แชร์

ฝันบนเรือ

ผู้เขียน: กามาสุตรา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-22 05:35:54

ฉับพลันนั้น คำพูดของท่านหมอช่งก็ดังสะท้อนขึ้นในหัวของซูฉีราวกับเสียงระฆังมรณะ

'ซูฉี อาการป่วยของแม่เจ้า หากไม่รีบใช้โสมแดงร้อยปีสกัดเป็นยาฟื้นฟูร่างกายภายในสามสัปดาห์ เห็นทีชีวิตนี้คงไม่อาจยื้อไว้ได้อีกแล้ว'

'ท่านหมอ ข้าต้องใช้เงินเท่าไหร่เจ้าคะ ทั้งค่าโสม ทั้งค่ารักษาพยาบาลทุกอย่าง?'

'คำนวณคร่าวๆ อย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นตำลึง'

คำว่าหนึ่งหมื่นตำลึงนั้นหนักอึ้งดุจขุนเขา เงินเก็บทั้งชีวิตของนางยังห่างไกลจากความจริงนั้นราวฟ้ากับเหว นางทำงานหามรุ่งหามค่ำ อดมื้อกินมื้อจนชีวิตแทบเหลือเพียงลมหายใจรวยริน แต่นางยอมแลกทุกอย่าง ยอมขายแม้กระทั่งจิตวิญญาณ หากมันจะสามารถยื้อชีวิตของมารดาผู้ให้กำเนิดกลับคืนมาได้

ซูฉีเงยหน้าขึ้น สบตากับบุรุษเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป นางคลี่ยิ้มหวาน... รอยยิ้มที่งดงามทว่าเปี่ยมด้วยความคิดคำนวณ

"คุณชาย... ข้ายินดีจะคบหากับท่านเจ้าค่ะ"

บนเรือลำใหญ่ที่แล่นฝ่าสายน้ำมุ่งหน้าสู่เมืองเฉิงอัน กระแสลมพัดเอากลิ่นอายความชื้นของแม่น้ำรั่วซีเข้ามาปะทะหน้าต่าง

เสิ่นมู่หรานเอนกายลงบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก ทอดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความหมางเมิน "ตลอดการเดินทาง เจ้าจงหุบปากให้สนิท ห้ามพูดจาเซ้าซี้รบกวนข้าเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่?"

“เจ้าค่ะ” ซูฉีรับคำอย่างว่าง่าย

หึ... ใครจะอยากรบกวนไอ้หน้าหลงตัวเองอย่างเจ้ากันเล่า นางค่อนขอดในใจพลางปั้นหน้าซื่อ

มือบางคว้าผ้าแพรเนื้อละเอียดขึ้นมาห่มคลุมไหล่ที่สั่นเทาเล็กน้อย ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อีกฝั่งนอนหันหลังให้เขา หลับตาลงเพื่อหนีจากโลกแห่งความจริงเข้าสู่ห้วงภวังค์

ในความฝันที่ซ้อนทับ

บรรยากาศกลับเปลี่ยนแปลงไปในฉับพลันราวกับถูกมนตร์สะกด ร่างแกร่งกำยำของชายในฝันที่นางโหยหาปรากฏขึ้น กลิ่นกายบุรุษเพศที่ร้อนรุ่มและคุ้นเคยโอบล้อมนางไว้อีกครา ฝ่ามือหยาบกร้านแต่ทว่าอ่อนโยนลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างงามอย่างจาบจ้วง ไม่แยแสแม้กระทั่งเสียงโอดครวญอย่างอ่อนระโหยของนาง

"อย่า... ท่านกำลังจะทำอะไร”

ซูฉีพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า นางก้ำกึ่งอยู่ระหว่างความจริงและความฝัน นางกังวลเหลือเกินว่าจะถูกคนจับได้ว่านางกำลังลักลอบทำเรื่องบัดสีกับชายผู้นี้ ทว่าในขณะที่ปากพลักไสเขา ร่างกายของนางกลับอ่อนระทวยคล้อยตามสัมผัสแผดเผาของเขาอย่างไม่อาจหักห้ามใจ

ชายหนุ่มไม่หยุดเพียงแค่นั้น มือหนาของเขาตลบชายกระโปรงนางขึ้นมากองไว้ที่เอวคอด ก่อนจะสอดฝ่ามือหยาบกร้านลงไปสัมผัสความเปียกแฉะตรงกึ่งกลางหว่างขาขาว เขากระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างโอหัง

"วันนี้เจ้าช่างสวยเย้ายวนเหลือเกิน... บอกข้ามาสิ ว่าเจ้าจะรีบเร่งไปที่ใด?"

