INICIAR SESIÓNวันนั้นวิเวียนและคาเยนกลับมาในรถคันเดียวกันสุมหัวซุบซิบกันอยู่หลังรถ ทำแผลกันเองไม่ให้ใครช่วยแม้แต่เพื่อนสนิท ทำเอาทุกคนงงเป็นไก่ตาแตกว่าโดนสะเก็ตระเบิดจนสมองกลับกันหรือไร
ไปสนิทกันตอนไหน? ... "มึงว่าไงนะ เมือกที่ติดเสื้อผ้ากูกับไอ้เด็กนั่นเป็นเชื้อไวรัสอะไรนะ?" วิลยกมือขึ้นอุดหูข้างหนึ่งเพราะเสียงเพื่อนตัวโตทำเอาแก้วหูเต้นระบำ คาเยนติดตามผลแลปวิจัยทั้งสามวัน ถามทุกวันยิ่งกว่ารอลูกคลอด ตั้งแต่กลับมาจากเหตุการร่วมงานกับหน่วยความมั่นคงพิเศษ คาเยนก็มีท่าทางแปลกไป แม้ปกติจะเเปลกอยู่แล้วก็ตาม... อาการใจจดใจจ่อกับผลวิจัยเช่นนี้ผิดวิสัยคนบ้าดีเดือดนัก "มันคือไวรัสซอมบี้ทำให้เคลิ้ม คลั่ง ขาดสติ ถึงถูกเรียกว่าซอมบี้ไง" "แล้ว...?" คาเยนกำลังอ้าปากแต่วิลขัดขึ้นเพราะรู้ดีว่าจินตนาการของเพื่อนรักนั้นไม่ธรรมดาไม่ต่างจากตน "ไม่ใช่แบบในหนังหรอกน่า ไม่น่าจะเป็นไปเสือไดนะโครงสร้างเซลมันซับซ้อนกว่านั้น.." นักวิจัยผมยาวสักลายเต็มตัวเอ่ยขึ้น "สายพันธุ์อาจจะกำลังพัฒนาละมั้ง" คาเยนพูดกลบเกลื่อนเรื่องที่ไม่บอกให้ใครว่าถูกตัวประหลาดกัด และกำชับให้เด็กขี้ก้างวิเวียนหุบปากถ้าไม่อยากให้ทางการพาไปทำการทดลองฉีดสารแปลกๆ เข้าตัว "แต่เทียบกับปกติแล้วตัวนี้มันเหนือกว่า เเข็งแรงกว่า มีบางสิ่งที่คล้ายกับยีนส์ในมนุษย์เมือกที่ติดมามันเหมือน...อสุจิคน" วิลบอกออกมาไม่เต็มเสียงนักแต่พูดตามความน่าจะเป็นของผลวิจัย "ไอ้เหี้ย...แล้วเชื้อมันผสมกันยังไง แพร่เชื้อยังไง ถ้าโดนมันกัดจะถูกฝังตัวอ่อนไว้ในตัวมั้ยวะ!" คาเยนพุ่งไปกำคอเสื้อพื่อนเขย่าแรง แววตาแข็งกร้าวจ้องตาเขม็ง วิลมองตาเพื่อนสนิทเลิกคิ้วสื่อความหมายว่าเป็นบ้าอะไร หางตาเรียวรีหรี่ลงมองที่คอเสื้อของตนอีกฝ่ายจึงปล่อยมือออก "มึงเป็นบ้าอะไร จู่ๆ ก็คลั่ง?" "โทษทีว่ะพักนี้กูหงุดหงิดไปหน่อย" "แต่กูว่าไอ้เสือตัวนี้น่าจะเป็นพ่อพันธุ์นะ..พ่อพันธุ์แบบตัวพ่อตัวเป้ง เก๋าสุด ติดเชื้อตัวเเรกอะไรทำนองนั้น ถ้าเป็นแบบในหนังก็พวกสัตว์ที่หลุดมาจากแลปวิจัย ที่ชอบทำการทดลองแปลกๆ อะไรทำนองนั้น" วิลเคี้ยวหมากฝรั่งไปพลางหยิบนั่นหยิบของทดลองไปพลางเหมือนมาเล่นไม่ได้มาทำงาน "จะเป็นไปได้มั้ยที่มันต้องผสมพันธุ์ แบบว่า..