LOGINหลังจากใช้วิชาตัวเบาพิรุณย่ำฟ้ากระโดดพุ่งหนีสู่ท้องนภาไป ดวงจันทร์บนฟ้าก็เริ่มโผล่พ้นเงาเมฆ เสี่ยวโม่จ้องมองมันโดยหวังว่าจะได้เห็นเงาของเหวินเหยาลอยผ่านคล้ายกับฉากดังในหนัง ET แต่ก็ไม่เลย! ไปแล้วไปลับ! ไปแบบไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้คืออัตลักษณ์ของนางผู้เป็นถึงจอมยุทธหญิงที่ชำนาญงานด้านจารชน
.
เว้นเสียแต่โต๊ะม้าหินนอกชานตัวนี้ นี่คือโต๊ะหินธรรมดาในสายตาใคร หากแต่มุมมองของเสี่ยวโม่โต๊ะหินลายสายฟ้าอัสนีคือประติมากรรมที่แฝงความหมายเชิงสัญลักษณ์ เคราะห์ดีมากที่ราตรีนี้ดึกสงัดมากแล้วจนมิเหลือใครสังเกตเห็นแสงที่พุ่งวาบ เสียงฟ้าผ่าโครมครามก็เสมือนปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หาได้มีใครสนใจไม่
.
เสี่ยวโม่จึงมีเวลาในการนั่งสำรวจความคิด ครั้นเขาจะขอบใจพี่สาวแปลกหน้าผู้มิเคยพบเจอกันมาก่อนก็ดูแปลก ๆ เขามิรู้หัวนอนปลายเท้านางด้วยซ้ำ แต่กลับรับรู้ได้ถึงความจริงใจและสัมผัสได้ว่าเหวินเหยามิได้มาหลอก นางมาดีแถมยังเต็มไปด้วยเจตนาดีที่ตั้งใจจะช่วย
.
"เอ.. ทำไมพี่สาวถึงพูดเป็นปริศนาเยี่ยงนั้นนะ? เรามิเห็นจะเข้าใจ คุณหนูจะเปลี่ยนไปจนมิเหมือนเดิมได้เช่นไรกัน? แต่ก็ตื่นเต้นดีเหมือนกันแฮะ! เราล่ะอยากจะให้ถึงยามเฉิน (辰时) ของวันพรุ่งนี้เร็ว ๆ จัง! สมุดสะกดใจวสันต์ก็มิมีให้เขียนแล้วมิรู้เหมือนกันว่าพี่สาวเขาจะกลับมาหาเราอีกไหม แต่ก็ขอบคุณมากนะขอรับ"
.
ยืนยืดตัวบิดขี้เกียจอยู่รอบหนึ่ง บอกตามตรงว่าต่อให้เสี่ยวโม่กลับเข้าไปนอนก็คงจะข่มตานอนมิหลับ เขาตื่นเต้นเกินไปใจกระวนกระวายตึก ๆ ตัก ๆ ราวกับปลาสวายที่ได้ต่อลมหายใจกระโดดลงน้ำอีกครั้ง ครั้นจะนั่งฟุบอยู่บนโต๊ะหินนี้ต่อไปก็มิไหวลมกลางคืนหนาวเกินไปสู้เข้าไปขลุกอยู่กับไฟตะเกียงข้างในจะดีกว่า
.
แต่ทว่าลุกขึ้นจากโต๊ะได้แค่แป๊บเดียวก็..
.
"แกร๊ก! ๆ , แกร๊ก! ๆ , แกร๊ก! ๆ "
"โครมมมม!!!"
.
อั๊ยหยา! ซี้ซั๊วต่าง! (哎呀!) สมแล้วที่เป็นเหวินเหยานางทำอะไรมิเคยเหลือหลักฐาน แฉกสายฟ้าจากสำนักเหลยจะเด่นหลายึกยืออยู่ในจวนสกุลอื่นได้เช่นไร ขืนเป็นเช่นนั้นแล้วไซ้การทำภารกิจลับก็คงจะมิใช่เรื่องลับอีกต่อไป นางอาจจะโดนตามตัวได้หากมีคนแกะรอยปราณแท้ที่ผ่านการแปรรูปนั้นออก
.
