LOGIN“ไม่เป็นไรค่ะ!” อิ๋งอิ๋งตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มทันที “ในตอนนั้นถึงหนูจะไม่มีผู้ชาย แต่หนูก็มีเงิน หนูจะสร้างอานาจักรที่ยิ่งใหญ่ของตนเองขึ้นมา และทำให้ผู้ชายมากมายมาสยบอยู่แทบเท้าจนหนูไม่รู้สึกเหงาเลยค่ะ หนูจะกลายเป็นผู้หญิงโสดที่มีความสุขที่สุดในโลกที่หญิงสาว ๆ ต่าง ๆ จะต้องอยากที่จะเป็นแบบหนู”
คำตอบของอิ๋งอิ๋งทำเอาหวังชุนเทียนถึงกลับกุมขมับ ด้วยความที่อิ๋งอิ๋งเป็นหญิงสาวสมัยใหม่ที่สามารถมีชีวิตด้วยตัวเองเพียงลำพังได้ ซึ่งแตกต่างจากเขาซึ่งเป็นคนหัวโบราณที่กลัวว่าลูกสาวของตัวเองจะต้องโดดเดี่ยว
เมื่อความเห็นของทั้งสองคนไม่ตรงกัน และดูเหมือนว่าอิ๋งอิ๋งจะไม่มีทางยอมแต่งงานอย่างง่ายดาย หวังชุนเทียนจึงเสนอทางออกให้บุตรสาวของเขาขึ้น “ในเมื่อลูกตัดสินใจที่จะไม่แต่งงานแบบนั้น พ่อก็จะยอมตกลง แต่มีข้อแม้แค่หนึ่งอย่าง”
อิ๋งอิ๋งยิ้มร่าออกมาด้วยความดีใจ พร้อมกับรีบถามพ่อของเธอขึ้น “ข้อแม้อะไรรึคะ?”
“พ่อจะให้ลูกหมั้นกับท่านนายพลหลินไจ้ฟ่าน! หากภายใน 3 เดือนลูกไม่รักเขา พ่อจะยอมยกเลิกงานแต่งงาน และไม่บังคับให้ลูกต้องแต่งงานอีกเลย”
เมื่ออิ๋งอิ๋งได้ยินข้อเสนอของพ่อแบบนั้นเธอก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ ก็เพราะเข้าทางเธอเลยนะสิ! เพราะหญิงสาวเจ้าชู้อย่างเธอจะทำให้ท่านนายพลหลินไจ้ฟ่านเผ่นหนีตั้งแต่ 3 วันแรกแล้วต่างหาก
อิ๋งอิ๋งที่ได้รับข้อเสนอที่ถูกใจแบบนั้น เธอก็เดินยิ้มออกมาจากห้องโถง พร้อมกับเดินไปหาน้องสาวคนเล็กที่กำลังยืนแอบฟังอยู่ห่าง ๆ และพูดขึ้น “แค่ 3 เดือน อดทนหน่อยนะ! พี่จะทำให้ท่านนายพลหลินอะไรนั่นเผ่นหนีตั้งแต่ 3 วันแรกเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า” พูดจบ สองพี่น้องก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ โดยที่อิ๋งอิ๋งหารู้ไม่ว่า หวังชุนเทียน ผู้ซึ่งเป็นพ่อของเธอนั้นได้วางแผนทุกอย่างมาไว้อย่างดีหมดแล้ว
หลังจากที่อิ๋งอิ๋งยอมตกปากรับคำที่จะหมั้นกับท่านนายพลไจ้ฟ่าน พ่อของเธอก็ขอให้เธอไปพบกับเขาก่อนเพื่อทำความรู้จักก่อนที่วันหมั้นจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่ทว่าอิ๋งอิ๋งที่วางแผนจะไล่เขาไปจากชีวิตของเธอตั้งแต่ 3 วันแรกจึงไม่สนใจที่จะทำความรู้จักกับเขาเลยสักนิด เธอจึงรอพบเขาในวันหมั้นที่เดียวเลยก็แล้ว
และก่อนวันหมั้นจะเริ่มขึ้นในไม่กี่วัน อิ๋งอิ๋งที่เป็นหญิงสาวเจ้าสำราญจอมเจ้าชู้ก็ขับรถออกไปที่ร้านเหล้าในยามดึกดืน ซึ่งเป็นเวลาที่เหล่าบุรุษมักเที่ยวล่าสาว ๆ แต่ทว่าอิ๋งอิ๋งกลับเป็นฝ่ายล่าบุรุษแทน
อิ๋งอิ๋งจอดรถลงที่หน้าผับใหญ่ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นศูนย์รวมของคุณชายไฮโซชนชั้นสูงไว้มาก ผู้ชายเหล่านี้มักสนุกตอนเป็นผู้ล่า แต่ตอนนี้พวกเขากำลังจะเป็นฝ่ายถูกล่าอีกครั้ง
