Accueil / รักโบราณ / สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร / บทที่3 ป้ายชื่อหลุมศพนี้ควรเป็นเขา

Share

บทที่3 ป้ายชื่อหลุมศพนี้ควรเป็นเขา

last update Dernière mise à jour: 2026-01-10 14:41:42

แสุ่ยเฟิงเซียน เด็กสาวที่เป็นลูกบุญธรรมของสุ่ยจิ่นฟ่าน ต่างเป็นที่เคารพยำเกรง เพราะนายท่านสุ่ยเจียง ที่เป็นประมุขของตระกูล ก็ยังรักและหลงนาง เหตุเพราะนางใบหน้าละม้ายคล้ายลูกสาวที่เสียชีวิตไป

            แม้ว่าทั้งสุ่ยจิ่นฟ่าน และสุ่ยเจียงต่างตามใจให้นางเล่นซนเหมือนเด็กอื่นทั่วไป แต่นางกลับไม่ออกไปเล่น เอาแต่ขลุกอยู่ในหอตำราของสกุลสุ่ย อ่านประวัติของทุกผู้ทุกคน หนังสือคำสอนต่าง ๆ นางล้วนท่องได้ขึ้นใจ

            สุ่ยเฟิงเซียนจึงเป็นที่รักใคร่ของคนตระกูลสุ่ยเป็นอย่างมาก ด้วยเพราะนางเป็นคนขยันเรียนรู้ ขนาดว่าสุ่ยเจียงอยากทูลขอฝ่าบาท ในอนาคตอยากให้มีขุนนางหญิงสักคน เพราะหลานบุญธรรมคนนี้รู้ความนัก คำพูดคำจาล้วนราวกับผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมานาน จนบางครั้งก็ตกใจ

            ปีนี้เป็นปีที่นางครบรอบ 15 ปี นั่นเป็นวัยปักปิ่นซึ่งเป็นพิธีปักปิ่นมวยผมแสดงว่าก้าวเข้าสู่วัยสาวพร้อมจะออกเรือนแล้ว

            หากเป็นชายเมื่ออายุ 20 ก็จะเข้าพิธีสวมหมวก เพื่อแสดงว่าตนได้เป็นผู้ใหญ่สามารถทำอะไรได้ตามแต่ใจต้องการ และภาระหน้าที่รับผิดชอบก็ต้องตามมา เพื่อเป็นผู้นำของตระกูลในรุ่นต่อไป

            “อาหนิง เจ้าไปตามนายเจ้ามาพบข้า นางอยู่หอตำราใช่หรือไม่” สุ่ยเจียงถามสาวใช้ประจำตัวหลานสุดที่รัก

            “เจ้าค่ะนายท่าน คุณหนูขลุกอยู่แต่หอตำราทั้งวันเจ้าค่ะ” อาหนิงก็จนใจเช่นกัน นางเป็นห่วงนายรักของตน แต่ว่านางไม่ออกจากหอตำรา วัน ๆ นางเอาแต่คัดลอกบทกลอน อ่านหนังสือกระทั่งพิชัยสงคราม ซึ่งนางแม้รู้หนังสือ เพราะนายท่านให้คนมาสอนและให้เรียนไปพร้อมคุณหนู แต่นางก็เขลาเกินจะเข้าใจเรื่องพวกนี้

            “ไปตามนางมาพบข้า”  สุ่ยเจียงถูกใจหลานคนนี้นัก แม้จะเป็นสตรีงดงาม ใบหน้านางก็ยังเหมือนลูกสาวของตนเข้าไปทุกวัน แต่ว่านิสัยใจคอต่างกันอย่างสิ้นเชิง

            นางเป็นคนสุขุมใจเย็น คิดอ่านถ้วนถี่ เรียกว่าผู้ใดก็ไม่อาจจะหลอกลวงได้ หากไม่มีความรู้พอ ความคิดอ่านของนางเกินเด็กไปมาก

            นี่ก็ผ่านมา 15 ปีแล้ว เขาก็ไม่อาจจะลืมเรื่องบุตรสาวได้ แต่เฟิงเซียนทำให้เขาคลายความเศร้าโศกลง

            สุ่ยเฟิงเซียนหลังได้รับแจ้งเรื่องที่ท่านปู่ เรียกให้นางไปพบ ก็รีบวางพู่กันลงทันที นางประจบเอาใจผู้เป็นปู่บุญธรรมของนางในชาตินี้อย่างดี เพื่อชดเชยเรื่องที่ผ่านมาในชาติก่อน

            นางผ่านชีวิตที่มีคนหลอกลวงมาแล้ว ชาตินี้จึงขอใช้ชีวิตทั้งหมดเพื่อการแก้แค้น และกตัญญูต่อบิดาและตระกูลสุ่ยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

            “คารวะท่านปู่” นางประสานมือด้านหน้าแล้วย่อตัวลงอย่างงดงาม ตามแบบสตรีผู้ถูกอบรมกิริยามารยาทมาอย่างดี

            “หลานมานั่งใกล้ ๆ ปู่” สุ่ยเจียงเรียกหลานสาวเข้าไปใกล้ ใบหน้านางเหมือนสุ่ยเซียนตอนเด็กไม่ผิดเพี้ยนเลยจริง ๆ หรือเพราะว่านางเกิดในตระกูลที่เป็นญาติกับฮูหยินของเขา จึงมีใบหน้าคล้ายคลึงกันได้

            “เจ้าค่ะ” สุ่ยเฟิงเซียนเข้าไปนั่งเก้าอี้ตัวที่ใกล้กับท่านปู่ของนางมากที่สุด

            เรื่องราวในชาติก่อนของนาง นางระลึกได้ตั้งแต่จำความ เพราะนางเลือกที่จะไม่ดื่มน้ำชาแห่งการลืมเลือน เพื่อเกิดมาแก้แค้นคนที่ทำร้ายนางอีกครั้ง

            แต่ก็ช่างโชคดี ที่นางได้เกิดสกุลอื่น แต่วาสนาก็กลับมาได้โตที่บ้านเดิมของนาง ทุกอย่างในจวนสกุลสุ่ยยังเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน แม้กระทั่งท่านพ่อในอดีตของนาง

            “เจ้าช่างเหมือนสุ่ยเซียนนัก” ชายชราเอื้อมมือขึ้นไปลูบหัวเบา ๆ ของหลานบุญธรรมอย่างเอ็นดู

            นางได้แต่ยิ้มเหมือนเด็กสาววัยแรกแย้ม ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา อยากจะบอกเหลือเกินว่า นางก็คือลูกท่านที่กลับชาติมาเกิดอีกครั้ง แต่นั่นใครจะเชื่อนางได้เล่า เรื่องราวพวกนี้ล้วนเป็นเรื่องที่ไม่อาจจะมีหลักฐานมายืนยันได้ ใบหน้าคนเราล้วนคล้ายคลึงกันเป็นเรื่องธรรมดา

            “ปู่เรียกเจ้ามาวันนี้ จะบอกเจ้าว่า พ่อบุญธรรมของเจ้าใกล้จะกลับมาแล้ว เพื่อให้ทันงานปักปิ่น เจ้าจงเตรียมตัวไว้ให้ดี” สุ่ยเจียงคิดจัดงานอย่างยิ่งใหญ่เพื่อแนะนำหลานสาวของเขาให้คนทั่วไปรู้จัก และเขาก็ได้มองอนาคตของหลานสาวไว้บ้าง

            แต่ที่ที่เขาไม่อยากให้นางไปอยู่ ก็คือวังหลวง ที่นั่นเป็นชนวนให้เกิดที่น่าเศร้า เขาที่รับรู้เรื่องหวังลี่จินมาตลอด และมันก็หยามน้ำหน้าตระกูลสุ่ยโดยการแต่งตั้งลู่ชิง ขึ้นเป็นฮูหยินหลังจากหมดระยะเวลาไว้ทุกข์

            เขาให้คนไปสืบดู พบว่าทั้งคู่คบหากันตั้งแต่ลูกสาวของเขายังไม่แต่งงาน และมีทหารบางคนเห็นทั้งคู่แอบไปพลอดรักกันในจวนผู้ตรวจการ