ถ้าไม่ได้ผสมพันธุ์จะสูญพันธุ์" คาเยนยังคงถามในสิ่งที่สงสัยเพราะเป็นตนเองที่ไม่บอกเพื่อนตามตรงจึงทำให้กังวลมากกว่าปกติ "อาจจะเป็นไปได้นะ มันมีโครงสร้างเซลแบบ Ovotestis มีสองเพศในตัวเอง แต่ถ้าผสมพันธุ์กับตัวอื่นจะสมบูรณ์กว่า เแต่คงต้องเป็นคู่ที่เข้ากับมันได้นั่นแหละ สัตว์ธรรมดาไม่น่าจะได้ผลอะไร" เซมิยังคงอ่านผลวิจัยจากแลปด้วยความสับสนเพราะเชื้อไวรัสจากสัตว์ไม่น่าจะเป็นแบบเดียวกับที่พบในคนได้ แม้ปัจจุบันการกลายพันธุ์ของไวรัสจะไร้ขีดจำกัดแล้วก็ตาม "แล้วถ้า..มันมีคู่ที่เข้ากับมันได้ล่ะ?" "มันก็มีลูกหลานมีเครือญาติแบบคนไง แต่มันอาจจะปฏิสนธิได้ครั้งละเป็นฝูง มันก้ำกึ่งมากจนกูเองก็ไม่เข้าใจ ถ้าเป็นตัวอะไรที่มันอันตรายคงบันเทิงน่าดู" "ยังไงวะ?'' "สมมุตินะ...ถ้ามันเป็นซอมบี้ก็เป็นซอมบี้ที่สมบูรณ์แบบ มีลูกหลานสืบพันธุ์แบบมนุษย์ ล่าเป็นฝูงเหมือนสัตว์ ร่างกายไม่ต้องการฟื้นฟูเพราะต่อให้โดนเถือเนื้อหักกระดูกมันก็อยู่ได้ อาหารการกินก็ไม่ยากมันแดกอะไรก็ได้ แดกกันเองยังได้เลย เหมือนมีกองกำลังป้องกันตัวเองที่ล้มล้างได้ยาก..แม่งโคตรเท่" ตึ้งงงง!! "เลว!" กำหมัดใหญ่ทุบเข้ากับผนังดังสนั่น วิลสะดุ้งโหยงที่จู่ๆ เพื่อนหงุดหงิดงุ่นง่านไปหมดไม่ว่าจะพูดอะไรออกมา "มึงด่ากูทำไมเนี่ยคาเยน!" เซมิย่นคิ้วเข้าหากันด้วยความงงงวย แม้จะรู้ว่าเพื่อนเป็นคนเลือดร้อนต่อให้อายุมากแล้ว แต่พักหลังมานี้ดูเหมือนอารมณ์จะร้อนง่ายกว่าปกติเหมือนคนวัยทอง "โทษที...กูด่าคนที่คิดอะไรแบบนี้ได้ว่ะ" คาเยนตบบ่าเพื่อนเบาๆ แล้วนั่งสงบสติอารมณ์ "อ้อแล้วไป มึงแปลกๆนะไปเช็คสุขภาพจิตบ้าง หน้ามึงนี่มันจะเครียดเหี้ยอะไรนักหนาลูกเมียก็ไม่มี" เซมิไหวไหล่ไม่ถือสาหาความด้วยควาามสนิทกันทำให้ไม่ได้สังเกตุมือของคาเย็นที่ยกขึ้นมาเกาท้องด้านหนึ่งบ่อยๆ "แล้วเรื่องวัคซีนมึงเช็คไปถึงไหนแล้ววะ?" คาเยนเอ่ยถามขึ้นเพราะรู้ว่าตนมีอาการแปลกไปหลังถูกกัด หวังว่าจะมียาบางตัวช่วยทุเลาอาการครั่นเนื้อครั่นตัวของตัวเองได้บ้าง "มันก็ปกตินะ...ปกติแบบว่าเหมือนกินยาแก้ปวด" "ห๊ะ วัคซีนเหี้ยอะไรจะเหมือนยาแก้ปวดวะ?' "กูไม่รู้เว้ย..มัน..มันก้ำกึ่ง กูยังแยกไม่ออกว่ามันเป็นส่วนผสมของอะไรแต่มันไม่ใช่ตัวที่ระบุมา ตัวนี้ทางการนำเข้ามาใช่มั้ย?" "เออ นำเข้ามาบานเบอะ แดกกันให้ตายกันไปข้างเลยงบประมาณประเทศน่ะ" "ปากมึงนี่มันจริงๆ เลยนะคาเยน เพราะแบบนี้ไงถึงไม่มีเมีย แก่ตายแม่งกันหมดนี่แหละเจอแต่ตัวผู้ มึงก็ตามจิกใช้กูตั้งแต่จบยันจะลงโลง เห็นแต่หน้าปวดขี้ตลอดเวลาของมึงแล้วยิ่งเซ็ง~" "ไอ้สัส ไม่มีใครเอาก็อย่ามาโทษกู" "มึงก็เหมือนกันแหละไปไกลๆ เลยไปได้เรื่องยังไงกูจะบอก!" "เออขอบใจ" ...