ร่างบางของอิ๋งอิ๋งที่งดงามสง่าได้ก้าวเดินเข้าไปในผับอย่างหยิ่งผยอง แต่ความหยิ่งผยองนี้ของเธอทำให้เหล่าบุรุษมากมายหันมามองเป็นตาเดียวด้วยความสนใจ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าหนึ่งในสายตานั้นมีสายตาของ ท่านนายพลหลินไจ้ฟ่าน ที่แอบตามมาดูเธอเพื่อเรียนรู้ตัวตนของเธอนั่นเอง
ท่านนายพลหลินไจ้ฟ่านที่กำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่ที่โต๊ะริมสุดก็มองไปที่อิ๋งอิ๋งด้วยความสนใจ ก่อนที่เขาจะหันไปพูดกับ อาเฉิง ลูกน้องคนสนิทของตนเองขึ้น “นี่สินะ คู่หมั้นของฉัน”
“ใช่ครับ!” อาเฉิงพยักหน้าตอบกลับไป “เธอคือคุณหนูหวังอิ๋งอิ๋ง ลูกสาวคนที่สามของท่านหวังชุนเทียน เจ้าของบริษัทนำเข้าส่งออกเสื้อผ้าที่ใหญ่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้ คุณหนูสามคนนี้เป็นลูกรักของท่านหวังชุนเทียน ว่ากันว่าคุณหนูสามเจ้าชู้มาก เธอมักเห็นบุรุษเป็นเพียงของเล่นสำหรับเธอเสมอ”
ท่านนายพลหลินไจ้ฟ่านที่ได้ยินแบบนั้นก็มองไปที่อิ๋งอิ๋งด้วยความตั้งใจเพื่อจับตาดูพฤติกรรมของเธอ
ทางด้านของอิ๋งอิ๋ง เมื่อเข้ามาด้านในของผับแล้ว เธอก็เดินมานั่งที่หน้าบาร์เบียร์เพื่อเริ่มสั่งเครื่องดื่มทันที และทันทีที่อิ๋งอิ๋งสั่งเครื่องดื่มเสร็จ เหล่าคุณชายไฮโซมากมายก็รีบเดินมุ่งตรงเข้ามาหาเธอ แต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่อิ๋งอิ๋งสนใจ เขาคือคุณชายสือ คุณชายรูปหล่อ พ่อรวย ที่สาว ๆ ต่างหมายปอง ทำให้คุณชายคนอื่นต้องยอมเดินหลีกทางออกไป และให้คุณชายสือมานั่งลงที่ข้างอิ๋งอิ๋งแทน
เมื่อคุณชายสือนั่งลงแล้ว เขาจึงพูดกับเธอขึ้น “ผมโชคดีเหลือเกินที่เป็นคนที่ถูกเลือก”
อิ๋งอิ๋งยิ้มออกมาอย่างสะใจ ก่อนที่จะตอบกลับไป “เป็นธรรดาค่ะที่ผู้หญิงจะต้องเป็นฝ่ายเลือก ไม่ใช่ผู้ชาย”
ท่านนายพลหลินไจ้ฟ่านที่นั่งอยู่ห่าง ๆ และได้ยินแบบนั้นก็รู้ได้ทันทีเลยว่าอิ๋งอิ๋งกำลังแซะด่าผู้ชายอยู่ แต่คุณชายสือที่โง่จนเกินไปก็ทำได้แค่ยิ้มร่าตอบกลับไป และพูดขึ้นต่อ
“ขอเพียงแค่ได้เป็นคนที่ถูกคุณหนูหวังเลือก แค่นี้ก็คุ้มค่าสำหรับผมแล้ว”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” อิ๋งอิ๋งหัวเราะออกมาให้กับความโง่เขลาของเขาที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกเธอด่า ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ขยับร่างกายอันงดงามของตนเองเข้าไปใกล้ ๆ กับร่างกายของคุณชายสือ พร้อมกับพูดขึ้น “คุณชายสือนี่ช่างน่ารักเสียจริง”
“งั้นคุณหนูหวังอิ๋งอิ๋งก็ลองรักผมดูสิ! ผมจะไม่ทำให้คุณหนูหวังต้องผิดหวังเลย” เขาตอบกลับมาด้วยสีหน้าจริงจัง
อิ๋งอิ๋งยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย ก่อนที่จะถามขึ้น “และถ้าฉันรักคุณชายสือแล้ว ฉันจะได้อะไรเพื่อเป็นการตอบแทนในความรักครั้งนี้ล่ะ?”
