เข้าสู่ระบบ"ใช่ค่ะ ฉันชื่อวีนัส มีอะไรหรือเปล่าคะ" เวนิตาถามกลับไป พลางเอียงศีรษะเล็กน้อยด้วยท่าทางสงสัย"เมื่อครู่ คุณพลกฤษณ์พึ่งจะโทรมาแจ้งว่าอีกไม่เกิน 15 นาทีจะเข้ามาที่นี่ ให้คุณวีนัสอยู่ก่อน ไม่ทราบว่าสะดวกที่จะรอหรือเปล่าคะ" ใบหน้าเนียนหมวดคิ้วขึ้นอย่างงุนงง เพราะก่อนหน้านี้พนักงานคนดังกล่าวยังบอกเธออยู่เลยว่านายพลกฤษณ์จะไม่เข้ามาที่นี่ แต่ไหงถึงได้เปลี่ยนใจเอาซะดื้อๆ เมื่อรู้ว่าคนที่ต้องการพบกำลังจะมา ทำให้เวนิตาไม่ปฏิเสธการรอคอยในครั้งนี้ โดยรีบตอบรับออกไปแบบทันที"ไม่มีปัญหาค่ะ ฉันรอได้" เวนิตาตอบตกลง พนักงานสาวยิ้มรับ จากนั้นจึงเดินนำเธอไปยังห้องรับรองที่อยู่ชั้นบนสุดของทางโรงแรม"เชิญนั่งก่อนนะคะ พอดีมีคำสั่งจากคุณกฤษณ์แจ้งมาว่าให้คุณวีนัสรอที่นี่" ร่างระหงนั่งลงที่โซฟาสีน้ำตาลเข้มภายในห้องรับรองที่ดูคล้ายกับห้องหนังสือ หรือ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นห้องสมุดเลยก็ว่าได้ เพราะด้านในมีแต่ชั้นวางหนังสืออยู่เต็มไปหมด บวกกับเก้าอี้ที่รายล้อมเสมือนกับห้องประชุมขนาดย่อม"ขอบคุณมากเลยนะคะ" เวนิตาหันมาบอกกับพนักงานสาวคนเดิม เธอยิ้มให้อย่างรู้สึกสบายใจ เพราะหากว่าเวนิตาปฏิเสธ เธอเองก็ยังไม่รู้ว่าจะต
เวนิตาไม่เชื่อว่านายพลกฤษณ์ จะเป็นอย่างที่ผู้กองฐานัตถ์บอก ไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่น่าสงสัย แต่เพราะว่านายพลกฤษณ์เองก็เป็นคนที่ให้ข้อมูลเรื่องพนักงานเก่าๆ ที่ลาออกและหายตัวไป รวมถึงเขาน่าจะเป็นผู้ที่เสียหายจากเหตุการณ์เหล่านี้ด้วย ร่างระหงก้าวเท้าลงจากรถยนต์คันเก่ง หลังตัดสินใจขับรถมาที่โรงแรมฟรานซิสโก้ โฮเทล เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการอบรมพนักงานภายในของที่นี่ เวนิตาเดินตรงไปยังแผนกต้อนรับส่วนหน้า มีพนักงานสาวรูปร่างดี หน้าตาสะสวยคนหนึ่ง กล่าวคำทักทายพร้อมยิ้มต้อนรับให้กับเธอด้วยความสุภาพ ใบหน้าเนียนยิ้มรับ ก่อนจะพูดกับพนักงานสาวที่สวมชุดไทยด้วยสีหน้าที่เปื้อนยิ้ม "สวัสดีค่ะ ฉันมาขอพบคุณพลกฤษณ์ ไม่ทราบว่าวันนี้ เขาจะเข้ามาที่นี่หรือเปล่าคะ" พนักงานสาวคนดังกล่าวขมวดคิ้ว เพราะตนก็รู้สึกไม่แน่ใจเหมือนกัน จึงตอบกลับไปว่า "เดี๋ยวดิฉันจะต่อสายสอบถามไปยังเลขาของคุณกฤษณ์ ที่อยู่ออฟฟิศด้านบนให้นะคะ” พนักงานสาวพูดด้วยถ้อยคำสุภาพ จากนั้นเวนิตาจึงกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณมากค่ะ” เธอยิ้ม "เอ่อ…ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงได้นัดกับคุณกฤษณ์เอาไว้หรือเปล่าคะ" พนักงานสาวคนเดิมหันกลับมาถาม ขณะที่ยกหูโทรศัพท
