Masukบทที่ 2
ตึก ตึก ตึก!
“โอ้ย!!”
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ เดินตรงเข้ามาก่อนจะชนเข้ากับร่างบางที่กำลังเดินชิล ๆ จิบชาไทยอย่างอารมณ์ดี แรงกระแทกจากด้านหลังทำให้แก้วในมือหล่นลงพื้นทั้งที่เพิ่งดื่มไปไม่ถึงครึ่งแก้ว ความตกใจทำให้เธอชะงักแล้วก้มมองแก้วพลาสติกที่กลิ้งอยู่ตรงหน้าด้วยความโกรธผสมความงงตีตื้นขึ้นมาทันที
“อีเด็กนี่เหรอยัยโม ที่มันแย่งผัวแกอะ!”
เสียงแผดดังลั่นของผู้หญิงจากด้านหลัง ทำให้เด็กสาวต้องตวัดหางตาขึ้นมองโดยไม่คิดจะเกรงกลัวแม้แต่น้อย ก็ฉันเดินของฉันอยู่ดี ๆ แล้วมาหาเรื่องกันทำไมหนอ?
“ใช่! อีนี่แหละที่ทำให้อัตบอกเลิกฉัน!”
เสียงปนสะอื้นดังแทรกจากหญิงสาวที่ตั้งใจชนเธอเมื่อครู่ เรเน่เหลือบสายตาไปมองก็เห็นดวงหน้าเปียกชื้นด้วยน้ำตา
“มียางอายบ้างเถอะน้อง ไม่ใช่คิดจะอ่อยผู้ชายทุกคนที่ขวางหน้า!”
รุ่นพี่ร่างสูงกว่าต่อว่าเสียงแข็งทันทีเมื่อได้รับการยืนยันจากเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ข้างหลัง
“ห้ะ! อะไรเนี่ย? อยู่ ๆ ก็มาหาเรื่อง ทำแก้วน้ำหนูตกแล้วยังจะมาด่าฉอด ๆ อีก! คำขอโทษสักคำก็ไม่มี พี่เป็นใครก็ไม่รู้ หนูไม่เคยรู้จักด้วยซ้ำ!!”
เรเน่ เด็กสาวคณะวิศวกรรมเครื่องกลปีหนึ่งเถียงกลับทันที แววตาของเธอไม่ได้แสดงถึงความหวาดหวั่นเลยสักนิดอีกทั้งมือทั้งสองข้างยังกำแน่นราวกับพร้อมจะสู้ทุกเมื่อ
“แล้วทำไมพี่ต้องขอโทษน้อง? น้องแย่งผัวเพื่อนพี่ยังไม่ขอโทษเลย!”
“แย่งผัว?”
คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นด้วยความงุนงง ไม่ยักรู้เลยว่าตัวเองจะไปแย่งผัวคนอื่น
“เหอะ หน้าด้านฉิบเป๋ง! จะทำเป็นจำไม่ได้รึไงน้อง!”
สิ้นเสียงร่างบางก็ถูกผลักจนเซไปข้างหลัง โชคดีที่ตั้งหลักได้ เธอจึงตวัดสายตาใส่แล้วตะคอกกลับ
“ไม่ใช่ว่าจำไม่ได้ แต่หนูไม่รู้เรื่อง! พี่จำคนผิดรึเปล่า!!”
“ไม่ผิดแน่! ยัยนี่แหละ พัด!”
หญิงสาวที่ร้องไห้ยืนยันเสียงสั่น น้ำตาไหลไม่ขาดสาย
“แล้วหนูไปแย่งผัวพี่ตอนไหนไม่ทราบ!!” เรเน่กระแทกเสียงใส่อย่างเหลืออด
“ก็ตอนนี้แหละ! เมื่อคืนน้องยังคุยกับมันอยู่เลย!!” แตงโม ผู้ถูกแฟนนอกใจโพล่งเสียงสั่นเครือ
“แฟนพี่ชื่ออะไร?” เรเน่ถามห้วน ๆ คิ้วขมวดแน่น
“อัต!”
“ไม่รู้จัก” เรเน่ไหวไหล่อย่างขอไปที เพราะจากผู้ชายทุกคนที่อยู่ในชีวิตเธอแล้ว ไม่มีใครชื่อ อัต เลยสักคน
“ตอแหล!” แตงโมตวาดเสียงก่อนพุ่งเข้ามาบีบแขนเรเน่แน่นด้วยแรงโกรธ
พรึ่บ!!
