LOGINบทที่ 2
ตึก ตึก ตึก!
“โอ้ย!!”
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ เดินตรงเข้ามาก่อนจะชนเข้ากับร่างบางที่กำลังเดินชิล ๆ จิบชาไทยอย่างอารมณ์ดี แรงกระแทกจากด้านหลังทำให้แก้วในมือหล่นลงพื้นทั้งที่เพิ่งดื่มไปไม่ถึงครึ่งแก้ว ความตกใจทำให้เธอชะงักแล้วก้มมองแก้วพลาสติกที่กลิ้งอยู่ตรงหน้าด้วยความโกรธผสมความงงตีตื้นขึ้นมาทันที
“อีเด็กนี่เหรอยัยโม ที่มันแย่งผัวแกอะ!”
เสียงแผดดังลั่นของผู้หญิงจากด้านหลัง ทำให้เด็กสาวต้องตวัดหางตาขึ้นมองโดยไม่คิดจะเกรงกลัวแม้แต่น้อย ก็ฉันเดินของฉันอยู่ดี ๆ แล้วมาหาเรื่องกันทำไมหนอ?
“ใช่! อีนี่แหละที่ทำให้อัตบอกเลิกฉัน!”
เสียงปนสะอื้นดังแทรกจากหญิงสาวที่ตั้งใจชนเธอเมื่อครู่ เรเน่เหลือบสายตาไปมองก็เห็นดวงหน้าเปียกชื้นด้วยน้ำตา
“มียางอายบ้างเถอะน้อง ไม่ใช่คิดจะอ่อยผู้ชายทุกคนที่ขวางหน้า!”
รุ่นพี่ร่างสูงกว่าต่อว่าเสียงแข็งทันทีเมื่อได้รับการยืนยันจากเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ข้างหลัง
“ห้ะ! อะไรเนี่ย? อยู่ ๆ ก็มาหาเรื่อง ทำแก้วน้ำหนูตกแล้วยังจะมาด่าฉอด ๆ อีก! คำขอโทษสักคำก็ไม่มี พี่เป็นใครก็ไม่รู้ หนูไม่เคยรู้จักด้วยซ้ำ!!”
เรเน่ เด็กสาวคณะวิศวกรรมเครื่องกลปีหนึ่งเถียงกลับทันที แววตาของเธอไม่ได้แสดงถึงความหวาดหวั่นเลยสักนิดอีกทั้งมือทั้งสองข้างยังกำแน่นราวกับพร้อมจะสู้ทุกเมื่อ
“แล้วทำไมพี่ต้องขอโทษน้อง? น้องแย่งผัวเพื่อนพี่ยังไม่ขอโทษเลย!”
“แย่งผัว?”
คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นด้วยความงุนงง ไม่ยักรู้เลยว่าตัวเองจะไปแย่งผัวคนอื่น
“เหอะ หน้าด้านฉิบเป๋ง! จะทำเป็นจำไม่ได้รึไงน้อง!”
สิ้นเสียงร่างบางก็ถูกผลักจนเซไปข้างหลัง โชคดีที่ตั้งหลักได้ เธอจึงตวัดสายตาใส่แล้วตะคอกกลับ
“ไม่ใช่ว่าจำไม่ได้ แต่หนูไม่รู้เรื่อง! พี่จำคนผิดรึเปล่า!!”
“ไม่ผิดแน่! ยัยนี่แหละ พัด!”
หญิงสาวที่ร้องไห้ยืนยันเสียงสั่น น้ำตาไหลไม่ขาดสาย
“แล้วหนูไปแย่งผัวพี่ตอนไหนไม่ทราบ!!” เรเน่กระแทกเสียงใส่อย่างเหลืออด
“ก็ตอนนี้แหละ! เมื่อคืนน้องยังคุยกับมันอยู่เลย!!” แตงโม ผู้ถูกแฟนนอกใจโพล่งเสียงสั่นเครือ
“แฟนพี่ชื่ออะไร?” เรเน่ถามห้วน ๆ คิ้วขมวดแน่น
“อัต!”
