LOGINบ้านแพทริก
ร่างสูงกลับมาถึงบ้านในเวลาห้าโมงเย็น เขานั่งรอเพียงดาวที่ห้องรับแขกอย่างใจจดใจจ่อเพราะเขาต้องพูดเรื่องหย่าวันนี้ เวลาต่อมา ร่างเล็กที่กลับมาจากทำงานเดินเข้ามาในบ้านก็เห็นร่างสูงนั่งอยู่ในห้องรับแขก เห็นอย่างนั้นเท้าเล็กจึงเดินเข้ามายืนตรงหน้าเขาแล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มตามประสา “วันนี้พี่แพทริกกลับมาถึงบ้านเร็วจังนะคะ” “นั่งก่อนสิ ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเธอ” ว่าแล้วคนตัวเล็กก็เดินไปหย่อนสะโพกนั่งฝั่งตรงข้าม ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยออกไป “ฉันกับเธอจดทะเบียนสมรสกันด้วยความจำใจเพราะเห็นแก่พ่อของฉัน” “…” “แต่เธอคงไม่รู้หรอกว่าก่อนที่ฉันจะมาจดทะเบียนกับเธอ ฉันมีคนรักอยู่ก่อนแล้ว ฉันคบกับเขามาตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง ฉันกับเขาวางแผนกันเอาไว้ว่าถ้าฉันเรียนจบ ฉันก็จะแต่งงานกับเขา แต่กลายเป็นว่าพ่อให้ฉันมาจดทะเบียนสมรสกับเธอ ดังนั้นฉันกับคนรักก็เลยจำใจต้องเลิกกัน ทั้งที่ยังรักกันมาก” “…” เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขามีคนรักมาก่อน งั้นก็แสดงว่าผู้หญิงที่เธอไปเจอตอนเที่ยงนั่นก็คือคนรักของเขาแน่เลย “ผู้หญิงที่เธอไปเห็นเมื่อตอนกลางวัน เขาชื่อข้าวหอม ข้าวหอมคือคนรักของฉันที่เคยเสียสละฉันให้มาจดทะเบียนสมรสกับเธอ” “ค่ะ เพียงดาวเข้าใจแล้วค่ะ” เธอพยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจและรู้สึกเห็นใจเขากับคนรักที่ต้องแยกจากกันเพื่อมาจดทะเบียนสมรสกับเธอ “ฉันไม่ได้รักเธอ และเธอก็ไม่ได้รักฉันใช่ไหม” “เพียงดาวไม่ได้รักพี่แพทริกค่ะ แต่เพียงดาวชอบพี่แพทริกนะคะ” เธอบอกไปตามความรู้สึกจริง เธอชอบเขาที่เป็นตัวเขา ขอบที่เขาหล่อ ชอบที่เขาสูง ผิวขาว และชอบนิสัยของเขา อยู่ในบ้านหลังเดียวกับเขามาสี่ปี เขาไม่เคยพูดจาหยาบคายกับเธอ ถึงเขาจะไม่ค่อยพูดกับเธอ แต่เธอก็รู้ว่าเขาไม่ใช่คนใจร้าย ร่างสูงชะงักเมื่อเธอบอกว่าชอบเขา ก่อนจะเอ่ยถามออกไป “ทำไมเธอถึงชอบฉัน” “พี่แพทริกคือผู้ชายในฝันของเพียงดาวค่ะ” เธอตอบด้วยรอยยิ้มสดใส แววตาใสซื่อ เขาชะงักเป็นครั้งที่สองเมื่อเธอบอกมาตรงๆว่าเขาคือผู้ชายในฝันของเธอ ก่อนจะเอ่ยถามย้ำออกไป “แต่เธอไม่ได้รักฉันใช่ไหม” “ไม่ได้รักค่ะ แค่รู้สึกชอบค่ะ” ใบหน้าของเธอยิ้มแย้มร่าเริง “ในเมื่อเราสองคนไม่ได้รักกัน ทั้งที่อยู่กันมาสี่ปีแล้ว เพราะงั้นเราก็หย่ากันเถอะ” คนตัวเล็กชะงักพลางหน้าถอดสีนิดหนึ่ง ก่อนจะปรับสีหน้าพลางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ พร้อมกับจ้องมองไปยังเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่เป็นผู้ชายในฝันของเธอมาตลอดสี่ปี “ที่พี่แพทริกต้องการหย่ากับเพียงดาว เพราะอยากกลับไปหาคนรักใช่ไหมคะ” “ใช่” “เพียงดาวจะหย่าให้ค่ะ แต่เพียงดาวขอพี่อย่างเดียว” “เธอจะขออะไร” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน “เพียงดาวอยากจะขอสเปิร์มจากพี่ค่ะ” “เธอจะเอาสเปิร์มฉันไปทำอะไร” เขาถามอย่างไม่อยากจะเชื่อหู “เพียงดาวอยากมีลูกมากค่ะ เพียงดาวอยู่ตัวคนเดียวมาตั้งแต่แม่เสีย เพียงดาวรู้สึกเคว้งคว้างและโดดเดี่ยวมาหลายปีแล้ว ก็ตั้งแต่อายุ15ปี ดังนั้นเพียงดาวจึงคิดว่าถ้ามีลูกสักคน เพียงดาวก็ไม่ต้องรู้สึกอ้างว้างและโดดเดี่ยวเหมือนที่ผ่านมา” “…” เขาถึงกับอึ้งกับสิ่งที่เธอพูดออกมา “เพียงดาวจะเอาสเปิร์มของพี่ไปทำเด็กหลอดแก้วค่ะ เพียงดาวคงมีความสุขมากถ้าเพียงดาวมีลูก” เธอพูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน แววตาเปล่งประกายเมื่อคิดว่าถ้ามีเด็กตัวเล็กๆมาอยู่ด้วยทุกวันทุกคืนก็คงจะครึกครื้น ถึงแม้ว่าครอบครัวของเธอจะมีแค่เธอกับลูกสองคน แต่มันก็มีความสุขมากแล้วสำหรับเธอ “ถ้าฉันจะไม่ให้สเปิร์มเธอล่ะ” เขาถามลองใจ “ถ้าพี่ยอมบริจาคสเปิร์มให้เพียงดาว เพียวดาวก็จะเซ็นใบหย่าให้พี่ทันทีค่ะ” “ถ้าเธอไม่ได้สเปิร์มของฉัน เธอก็จะไม่หย่า?” “ใช่ค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ท่าทีดูจริงจังพลางคิดว่าจะเซ็นใบหย่าทั้งที เธอก็ต้องได้ในสิ่งที่เธอต้องการเหมือนกัน เขาหย่าเพื่อกลับไปอยู่กับคนรัก เพราะฉะนั้นเธอก็หย่าเพื่อจะมีลูกไว้อยู่เป็นเพื่อนเธอ “ถ้าเธอได้น้ำเชื้อของฉันไปแล้ว แล้วเกิดท้อง เธอจะไม่มาเรียกร้องความเป็นพ่อจากฉันให้ลูกของเธอใช่ไหม” “ใช่ค่ะ เพียงดาวจะไม่มาเรียกร้องความเป็นพ่อจากพี่แน่นอนค่ะ และจะไม่มาเรียกร้องอะไรทั้งนั้น เพราะเพียงดาวจะคิดเสียว่าท้องเพราะสเปิร์มที่ได้รับจากการบริจาคมา ก็เหมือนกับคนอื่นๆที่ท้องกับสเปิร์มจากการบริจาค” “ถ้างั้นฉันขอคิดดูก่อน” ว่าจบร่างแกร่งก็ลุกจากโซฟาแล้วสาวเท้าขึ้นชั้นบนไป ในขณะที่คนตัวเล็กที่นั่งอยู่มองตามแผ่นหลังกว้างด้วยสีหน้าลุ้นว่าเขาจะใช้เวลาคิดกี่วันนะ เพราะตอนนี้เธออยากท้องแล้ว เธออยากรู้ความรู้สึกของคนท้องว่าจะรู้สึกอย่างไร ดีใจมากแค่ไหนถ้ารู้ว่ามีหนึ่งชีวิตกำลังจะเกิดมาตอนเที่ยง ในขณะที่เพียงดาวก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่นั้น โทรศัพท์ของเธอก็มีสายโทรเข้า เธอเหลือบไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นพ่อของลูก จึงหยิบขึ้นมากดรับสาย “ค่ะพี่แพทริก” (พี่สั่งของกินมาหลายอย่างเลย เดี๋ยวขึ้นมากินที่ห้องทำงานพี่นะ) “ได้ค่ะ” (ขึ้นมาเลยนะ) “ค่ะ” เธอกดวางสายแล้วลุกออกไปจากห้องการเงิน ก่อนจะขึ้นไปยังห้องทำงานของเขา ห้องทำงานแพทริก เมื่อคนตัวเล็กเปิดประตูเข้ามาก็เห็นว่าอาหารหลายอย่างวางอยู่บนโต๊ะ แพทริกที่นั่งอยู่บนโซฟา เมื่อเห็นร่างบางจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “มานั่งสิ” หญิงสาวเดินไปหย่อนสะโพกนั่งข้างเขา จากนั้นทั้งสองจึงลงมือรับประทานกันด้วยความเอร็ดอร่อย เมื่อทั้งคู่ทานเสร็จ เพียงดาวก็เก็บของบนโต๊ะจนเสร็จเรียบร้อย แล้วหันบอกร่างสูงที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวยาว “เพียงดาวลงไปข้างล่างแล้วนะคะ” เธอทำท่าจะก้าว แต่มือหนาคว้าข้อมือเรียวดึงรั้งให้มานั่งบนตัก พร้อมกับสวมกอดเธอไว้จากด้านหลัง หมับ “ไหนบอกว่าจะให้คำตอบพี่วันนี้ไง พี่อยากฟังคำตอบจากเธอจะแย่แล้วนะ รู้ไหมวันนี้พี่ไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานเลย เพราะรอคำตอบจากเธอนี่แหละ” เขาหอมแก้มนุ่มแล้วออกแรงสูดดมกลิ่นหอมที่ห่างหายมาเกือบเดือนจนเต
ตอนเย็น แพทริกออกจากห้องทำงานแล้วลงชั้นล่างมาหาเพียงดาวที่ห้องการเงิน ก็เห็นว่าเธอเดินออกมาจากห้องพอดี เห็นอย่างนั้นเรียวขายาวจึงก้าวยาวๆเข้ามาหาเธอ พร้อมกับเอ่ยด้วยสีหน้าตึงนิดๆ เพราะเขายังรู้สึกไม่พอใจที่เธอไปทานข้าวกับเพื่อนชายของเธอ “วันนี้ไปรับลูกด้วยกันนะ” “ได้ค่ะ” เธอรับคำอย่างว่าง่ายแล้วสาวเท้าตามคนตัวสูงไปขึ้นรถ “แวะกินข้าวกันก่อนนะ ตอนเที่ยงพี่ยังไม่ได้กินอะไรเลย” “พี่ยังไม่ได้กินอะไร? แล้วทำไมถึงไม่กินล่ะคะ” เธอถามด้วยความแปลกใจพลางรู้สึกเป็นห่วงไม่น้อยเมื่อรู้ว่าเขายังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เที่ยง “พี่ไม่ค่อยหิวน่ะ” “ไม่หิว?” “อืม” “งั้นก็ไปกินเถอะค่ะ” ว่าแล้ว แพทริกก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารแห่งหนึ่ง