“ผมก็จะตอบคุณด้วยความรักและความซื่อสัตย์ของผมอย่างไงล่ะ!” คำตอบของคุณชายสือยังคงจริงจังเช่นเดิม เพราะความงดงามของคุณหนูหวังอิ๋งอิ๋งเป็นที่ต้องตาต้องใจของบุรุษทั่วทั้งเซี่ยงไฮ้ ไม่เว้นแม้แต่เขาด้วยเช่นกัน ตอนนี้เขาได้มีโอกาสชิดใกล้เธอแล้ว เขาปรารถนาที่จะให้เธอรักตลอดไป
แต่ทว่า...ในความคิดของอิ๋งอิ๋งนั้น ความรักของบุรุษก็เหมือนกับสายลมที่พัดพาเข้ามาแล้วเดี๋ยวก็พัดจากไป เหลือไวแต่เพียงความเจ็บปวดในหัวใจเช่นเดิม อิ๋งอิ๋งจึงตอบเขากลับไป “ความรักของคุณชายสือวันหนึ่งก็ต้องหมดลง และเมื่อวันนั้นมาถึง คุณชายสือจะเอาอะไรมาทดแทนให้ฉันล่ะ?”
“ไม่มีทางเด็ดขาด! ความรักของผมที่มีต่อคุณหนูหวังจะไม่มีทางหมดลงอย่างแน่นอน มันจะอยู่แบบนี้ตลอดไป” เขายังคงยืนยันคำเดิม
อิ๋งอิ๋งยิ้มออกมาอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะพูดขึ้น “ไม่จริงหรอก! ความรักไม่มีอยู่จริง วันหนึ่งวันใดคุณชายสือก็ต้องเบื่อฉัน เลิกรักฉัน แต่ฉันจะไม่รอให้วันนั้นมาถึงหรอก!” พูดจบ อิ๋งอิ๋งก็วางแก้วเหล้าในมือลง และลุกออกจากบาร์เบียร์เพื่อที่จะเดินออกจากผับแห่งนี้ไป แต่คุณชายสือก็รีบรั้งเธอไว้เสียก่อน เพราะเขารักเธอจริง ๆ และปรารถนาที่จะสร้างสัมพันธ์กับเธอ
“เดี๋ยวก่อนสิคุณหนูหวัง! ได้โปรดให้โอกาสผมสักครั้งในการพิสูจน์ความรักให้คุณเห็นได้ไหม?” เขาถามเธอขึ้นด้วยสายตาอ้อนวอน
แต่ทว่าอิ๋งอิ๋งกับมองไปที่เขาด้วยสายตาที่แข็งกระด่าง พร้อมกับพูดขึ้น “ไม่ได้! เพราะผู้ชายนั้นล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยคำโกหก วันนี้บอกว่ารัก แต่พอวันหน้าพวกผู้ชายอย่างคุณก็จะทำลายหัวใจของเรา และทิ้งขว้างอย่างไม่ใยดี แต่วันนี้ฉันต่างหากที่จะเป็นฝ่ายทำลายหัวใจของพวกคุณ” พูดจบ อิ๋งอิ๋งก็ยิ้มออกมาสะใจ ก่อนที่เธอจะเดินเชิดหน้าออกไปเพื่อขึ้นรถทันที โดยไม่หันมามองคุณชายสือที่ต้องเจ็บปวดเลยสักนิดเดียว
เมื่ออิ๋งอิ๋งเดินมาถึงรถ เธอก็พบว่ามีบุรุษร่างใหญ่กำลังยืนอยู่ข้างรถของเธอพร้อมกับกำลังสูบซิการ์ไปด้วย อิ๋งอิ๋งจึงเดินเข้าไปใกล้ ๆ เขา โดยที่เธอหารู้ไม่ว่าเขาคือ ท่านนายพลหลินไจ้ฟ่าน ท่านนายพลหนุ่มรูปหล่อที่กำลังจะเข้าพิธีหมั้นกับเธอในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้เอง
