ログイン“...หรา” สองหนุ่มประสานเสียงแข่งกับเสียงเพลง ซึ่งเป็นแบบนี้ทุกทีเวลาเธอมาเที่ยวด้วย
“เออ คอยดูได้เลย” พร้อมกับรับแก้วเครื่องดื่มมาถือไว้
“ดาไปเต้นกันไหม” เพื่อนผู้หญิงในห้องที่อยู่อีกกลุ่มเข้ามาชวน
“รอกรึ่มก่อนได้ไหมล่ะ เหล้ายังไม่เข้าปากก็ชวนไปเต้นเลย”
“เออ ๆ เดี๋ยวกูไปเต้นก่อนงั้น”
หญิงสาวพยักหน้า จะบอกว่าตัวเองเป็นคนชอบดื่มนะ แต่คออ่อน กินไปสักพักจะเริ่มเมา พอดื่มไปสองแก้ว ก็รู้ว่าตัวเองเริ่มได้ที่แล้วถึงออกไปเต้นกลางฟลอร์เรียกเหงื่อที่นักดื่มชายหญิงเต้นแออัดกันอยู่ตรงนั้นเต็มไปหมด ขณะที่เต้น ๆ อยู่นั้นก็รู้สึกว่ากำลังโดนลวนลาม หันไปก็เห็นเป็นไอ้เก้าที่เมาไม่ได้สติแล้วมาโอบไหล่ เกือบสะบัดแล้วไหมล่ะ ถ้าไม่ได้ยินเสียงมันพูด ด้วยคิดว่าเป็นคนอื่นมากอด
“เมายังดา” โน้มหน้ามาถามแล้วเปลี่ยนเป็นโอบเอว ทั้งยังก้มมาเกือบชิดหน้าเธอ ถ้าใครมองจะเห็นเป็นทั้งคู่กำลังจูบกันอยู่
“ยัง กลับโต๊ะกันเถอะ”
ไม่มีใครบอกศัตรูที่เป็นผู้ชายและไม่ใช่เพื่อนสนิทว่าเมาหรอก มันจะเปิดโอกาสให้คนพวกนี้ได้ทำเรื่องทราม ๆ หากตอบอะไรที่สิ้นคิดออกไป เห็นท่าไม่ดีเลยชวนกลับโต๊ะ ระหว่างที่เดินกลับคนที่ออกมาเต้นก็เยอะเลยเดินเบียดกันไปมา แก้วเหล้าในมือที่ถือไว้หกใส่เสื้อของผู้ชายคนหนึ่งเข้า เขาเลยโวยวายเสียงดัง
“เฮ้ย อะไรวะ”
“ขอโทษค่ะพี่” รีบขอโทษแต่ยังไม่มองหน้า พอเงยหน้าเท่านั้นแหละ...ผู้ชายอะไรวะ หล่อระเบิด จนวัวตายควายล้ม คิ้วเข้ม ปากหยักได้รูป ผิวขาว หน้าตี๋ แค่มองในมุมมืดยังเห็นว่าหล่อขนาดนี้ หากเห็นตอนกลางวันจะหล่อขนาดไหน พอได้ยินประโยคที่เขาเอ่ยออกมาก็อยากจะกลับคำแล้วสิ
“เดินยังไงของมึงวะ ไม่เห็นหรือไงว่ามีคนยืนอยู่น่ะ” พร้อมกับทำหน้าทำตาหาเรื่องเต็มที่
หน้าตาดี ใช่ว่านิสัยจะดีเหมือนหน้าตานะบางที
“ขอโทษแล้วจะเอายังไง คนมันเยอะไม่เห็นเหรอ”
ใครมาปากเสียแบบนี้ใส่ บอกเลย...ยาว คำขอโทษก็พูดแล้วยังไม่พอใจอีกหรือไง ผู้ชายก็ผู้ชายเถอะ ไม่ยอมเหมือนกัน
“ขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะพี่ มันคงไม่ได้ตั้งใจ” เก้ารีบเข้ามาบังหญิงสาวไว้ กลัวจะมีเรื่องกันพร้อมกับจับมือบางให้เดินออกจากตรงนั้น “ไปเถอะดา อย่ามีเรื่องเลย”
“คราวหลังดูแลเมียมึงดี ๆ หน่อย ไม่ใช่ปล่อยให้มาเดินชนคนอื่นเขาแบบนี้”
ไอ้ผู้ชายปากเสียยังไม่จบอีกนะ
“เป็นไรมากปะ ขอโทษไปแล้วไง จะเอายังไงอีก”
“พอเถอะดา” เก้าดึงมือเพื่อนให้เดินตามตนออกมาจากบริเวณนั้น แต่ผู้ชายคนนั้นเดินหน้านิ่งมาขวางไว้พลางใช้นิ้วชี้จิ้มหน้าผากมน ซึ่งเขาสูงกว่าเธอเกือบยี่สิบเซนติเมตร เธอสูงแค่ไหล่เขาเอง คาดคะเนด้วยสายตาแล้วเขาน่าจะสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรด้วยซ้ำ
“เก๋าเหรอมึงอะ”
ปาลิดาปัดมือผู้ชายคนนั้นออกแล้วพูด “เก๋าไม่เก๋าจะลองดูไหมล่ะ”
เธอก็ใช่ย่อยที่ไหน ใครมาหาเรื่องก็พร้อมบวกทุกที นิสัยนี้แก้ไม่หายเสียด้วย
“ชื่อดาเหรอเรา”
อ้าว เปลี่ยนเรื่องเฉยเลย ปวดหัวกับคนแบบนี้จริง ๆ ปากหาเรื่อง แต่ใจจริงสนใจผู้หญิงสวย เหอะ! สงสัยจะเมา มองตาเยิ้มเชียว
“ใช่! ทำไม! อยากมีเรื่องเหรอ”
เก้าที่กลัวจะมีเรื่องมากไปกว่านี้ก็ดึงมือเล็กให้เดินตาม แต่ไอ้ผู้ชายคนนั้นดึงแขนไว้อีกข้างหนึ่ง พอหันหน้าไปมอง กำลังจะเอ่ยปากถาม...เขาก็จับหน้าเธอล็อกไว้แล้วจู่โจมปล้นจูบไปอย่างหน้าด้าน ๆ ต่อหน้าผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นนับสิบ ๆ คน จนคนถูกกระทำได้แต่ยืนตกใจ ตัวแข็งตาค้าง
นะ นั่นมัน...เป็นจูบแรกเธอ กล้าดียังไง!! ถึงทำทุเรศ ๆ แบบนี้
“ไอ้สัสเอ๊ย ทำเพื่อนกูอย่างนี้ได้ไงวะ” เก้าทนไม่ไหว ผลักผู้ชายคนนั้นออก ก่อนซัดหมัดหนัก ๆ ใส่หน้าชายหนุ่มที่ลวนลามเพื่อนตนไปทีหนึ่ง เป็นเหตุให้ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นต้องถอยห่าง ด้วยกลัวจะโดนลูกหลง ดีที่ว่าตรงนี้เป็นมุมสลัว ๆ เลยไม่ค่อยเป็นจุดสนใจของการ์ดเท่าไหร่ ไม่อย่างนั้นก็ไม่อยากจะนึกภาพเหมือนกันว่าทุกอย่างจะจบลงยังไง
“ปากหวานเหมือนกันนี่หว่า” คนที่ถูกต่อยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พร้อมกับใช้มือเช็ดเลือดตรงมุมปาก ไม่ได้มีอาการสลดที่ทำกับหญิงสาวแบบไม่ให้เกียรติเช่นนั้นเลย ยิ่งทำให้ผู้ถูกกระทำกำหมัดแน่นด้วยอยากซัดหน้าผู้ชายคนนี้เป็นที่สุด
“ไม่ค่ะ อิ่มแล้ว”“งั้นกลับห้องกัน”“อ้าว พี่ ๆ ล่ะคะ ไม่รอก่อนเหรอ” คือตอนนั้นแยกกันเดิน ไม่ได้เดินด้วยกัน ทำให้ไม่เห็นพวกพี่ ๆ เขาก็ถามสิ“มันกลับไปกันแล้วมั้ง”“เหรอ กลับก็กลับ”เข้าห้องมาได้ พลกฤตไม่รอช้าที่จะดันร่างบางไปบนที่นอนขนาดคิงไซซ์ เริ่มต้นเล้าโลมหญิงสาวอย่างชำนิชำนาญจนอ่อนระทวยใต้ร่างหนา ชายหนุ่มไม่รีรอที่จะบุกตีป้อมตามความปรารถนาของตัวเอง ทำให้อีกฝ่ายพ่ายแพ้อย่างจำนนผ่านศึกรักอันใหญ่หลวงและหนักหน่วง ปาลิดาก็หลับไม่รู้เรื่อง มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนชายหนุ่มปลุก ซึ่งก็เป็นเวลาที่สายมากแล้ว เลยพากันอาบน้ำแต่งตัวออกมาหาธนเทพและณัฐกานต์ที่เพิ่งจะออกมาพร้อมกันก่อนตะเวนหาของกินและเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ กว่าจะกลับก็บ่ายคล้อย สาว ๆ เลยชวนกันไปเปลี่ยนชุด ปาลิดาเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดสีขาวกางเกงขาสั้นสีเดียวกัน ส่วนพี่ ๆ คนอื่นยังไม่ออกมาเลยว่าจะออกไปหาสามีที่กำลังนั่งดื่มกับอีกสองหนุ่ม“ว้าว ๆ น้องดา ทำไมไม่ใส่ชุดว่ายน้ำมาล่ะครับ” ณัฐกานต์แซวเป็นคนแรก“หรือว่า...กลัวไอ้พลว่าเอาครับ” ...ตามด้วยธนเทพที่ออกปากว่าเพื่อน“ไม่ใช่หรอกค่ะ พอดีดารอพี่ทิพย์พี่หยาดมาก่อน”“พวกมึงจะอะไรกับเมียกูนักห
“พี่พล!” เสียงหวานหวีดร้อง“ลองดู นะ”“ดาทำไม่เป็น ทำยังไง”“ก็ทำอย่างที่พี่เคยทำไงล่ะ”“อือ ๆ”พอได้เป็นคนคุมเกมหญิงสาวก็เริ่มไซร้คอ ขบติ่งหูเขาเบา ๆ จนชายหนุ่มเริ่มหายใจเร็วขึ้น พร้อมกับปล่อยเสียงครางออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ทว่ามีเสียงเรียกเข้าจากมือถือของเขาก็ไม่ยอมรับ ปล่อยให้สัญญาณตัดไปถึงคว้ามาปิดเครื่อง“อื้อ ซีดด อ่าห์”มือบางไม่ได้ปล่อยให้เว้นว่างยื่นไปคว้าท่อนเนื้อชักขึ้นชักลง แล้วเลื่อนริมฝีปากขบเม้มไปตามร่างกายจนมาหยุดอยู่ที่ลำกายแกร่งที่ประกาศศักดาว่าพร้อมรบเลยใช้ปากดูดกลืนท่อนเนื้อเข้าไปจนสุด ค่อย ๆ ใช้ปลายลิ้นปาดเลียจนชายหนุ่มเกร็งตัว เมื่อเขาจะไปเยือนจุดหมายปลายทาง อยู่ ๆ หญิงสาวก็หยุดทำให้อารมณ์เขาชะงักไปด้วย“ซี๊ด อ่า หยุดทำไม”“แหม ใจเย็น ๆ สิคะคุณสามี”ปาลิดาไม่ปล่อยให้อารมณ์สามีค้างนานก็จับท่อนเนื้อจ่อปากทางรักแล้วกดตัวลงมาช้า ๆ จนสุด ขย่มเบา ๆ ให้รู้จังหวะ จากนั้นหญิงสาวก็ขยับเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เสียงครางเปล่งประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ยิ่งใกล้จะถึงฟากฝั่งยิ่งทำให้หญิงสาวร่อนสะโพกเร็วขึ้น ๆ เป็นชายหนุ่มเองที่ทนไม่ไหวเลยพลิกร่างบอบบางให้ลงไปอยู่ใต้ร่าง แล้วเขาเป็นคน