“ไม่รู้จัก” เรเน่ไหวไหล่อย่างขอไปที เพราะจากผู้ชายทุกคนที่อยู่ในชีวิตเธอแล้ว ไม่มีใครชื่อ อัต เลยสักคน
“ตอแหล!” แตงโมตวาดเสียงก่อนพุ่งเข้ามาบีบแขนเรเน่แน่นด้วยแรงโกรธ
พรึ่บ!!
เรเน่สะบัดตัวออกเต็มแรงจนอีกฝ่ายเซไปข้างหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว มือบางเลื่อนไปหยิบโทรศัพท์แล้วเปิดแชทขึ้นโชว์ทันที
“ผัวพี่ใช่ไอ้คนนี้ไหม?...มันตามตื๊อหนูมาหลายครั้งแล้ว ฝากไปบอกมันด้วยนะว่า ไม่ต้องทักมาอีก! รำคาญ!!”
เรเน่ยื่นโทรศัพท์ให้ดูชัด ๆ บรรดาข้อความที่ฝ่ายชายทักมาเรียงยาวเป็นหางว่าวแต่ก็ไม่มีแม้แต่ข้อความตอบกลับจากเธอเลย ฉะนั้นเรื่องไปแย่งผัวคนอื่นจะไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
“ก่อนจะมาหาเรื่องใคร ก็สืบให้ดีก่อนเถอะ ไม่ใช่มามั่ว ๆ แบบนี้ หน้าแหกขึ้นมาจะหาปิ๊บมาคลุมไม่ทัน!” น้ำเสียงของเรเน่เฉียบคมจนคนฟังเถียงไม่ออก “อีกอย่างนะ...หน้าอย่างผัวพี่น่ะ หนูไม่เอาหรอกค่ะ ไม่ใช่สเปก! อย่างหนูน่ะ...ต้องงง~~”
เรเน่ลากเสียงยาว กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ราวกับกำลังมองหาตัวอย่างผู้ชายในสเปก
ราวกับสวรรค์มาโปรดเมื่อสายตาเหลือบเห็นชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งกำลังเดินออกมาจากโรงอาหาร ริมฝีปากเล็กกระตุกยิ้มมุมปากอย่างมีแผนการ เขาหล่อ เขาเท่ห์ แม้ใบหน้าจะดูไม่ค่อยเป็นมิตรแต่กลับดูดีจนต้องหยุดสายตามอง
“นั่นแหละ! แฟนหนู!!” อยู่ ๆ เรเน่ก็พยักพเยิดหน้าไปยังชายหนุ่มที่ถือขวดน้ำออกจากโรงอาหาร ถามว่าเธอรู้จักเขาไม่ ก็คงตอบได้เต็มปากเลยว่า ไม่...แต่แค่สะดุดตา อยากรู้จักมากเลยตอนนี้
“??”
“พี่คะ! ทางนี้ค่ะ!”
เรเน่โบกมือพร้อมยกยิ้มกว้างราวกับกำลังเรียกคนรัก ขณะที่ชายหนุ่มที่เดินใกล้เรื่อย ๆ มาถึงกับต้องชะงัก พลางกวาดตามองรอบ ๆ อย่างงง ๆ ในใจได้แต่สบถ…
'ยัยนี่เรียกใครวะ? แล้วทำไมพวกนั้นต้องมองหน้ากูแบบนั้นด้วย?!'
