Share

ข้ามเส้นเพื่อน (2)

last update publish date: 2026-08-04 18:51:45

เพราะว่าผิดหวังในรัก วันนี้มู่ไป่หานจึงไม่คิดควบคุมสติ เขาดื่มสุราหมดไปหลายไหทั้งยังเป็นสุราที่ออกฤทธิ์แรงทั้งสิ้น แต่ส่วนหนึ่งที่กล้าปล่อยตัวปล่อยใจก็เพราะไว้ใจคนข้าง ๆ กระทั่งหนิงหมิงเยว่เห็นท่าไม่ดีมู่ไป่หานเมามาก ก็เลยแบกอีกฝ่ายกลับมาส่งที่จวนมู่ เพราะเป็นสหายสนิทจึงสามารถเข้าออกที่จวนมู่ได้ตามสะดวก

“เจ้าเมาเกินไปแล้ว หากคุณหนูหลิวรู้เข้านางคงเสียใจ”

มีเพียงต้องพูดชื่อของหลิวซิ่นอี้ มู่ไป่หานถึงยอมหยุด

เขานั่งนิ่ง แล้วถอนหายใจ

“เวลานี้นางกำลังเข้าหอใช่หรือไม่”

“เจ้าจะคิดให้เจ็บปวดไปไย”

“เพราะว่าข้าเสียใจมาก” เสียงของมู่ไป่หานอ้อแอ้แต่หนิงหมิงเยว่ก็ฟังออกทั้งหมด

“ยังมีเวลา ข้าไปชิงตัวนางกลับมาให้เจ้าดีหรือไม่”

“ช่างเถิด” เขารู้ว่าหญิงสาวทำได้ แต่ถ้าทำเช่นนั้นชื่อเสียงของหลิวซิ่นอี้จะเอาไปไว้ที่ไหน อีกทั้งการแต่งงานครั้งนี้นางก็เลือกแล้ว ย้อนกลับไปตอนนั้น คำพูดสุดท้ายที่นางบอกกับเขา ‘ข้ายินดีจะแต่งงานกับท่านโหวเจ้าค่ะ เขาเหมาะสมกับข้าที่สุดแล้ว’

แม้ตระกูลมู่จะไม่ใช่ตระกูลเล็ก แต่ก็ยังเป็นรองจวนโหว ขณะที่เขาเป็นเพียงขุนพล อีกฝ่ายเป็นถึงท่านโหวน้อย

“เช่นนั้นดึกแล้ว ข้าเองก็ควรจะกลับ” เห็นว่าอีกฝ่ายปล่อยวางได้แม้จะเจ็บปวด มือบางก็วางลงที่ไหล่แกร่งเพื่อให้กำลังใจเขา มู่ไป่หานเองก็จับที่มือเล็กของหนิงหมิงเยว่ แล้วหันไปมองนางเล็กน้อย

“เยว่เยว่ อยู่กับข้าก่อนได้หรือไม่ ข้ายังอยากดื่มสุรา”

“ห้ามเรียกเยว่เยว่” คนตัวเล็กใบหน้าบูดบึ้ง

“เจ้าห้ามเรียกตอนอยู่ที่ค่ายทหารเท่านั้นไม่ใช่หรือ ตอนนี้เราอยู่ที่จวนมู่ของข้า” เพราะเยว่เยว่ฟังดูน่ารักเกินไป นางที่เป็นถึงขุนพลหญิงจะยอมให้มีคนเรียกขานเช่นนั้นได้อย่างไร

“ที่ไหนก็ห้ามเรียก ตอนนี้ข้าเป็นขุนพลแล้ว” หนิงหมิงเยว่ย้ำเตือนฐานะ

“ได้อย่างไร ก็ข้าเรียกเจ้ามาตั้งแต่เด็ก”

มู่ไป่หานไม่รับฟัง ไม่พอยังเรียกให้พ่อบ้านนำสุรามาเปิดหลายไห หนิงหมิงเยว่มองอีกฝ่ายอย่างลำบากใจ ครั้นจะทิ้งเขาไว้ ก็ดูใจจืดใจดำ สุดท้ายก็นั่งอยู่เป็นเพื่อนจนค่อนคืน อีกใจหนึ่งเพราะว่านางเป็นห่วงมาก

ร่างบางนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น ฟังที่ร่างสูงเพ้อรำพันถึงหลิวซิ่นอี้ เคล้ากับการร่ำสุราจนเริ่มเมามายไม่ต่างจากเจ้าของเรือน

ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดลงมา กลิ่นสุราหมักคละคลุ้งตลบอบอวล มู่ไป่หานนั่งพิงเสาไม้ด้วยท่าทางอ่อนแรง ดวงตาที่เคยเฉลียวฉลาดบัดนี้กลับเชื่อมปรอยและพร่ามัว เพราะฤทธิ์ของน้ำเมาที่กรอกเข้าปากจอกแล้วจอกเล่า หมดไปแล้วหลายไห เพื่อหวังจะดับความเจ็บปวด

หนิงหมิงเยว่มองภาพนั้นไม่ไหว ก็เลยขยับเข้าไปใกล้เพื่อหวังแย่งจอกสุราจากมือเขา อีกฝ่ายเมามาย ควรพอได้แล้ว

ฉับพลันเมื่อเข้าไปใกล้ ร่างสูงใหญ่กลับรวบเอวนางเข้ามาแนบชิดจนไร้ช่องว่าง ความร้อนจากกายแกร่งซึมผ่านเนื้อผ้าบางเบา กลิ่นบุรุษเพศผสมปนเปกับกลิ่นสุราแรงกล้า ทำให้นางรู้สึกวาบหวามอย่างที่ไม่เคยเป็นจนไม่อาจจะขยับเขยื้อนได้

“เจ้าเมาแล้ว ปล่อยข้า...” นางรีบพูด

ทว่าคำพูดนั้นกลับถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อเขาเชยคางมนขึ้นแล้วทาบริมฝีปากลงมาอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง

มันไม่ใช่จุมพิตที่อ่อนหวานดั่งน้ำผึ้งป่า แต่มันคือการรุกรานที่เต็มไปด้วยความโหยหาและอัดอั้นใจ

รสขมปร่าของสุราซึมผ่านเรียวปากที่บดเบียด ความเย็นเยียบของอากาศช่างตรงข้ามกับความร้อนแรงในโพรงปากที่เขามอบให้ หนิงหมิงเยว่คิดจะหยุดยั้งอีกฝ่าย แต่ลมหายใจของเขาที่รดรินอยู่ใกล้ จุมพิตนั้นทำให้พร่าเลือนและสับสน

จากที่ควรห้ามปรามกับกอดรั้ง

จนสุดท้ายทั้งสองร่างที่เมามายก็เลยเถิดไปไกล ข้ามผ่านคำว่าเพื่อนไปโดยสมบูรณ์

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หนึ่งจอกสุรา เปลี่ยนนางเป็นฮูหยินสกุลมู่!   ตอนพิเศษ (10)

