登入“นังใบ้ชั้นต่ำ! กล้าดียังไงมายืนขวางทางข้า ในเมื่อเจ้านายเจ้ามือเจ็บใช้การไม่ได้ วันนี้ข้าจะเอาน้ำชาร้อนๆ ราดหน้านังใบ้นี่ให้เสียโฉมแทนก็แล้วกัน!”
เสียงแหลมสูงตวาดก้องระเบียงทางเดินข้างโถงรับรองใหญ่
เช้าวันตรวจเยี่ยมของคณะขุนนางกรมพิธีการ ลมหนาวพัดกรูเกรียวตามทางเดินไม้ แสงแดดสะท้อนหิมะขาวโพลนจนแสบตา
ชุ่ยเอ๋อร์ถือถาดกาน้ำชาทองเหลือง ควันสีขาวพวยพุ่งส่งกลิ่นไอร้อนจัด บนร่างสวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีขาวอย่างหยิ่งผยอง ทว่าในอกเสื้อกลับซ่อนปิ่นทองคำฝังทับทิมที่เพิ่งขโมยมาจากห้องฮูหยินเอกไว้แน่น หวังจะรวบรวมทรัพย์สินหนีไปพร้อมปิ่นมุกเก้าราตรี
เบื้องหน้านางคือมู่อวิ๋นในชุดผ้าป่านสีขาวหม่น สองมือพันผ้าดิบหนาเตอะเปื้อนเลือด โดยมีอาชิงคอยประคองเดินผ่านระเบียง
ชุ่ยเอ๋อร์ก้าวขวางทางเดิน ยกมือซ้ายฟาดเข้าใส่ใบหน้าของอาชิงอย่างแรง
เพียะ!
ร่างสาวใช้ใบ้เซถลาล้มลงกระแทกพื้นระเบียงไม้
มู่อวิ๋นขบกรามแน่น สองมือที่พันผ้าแผลแสร้งสั่นระริกไร้เรี่ยวแรง “พี่ชุ่ยเอ๋อร์ อาชิงเพียงประคองข้าไปเอายาต้ม เหตุใดต้องลงไม้ลงมือด้วย”
“ข้าจะตบมันแล้วจะทำไม!” ชุ่ยเอ๋อร์เหยียดยิ้มอำมหิต ยกกาต้มน้ำชาเดือดพล่านขึ้นเหนือศีรษะของอาชิง
“ในจวนนี้ ต่อให้พวกเจ้าสองคนตายไป ฮูหยินเอกก็แค่สั่งเอาเสื่อเก่าๆ ม้วนร่างไปโยนทิ้งป่าช้า วันนี้ข้าจะลวกหน้านังใบ้นี่ให้หนังลอกเป็นแผ่นๆ!”
ชุ่ยเอ๋อร์เอียงพวยกาหมายเทน้ำร้อนราดใบหน้าอาชิง
ทว่าสายตามู่อวิ๋นเหลือบเห็นขบวนขุนนางกรมพิธีการกำลังเดินผ่านซุ้มประตูสวนหน้าเข้ามา
รองเสนาบดีเซี่ยเจิ้งเหวินและฮูหยินเอกเยี่ยนหนานเฝยกำลังนำคณะขุนนางผู้ใหญ่เดินตรงมายังโถงรับรอง
จังหวะเวลาสวรรค์ประทานมาถึงแล้ว
มู่อวิ๋นใช้ปลายเท้าสะกิดก้อนกรวดบนพื้น ดีดออกไปด้วยกำลังภายในอันแนบเนียน พุ่งวาบเข้ากระแทกจุดชีพจรใต้ข้อพับเข่าขวาของชุ่ยเอ๋อร์อย่างแม่นยำ
“โอ๊ย!”