            เขารู้สึกว่าเรื่องนี้ช่างไม่ยุติธรรม และอยากขอความเป็นธรรมให้กับลูกสาว แต่ว่าหลักฐานทุกอย่างล้วนโดนทำลายไปหมดสิ้น แม้แต่ยาที่เคยต้มให้ลูกสาวของเขากิน

            เมื่อมองใบหน้าหลานสาว ก็ทำให้วางเรื่องในอดีตไม่ลงจริง ๆ แม้ว่าลูกชายของเขาจะปลอบใจเรื่องของลูกสาวอยู่เป็นประจำแล้วก็ตาม

            “ท่านปู่เจ้าคะ หลานอยากขออะไรท่านอย่างหนึ่งได้หรือไม่”

            “เจ้าลองว่ามา”

            “ข้าขอไปเที่ยวเล่นที่เมืองหลวงสักหน่อย ข้าก็เติบใหญ่ขึ้นแล้ว แต่ยังไม่เคยเข้าไปที่นั่นสักครั้ง” สิ่งที่นางอยากไปไม่ใช่แค่ไปเที่ยวเล่น แต่จะไปตรวจดูเรื่องที่นางทำตั้งแต่นางจำความได้

            นางได้ให้คนไปสร้างหลุมศพ และยัดเงินให้เขามาก ๆ เพื่อปิดปาก เนินเขาหลังจวนสกุลหวังที่เมื่อยืนแล้วมองลงไป คือที่ที่นางได้ทำหลุมศพให้เขาพร้อมป้ายวิญญาณเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงศพของเขาเท่านั้น

            ไปคราวนี้ นางจะไปเคารพหลุมศพสามีในชาติก่อนเสียหน่อย เพื่อจะได้ดำเนินการตามแผนต่อไป

            “เจ้าไปเที่ยวไกลถึงเมืองหลวง ไม่ห่วงปู่เลยรึ” ชายชราพูดอย่างน้อยใจ ที่หลานสาวจะตีตัวออกห่าง ขนาดเจ้าลูกชายจะเอาไปเลี้ยงด้วย เขายังไม่ยอม

            “โถ ท่านปู่ เฟิงเซียน เพียงขอท่านไปเที่ยวประเดี๋ยวเดียวเท่านั้นก็จะกลับ ที่ใดในแคว้นนี้ล้วนไม่มีความสุขและสบายใจเท่าตระกูลสุ่ยหรอกเจ้าค่ะ” เด็กสาวรู้วิธีประจบเอาใจคนแก่ ทั้งยังทรุดลงไปนั่งกับพื้นเอาใบหน้าแนบกับตักชายชราที่กลัวลูกหลานจะทิ้งให้เดียวดาย

            “เฮ่อ...! เอาเถอะหลังเสร็จงานปักปิ่นเจ้า จะให้พ่อเจ้าพาไปเที่ยวสักครา แต่เพียงแค่ไม่นานเท่านั้นนะ” ชายชราที่เป็นห่วงหลานสาว ไม่อยากให้อยู่ห่างสายตา นางแม้ไม่ใช่คนเชื้อสายในตระกูลโดยตรง แต่ก็นับว่าตระกูลสุ่ย ล้วนให้ความสำคัญกับนาง

            คนที่มีความสำคัญกับตระกูลสุ่ย นั่นนำมาซึ่งอำนาจ เพราะอย่างไรตระกูลสุ่ยก็เป็นตระกูลเชื้อสายมังกร ที่ใครก็ปรารถนาจะเกี่ยวดอง

            เขากลัวนางจะโดนหลอกเฉกเช่นบุตรีของเขาเมื่อครั้งอดีต

            “ท่านปู่อย่ากลัวไปเลย ข้าโตพอจะรู้ความบ้างแล้ว ไม่ทิ้งให้ท่านปู่เหงาอยู่เจียงหนานแน่นอนเจ้าค่ะ หากข้าไปถึงที่ลั่วหยาง ข้าจะเขียนจดหมายมาหาท่านปู่ทุกวันไม่ให้ขาด” เฟิงเซียนสัญญาดิบดี เพราะว่านางรู้ว่าเขารักนางเหมือนนางเป็นลูกสาว แล้วก็ใบหน้าของนางงดงามไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากเดิมแม้เพียงนิด

