Masuk
"ชาวราศีมีนคือธาตุน้ำที่สถิตอยู่ในเรือนวินาศของดวงโลก.."
คำทำนายที่หลุดออกมาจากปากร่างทรงตรงหน้า ทำให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ถึงกับลอบถอนหายใจ "และความวินาศที่ว่ามันกำลังคืบคลานเข้ามาหาหนู" "มันเกี่ยวอะไรกับวันตกฟากของฉันคะ?" วาดเดือนย้อนถามเสียงเรียบ เธอไม่ใช่คนงมงายและไม่เคยเชื่อเรื่องดวงชะตา แต่เหตุการณ์เลวร้ายที่รุมเร้าในช่วงนี้ ทำให้เธอจำต้องพาตัวเองมานั่งอยู่ต่อหน้าคนทรงอย่างเลี่ยงไม่ได้ "ถ้าไม่เชื่อจะมาที่นี่ทำไม! ดวงของหนูมันแรงจนกินคนในครอบครัว... เสียน้องชายไปแล้วคนหนึ่งไม่ใช่หรือไง" ใบหน้าหวานถอดสีทันที "คุณรู้ได้ยังไง..." เมื่อเดือนก่อน เธอเพิ่งสูญเสียน้องชายไปจากอุบัติเหตุ และหลังจากนั้นเป็นต้นมา เธอก็มักจะฝันเห็นเงาดำทะมึนตามหลอกหลอนอยู่รอบตัวเสมอ จนกระทั่งมีคนแนะนำให้มาที่สำนักนี้ "อย่าเพิ่งรีบเชื่อตอนนี้เลยรอให้เสียพ่อไปก่อนแล้วค่อยกลับมาหาฉัน" "นี่คุณ! มันจะมากไปแล้วนะ!" วาดเดือนลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธจัด ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจากสำนักไปโดยไม่คิดจะหันหลังกลับมามอง แต่ทว่าเพียงสามวันให้หลัง.. "พ่อคะ! ฮือออ พ่อ!" เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจดังระงมไปทั่วบ้านร่างบางทรุดลงกอดร่างที่ไร้วิญญาณของผู้เป็นพ่อไว้แน่น ท่านจากไปอย่างสงบด้วยอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าไหลตาย ในงานศพที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า วาดเดือนนั่งเหม่อลอยอยู่หน้าหีบศพ คำพูดของร่างทรงคนนั้นดังก้องอยู่ในหัวไม่หยุดหย่อน พ่อของเธอแข็งแรงมากและเป็นเสาหลักของบ้าน ไม่มีวี่แววเลยว่าท่านจะจากไปเร็วขนาดนี้ ดวงตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้เหลือบมองคนในครอบครัวที่เหลืออยู่ทั้งแม่ น้องสาว พี่สาว และพี่เขย ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจ หรือว่ารายต่อไปจะเป็นคนใดคนหนึ่งในนี้ หลายวันต่อมา.. หลังเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนา วาดเดือนตัดสินใจกลับมาที่สำนักคนทรงอีกครั้งด้วยใบหน้าหมองเศร้า "มีวิธีไหนที่จะแก้เคล็ดได้บ้างคะ" "ภายในเร็ววันนี้ หนูต้องทำลายพรหมจรรย์ของตัวเอง... และต้องทำให้เสร็จสิ้นก่อนจะถึงวันเกิด" "อะไรนะคะ!" หญิงสาวอุทานด้วยความตกใจ "แต่ไม่ใช่ว่าจะไปนอนกับใครก็ได้ ผู้ชายคนนั้นต้องเป็นคนที่มีดวงแข็งมากพอจะต้านทานดวงของหนูได้" ชายหนุ่มที่ร่างทรงหมายตาไว้คืออาทิตย์ เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เขาเป็นเจ้าของที่ดินผืนงามซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักแห่งนี้ และเมื่อไม่กี่วันก่อน อาทิตย์เพิ่งส่งคนมาสั่งรื้อถอนเพื่อสร้างอาคารพาณิชย์ แต่ทำเลนี้เป็นชัยภูมิที่ส่งเสริมบารมีของพ่อหมอโชติอย่างมาก เขาจึงไม่ยอมย้ายไปไหนง่ายๆ เมื่อเจรจาขอซื้อที่ดินไม่สำเร็จ พ่อหมอเจ้าเล่ห์จึงคิดใช้แผนสกปรก โดยการใช้ดวงอัปรีย์มรณะของวาดเดือนไปขัดขวางดวงชะตาที่กำลังรุ่งโรจน์ของอาทิตย์ เพื่อบั่นทอนให้เขาเสื่อมถอย หรืออาจถึงขั้นสิ้นอายุขัยเมื่อเขารับความบริสุทธิ์จากหญิงสาวคนนี้ไป วันต่อมา.. "ฉันจะลองคุยกับลูกชายดูอีกทีนะพ่อหมอ" นางอรชรแม่ของอาทิตย์เอ่ยขึ้นด้วยความกังวล "ขอบคุณเจ้ามากที่มีน้ำใจ แต่ดวงลูกชายเจ้ากำลังอยู่ในช่วงวิกฤต จำเป็นต้องมีนารีอุปถัมภ์คอยค้ำจุน" นางอรชรเป็นคนเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติเข้าขั้นงมงาย และที่พ่อหมอโชติยังตั้งสำนักอยู่ตรงนี้ได้ ก็เพราะบารมีของนางคอยคุ้มครองนั่นเอง ในเวลาเดียวกัน ณ สำนักงานใหญ่ตระกูลอัครเดช "คุณอาทิตย์ครับ โครงการใหม่เราเริ่มงานไม่ได้เลย ถ้าหมอผีคนนั้นยังไม่ยอมย้ายออกไป" นักรบ มือขวาคนสนิทรายงานเครียด "บอกดีๆ แล้วไม่ฟัง ก็ส่งคนของเราไปจัดการคืนพื้นที่มา" อาทิตย์เอ่ยเสียงเย็นชา "ถ้าคุยไม่รู้เรื่องก็เผาทิ้งซะ" อาทิตย์ ทายาทรุ่นที่ 3 ผู้รับช่วงต่อธุรกิจจากบิดามาเกือบสองปี เขาเป็นหนุ่มหล่อที่ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและเลือดเย็น กิจการในมือเขาเติบโตอย่างมหาศาลเพราะเขาไม่เคยไว้หน้าใคร.. ยกเว้นเพียงคนเดียวคือแม่ผู้ให้กำเนิด "แม่ว่าอะไรนะครับ?" ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ข่มอารมณ์เมื่อได้ยินข้อเสนอของมารดา "ลูกเชื่อแม่สักครั้งนะ อาทิตย์แม่เหลือลูกแค่คนเดียว แม่ไม่อยากเสียลูกไป" "ผมไม่ตายง่ายๆ หรอกครับแม่ ผมว่าไอ้หมอผีนั่นแหละจะตายก่อนผม" เพียงแค่แม่เกริ่นเรื่องผู้หญิงขึ้นมา เขาก็รู้ทันทีว่าต้องเป็นแผนของไอ้หมอผีลวงโลกนั่นแน่ๆ เขาพยายามประนีประนอมเพราะเห็นแก่แม่ แต่ดูเหมือนยิ่งยอม อีกฝ่ายยิ่งได้ใจ "แต่ลูกยังไม่มีใคร ถือว่าทำเพื่อแม่นะลูกนะ" "ผมโตจนป่านนี้แล้ว แม่รู้ได้ยังไงว่าผมไม่มีใครซุกไว้" เขาย้อนประชด น้ำตาของผู้เป็นแม่ร่วงหล่นทันทีด้วยความกลัว อรชรเชื่อฝังใจเพราะก่อนสามีเสีย พ่อหมอเคยทักไว้แต่ไม่มีใครฟัง จนกระทั่งเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง นางจึงเทิดทูนคำพูดของร่างทรงคนนี้ยิ่งกว่าอะไร อาทิตย์ถอนหายใจยาว ตั้งแต่พ่อเสียเขาไม่เคยเห็นน้ำตาของแม่อีกเลย แต่ครั้งนี้แม่กลับต้องมาร้องไห้เพราะคำพวกลวงโลก... "ก็ได้ครับ นัดผู้หญิงคนนั้นมาพบผม ผมจะพิจารณาเอง" "จริงนะลูก!" อรชรยิ้มออกทันที แม้นางจะยังไม่เคยเห็นหน้าเด็กสาวคนนั้น แต่ถ้าพ่อหมอบอกว่าดี นางก็พร้อมจะรับเข้ามา นัดหมายสำคัญ "สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อวาดเดือน" "วาดเดือน ชื่อหนูน่ารักเหมือนหน้าตาเลยนะจ๊ะ" อรชรพินิจมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความพอใจทีแรกนางแอบกังวลว่าเด็กที่พ่อหมอหามาจะหน้าตาบ้านๆ จนลูกชายไม่แล แต่คนตรงหน้านี้สวยหวานเกินคาด "ขอบคุณค่ะ คุณป้ามาคนเดียวเหรอคะ?" วาดเดือนถามอย่างประหม่า เพราะนึกว่าลูกชายของอีกฝ่ายจะมาด้วย "มาคนเดียวจ้ะ" "คือ.. คุณป้ารู้เรื่องที่พ่อหมอบอกหรือเปล่าคะ?" วาดเดือนอึกอัก เธอรู้สึกกระดากปากที่จะบอกว่าตนเองกำลังมาเสนอตัวเพื่อแก้เคล็ด "ป้ารู้หมดแล้วจ้ะ ขอบใจหนูมากนะที่ยอมช่วยทางเรา" "คะ?" วาดเดือนงงวูบ ในใจคิดว่าพ่อหมอไปบอกท่าไหนให้ทางนี้เข้าใจว่าเธอเป็นฝ่ายมาช่วย "เอ่อ.. ค่ะ" "หนูพร้อมจะทำตามที่ป้าบอกไหม" "พร้อมค่ะ" "ถ้างั้นอันดับแรก เราต้องเปลี่ยนสรรพนามกันก่อน เรียกป้าว่าแม่นะลูก" "ค่ะคุณแม่" "แล้วเดี๋ยวแม่จะแปลงโฉมหนูใหม่ทั้งหมด" อรชรมองการแต่งตัวเรียบๆ ของวาดเดือนแล้วส่ายหน้า ถ้าจะให้ลูกชายตัวดีของนางสนใจ ต้องจัดเต็มกว่านี้ "คะ?" "ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายนะลูก แม่จัดการเองทั้งหมด" "ค่ะ" วาดเดือนรับคำเบาๆ ถ้าให้เธอซื้อเอง ก็คงได้แค่เสื้อผ้าตามตลาดนัดแถวบ้านนั่นแหละ "งั้นเราไปกันเลยจ้ะ" "ไปตอนนี้เลยเหรอคะ?" หญิงสาวตาปริบๆ เธอคิดว่าตัวเองรีบแล้วนะ แต่ผู้ใหญ่ตรงหน้านี้ดูจะใจร้อนยิ่งกว่า "ขึ้นรถเลยจ้ะลูกสาว" วาดเดือนเดินตามไปยังลานจอดรถ ก่อนจะอ้าปากค้างเมื่อเห็นรถยนต์หรูราคาหลายสิบล้านพร้อมคนขับที่ยืนรออยู่ นี่พ่อหมอพาเธอมาเจอกับใครกันแน่เนี่ย! เขียนโดยชะนีติดมันส์ หลายวันต่อมา... ณ บ้านแม่ของวาดดาวและวาดเดือนบรรยากาศที่เคยตึงเครียดเริ่มจางหายไป เมื่อนักรบตัดสินใจพาวาดดาวกลับมาที่บ้านเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับครอบครัว โดยที่หญิงสาวไม่รู้เลยว่าวันนี้วาดเดือนพี่สาวของเธอก็เดินทางมาด้วยทันทีที่เห็นหน้าพี่สาวจังๆ หลังจากไม่ได้เจอกันนาน วาดดาวถึงกับทำตัวไม่ถูก ใจหนึ่งก็ยังงอนเรื่องเก่าๆ แต่อีกใจก็ไม่อยากทำตัวเป็นเด็กขี้แยต่อหน้าสามี เธออยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเธอโตเป็นผู้ใหญ่พอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว"มาทานข้าวกันสิลูก อาหารเสร็จพอดี" เสียงแม่เรียกขัดจังหวะความเงียบ วาดดาวที่นั่งประหม่าอยู่รีบลุกขึ้นหวังจะไปช่วยยกจานอาหารแต่จังหวะที่ก้าวขา เธอกลับรู้สึกขัดที่ช่วงล่างอย่างบอกไม่ถูก ร่างกายมันประท้วงความบอบช้ำจากการโดนสามีจอมหื่นเคี่ยวกรำหนักหน่วงติดต่อกันวันละไม่ต่ำกว่า 5-6 ครั้ง จนขาเรียวสั่นพั่บๆ แทบจะทรงตัวไม่อยู่"เดี๋ยวพี่ไปช่วยเองจ้าดาว.. นั่งพักเถอะ" นักรบรีบเข้ามาช้อนเอวประคองไว้ทันท่วงที เขารู้ดีแก่ใจว่าทำไมเมียเด็กถึงก้าวขาไม่ออก... ก็เด็กมันน่ารังแกขนาดนี้ ใครจะไปห้ามใจไหวล่ะจริงไหม?บนโต๊ะอาหาร บรรยากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น"พี่ดีใจนะ
"มึงจะนอนในห้องนี้ได้ยังไง แล้วเมียกูจะนอนยังไง!" นักรบโวยวายใส่เพื่อนรักที่ตีมึนไม่ยอมออกจากห้อง"เรื่องของเมียมึงสิ! มึงไม่ให้กูนอนห้องนี้ แล้วจะให้กูนอนที่ไหน ก็บอกแล้วไงว่าห้องพักมันเต็มหมด!" อาทิตย์เถียงกลับอย่างไม่ลดละ"ให้ดาวไปนอนในรถก็ได้นะคะ" หญิงสาวที่นั่งฟังทั้งคู่ทะเลาะกันมาพักใหญ่เสนอขึ้นเบาๆ"ไม่ได้หรอกจ้ะดาว" นักรบรีบห้ามเสียงหลง"แหม... ทีพูดกับเมียมีจ๊ะมีจ๋า ทีเวลาพูดกับกูนี่เสียงยังกับจะกินหัว!" อาทิตย์เบรกเพื่อน"มึงอย่าสร้างประเด็น!" นักรบดักคอเพื่อนรักก่อนที่อาทิตย์จะหลุดปากพูดอะไรไม่เข้าท่าออกมา"กูแค่จะบอกว่า... เวลามึงพูดกับกูเนี่ย พูดเพราะๆ เหมือนพูดกับเมียมึงหน่อยได้ไหมล่ะ!" อาทิตย์แถสีข้างถลอกจนนักรบได้แต่ส่ายหัวสุดท้าย... ไม่มีใครยอมออกจากห้อง ดีที่ห้องพักนี้มีสองเตียง