Home / รักโบราณ / สี่วสันต์บำเรอรัก / บทเรียนรัก จากนางคณิกาผู้รุ่มร้อน 9

Share

บทเรียนรัก จากนางคณิกาผู้รุ่มร้อน 9

last update Last Updated: 2026-01-31 23:24:46

บทที่ 5.1 คำบอกรักของสองเรา

ตั้งแต่ที่ข้าได้ไฉต๋าตงให้พ้นจากสถานการณ์น่าอึดอัด แม้ว่าข้าขอตัวกลับก่อน แต่อีกฝ่ายดึงดันพาข้าเที่ยวชมเมือง ข้าลอบมองใบหน้าด้านข้างของเขา แม้สงบนิ่งแต่ข้ารับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายอ่อนโยนมากแค่ไหน

“เหม่ยหลินเจ้าชอบหรือไม่” ต๋าตงเอ่ยเสียงนุ่มนวลพร้อมทั้งหันกลับมามองข้า เขาพาข้าล่องเรือพาดผ่านอาคารบ้านเรือนที่ประดับประดาอย่างสวยงาม ช่างน่าตื่นตาตื่นใจจริง ๆ

“ชอบมากเจ้าค่ะนายท่าน” ข้าระบายยิ้มหวาน แล้วหันไปทอดสายตามองข้างทาง

“บอกแล้วว่าอย่างไร เรียกชื่อข้าเถอะนะเหม่ยหลิน” ต๋าตงปั้นหน้าบึ้งตึง เพียงชั่วครู่เท่านั้น เขาขยับมานั่งยังฝั่งข้า “ข้าคือต๋าตงของเจ้าเพียงผู้เดียวนะเหม่ยหลิน”

แม้สิ่งที่ได้ยินสร้างความปั่นป่วนภายในใจ แม้ข้าอยากเรียกชื่อเขาวันละหลาย ๆหน ทว่าข้าเป็นเพียงแค่คนไม่มีสิทธิ์นั้น

“นายท่านอย่าทำข้าลำบากใจเลย หากในเวลางานการที่ข้าทำตามท่านร้องขอ ข้าย่อมทำได้ แต่ในยามนี้…” ข้าหันไปสบตาสีหมึกของอีกฝ่าย อยากให้เขารับรู้ถึงภายในจิตใจของข้า

“เจ้าช่างดื้อดึงนัก” ไฉต๋าตงขมวดคิ้ว “ข้าสั่งให้เจ้าเรียกชื่อข้าตั้งแต่เวลานี้จนตลอดไป เจ้าเข้าใจหรือไม่”

ข้าไม่ตอบ เพียงแค่มองฝ่ามือหนาของอีกฝ่ายที่เอื้อมมาประคองแก้ม เราสบตากันแม้มีเสียงวิหคดังอยู่ไม่ไกล ข้าหลับตาพริ้มยกมือจับฝ่ามือเขา กอบโกยความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมายังตัวข้า

เราล่องเรือชมวิวทิวทัศน์ จนล่วงเลยเข้าสู่ยามซวีที่ดวงตะวันลาลับขอบฟ้าไปแล้ว ข้าลงจากรถม้าโดยมีไฉต๋าตงคอยประคอง ตอนที่ข้ากำลังจากลากับอีกฝ่าย จินเฟยเดินมายังพวกเราด้วยใบหน้าบึ้งตึง

รู้ได้ทันทีว่านางกำลังโมโหข้า ต่อให้มีไฉต๋าตงอยู่ข้างกาย นางก็พร้อมที่จะสั่งลงโทษตามกฎหอนางโลม ข้าระบายลมหายใจพลางหมุนตัวไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย แต่ต๋าตงกลับดึงข้าให้เข้าสู่อ้อมแขน แม้ไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใด แต่ข้ายอมเอนซบยังอกแกร่งนั้น

“คารวะท่านแม่ทัพไฉ” จินเฟยคำนับคนข้างกายข้า นางมองพวกเราด้วยสายตาสงบนิ่ง แต่กลับยกยิ้มอย่างมาดร้าย