เรเน่สะบัดตัวออกเต็มแรงจนอีกฝ่ายเซไปข้างหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว มือบางเลื่อนไปหยิบโทรศัพท์แล้วเปิดแชทขึ้นโชว์ทันที
“ผัวพี่ใช่ไอ้คนนี้ไหม?...มันตามตื๊อหนูมาหลายครั้งแล้ว ฝากไปบอกมันด้วยนะว่า ไม่ต้องทักมาอีก! รำคาญ!!”
เรเน่ยื่นโทรศัพท์ให้ดูชัด ๆ บรรดาข้อความที่ฝ่ายชายทักมาเรียงยาวเป็นหางว่าวแต่ก็ไม่มีแม้แต่ข้อความตอบกลับจากเธอเลย ฉะนั้นเรื่องไปแย่งผัวคนอื่นจะไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
“ก่อนจะมาหาเรื่องใคร ก็สืบให้ดีก่อนเถอะ ไม่ใช่มามั่ว ๆ แบบนี้ หน้าแหกขึ้นมาจะหาปิ๊บมาคลุมไม่ทัน!” น้ำเสียงของเรเน่เฉียบคมจนคนฟังเถียงไม่ออก “อีกอย่างนะ...หน้าอย่างผัวพี่น่ะ หนูไม่เอาหรอกค่ะ ไม่ใช่สเปก! อย่างหนูน่ะ...ต้องงง~~”
เรเน่ลากเสียงยาว กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ราวกับกำลังมองหาตัวอย่างผู้ชายในสเปก
ราวกับสวรรค์มาโปรดเมื่อสายตาเหลือบเห็นชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งกำลังเดินออกมาจากโรงอาหาร ริมฝีปากเล็กกระตุกยิ้มมุมปากอย่างมีแผนการ เขาหล่อ เขาเท่ห์ แม้ใบหน้าจะดูไม่ค่อยเป็นมิตรแต่กลับดูดีจนต้องหยุดสายตามอง
“นั่นแหละ! แฟนหนู!!” อยู่ ๆ เรเน่ก็พยักพเยิดหน้าไปยังชายหนุ่มที่ถือขวดน้ำออกจากโรงอาหาร ถามว่าเธอรู้จักเขาไม่ ก็คงตอบได้เต็มปากเลยว่า ไม่...แต่แค่สะดุดตา อยากรู้จักมากเลยตอนนี้
“??”
“พี่คะ! ทางนี้ค่ะ!”
เรเน่โบกมือพร้อมยกยิ้มกว้างราวกับกำลังเรียกคนรัก ขณะที่ชายหนุ่มที่เดินใกล้เรื่อย ๆ มาถึงกับต้องชะงัก พลางกวาดตามองรอบ ๆ อย่างงง ๆ ในใจได้แต่สบถ…
'ยัยนี่เรียกใครวะ? แล้วทำไมพวกนั้นต้องมองหน้ากูแบบนั้นด้วย?!'
มังกร ที่ถูกโบกมือเรียกเดินเข้ามาใกล้ตั้งใจจะเดินผ่านไปเฉย ๆ เพราะยังไงเขาก็ไม่รู้จักกับผู้หญิงพวกนี้อยู่แล้ว
ทว่าในขณะที่ดวงตาคมกริบที่เหลือบมองเหตุการณ์ตรงหน้าเพียงแวบเดียวก็สบเข้ากับดวงตากลมโตที่มองตามเขาอย่างขอความช่วยเหลือ ทำให้ขายาวหยุดชะงักพลางเลิกคิ้วขึ้นเชิงตั้งคำถามกับรุ่นน้องปีหนึ่ง
“มีเรื่องอะไรกัน?”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามพร้อมเดินเข้าไปยืนอยู่ข้าง ๆ ร่างบาง ราวกับประกาศเป็นนัยว่า...เขาคือแฟนหนุ่มของเธอจริง ๆ ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
รุ่นพี่สาวทั้งสองหันไปสบตากันอย่างหวั่น ๆ ก่อนพยายามกลืนคำพูดลงคอแต่ด้วยศักดิ์ศรีก็ไม่ยอมถอยง่าย ๆ
“น้องเขามาแย่งแฟนเพื่อนพี่ค่ะ!”
เรเน่ยืนเท้าเอว สวนกลับทันที
“พี่คะ คนที่ตามจีบหนูคือแฟนพี่ ไม่ใช่หนูไปจีบมัน! อย่าโยนความผิดมั่ว ๆ แบบนี้สิคะ!”