ความตื่นเต้นที่ก่อตัวขึ้นในอกทำให้ซูฉีลืมสิ้นทุกจริตจะก้าน

"ข้า... ข้าต้องไปบ้านเกิดของคนรัก" นางยังคงละเมอเพ้อพกด้วยความสับสน ขณะที่มือของเขากดดันยัดเยียดท่อนเอ็นร้อนระอุเข้ามาในช่องทางที่คับแคบและบีบรัดด้วยความตื่นตระหนก

"ทิ้งเขาเสีย แล้วมาเป็นของข้า... มีเพียงแค่ข้าคนเดียวได้หรือไม่?" เขาคำรามต่ำพลางเร่งจังหวะจนนางต้องสะบัดหน้าไปมาเพื่อเรียกสติ

"ไม่... ไม่ได้..."

นางปากแข็งทว่าร่างกายกลับทรยศโดยสิ้นเชิง เพียงแค่เขาสอดแทรกเข้ามาอย่างหนักหน่วง นางก็เปียกแฉะไปหมดจนรู้สึกได้ถึงหยาดน้ำหวานที่ไหลนอง

“ข้า... ข้าไม่มีวันใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายในฝันที่สัมผัสไม่ได้ในยามตื่นนอน”

ซูฉีร้องครวญครางพยายามผลักไสแผงอกแกร่งออกห่าง ทว่ากลับกลายเป็นเพียงการยึดเหนี่ยวเขาไว้ เขาขบงับติ่งหูนาง พลางกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงเร่าร้อน

“กอดข้าไว้ให้แน่น... แล้วบอกข้าว่านี่คือความฝันหรือความจริง”

แรงกระตุกที่พรั่งพรูดั่งน้ำเดือดทำให้ซูฉีสะดุ้งสุดตัว สติที่เคยเลือนรางแตกกระจายไปกับพายุสวาทที่เขาปรนเปรอให้นางอย่างดุดัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สามีในฝัน   ตอนจบ

    กาลเวลาผันผ่านไปอีกสองปี เสิ่นอวี้ในวัยห้าขวบเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายช่างเจรจาและมีความมุ่งมั่นไม่ต่างจากบิดา ในยามที่เสิ่นมู่เฟิงต้องจากเรือนไปคุมขบวนสินค้าไกลถึงชายแดนหลายสัปดาห์ เสิ่นอวี้มักจะย้ายสำมะโนครัวมานอนเบียดเสียดอยู่ข้างกายมารดาที่กำลังอุ้มท้องทารกน้อยในครรภ์ได้สามเดือนเศษ ด้วยใบหน้าจิ้มลิ้มและน้ำเสียงออดอ้อน"ท่านแม่ขอรับ ข้าอยากนอนกอดน้องกับท่านแม่ จะได้ช่วยน้องดูแลท่านแม่ด้วยอย่างไรเล่า" ข้ออ้างอันใสซื่อนั้นทำให้ซูฉีได้แต่ยิ้มรับด้วยความเอ็นดูทว่าเมื่อประมุขแห่งสกุลเสิ่นเดินทางกลับมาจากชายแดน ความอบอุ่นในห้องนอนใหญ่กลับกลายเป็นสมรภูมิสายเลือด ระหว่างบิดากับลูกชายคนโตเสิ่นมู่เฟิงผู้โหยหาภรรยาสาวมาเกือบสามเดือนกลับต้องเผชิญกับก้างขวางคอตัวน้อยที่นอนกางแขนกางขาขวางกลางเตียงอย่างไม่เกรงใจบิดาเลยสักนิด กว่าเสิ่นมู่เฟิงจะรอให้บุตรชายจอมดื้อหลับใหลจนนิ่งสนิทไปได้ ก็ทำเอาเขาแทบคลั่งด้วยความอัดอั้นในความเงียบงันยามดึก เสิ่นมู่เฟิงอุ้มเจ้าก้อนแป้งไปส่งยังห้องนอนของเขาที่เรือนเล็กอย่างแผ่วเบาก่อนจะรีบหวนกลับมายังเรือนหลัก แววตาของเขาใ

