หน้าหลัก / รักโบราณ / สามีในฝัน / เจ้าคงฟั่นเฟือนไปแล้ว

แชร์

เจ้าคงฟั่นเฟือนไปแล้ว

ผู้เขียน: กามาสุตรา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-22 05:37:03

นางลืมตาโพลงขึ้นมาและพบว่าตัวเองอยู่บนเรือกลางลำน้ำ เหงื่อเย็นเม็ดเป้งไหลซึมตามไรผมและขมับ หัวใจของนางเต้นรัวราวกับกลองศึก แสงแดดส่องสะท้อนผิวน้ำวิบวับทำให้นางรู้สึกวิงเวียนศีรษะ

"เจ้าเป็นอะไรไป ซูฉี? ร้อนหรืออย่างไรถึงได้เหงื่อโชกเช่นนี้"

เสิ่นมู่หรานที่นั่งอยู่ไม่ไกลเงยหน้าขึ้นจากตำรา เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงสัยพลางขมวดคิ้ว

ซูฉีรีบยกหลังมือขึ้นเช็ดเหงื่อพัลวัน หัวใจของนางยังคงสั่นสะท้านกับรสสัมผัสจากความฝันที่เพิ่งจางหายไป นางสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่ยังคงตกค้างอยู่บนฝ่ามือ

"ปละ เปล่าเจ้าค่ะ..."

"แล้วทำไมหน้าเจ้าถึงได้แดงซ่านไปถึงใบหูเช่นนั้นเล่า?"

เขาวางตำราลงแล้วจ้องเขม็งมาที่นาง

นางยกมือขึ้นแตะแก้มที่ร้อนผ่าว พยายามสะกดกลั้นความสั่นไหวในน้ำเสียง "เอ่อ... คงเป็นเพราะอากาศในห้องนี้มันร้อนอบอ้าวไปหน่อย"

คำโกหกของนางเลือนหายไปได้อย่างไม่ทิ้งร่องรอย แต่นัยน์ตาที่ยังคงฉายแววปรารถนาจางๆ นั้นเล่า เสิ่นมู่หรานผู้เย่อหยิ่งหารู้ไม่ว่าเกิดจากน้ำมือผู้ใด

ท่ามกลางบรรยากาศอื้ออึงอลหม่านในโรงน้ำชา เสิ่นมู่หรานมีท่าทีร้อนรนผิดวิสัย เขาเดินดุ่มเข้าไปสะกิดหลังเหยียนเกอที่เพิ่งก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา

"เจ้าจัดการเรื่องนัดหมายกับแม่นางหวานหวานเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่?"

เหยียนเกอถอนหายใจยาวพลางกรอกตา "นัดหมายเรียบร้อยแล้ว แต่นี่เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่? ในงานเลี้ยงนั้น... เจ้าจะเปิดตัวแม่นางซูฉีอย่างไร"

เสิ่นมู่หรานแค่นยิ้มที่มุมปาก แววตาคมปลาบฉายแววเจ้าเล่ห์

"เปิดตัวว่า นางเป็นคนรักใหม่ของข้าอย่างไรเล่า"

"เสิ่นมู่หราน... เจ้าคงสติฟั่นเฟือนไปแล้วกระมัง"

เหยียนเกออุทานเสียงหลง

"หึ... เจ้าคอยดูเถิด คราวนี้แม่นางหวานหวานผู้หยิ่งผยอง จะต้องเป็นฝ่ายคลานเข่าเข้ามาอ้อนวอนขอคืนดีกับข้าด้วยตัวเอง"

เสียงหัวเราะร่าอย่างคนถือไพ่เหนือกว่าดังขึ้น ก่อนจะชะงักลงเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นซูฉีกำลังจ้องมองมาทางพวกเขาพอดี เสิ่นมู่หรานจึงแสร้งปั้นหน้ายิ้มประจบประแจงเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยพิรุธ

ภายในรถม้าที่เคลื่อนตัวออกจากเมืองหลวง บรรยากาศอึมครึมดุจท้องฟ้าก่อนจะเกิดพายุใหญ่ เสิ่นมู่หรานที่นั่งวางมาดสูงศักดิ์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงวางก้าม

"ซูฉี ข้ามีเรื่องหนึ่งต้องเตือนเจ้า"

ซูฉีแสร้งทำเป็นกระพริบตาถี่ ประสานมือไว้ที่ตักอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว

"เรื่องอันใดหรือเจ้าคะ?"