ชายหนุ่มเหลือบตามองแชทที่เธอเปิดค้างอยู่ในมือด้วยสายตานิ่งสนิท แล้วเอ่ยเสียงเข้มออกตัวปกป้องเรเน่อย่างชัดเจน
“ถ้าผู้ชายมันตามตื๊อไม่เลิก ก็ควรไปด่าแฟนตัวเองก่อนไม่ใช่มาโทษคนอื่น”
แม้น้ำเสียงจะเรียบนิ่งทว่ากลับทำให้บรรยากาศตึงเปรี๊ยะ รุ่นพี่ทั้งสองหน้าซีดเผือดเล็กน้อย
เรเน่ที่เห็นสีหน้าเจือนของรุ่นพี่ทั้งสองก็ยกยิ้มเบา ๆ พลางเกาะแขนร่างสูงไว้แน่น
“พี่ไม่ต้องกลัวว่าหนูจะไปแย่งผัวพี่เหรอกค่ะ! นี่แฟนหนู...คนละชั้นกับผัวพี่เลยด้วยซ้ำ ชิ!” เรเน่ย่นจมูกใส่รุ่นพี่ด้วยความหมั่นไส้ ทว่าคำพูดของเธอกลับทำให้ชายหนุ่มชะงักไปทันที
“ห๊ะ? เดี๋ยวนะ พูดอะไรของเธอ?” มังกรก้มถามเสียงเบาราวกับกระซิบ
“ไปเถอะค่ะ”
เรเน่ขยิบตาใส่มังกรหนึ่งที ก่อนออกแรงฉุดร่างสูงให้เดินตามออกไป ทิ้งให้รุ่นพี่ทั้งสองยืนหน้าแตกจนหมอไม่รับเย็บ
“ยัยเด็กนี่! อยากได้กูเป็นแฟนขนาดนั้นเลยเหรอวะ?”
มังกรพึมพำในขณะที่เดินตามร่างบางออกมา ดวงตาคมเฉียบมองแผ่นหลังเล็กของรุ่นน้องในคณะพร้อมยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
'อย่ามาเล่นกับใจกูนะ ยิ่งน่ารัก ๆ อยู่...'
-------------
พี่จะตะบะแตกเอาได้นะน้องงง
**********************
ฝากกดหัวใจ + คอมเม้นต์ + กดแชร์ เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ
อย่าลืมกดติดตามไรท์ไว้ด้วยน้า เพื่อจะได้ไม่พลาดเรื่องต่อ ๆ ไปค่ะ
บทที่ 40ตุ๊บ!ตุ๊กตาหมีตัวโปรดของหญิงสาวถูกทิ้งลงพื้นอย่างจงใจ จนเจ้าของต้องหันไปมองตามอย่างอาวรณ์ก่อนจะเอ็ดคนมือไวด้วยสายตาทันที“พี่ทิ้งตุ๊กตาหนูทำไม!”เสียงหวานแข็งขึ้นกว่าปกติ ริมฝีปากอวบอิ่มขยับบ่นพร้อมโน้มตัวลงตั้งใจจะหยิบขึ้นมาวางบนเตียงดังเดิม ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะสัมผัสกับของรัก ร่างบางเปลือยเปล่าก็ถูกกระชากกลับด้วยฝ่ามือหนาอย่างรวดเร็ว มังกรดึงเธอขึ้นมานั่งอย่างง่ายดายก่อนจะจับคนตัวเล็กหมุนปรับท่าให้นั่งโก้งโค้งหันหลังชนอกเขาอย่างไม่ทันตั้งตัวมังกรโน้มกายขยับเข้ามาใกล้ชิดใบหูพลางกระซิบเสียงแผ่วเบา พร้อมเลื่อนฝ่ามือหนาสัมผัสลูบไล้ไปตามเอวคอดจนเรเน่เผลอสะท้าน“เอากับพี่อยู่ ทำไมต้องกอดตุ๊กตาด้วย”จะว่ามังกรขี้อิจฉาก็ได้ เพราะเรเน่ทำให้เขารู้สึกแบบนั้นจริง ๆ ก็มีอย่างที่ไหนมีอะไรกับแฟนแต่ก็ยังซุกหน้าอยู่ที่ตุ๊กตา ปฏิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ ว่ามังกรก็อยากจะให้เธอซุกเขาบ้าง“เอ้า!”เรเน่หันไปสบดวงตาคมแล้วอุทานออกมาอย่างไม่เข้าใจ คนบ้าอะไรอิจฉาแม้แต่ตุ๊กตามังกรไม่ได้เอ่ยคำใดทั้งสิ้น เขาเลื่อนมือมาดันแผ่นหลังขาวเนียนทำให้เรเน่ต้องยอมโค้งกายไปข้างหน้าอย่างช่วยไม่ได้“พี่มังกรพอแล