ถึงจะแคบไปหน่อยแต่ก็พอเบียดกันนอนได้ ภายในห้องมืดสนิทมีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของอาทิตย์ที่หลับปุ๋ยไปแล้ว เพราะเหนื่อยกับงานมาทั้งวันแปะ! เสียงมือเรียวฟาดลงบนแขนแกร่งของสามี เมื่อมือหนาเริ่มอยู่ไม่นิ่ง ล้วงเข้าไปใต้กางเกงชั้นในตัวบางของเธอ"มันหลับแล้วดาว..." นักรบกระซิบชิดใบหู แต่มื
"กลัวแม่ได้ยินค่ะ" วาดดาวกระซิบประท้วงเสียงแผ่วพลางมองไปที่ประตูห้องนอน ห้องทางซ้ายก็ห้องแม่ ทางขวาก็ห้องพี่สาวกับพี่เขย แถมตอนนี้ทุกคนก็แยกย้ายกันเข้านอนจนบ้านเงียบกริบไปหมดแล้วด้วย "ไม่เห็นเป็นไรเลยครับ ห้องนี้เก็บเสียงได้ พี่เป็นคนดูแลตอนก่อสร้างเองกับมือ พี่รู้ดี" นักรบกระซิบตอบชิดใบหูพลางขบเม้มเบาๆ จนคนตัวเล็กขนลุกซ่าน "ก็ได้ค่ะ.. แค่ครั้งเดียวพอนะคะคุณนักรบ" หญิงสาวใจอ่อน ยอมสงสารสามีที่อุตส่าห์ดั้นด้นขับรถข้ามจังหวัดมาหาเพียงเพราะความคิดถึง "ครับ.. ครั้งเดียวก็พอ" นักรบรับคำส่งๆ ไปก่อนนาทีนี้ขอแค่ได้ 'กิน' เมียเด็กให้หายอยากก็พอใจแล้ว ชายหนุ่มจัดการสะบัดเสื้อผ้าตัวเองทิ้งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปรี่เข้าหาคนบนเตียงแล้วถอดอาภรณ์ของเธอออกจนร่างบางเปลือยเปล่า "ไม่นะคะลุง! อย่าทำตรงนั้น" วาดดาวรีบห้ามเมื่อเห็นเขาโน้มใบหน้าลงไปกึ่งกลางกายสาว ถึงห้องจะเก็บเสียงแค่ไหน แต่ถ้าเธอเผลอครางลั่นบ้านขึ้นมา มีหวังได้ตื่นกันทั้งบ้านแน่ๆ "นิดเดียวครับคนดี พี่ขอชิมหน่อยนะ" สายตาคมส่งประกายอ้อนวอนจนวาดดาวปฏิเสธไม่ลง "อื้อ... ลุง!" นักรบไม่ฟังเสียงห้ามอีกต่อไป ลิ้นร้อนลากยาวผ่านร่องกลีบกุหล
คลืนนน... คลืนนนนน... เสียงโทรศัพท์ที่สั่นครืดคราดต่อเนื่องบนโต๊ะทำงานจิ๋วในคอนโด ทำเอาวาดดาวที่กำลังเร่งพับเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางให้สามีต้องชะงัก "ใครโทรมาคะคุณนักรบ ทำไมไม่รับสายล่ะ?" หญิงสาวเงยหน้าถามเมื่อเห็นเขานิ่งเฉย "จะใครอีกล่ะ ก็มีคนเดียวนั่นแหละที่โทรตามยิกๆ เหมือนทวงหนี้อยู่เนี่ย" นักรบบ่นพลางมองค้อนโทรศัพท์ที่โชว์ชื่อ 'อาทิตย์' "เห็นไหมคะ มัวแต่เล่นกันจนจัดของไม่เสร็จเลย พี่อาทิตย์เขาคงรอนานแล้ว" "ไม่ต้องรีบหรอกจ้า เดี๋ยวตอนขับไปรับมัน ผมจะเหยียบให้มิดเลย แป๊บเดียวก็ถึง" "ห้ามขับรถเร็วนะคะ!" วาดดาวชี้หน้าสั่งเสียงเข้ม "มันอันตราย