  • สามีในฝัน   ยอมรับตัวตนที่มืดและสว่าง

    เขาโน้มตัวลงกัดเบาๆ ที่ใบหูนางก่อนจะเร่งจังหวะจนลึกสุดหยั่ง ลึกจนนางรู้สึกถึงความร้อนระอุที่พุ่งทะลวงเข้าไปในทุกอณูเนื้อเสียงครางประสานกันดังลั่น เมื่อทั้งสองทะยานไปถึงจุดหมายปลายทาง ร่างของซูฉีเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อภายในบีบรัดตัวตนของเขาไว้แน่น รีดเค้นทุกหยาดหยดแห่งความปรารถนาเสิ่นมู่เฟิงแผดเสียงคำรามผ่านลำคอ เมื่อปลดปล่อยสายธารแห่งชีวิตเข้าสู่ส่วนลึกที่ร้อนผ่าวของนาง ความร้อนระอุที่ฉีดพ่นเข้าไปนั้น ลึกจนนางรู้สึกถึงการเติมเต็มที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นสัมผัสแห่งความสุขสมที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำใดมาบรรยายภายหลังจากพายุอารมณ์อันบ้าคลั่งในคืนเข้าหอได้สงบลง ความเงียบงันที่เหลืออยู่กลับอบอวลไปด้วยไออุ่นแห่งความผูกพัน เตียงไม้แกะสลักที่เคยสั่นคลอนบัดนี้เหลือเพียงร่องรอยแห่งความรักที่ตราตรึงไว้บนเรือนร่างของคนทั้งคู่เสิ่นมู่เฟิงโอบกอดร่างบางที่ยังคงหอบหายใจรวยรินไว้ในอ้อมแขน นิ้วหนาเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นเหงื่อออกจากใบหน้าของภรรยาสาวอย่างทะนุถนอมย้อนกลับไปในวันที่พวกเขาต่างเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่รู้จักกันผ่านความฝันที่เลือนราง

  • สามีในฝัน   พายุที่ไม่มีวันสงบ

    เสิ่นมู่เฟิงถอนกายออกจากรอยรักที่ยังคงสั่นระริกด้วยความกระสัน เขาฉุดร่างบางขึ้นยืน ประจันหน้ากันท่ามกลางไอความร้อนที่ระอุในห้องหอขาของซูฉียังคงอ่อนเปลี้ยจากการถูกพายุตัณหาถาโถมใส่ นางโผเข้าโอบรัดบ่าแกร่งของเขา ดึงรั้งให้เขาก้มลงมามอบจุมพิตที่ดุดันและร้อนแรงราวกับจะกลืนกินกันและกัน ลิ้นของนางพันพัวกับของเขาด้วยความหิวกระหาย ปรารถนาจะให้เขาเติมเต็มความว่างเปล่าที่เพิ่งถูกพรากไปเมื่อครู่เขาประคองนางขึ้นไปนั่งบนขอบเตียง ถอยห่างเพียงเล็กน้อยเพื่อดื่มด่ำกับภาพเรือนร่างเปลือยเปล่าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อและร่องรอยแห่งอารมณ์ ก่อนจะโน้มตัวลงใช้ริมฝีปากไล้เลียไปตามเนินอกอวบอัด ไล่ต่ำลงไปถึงหน้าท้องแบนราบที่เกร็งสั่นเสิ่นมู่เฟิงปรนเปรอด้วยความละเอียดอ่อนที่แฝงไปด้วยความกระหาย เขากดจูบเน้นหนักไปทั่วทุกตารางนิ้ว ก่อนจะวกกลับมายังรอยแยกที่ฉ่ำแฉะอีกครั้ง ลิ้นร้อนของเขาตวัดเลียจนนางนอนหงายหลังราบลงไปบนฟูกหนาเขาแยกเรียวขาของนางออกกว้าง บังคับให้นางเปิดเผยทุกความลับในกายสาวให้เขาได้เชยชม ลิ้นสากลากไล้ช้าๆ เหมือนจงใจทรมานให้นางแทบคลั่ง จนในที่สุด ซูฉีก็อดไม่ได้ที่จะกระดกสะโพ

  • สามีในฝัน   หลั่งออกมา

    "ฮูหยิน... บอกมาสิว่าเจ้าอยากให้สามีทำอะไรกับเจ้า"เขาถามเสียงต่ำที่แหบพร่าด้วยแรงอารมณ์"ข้า... ข้าอยากโดนท่านพี่ทิ่มแทงเข้ามา..."ซูฉีแอ่นกายโก่งโค้งให้มากที่สุด ท้าทายให้เขาลงมือกระแทกกระทั้นท่อนเอ็นใหญ่แข็งเข้ามาในร่างนางแต่ทว่าเสิ่นมู่เฟิงกลับแกล้งลากปลายหยักชอนไชไปตามรอยแยกนุ่มนิ่ม อาบชโลมเนื้อหนังของเขาด้วยหยาดน้ำหวานของนางอย่างเชื่องช้า ทรมานนางอย่างใจเย็น"ตลอดหลายวันที่เตรียมตัวเป็นเจ้าสาว..."เขาขยับกายชิดใกล้ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งคำสั่งกึ่งหยอกเย้า"เจ้าเคยช่วยตัวเองคลายเหงาบ้างหรือไม่?"ซูฉีเหลียวหลังกลับไปมองเขาผ่านหัวไหล่ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวราวกับกวางน้อยที่ตกอยู่ในกรงเล็บเสือร้ายแววตาของเสิ่นมู่เฟิงทั้งดุดันและร้อนแรงราวกับจะกลืนกินนางทั้งร่างจนไม่เหลือซาก ร่างกายนางสั่นสะท้านด้วยความกลัวที่ปนเปไปกับความตื่นเต้นจนแทบหยุดหายใจ"ท่านพี่..."นางครางออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ร่างกายอ่อนระทวยลงด้วยฤทธิ์แห่งตัณหา"ได้โปรด... อย่าทรมานข้าเช่นนี้อีกเลย"เสิ่นมู่เฟิงหาได้ฟังคำอ้อนวอนไ

