออกมาอย่างออกนอกหน้า แต่บุตรสาวของตระกูลขุนนางในแคว้นลี่คาดหวังจะให้สัญญาการหมั้นหมายระหว่างองค์รัชทายาทกับองค์หญิงกู่หลันอิงถูกยกเลิก พวกนางกระหายอยากได้อำนาจ อยากรับตำแหน่งมารดาของแผ่นดิน ทั้งเพื่อขยายอิทธิพลให้กับวงศ์ตระกูลและตนเอง รวมถึงได้เป็นฮูหยินชายาของว่าที่พญามังกรผู้เพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและความสามารถในอนาคต ทว่าต่อให้มีเสียงโต้แย้งร้องขอจากขุนนางมากเพียงใด ฟ่านเหว่ยตงกลั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status