“วันนี้แม่นางเฟยคงไม่สามารถปรนนิบัติท่านได้ เพราะนางฝ่าฝืนกฎหอนางโลม ข้าจำเป็นต้องลงโทษนาง หวังว่าท่านที่ยึดมั่นในกฎระเบียบจะเข้าใจ”

จินเฟยกล่าวเช่นนั้นทั้งเพื่อกดดันไม่ให้ต๋าตงเข้าข้างข้า และเพื่อประกาศให้ข้ารู้ว่า หาได้มีผู้ใดคอยช่วยเหลือข้าตลอดเวลาไม่

“แม่นางจินคงไม่ลืมหรอกนะ ว่าข้านั้นซื้อตัวแม่นางเฟยหนึ่งปี เพราะฉะนั้นนางจึงควรปรนนิบัติข้าให้สมกับจำนวนเงิน ใช่หรือไม่?” ต๋าตงเอ่ย เขาบีบหัวไหล่ข้าแน่นเล็กน้อย ราวกับยืนยันว่าตัวเขาอยู่ข้างกายเสมอ

“ถ้างั้นจะให้ข้าปล่อยนางไปงั้นหรือ ท่านคิดว่าผู้อื่นเมื่อเห็นแม่นางเฟยทำผิดกฎแต่ไม่ได้รับโทษ พวกเขาจะยังยำเกรงในระเบียบของข้าหรือไม่” จินเฟยยกยิ้มร้าย นางหยิบไม้ที่ถูกเหลาจนบางมาถือไว้ “อย่างน้อยก็ต้องให้ข้าได้โบยนางเสียก่อน แล้วท่านจะให้นางปรนนิบัติเช่นไรก็เรื่องของท่าน”

“หึ” ไฉต๋าตงส่งเสียงในลำคอ เขาหันไปทางนายทหารผู้หนึ่งที่ยืนไม่ไกล “เจ้าไปรายงานใต้เท้าหวังที่ศาลต้าหลี่เรื่องความผิดของนาง บอกกับใต้เท้าว่าแม่นางจินหลอกลวงลูกค้า โดยอ้างนามของแม่นางเฟย”

“ท่าน!” จินเฟยหน้าถอดสี นางกลืนน้ำลายแล้วชำเลืองมาทางข้า “นางเป็นแค่หญิงคณิกา!…”

“เหม่ยหลินของข้า เจ้าช่วยข้าอาบน้ำได้หรือไม่ ในแคว้นนี้ไม่มีใครรู้ใจข้าเท่าเจ้าอีกแล้ว” ไฉต๋าตงหันมาระบายยิ้มหวาน ข้ามองรอยยิ้มแสนสวยนั่น พลันชำเลืองมองทางจินเฟยที่ยืนกำหมัดแน่น

ต่อให้วันพรุ่งนี้ข้าต้องโดนโทษโบยเป็นพันครั้ง หรือต้องโดนฟาดด้วยแส้หางกระเบน ขอแค่ได้เห็นรอยยิ้มอันอ่อนโยนนี้ ข้าย่อมยินดี

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สี่วสันต์บำเรอรัก   นางระบำเริงรัก 8