_________________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“หุบปาก!” เยี่ยนอิงตะคอกใส่หน้าของหยางหลินซีทันที พร้อมกับพูดขึ้น “ฉันไม่มีทางกลับไปรักคนเลว ๆ อย่างคุณได้เด็ดขาด และอย่างที่ฉันเคยบอกไปแล้ว ถ้าฉันย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะไม่ขอรู้จักคนอย่างคุณเด็ดขาด”“เยี่ยนอิง!” หยางหลินซีเรียกชื่อของเธอขึ้นด้วยความเจ็บปวด“แกอย่าได้มาเอยชื่อของเยี่ยนอิงออกจากปากสกปรกของแกอีกนะ! ในขณะที่เธอให้อภัยกับความผิดร้ายแรงของแกครั้งที่แล้ว แทนที่แกจะสำนึกได้ แต่แกกลับคิดที่จะฆ่าเธอ” คุณชายหยางเว่ยพูดขึ้นต่อ“นี่แกอย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!” หยางหลินซีเถียงกลับไปทันที“ฉันไม่ได้ใส่ร้ายแก! เพราะพยานที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็คือคนขับรถที่ไปกับเยี่ยนอิงอย่างไงล่ะ! แกเห็นเยี่ยนอิงนอนจมกองเลือดอยู่ตรงหน้า แกกลับปล่อยให้เยี่ยนอิงต้องตายอยู่นั้น ไม่เพียงเท่านั้น แกนั่นแหละที่เป็นคนขับรถไปชนท้ายรถของเยี่ยนอิงอย่างแรง จนทำให้รถเสียการควบคุมและพลิกคว่ำทันที”เมื่อหยางหลินซีได้ยินความจริงออกมาแบบนั้นเขาก็ร้อนรนใจเป็นอย่างมาก ก่อนที่เขาจะรีบหาข้ออ้างขึ้นอีกครั้ง “แกไปเชื่อไอ้คนขับรถห่วย ๆ คนนั้นได้อย่างไงกัน! มันก็แค่ต้องการที่จะใส่ร้ายฉัน เพราะมันนั่นแหละที่ทำผิดที่ขับรถไม่ดีเอง
บทที่ 6หัวใจดวงเดียวกันเมื่อคุณชายหยางเว่ยทำกำลังทำงานอยู่ที่บริษัทได้รับข่าวของเยี่ยนอิง เขาก็รีบทิ้งงานทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าและรีบมาหาเธอที่โรงพยาบาลทันที และเมื่อเขามาถึงเขาก็พบว่าคนในสกุลหยางและสกุลหวังได้มาอยู่ที่นี่กันจนครบแล้ว รวมถึงหยางหลินซีที่มาอยู่ที่นี่ด้วย เพราะตอนนี้หยางหลินซีไม่รู้ว่าคนขับรถของเยี่ยนอิงได้รู้ว่าเขาคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ส่วนเยี่ยนอิงก็ยังคงอยู่ในการดูแลของหมอในห้องฉุกเฉินนั่นเองหลังจากผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ ในขณะที่คุณชายหยางเว่ยเดินไปเดินมาที่ห้องฉุกเฉินด้วยความกังวลใจอยู่นั้น ในที่สุดคุณหมอก็ออกมาแจ้งให้เขาทราบว่าตอนนี้เยี่ยนอิงได้พ้นจากขีดอันตรายแล้ว ร่างกายของเธอได้รับเพียงบาดแผลภายนอกเท่านั้น ซึ่งนำไปสู่การเป็นแผลเป็นที่อาจจะต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะหาย หรืออาจจะไม่หายเลย แต่ส่วนด้านในร่างกายของเธอข้างในไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก คงเป็นเพราะว่า ตอนช่วงที่เยี่ยนอิงกระเด็นออกมาจากรถนั้น เธอสามารถรวบรวมสติของตนเองไว้ให้ได้มากที่สุด และให้ร่างกายของเธอกระแทกลงพื้นในท่าที่ปลอดภัยที่สุด“เดี๋ยวรออีกสักพัก คนไข้ก็คงจะฟื้นแล้วนะครับ! ตอนนั้นพวกคุณค่