ดาวไม่ยอมให้คุณเอาชีวิตไปเสี่ยงหรอกนะ" "หือ... เป็นห่วงผมขนาดนั้นเลยเหรอครับ?" นักรบแกล้งถามพร้อมขยับเข้าไปใกล้ "เป็นห่วงสิคะ คุณทั้งคนนะ" "ดีใจจัง มีคนรอเป็นห่วงอยู่ที่บ้านแบบนี้ ชื่นใจชะมัด" ชายหนุ่มทำท่าจะโผเข้ากอดอีกรอบ "อย่านะคะ!" นิ้วเรียวชี้หน้าปรามทันทีเมื่อเห็นมือไม้เขาเริ่มจะไม่อยู่สุข "รีบไปได้แล้วค่ะ เดี๋ยวจะดึกไปกว่านี้" "ไปด้วยกันไหม?" จู่ๆ นักรบก็ถามขึ้นมาเสียงจริงจัง เขาไม่อยากทิ้งเธอไว้ที่นี่คนเดียวเลยจริงๆ "ไปด
"อื้อออ..." นักรบไม่ได้แค่ถามเพื่อลองใจ แต่สะโพกแกร่งยังขยับกระแทกเน้นย้ำเข้าหาความนุ่มหยุ่นอย่างต่อเนื่อง ท่อนเอ็นร้อนระอุเบียดเสียดกับผนังเนื้อนุ่มจนเกิดเสียงชื้นแฉะก้องไปทั้งรถคันหรู "ทนหน่อยนะจ๊ะคนดี... อีกนิดเดียวพี่ก็เสร็จแล้ว" เสียงทุ้มพร่ากระซิบปลอบขวัญ เพราะความเสียวซ่านที่ประดังเข้ามามันเกินกว่าจะยั้งใจไหว ยิ่งเห็นหน้าหวานบิดเบี้ยวเขาก็ยิ่งอยากจะรังแกให้หนักกว่าเดิม "ลุง... อือออ" "เรียกใหม่สิครับ..." "อ๊อยยย ลุง! เบาก่อนค่ะ ดาวจุก!" วาดดาวประท้วงเสียงหลง เพราะพอเธอเรียกเขาว่าลุงทีไร นักรบเป็นต้องแกล้งกดสะโพกค้างไว้ให้ตัวตนจมลึกที่สุดจนเธอรู้สึกจุกไปถึงยอดอก แต่เขาก็ทนค้างไว้ได้ไม่นาน เพราะความเสียวที่หัวมังกรมันรุมเร้าจนต้องรีบจับสะโพกมนโยกขึ้นลงตามสัญชาตญาณ "ดาวไม่ไหวแล้วค่ะ... พอก่อน" เธอครางประท้วงเมื่อโดนพายุรักซัดกระหน่ำติดต่อกันหลายยกจนร่างกายแทบแหลกสลาย "ซี๊ดดด... เรียกลุงอีกสักคำนะคนดี พี่ใกล้จะถึงฝั่งแล้ว..." วาดดาวเม้มปากแน่น เธอสังเกตได้ว่าคำว่าลุงคือสวิตช์เปิดโหมดโหดของเขา ยิ่งเรียกเขายิ่งรุกแรง เธอเลยเลือกที่จะเงียบและปล่อยให้เขาเป็นคนคุมเกมจนพายุ
ท่อนเอ็นลำใหญ่ถูกล้วงออกมาจากที่ซ่อน นิ้วแกร่งจัดการแหวกขอบกางเกงชั้นในตัวจิ๋วให้เปิดกว้าง เตรียมพร้อมที่จะส่งความแข็งขึงเข้าสู่ร่างกายของอีกฝ่าย ซึ่งในเวลานี้... กุหลาบงามกำลังชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำหวานที่ไหลเยิ้มออกมาคอยเปิดทางรักให้เขาอย่างเต็มใจ ชายหนุ่มค่อยๆ ดันตัวตนเข้าไป แม้พื้นที่จะคับแคบจนขยับลำบาก แต่เขาก็ไม่คิดจะลดละความพยายามแม้แต่นิดเดียว "อื้อออ..." หญิงสาวครางฮือในลำคอเมื่อสัมผัสถึงความใหญ่โตที่เบียดแทรกเข้ามา ความเจ็บระบมจากเมื่อคืนยังคงหลงเหลืออยู่บ้าง