เข่าชุ่ยเอ๋อร์ทรุดฮวบ มือที่ถือพวยกาเสียหลัก น้ำชาเดือดพล่านสาดเปรอะรดแขนเสื้อคลุมขนจิ้งจอกอย่างจัง
ไอความร้อนกระตุ้นให้ ‘ผงไร้กลิ่น’ ที่มู่อวิ๋นแอบดีดใส่ไว้แผ่กำจายกลิ่นฉุนรุนแรง ดึงดูดสัตว์เลี้ยงในจวนให้วิ่งพล่านขึ้นมาทันที
ชุ่ยเอ๋อร์สะดุ้งสุดตัว กัดฟันสบถด่า “นังตัวซวย! กล้าทำให้ข้าเจ็บตัวหรือ”
นางเงื้อกาชาขึ้นอีกคราหมายทุบศีรษะมู่อวิ๋น
ทว่ามู่อวิ๋นกลับแสร้งทำตาโต เบิกตากว้างด้วยความตระหนกสุดขีด กระซิบเสียงสั่นระรัว
“พี่ชุ่ยเอ๋อร์! แย่แล้ว! ท่านรองเสนาบดีนำคณะขุนนางมาถึงหน้าเรือนแล้ว เมื่อครู่ข้าได้ยินพ่อบ้านบอกว่า คณะขุนนางจะมาตรวจดูแจกันหยกขาวพระราชทานที่โถงหน้าเดี๋ยวนี้ หากพวกเขาตรวจพบของข้างในก่อน ปิ่นมุกห้าร้อยตำลึงทองของท่านแม่ข้าต้องตกเป็นของหลวงนะเจ้าคะ!”
คำว่า ‘ปิ่นมุกห้าร้อยตำลึงทอง’ ดั่งหินผาถล่มทับลงกลางอกชุ่ยเอ๋อร์จนหน้าชาดิก
ความโลภบดบังสติสัมปชัญญะจนมืดบอด หากขุนนางเข้าไป ปิ่นมุกล้ำค่าจะหลุดมือไปตลอดกาล และตอนนี้โถงใหญ่กำลังว่างคน ไร้เวรยาม
“นังโง่! หลบไปให้พ้นทางข้า!”
ชุ่ยเอ๋อร์โยนถาดกาน้ำชาทิ้งลงพื้นระเบียงเสียงดังโครม ร่างอวบสะบัดหน้าวิ่งหน้าตั้งมุ่งตรงไปยังโถงรับรองใหญ่ทันที
มู่อวิ๋นช่วยประคองอาชิงลุกขึ้น ปลายนิ้วปัดเศษฝุ่นออกจากไหล่สาวใช้ แววตามองตามแผ่นหลังชุ่ยเอ๋อร์ทอประกายเยือกเย็น
เหยื่อวิ่งเข้าสู่ปากเหวด้วยตนเองแล้ว
ชุ่ยเอ๋อร์วิ่งผลักประตูข้างโถงใหญ่เข้าไปอย่างรวดเร็ว
ภายในโถงเงียบสงบ แสงอาทิตย์สาดส่องลงบนแท่นไม้สักสูงตระหง่าน แจกันหยกขาวพระราชทานตั้งเด่นเป็นสง่า
ชุ่ยเอ๋อร์สูดหายใจหอบถี่ เสียงฝีเท้าของคณะขุนนางแว่วดังมาจากลานหน้าเรือน เวลาเหลือน้อยเต็มที
สาวใช้ผู้ละโมบก้าวขึ้นไปเหยียบขอบแท่นไม้สักอย่างไม่รีรอ
ทว่าทันทีที่ฝ่าเท้าวางลง ความลื่นของ ‘ไขมันแพะ’ ที่ทาเคลือบไว้ก็ทำให้ร่างของนางไถลวูบ
“ว้าย!”