การเดินทางที่แสนยาวไกลของหกหนุ่ม จากเรื่องหาคู่กลับกลายเป็นเรื่องการพจญภัยครั้งสำคัญในชีวิตไม่ต่างจากได้ท่องโลกโลกกว้างด้วยตนเองแทบทุกวันวิเวียนกับคาเยนมักจะได้รับโทรศัพท์จากลูกๆ ที่แย่งกันพูดว่าไปเจออะไรมาบรรดาซอมบี้ตัวโตไม่ต่างจากเด็กอนุบาลอ้อนพ่อกับแม่ได้ทุกวัน พอเจออะไรแปลกใหม่ก็มักจะส่งไปให้ดู บางอย่างก็สวยงามแต่มีพิษ บางอย่างก็ดูธรรมดาแต่อร่อย ทำให้ระยะทางไม่เป็นอุปสรรคให้ครอบครัวยังคงอบอุ่นรักกันแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นทุกอย่างเเปลกใหม่ สนุกสนาน สมบุกสมบันไม่มีสักครั้งที่ทั้งหกแยกจากกันความลำบากตลอดการเดินทางไม่ทำให้บรรดาพี่น้องทะเลาะกันแต่กลับทำให้รักและเข้าใจกันมากขึ้นจนกระทั่งต้องเดินทางลงสู่ทิศใต้ที่ค่อนข้างลำบากไม่สามารถโทรหาพ่อแม่ได้บ่อยเช่นเคย"นี่เราหาเมียจะทั่วประเทศแล้วนะมันไปหลบอยู่ไหนวะไอ้สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าเมียเนี่ยกูรู้สึกว่าตัวกูเริ่มจะเหี่ยวแห้งอ่อนแรงแล้วนะเว้ย! กูต้องการเมีย! กู อยาก มี เมียยยยย!!!"วีว่าชักดิ้นชักงอราวกับเด็กน้อยบนรถที่แล่นลงสู่เมืองที่เต็มไปด้วยท้องทะเลเลาะริมหาดทรายไปเรื่อยเปื่อยอย่างไร้จุดมายผั่วะ!!!ๆๆๆๆๆเนื่องจากทำตัวปัญญาอ่อนจึงโดนโบ
คาเยนส่ายหัวขำในลำคอก่อนจะพูดคำถัดมาให้บรรดาลูกชายจอมห่ามหน้าแดงกันทั้งแถบ อะไรเอ่ยบอกรักด้วยการไม่พูดคำว่ารัก.... (พ่อไง!!) "ไม่ดีที่ไม่อยู่ตอนเมียคลอด อยากเห็นพวกนายตอนตัวเท่านิ้วก้อยคงจะน่ารักกว่านี้เยอะ" "หู้ย~น่ารงน่ารักอะไรขนลุก!" วีว่าทำท่าลูบแขนแต่ก็ยิ้มกว้างออกมา "พอเห็นพวกนายแข็งแรงโตเป็นหนุ่มปากดีได้แบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกว่า นี่มันดีเอ็นเอพ่อกับแม่มันชัดๆ" "ตอนหนุ่มลุงห้าวเหรอ?" คาเรนถามขึ้นบ้างเพราะพ่อนั้นดูใจเย็นเเละเย็นชาสุดขีด แต่กลับบอกว่าลูกนิสัยเหมือนตนทำให้ลูกๆ นึกภาพไม่ออกว่าตอนหนุ่มพ่อเป็นแบบไหน "อืม~ อาจจะแบบนั้น คนทำแต่งานพ่อแม่ตายหมดเพื่อนน้อยไม่มีลูกเมียมันก็เลยขี้หงุดหงิดไปหน่อย" "ตอนเจอเเม่แล้วนิสัยดีขึ้นมั้ย?" วีแก้นชอบฟังพ่อพูดถึงแม่จึงถามขึ้นมาอีก "หึ หึ หึ ..เหมือนเดิม แม่พวกนายบ่นหนวกหูบ่อยๆ" "กูรู้แล้วว่าไอ้คามิวเหมือนใคร?" "เออกูก็รู้พวกเราแฝดหกนะเว้ย!" ในระหว่างที่ทั้งหกทำท่าจะกัดกันคนเป็นพ่อมองนาฬิกาเห็นว่าดึกมากแล้วจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินลูบหัวฝ่าลูกทั้งหกออกมาหน้าประตู พร้อมกับพูดด้วยใบหน้านิ่ง มองหน้าลูกทุกคนแล้วกลับออกไป "พ่อรักพวกลูกนะ