บทที่ 39--เวลา 02.00 น.—ภายในห้องนอนขนาดใหญ่อันเงียบสนิท บนเตียงหนานุ่มมีร่างบางนอนซุกผ้าห่มกอดตุ๊กตาตัวโปรดที่มังกรซื้อให้ไว้แน่นอย่างหวงแหน เธอค่อย ๆ คลายอ้อมแขนหมายจะพลิกกายหันมากอดร่างสูงทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่าคิ้วเล็กขมวดมุ่นทันทีก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยความงัวเงีย เรเน่หันไปมองรอบ ๆ ห้องด้วยความหงุดหงิด ก็อยู่ ๆ มังกรก็หายไปทั้ง ๆ ที่ตอนสี่ทุ่มเขายังนอนกอดเธอไว้แน่นอยู่เลย แล้วตอนนี้หายไปไหนไม่บอกไม่กล่าว ไม่ใช่ว่าแอบหนีเที่ยวหรอกนะ...ทว่าในขณะที่สอดส่องไปรอบห้อง สายตาพลันเห็นแสงไฟลอดมาจากประตูห้องนั่งเล่น เรเน่รีบขยับกายลงจากเตียงแล้วเดินเท้าเปล่าออกไปตามแสงทันทีแกร่ก!“พี่มังกร!”เสียงเล็กที่แฝงความน้อยใจดังขึ้นจากหน้าประตูห้องนอน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังคลิกเมาส์รัว ๆ อยู่ตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์หันตามเสียงเรียกทันที“ตื่นมาทำไมครับ?”มังกรเอ่ยถาม น้ำเสียงปนเอ็นดูหญิงสาวที่ยืนกอดอกทำแก้มป่อง ใบหน้าบึ้งตึงราวกับไม่ชอบใจที่ถูกทิ้งให้นอนคนเดียว“ก็พี่ทิ้งหนูนอนคนเดียว นึกว่าหนีไปเที่ยวไหนสะอีก” เรเน่ตอบเสียงแผ่วเบางัวเงียพร้อมส่งสายตาออดอ้อนแฟนหนุ่มมังกรเห็นท่าทีข
บทที่ 38หลังจากที่พูดคุยกับเป้เสร็จมังกรก็รีบกลับคอนโด ข่มความครุ่นเคืองไว้ในใจ ที่เขาไม่โวยวายไม่ใช่ไม่โมโหแต่เพียงแค่อยากใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ และในเมื่อเป้กล้ารับปากต่อหน้าเขาว่าจะไม่ทักไปจีบเรเน่อีก มังกรจึงยอมปล่อยให้เรื่องนี้จบลงด้วยดี แต่ถ้าหมอนั่นคิดตุกติก กลับคำ หรือเล่นแง่กับเขาแม้แต่นิดเดียวละก็…สิ่งที่จะได้เจอไม่ใช่รุ่นพี่ที่คอยส่งแนวข้อสอบให้เหมือนทุกวันนี้แต่จะเป็น “มังกรร่างพี่ว้าก” ที่โหดเหี้ยมจนใครต่อใครต้องขยาดหากย้อนกลับไปเมื่อปีก่อน มังกรคือหนึ่งในพี่ว้ากสุดโหดของภาคเครื่องกล ซึ่งคือตำแหน่งเดียวกับที่เก่งกำลังรับตำแหน่งอยู่ในตอนนี้ และชื่อเสียงของเขาก็ไม่เคยเลือนหายจากความทรงจำของรุ่นน้องเลยสักคน เรื่องเล่าสุดโหดถูกพูดถึงจนเป็นตำนานว่า พี่ว้ากมังกรนั้นดุยิ่งกว่าหมาเฝ้าโรงงาน ทำผิดเพียงเล็กน้อยก็ถูกสั่งลงโทษให้ออกไปวิ่งรอบสนามอย่างไม่ปรานีเก่งเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้จักความโหดนั้น เพราะในฐานะรุ่นน้องที่ซนไม่เคยอยู่นิ่ง เขาคือหนึ่งในคนที่โดนมังกรจับลงโทษบ่อยที่สุด…จนถึงทุกวันนี้ยังจำได้ไม่ลืม@คอนโดเรเน่แกร่ก!ทันทีที่บานประตูถูกผลักออก ก็ได้ยินเสียงเพลงจังหวะคุ้นหู