            ด้วยใบหน้าที่งดงามดังเดิมของนางนี่แหละ จะนำพาให้นางไปพบกับคนที่หลอกลวงนาง หญิงร้ายชายเลวผู้นั้นต้องได้รับกรรมที่มันก่อไว้อย่างสาสม

            “คุณหนูท่านทำอันใดเจ้าคะ” อาหนิงสาวใช้เอ่ยถามเจ้านาย ที่กางกระดาษออกแล้วก็ทำท่าเหมือนจรดพู่กัน แล้ววางลงทำซ้ำ ๆ ไม่เขียนอันใดลงไปสักที

            สุ่ยเฟิงเซียนรู้ดีว่ายามนี้นางอายุ 15 หนาวแล้ว อีกไม่นานนางก็ถึงวัยเลือกคู่แต่งงาน ยามนั้นนางอยากเข้าไปสร้างความปั่นป่วนให้กับสกุลหวัง แต่ไม่รู้จะเขียนจดหมายส่งถึงใครในเมืองหลวงดี

            ท่านพ่อหรือ ประเดี๋ยวก็พบเจอกัน

            สหายอื่นนางก็ไม่มี เพียงแต่วัยแรกสาวนางเข้าไปอยู่ในวัง ไม่รู้จักใครนอกจากฮองเฮาและฮ่องเต้ที่เป็นญาติ นางจะใช้อำนาจเหมือนคนสกุลสุ่ยย่อมไม่มีทางที่คนเหล่านั้นจะช่วยเหลือ อีกทั้งท่านปู่ก็ดูจะรังเกียจสกุลหวัง เขาคงกีดกันนางไม่ให้เฉียดเข้าใกล้แม้แต่เงากระมัง

            สมควรให้รังเกียจไม่น้อย นางสืบมาได้ความว่า หลังจากนางตายสิ้นสุดไว้ทุกข์ ก็จัดงานมงคลใหญ่ตั้งลู่ชิงเป็นฮูหยินเสนาบดี ทั้งยังได้ตราตั้งถึงขั้นสาม

            ช่างรักกันดีจริง ๆ ถึงขนาดทูลขอพระราชทานแก่เสด็จลุงของนาง ไร้ยางอายสิ้นดี เพียงแต่อ้างว่าคิดถึงข้าที่ตายไป เพื่ออยากให้ลู่ชิงมาอยู่ใกล้ได้บรรเทาความคิดถึง

            บัดซบ...!

            ช่างมารดามันเถิด ไว้คิดหาทางเข้าเมืองได้อย่างสง่างามอีกทีก็แล้วกัน วันนี้คิดจะปวดหัวแล้ว เช่นนั้นก็ควรจะพักผ่อนเถิด

            “ช่างเถอะ ข้าเพียงแต่จะเขียนบทกลอนสักหน่อย แต่คิดไม่ออก วันนี้พอแค่นี้เถิด” หลายวันมานี้นางใช้ความคิดมากเกินไปจนทำให้ไม่อาจจะคิดเรื่องอื่นใดออก การวางแผนต้องรัดกุมและแยบยล หาได้ทำเพียงลวก ๆ ได้ ไม่เช่นนั้นนางคงต้องโดนคนรังแกอีกแน่นอน

            ‘ข้ายอมโง่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น’

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร   ตอนพิเศษ เข้าหอโดยสมบูรณ์