ชุ่ยเอ๋อร์ผวาเฮือก สองมือคว้าสะเปะสะปะไปข้างหน้าเพื่อหาที่ยึดเกาะ และสิ่งเดียวที่อยู่ตรงหน้านางคือปากแจกันหยกขาวพระราชทาน
มือทั้งสองข้างของชุ่ยเอ๋อร์ตระครุบขอบปากแจกันหยกไว้แน่น พร้อมทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงไปเพื่อมิให้ตนเองหงายหลัง
กริ๊ก!
กลไก ‘เส้นไหมน้ำแข็ง’ ที่มู่อวิ๋นผูกโยงไว้กับขาตั่งด้านในถูกกระตุกดึงอย่างรุนแรง
ในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้นเอง ประตูหน้าโถงรับรองใหญ่ถูกผลักเปิดออกกว้าง
ปัง!
รองเสนาบดีเซี่ยเจิ้งเหวิน ฮูหยินเอกเยี่ยนหนานเฝย และคณะขุนนางชั้นผู้ใหญ่แห่งกรมพิธีการนับสิบคน ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเบิกบาน
สายตาทุกคู่เงยขึ้นมองตรงไปยังแท่นหยกขาว
ภาพที่ปรากฏคือร่างของชุ่ยเอ๋อร์กำลังปีนป่ายบนแท่นไม้ มือทั้งสองข้างกระชากปากแจกันหยกจนเอียงกะเท่เร่ และปิ่นทองคำของฮูหยินเอกที่ซ่อนในสาบเสื้อก็หลุดร่วงลงมากองตรงหน้าแขกบ้านแขกเมือง
“ชุ่ยเอ๋อร์! เจ้ากำลังทำบ้าอะไร!” เสียงคำรามของเซี่ยเจิ้งเหวินดังกึกก้อง
และก่อนที่ชุ่ยเอ๋อร์จะได้อ้าปาก ฐานแจกันหยกขาวพระราชทานก็เลื่อนหลุดออกจากแท่นไม้ ร่วงดิ่งลงสู่พื้นหินอ่อนเบื้องล่างทันที
[ชุ่ยเอ๋อร์ลื่นกับดักจนกระชากแจกันหยกพระราชทานคว่ำต่อหน้าคณะขุนนางกรมพิธีการ แถมปิ่นทองของโจรยังร่วงออกจากอกเสื้อคาตา คิดว่าเสียงแจกันแตกกระจายกลางโถงจะดังก้องสะใจขนาดไหน]
“คุกเข่าให้หลังตรงสิ เมื่อสามเดือนก่อน เจ้าก็เคยคุกเข่าตรงนี้จนสลบคาหิมะมาแล้วนี่นา ถ้ารอบนี้ทนไม่ไหว ก็จงกัดลิ้นตายตามแม่เจ้าไปเสียเถอะ”เสียงหัวเราะเย้ยหยันของแม่นมจางดังแว่วมาจากศาลาอุ่นริมลานหินยามราตรีดึกสงัด อุณหภูมิลดต่ำลงจนลมหายใจกลายเป็นไอขาว ละอองหิมะโปรยปรายลงมาเกาะตามคิ้วและเส้นผมของมู่อวิ๋นที่กำลังคุกเข่าอยู่บนเกล็ดน้ำแข็งผสมเกลือเม็ดความเย็นยะเยือกเสียดแทงผ่านผืนผ้า ทว่าใต้สนับเข่าของมู่อวิ๋นกลับมี ‘แผ่นหนังกวางบุฝ้ายหนาพิเศษ’ ที่อาชิงแอบสอดไว้ให้ตั้งแต่ก่อนก้าวออกจากห้อง ความหนาวเหน็บจึงไม่อาจทำอันตรายต่อกระดูกข้อต่อของนางได้แม้แต่น้อยในศาลาอุ่น แม่นมจางนั่งจิบสุราอุ่นพลางแทะเนื้อย่างหอมกรุ่นอย่างสำราญใจ นางจงใจโยนเศษกระดูกไก่ลงบนพื้นหิมะตรงหน้ามู่อวิ๋นเพื่อเหยียดหยามเกียรติยศ“จำได้หรือไม่ คืนที่เจ้าถูกโบยจนหลังลายเมื่อสามเดือนก่อน ข้านี่แหละที่เป็นคนแอบเอาเกลือทะเลไปทาแผลเจ้าจนเน่าเฟะ เพื่อให้ท่านรองเสนาบดีรังเกียจจนไม่กล้าเฉียดกรายไปหาเจ้าที่ห้องเก็บฟืน คนอย่างพวกเจ้าตระกูลหลี่ เกิดมาก็เพื่อเป็นบัน
“นังตัวกาลกิณี พอเจ้าก้าวเท้าเข้าจวน หลานสาวข้าก็ต้องกลายเป็นคนพิการถูกขายเข้าซ่อง วันนี้ข้าในฐานะผู้คุมกฎเรือนหลังจะค้นห้องเจ้าให้เกลี้ยง ดูซิว่าซ่อนวิชาคุณไสยหรือของโจรอะไรไว้อีก”เสียงห้าวแหบตวาดก้องพร้อมแรงกระแทกประตูเรือนไผ่ร้างเปิดออกกว้างเช้าตรู่วันถัดมา ลมหนาวยังคงพัดหวีดหวิวผ่านแมกไม้ แม่นมจาง หญิงชราวัยห้าสิบเศษรูปร่างอ้วนท้วน ในมือถือไม้เรียวเหล็กคุมกฎเรือนหลัง เดินนำบ่าวหญิงร่างกำยำสี่คนบุกเข้ามาในห้องพักของมู่อวิ๋นอย่างอุกอาจแม่นมจางคือป้าแท้ๆ ของชุ่ยเอ๋อร์ และเป็นผู้กุมอำนาจคุมกฎระเบียบบ่าวไพร่ทั้งหมดในเรือนหลัง การที่หลานสาวคนโปรดถูกโบยจนพิการและขายทิ้ง ทำให้โทสะของนางลุกโชนดั่งไฟป่า นางมิเชื่อว่าหลานสาวจะพลาดท่าด้วยความบังเอิญ และปักใจเชื่อว่าต้องเป็นฝีมือแผนร้ายของมู่อวิ๋นอย่างแน่นอน“ค้นหีบผ้าของมันให้หมด ดูว่ามีสิ่งอัปมงคลซ่อนอยู่หรือไม่” แม่นมจางชี้นิ้วสั่งการอย่างบ้าคลั่งบ่าวหญิงกรูกันเข้ารื้อค้นข้าวของในห้องจนกระจุยกระจาย เสื้อผ้าเก่าๆ ถูกเหวี่ยงลงพื้นเหยียบย่ำ เตียงนอนและตั่งไม้ถูกรื้อค้นจนพังยับเยิ
“ฮูหยินเอก ช่วยบ่าวด้วย บ่าวทำตามคำสั่งฮูหยินมาตลอดนะเจ้าคะ... อ๊ากกกก!”เสียงไม้พลองหนาทึบฟาดลงบนแผ่นหลังของชุ่ยเอ๋อร์เต็มแรงจนกระดูกสันหลังลั่นกร๊อบ เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นย้อมผืนหิมะหน้าลานเรือนจนแดงฉานลานหินอ่อนหน้าโถงรับรองใหญ่กลายเป็นลานประหารขนาดย่อมท่ามกลางสายลมหนาวที่พัดหวีดหวิวเซี่ยเจิ้งเหวินที่หวาดกลัวจะถูกคณะขุนนางกรมพิธีการถวายฎีกาเอาผิดข้อหาไม่ดูแลของพระราชทาน สั่งลงทัณฑ์ชุ่ยเอ๋อร์ต่อหน้าแขกเหรื่อทันทีเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจชุ่ยเอ๋อร์ถูกมัดขึงพืดไว้กับม้าไม้เนื้อแข็ง