    “หากข้าแพศยา ท่านมันก็แค่บุรุษน่ารังเกียจ ไม่มีอะไรที่ท่านสู้มู่ไป่หานได้เลย”“หลิวซิ่นอี้!” เขามองจ้องนาง“ได้ในเมื่อเจ้ายังคิดไม่ได้ กล้าเอาข้าไปเปรียบกับขุนพลชั้นต่ำ เช่นนั้นวันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้รู้สำนึก!” หูจื่อหางตวาดเสียงดัง ก่อนจะหันไปทางบ่าวรับใช้“เอาตัวนางไปโบย!”หลิวซิ่นอี้เบิกตากว้าง“ไม่นะ ท่านพี่!” แม้จะร้องโวยวายหรือขัดขืน แต่ไม่มีใครฟังนาง ร่างบางถูกลากไป ไม่นาน เสียงหวดแส้ก็ดังขึ้นในลานจวนเพียะ!เพียะ!เพียะ!เสียงร้องไห้ของหญิงสาวดังสะท้อนอย่างน่าเวทนา แต่ไม่มีผู้ใดสงสาร ฮูหยินผู้สูงส่งแห่งจวนโหว ตอนนี้กลับนอนฟุบอยู่บนม้านั่งลงโทษ เสื้อผ้าเปื้อนเลือดและฝุ่นดิน ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง แต่ที่เจ็บยิ่งกว่า...คือหัวใจหลิวซิ่นอี้ร้องไห้จนแทบขาดใจ ขณะที่หูจื่อหางตอนนี้กลับไปนอนกอดบรรดาอนุของเขานี่คือบุรุษที่นางเลือกเองหรือ นี่คือชีวิตที่นางเคยใฝ่ฝันหรือครั้งหนึ่งนางเคยมีโอกาสยืนอยู่ข้างมู่ไป่หาน บุรุษผู้ที่ซื่อตรงกับความรู้สึกตน ยกนางเป็นคนสำคัญ เขาไม่เคยทำร้าย ไม่เคยเหยียดหยา

  • หนึ่งจอกสุรา เปลี่ยนนางเป็นฮูหยินสกุลมู่!   ตอนพิเศษ (9)

    ทั้งที่เป็นฮูหยินเอกกลับไม่มีผู้ใดไว้หน้า เมื่อประตูจวนโหวปิดลงเสียงดังสนั่น หลิวซิ่นอี้ก็ถูกผลักจนล้มลงกับพื้นหินเย็นยะเยือก ร่างบอบบางสั่นเทา เสื้อผ้าหรูหราที่เคยประณีตยับย่นไม่เหลือสภาพนางเพิ่งถูกพาตัวกลับมาจากกำแพงตะวันออก กลับมาพร้อมข่าวลือหนาหูที่นางเป็นคนจงใจสร้างมันขึ้นมา ไม่คิดว่าการกระทำนั้นจะย้อนกลับมาทำร้ายนางเร็วถึงเพียงนี้ ฮูหยินจวนโหวยังไม่ตัดใจจากรักเก่า พัวพันกับขุนพลมู่ แม้แต่งงานแล้วก็ยังตามติดอีกฝ่ายไม่เลิกราจนน่ารำคาญ สร้างความปั่นป่วนที่กำแพงรอบนอกแม้ความจริงจะไม่ถึงขั้นนั้น แต่สำหรับบุรุษอย่างหูจื่อหาง เรื่องพวกนี้ก็เพียงพอให้เขาเสียหน้าแล้ว“สารเลว!” เสียงตวาดดังขึ้นพร้อมแรงถีบหนักเข้าที่เอวหลิวซิ่นอี้ร้องเสียงหลง ร่างบางล้มคว่ำไปกับพื้น เขาไม่ปรานีนาง ไม่มองว่านางเป็นภรรยา กระทำการรุนแรงราวกับนางไม่ต่างจากเดรัจฉานหูจื่อหางยืนมองนางด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม ชายหนุ่มกำลังมีโทสะ ต่างจากตอนก่อนแต่งงานโดยสิ้นเชิง ครั้งนั้นเขาเอาอกเอาใจ พูดจาหวานหู ซื้ออัญมณีล้ำค่าให้นางไม่ขาด ราวกับนางคือสตรีสูงส่งที่สุดในใต้หล้

  • หนึ่งจอกสุรา เปลี่ยนนางเป็นฮูหยินสกุลมู่!   ตอนพิเศษ (8)

    เหอพ่านพ่านน้ำตารินไหล นางผิดอะไร ผิดที่รักเขาเช่นนั้นหรือ นึกย้อนไปถึงชายที่เป็นคู่หมั้นของนาง ความจริงเขาแสนดีมาก ทำไมนางถึงไม่เห็นค่าเขา แล้วคว้าตัวอะไรไม่รู้มาเป็นสามีถ้าตอนนั้นหากนางไม่เลือกตู้กวนหยาง ชีวิตนางเองก็ยังคงดีพร้อม ไม่เสื่อมเสีย ไม่เป็นได้เพียงฮูหยินรองที่ไม่มีใครเห็นค่าคนที่ผิดไม่ใช่นาง เป็นเขาต่างหาก!มือบางกำแน่น ก่อนที่เหอพ่านพ่านจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ในคืนวิวาห์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความมงคล ตู้กวนหยางกำลังเข้าหอกับฮูหยินเอกของเขา บทรักบนเตียงกำลังเร่าร้อน แต่ไม่นานก็รู้สึกว่าร้อนผิดปกติ จนเมื่อมองไปรอบกาย เห็นว่าที่เขาร้อนมาก เป็นเพราะว่าไฟไหม้!ตู้กวนหยางพยายามหาทางหนีเอาตัวรอด แต่ที่ทางออกกลับถูกปิดตาย กว่าคนนอกจะรู้ตัวว่าเกิดเหตุไฟไหม้ บ่าวสาวก็สำลักควันตายในกองเพลิง ขณะเดียวกันที่เรือนหลังของฮูหยินรอง เหอพ่านพ่านตัดสินใจจบชีวิตลง หากว่าชาติหน้ามีจริง ขอให้นางได้มีโอกาสเลือกอีกครั้งนางจะไม่หักหลังเพื่อนอย่างหนิงหมิงเยว่ไม่หักหลังคู่หมั้นที่แสนดีและทำให้ครอบครัวต้องผิดหวังและจะไม่

  • หนึ่งจอกสุรา เปลี่ยนนางเป็นฮูหยินสกุลมู่!   ตอนพิเศษ (7)

    จีอันฉีเคยคิดว่าเมื่อโตขึ้นนางจะได้แต่งงานเป็นเจ้าสาวของเหลียงคัง ตอนเด็กพวกนางเป็นเพียงชาวบ้านที่มีชีวิตเรียบง่าย แต่พอเติบโตในขณะที่นางได้เป็นบุตรสาวของนายกอง เขากลายเป็นแม่ทัพที่มีชื่อเสียง ทั้งหมดเป็นเพราะการระบาดของโรคและพวกซากศพแม้จะมีเรื่องมากมาย แต่ความคิดของนางก็ไม่เปลี่ยนไปเลย นางยังอยากแต่งงานกับเขา พี่ชายผู้นั้นแต่วันเวลาผันผ่านกระทั่งนางปักปิ่น ก็ไม่มีแม่สื่อสักคนมาที่จวนนาง เหลียงคังเองก็ไม่พูดจา นับวันยิ่งมีสตรีมากมายหมายปองเขา จีอันฉียิ่งร้อนรน และคนที่ทำให้นางร้อนรนที่สุดก็คือหญิงที่มาจากตะวันออก หนิงหมิงเยว่จีอันฉีเข้าไปหาเรื่องอีกฝ่ายอย่างถือดี ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางหาเรื่องสตรีที่กล้าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเหลียงคังแต่หนิงหมิงเยว่เป็นคนแรกที่สอนบทเรียนนางการทำอะไรไม่รู้จักคิด ไม่รู้จักประมาณตน จะต้องเตรียมใจยอมรับผลกระทบที่จะตามมา นางถูกลงโทษอย่างรุนแรง บิดาก็ถูกเพ่งเล็ง ชาวกำแพงใต้ล้วนวิพากษ์วิจารณ์ สร้างความอับอายให้ตระกูลจีเป็นอย่างมาก นางได้รับสายตาที่ผิดหวังจากคนในครอบครัว แต่ที่มากที่สุดคือการห้ามไม่ให้นางไปเหยียบท

  • หนึ่งจอกสุรา เปลี่ยนนางเป็นฮูหยินสกุลมู่!   ตอนพิเศษ (6)