    บทที่ 7 สิ่งล้ำค่าหลี่ฟ่านปิงหายใจสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ตัวนางร้อนรุ่มเสียจนอดทนรอไม่ไหว สาวงามไล้นิ้วนวดคลึงทรวงอกส่วนอีกข้างบดเบียดยังตุ่มเสียว แต่มันกลับไม่จรรโลงใจเท่าตอนที่พวกเขาทั้งสองทำให้นาง นัยน์ตากลมชุ่มฉ่ำพยายามจ้องมองคนทั้งสองตามเสียงเคลื่อนไหว หากไม่ใช่เพราะผ้าปิดตานี่ พวกเขาคงได้เห็นแววตากำลังเว้าวอนแลดูแล้วช่างน่าสงสารจับใจ“อ้อนวอนข้าสิ” หลิวหยางเอ่ย นวดท่อนเอ็นของตัวเองให้แข็งเตรียมพร้อมสู้โหวหลัวข่ายระบายลมหายใจ นึกเอือมระอาในความเอาแต่ใจของสหายสนิท ก่อนเดินเข้าหาสาวงาม วางมือหนาลงทาบบนหลังมือเล็ก แล้วใช้มืออีกข้างค่อย ๆขยับสร้างความหรรษาให้นาง ร่างเล็กบิดไปตามจังหวะก่อนสะดุ้งเฮือกเมื่อหลัวข่ายสอดนิ้วเข้าไปขยับขยาย“เจ้านี่นะ...” หลิวหยางบ่นอุบแต่ก็ยอมสหายรักไปไม่คิดมากความสาวงามเบิกตาโตหน่อย ๆ อ้าปากเล็กน้อยพยายามควบคุมสติไม่ให้กระเจิง ซึ่งทุกสิ่งอยู่ในสายตาของจินหลิวหยาง เขาฟังเสียงนางเร่งเร้าตนเองให้ใกล้ถึงจุดมุ่งหมาย จนครานี้เสียงของเขากำลังสอดประสานไปพร้อมกับนาง

  • สี่วสันต์บำเรอรัก   นางระบำเริงรัก 7

    บทที่ 6 ตัวช่วยกลิ่นธูปหอมลอยคละคลุ้งทั่วห้องจนแม้แต่สาวใช้ที่ปิดจมูกไว้ยังแทบกลั้นหายใจไม่ไหว ก่อนที่อีกคนจะวางขวดยาสองสามขวดลงบนโต๊ะไม่ไกลจากสาวงาม พลางนึกเวทนาอีกฝ่ายในใจ“ออกไปได้” หลัวข่ายส่งเสียงราบเรียบ ส่งให้สาวใช้ทั้งหมดเดินออกจากห้องที่ใกล้เกิดสงครามรัก“ฮ๊า~กลิ่นหอมจริง ๆเจ้าว่าหรือไม่” หลิวหยางระบายยิ้มกว้าง สูดดมกลิ่นธูปราวกับมันคือของวิเศษ ก่อนมองไปทางสาวงามที่นั่งนิ่งกลั้นหายใจ “เจ้าจะอดกลั้นไปได้นานแค่ไหนกันเชียว”หลี่ฟ่านปิงไม่คิดตอบ นางหันหน้าเชิดไปอีกทาง ธูปพวกนี้อย่างไรก็ต้องหมดฤทธิ์ ต่อให้เผลอสูดหายใจเข้าไป แต่ถ้าอดทนไว้ก็ไม่จำเป็นต้องแสดงท่าทีน่าอาย ถึงกระนั้นใบหูเล็กได้ยินเสียงเคลื่อนไหวภายในห้อง อดชำเลืองมองไปทางคนทั้งสองไม่ได้พวกเขาต่างนั่งพิงโต๊ะราวกับรอเวลาอันโอชะ แต่ว่า... สาวงามใกล้หมดลมหายใจแล้ว หากยังไม่สูดเอาอากาศเข้าไปนางอาจตายได้ ถ้าเช่นนั้นตายเลยดีกว่าหรือไม่ ความลับทั้งหลายจะได้สูญสิ้นไปพร้อมนางหลัวข่ายมองหลิวหยางทางสายตา พวกเขาพยักหน้าให้กันหน่อย ๆ ก่อ