สองมือและสองเท้าถูกตรึงแน่น ร่างกายดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวดทรมาน คราบเลือดซึมผ่านเสื้อผ้าฉีกขาดออกมาไม่ขาดสายความตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ทำให้สาวใช้ผู้ละโมบเริ่มสติแตก นางอ้าปากกรีดร้องโหยหวน หวังจะลากฮูหยินเอกลงนรกไปด้วยกัน“ฮูหยินเอกเจ้าขา บ่าวจงรักภักดีต่อท่านมาตลอด ตอนที่ท่านสั่งให้บ่าวเอาอาหารบูดให้นังมู่ตานกิน สั่งให้บ่าวเอาเกลือทาแผลมัน บ่าวก็ทำตามทุกอย่างนะเจ้าคะ ฮูหยินเอกช่วย...”“หุบปากนังบ่าวชั่ว เอาผ้าขี้ริ้วยัดปา
เพล้ง!เสียงแจกันหยกขาวพระราชทานมูลค่าประเมินค่ามิได้แตกกระจายเกลื่อนพื้นหินอ่อน พร้อมร่างของชุ่ยเอ๋อร์ที่กลิ้งหลุนๆ ลงมานอนทับเศษหยกต่อหน้าต่อตารองเสนาบดีและขุนนางชั้นผู้ใหญ่ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมทั่วโถงรับรองใหญ่ในพริบตาเศษหยกขาวละเอียดกระเด็นเกลื่อนกลาดไปทั่วพื้นหินอ่อน แสงแดดยามสายสาดส่องลงบนประกายหยกแหลกสลายราวกับหยาดน้ำตาแห่งหายนะรองเสนาบดีเซี่ยเจิ้งเหวินยืนตัวแข็งทื่อ ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด จอกสุราในมือร่วงหล่นลงพื้นพรมเสียงดังตุบนั่นคือของพระราชทานชิ้นเอกที่ฮ่องเต้พระราชทานให้แก่ตระกูลเซี่ยเมื่อคราวเลื่อนขั้นตำแหน่ง การทำลายของพระราชทานต่อหน้าธารกำนัลมีโทษสถานเดียวคือถอดยศและเนรเทศฮูหยินเอกเยี่ยนหนานเฝยเบิกตากว้างจนแทบฉีกขาด ริมฝีปากที่ทาชาดสั่นระริกด้วยความโกรธแค้นและตื่นตระหนกสุดขีดคณะขุนนางกรมพิธีการนับสิบคนต่างพากันสูดหายใจลึก ถอยร่นไปด้านหลังด้วยความตกตะลึงชุ่ยเอ๋อร์ที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นหิน เลือดสดๆ ไหลรินออกจากฝ่ามือที่ถูกเศษหยกบาด นางสะลึมสะลือลืมตาขึ้นมา มองเห็นเศษแจกันหยกแหลกละเอียดอยู่ใต้แผงอก สติสัมปชัญญะของสาวใช้ต้นห้องพลันขาดผึงความก