มังกร ที่ถูกโบกมือเรียกเดินเข้ามาใกล้ตั้งใจจะเดินผ่านไปเฉย ๆ เพราะยังไงเขาก็ไม่รู้จักกับผู้หญิงพวกนี้อยู่แล้ว
ทว่าในขณะที่ดวงตาคมกริบที่เหลือบมองเหตุการณ์ตรงหน้าเพียงแวบเดียวก็สบเข้ากับดวงตากลมโตที่มองตามเขาอย่างขอความช่วยเหลือ ทำให้ขายาวหยุดชะงักพลางเลิกคิ้วขึ้นเชิงตั้งคำถามกับรุ่นน้องปีหนึ่ง
“มีเรื่องอะไรกัน?”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามพร้อมเดินเข้าไปยืนอยู่ข้าง ๆ ร่างบาง ราวกับประกาศเป็นนัยว่า...เขาคือแฟนหนุ่มของเธอจริง ๆ ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
รุ่นพี่สาวทั้งสองหันไปสบตากันอย่างหวั่น ๆ ก่อนพยายามกลืนคำพูดลงคอแต่ด้วยศักดิ์ศรีก็ไม่ยอมถอยง่าย ๆ
“น้องเขามาแย่งแฟนเพื่อนพี่ค่ะ!”
เรเน่ยืนเท้าเอว สวนกลับทันที
“พี่คะ คนที่ตามจีบหนูคือแฟนพี่ ไม่ใช่หนูไปจีบมัน! อย่าโยนความผิดมั่ว ๆ แบบนี้สิคะ!”
ชายหนุ่มเหลือบตามองแชทที่เธอเปิดค้างอยู่ในมือด้วยสายตานิ่งสนิท แล้วเอ่ยเสียงเข้มออกตัวปกป้องเรเน่อย่างชัดเจน
“ถ้าผู้ชายมันตามตื๊อไม่เลิก ก็ควรไปด่าแฟนตัวเองก่อนไม่ใช่มาโทษคนอื่น”
แม้น้ำเสียงจะเรียบนิ่งทว่ากลับทำให้บรรยากาศตึงเปรี๊ยะ รุ่นพี่ทั้งสองหน้าซีดเผือดเล็กน้อย
เรเน่ที่เห็นสีหน้าเจือนของรุ่นพี่ทั้งสองก็ยกยิ้มเบา ๆ พลางเกาะแขนร่างสูงไว้แน่น
“พี่ไม่ต้องกลัวว่าหนูจะไปแย่งผัวพี่เหรอกค่ะ! นี่แฟนหนู...คนละชั้นกับผัวพี่เลยด้วยซ้ำ ชิ!” เรเน่ย่นจมูกใส่รุ่นพี่ด้วยความหมั่นไส้ ทว่าคำพูดของเธอกลับทำให้ชายหนุ่มชะงักไปทันที
“ห๊ะ? เดี๋ยวนะ พูดอะไรของเธอ?” มังกรก้มถามเสียงเบาราวกับกระซิบ
“ไปเถอะค่ะ”
เรเน่ขยิบตาใส่มังกรหนึ่งที ก่อนออกแรงฉุดร่างสูงให้เดินตามออกไป ทิ้งให้รุ่นพี่ทั้งสองยืนหน้าแตกจนหมอไม่รับเย็บ
“ยัยเด็กนี่! อยากได้กูเป็นแฟนขนาดนั้นเลยเหรอวะ?”
มังกรพึมพำในขณะที่เดินตามร่างบางออกมา ดวงตาคมเฉียบมองแผ่นหลังเล็กของรุ่นน้องในคณะพร้อมยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
'อย่ามาเล่นกับใจกูนะ ยิ่งน่ารัก ๆ อยู่...'
