Home / LGBTQ+ / ส้มหล่น / บทที่ 7 คนปากแข็ง

Share

บทที่ 7 คนปากแข็ง

last update publish date: 2026-05-21 16:24:40

ค่ำคืนที่สามบนดอยฝางยังคงเงียบสนิทเช่นเคย ทว่ากลับมีบางอย่างที่สะดุดสายตาในตอนที่น่านลุกขึ้นมาดื่มน้ำกลางดึก

แสงไฟจากห้องชั้นบนของบ้านหลังใหญ่ยังเปิดอยู่ น่านเหลือบสายตามองนาฬิกาข้างฝาผนังบอกเวลาตีสอง

“ไหนบอกว่านอนสามทุ่มไง...” เธอพึมพำกับตัวเอง ครุ่นคิดชั่วครู่ “คงไม่มีอะไรหรอก”

เช้าวันต่อมา...

วันนี้แดดแรงตั้งแต่ยังไม่สาย น่านมาถึงโซนบีก่อนเวลาทำงานเล็กน้อย แต่เมื่อมาถึงกลับพบว่ามีร่างของใครคนหนึ่งยืนอยู่ใต้ต้นส้มก่อนแล้ว

พี่เพียง...เธอยืนนิ่งเกินไป วันนี้ใบหน้าของอีกฝ่ายดูอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด แม้จะมีสีสันแต่งแต้มแต่แววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลกลับซ่อนไม่มิด

น่านเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่าย แล้วก็เห็นชัดกว่าเดิมว่าใบหน้าของเพียงพรรณซีดกว่าปกติ ขอบตาคล้ำราวกับคนที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืน

“พี่เพียง...โอเคมั้ยคะ เป็นอะไรรึเปล่า”

อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นช้า ๆ เพียงพรรณในวันนี้ดูเหมือนหุ่นยนต์แบตหมด แทบไม่เหลือเค้าเดิมของภาพนายหญิงเจ้าของสวนส้มที่ชอบทำหน้าดุใส่น่านทุกครั้งที่เจอกัน

“ฉันโอเค ไม่ได้เป็นอะไร ไปทำงานกันเถอะ”

คนตรงหน้าตอบเสียงเบา และน่านจับพิรุธได้ว่า คำว่าโอเคที่ตอบมา มันไม่ได้หมายความอย่างนั้นจริง ๆ

“แน่ใจเหรอคะว่าโอเค วันนี้พี่ทั้งหน้าซีด ทั้งพูดน้อย ไม่เห็นดุน่านเหมือนเมื่อวานเลย”

“นี่!” เพียงพรรณหันขวับไปมอง “จะให้ฉันเอาแรงที่ไหนมาดุเธอทุกวัน วันนี้ฉันเครียดเรื่องงาน”

“นั่นไง พี่ไม่โอเคจริง ๆ ด้วย แล้วจะปากแข็งทำไมเนี่ย”

น่านส่ายหน้าเบา ๆ แล้วเดินเข้าไปยืนซ้อนหลังอีกฝ่าย เธอสังเกตเห็นท่าทีการทรงตัวของเจ้าของไร่ที่โอนเอนเล็กน้อย เพียงพรรณในวันนี้ดูผิดปกติกว่าทุกวันมากจริง ๆ

และในวินาทีนั้น ร่างของเพียงพรรณก็เซจนเกือบหงายหลัง

“พี่เพียง!”