รับประทานเสร็จก็ไปรับอชิที่บ้านมินตราและพาสองแม่ลูกมาส่งที่บ้าน สองอาทิตย์ต่อมา ตอนนี้อชิก็มีอายุครบหกเดือนแล้ว สองอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ แพทริกจะชวนเพียงดาวไปรับลูกทุกวันเพราะเขาอยากใช้เวลาอยู่กับเธอให้มากที่สุด บ้านเพียงดาว เมื่อทั้งสองเข้ามาในบ้าน เพียงดาวก็บอกกับร่างสูงที่อุ้มลูกชายเดินตามหลังเข้ามา “เพียงดาวขอไปซักผ้าก่อนนะคะ พี่อยู่กับอชิก่อนนะ” “เดี๋ยวพี่
เมื่อเข้ามาในห้องนอนก็เห็นว่าคนตัวเล็กตื่นแล้ว เขาที่เห็นอย่างนั้นจึงสาวเท้าเข้าไปหย่อนตัวนั่งข้างเธออย่างกระตือรือร้น พร้อมกับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มอ่อนโยน คลี่ยิ้มบางๆ “ตื่นนานยัง” “ห้านาทีได้” ฝ่ามือหนาแตะหน้าผากมน จึงรู้ว่าไข้ลดลงบ้างแล้ว “ไข้ลดแล้วนะ งั้นเดี๋ยวพี่ลงไปเอาข้าวต้มมาให้” “ค่ะ” เขาออกไปจากห้องนอนแล้วลงชั้นล่างไปตักข้าวต้มหมูใส่ถ้วย และเอาขึ้นมาให้เธอ เขาจัดแจงให้เธอนั่งพิงหัวเตียงแล้วยกถ้วยข้าวต้มมาถือไว้ แพทริกตักข้าวต้มและป้อนให้เธอ เธออ้าปากงับข้าวต้มอย่างว่าง่าย เขาป้อนข้าวให้เธอห้าช้อน พอจะป้อนช้อนที่หก “พอแล้วค่ะ อิ่มแล้ว” ชายหนุ่มวางถ้วยลงบนที่นอนแล้วหยิบขวดน้ำยื่นให้เธอเอาไปดื่ม “เธอรู้สึกเวียนหัวไหม” “นิดหน่อยค่ะ” “งั้นก็นอนพักผ่อนต่อเถอะ เดี๋ยวพอถึงเวลากินยา พี่จะมาบอก” “ค่ะ” เขาลุกจากเตียงแล้วจะหยิบถ้วยข้าวต้ม ทันใดนั้นโทรศัพท์ของเพียงดาวที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงก็มีสายโทรเข้า Rrrr! เขาหยิบขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นชื่อของเพื่อนชายของเธอ พลันสันกรามแกร่งก็ขบกันแน่นอย่างหงุดหงิด “ใครโทรมาเหรอคะ” “เพื่อนเธอที่ชื่อเจโรม” “เอาโทรศัพท์มาค่ะ” เธอย
ตอนเย็น แพทริกกับเพียงดาวรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในเวลาหกโมงเย็น ร่างแกร่งพลิกตะแคงหันหน้าเข้าหาร่างบางที่กำลังลังขยี้ตาด้วยความงัวเงีย แพทริกที่เห็นจึงคลี่ยิ้มอ่อนๆมองเธอด้วยความนึกเอ็นดู เพียงดาวที่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าอีกคนนอนอยู่ข้างๆด้วย จึงหันมามองก็เห็นว่าเขามองเธอและยิ้มอยู่ก่อนแล้ว “นอนเต็มตื่นหรือยัง” เรียวปากหยักถาม “ค่ะ นี่กี่โมงแล้วคะ” เขาดูนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือ “หกโมงแล้ว หิวแล้วใช่ไหม” “ค่ะ” “งั้นเดี๋ยวพี่ลงไปจัดการเรื่องของกินให้ เมื่อเช้าพี่ซื้อมาเผื่อมื้อเย็นด้วย พี่ลงไปอุ่นก่อนนะ อีกยี่สิบนาทีเธอค่อยตามลงไป” “ค่ะ” เขาก้มลงจูบหน้าผากเกลี้ยงเกลาแล้วลงจากเตียง ร่างสูงออกจากห้องลงชั้นล่าง และเข้าครัวไปอุ่นอาหาร เพียงดาวที่นอนอยู่คิดทบทวนกับคำพูดที่พ่อของลูกพูดเมื่อตอนกลางวัน จึงคิดว่าเธอยังให้คำตอบวันนี้ไม่ได้ แต่เธอจะกลับบ้านไปคิดใคร่ครวญอีกที เธอชอบเขา และตอนนี้เขาบอกว่าชอบเธอพลางคิดว่าก่อนที่คนเราจะรักกันมันต้องเริ่มจากชอบกันก่อนไม่ใช่เหรอ ร่างเล็กขยับตัวลุกจากเตียงแล้วออกจากห้อง ก่อนจะลงไปข้างล่าง จึงเห็นว่าร่างสูงกำลังวุ่นอยู่ในครัว ภาพนั้นมันทำให้เธอเผลอยิ
เมื่อเพียงดาวอาบน้ำเสร็จ แพทริกก็เข้ามาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่อยู่ในมือ เรียวขาขาวเนียนก้าวออกจากอ่างพลางยื่นมือไปรับผ้าเช็ดตัวจากเขามาพันรอบกาย ก่อนทั้งสองจะพากันออกไปจากห้องน้ำ แพทริกเดินไปหยิบเสื้อยืดคอกลมสีน้ำเงินในตู้มายื่นให้คนตัวเล็ก “ใส่เสื้อฉันไปก่อน” เพียงดาวรับเสื้อมาจัดการสวมใส่ต่อหน้าร่างสูงที่จ้องมองเธอ จากนั้นเธอจึงยื่นผ้าขนหนูให้เขาเอาไปเก็บ แพทริกเดินมาบอกกับร่างบาง “ลงไปกินข้าวกันเถอะ” ว่าแล้วทั้งสองก็พากันลงไปทานข้าวที่เขาสั่งมาจากร้านอาหารชื่อดัง เมื่อทานกันเสร็จ เพียงดาวก็มานั่งบนโซฟาในห้องโถง แพทริกที่มีแก้วน้ำและยาอยู่ในมือเดินมาหย่อนกายนั่งข้างเธอ พร้อมกับพูดออกไป “กินยาคุมฉุกเฉินก่อนนะ แล้วก็กินยาแก้ปวดด้วย” เขายื่นยาคุมและยาแก้ปวดที่ไม่มีสเตียรอยด์ให้หญิงสาว เพียงดาวรับไปกินพร้อมกับดื่มน้ำตาม “อยู่ที่นี่อีกสักสองสามวันนะ เรื่องลูกเธอไม่ต้องเป็นห่วง อชิเป็นเด็กเลี้ยงง่ายอยู่แล้ว และไม่ค่อยร้องไห้งอแง ลูกอยู่กับแม่อีกสองสามวัน เธอสบายใจได้ แม่จะดูแลอชิเป็นอย่างดีเลย” เขาพูดเพื่อให้เธอวางใจเรื่องลูก และไม่ให้เธอต้องกังวล เพราะเขารู้ดีว่าคนเป็นแม่ถ้าห่าง
เขาจับคนตัวเล็กที่ร่างกายอ่อนปวกเปียกพลิกให้หันหลังมาทางเขา ฝ่ามือแกร่งยกขึ้นไปจับสองเต้าเต่งตึงพลางฟอนเฟ้นอยู่อย่างนั้น เพียงดาวที่ร่างกายอ่อนล้าก็นอนนิ่งปล่อยให้อีกคนเล่นกับร่างกายเธออย่างไม่มีการคัดค้าน เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเขาต้องทำกับร่างกายเธอจนเขารู้สึกพอใจ แต่เธอก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าเขาจะพอใจเมื่อไหร่ “เธอนี่ก็ซ่อนรูปเหมือนกันนะ ไม่คิดเลยว่านมเธอจะใหญ่เกินตัวแบบนี้” “พี่จะปล่อยให้เพียงดาวได้นอนตอนไหน” “ก็จนกว่าฉันได้yedเธอจนน้ำหมดตัวนั่นแหละ ฉันบอกแล้วไงว่ากว่าเธอจะได้นอนก็เกือบเช้า” “อดอยากมานานแล้วเหรอ” “อืม” เขาจับขาเรียวยกขึ้นมาก่ายไว้บนเอวของเขาแล้วจับท่อนเอ็นที่ไม่ยอมอ่อนตัวสอดสวมไปจากด้านหลัง สวบ “โอ๊ย เจ็บนะ ใส่เข้ามาได้” เธอส่งเสียงร้องเมื่อเขาสอดลำกายมาทางด้านหลังอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว “ถ้าเสียวแล้วเธอจะไม่บ่นว่าเจ็บ ก็เหมือนเมื่อกี้ไง ที่เธอบอกว่าเจ็บ แต่พอฉันทำให้เธอเสียว เธอก็เสร็จเหมือนกัน” “เสร็จรอบนี้แล้วพอได้ไหม” “ต้องดูก่อน ยังบอกตอนนี้ไม่ได้” “ง่วงแล้วนะ” “ถ้าง่วงมากก็หลับไปก่อน” เขาว่าพลางจมูกก็ไซ้ซอกคอระหง จนเพียงดาวขนลุกซู่อีกครั้ง แพทริกลูบแขนเส
สองชั่วโมงผ่านไปเมื่อร่างเล็กที่นอนอยู่บนโซฟารู้สึกตัวตื่นและขยับตัว ร่างสูงที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานก็ละจากหน้าจอแมคบุ๊กแล้วหันไปมองเธอคนตัวเล็กขยับตัวลุกจากโซฟาพลางยกมือจับที่คอและมีสีหน้าพะอืดพะอม เพราะเธอคลื่นไส้อีกแล้ว แพทริกที่เห็นจึงเอ่ยถาม“คลื่นไส้อีกแล้วเหรอ”“ค่ะ”“เข้าห้องน้ำไปสิ ถ้าจะ
ตอนเที่ยงเมื่อถึงเวลาพักกลางวัน เพียงดาวก็สั่งอาหารจากแอปพลิเคชันมาทานในที่ทำงาน บางวันเธอก็ไปทานในศูนย์อาหารของโรงพยาบาลเมื่อพนักงานมาส่งอาหาร หญิงสาวก็ออกไปเอาของกินหน้าโรงพยาบาล ตอนเดินกลับเข้ามาในห้องการเงินก็เห็นร่างสูงกับคนรักของเขาพากันเดินออกมาพอดีแพทริกเหลือบมองคนตัวเล็กเล็กน้อย ก่อนจะเ
สามวันต่อมาเป็นเวลาสามวันแล้วที่เพียงดาวไม่ได้ไปทำงาน เพราะเธอมีอาการแพ้ท้องอย่างหนัก ได้กลิ่นอาหารทีไรก็คลื่นไส้และอาเจียนออกมาทุกทีด้านแพทริกเป็นเวลาสามวันแล้วที่แพทริกไม่เห็นเพียงดาวที่ห้องการเงิน เขารู้สึกสงสัย แต่ก็ไม่อยากจะถามใคร เพราะคิดว่าเธออาจจะไม่สบายจึงลางานก็ได้บนรถแพทริกกับข้าวหอ
บ้านแพทริก ตอนเย็นเพียงดาวขับรถเก๋งแบรนด์ญี่ปุ่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน ร่างบางลงจากรถแล้วสาวเท้าเข้ามาในบ้านจึงเห็นร่างสูงนั่งอยู่ในห้องโถง เห็นอย่างนั้นเท้าเรียวจึงเดินเข้ามาหาเขา พร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยใบหน้าแช่มชื่น เมื่อคิดว่าอีกไม่กี่อาทิตย์เธอก็จะได้รู้แล้วว่าท้องหรือไม่ท้อง“ขอบคุณมากนะคะที่ยอมบร