นางเอ่ยถามด้วยจริตใสซื่อที่เปี่ยมไปด้วยมารยาท ทว่าในใจกลับนึกอยากจะกระชากคอเสื้อคนอวดดีตรงหน้ามาตบให้หน้าหงายนัก

"ที่บ้านสกุลเสิ่น บิดามารดาข้าน่ะหรือ... จะว่าไปพวกท่านก็ใจดีนัก แต่คนที่จะทำให้เจ้าถึงคราวเคราะห์คือพี่ชายของข้าต่างหาก"

เสิ่นมู่หรานพูดไปพลางบีบด้ามพัดในมือแน่น ราวกับกำลังกดข่มความยำเกรงบางอย่างในใจ

"เสิ่นมู่เฟิง พี่ชายข้าเป็นคนเคร่งครัดจนน่าเหลือเชื่อ เขาเป็นดั่งพยัคฆ์ร้ายแห่งเฉิงอัน พูดคำไหนเป็นคำนั้น และความเผด็จการของเขานั้น... แม้แต่ท่านพ่อท่านแม่ยังต้องยำเกรงจนไม่กล้าสบตา หากเจ้าได้พบเขาเข้า จงสำรวมกิริยาให้ดี อย่าได้ทำตัวโง่งมให้เป็นที่รำคาญตาเชียว"

ซูฉีรับคำอย่างว่าง่าย ใบหน้าของนางเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ราวกับภาพวาดที่ไร้จิตวิญญาณ ทว่าภายใต้ดวงตาคู่สวย นางกำลังครุ่นคิดถึงชายผู้นั้นด้วยความสนใจ หากเขาดุดันและทรงอำนาจถึงเพียงนี้ การที่นางจะใช้เขาเป็นหมากตัวสำคัญในการทำลายความสัมพันของนางกับเสิ่นมู่หราน คงจะเป็นเรื่องสนุกไม่น้อย

เสิ่นมู่หรานชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นความเฉยชาของนาง "นี่เจ้า... อุตส่าห์ได้เข้าบ้านสกุลเสิ่นทั้งที จะไม่รู้สึกดีใจสักนิดเลยหรืออย่างไร?"

นางเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างฝืนทน รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก

"ดีใจสิเจ้าคะ"

น้ำเสียงของนางราบเรียบเกินกว่าจะจับพิรุธได้

เมื่อรถม้าคันหรูหยุดลงหน้าบ้านสกุลเสิ่น ซูฉีสูดลมหายใจเข้าลึก นางเตรียมใจรับมือกับการถูกเหยียดหยาม ไม่ว่าจะเป็นการกล่าววาจาถากถาง หรือแม้แต่การถูกโยนเงินก้อนโตใส่หน้าเพื่อเป็นค่าทำขวัญสำหรับการไสหัวออกไปจากชีวิตลูกชายคนเล็กของบ้าน

ทว่าสิ่งที่รอคอยนางอยู่เบื้องหน้ากลับไม่เป็นไปตามที่คาดเดา...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สามีในฝัน   ตอนจบ