แฟ้มในมือน่านหล่นลงพื้นทันที เธอพุ่งเข้าไปคว้าไว้ได้ทันก่อนที่อีกฝ่ายจะล้มถึงพื้น สัมผัสแรกในขณะที่อีกฝ่ายอยู่ในอ้อมอกของเธอ คือความร้อนที่ออกมาจากตัว มันร้อนกว่าอุณหภูมิปกติ

“พี่…” น่านเรียกเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว มืออีกข้างประคองต้นคอไว้กันศีรษะกระแทก

มันเป็นระยะห่างที่ใกล้เกินไป ใกล้จนได้ยินลมหายใจของอีกฝ่ายแผ่วเบาอยู่ข้างอก

คนเด็กกว่าชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น

“พี่เพียง ลืมตาหน่อยค่ะ พี่ได้ยินน่านมั้ย”

ไม่มีคำตอบจากอีกฝ่าย มีเพียงลมหายใจอุ่น ๆ ที่ยังแตะผ่านผิวของเธอ น่านเม้มปากแน่น ความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

เธอไม่ใช่แค่ตกใจ...ทว่าหัวใจกลับเต้นแรง น้ำเสียงที่เรียกอีกฝ่ายสั่นเครือและรับรู้ถึงก้อนบางอย่างที่จุกอยู่ตรงลำคอ

ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย...

“พี่เพียง...อย่ามาเป็นอะไรตอนนี้นะ” เสียงเรียกที่หลุดออกมานั้น บางเบากว่าที่เคย

“พี่เพียง…ได้ยินน่านมั้ย”

ไม่มีเสียงตอบ น่านเม้มปากแน่น ก่อนจะช้อนตัวอีกฝ่ายขึ้นโดยแทบไม่ต้องคิด แขนหนึ่งสอดใต้เข่า อีกข้างประคองแผ่นหลัง อุ้มขึ้นมาในท่าเจ้าสาว

ร่างกายที่แนบชิดทำให้เธอชะงักไปเสี้ยววินาที เป็นครั้งแรกที่น่านอุ้มใครในแบบนี้ แต่ถึงจะใกล้เกินไป เธอกลับกระชับร่างกายอีกฝ่ายให้แนบชิดอ้อมอกมากขึ้น

ทางเดินจากสวนกลับบ้านดูไกลกว่าปกติ แดดเริ่มแรง ลมหายใจของคนในอ้อมแขนยังคงแผ่ว

“พี่เพียง…ทนอีกนิดนะ”

เสียงของน่านเบากว่าเดิมมาก สายตาจ้องมองใบหน้าคนในอ้อมแขนแทบไม่กะพริบตา

เมื่อถึงบ้านหลังใหญ่ เธอผลักประตูเข้าไปแทบจะทันที ถือวิสาสะพาอีกฝ่ายขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบน วางร่างนั้นลงบนเตียงอย่างระมัดระวังที่สุด

เสี้ยววินาทีที่ปล่อยมือ ความรู้สึกบางอย่างกลับยิ่งชัด เธอส่ายหัวไล่ความคิดนั้นออก ก่อนจะรีบจัดหมอน ประคองศีรษะให้เอนสบาย

“พี่เพียง…พี่เพียง”

มือของน่านแตะหน้าผากเพียงพรรณอีกครั้ง ไอความร้อนยังคงอยู่ชัดเจน น่านรีบเดินเข้าห้องน้ำ หยิบผ้าขนหนูชุบน้ำบิดหมาด ๆ แล้วกลับมานั่งลงบนเตียง ค่อย ๆ เช็ดเบา ๆ ไปตามหน้าผาก ลำคอ และข้อมือ ทุกอย่างเป็นไปอย่างไม่รีบร้อน

แต่ถึงแม้ทุกสัมผัสจะเป็นไปด้วยความไม่รีบร้อน ทว่าความรู้สึกบางอย่างกลับชัดขึ้น น่านพยายามข่มมันไว้ ควบคุมบางอย่างในก้นบึ้งของหัวใจ กดเก็บเอาไว้ทุกความรู้สึก

“อย่านะน่าน...” เธอพึมพำออกมา

เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เพียงพรรณเริ่มรู้สึกตัว วินาทีที่เปลือกตาบาง ๆ ค่อย ๆ เปิดขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าของคนเด็กกว่า เด็กที่เจอทุกครั้งเป็นต้องมีเรื่องให้เธอยกมือกุมขมับได้เสมอ