“คุณไม่มีสิทธิ์พูดแบบนี้ ไม่ว่าจะด้วยหน้าที่ หรืออะไรก็ตาม ขอบคุณนะคะที่เดินมาส่ง ลาก่อนค่ะผู้กองฐานัตถ์” เวนิตาเอื้อมมือบางไปเปิดประตูรถ แต่กลับถูกฝ่ามือแกร่งของอีกฝ่ายดันประตูรถปิดเสียงดังปัง! ก่อนจะจับที่ลาดไหล่งามแล้วดันเรือนร่างบางของเธอให้ชิดติดกับตัวรถ เวนิตามองดูการกระทำของเขาอย่างไม่พอใจนัก “นี่คุณจะทำอะไรคะ อย่านะ!” เวนิตาจ้องหน้าเขาด้วยสายตาที่แข็งกร้าว เขาเองก็จ้องตอบด้วยเช่นกัน “นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นห่วง ผมจะไม่มีทางเตือนคุณแบบนี้แน่ แล้วไอ้สิทธิ์ที่คุณถามหาจากผมน่ะ มีแน่! เพียงแต่คุณคงไม่อยากให้ผมพูดหรอกมั้งว่า ผมจะเลือกใช้สิทธิ์อะไรในการออกคำสั่งกับคุณ” อีกฝ่ายเริ่มท้าทายแล้วกระตุกยิ้มที่มุกปากอย่างได้ใจ ในขณะที่สายตาคมกริบของเขาจับจ้องวนเวียนอยู่บนเรือนกายของเธออย่างมีเล่ห์เหลี่ยม ด้วยว่าเขามีเครื่องมือต่อรองที่แพงแสนแพงที่จะสามารถยึดเหนี่ยวตัวเธอเอาไว้ได้ และเธอเองก็ไม่มีทางที่จะปฏิเสธเขาได้เลย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม เวนิตาได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ “ปล่อยฉันนะ !” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยมือออกจากเธอง่ายๆ ใบหน้าเรียวค่อย ๆ ยื่นเข้าไปหาริมฝ
“ผมไม่รู้ว่าคุณกล้าหรือเปล่า แต่แค่จะตบผม… คุณยังไม่ทำเลย มันไม่ง่ายหรอกนะ ที่คุณจะทิ้งความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งของเราไปได้ง่ายๆ คุณทำไม่ได้หรอก ถึงแม้ว่าคุณจะพยายามทำมันแค่ไหนก็ตาม” ร่างบางได้แต่จ้องหน้าเขา แล้วขบเม้มริมฝีปากบางด้วยความคับข้องใจ เพราะเธอปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ว่าจะต้องทำเช่นไร ให้ตัวเองกล้าที่จะตัดใจไปจากผู้ชายเย็นชาที่ไร้ความรู้สึกอย่างเขาได้สักทีเวนิตาไม่อยากต่อปากต่อคำ เธอจึงรีบถอนตัวแล้วเดินเลี่ยงไปที่ลิฟต์ทันที แต่กลับถูกคว้าข้อมือเล็กเอาไว้ซะก่อน“เดี๋ยว !” เวนิตาหันขวับกลับมาจ้องหน้า แล้วสบตากับเขาตรงๆ“ผมอยากรู้ว่าคุณ มาหาผมถึงที่นี่ทำไม” ร่างสูงขมวดคิ้วถามด้วยว่ารอคำตอบ“รู้สึกว่าตอนนี้ มันจะไม่จำเป็นแล้วมั้งคะ” เธอบอกออกไป เขาส่ายหน้าไปมา พลางพูดกลับไปว่า“ไม่มีอะไรที่ไม่จำเป็น ไม่งั้นคุณคงไม่มาหาผมด้วยตัวเองถึงที่นี่” มือบางสะบัดแขนให้หลุดออกจากอุ้งมือแกร่งของเขา แล้วตอบกลับไปว่า“ฉันแค่จะมาปรึกษาเรื่องคดี แล้วก็เรื่องยัยรินเพื่อนของฉันที่ขาดการติดต่อไป แต่ว่ามันคงไม่มีประโยชน์เพราะว่าฉันคิดได้แล้วว่า ฉันควรจะไปปรึกษาเรื่องนี้กับใคร” พูดจบร่างบางก็เดินเข้าไปใน
“คุณเลิกพูดถึงสถานะที่มันไม่ชัดเจนสักที แล้วก็อย่าเอาแค่ความสัมพันธ์ กับเรื่องบนเตียงมาผูกมัดฉัน เพราะว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรเลย ในเมื่อคุณไม่ได้รักฉัน…แค่คุณพูดว่ารักแต่ไม่ได้รัก มันจะมีประโยชน์อะไร ฉันรู้ดี! และฉันจะไม่หวังอะไร ลมๆ แล้งๆ จากคุณอีกต่อไปแล้ว พอกันที” เวนิตาตัดบท แล้วหันหลังให้ก่อนจะเดินตรงไปที่หน้าลิฟต์“คุณไม่มีทางลืมความสัมพันธ์ของเราไปได้หรอก ไม่ว่ายังไง คุณก็ไม่มีทางปฏิเสธได้ว่าคุณเป็นอะไรกับผม” คำพูดของอีกฝ่าย ทำให้ร่างบางหยุดชะงัก แล้วหันกลับมาจ้องหน้าของเขาอีกครั้ง“แล้วใครบอกคุณล่ะคะ ว่าฉันจะลืม… แต่ว่าฉันจะไม่เก็บมันเอาไว้ในความทรงจำของตัวเองเลยต่างหาก เพราะว่าตัวคุณเองก็ไม่ได้มีค่ามากพอ ที่ฉันจะต้องให้ความสำคัญมากมายอะไรขนาดนั้นเลย” คำพูดของเธอ ทำให้เขาร้อนรน และว้าวุ่นใจ จนอยู่ไม่เป็นสุข“คุณทำไม่ได้หรอก…เชื่อสิ!” ว่าแล้วคนตัวสูงก็จู่โจมเข้าหาร่างเล็กอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือใหญ่จับลำคอระหงช้อนขึ้น เพื่อฝากฝังรอยจูบอันแสนเร่าร้อนของเขาเอาไว้บนเรียวปากบางของเธออย่างแนบแน่น เพื่อย้ำเตือน ให้อีกฝ่ายได้จดจำเอาไว้ว่าเธอกับเขาผูกพันและลึกซึ
“คุณจะคิดอะไรก็ได้นะเว แต่คุณควรจะเชื่อใจผม เชื่อในส่วนดีของผม เชื่อในตัวตนของผม ขอร้องล่ะ” สายตาคมสบตากับร่างบางที่ได้แต่ยืนร่ำไห้อยู่อย่างอ้อนวอน“เชื่อใจคุณเหรอ...เชื่อในแบบที่ไม่มีสถานะ ฉันทำไม่ได้หรอกนะคะ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร บางครั้ง…ก็ดูเหมือนว่าคุณให้ความสำคัญกับฉัน แต่บางครั้ง ฉันก็รู้สึกว่าตัวเอง ดูไร้ค่า! เพราะคุณทำเหมือนกับว่าฉันเป็นแค่ตุ๊กตาที่อยู่บนเตียงนอนของคุณ”“เว...