    กาลเวลาผันผ่านไปอีกสองปี เสิ่นอวี้ในวัยห้าขวบเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายช่างเจรจาและมีความมุ่งมั่นไม่ต่างจากบิดา ในยามที่เสิ่นมู่เฟิงต้องจากเรือนไปคุมขบวนสินค้าไกลถึงชายแดนหลายสัปดาห์ เสิ่นอวี้มักจะย้ายสำมะโนครัวมานอนเบียดเสียดอยู่ข้างกายมารดาที่กำลังอุ้มท้องทารกน้อยในครรภ์ได้สามเดือนเศษ ด้วยใบหน้าจิ้มลิ้มและน้ำเสียงออดอ้อน"ท่านแม่ขอรับ ข้าอยากนอนกอดน้องกับท่านแม่ จะได้ช่วยน้องดูแลท่านแม่ด้วยอย่างไรเล่า" ข้ออ้างอันใสซื่อนั้นทำให้ซูฉีได้แต่ยิ้มรับด้วยความเอ็นดูทว่าเมื่อประมุขแห่งสกุลเสิ่นเดินทางกลับมาจากชายแดน ความอบอุ่นในห้องนอนใหญ่กลับกลายเป็นสมรภูมิสายเลือด ระหว่างบิดากับลูกชายคนโตเสิ่นมู่เฟิงผู้โหยหาภรรยาสาวมาเกือบสามเดือนกลับต้องเผชิญกับก้างขวางคอตัวน้อยที่นอนกางแขนกางขาขวางกลางเตียงอย่างไม่เกรงใจบิดาเลยสักนิด กว่าเสิ่นมู่เฟิงจะรอให้บุตรชายจอมดื้อหลับใหลจนนิ่งสนิทไปได้ ก็ทำเอาเขาแทบคลั่งด้วยความอัดอั้นในความเงียบงันยามดึก เสิ่นมู่เฟิงอุ้มเจ้าก้อนแป้งไปส่งยังห้องนอนของเขาที่เรือนเล็กอย่างแผ่วเบาก่อนจะรีบหวนกลับมายังเรือนหลัก แววตาของเขาใ

  • สามีในฝัน   ยอมรับตัวตนที่มืดและสว่าง

    เขาโน้มตัวลงกัดเบาๆ ที่ใบหูนางก่อนจะเร่งจังหวะจนลึกสุดหยั่ง ลึกจนนางรู้สึกถึงความร้อนระอุที่พุ่งทะลวงเข้าไปในทุกอณูเนื้อเสียงครางประสานกันดังลั่น เมื่อทั้งสองทะยานไปถึงจุดหมายปลายทาง ร่างของซูฉีเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อภายในบีบรัดตัวตนของเขาไว้แน่น รีดเค้นทุกหยาดหยดแห่งความปรารถนาเสิ่นมู่เฟิงแผดเสียงคำรามผ่านลำคอ เมื่อปลดปล่อยสายธารแห่งชีวิตเข้าสู่ส่วนลึกที่ร้อนผ่าวของนาง ความร้อนระอุที่ฉีดพ่นเข้าไปนั้น ลึกจนนางรู้สึกถึงการเติมเต็มที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นสัมผัสแห่งความสุขสมที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำใดมาบรรยายภายหลังจากพายุอารมณ์อันบ้าคลั่งในคืนเข้าหอได้สงบลง ความเงียบงันที่เหลืออยู่กลับอบอวลไปด้วยไออุ่นแห่งความผูกพัน เตียงไม้แกะสลักที่เคยสั่นคลอนบัดนี้เหลือเพียงร่องรอยแห่งความรักที่ตราตรึงไว้บนเรือนร่างของคนทั้งคู่เสิ่นมู่เฟิงโอบกอดร่างบางที่ยังคงหอบหายใจรวยรินไว้ในอ้อมแขน นิ้วหนาเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นเหงื่อออกจากใบหน้าของภรรยาสาวอย่างทะนุถนอมย้อนกลับไปในวันที่พวกเขาต่างเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่รู้จักกันผ่านความฝันที่เลือนราง