“เธอ...ทำอะไรน่ะ”

เพียงพรรณพยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก น่านจึงช่วยประคอง

“ในมือมีผ้าขนหนูเปียกหมาด ๆ แบบนี้ พี่น่าจะเดาได้ไม่ยากนะคะ”

น่านน้ำยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่คนมองรู้สึกว่ามันต่างไปจากทุกครั้ง เพราะความยียวนดูลดลงไปกว่าเดิมมาก

“ฉันถามดี ๆ ก็ช่วยตอบให้มันดี ๆ ได้ไหม”

“โถ่พี่เพียง น่านตอบไม่ดีตรงไหน”

“ตอบโดยการให้ฉันเดา?” เธอส่งสายตาดุ

“โอเค ๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้ ก็พี่เป็นลมไป น่านก็เลยอุ้มมาที่นี่ แล้วก็เอาผ้ามาเช็ดตัวให้ค่ะ”

“เป็นลม?”

คนตรงหน้าถามย้ำราวกับไม่เชื่อหู

“ใช่ค่ะ พี่ทำน่านตกใจรู้มั้ย จู่ ๆ ก็ล้มไปแบบนั้น”

คำพูดของอีกฝ่ายฟังดูเหมือนบ่น แต่น่านยังคงใช้ผ้าขนหนูเช็ดหน้าผากให้อีกฝ่ายซ้ำ ๆ

เพียงพรรณสบสายตากับคนตรงหน้า แววตาคู่เดิมนั้นกลับไม่เหมือนอย่างวันก่อน

สายตาของน่านฉายแววความเป็นห่วงออกมาชัดเจน...

“พอแล้ว ฉันไม่เป็นไรแล้ว...ขอบคุณ”

น่านชักมือกลับทันที ทว่าสายตายังไม่ละไปไหน เธอสังเกตหาความจริงจากแววตาคู่นั้น

“แน่ใจเหรอคะว่าไม่เป็นไรแล้ว พี่ตัวร้อนมาก ไม่สบายทำไมไม่บอก ฝืนออกมาทำงานทำไม”

คนโดนบ่นเงยหน้ามอง “ฉันไม่ใช่เด็ก แล้วเธอก็เลิกบ่นฉันได้แล้ว เป็นนักวิจัยโรคพืชหรือโรคคนกันแน่”

“เป็นนักวิจัยโรคพืชค่ะ แต่โรคคนบางโรคน่านก็รักษาได้ โดยเฉพาะโรคปากแข็ง”

“หึ เอาไว้รักษาตัวเองเถอะ”

เพียงพรรณหลับตาลงพลางถอนหายใจเบา ๆ ในจังหวะนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ส้มหล่น   บทส่งท้าย

    แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านสีครีมข้างหน้าต่างเข้ามา พร้อมกับเสียงรถบนถนนด้านล่างที่กลายเป็นเสียงนาฬิกาปลุกสำหรับเพียงพรรณไปแล้วเช้าวันจันทร์...วันแรกของการเริ่มต้นสัปดาห์สำหรับบางคนอาจจะเป็นเช้าอันสดใส แต่สำหรับใครอีกหลายคนคงไม่ได้เป็นแบบนั้นเพียงพรรณขยับตัวก่อนจะลืมตาขึ้นช้า ๆ ตามสัญชาตญาณ เธอหันไปมองข้างตัวทันที แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า“น่าน”เสียงเรียกแผ่วเบาดังขึ้นในตอนเช้าแบบนี้เป็นเรื่องปกติไปแล้ว โดยเฉพาะวันที่แฟนเด็กของเธอต้องไปทำงานคนอายุมากกว่าค่อย ๆ ลุกจากเตียง สวมเสื้อคลุมบาง ๆ แล้วเปิดประตูห้องออกไป จึงพบว่าห้องครัวเปิดไฟสว่างอยู่และเจ้าของชื่อที่เธอเรียกหาเมื่อครู่ กำลังฟุบหน้าหลับอยู่บนโต๊ะกินข้าวโน้ตบุ๊กยังเปิดค้างไว้ ข้างกันมีเอกสารกองโต ปากกาไฮไลต์กระจัดกระจายเต็มโต๊ะ ส่วนแก้วกาแฟตรงหน้าก็ดูเหมือนจะหมดไปนานแล้วเพียงพรรณถอนหายใจเบา ๆ อย่างรู้ทัน“น่านน้ำ...”คนถูกเรียกสะดุ้งเฮือกทันที ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแบบงัวเงีย ผมยุ่งไปหมดจนดูเหมือนลูกหมาตัวโตที่เพิ่งตื่นนอน“ฮื้อ...พี่เพียง ตื่นแล้วเหรอคะ”“ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้คะ ตื่นมาทำงานตอนเช้ามืดอีกแล้วเหรอ”แฟนเด็