  • สี่วสันต์บำเรอรัก   นางระบำเริงรัก 6

    บทที่ 5.2 สอบสอนวันรุ่งขึ้นสาวงามยังคงลืมตาตื่นขึ้นมาเจอความมืดมิดจากผ้าปิดตา นางสบถในใจพลันความเจ็บจากช่องทางรักบังเกิดขึ้น ส่งให้เรื่องเมื่อคืนวานฉายชัดขึ้นในความคิด ทั้งเสียงร้องครางหวาน ทั้งสัมผัสจากมือหนาบดเบียดทั่วเรือนร่าง หรือจะเป็นท่อนเอ็นที่ช่วงชิงช่องทางทั้งสอง“เจ้าพวกบัดซบ” ฟ่านปิงสบถดังลั่น ก่อนค่อย ๆพยุงตัวเองลุกขึ้นอย่างยากลำบาก“ใครบัดซบหรือ” หลิวหยางกลั้นยิ้มเอ่ยถาม ทว่าแม่นางผู้ห่มหนังกวางหันขวับมาทันใด“ว่าเจ้านั่นแหละ!” สาวงามตะเบ็งเสียง พยายามขยับข้อมือให้หลุดออกจากเชือก“หึ ๆ”“เปล่าประโยชน์หลี่เอ๋อร์ เชือกนี่ข้ามัดด้วยเงื่อนตาย ต่อให้เจ้าขยับมากเพียงใดมันก็ไม่ปลดหรอก” หลัวข่ายที่กอดอกมองนางเอ่ยเสียงเรียบ โดยมิวายปรามสหายรักทางสายตา“เรียกข้าว่าหลี่เอ๋อร์อยู่ได้ พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์!” ฟ่านปิงก่นด่าอีกครั้ง ทว่าครานี้เพียงแค่ปลายนิ้วหลิวหยางลูบไล้พวงแก้มงาม แม่นางน้อยรีบหุบเสียงโดยฉับพลัน“เอาเถอะ... ข้าก็ไม่อยากให้เจ้าอยู่สภาพนี้ไปนาน ๆ บอกข้ามาว่าเจ้าเป็นคนของผู้ใด” หลัวข่ายเอ่ยเสียงนิ่ง

  • สี่วสันต์บำเรอรัก   นางระบำเริงรัก 5

    บทที่ 5.1 สอบสวนจินหลิวหยางมองหญิงสาวที่สลบไหลไปก่อนความสนุกสนานจะจบลง แม้ตัวเขายังไม่ได้รับการปลดปล่อยที่ถูกทำให้ปะทุขึ้น แต่เขาไม่คิดขัดขืนคนเหนื่อยล้า ชายหนุ่มช้อนหญิงสาวเข้าสู่อ้อมแขน วางนางลงบนเตียงที่อยู่อีกฝั่งของบานกั้นโหวหลัวข่ายคว้าเชือกที่วางอยู่ไม่ไกล จัดการมัดข้อมือเล็กกับข้อเท้าของหญิงสาว คนทั้งคู่มองหน้าเข้าใจเพียงความคิด ก่อนเป็นหลัวข่ายปลดปลอกมีดสั้นออกจากจุดซ่อนสาวงาม โดยไม่ลืมนำผ้าเช็ดคราบน้ำกามที่เปื้อนต้นขาอวบกับดวงหน้าเล็ก“คิดไม่ผิดจริง ๆว่านางคือสายที่ถูกส่งเข้ามา” หลิวหยางเอ่ย พร้อมสวมชุดที่ตกหล่นทั่วพื้นอย่างหลวม ๆ“แต่ข้าไม่คิดว่านางอาจหาญจนถึงขั้นมาเป็นนางบำเรอให้พวกเรา” หลัวข่ายเอ่ยเสียงแผ่ว ก่อนเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าแม่นางออก “นางยังไม่เคยผ่านมือผู้ใดมาเลย ข้าแอบรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ไม่ทำตามพิธีการกับนาง”“หลัวข่ายเอ๋ย! เจ้ามาเป็นคนดีไยตอนนี้ ต่อให้นางยังบริสุทธิ์ แต่การเข้ามาเป็นสายสืบในรังพวกเราก็ต้องรับเรื่องพวกนี้ให้ได้” หลิวหยางเอ่ย ก่อนชำเลืองมองสาวงามที่หลับไม่