    “ดะ...เจ้าอย่าเพิ่งขะ...ข้ายังไม่ได้อาบน้ำ เกรงว่าเจ้าจะเหม็น” เขามาถึงก็จับนางเข้าหอ น่าไม่อายนางต้องหาวิธีหลบเลี่ยงเขาก่อน “ไม่เป็นไรข้าจะอาบให้เจ้าเอง ด้วยลิ้นของข้านี่แหละ รับรองว่าสะอาดเอี่ยมอ่องทั้งตัวเลย” เขาพูดจบ แก้มขาวของนางก็แดงระเรื่ออย่างน่ารัก เขาชอบยิ่งนักที่หยอกเย้าให้นางได้อายเช่นนี้ “เจ้าพูดอะไรลามก” “ข้ารู้ว่าเจ้าก็ชอบ ไม่เช่นนั้นแก้มเจ้าไม่แดงปลั่งเช่นนี้หรอก” แก้มของฟางเหนียงร้อนขึ้นเมื่อรู้ว่าจะเกิดอะไรระหว่างเขาและนางต่อจากนี้ แม้ว่าจะขืนตัวให้หลุดจากการเกาะกุม แต่เรี่ยวแรงนางก็ลดน้อยถอยลงนัก เมื่อเขาอยู่ใกล้นาง เหมือนดูดเรี่ยวแรงนางไปจนหมดสิ้น “คืนนี้...ข้าว่า...เจ้า...!” นางไม่ทันจะพูดได้จบ เขาก็โน้มใบหน้าลงมาชิมริมฝีปากของนางอย่างดูดดื่ม เรียวลิ้นอุ่นชื้นแทรกเข้าหาเริมฝีปากบางอย่างคิดถึง ความหิวกระหายของเขาทำให้จูบแทบดูดวิญญาณนางออกมาจากร่าง จนต้องทุบอกเขาเพื่อให้รั้งรอให้นางได้หายใจเสียก่อน “เจ้า...ตะกละกินมูมมามเช่นนี้ ข้าหายใจไม่ทัน” นางหอบหายใจหนักเมื่อเขายอมละริมฝีปากออกจากปากอิ่มของนา

  • สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร   บทที่ 16 ความจริงปรากฏกับทางเดินที่เลือก

    “จินหลิง เจ้าเป็นอะไร” หานหลิงอี้เห็นคนของตัวเองบาดเจ็บมา พร้อมกับตงหยางและญาติผู้น้องก็ตกใจนัก “ท่านพี่ พวกเราโดนหลอก” จื่อเถิงบอกกับญาติผู้พี่พร้อมกับเอาสมุดบัญชีรายชื่อคนร่วมกันช่อโกงเงินพระคลังไป “เพื่อนข้ากับพ่อเจ้า...ด้วยงั้นรึ” จื่อเถิงไม่ตอบอันใด เอาแต่พยักหน้าให้กับญาติผู้พี่ เขาคงไม่รู้ว่านางไม่ใช่จื่อเถิงที่เป็นเจ้าของร่าง จึงไม่ได้อาลัยอาวรณ์นักหากพ่อตัวเองทำผิด “แล้วเจ้าไม่คิดว่าพ่อเจ้าจะโดนโทษหรอกหรือ” หานหลิงอี้ถามญาติผู้น้อง “ข้าไม่ใช่ลูกสาวเขาตั้งแต่วันที่ข้าแต่งงานแล้ว ข้าเพิ่งรับรู้ว่าเขาต้องการส่งข้าไปตายชัดๆ เพียงเพื่ออำนาจที่ตนเองอยากได้ ข้าก็เพิ่งประจักษ์วันนี้เอง” จื่อเถิงพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย เกิดกี่ชาติก็ยังคงถูกหลอกซ้ำซาก “เจ้าจะเอาอย่างไรต่อ หาข้าทูลเรื่องนี้ต่อฝ่าบาทพ่อเจ้าต้องมีโทษแล้วเจ้าก็จะโดนด้วย” “ไม่ได้ นางเป็นเมียข้าแล้ว นางจะไม่ได้รับโทษอันใดทั้งนั้น” ด้วยความที่ห่วงนางตงหยางรีบอ้างเรื่องนี้ทันที “ใครเมียเจ้า ลืมไปแล้วหรือบ้านเจ้าก็มีส่วนรู้เห็น” นางละเบื่อเขาจริง

  • สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร   บทที่ 15 นายหญิงที่ตามหา