  • สามีในฝัน   หยอกเย้าเหยื่อ

    เสิ่นมู่เฟิงคำรามต่ำในลำคอด้วยความเสียวซ่านเมื่อริมฝีปากอิ่มของซูฉีกลืนกินตัวตนของเขาเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆ นางขยับกายรับสัมผัสอันใหญ่โตนั้นอย่างท้าทาย ปล่อยให้ความแข็งขึงปาดป้ายไปทั่วโพรงปากอุ่นร้อนจนมิดแท่งลำคอระหงของนางสั่นระริกขณะที่ส่วนปลายที่หนาเตอะกระแทกกระทั้นเข้าสู่ลำคอของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า นางช้อนสายตามองเขาอย่างเว้าวอน ราวกับกำลังแสดงความจงรักภักดีต่อบุรุษผู้ครอบครองเขากดศีรษะนางไว้แน่นด้วยมือหนาที่เต็มเปี่ยมพละกำลัง ดึงรั้งให้นางรับเอาทุกอณูความกระหายของเขาเข้าไปจนสุดใจ จนกระทั่งความอึดอัดที่แสนหวามใจทำให้นางเริ่มสำลักและน้ำตาคลอเบ้าทว่าความเจ็บปวดนั้นกลับกลายเป็นเชื้อเพลิงที่เร่งเร้าอารมณ์ให้พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ นางโหยหาความจาบจ้วงนี้ ปรารถนาให้เขากระแทกกระทั้นตัวตนเข้ามาในกายสาวของนางให้ฉีกขาดเสียด้วยซ้ำเสิ่นมู่เฟิงผละออกมากะทันหัน ปล่อยให้นางหอบหายใจรวยรินท่ามกลางคราบน้ำรักที่เปรอะเปื้อนใบหน้า เขาใช้ความแข็งขึงที่กำลังผงาดง้ำตบเบาๆ ลงบนริมฝีปากที่เผยอค้างของนางอย่างหยาบคาย"ฮึ่ก... ได้โปรด..." นางครวญคราง อ้าปากกว้างเพื่อรอรับการปร

  • สามีในฝัน   เขากลืนกินความบริสุทธิ์ของนาง

    "คืนนี้... อาจารย์เสิ่นจะทดสอบบทเรียนสุดท้ายที่เคยสอนไป" เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นรดรินอยู่ข้างแก้มนาง"หวังว่าศิษย์รักของข้าจะยังจดจำวิธีทำการบ้านได้แม่นยำ"ซูฉีเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเหมือนกลองศึก ลึกๆ ในใจนั้นเขินอายจนอยากจะมุดหายไปในผ้าห่ม แต่ทว่าศักดิ์ศรีของศิษย์เอกที่ผ่านการเคี่ยวกรำมาอย่างเข้มงวด ทำให้นางไม่ยอมปล่อยให้เขาดูแคลนเป็นอันขาด นางเชิดหน้าขึ้นสบสายตาคมเข้มของเขาอย่างท้าทาย"บทเรียนที่ท่านพี่สอน ข้าจำได้ขึ้นใจเจ้าค่ะ"นางยิ้มยั่ว พลางเอื้อมมือไปปลดสายรัดเอวของเขาอย่างถือดี"แต่ในเมื่ออาจารย์สอนดีขนาดนี้ ศิษย์อย่างข้าก็คงต้องแสดงให้เห็นว่า... ข้าไม่ใช่คนเรียนรู้ช้าเช่นกัน"เสิ่นมู่เฟิงเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนมุมปากทันทีที่ร่างของเขาถูกนางผลักให้เอนหลังลงบนเตียงนุ่ม มือบางของซูฉีเริ่มปลดอาภรณ์ของเขาออกด้วยความชำนาญที่นางไม่เคยคาดคิดว่าตนเองจะคล่องแคล่วได้ถึงเพียงนี้การเคลื่อนไหวของหญิงสาวทั้งกล้าหาญและยั่วยวนจนเสิ่นมู่เฟิงต้องสูดปากด้วยความเสียวซ่าน ลมหายใจเขาเริ่มติดขัด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status