  • สามีในฝัน   พายุที่ไม่มีวันสงบ

    เสิ่นมู่เฟิงถอนกายออกจากรอยรักที่ยังคงสั่นระริกด้วยความกระสัน เขาฉุดร่างบางขึ้นยืน ประจันหน้ากันท่ามกลางไอความร้อนที่ระอุในห้องหอขาของซูฉียังคงอ่อนเปลี้ยจากการถูกพายุตัณหาถาโถมใส่ นางโผเข้าโอบรัดบ่าแกร่งของเขา ดึงรั้งให้เขาก้มลงมามอบจุมพิตที่ดุดันและร้อนแรงราวกับจะกลืนกินกันและกัน ลิ้นของนางพันพัวกับของเขาด้วยความหิวกระหาย ปรารถนาจะให้เขาเติมเต็มความว่างเปล่าที่เพิ่งถูกพรากไปเมื่อครู่เขาประคองนางขึ้นไปนั่งบนขอบเตียง ถอยห่างเพียงเล็กน้อยเพื่อดื่มด่ำกับภาพเรือนร่างเปลือยเปล่าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อและร่องรอยแห่งอารมณ์ ก่อนจะโน้มตัวลงใช้ริมฝีปากไล้เลียไปตามเนินอกอวบอัด ไล่ต่ำลงไปถึงหน้าท้องแบนราบที่เกร็งสั่นเสิ่นมู่เฟิงปรนเปรอด้วยความละเอียดอ่อนที่แฝงไปด้วยความกระหาย เขากดจูบเน้นหนักไปทั่วทุกตารางนิ้ว ก่อนจะวกกลับมายังรอยแยกที่ฉ่ำแฉะอีกครั้ง ลิ้นร้อนของเขาตวัดเลียจนนางนอนหงายหลังราบลงไปบนฟูกหนาเขาแยกเรียวขาของนางออกกว้าง บังคับให้นางเปิดเผยทุกความลับในกายสาวให้เขาได้เชยชม ลิ้นสากลากไล้ช้าๆ เหมือนจงใจทรมานให้นางแทบคลั่ง จนในที่สุด ซูฉีก็อดไม่ได้ที่จะกระดกสะโพ

  • สามีในฝัน   หลั่งออกมา

    "ฮูหยิน... บอกมาสิว่าเจ้าอยากให้สามีทำอะไรกับเจ้า"เขาถามเสียงต่ำที่แหบพร่าด้วยแรงอารมณ์"ข้า... ข้าอยากโดนท่านพี่ทิ่มแทงเข้ามา..."ซูฉีแอ่นกายโก่งโค้งให้มากที่สุด ท้าทายให้เขาลงมือกระแทกกระทั้นท่อนเอ็นใหญ่แข็งเข้ามาในร่างนางแต่ทว่าเสิ่นมู่เฟิงกลับแกล้งลากปลายหยักชอนไชไปตามรอยแยกนุ่มนิ่ม อาบชโลมเนื้อหนังของเขาด้วยหยาดน้ำหวานของนางอย่างเชื่องช้า ทรมานนางอย่างใจเย็น"ตลอดหลายวันที่เตรียมตัวเป็นเจ้าสาว..."เขาขยับกายชิดใกล้ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งคำสั่งกึ่งหยอกเย้า"เจ้าเคยช่วยตัวเองคลายเหงาบ้างหรือไม่?"ซูฉีเหลียวหลังกลับไปมองเขาผ่านหัวไหล่ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวราวกับกวางน้อยที่ตกอยู่ในกรงเล็บเสือร้ายแววตาของเสิ่นมู่เฟิงทั้งดุดันและร้อนแรงราวกับจะกลืนกินนางทั้งร่างจนไม่เหลือซาก ร่างกายนางสั่นสะท้านด้วยความกลัวที่ปนเปไปกับความตื่นเต้นจนแทบหยุดหายใจ"ท่านพี่..."นางครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ร่างกายอ่อนระทวยลงด้วยฤทธิ์แห่งตัณหา"ได้โปรด... อย่าทรมานข้าเช่นนี้อีกเลย"เสิ่นมู่เฟิงหาได้ฟังคำอ้อนวอนไ