    จื่อเถิงเดินออกจากเรือนเพื่อไปยังนอกจวนสกุลหลัว แต่ยังไม่ได้ก้าวสักกี่ก้าว เจ้าคนหน้ามึนก็มาขวางไว้อีกแล้ว “เจ้าหลบไป” “เจ้าจะไปไหน ให้ข้าพาไปดีหรือไม่” ตงหยางรู้สึกผิดกับนางอยากไถ่โทษโดยการทำดีกับนางให้มาก นางก็น่างสงสารเช่นกัน เขามันคนเอาใจแต่ไม่รู้เลยว่านางจะเจ็บปวดใจเช่นนี้ “ไปวัดทำบุญให้เจ้า” “ทำไม?” “เผื่อได้รับบุญจากข้าแล้วจะสงบจิตสงบใจ แล้วก็เลิกตามรังควานข้าสักที ข้าเบื่อ” นางเดินหนีเขาตอนนี้ไม่อยากพบหน้านัก ความหนักอึ้งใจหัวใจราวกับมีคนเอาก้อนหินมาถ่วงไว้ก็ไม่ปาน นางพบเจอเรื่องราวมากมายเหลือเกิน ผู้หญิงคนหนึ่งต้องทนรับการกระทำที่แสนเจ็บปวดจากคนรักในอดีต ก็มากเกินพอแล้ว นางไม่ควรกลับมาเจ็บช้ำอีก “ให้ข้าไปเป็นเพื่อน” “ไม่ต้องยุ่ง!” จื่อเถิงหนีไปขึ้นรถม้าที่หน้าจวน เมื่อขึ้นไปแล้วเจ้าบ้ากามตงหยางก็ขึ้นตามมาอีก น่าเบื่อชะมัดไม่รู้จะตามติดนางไปถึงไหนกัน “ข้าอยากดูแลเจ้า สีหน้าเจ้าดูไม่ค่อยดี อากาศข้างนอกหนาวเย็นนัก” “ข้าดูแลตัวเองได้ ไม่ได้อ่อนแออย่างที่เจ้าคิดหรอก” นางไม่ใช่คนที่อ

  • สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร   บทที่ 14 จดหมายลับ

    จื่อเถิงเปิดจดหมายออกทีละใบทีละใบ เพื่ออ่านอยากจับใจความให้ได้ว่าคนที่นายหญิงแอบคบชู้นั้นเป็นผู้ใดกันนางไม่ใช่คนที่ข้ารัก ข้าเพียงใกล้ชิดนางเพื่อจะได้พบหน้าท่าน [เสี่ยวเค่อ]ท่านโปรดรอข้า ข้าจักทำให้ท่านและข้าได้อยู่ครองคู่กัน [เสี่ยวเค่อ]ข้าใส่ยาในอาหารให้สามีท่านกิน แล้วลากนางขึ้นเตียง คืนนี้ข้าจะไปหาท่าน [เสี่ยวเค่อ]สามีท่านนำนางไปอุ่นเตียงทุกค่ำคืน ข้าขอพบท่านทุกคืนได้หรือไม่ [เสี่ยวเค่อ]ข้าจะทำเบาๆ ข้ารู้ว่าท่านท้องลูกของข้า [เสี่ยวเค่อ] ท่านท้องกับข้า เขารู้หรือไม่ ข้าอยากเคียงข้างดูแลท่านแทนเขายิ่งนัก [เสี่ยวเค่อ] ‘นะ...นี่มันอะไรกัน ลากนางขึ้นเตียง ท้องกับเสี่ยวเฮ่อ ทำไม...ทำไมมันดูเหมือนชีวิตนางเช่นนี้’ ข้าคือสาวใช้อุ่นเตียง นอกจากข้าแล้วมีผู้ใดเป็นสาวใช้อุ่นเตียงกับนายท่านอีกเล่า จื่อเถิงลำดับเหตุการณ์ ก่อนที่นางได้เป็นสาวใช้อุ่นเตียง วันนั้นเป็นวันที่นางเอาอาหารเข้าไปให้นายท่านตอนดึกเพราะว่า เป็นคำสั่งนายหญิง แต่คนที่ยกอาหารมาให้นางเป็นเค่อรุ่ย คนรักของนางที่

  • สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร   บทที่ 13 จูบเย้ยจันทร์