ในบ้านหลังใหญ่ที่เป็นทั้งที่ทำงาน ที่กินที่นอน เหมือนรังผึ้งที่มีหลากหลายห้องหลากหลายกิจกรรมในตึกสูงกลางเมือง บ้านที่มีครอบครัวใหญ่อาศัยอยู่และรองรับการถือกำเนิดของบรรดาซอมบี้ได้อีกมากมาย "อ้าว? มานั่งหน้ามึนอะไรกันตรงนี้ดึกแล้วยังไม่นอน" คุณพ่อลูกห้องเดินเข้ามาในห้องของลูกๆที่มีห้องโถงตรงกลางและมีห้องส่วนตัวของใครของมันเรียงรายบรรดาซอมบี้หนุ่มยังนั่งเล่นเกมส์ทำกิจกรรมอยู่เต็มลานห้องโถง "นอนไม่หลับ แล้วลุงอ้ะมาทำไม?" หนึ่งในหกพี่น้องหน้าเหมือนถามขึ้นเมื่อคนเป็นพ่อเปิดประตู้เข้ามาด้วยสีน้าเรียบเฉยมานั่งไขว่ห้างแหมะบนโซฟามองกองซอมบี้ตัวใหญ่ๆ บนพื้นที่นั่งนอนเล่นเกมส์กินขนมไม่ต่างจากเด็กน้อย "แม่พวกนายให้มาดูเห็นเงียบๆ ไม่เห็นไปวอแวห้องนู้น " "จะไปได้ไงล่ะทำอะไรกันก็ไม่รู้ลูกเต้าโตเป็นควายกันหมดแล้ว" วีว่าบ่นอุบก้มหน้ามองเกมส์ในมือถือแต่ใบหูกลับเเดงเถือก "รู้ได้ไงไม่ได้กระเตงกันมาทำข้างนอกสักหน่อย" ห้องก็เก็บเสียงแถมยังลอคจากด้านในอัตโนมัติด้วย ตัวพ่อซอมบี้ยกยิ้มมุมปากมองเด็กเกเรที่แม้จะพูดออกมาตรงๆ แต่กลับไม่กล้าสบตาแสนแพรวพราวของคนเป็นพ่อได้ บ่งบอกว่าคนตัวโตยังเหนือชั้นกว่ามา
"ไม่เจอกันนานเป็นซอมบี้เต็มตัวแล้วดูดีขึ้นนี่"เสียงกลั้วหัวเราะของคนด้านหลังเอ่ยทักร่างกำยำในชุดสูทสุภาพทำให้คนถูกทักหันกลับมาทางต้นเสียงใบหน้านิ่งขรืมเย็นชาไร้แววของคาเยนคนหัวร้อนเอาแต่ใจคนก่อนให้เห็นเพื่อนที่เคยสนิทในวัยห้าสิบกว่าปีกลับมาเผชิญหน้ากันครั้งแรกในศาลกลางอันศักดิสิทธิ์หลังจากหารล่มสลายของมนุษย์สายพันธุ์เดิมแล้วเกิดก่อตั้งศูนย์รวมมนุษย์สายพันธุ์ผสมขึ้นบรรดาผู้มีฝีมือในการช่วยเหลือประเทศถูกเชิญให้มารับตำแหน่งอันทรงเกียรติเพื่อความอยู่รอดและคว่มสงบสุขสืบไป"แต่นายยังเหมือนเดิม..."คาเยนตอบกลับสั้นๆ ไม่ขยายความหมายว่าไอะไรที่เหมือนเดิม"ไม่มีอะไรเหมืนเดิมหรอกครับคุณคาเยน...เราก็ด้วย เมื่อก่อนไม่ว่าผมจะเก่งหรือทำงานหนักแค่ไหนก็ได้เป็นแค่ลูกน้องคุณ แต่ตอนนี้ผมดูจะเหนือกว่าผู้คนเลือกคนที่เก่งไม่ได้เลือกคนจากเส้นสายอีกต่อไป"เซมิยืนตัวตรงอกผายราวกลับตัวกำลังพองโตให้ดูเหนือกว่าจากความไว้วางใจของผู้คน"ยินดีด้วยก็แล้วกันที่มีโอกาสได้ขึ้นมาอยู่แถวหน้าให้คุ้มกับที่เมื่อก่อนจะเหยียบย่ำคนอื่นมาแทบตายแต่ไม่ได้เป็นผู้นำประเทศ""หึ่!!"สายตาเชือดเฉือนจ้องกันพักใหญ่กว่าจะแยกย้ายกันกลั