-------------
พี่จะตะบะแตกเอาได้นะน้องงง
**********************
ฝากกดหัวใจ + คอมเม้นต์ + กดแชร์ เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ
อย่าลืมกดติดตามไรท์ไว้ด้วยน้า เพื่อจะได้ไม่พลาดเรื่องต่อ ๆ ไปค่ะ
บทที่ 12@มหาวิทยาลัย“เห้ย! ไอ้เก่ง”เสียงทุ้มห้าวของหนุ่มรุ่นพี่ปีสามดังเรียกชื่อรุ่นน้องอย่างสนิทสนม คนถูกเรียกจึงละสายตาจากกลุ่มรุ่นน้องปีหนึ่งในแถวแล้วหันไปมองต้นเสียงทันทีเพียงเสี้ยววินาที สีหน้าที่เมื่อครู่ยังเข้มดุกลับเปลี่ยนเป็นยิ้มร่าอย่างเป็นกันเอง แตกต่างจากโทนจริงจังที่รุ่นน้องปีหนึ่งได้เห็นโดยสิ้นเชิง“อุ้ย พี่มังกรของเก่งงง” เก่งรีบเดินเข้าไปหาพี่รหัสตัวเองแล้วหยอกล้ออย่างที่เคยทำ ทำให้มังกรต้องดันออกตัดความรำคาญ“กูบอกว่าอย่าพูดแบบนี้ไอ้สัส! ขนลุก!” มังกรเอ็ดน้องรหัสที่ติดเล่นติดตลก“ลมอะไรหอบให้พี่แถวนี้เนี่ย”เพราะปกติแล้วมังกรจะงดร่วมกิจกรรมทุกกรณี ยกเว้น...อยากมาด้วยตัวเองจริง ๆ เหมือนครั้งนี้“มันมาส่องเด็ก”มังกรยังไม่ทันได้อ้าปากตอบ เสียงทุ้มของภูผาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ตอบแทนทันที“เดี๋ยวนี้หัดมีดงมีเด็กแล้วเหรอครับพี่ผม” เก่งเอ่ยแซวพร้อมหรี่ตามองพี่รหัสอย่างจ้องจับผิด“เด็กปีหนึ่งอะ สักคนในแถวนี้แหละ” ภูผารีบเสริม ทำเอามังกรตวัดหางตาใส่กับความรู้มากของเพื่อนรักทันที“หุบปากไอ้ผา”มังกรเอ็ดภูผาเบา ๆ ก่อนจะหันไปมองรุ่นน้องปีหนึ่งที่นั่งเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ
บทที่ 11--วันถัดมา—ซ่า~~~เสียงหยาดน้ำจากฝักบัวในห้องน้ำปลุกหญิงสาวที่นอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาพลิกกายไปมาอย่างงัวเงีย ก่อนเธอจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ ดวงตากลมโตปรือมองเพดานห้องที่ไม่คุ้นเคย“ที่นี่…ไม่ใช่ห้องเรา” เธอพึมพำแผ่วเบาและทันใดนั้นภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก็ฉายวาบขึ้นมาในหัวอย่างชัดเจน ริมฝีปากหยักที่กดจูบ ร่างกายร้อนผ่าวที่โอบรัด นิ้วหนาและลิ้นร้อนที่ปลดความใคร่ให้เธออย่างสุขสม อีกทั้งเสียงทุ้มของเขาที่ดังกระซิบข้างหูเมื่อคืน...ทำให้ใบหน้าจิ้มลิ้มของเรเน่เห่อร้อนแดงระเรื่อในทันที“ฮืออ…ตายแน่ ๆ”เธอยกมือปิดหน้าแน่น กลิ้งตัวไปมาบนเตียงด้วยความอาย เมื่อคืนเธอพูดอะไรลงไปกันนะ “One Night Stand”One Night Stand ที่หมายความว่า คืนเดียวจบไม่สานสัมพันธ์ใด ๆ ต่อ...น่าเสียดายชะมัดที่มังกรดันหล่อถูกใจตรงสเปคเธอสุด ๆ คงจะมีไม่น้อยมามีต่ออีกสักสองสามคืนตึ้ง!!เสียงแจ้งเตือนจากคอมพิวเตอร์ปลายเตียงทำให้เรเน่ชะโงกหน้าไปมอง ก่อนจะรีบคว้าเสื้อผ้าของตัวเองมาสวมใส่อย่างลวก ๆ พยายามกลบเกลื่อนความเขินที่ยังติดบนแก้มใสเมื่อมองไปที่โต๊ะคอมฯ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเป็นประกายทันที คีย์บอร์ดเรืองแสงสีรุ้ง