    “เอ่อ...ตงหยาง...เจ้าปล่อยข้าก่อนดีหรือไม่ ทำเช่นนี้เจ้าจะดื่มชาได้อย่างไร” จื่อเถิงพยายามหาทางออกจากตักแกร่งของเขา เมื่อยามใกล้ชิดชายเช่นนี้นางรู้สึกอกสั่นขวัญหาย ช่องท้องเสียววูบไปหมด “ดื่มได้สิ เดี๋ยวข้าจะดื่มให้เจ้าดู” เขายกถ้วยชาขึ้นชนกับริมฝีปากนาง แล้วก็กระดกถ้วยให้นางดื่ม เมื่อนางดื่มได้ครึ่งถ้วยเขาก็วางถ้วยชาลง เปลี่ยนเป็นประกบปากอุ่นร้อนกับริมฝีปากนาง เพื่อทวงคืนน้ำชาในถ้วย “ฮึก...! อื้อ...” ริมฝีปากเล็กที่กำลังจะร้องก็ถูกปากหนาจูบกลืนเสียงลงไป เรียวลิ้นของเขาแทรกลึกเข้ามาภายใน นางทั้งตกใจและไม่ทันได้ตั้งตัว สองมือพลัดกันทุบหน้าอกของเขาให้ออกห่างจากตัวนาง คนตัวใหญ่เมื่อได้ลิ้มรสของหวานเช่นนั้นก็ยากจะละออก เขาดูดกลืนอย่างย่ามใจ สองมือหนาเลื่อนขึ้นมาบีบเคล้นสองเนินเนื้อหน้าอก อย่างแรงด้วยความมันเขี้ยวความนุ่มนิ่มนี้ทำให้เขาขยำมันอย่างเพลิดเพลิน จื่อเถิงกำลังจะเคลิ้มไปกับสัมผัสอันร้ายกาจของเขา ยิ่งตอนมือหนาแทรกเข้ามาในสาบเสื้อ ยิ่งทำให้นางร้อนวูบวาบดังไฟเผา มือของเขาช่างร้ายกาจนักปลุกปั้นอารมณ์เล้าโลมจนจื่อเถิงรู้สึกผ่อนคลาย และเผลอลูบไล้

  • สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร   บทที่ 12 กลับไปจวนสกุลหลัว

    นางป่วยจนสามวันเต็ม ทุกวันจิ่นช่างหลิวกับตง หยางสลับกันมาเยี่ยม จนนางเองต้องให้สาวใช้ไล่กลับไป หากผู้พบผู้ใด อีกผู้ก็อยากจะพบอีก เป็นอย่างนี้นางก็ไม่ได้พักผ่อนเสียที อีกอย่างนางอยากเข้าสกุลหลัวให้ได้เร็วๆ หาไม่เช่นนั้นก็คงไม่ได้จัดการเรื่องที่คาราคาซังมานานเสียที แค่ก แค่ก...! “ท่านหญิงดื่มยาสักหน่อยเจ้าค่ะ” อี๋เหนียงยกถ้วยยามาให้ผู้เป็นนาย ตอนนี้อาการปวดหัวและไข้เริ่มซาลงแล้ว เหลือแค่เจ็บคอและไอเท่านั้น นางจึงลุกขึ้นดื่มยาเองได้แล้ว “ยาขมชะมัด!” นางดื่มทีเดียวหมดถ้วยก็จริง แต่ว่าสีหน้าหลังจากดื่มยาน่าสงสารนัก “น้ำตาลกุ้ยฮัวเจ้าค่ะ” อี๋เหนียงนึกขึ้นได้ว่า คุณชายหลัวเอามาเยี่ยมนางบอกว่ากลัวนางจะดื่มยาขมจนเกินไป จึงเอาน้ำตาลกุ้ยฮัวมาให้นางเผื่อนางต้องใช้ และก็จริงดังที่คาดไว้ “อร่อยจัง เจ้าเอามาจากไหน” จื่อเถิงอมแล้วรู้สึกหวานชุ่มคอดีจัง “คุณชายน้อยหลัวเจ้าค่ะ...” อี๋พูดไปก็เสี่ยงต่อการโดนนายหญิงต่อว่า นางหลับตาปี๋เตรียมตัวแต่ทว่าก็ไม่มีเสียงก่นด่าอันใดออกจากปากผู้เป็นนาย “อร่อยดี...!” จื่อเถิงหยิบมาเข้าปากอีกก้อน ด้ว

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status