เยี่ยนอิงที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของคุณชายหยางเว่ยเช่นนั้นก็รู้สึกผิดขึ้น เธอรู้สึกผิดว่าการที่เธอให้โอกาสหยางหลินซีแบบนั้นจะเป็นการหักหน้าคุณชายหยางเว่ยผู้เป็นสามีที่แสนดีของเธอมาโดยตลอด เธอจึงค่อย ๆ ผละออกมาจากอ้อมกอดของเขา และถามเขาขึ้นทั้งน้ำตา“ฉันให้อภัยคุณชายหยางหลินซีต่อหน้าคนทั้งคฤหาสน์สกุลหยาง ฉันคงทำให้คุณรู้สึกไม่ดีอย่างแน่นอน?”คุณชายหยางเว่ยที่ได้ยินคำถามปนคำบอกเล่าของเธอแบบนั้น เขาก็ยิ้มออกมาเบา ๆ พร้อมกับพูดขึ้น “คุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดอะไรเลย! ความรู้สึกในอดีตเป็นสิ่งที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว และการที่คุณให้อภัยเขาก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องด้วย” เยี่ยนอิงที่ได้ยินแบบนั้นเธอก็กอดเข้าไว้แน่นกว่าเก่า เยี่ยนอิงไม่เคยคิดเลยว่าหัวใจที่แตกสลายของเธอในวันแต่งงานนั้นจำได้พบกับแรกแท้อีกครั้ง แถมรักแท้ของเธอก็ดำเนินไปอย่างช้า ๆ แต่ดูมั่นคงเสียเหลือเกิน หลังจากที่คุณชายหยางเว่ยและเยี่ยนอิงกอดกันได้สักพัก คุณชายหยางเว่ยก็แยกตัวออกไปทำงาน ส่วนเยี่ยนอิงก็เลือกที่จะกลับคฤหาสน์ของสกุลหวังเพื่อพบปะกับครอบครัวของเธอหลังจากที่แต่งงานออกมาการกลับมาของเยี่ยนอิง ณ คฤหาสน์ของสกุลหวังทำให้ทุกคนดีใจเป็นอ
บทที่ 5ความรู้สึกในหัวใจเช้าวันใหม่เริ่มต้นเยี่ยนอิงตื่นขึ้นมาก็พบว่าคุณชายหยางหลินซีที่ควรจะออกจากคฤหาสน์สกุลหยางไปแล้วกำลังคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องอยู่ที่เท้าของคุณปู่หยางทั้งน้ำตา“คุณปู่! ได้โปรดอภัยผมด้วยนะครับ! ฮืออออออออออ เมื่อคืนนี้ผมหึงหวงเยี่ยนอิงหน้ามืดตามัวจนทำอะไรไม่คิด เพราะผมยังรักเธออยู่ ผมจึงทนเห็นเธออยู่ร่วมหอกับคนอื่นทุกคืนแบบนั้นไม่ได้จริง ๆ ครับ ฮือออออออออออ”คุณนายหยางที่ยืนอยู่ไม่ห่าง ก็รีบเข้าไปคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องคุณปู่หยางเพื่อช่วยลูกชายของเขาด้วยอีกคน “คุณพ่อค่ะ! ได้โปรดอภัยให้หลินซีด้วยนะคะ เพราะเขาและเยี่ยนอิงเคยรักกันและหมั้นหมายกัน มันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่ต้องเห็นเธอเป็นของคนอื่นแบบนั้นค่ะ ฮือออออออออออ”คุณปู่หยางรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก ใจหนึ่งของเขาก็ไม่อยากไล่หลานชายของตนเองให้ออกไปเร่ร่อนลำบากตรากตำอยู่ที่นอกบ้าน แต่เพราะความโกรธที่ได้เห็นการกระทำที่เลวทรามของเขาเมื่อคืนจึงทำให้คุณปู่หยางไม่อาจจะทนต่อไปไม่ได้ ดังนั้น...คุณปู่หยางมิใช่ผู้ที่จะสามารถให้อภัยเขาได้ มีเพียงเยี่ยนอิงเท่านั้นเมื่อคุณปู่หยางคิดได้ดังนั้น เขาก็มองไปที่เยี่ยนอิงที่