“ดานอนยัง” พลกฤตที่ทนอึดอัดไม่ไหวเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความมืด ดีที่ว่ายังมีแสงไฟลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาบ้างเล็กน้อย พอให้ได้เห็นว่าอีกฝ่าย นอนลืมตาอยู่“ยัง มีไรเหรอ” ใครจะไปหลับลง ในเมื่อมีผู้ชายที่ไม่รู้จัก ไม่ได้สนิทมานอนอยู่ข้าง ๆ“เรียนอยู่มอ R เหรอ”เดี๋ยวนะ เขารู้ได้ยังไงอะ“งงดิว่ารู้ได้ยังไง ดูบัตรนักศึกษาในกระเป๋าของมึงไง” แสนรู้!! เดาถูกด้วย ว่ากูคิดอะไร“รู้ขนาดนี้แล้วจะถามทำไมล่ะ”“อยากรู้จากปากว่าคิดยังไงถึงเรียนวิศวะเครื่องยนต์” “ความชอบ ถ้าไม่ชอบจะเรียนทำไมล่ะ ถามโง่ ๆ นะ” เธอจะหลับอยู่แล้ว เขายังจะชวนคุยอีก แล้วจะได้นอนไหมเนี่ย“ก็จริงของมึง กูชื่อพล เรียนจบมาจะสองปีแล้ว เรียนมอเดียวกับมึงแหละ ตอนนี้ทำงานกับพ่อ และยังอายุเยอะกว่า มึงควรจะเรียกกูว่าพี่นะถึงจะน่าฟังหน่อย”เขาเล่าต่ออีกว่าที่บ้านเป็นช่างรับเหมาเดินสายไฟฟ้าในโรงงาน มีชื่อว่า “Energize Electrical Solutions” ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการติดตั้งระบบไฟฟ้าและโครงการเดินสายไฟ ถ้าเขาเรียนที่นี่จริง ทำไมเธอไม่เคยเจอเขาเลยวะ เป็นคำถามที่อยากถามแต่ไม่กล้าถาม“พอดีมีพี่ชายคนเดียวว่ะ”ป๊อก! “โอ๊ย”เสียงร้องโอดโอยของหญิงสาวเ
“พอดีฉันหิวน้ำเลยจะลุกไปหาน้ำกินน่ะ” คนตัวเล็กที่ยังลุกไม่ขึ้นอ้อมแอ้มตอบ“ลุกไหวไหม หิวหรือเปล่า” เขาถามอย่างห่วงใยจากใจจริง จนเธอสัมผัสได้ หากก็สะบัดหน้าไล่ความคิดตรงนั้นออกไป“ไม่!!” หากท้องเจ้ากรรมดันส่งเสียงร้องตรงกันข้ามกับที่เธอพูดเสียได้ฮึ่ม!! ร้องถูกเวลาเสียด้วย อายเขาไหมเนี่ย“หึ ไหนว่าไม่หิวไง” พลกฤตว่าอย่างไม่ใส่ใจ พลางพยุงร่างบอบบางมานั่งโซฟา“เมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน”“โห ร้องกลับบ้านเป็นเด็กเล็กเลย”“พี่พล!! พี่ไม่เข้าใจดาเลยว่ะ” อยู่ ๆ ก็ร้องไห้ออกมา คือมันเครียดไปหมด คิดสะระตะว่ายังทำยังไงถึงจะออกไปจากตรงนี้ได้“โอ๋ ๆ สงสัยโมโหหิว เลยร้องอยากกินเป็นเด็ก งั้นกินหน่อยนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปส่ง”ได้ยินคำว่าไปส่ง ถึงต้องเงยหน้ามองอย่างไม่เชื่อหู แม้จะมีประโยคที่ไม่เข้าหูก็เถอะ“จริงนะ” เห็นชายหนุ่มพยักหน้า รีบเร่งให้เขาส่งขนมและนมที่ซื้อมาให้ “เอามาดิ”“ก็แค่นี้ ไม่เห็นต้องทำอะไรให้ยุ่งยาก” เธอไม่ได้ตอบโต้อะไรเขา นั่งกินเงียบ ๆ จนหมด ซึ่งพลกฤตนั่งมองภาพนั้นแล้วยิ้ม จะว่าไปหญิงสาวก็น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย“ยิ้มทำไม” ปาลิดาที่รู้สึกว่าถูกมอง หันไปถามคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หากเขาก
