LOGINหนึ่งสัปดาห์ผ่านไป
มิราวดีไปทำงานตามปกติ ก่อนหน้าที่ลาหยุดก็เขียนจดหมายลาส่งให้เจ้านายโดยบอกว่าเพื่อนสนิทที่รู้จักกันป่วยต้องเดินทางไปต่างจังหวัด แม้จะขาดงานไปนานหลายวันแต่ก็ไม่ได้ทำให้เสียเรื่องงาน เมื่อกลับมาจึงจำเป็นต้องตั้งสติและทำงานตามเดิมหญิงสาวพนักงานขายที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานทั้งที่อายุงานน้อย ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้ากลุ่ม และเป็นพนักงานขายดีเด่นประจำแผนกด้วย เธอทำงานให้กับบริษัทจำหน่ายสินค้าที่ใช้ในอุตสาหกรรมนำเข้าจากต่างประเทศ และยังมีแบรนด์ที่ผลิตขึ้นเองเพื่อใช้ในประเทศและส่งออกด้วยเช่นกัน ในส่วนของเธอรับผิดชอบสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ“พี่คะ ลูกค้าขอเราลดราคาค่ะ”มิราวดีที่กำลังติดสายอยู่ยกมือขึ้นและคุยกับลูกค้าให้เสร็จก่อนจะหันมาคุยด้วย “ว่าไงจ๊ะ”“ลูกค้าขอลดราคาสินค้าที่จะนำเข้ามาค่ะ คือมินเองก็ต่อราคาไปที่ต่างประเทศแล้ว แต่เขาบอกว่าลดไม่ได้แล้ว เอ่อ...ถ้าไม่ลดงานนี้อาจจะโดนคู่แข่งแย่งไปก็ได้ค่ะ” ศิตราพูดบอกรายละเอียดที่ได้คุยให้กับหัวหน้าฟัง“คู่แข่งที่ลูกค้านำมาเทียบราคากั‘เลิกหวังสักทีแล้วก็คืนร่างของฉันมา !’วิกัญญาสะดุ้งก่อนรีบหันไปมอง มิราวดีเป็นเสี้ยนหนามที่ยังคงอยู่ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องรีบกำจัดออกไปให้เร็วที่สุด“ร่างนี้” หญิงสาวยกมือขึ้นทาบอกแล้วยิ้มออกมา “ได้กลายเป็นของข้าแล้ว !”มิราวดีที่วิญญาณอ่อนแรงเต็มทนก็ได้แต่มองวิกัญญาด้วยความโกรธและเสียใจ ความทรงจำครั้งในอดีตชาติบางส่วนก็ได้กลับคืนมา ความรู้สึกที่เหนี่ยวรั้งและผูกมัดราวกับโซ่ตรวนนี้มันมีมาตั้งแต่หลายศตวรรษแล้ว“และข้า...ที่ได้รับพรจากพระเจ้าอีกครั้ง” วิกัญญายิ้มหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข “ส่วนเจ้าควรหายไปซะ !”‘ไม่มีทาง...’วิกัญญายิ้มพลางสาวเท้าเดินเข้ามาหาวิญญาณของมิราวดี แรงและกำลังจากความรักและอาฆาตยังมีมากพอที่จะทำร้ายวิญญาณของอีกฝ่ายได้วิกัญญาใช้แรงเพียงเล็กน้อยบีบไปที่คอของมิราวดี ใบหน้าแสยะยิ้มและหัวเราะราวกับมีชัย “นี่คือผลของเพื่อนที่ทรยศข้า เจ้าแย่งคนรักของข้าครั้งแล้วครั้งเล่า !”วิญญาณของมิราวดีดิ้นทรมานราวกับจะต้องตายอีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่สะท้อนตรงห
ผ่านไปหลายวันวิกัญญาได้ใช้ชีวิตท่ามกลางความสุขที่ได้รับจากพรของเทพครั้นอดีต หล่อนพยายามเรียนรู้เรื่องราวยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งอักขระตัวหนังสือ และความเป็นอยู่ช่วงกลางวันที่เฝ้าคอยของวันหยุด เฝ้าฝันว่าจะเป็นมื้อแรกที่ได้ร่วมรับประทานอาหารกับชายหนุ่มอีกครั้งหลังจากที่พ่อบ้านบอกว่าเขาติดงานจนไม่สามารถมาร่วมรับประทานอาหารสามมื้อกับเธอได้“ศราล่ะ”วิกัญญาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแข็งส่งสายตาเหยียดมองมงคลพ่อบ้านมงคลรู้สึกแปลกใจที่จู่ ๆ การเรียกชื่อของนายท่านเปลี่ยนไป แต่เรื่องชื่อก็ได้คำตอบมาว่าคือชื่อเดิมของนายท่านนั่นเอง“นายท่านให้ผมยกอาหารกลางวันไปห้องทำงานครับ” พ่อบ้านมงคลตอบ ทั้งที่ก็พอดูออกว่าเจ้านายจงใจเลี่ยงไม่พบหน้าภรรยา“ส่วนอาหารกลางวันของคุณ ผมเตรียมไว้ที่โต๊ะเรียบร้อยแล้วครับ”สีหน้าของวิกัญญามีแต่ความไม่พอใจจนซ่อนเก็บไม่อยู่“ทำไมถึงไม่ยอมลงมา”มงคลตกใจแต่ก็ยังคงความเยือกเย็นเอาไว้ ท่าทางของนายหญิงก็ไม่เหมือนเดิมตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาล ความสงสัยที่เก็บซ่อนไว้ไม่สมควรเอ่ยถา
“ทะ...หมายถึง...อะไรคะ” วิกัญญาลนลาน “ฉันไงคะ...”รชตยังคงมองด้วยสายตาเรียบนิ่ง แตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง ทั้งที่คิดว่าแปลกแต่ก็ไม่กล้าคิดเพราะหญิงสาวตรงหน้าคือภรรยาที่รักของเขาเองแม้รู้อยู่แก่ใจมาตลอด แต่วันนี้ก็ได้คำตอบที่ชัดเจนแล้ว ชายหนุ่มสูดลมหายใจเบือนหน้าหนีราวกับต้องใช้เวลาครู่หนึ่งดึงสติกลับคืนมา“งั้นคุณตอบผมได้ไหม คุณกับผมเราเจอกันครั้งแรกอย่างไร”“คะ” สีหน้าของหล่อนลนลาน ตากลอกไปมา “คุณก็รู้ว่าฉันเสีย...ความทรงจำ...”หล่อนเลิ่กลั่กทำหน้าไม่ถูกและพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก“จริงสิคะ...ฉันจำได้ว่า คุณไม่...เคยกินของหวานนี่คะ”“คุณไม่ใช่....ภรรยา...ของผม” เขากลั้นใจพูดด้วยความเจ็บปวดวิกัญญากัดฟันมองด้วยสีหน้าไม่พอใจ แล้วร้องตะโกนออกมาทันที“ข้าคือภรรยาของท่านนะคะ !”ลักษณะพูดเปลี่ยนไปทำให้เขามองด้วยความแปลกใจ และมั่นใจแล้วว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่มิราวดีอย่างแน่นอน“ไม่ใช่”“ไม่มีทาง ตอนนี้ร่างนี้....ข้
สี่สัปดาห์ต่อมาหลังจากที่รักษาตัวในโรงพยาบาลนานหลายเดือน ในที่สุดก็ได้ออกจากที่แห่งนี้สักที วิกัญญาพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับผู้คนในยุคสมัยนี้ แต่คำพูดและคำสนทนาก็ยังไม่ชินมากนักรวมถึงตัวอักษรด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้หล่อนจึงตัดสินใจที่จะแกล้งความจำเสื่อม และเลือกที่จะจำได้เพียงชายหนุ่มเท่านั้นเมื่อเดินเข้ามาในห้องและนั่งลงที่ปลายเตียง เธอก็เอื้อมมือรั้งตัวของชายหนุ่มไว้ สายตาส่งยั่วยวนราวกับรอคอยและเฝ้ารอมานาน“อยู่เป็นเพื่อน...ได้ไหมคะ” น้ำเสียงหวานเปล่งออกมาก่อนที่จะขยับตัวลุกขึ้นไปกอดชายหนุ่มทางด้านหลัง “...คิดถึงมากเหลือเกินค่ะ”รชตรู้สึกตกใจเล็กน้อยที่ท่าทางและนิสัยของภรรยาดูแปลกไปจากเดิม แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังรักเหมือนเดิมชายหนุ่มขยับตัวหันมาจุมพิตที่ขมับของหญิงสาว“ผมจะมาอยู่เป็นเพื่อนคุณแน่นอน คุณพักผ่อนเถอะ”รอยยิ้มปรากฏที่ใบหน้าเขา วิกัญญาได้แต่มองด้วยความปรารถนา ที่เฝ้ารอมาทั้งชีวิตเพียงรอยยิ้มและจุมพิตที่แสนอ่อนโยนจากผู้ชายคนนี้“ค่ะ” เธอยิ้มและส่งสายตาหวานให้ มองเขาเดินจากไปด้วยความสุขที