    ขุนพลหญิงรู้สึกเหมือนมีไฟลุกขึ้นมากลางอกทันที ควันแทบออกหูจริง ๆ เหล่าทหารทั้งหมดเห็นเช่นนั้นก็เริ่มหน้าซีด“แย่แล้ว” ใครบางคนพึมพำเสียงสั่นเพราะรู้ดี ขุนพลหนิงยามปกติก็น่ากลัวอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงยามที่มีโทสะ นี่น่ากลัวกว่าตอนที่ออกรบ ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะโดนหางเลขไปด้วย หลายคนลอบกลืนน้ำลายแต่คณิกาสาวยังไม่รู้สถานการณ์ จึงเอ่ยขึ้นอ่อนหวาน“พวกท่านเหตุใดจึงไม่ดื่มล่ะเจ้าคะ หรือต้องให้ข้าน้อยป้อน...”“ออกไป”กึกเสียงของหนิงหมิงเยว่เย็นชาจนหญิงสาวสะดุ้ง นางตัวสั่น ก่อนรีบถอยห่างราวกับกำลังเอาชีวิตรอด ส่วนเหล่าทหารไม่รู้ว่าใครเริ่มก่อน แต่เพียงพริบตาเดียว ทั้งห้องก็วุ่นวายทันที ขนาดรองแม่ทัพยังไม่อยู่“ข้านึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้ต้องเข้ายาม!”“ข้าด้วย!”“โอ๊ย! สุราหมดแล้ว!”“ข้ากลับล่ะ”ทุกคนพากันเผ่นหนีราวกับสนามรบแตก ที่วิ่งเร็วที่สุดเห็นจะเป็นอู๋เฉาหยุนกับเย่ชิงเหวิน เพราะรู้ดียามที่หนิงหมิงเยว่ลงมือ นางไร้ปรานีภายในเวลาไม่กี่อึดใจ ห้องใหญ่ที่เคยครึกครื้นก็เหลือเพียงสองสามีภร

  • หนึ่งจอกสุรา เปลี่ยนนางเป็นฮูหยินสกุลมู่!   ตอนพิเศษ (5)

    ค่ำคืนที่ค่ายบูรพาครึกครื้นเป็นพิเศษ หลังผ่านพ้นโรคระบาดทั้งพวกซากศพก็ไม่ค่อยมารุกรานทำให้กำแพงตะวันออกนั้นค่อนข้างสงบ เหล่าแม่ทัพนายกองจึงพากันจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองขึ้นที่หอสุราใหญ่ริมแม่น้ำ และคนที่ถูกลากตัวมาด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้...ก็คือมู่ไป่หาน“ขุนพลมู่! วันนี้ท่านห้ามกลับก่อนเด็ดขาด!”“ใช่แล้ว! นานทีจะได้ฉลองกัน!”“ดื่มอีกจอก!”เสียงโหวกเหวกดังลั่นทั้งห้อง นายกองแต่ละคนหน้าแดงก่ำ ที่สนุกสนานที่สุดจะเป็นผู้ใดได้หากไม่ใช่สหายเจ้าสำราญทั้งสองของมู่ไป่หานอย่างอู๋เฉาหยุนกับเย่ชิงเหวิน เย่ชิงเหวินน่ะไม่เท่าไร ยามที่เมาไม่ค่อยมีปากมีเสียง ไม่เหมือนอู๋เฉาหยุน ที่ร้องรำทำเพลงราวกับตนเองไม่ใช่ทหารกล้ามู่ไป่หานขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ใช่คนชอบงานสังสรรค์นัก แต่เพราะช่วงนี้ทุกคนเหน็ดเหนื่อยมานาน จึงไม่อยากขัดบรรยากาศ อีกทั้งจะสลัดอู๋เฉาหยุนทิ้งก็ไม่ง่ายเลยชายหนุ่มจึงได้แต่นั่งนิ่ง ๆ ปล่อยให้คนอื่นกรอกสุราใส่มือ“พอแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบหลังดื่มไปหลายจอก“ข้าต้องรีบกลับจวน”รองแม่ทัพคนหนึ่งหัวเราะเสียงดัง“กลับไปหาฮูหยิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status