บทที่ 10พรึ่บ!เสื้อผ้าทุกชิ้นของชายหญิงบนเตียงคิงไซซ์ถูกโยนลงพื้นราวกับสิ่งของไร้ค่า ทำให้บนเรือนร่างของทั้งสองไร้อาภรณ์ปกปิด เนื้ออวบนุ่มสัมผัสกับอกแกร่งในขณะที่มือหนากำลังลูบไล้ส่วนเว้าโค้งก่อนจะมาหยุดวางที่อกอวบแล้วบีบเคล้นอย่างเบามือ“อื้ออ”เสียงหวานครางในลำคอพร้อมตบที่ลาดไหล่กว้างเบา ๆ บอกเป็นนัยว่าเธอเริ่มหายใจไม่ทันแล้ว ก็จูบของเขาดุเดือดราวกับสัตว์ป่าที่หิวกระหาย มังกรเห็นแบบนั้นก็ผละออกอย่างอ้อยอิ่ง เลื่อนสายตามองต่ำมายังหน้าอกอวบของหหญิงสาวแล้วเลียริมฝีปากตัวเองราวกับโรคจิต“พี่ขอดูด...นมได้ไหม?”แม้จะอยากดูดแทบตายแต่ก็ต้องขอเธอก่อน เรเน่ก้มมองตามสายตาเจ้าเล่ห์พลางเม้มริมฝีปากแน่นอย่างชั่งใจเธอเคยเห็นในหนังR บ่อย ๆ ที่ฝ่ายชายจะเล้าโลมฝ่ายหญิงด้วยการดูดยอดประทุมทัน...และก็เคยอ่านนิยายโรมานซ์มาหลายเล่มเวลาที่โดนดูดนมจะรู้สึกเสียวสะท้านตามจังหวะลิ้นร้อนของอีกฝ่ายฉะนั้นคนที่อยากรู้อยากลองอย่างเธอ...มีหรือจะปฏิเสธ ใบหน้าสวยพยักเบา ๆ อย่างเหนียมอาย ทำเอามังกรกระตุกยิ้ม เมื่อขออะไรเธอก็ให้เขาได้หมดทุกอย่างมังกรขยับตัวลงพร้อมจูบซับตามผิวเนียนสวยอย่างนุ่มนวลจนมาถึงยอดเต้าที่ตนห
บทที่ 9“พี่สอนหนูเหมือนเมื่อกี้ได้ไหมคะ...นะคะพี่มังกร”ในเมื่อเธอกล้าขอ เขาก็จัดให้เลยทันที น้ำเสียงออดอ้อนกับสายตาเว้าวอนนั้นมันช่างยั่วยวนจนทนไม่ไหว มังกรโน้มตัวเข้าใกล้แล้วประกบริมฝีปากลงบนความอวบอิ่มของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งหนักหน่วงและอ่อนหวานปะปนกันไปจากตอนแรกที่สนใจเธออยู่แล้ว…พอเธอเป็นฝ่ายยั่วยวน มันก็ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกให้สนใจเธอมากขึ้นกว่าเดิม ก็เธอน่ะ หอมหวานไปทั้งตัว ผิวพรรณนุ่มนิ่มจนอยากจะฟัดให้ช้ำไปทั้งตัว เมื่อวานที่บังเอิญเจอกันเขาอุตส่าห์คีพลุคทำเป็นเข้มทั้งที่ในใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอกก็ใครจะไปคิดว่าวันนี้จะได้เจอเธออีกครั้ง...แถมยังได้ใกล้ชิดจนแถมจะสิงร่างกันอยู่แล้ว“งั้นไปดูมังกรพ่นไฟที่ห้องพี่ไหม”มังกรละใบหน้าออกเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงแหบพร่า นิ้วโป้งหนาลูบคลึงริมฝีปากนุ่มเบา ๆ อย่างยั่วยวน“ไปค่ะ”แทนที่จะปฏิเสธแต่เรเน่กลับตอบทันทีแบบไม่ต้องคิด ก็อย่างที่บอกว่าเธออยากรู้อยากลอง หากเขาสอนเธอไม่ได้...เธอก็อาจจะไปขอให้คนอื่นสอนเพราะพี่ชายเรเน่ (ราม) เคยสอนไว้ว่า เรื่องเซ็กเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ ไม่ใช่สิ่งที่น่าอาย มนุษย์เป็นสัตว์สังคมมีความใคร่ค