“นังใบ้ชั้นต่ำ! กล้าดียังไงมายืนขวางทางข้า ในเมื่อเจ้านายเจ้ามือเจ็บใช้การไม่ได้ วันนี้ข้าจะเอาน้ำชาร้อนๆ ราดหน้านังใบ้นี่ให้เสียโฉมแทนก็แล้วกัน!”เสียงแหลมสูงตวาดก้องระเบียงทางเดินข้างโถงรับรองใหญ่เช้าวันตรวจเยี่ยมของคณะขุนนางกรมพิธีการ ลมหนาวพัดกรูเกรียวตามทางเดินไม้ แสงแดดสะท้อนหิมะขาวโพลนจนแสบตาชุ่ยเอ๋อร์ถือถาดกาน้ำชาทองเหลือง ควันสีขาวพวยพุ่งส่งกลิ่นไอร้อนจัด บนร่างสวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีขาวอย่างหยิ่งผยอง ทว่าในอกเสื้อกลับซ่อนปิ่นทองคำฝังทับทิมที่เพิ่งขโมยมาจากห้องฮูหยินเอกไว้แน่น หวังจะรวบรวมทรัพย์สินหนีไปพร้อมปิ่นมุกเก้าราตรีเบื้องหน้านางคือมู่อวิ๋นในชุดผ้าป่านสีขาวหม่น สองมือพันผ้าดิบหนาเตอะเปื้อนเลือด โดยมีอาชิงคอยประคองเดินผ่านระเบียงชุ่ยเอ๋อร์ก้าวขวางทางเดิน ยกมือซ้ายฟาดเข้าใส่ใบหน้าของอาชิงอย่างแรงเพียะ!ร่างสาวใช้ใบ้เซถลาล้มลงกระแทกพื้นระเบียงไม้มู่อวิ๋นขบกรามแน่น สองมือที่พันผ้าแผลแสร้งสั่นระริกไร้เรี่ยวแรง “พี่ชุ่ยเอ๋อร์ อาชิงเพียงประคองข้าไปเอายาต้ม เหตุใดต้องลงไม้ลงมือด้วย”“ข้าจะตบมันแล้วจะทำไม!” ชุ่ยเอ๋อร์เหยียดยิ้มอำมหิต ยกกาต้มน้ำชาเดือดพล่านขึ้นเหนือศีรษะขอ
“เอามือเปล่าของเจ้าขัดพื้นหินหน้าโถงใหญ่ให้สะอาดทุกตารางนิ้ว! หากยังมีฝุ่นติดอยู่แม้แต่นิดเดียว ข้าจะเอาเข็มเย็บผ้าทิ่มเล็บเจ้าให้ครบสิบนิ้ว!”เสียงตวาดแหลมสูงดังลั่นโถงรับรองใหญ่ของจวนรองเสนาบดีกรมพิธีการเช้าตรู่ ลมหนาวพัดกรรโชก แสงแดดสลัวสาดส่องผิวกระเบื้องหินอ่อนเย็นเยียบชุ่ยเอ๋อร์ยืนกอดอกเชิดหน้ากลางโถง ในมือถือแส้หวาย สวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีขาวของมู่ตานอย่างหยิ่งผยองด้านหน้านางคือหลี่มู่อวิ๋นในชุดผ้าป่านสีขาวหม่น คุกเข่าบนพื้นหินเย็นจัดจนหัวเข่าชาดิก“ฮูหยินเอกสั่งไว้ พรุ่งนี้จะมีคณะขุนนางมาตรวจเยี่ยม งานขัดพื้นต้อนรับแขกจึงเป็นหน้าที่ของเจ้า!”ชุ่ยเอ๋อร์เหยียดยิ้มร้าย ยกเท้าเตะถังไม้ใบเขื่องที่บ่าวชายเพิ่งยกเข้ามาซ่า!น้ำผสมเกลือทะเลเย็นจัดไหลทะลักนองพื้นหินอ่อนรอบแท่นวางแจกันหยกพระราชทานความเย็นยะเยือกของน้ำเกลือซึมผ่านเนื้อผ้าเข้าสู่หัวเข่ามู่อวิ๋น ความเจ็บแปลบแล่นปราดเข้ากระดูก“ห้ามใช้ผ้าขี้ริ้ว! จงใช้สองมือเปล่าๆ ถูพื้นหินนี่ให้เงาวับ ขัดวนรอบแท่นแจกันหยกสิบรอบ หากมีรอยคราบแม้แต่น้อย ข้าจะกรีดหลังมือเจ้าให้เลือดอาบ!”ชุ่ยเอ๋อร์สั่งเสียงเหี้ยม นางจงใจบังคับให้มู่อวิ๋นมา