โต๊ะม้าหินหนัก ๆ ก็เลยมีอันต้องพังทลายลงเป็นผุยผงในครู่สั้นที่เสี่ยวโม่เดินเฉี่ยวด้วยสีข้าง ทำเอาเขาถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย ต่อไปนี้ใครจะกล้าขึ้นเสียงใส่นาง เขาจะกล้าขัดแย้งหรือถามคำถามกวน ๆ กับนางไหม ถ้ารู้ว่านางสามารถทำลายโต๊ะหินหนัก ๆ ได้โดยใช้เพียงนิ้วชี้ข้างเดียว
.
ปล่อยกองเศษหินทิ้งไว้ตรงนั้นตอนเช้าค่อยมาเก็บ ณ ตอนนี้นอกจากการพยายามข่มตานอนให้หลับ การคิดเหตุผลแก้ตัวให้ได้ว่าโต๊ะหน้าเรือนเล็กหักเป็นชิ้น ๆ ได้เช่นไรต่อหน้าหัวหน้าพ่อบ้าน ดูจะเป็นงานหนักสำหรับบ่าวรับใช้ผู้นี้มากกว่า
.
.
เช้าวันรุ่งขึ้นรัชศกหย่งอันปีที่สามเดือนแปดวันที่สิบสอง เมื่อยามซื่อ (巳时) มาถึงบทพิสูจน์ความจริงก็เริ่มต้นขึ้น บ่าวรับใช้หนุ่มลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวด้วยความรีบเร่ง เขารีบเดินไปที่โรงเก็บเพื่อทำการลากจูงเอารถลากประจำตำแหน่งออกมา หมายส่งอาหารวันนี้น่าจะมากมิต่างจากเมื่อวาน แต่วันนี้มีความยินดีเพิ่มเติมคือเจ้าตัวมาดักรอเยว่เอ๋ออยู่ถึงหน้าเรือนหลักเลยทีเดียว
.
"มาสิครับคุณหนูข้าเองก็อยากรู้เช่นกัน ว่าคำว่าไม่เหมือนเดิมที่พี่สาวบอกนั้นจะสักแค่ไหนเชียว?"
เสี่ยวโม่ถูฝ่ามือวาววับเขาขัดเบาะนั่งด้านหลังซะเงาเอี่ยม ซี่ล้อฟันเฟืองก็ถูกชโลมน้ำมันไว้อย่างดี เรียกได้ว่าทุกอย่างจัดเต็มยกเว้นตัวเขาเองที่นอนน้อยไปสักหน่อย
.
จวบจนกระทั่งเวลาผ่านไปราวครึ่งก้านธูป ร่างบางน่ารักก็ปรากฏกายขึ้นตรงมุมประตูหน้าจวน เยว่เอ๋อมาในชุดฮั่นฝูสีชมพูที่ต่างจากทุกที ปกตินางจะแต่งกายมิดชิดกว่านี้มาก แล้วก็จะมาในมาดของพนักงานร้านบะหมี่ที่ทะมัดทะแมงพร้อมลุยงานหนัก หากแต่วันนี้กลับดูเหมือนจะแต่งเพื่อไปร่วมงานสมรสของบุตรตระกูลใหญ่ซะมากกว่า
.
"คะ.. คุณหนู!"
.
"ทำไมเสี่ยวโม่เจ้าตะลึงในความงดงามของข้างั้นรึ?"
เยว่เอ๋อลองเย้าเล่น
.
"ขะ.. ขอรับ! , เอ๊ย! มิได้ขอรับ! , ข้าคงมิบังอาจ! แค่แปลกใจว่าเช้านี้เกิดอะไรขึ้นกับคุณหนู นี่เราจะไปส่งบะหมี่กันด้วยรูปลักษณ์เช่นนี้หรือขอรับ?"
.