  • สี่วสันต์บำเรอรัก   นางระบำเริงรัก 4

    บทที่ 4 แนบชิดจนไร้ช่องว่างโหวหลัวข่ายลุกขึ้นช้อนขาข้างหนึ่งของหญิงสาว ปลายนิ้วเขาสัมผัสได้ถึงปลอกมีดที่ถูกรัดไว้ในจุดลับเขาสบตากับสหายสนิท ถึงแม้รู้จุดประสงค์ของนางดี แต่ก็ยังไม่มีความคิดหวาดระแวง ชายหนุ่มจับท่อนเอ็นถูไถอาบน้ำหวาน ผ่าร่องกลางที่เปียกแฉะ ทั้งจากฝีมือของเขาเอง และเป็นความเสียวที่หญิงสาวมีอยู่“อื้อ~” ฟ่านปิงส่งเสียงครางเบา ๆเมื่อปลายแก่นเนื้อเข้าสู่ช่องทางรัก นางเผลอกัดริมฝีปากลดทอนความเสียว ถึงกระนั้นเพราะภายในสมองมันขาวโพลนไปนานแล้ว สาวงามจึงเพียงแค่แอ่นสะโพกตอบรับสัมผัสนั้นชายหนุ่มรอให้ภายในปรับสภาพตามขนาดของเขาได้ดี แล้วจึงค่อย ๆดันให้เข้าที่ไปเรื่อย ๆ ขนาดของมันทั้งยาวและใหญ่ จนฟ่านปิงรู้สึกโหวงภายในช่วงท้องน้อย ลามไปยังหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะผสมกับความคิดที่ถูกปั่นจนแตกกระเจิงผ้าปิดตาที่ชื้นจากเหงื่อผุดทำให้พอมองเห็นเคล้าลางของร่างแกร่ง นางมองเห็นขาตนเองพาดอยู่บนบ่าของเขา ท่าทางเช่นนี้ช่างน่าอายนัก แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงสิ่งที่อยู่ภายใน หญิงสาวก็เผลอตอดรัดอย่างลืมตัว

  • สี่วสันต์บำเรอรัก   นางระบำเริงรัก 3

    บทที่ 3ลืมวิธีการหายใจไปเสียแล้วโหวหลัวข่ายดันร่างแบบบางไปทางโต๊ะที่อยู่ไม่ไกลมากนัก หญิงสาวที่แทบตัวอ่อนระทวยทำได้เพียงเอนแผ่นหลังไปตามแรงนุ่ม ถึงกระนั้นจินหลิวหยางที่ปลดเปลื้องพันธนาการของตนเองออกไปก็ไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยชายหนุ่มผู้ที่มีรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้าคม ค่อย ๆถูท่อนเอ็นบนริมฝีปากอิ่ม มองพวงแก้มใสค่อย ๆขึ้นสีจากเดิมด้วยความขวยเขิน ถึงกระนั้นเพียงแค่สัมผัสเบา ๆจากปลายลิ้นเล็ก ความเป็นชายของเขาก็แทบแข็งคัดเสียจนปวดหนึบ“เจ้าเพิ่งปลดปล่อยไปเองนะ” หลัวข่ายบ่นอุบ มีแต่เขาที่ยังฝืนกลั้น“หึ ๆเพราะเจ้ามันอ่อนต่างหากเล่า” หลิวหยางเย้ยหยัน แต่มิวายกลั่นแกล้งหญิงสาวบนโต๊ะสูงหลัวข่ายส่ายหน้าเอือมระอา พลันโน้มใบหน้ามาสำรวจโพรงรัก อันที่จริงก่อนหน้านี้มันแฉะเรียบร้อยแล้ว ถึงกระนั้นเขาไม่อยากให้คนงามต้องรู้สึกเจ็บปวด สองมือดันสะโพกกลมให้แยกออกจากกัน จนเผยให้เห็นผ้าคาดปิดทางรักบาง ๆที่แทบไม่ช่วยอันใด“สวยมาก” หลัวข่ายพึมพำเสียงหวาน สร้างความอับอายให้หญิงสาวได้มากโข“พวกท่านข้าว่า..

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status