  • ส้มหล่น   บทที่ 48 คู่ชีวิต (จบ)

    หลังจากคำขอแต่งงานในวันนั้น ทั้งคู่ต่างก็เฝ้ารอให้วันสำคัญมาถึง...ไม่มีการดูฤกษ์ ไม่มีการคุยเรื่องสินสอด ส่วนหนึ่งเพราะพ่อแม่ของทั้งคู่ไม่มีแล้ว ทางด้านเพียงพรรณมีน้องสาวสองคน และทั้งคู่ก็ดีใจกับพี่สาวมาก จนแทบจะยกหน้าที่จัดงานทั้งหมดมาไว้ในมือส่วนน่าน...หลังจากเอ่ยคำสำคัญวันนั้น เธอกลับไปจัดการงานหลายอย่างที่ยังคั่งค้าง รวมถึงเข้าไปพูดคุยกับผู้ใหญ่หลายฝ่ายเรื่องทุนวิจัยที่หลายคนมองว่าน่าเสียดายแต่การพูดคุยทุกอย่างกลับผ่านไปได้ด้วยดีนั่นเพราะน่านคิดกับชีวิตตัวเองมาดีแล้วจริง ๆตอนนี้เธอยังคงทำงานในตำแหน่งนักวิชาการโรคพืชชำนาญการ ยังสังกัดกรมการเกษตร ยังเป็นลูกน้องคนเก่งของพี่ภัทรเหมือนเดิม และยังได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านเรื่องโรคพืชมากขึ้นกว่าเดิมด้วยเกือบทุกเสาร์อาทิตย์ น่านจะขับรถมาหาเพียงพรรณที่ไร่หรือบางครั้งเจ้าของไร่ส้มก็มักขับรถจากฝางลงไปหาแฟนเด็กที่เชียงใหม่ แล้วค้างที่คอนโดของน่านแน่นอนว่าเจ้าเด็กตัวโตจะดีใจทุกครั้งที่แฟนมาหา เพราะนั่นหมายความว่า ห้องที่รกจนแทบไม่มีทางเดินจะกลับมาสะอาดอีกครั้งแม้คนทำความสะอาดจะบ่นไปตลอดก็ตาม“น่าน ทำไมถุงเท้าถึงไปอยู่บนเตียงนอนได้