"มันเข้าไปแล้วครับ"เฮนรี่เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นศัตรูฝั่งตรงข้ามเดินเข้าไปในที่ประชุมใหญ่''ถ้าไอ้ชั่วเซมิไปเจอพ่อเราจะเป็นยังไงนะ?"คามิวจินตนาการไม่ออกว่าผู้ใหญ่ที่เคยเกลียดกันจะแสดงออกยังไง"แม่ก็บอกอยู่ว่าข้างในทำอะไรไม่ได้ แต่มึงดูนั่นสิไอ้เตี้ยลูกรักของมันซนชิบหาย มันกี่ขวบกันถึงเดินกินไอติมเล่นน้ำพุ ซุ่มซ่ามแบบนั้นเดี๋ยวก็ตกบ่อน้ำพุตายห่า"วีแก้นมองร่างเล็กแสนซนเดินเลาะขอบอ่างลานน้ำพุมีพวกพี่มันนั่งมองเพราะวิ่งตามมันจนเหนื่อย''แกล้งมันกันมั้ยหมั่นไส้!""คุณๆ อย่าเลยครับถ้าเกิดอะไรขึ้นคุณพ่อจะเดือดร้อนนะครับ!"ชายสูงวัยตักเตือนด้วยความเป็นห่วง"นิดเดียวแค่นิดเดียวจริงๆ ครับลุงเฮนรี่"วีว่าชูนิ้วก้อยขึ้นมีความหมายว่าแค่เล็กน้อยเท่านั้น"พวกคุณจะทำอะไรครับ?""ดูน้ำพุตรงนั้นสิสวยดีนะพวกมึงว่ามั้ยนึกถึงน้ำที่บ้านเกิดเลย"วีว่ายิ้มใก้คนสูงวัยเป็นคำตอบก่อนจะหันมาขยิบตาให้กันราวกับคุยผ่านกระแสจิตได้"สี่คนไปล่อพี่ๆ มันคนหนึ่งดูต้นทาง มาโอน้อยออกกันใครชนะได้ไปผลักมันลงบ่อน้ำพุ่สีๆ หอมๆ นั่น""คุณหนู!!ไม่ได้นะครับ" เฮนรี่พยายามห้ามแต่เด็กทั้งหกนั้นดื้อกว่าตอนอยู่กับแม่เป็นไหนๆ"มึงไปดมมาเหรอ
ทางการขอความร่วมมือทุกองค์กรที่มีศักยภาพในการทำวิจัยวัคซีนเพื่อมวลมนุษยชาติ โครงการของผู้นำสูงสุดกึ่งบังคับให้หลายหน่วยงานต่างภูมิภาคเข้าประชุมหารือร่วมกันเพื่อรวบรวมสานสัมพันธ์คนในประเทศให้กลับมาสามัคคีแน่นแฟ้นอีกครั้งอยู่มาวันหนึ่งประกาศฉบับนี้ก็ออกมาให้ทุกคนรับทราบและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อความสงบสุขของผู้คนทั้งลูกครึ่งคนซอมบี้และทุกสายพันธุ์ที่สามารถใช้ชีวิตปกติได้เป็นเหมือนการร่างกฎหมายครั้งใหญ่ในรอบสิบปีก่อนการล่มสลายของมนุษยชาติทันทีที่ทุกคนได้รับทราบมีการออกมาโต้แย้งส่งข้อกังขาไปถึงท่านผู้นำว่าไม่ควรจะอยู่รวมกันเพราะแต่ละสายพันธุ์แต่ละหน่วยมีความเชื่อเป็นของตัวเอง มีการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันมากเกินไปแต่ท่านผู้นำมองว่าเพื่อลดการปะทะและความขัดแย้งในภายภาคหน้าถ้าไม่รวมกันวันนี้วันข้างหน้าต้องมีการรบราครั้งใหญ่เกิดขึ้นจนอาจจะกลายเป็นสงครามได้"สรุปคือทุกคนต้องร่วมเข้าหารือกันในที่ประชุมใหญ่ในไม่กี่วันข้างหน้านี้เหรอครับ?"เด็กหนุ่มทั้งหกที่ต้องถอดเสื้อเดินไปเดินมาในสภาพอากาศร้อนของเมืองกรุงถามผู้เป็นแม่ขึ้นในเช้าวันหนึ่งที่เห็นประกาศจากทางการออกข่าวอึกทึกครึกโครมไปทั่วประ