นี่มันจะไปกันใหญ่แล้ว คุณอย่าคิดเอง เออเองได้ไหม สำหรับผมคุณมีค่ายิ่งกว่านั้น” ร่างสูงเดินเข้ามาหาเพื่อที่จะปรับความเข้าใจกับอีกฝ่าย แต่เธอกลับถอยห่างออกมา“คุณรักฉันบ้างหรือเปล่าคะ เคยรักฉันสักนิดไหม ระหว่างเรามันคืออะไร ฉันอยู่ในฐานะไหนกันแน่” เวนิตาพูดเสียงแผ่ว เพราะในใจของเธอตอนนี้ไม่กล้าแม้แต่จะให้เขาสารภาพรัก หรือ ปฏิเสธมันออกมาด้วยซ้ำ มือบางยกขึ้นมาปาดน้ำตาทิ้งระหว่างที่ถอยหนีมาจนเกือบจะสุดทาง“ฉันว่าเราควรจะยุติความสัมพันธ์ลงแค่นี้เถอะค่ะ ต่อไปนี้...ฉันจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แล้วหลังจากนั้น เราก็คงจะไม่ต้องพบเจอกัน
“ค่อยๆ ลุกนะครับ ไม่ต้องรีบร้อน” ร่างสูงที่จับไหล่นุ่มอยู่พูดด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่นุ่มนวลเวนิตาทำหน้านิ่งๆ อดคิดไม่ได้ว่า คงเป็นเพราะเธอกลับมาป่วย เขาถึงได้มีท่าทีที่อ่อนโยนกับเธออีกครั้งเหมือนในวันแรกๆ'รู้แบบนี้ เธอคงอยากที่จะแกล้งป่วยซะให้นานๆ กว่านี้'อยู่ๆ เสียงกระเพาะน้อยๆ ของเธอมันก็ร้องโคร
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสมาร์ทเหลือบไปเห็นอย่างนั้นก็ไม่รีรอ ยกแขนขวาขึ้นข้างหนึ่งเสมือนจะบอกเป็นนัยๆ ร่างบอบบางเลิกคิ้วขึ้นทำทีสงสัย แต่พอเห็นใบหน้าขรึมที่ดูจะไม่สนุกด้วย จึงรีบก้มหน้าได้แต่อมยิ้มออกมาเล็กน้อย แล้ววางข้อมือบางลงไปบนท่อนแขนแกร่งอย่างสงวนท่าทีแต่ทำได้แค่เกาะไปที่ลำแขนของสุภาพบุรุษเพื่อเ
ร่างสูงเตรียมพร้อมรอหญิงสาวที่ต้องไปร่วมงานในฐานะคู่รัก ซึ่งเธอกำลังถูกจับแต่งตัวอยู่ที่ชั้นสอง ชายหนุ่มลงมารอเธอที่ชั้นล่างก่อนเวลาเดินทางเกือบๆ สิบห้านาที โดยมีหมวดภัทร หมวดธีร์ และหมู่จินนั่งเฝ้ารออยู่ด้วยเสียงโทรศัพท์มือถือของผู้กองฐานัตถ์ดังขึ้น ก่อนที่ ปลายนิ้วเรียวจะกดรับแล้วเดินหันหน้าออกไ
“ผมต้องแอบเข้าไปหาหลักฐานในห้องของนายพลกฤษณ์ด้านบน” ร่างสูงกระซิบที่ข้างใบหูเล็กของเธอ เวนิตาได้ยินแผนการก็แอบรู้สึกหวั่นๆ กลัวว่าจะถูกจับได้เสียก่อน“ตอนนี้เลยเหรอคะ”“ใช่ครับ”“แล้วคุณจะเข้าไปยังไง”“ผมเคยมาที่นี่แล้ว ผมรู้ทางหนีทีไล่ดี”“ไปตอนนี้ มันจะไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอคะ”“ไม่หรอกคุณ เดี๋ยวสั