  • ส้มหล่น   บทที่ 47 ส้มหล่น

    แสงแดดยามสายส่องกระทบแนวต้นส้มจนใบสีเขียวสะท้อนประกายระยิบระยับ ลมหนาวพัดเอื่อยผ่านไร่กว้าง เกิดเสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ กลายเป็นเสียงที่เจ้าของไร่คุ้นชินไปแล้วเพียงพรรณยืนอยู่กลางแถวต้นส้มในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีอ่อน หมวกปีกกว้างถูกกดต่ำลงเล็กน้อยเพื่อกันแดด มือหนึ่งถือแฟ้มบันทึกข้อมูล อีกมือจับใบส้มที่มีจุดสีเหลืองซีดอยู่ตรงขอบเธอขมวดคิ้วนิด ๆ ราวกับไม่เคยเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามาก่อน“ใบนี้แปลกจัง...” ปลายนิ้วพลิกดูใต้ใบอย่างตั้งใจลักษณะคล้ายอาการเริ่มต้นของโรค แต่เพียงพรรณยังไม่แน่ใจนัก เพราะมันไม่ได้ตรงกับอาการที่เคยเจอบ่อย ๆ ในไร่“พี่เข้ม ทางนี้หน่อยค่ะ”เจ้าของไร่เรียกเสียงดังขึ้นเล็กน้อย ชายวัยกลางคนที่กำลังเดินตรวจแมลงในโซนไม่ไกลกัน รีบวางมือแล้วเดินมาหาเธอทันที“ครับคุณเพียง”“ช่วงนี้มีแมลงลงโซนนี้เยอะมั้ย”“ไม่นะครับ ลุงหมื่นเพิ่งพ่นยารอบก่อนเอง”เพียงพรรณพยักหน้าช้า ๆ ก่อนมองใบส้มในมืออีกครั้ง แล้วเธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดเสิร์ชข้อมูลเกี่ยวกับโรคพืช“จุดเหลืองบนใบส้ม...”“ใบส้มซีดขอบใบ...”“โรคใบด่าง...”“ทำไมมันเหมือนทุกโรคเลยนะ”เจ้าของไร่บ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ จนพี่เ

  • ส้มหล่น   บทที่ 46 สิ่งที่ใจต้องการ

    เสียงดนตรีแจ๊ซเบา ๆ ลอยคลออยู่ภายในห้องจัดเลี้ยงของศูนย์วิจัย บนโต๊ะยาวกลางห้องเต็มไปด้วยอาหารและไวน์สำหรับงานเลี้ยงปิดการอบรม ผู้คนจากหลากหลายประเทศกำลังยืนพูดคุย แลกนามบัตร ถ่ายรูป และหัวเราะให้กันอย่างเป็นกันเอง“Nan! Come here!”เสียงเรียกจากนักวิจัยชาวญี่ปุ่นดังขึ้นพร้อมการโบกมือ น่านจึงยกแก้วไวน์ในมือขึ้นตอบรับแล้วเดินเข้าไปสมทบกับกลุ่มคนตรงหน้า“Your presentation today was brilliant.”“Especially the citrus disease management model. It’s practical.”“Professor Martin was impressed with you.”คำชื่นชมมากมายดังเข้าหูไม่หยุด รอยยิ้มของน่านยังคงดูเป็นธรรมชาติ เธอพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตอบคำถาม และรับฟังข้อเสนอจากหลายฝ่ายอย่างคล่องแคล่วราวกับคนที่เกิดมาเพื่องานนี้อย่างแท้จริงคนที่เกิดมาเพื่องานวิจัย ความก้าวหน้า การเติบโต ความสำเร็จ ทุกอย่างคือสิ่งที่เธอพยายามไขว่คว้ามาตลอดแต่แปลกเหลือเกิน...แม้จะยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย น่านกลับรู้สึกเงียบอย่างบอกไม่ถูกโดยเฉพาะตอนที่สายตาเหลือบไปเห็นคู่รักคู่หนึ่งกำลังยืนถ่ายรูปด้วยกันตรงริมหน้าต่าง ผู้หญิงผมทองในชุดสูทหัวเราะออกมาเบา ๆ