บทที่ 37“มึงจีบเรเน่เหรอ?”เสียงทุ้มห้าวอันเป็นเอกลักษณ์ของเก่งดังขึ้น เอ่ยถามเพื่อนสนิทที่กำลังถูกเสือเจ้าถิ่นมองด้วยแววตาวาวโรจน์ เก่งเลื่อนสายตามามองเป้เพื่อนรักที่นั่งอยู่ทางซ้ายเชิงตั้งคำถาม แต่เมื่อไม่ได้คำตอบใด ๆ เขาจึงละสายตากลับไปยังเสือเจ้าถิ่นอีกครั้ง...ผู้ชายที่ภายนอกดูนิ่งขรึม แต่ทว่าภายในใจกลับลุกโชนด้วยไฟโทสะ เพียงเพราะแค่เห็นใบหน้าของคนที่ทักไปจีบแฟนตัวเองเมื่อคืน นึกแล้วมังกรก็อยากจะพุ่งเข้าไปซัดให้รู้แล้วรู้รอดสะให้เข็ดและถ้าไม่ติดตรงที่ว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อนสนิทของเก่ง ซึ่งเป็นน้องรหัสของมังกรแล้วละก็…อย่าได้หวังเลยว่าจะได้นั่งคุยกันอย่างใจเย็นแบบนี้“มันไม่รู้เหรอว่าเรเน่เป็นแฟนกู?”เสียงเรียบเย็นของมังกรดังขึ้นขณะดวงตาคมยังคงจ้องเขม็งไปที่เป้ไม่กะพริบ ทว่ากลับไม่ถามตรง ๆ หากแต่พยักพเยิดหน้าไปทางเก่งแทนใช่แล้ว…ฟังไม่ผิดหรอก มังกรกำลังใช้เก่งเป็นปากเป็นเสียงให้ ทั้ง ๆ ที่นั่งอยู่ด้วยกันแค่เอื้อมมือ แต่กลับเลือกจะกดดันผ่านคนกลางอย่างเก่งแทน“ถะ...ถามผม?”เก่งเลิกคิ้วเล็กน้อยพลางชี้เข้าหาตัวเองอย่างไม่เข้าใจ ก็มันสับสนไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่ามังกรจะพูดกับใครกันแน่ ระหว่าง
บทที่ 36--หลายเดือนผ่านไป—ช่วงเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เผลอแค่ชั่วพริบตาก็ล่วงเลยมาเกือบห้าเดือน หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาทว่ายังมีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยแปรผันเลยแม้แต่น้อย นั่นคือความสัมพันธ์อันหวานชื่นของมังกรกับเรเน่ ที่ยิ่งนับวันก็ยิ่งรักกันออกหน้าออกตาจนเพื่อน ๆ รอบข้างพากันหมั่นไส้ อิจฉาตาร้อนกันเป็นแถว“ตั้งแต่มีแฟน มึงก็ไม่ทำแนวข้อสอบมาให้พวกกูอ่านเลยนะ”เทวาเปรยขึ้นเสียงเรียบทว่าดวงตาคู่คมกลับแอบเหลือบมองหน้าจอไอแพดเครื่องหรูของเพื่อนรักอย่างเนียน ๆเพราะปกติแล้วมังกรจะตั้งใจเรียนในคลาสทุกครั้ง ทว่าครั้งนี้ในขณะที่อาจารย์กำลังสอน มังกรกลับเอาแต่หน้านิ่วคิ้วขมวด จ้องเขม็งใส่หน้าจอไอแพดตรงหน้าราวกับจะกลืนมันลงท้อง อย่างไงอย่างงั้น“พวกมึงก็ควรรู้ตัวบ้างแล้ว” มังกรละสายตาเหลือบมองเทวาทันที“รู้อะไร?”“รู้ตัวว่าควรตั้งใจเรียนไงไอ้ควาย จะให้กูมานั่งติวพวกมึงตลอดเลยรึไง...กูเพื่อนมึงนะไม่ใช่อาจารย์”“ทีเมื่อก่อนไม่เห็นจะบ่น” ขุนเขาที่นั่งอยู่อีกข้างเอ่ยพึมพำกลัวว่าอาจารย์หน้าห้องจะได้ยิน “พอมีแฟนแม่งบ่นเก่งฉิบหาย”“มีแฟนก็ต้องอยากอยู่กับแฟนไหมวะ...เรื่องมานั่งติวให้พวกมึ