บทที่ 8“เห้ย ยัยแป้ง! ดูน้องแกหน่อยดิ”เสียงของหญิงสาวร่างอวบอั๋นตะโกนแข่งกับจังหวะดนตรี EDM ที่ดังกระหึ่มไปทั่วบาร์ มือยังคงโอบประคองร่างเล็กที่เซไปมาเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์“เน่ไม่เมาค่ะเพ้~~”เสียงหวานลากยาวพลางเงยหน้าขึ้นบอกรุ่นพี่ที่สนิท แก้มแดงระเรื่อและดวงตาหวานเยิ้มยิ่งฟ้องชัดว่าเธอนั้นเมาทว่าแม้จะตะโกนเสียงดังแค่ไหนแต่เพื่อนสาวนามว่าแป้ง...ก็หาได้สนใจไม่ เอาแต่นัวเนียกับผู้ชายจนลืมน้องสาวลูกพี่ลูกน้องของตัวเองไปเสียสนิทเรเน่หันไปมองแป้งที่กำลังจูบดูดดื่มกับผู้ชายข้าง ๆ แล้วเผลอหลุดยิ้มหัวเราะคิก ๆ ออกมา อยู่ ๆ เธอก็เกิดความคิดประหลาดขึ้นมาในหัว...ความรู้สึกตอนโดนลุกล้ำด้วยลิ้นมันเป็นยังไงกันนะ?“พี่คะ...พี่เคยจูบกับผู้ชายไหมอ่า~” เรเน่หันไปถามเพื่อนสาวของแป้งพลางกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความอยากรู้“น้องงง มากกว่าจูบก็เคยแล้วค่ะ”รุ่นพี่สาวบอกพร้อมยืดอกราวกับเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจ ท่าทางของเธอสร้างความงุนงงให้กับเด็กสาวผู้ไม่เคยผ่านเรื่องอย่าง
บทที่ 7--เวลา 23.30 น.--ผับกึ่งบาร์แห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมของผู้คนในย่านนี้ ถูกออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ภายในร้านมีการจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นระเบียบและชัดเจนบริเวณชั้นล่างถูกแบ่งออกเป็นสองโซน ได้แก่ โซนดนตรี EDM ที่เต็มไปด้วยแสงไฟหลากสีสาดกระทบไปทั่ว เสียงบีทหนัก ๆ เร่งเร้าอารมณ์ให้ผู้คนโยกตัวตามจังหวะอย่างสนุกสนาน และอีกโซนคือมุมดนตรีสด ซึ่งถูกตกแต่งให้ผ่อนคลาย เหมาะสำหรับคนที่อยากนั่งชิล จิบเครื่องดื่มเคล้าเสียงร้องสดอันอบอุ่นจากนักดนตรีส่วนชั้นสองถูกจัดไว้สำหรับแขก VVIP เท่านั้น บรรยากาศเป็นส่วนตัว มีโต๊ะนั่งหรูหราพร้อมการบริการใกล้ชิด เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้ากลุ่มพิเศษได้พักผ่อนหรือสังสรรค์อย่างเป็นส่วนตัวซึ่งปกติแล้วกลุ่มชายหนุ่มนักศึกษาทั้งสี่คนมักจะเลือกเปิดห้อง VVIP ทุกครั้งที่มาที่นี่ เหตุผลไม่ใช่เพียงเพราะต้องการความเป็นส่วนตัว แต่เพราะนิสัยพูดจาหยาบคายตามประสาเพื่อนสนิทนั่นแหละ พวกเขากลัวว่าหากนั่งปะปนกับคนอื่นแล้วเผลอหลุดถ้อยคำแรง ๆ ออกมา โต๊ะข้าง ๆ อาจจะเข้าใจผิดคิดว่าพวกเขาจงใจหาเรื่อง จึงตัดปัญหาด้วยการหลีกไปอยู่บนชั้นสอง ปลอดภัยหายห่วงแน่นอนทว่าคืนนี้