  • ส้มหล่น   บทที่ 45 แทนใจ

    สนามบินเชียงใหม่ในช่วงเช้าเต็มไปด้วยผู้คน เสียงประกาศเที่ยวบินดังสลับกับเสียงล้อลากกระเป๋าที่เคลื่อนไปมาบนพื้นกระเบื้องเงาวับแต่น่านแทบไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัวเลย สายตาของเธอมีเพียงคนที่ยืนอยู่ข้างกันเท่านั้นเพียงพรรณอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีอ่อนกับกางเกงขายาวธรรมดา ผมถูกรวบต่ำลวก ๆ ดูเหมือนคนที่รีบตื่นมาตั้งแต่เช้ามืด แม้ใบหน้าจะยังเรียบนิ่งเหมือนเดิม แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเก็บความอาลัยไว้ไม่มิด“พี่เพียงกินข้าวมารึยังคะ”“กินกาแฟแล้ว”“กาแฟไม่นับเป็นข้าวนะ”“เดี๋ยวค่อยกลับไปกินที่ไร่ก็ได้”น่านถอนหายใจเบา ๆ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว แต่พอถึงวันที่ต้องห่างกันจริง ๆ เธอกลับอยากดูแลคนตรงหน้าให้ได้มากที่สุดอยากจำทุกอย่างเอาไว้ แม้กระทั่งนิสัยดื้อ ๆ ที่ชอบละเลยตัวเอง“ไหนบอกจะเอาเสื้อตัวนี้ไปใส่ที่โน่น ทำไมถึงใส่มาล่ะ รอยถักก็ไม่สวย เดี๋ยวใครมอง”เพียงพรรณบ่นเบา ๆ เมื่อเห็นคนรักสวมเสื้อไหมพรมที่เธอถักให้ทับเสื้อแขนยาวสีขาวด้านใน“เสื้อตัวนี้แฟนน่านถักให้ ไม่สวยสำหรับคนอื่นแต่สวยที่สุดสำหรับน่านค่ะ”“เช็กของดีรึยัง ไม่ลืมอะไรใช่มั้ย” เธอถามระหว่างยกมือขึ้นจัดคอเสื้อให้เด็กตัวโตตรงหน้า“

  • ส้มหล่น   บทที่ 44 เมื่อต้องห่าง

    แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องนอนของเพียงพรรณเงียบ ๆ พร้อมกับอากาศเย็นของฝางที่น่านคุ้นเคยไปแล้วแปลกดีนะ จากที่ไม่เคยชอบอากาศหนาว แต่พอถึงวันที่จะได้อยู่ที่นี่เป็นวันสุดท้าย น่านกลับโหยหาอากาศหนาวที่นี่ อยากตักตวงและจดจำความหนาวของฝางเอาไว้ให้ได้มากที่สุดอากาศหนาวที่ฝางไม่เหมือนที่อื่น เพราะสำหรับน่านแล้ว มันเป็นความหนาวที่มาพร้อมกับความอบอุ่น และเธอคงไม่สามารถเจอบรรยากาศแบบนี้ได้ที่ไหนอีกคนข้างกายยังคงนอนหลับตาพริ้ม น่านเป็นฝ่ายลืมตาตื่นขึ้นมาก่อน เธอจึงมีโอกาสได้นอนมองใบหน้าอีกฝ่ายได้นานเท่านาน จดจำทุกอย่างเอาไว้ให้ได้มากที่สุดเพียงพรรณนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาเธอ เส้นผมสีเข้มกระจายอยู่บนหมอนเล็กน้อย ใบหน้าทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ น่านยื่นปลายนิ้วไปเกลี่ยเส้นผมที่หล่นปรกใบหน้าคมสวยเบา ๆ ลมหายใจสม่ำเสมอยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องเงียบสงัดมากกว่าเดิม เงียบ...จนใจหายน่านมองใบหน้าของคนรักอยู่แบบนั้นนานมาก โดยเฉพาะริมฝีปากที่เธอเพิ่งจูบไปเมื่อคืน ความหวานยังติดตรึง รวมถึงกลิ่นหอมจาง ๆ ที่ติดอยู่บนปลายผมหลังจากวันนี้ กว่าจะได้อยู่ใกล้กันอีกครั้งก็คงอีกนาน...มือเรียวลูบไล้แก้มของเพียง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status