“ไม่! ไม่กลัว ยังไงกลับบ้านไปก็ปลอดภัยกว่าอยู่กับมึง ให้กูกลับบ้านเถอะนะ ขอล่ะ หรือปล่อยกูไปไม่ต้องมายุ่ง มาเจอกันอีก นะ...ขอร้องล่ะ” หญิงสาวเข่าอ่อนนั่งทรุดลงกับพื้น เพราะใจตอนนี้อยากอยู่คนเดียว ไม่อยากให้ใครกวน แต่เขาก็ไม่ฟังคำที่เธอร้องขอเลย“เอ่อ ขอโทษครับ ผู้โดยสารจะไปไหมครับ” “ไม่ไปครับ พอดีเมียผมโกรธที่ผมไม่พาออกไปข้างนอกเลยจะไปเอง ขอโทษด้วยครับ” พร้อมกับยื่นค่าเสียเวลาให้ พอรถแท็กซี่ออกไป ปาลิดาร้องไห้หนักกว่าเดิม ความหวังของเธอที่จะได้กลับบ้านหมดลงแล้ว“ลุกขึ้นดา! กูบอกให้ลุก” เขาไม่พูดเปล่า ยังดึงแขนให้เธอลุกขึ้นอีก ซึ่งตอนนี้เธอรู้สึกเจ็บแขนมากทีเดียว คงจะเป็นรอยแดงแน่ ๆหญิงสาวเอาแต่นั่งนิ่ง ๆ ไม่ลุกตามคำสั่งเผด็จการจากคนตัวโต“ไม่ลุกใช่ไหม ได้! อย่าหาว่ากูไม่เตือนนะ”“อ๊าย ปล่อยนะ ไอ้บ้า ปล่อยเดี๋ยวนี้”เสียงหวานร้องตกใจ เพราะเขาแบกเธอพาดบ่า โดยมียามรักษาความปลอดภัยมองตาปริบ ๆ ไม่กล้าเข้ามาช่วย ก่อนเดินตรงมาที่รถแล้วจับร่างบอบบางยัดเข้าไปข้างใน รีบวิ่งมาฝั่งคนขับแล้วขับรถออกไปเลย“จะพากูไปไหน”“กินข้าว”นิ่งเงียบมาตลอดทาง เขาก็ชะลอรถริมถนนที่เป็นร้านอาหารข้างทางอย่างข้าว
เสียงสั่นเตือนจากมือถือของคนที่ตนนอนกอดเป็นเหตุให้เขารู้สึกตัว ชะเง้อคอมองเห็นว่าหญิงสาวยังหลับอยู่เลยไม่อยากรบกวน จึงปล่อยให้มือถือเครื่องบางสั่นอยู่อย่างนั้นจนเธอต้องเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เขาเลยแกล้งหลับเพื่อดูว่าเธอจะทำยังไง “ฮัลโหล ว่าไงเชน” ปาลิดาพูดเบาคล้ายกระซิบ ด้วยกลัวว่าจะทำให้คนที่นอนอยู่ข้าง ๆ ได้ยิน(มึงอยู่ไหนวะดา ทำอะไร แล้วตอนนี้อยู่กับใคร) ทันทีที่ได้ยินเสียง ราเชนทร์รัวคำถามชนิดที่ว่าใครก็ฟังไม่ทัน“อะไรของมึงเนี่ย กูอยู่บ้านพี่ภาค” กูขอโทษนะเชนที่ต้องโกหก ตอนนี้กูโคตรเสียใจเลยว่ะ(บ้านพี่มึงอะนะ) ปลายสายถามเสียงสูงไม่เชื่อ “เออ”(แล้วกูโทรหาทำไมไม่รับ) “กูเข้าห้องน้ำอยู่มั้ง...ตอนนั้นน่ะ”(เออ แล้วมึงก็ไม่โทรกลับด้วย กูกับไอ้ธีก็เป็นห่วงไปเถอะ คืนก่อนมึงออกไปตอนไหนวะ ทำไมกูไม่เห็น)“เข้าห้องน้ำเสร็จกูก็ออกมาเลยนะ ออกหลังร้านอะ ข้างหน้าคนเยอะไม่อยากเบียด แต่กูเดินออกไปไม่เห็นมึง กูเลยขึ้นแท็กซี่กลับ ถึงบ้านก็หลับเลย” ใครว่าล่ะ เช้ามากูก็ตื่นมาในห้องของใครก็ไม่รู้(เอ้า กูรออยู่รถตรงที่เราจอด ทำไมมึงไม่มาหากูวะ จะโทรบอกกันสักนิดก็ไม่มี ให้กูรอไปเถอะ)“กูข