"อืม..ม..ม , มิผิด! หรือเจ้าติดอะไร? ข้าน่ะแค่มีเจ้าไปด้วยข้าก็พึงพอใจแล้ว , อิ ๆ , ไปเถอะรีบไปที่ภัตตาคารกันมาดูกันซิว่าหมายส่งอาหารของวันนี้จะให้เราไปที่ไหนกันบ้าง?"
.
"ขอรับ! ขึ้นมาเลยครับคุณหนู เสี่ยวโม่ผู้นี้จะนำทางท่านเอง"
.
มิใช่แค่อาภรณ์เสื้อผ้าแต่ดวงหน้าก็ผลัดแป้งแบบใหม่ แก้มของนางบางใสแกมชมพู ปากก็ทาสีแดงจนบานฉ่ำจนดูคล้ายจะเป็นสาวที่โตขึ้น แม้แต่กลิ่นกายนางก็เปลี่ยนไป น้ำปรุงกลิ่นนี้เสี่ยวโม่มิคุ้นเลยมันช่างหอมหวนเย้ายวนมาก จนเขาแทบจะผินหน้ากลับไปมองเบาะนั่งด้านหลังอยู่ตลอดเวลา เยว่เอ๋อเป็นคนใหม่ไปแล้วจริง ๆ พี่สาวจอมยุทธหญิงมิได้โกหกเขาเลยแม้แต่น้อย
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
อาหารเช้าจากโรงเตี๊ยมถูกเสี่ยวเอ้อยกขึ้นมาบริการอย่างเป็นมิตร เหวินเหยาชักจะอยู่ที่นี่นานจนพ่อหนุ่มผู้นี้เริ่มจะจับทางสำรับเฉพาะตัวของนางได้ หนึ่งคือหมั่นโถว (馒头) อุ่น ๆ จำนวน 2 ลูก สำหรับชาวยุทธแล้วเวลาถือเป็นสิ่งสำคัญ อะไรที่ทานเร็วได้ อิ่มได้นาน ถือเป็นเรื่องดี สองคือผักดอง (咸菜) รสเปรี้ยว เหวินเ
จากระยะห่างประมาณ 10 ปู้ ที่ไกลพอจะทำให้เหวินเหยาปลอดภัย นางยืนดูเหตุการณ์จากตรงนี้ด้วยความอำมหิต! นางมองเห็นเปลวไฟที่ค่อย ๆ โหมไหม้ขี้นเรื่อย ๆ จากบนหลังคา พวกมันกำลังเริ่มลุกลามไปยังส่วนต่าง ๆ จากบนลงล่าง โดยมีห้องของคุณชายเซียวอยู่บนชั้นลอย แถมยังเป็นห้องที่มีสุราดีกรีสูงราดรดเอาไว้จนทั่ว.มิแน
ห้องสลัวทึมเทาถูกทิ้งไว้เช่นนั้น คุณชายเซียวก็เช่นกันเพราะแกก็ถูกเหวินเหยาทิ้งให้นอนแก้ผ้าเหงา ๆ อยู่บนเตียง เจอวิชานวดอันเคลิบเคลิ้ม ผนวกรวมกับท่วงท่าที่ก็อปปี้มาจากแม่นางคนรักเก่า ต่อให้ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยตลอดชีวิต บางทีคุณชายก็อาจจะยอมก็ได้ เพราะการที่ต้องตื่นมาแล้วพบว่าคนที่เคยรัก กลับกลายมาเป็
จะเรียกว่าเป็นการใช้งานแบบผิดวิธีก็ว่าได้ สำหรับหน้ากากหนังมนุษย์ไอเท็มสุดเลอค่าที่มีไว้ใช้สำหรับแปลงโฉมใบหน้า หากยังจำกันได้เมื่อครั้งกรณีของคุณชายเซียวจวินเหยียน (ผู้พี่) กับเหตุการณ์ดักปล้นรถม้ากลางค่ายกลใบไผ่ ครั้งนั้นเหวินเหยาก็เกือบจะตัดสินใจใช้มันไปทีหนึ่งแล้ว แต่ก็ห้ามใจเอาไว้ เพราะมันแพง!