บทที่ 35“นี่อย่าบอกนะว่าโกรธแตงแล้วพาลมาลงที่พี่อะ?”มังกรหน้าเหวอชี้นิ้วเข้าหาตัวเองพร้อมเลิกคิ้วเชิงตั้งคำถาม“ค่ะ!!” ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเธอนั้นเป็นคนพาล ก็ถึงได้บอกไงว่าขอเวลาระงับอารมณ์ตัวเองก่อน“ละ...แล้วพี่ต้องทำไงอะ?”ชายหนุ่มไหวไหล่ทั้งสองข้างเมื่อมองหาทางออกไม่เจอ ก็จะให้ง้อยังไงอะ ในเมื่อเขาไม่มีความผิด“อยู่เฉย ๆ ไง หนูถึงได้บอกว่าอยากอยู่คนเดียว” เรเน่ว่าเสียงกระด้างไร้ความเสนาะหู“อย่าพูดแบบนั้น” มังกรรวบร่างบางมากอดไว้หลวม ๆ พลางซบใบหน้าหล่อที่ไหล่มนก่อนจะกดจูบที่แก้มนวลฟอดใหญ่ “เราจะอยู่คนเดียวได้ไง”“ก็...”“พี่มาง้อ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลจนทำให้คนฟังขวยเขิน “จะให้พี่ง้อยังไงดีคะ?”ว่าพร้อมกับจับใบหน้าสวยให้หันเข้าหาตัวเอง ก่อนจะประทับริมฝีปากอวบอย่างแผ่วเบา ทำเอาใบหน้าสวยเห่อแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดเธอเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อเรียวปากหนาผละออก ก่อนจะหันหน้าหนีหลบซ่อนความเขินอายของตัวเองไม่ให้อีกคนรู้“ต่อไปนี้หนูต้องไปทำความสะอาดที่สนามบาสทุกวัน พี่ต้องไปเฝ้าหนู”“ถึงไม่บอกพี่ก็ไป” มังกรว่าอย่างมั่นใจแล้วคลายวงแขนให้หลวมขึ้น“แล้วก็ห้ามคุยกับอีแก่นั่น”“หมายถึงแตงไทย?”“
บทที่ 9“พี่สอนหนูเหมือนเมื่อกี้ได้ไหมคะ...นะคะพี่มังกร”ในเมื่อเธอกล้าขอ เขาก็จัดให้เลยทันที น้ำเสียงออดอ้อนกับสายตาเว้าวอนนั้นมันช่างยั่วยวนจนทนไม่ไหว มังกรโน้มตัวเข้าใกล้แล้วประกบริมฝีปากลงบนความอวบอิ่มของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งหนักหน่วงและอ่อนหวานปะปนกันไปจากตอนแรกที่สนใจเธออยู่แล้ว…พอเธอเป็นฝ่
บทที่ 8“เห้ย ยัยแป้ง! ดูน้องแกหน่อยดิ”เสียงของหญิงสาวร่างอวบอั๋นตะโกนแข่งกับจังหวะดนตรี EDM ที่ดังกระหึ่มไปทั่วบาร์ มือยังคงโอบประคองร่างเล็กที่เซไปมาเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์“เน่ไม่เมาค่ะเพ้~~”เสียงหวานลากยาวพลางเงยหน้า
บทที่ 7--เวลา 23.30 น.--ผับกึ่งบาร์แห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมของผู้คนในย่านนี้ ถูกออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ภายในร้านมีการจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นระเบียบและชัดเจนบริเวณชั้นล่างถูกแบ่งออกเป็นสองโซน ได้แก่ โซนดนตรี EDM ที่เต็มไปด้วยแสงไฟหลากสีสาดกระทบไปทั่ว เสียงบีทหนัก ๆ เร่งเร้าอารมณ์ให้ผู้คนโยกต
บทที่ 6“อืม สมควรโดน...เค้าไม่เขียนด่ามึงก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว!”ขุนเขาว่าพร้อมกับวางถุงคุกกี้ลงโต๊ะกลมโซฟาแล้วเอนกายพิงพนักพลางส่ายศีรษะเบา ๆ อย่างเอือมระอากับนิสัยของเพื่อน คิดดูเถอะเวลาตีสองแต่แม่งมานั่งทุบน้ำแข็ง เป็นบ้าอะไรของมัน“คนในคอนโดมึงแม่งมีมารยาทจังหวะ” เทวาเอ่ยพลางเลิกคิ้วเล็กน้อย ก็