หยางหลินซีที่กลัวว่าจะต้องรับความผิด เขาจึงรีบโกหกขึ้นทันที “ก็เยี่ยนอิงมาอ่อยผมตอนนี้ที่พี่หยางเว่ยไม่อยู่! เธอให้ท่าผม และขอให้ผมมาหาเธอกลางดึกแบบนี้”“โกหก!” เยี่ยนอิงด่าเขาขึ้นทันที ก่อนที่จะพูดขึ้นบ้าง “ฉันไม่มีทางอยากได้ผู้ชายเลว ๆ อย่างคุณเด็ดขาด! และฉันไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นหลับหลังของสามีของฉันด้วย คุณต่างหากที่เป็นฝ่ายงัดเข้ามาในห้องนอนของฉัน ไม่เชื่อก็ดูที่กลอนประตูนั้นสิ” เยี่ยนอิงชี้ไปที่กลอนประตูที่มีรอยงัดอยู่ทันทีคุณปู่หยางที่ได้เห็นแบบนั้นก็รู้สึกโกรธหยางหลินซีเป็นอย่างมาก เขาจึงด่าขึ้นทันที “ไอ้หลานสารเลว! แกมีทั้งพ่อและแม่ที่ให้การสั่งสอน ฉันเองก็ให้เงินแกไม่ขาดโดยที่แกไม่เคยต้องไปลำบากอะไร แต่แกยังกล้าที่จะเข้าไปข่มขืนพี่สะใภ้ของแกอีก แกนี่มันน่าไม่อายชะมัด ภรรยาสองคนที่แกมีอยู่ตอนนี้มันไม่พอหรือไง?”น้ำเสียงคุณปู่เต็มไปด้วยความ ซึ่งทำให้คนในบ้านทั้งหมดที่ได้ยินรู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก เพราะปกติคุณปู่จะเป็นคนใจดีกับทุกคนเสมอ“ภรรยาสองคนนี้ไม่ใช่คนที่ผมเลือกซะหน่อย! คนที่ผมต้องการคือเยี่ยนอิงต่างหาก! และหากไม่ใช่เพราะผมทำพลาด หลานรักของคุณปู่ไม่มีทางได้แต่งงานกับเยี่ย
บทที่ 4การถูกล้างแค้นคุณปู่หยางที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกชอบใจในตัวหลานสะใภ้ใหญ่ของตนเองเป็นอย่างมาก เขาจึงพูดขึ้นมา “จริงอย่างที่เยี่ยนอิงว่า...ในเมื่อแกเป็นคนก่อเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง แกก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบอีกเช่นเคย”“หา!” หยางหลินซีอุทานออกมาด้วยความตกใจอีกครั้ง ไม่ว่าเยี่ยนอิงจะพูดอะไร คุณปู่หยางก็เห็นดีเห็นงามไปซะหมด ขืนถ้าปล่อยไว้เป็นแบบนี้ มีหวังชีวิตของเขาคงต้องพังไม่เป็นท่าแน่ ๆ แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนนี้เขาคงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว ดังนั้นในการแต่งงานวันนี้เขาจึงต้องก้มหน้ายอมรับไปก่อน และหาทางเอาคืนเธอทีหลังอย่างแน่นอนหลังจากงานแต่งงานที่แสนวุ่นวายของหยางหลินซี และหญิงสาวทั้งสองคนได้จบลงไป เยี่ยนอิงก็ยิ้มออกมาอย่างชอบใจที่เห็นหลินซีต้องทุกข์ทนในวันแต่งงานของตนเองเช่นนั้น เพราะการแต่งงานกับผู้หญิงถึงสองคนในเวลาเดียวกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นในขณะที่เยี่ยนอิงกำลังนั่งคุยกับคุณปู่หยางด้วยเสียงหัวเราะแต่เช้าอยู่นั้น คุณปู่หยางก็เห็นว่าคฤหาสน์ของตนเองครึกครืนไปด้วยสะใภ้ที่มีมากถึง 3 คน คุณปู่หยางจึงพูดกับเยี่ยนอิงขึ้น“ก่อนหน้านี้ที่คฤหาสน์ของ