แต่มันกลับพ่ายแพ้ให้กับความต้องการอันเร่าร้อนที่พุ่งสูงขึ้น ขาเรียวแยกออกกว้างขึ้นโดยอัตโนมัติเพื่อให้เขาส่งตัวตนเข้ามาได้จนสุดลำ "อ้าาา... น่ารักจังคนดี" ชายหนุ่มถอนจูบออกเพื่อชื่นชมใบหน้าหวานที่กำลังบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่าน ก่อนจะก้มลงบดจูบอีกครั้งพลางเริ่มขยับสะโพกเน้นย้ำความลึกซึ้ง มือเรียวตวัดโอบกอดร่างแกร่งไว้แน่น เธอจิกเล็บลงบนบ่ากว้างอย่างลืมตัวเมื่อจังหวะกระแทกเริ่มหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ทว่าด้วยร่างกายที่สูงใหญ่ของนักรบและพื้นที่จำกัดในรถ ทำให้เขาต้องหยุดชะงักลงครู่หนึ่ง "หือ..." วาดดาวลืมตาขึ้นมองสบตาเขาอ
"ทำอะไรของเธอ!" เสียงทุ้มที่ดังขึ้นด้านหลังทำเอาวาดเดือนชะงัก อาทิตย์เดินตามออกมาเห็นเธอกำลังปั๊มนมโดยมีนักรบยืนรออยู่ใกล้ๆ แม้จะมีผ้าคลุมมิดชิดแต่มันก็ดูไม่เหมาะสมในสายตาคนเข้มงวดอย่างเขา และแน่นอนว่าพนักงานแผนกอื่นต่างก็ลอบมองมาที่จุดนี้เป็นตาเดียว"ทำงานค่ะ" วาดเดือนตอบนิ่งๆ"ผมไม่ได้ถามเรื่
ทันทีที่ปลายปากกาของอาทิตย์ตวัดลงบนกระดาษตราครุฑ หมู่เมฆที่ตั้งเค้าดำทะมึนก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงกัมปนาท ฟ้าร้องคำรามสลับกับแสงสายฟ้าที่ฟาดลงมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่ห่าฝนจะเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วง ทั้งที่กรมอุตุฯ ไม่ได้แจ้งเตือนภัยใดๆ วาดเดือนลอบสบตากับอรชรด้วยความหวั่นใจ... นี่ต้องเป็นสัญญาณจากเ
การจะคุยกับลูกชายให้ยอมรับเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหากอ้างเหตุผลด้านไสยศาสตร์หรือคำทำนาย มีหวังอาทิตย์คงได้ไล่ตะเพิดเธอออกจากบ้านแน่ๆ ในขณะที่อรชรกำลังนั่งกลุ้มจนคิ้วขมวด วาดเดือนก็เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี "คุณแม่คะ.. วาดขอกลับบ้านไปดูทางบ้านหน่อยได้ไหมคะ" "หนูจะกลับไปทำไมล่ะจ๊ะ" อร
[ห้องเสื้อหรู] "ดะ...เดี๋ยวก่อนค่ะคุณป้า เอ่อ..คุณแม่ ไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้มั้งคะ" วาดเดือนเอ่ยท้วงอย่างเกรงใจ เธอรู้ดีว่าห้างสรรพสินค้าแห่งนี้มีแต่ของราคาแพงลิบลิ่ว ลำพังตัวเธอเองเคยมาเดินนับครั้งได้ และทุกครั้งก็ทำได้เพียงมาเดินตากแอร์เล่นเท่านั้น "หนูไม่ต้องเกรงใจหรอกจ้ะ สิ่งที่หนูช่วยแม่ไว้ ม