วินาทีที่วิกัญญาใช้มีดแทงเข้าที่หัวใจอลิชาจนหมดลมหายใจ เลือดจากหัวใจหญิงสาวไหลสู่พื้น มิราวดีก็รับรู้ถึงความเจ็บปวดไปทั่วร่างและไม่นานนักก็เกิดแสงปรากฏขึ้นล้อมเป็นอักขระที่อ่านไม่ออกเสียงหัวเราะดังไปทั่วราวกับว่าความสุขจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้าวิกัญญายังคงทำพิธีต่อไป สังเวยด้วยเลือดของมนุษย์และสัตว์ตามตำราโบราณจนครบหมดสิ้น ภายในที่แห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นเลือดคละคลุ้งไปทั่วจนน่าสะอิดสะเอียนมิราวดีได้เพียงแต่ยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูกมองร่างของหญิงสาวนอนจมกองเลือดจนแทบเหือดแห้ง ไม่นานนักก็มีแสงส่องสว่างไปทั่ว ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับสู่สภาพเดิม วิกัญญาในตอนนี้ราวกับคนไร้สติ เธอหัวเราะและเดินเข้ามากอดร่างของชายหนุ่มด้วยความรัก ทว่า...‘กรี๊ด ~~~’ เสียงกรีดร้องของวิกัญญาดังขึ้นโหยหวนอย่างทรมาน และไม่นานนักร่างกายก็ราวกับมีไฟประทุออกมา เธอถอยออกห่างจากร่างของชายหนุ่มแล้วกุมไหล่ทั้งสองข้างก่อนทรุดตัวลงกับพื้น‘นี่มันเกิดอะไรขึ้น ! ข้าทำทุกอย่าง...ตามที่ตำราเขียนไว้แล้ว’วิกัญญามองมือทั้งสองข้างของตนที่มีไฟจากในกายแผดเผาออกมา เสียงร้องด้วยความทรมาน
มิราวดีแรงเริ่มตกจนแทบก้าวไม่ออก แต่ก็ยังก้าวต่อไปไม่สนเสียงฝีเท้าที่ไล่ตามหลังมา เมื่อเริ่มเห็นปลายทาง มีแสงไฟจากตึกสูงทำให้หัวใจของเธอรู้สึกตื่นเต้น ใช่แล้ว ใกล้จะหนีพ้นจากขุมนรกนี้เสียทีแฮก ... แฮก เสียงหายใจหอบดังขึ้นเป็นระยะ ทั้งเหนื่อย และอ่อนล้ามาหลายชั่วโมง เมื่อใกล้ถึงปากทางของถนนใหญ่มิราวดีไม่รอช้าที่จะรีบมองอย่างมีความหวัง“เร็ว อยู่ทางนี้ !”หญิงสาวหันมองกลับไปด้วยระยะที่ห่างกันไม่มากนัก ขาก็แทบก้าวต่อไม่ไหวอีกแล้ว อีกนิด ... แค่ออกจากซอยนี้ไปอาจจะหาใครสักคนช่วยได้ !มิราวดีรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายวิ่งออกไปยังถนนใหญ่ เสียงแตรรถแสงไฟทำให้รู้สึกดีใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่าแตรรถที่บีบนั้นคือการส่งสัญญาณบอกเธอนั่นเองดวงตากลมหันมองรถที่แล่นมาอย่างเร็ว แสงไฟหน้ารถส่องเข้าสว่างจ้าจนแทบมองไม่เห็น รวมทั้งเวลานี้ ร่างกายก็ไม่มีแรงมากพอที่จะหนีอีกต่อไป ในเสี้ยววินาทีที่พยายามจะดิ้นรนต่อชีวิต ควันสีดำกลับปรากฏขึ้นรอบตัวและปิดบังหนทางข้างหน้าเอาไว้ กว่าจะรู้ตัวอีกทีรถที่แล่นเข้ามาด้วยความเร็วสูงชนเข้ากับร่างของหญิงสาวจนกระเด็นไปอีกหลายเมตร ก่อนที่ร่างทั