  • สามีในฝัน   หยอกเย้าเหยื่อ

    เสิ่นมู่เฟิงคำรามต่ำในลำคอด้วยความเสียวซ่านเมื่อริมฝีปากอิ่มของซูฉีกลืนกินตัวตนของเขาเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆ นางขยับกายรับสัมผัสอันใหญ่โตนั้นอย่างท้าทาย ปล่อยให้ความแข็งขึงปาดป้ายไปทั่วโพรงปากอุ่นร้อนจนมิดแท่งลำคอระหงของนางสั่นระริกขณะที่ส่วนปลายที่หนาเตอะกระแทกกระทั้นเข้าสู่ลำคอของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า นางช้อนสายตามองเขาอย่างเว้าวอน ราวกับกำลังแสดงความจงรักภักดีต่อบุรุษผู้ครอบครองเขากดศีรษะนางไว้แน่นด้วยมือหนาที่เต็มเปี่ยมพละกำลัง ดึงรั้งให้นางรับเอาทุกอณูความกระหายของเขาเข้าไปจนสุดใจ จนกระทั่งความอึดอัดที่แสนหวามใจทำให้นางเริ่มสำลักและน้ำตาคลอเบ้าทว่าความเจ็บปวดนั้นกลับกลายเป็นเชื้อเพลิงที่เร่งเร้าอารมณ์ให้พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ นางโหยหาความจาบจ้วงนี้ ปรารถนาให้เขากระแทกกระทั้นตัวตนเข้ามาในกายสาวของนางให้ฉีกขาดเสียด้วยซ้ำเสิ่นมู่เฟิงผละออกมากะทันหัน ปล่อยให้นางหอบหายใจรวยรินท่ามกลางคราบน้ำรักที่เปรอะเปื้อนใบหน้า เขาใช้ความแข็งขึงที่กำลังผงาดง้ำตบเบาๆ ลงบนริมฝีปากที่เผยอค้างของนางอย่างหยาบคาย"ฮึ่ก... ได้โปรด..." นางครวญคราง อ้าปากกว้างเพื่อรอรับการปร

  • สามีในฝัน   เขากลืนกินความบริสุทธิ์ของนาง

    "คืนนี้... อาจารย์เสิ่นจะทดสอบบทเรียนสุดท้ายที่เคยสอนไป" เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นรดรินอยู่ข้างแก้มนาง"หวังว่าศิษย์รักของข้าจะยังจดจำวิธีทำการบ้านได้แม่นยำ"ซูฉีเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเหมือนกลองศึก ลึกๆ ในใจนั้นเขินอายจนอยากจะมุดหายไปในผ้าห่ม แต่ทว่าศักดิ์ศรีของศิษย์เอกที่ผ่านการเคี่ยวกรำมาอย่างเข้มงวด ทำให้นางไม่ยอมปล่อยให้เขาดูแคลนเป็นอันขาด นางเชิดหน้าขึ้นสบสายตาคมเข้มของเขาอย่างท้าทาย"บทเรียนที่ท่านพี่สอน ข้าจำได้ขึ้นใจเจ้าค่ะ"นางยิ้มยั่ว พลางเอื้อมมือไปปลดสายรัดเอวของเขาอย่างถือดี"แต่ในเมื่ออาจารย์สอนดีขนาดนี้ ศิษย์อย่างข้าก็คงต้องแสดงให้เห็นว่า... ข้าไม่ใช่คนเรียนรู้ช้าเช่นกัน"เสิ่นมู่เฟิงเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนมุมปากทันทีที่ร่างของเขาถูกนางผลักให้เอนหลังลงบนเตียงนุ่ม มือบางของซูฉีเริ่มปลดอาภรณ์ของเขาออกด้วยความชำนาญที่นางไม่เคยคาดคิดว่าตนเองจะคล่องแคล่วได้ถึงเพียงนี้การเคลื่อนไหวของหญิงสาวทั้งกล้าหาญและยั่วยวนจนเสิ่นมู่เฟิงต้องสูดปากด้วยความเสียวซ่าน ลมหายใจเขาเริ่มติดขัด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status