Mag-log inใกล้เวลานัด ปาลิดาก็เช็กความเรียบร้อยหน้ากระจกอีกรอบ รู้สึกพอใจแล้วถึงเดินลงมาจากห้องนอนที่อยู่ชั้นสอง เพื่อนั่งรอราเชนทร์มารับ ซึ่งก็พอดีที่ได้ยินเสียงรถมาจอดหน้าประตูรั้วบ้าน แต่ก่อนที่จะได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น ราเชนทร์ก็บีบแตรเสียงดังสนั่นลั่นซอยบ้าน ดีที่ชาวบ้านแถวนี้ไม่เอามีดปันตอขว้างใส่หัวมัน ข้อหาทำอะไรไม่เกรงใจ หญิงสาวในชุดเดรสสั้นสายเดี่ยวสปาเกตตีสีครีม เอวจับจีบ แต่งผ้าระบายด้านข้าง แต่งหน้าอ่อน ๆ เดินสง่าบนรองเท้าส้นสูงสามนิ้วสีดำที่เข้ากับกระเป๋าสะพายข้างสีดำ ก้าวขาขึ้นรถเก๋งคันโก้ที่จอดรออยู่ก่อนแล้ว
“ช้าตลอด” ขึ้นรถได้ไอ้ธีที่นั่งข้างคนขับก็แซะเลย
“ต้องดูความเรียบร้อยก่อนไหมวะ เผื่อมีผู้ชายหลงมาจีบ”
“ไอ้คนนั้นคงเมาจนไม่ได้สติแน่ ๆ”
“ไอ้ธี! มึงนะมึง เอาอะไรมองวะว่ากูไม่สวย”
“ทุกตรงน่ะแหละ!” ไอ้เพื่อนสองตัวพูดพร้อมกัน วันนี้มันมาในลุคแบดบอยกันทั้งคู่ ราเชนทร์มาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีเทา กางเกงยีนสีดำขาดเข่า ส่วน ธีภพอยู่ในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีขาว กางเกงยีนแบรนด์ดัง
“จำไว้เลยนะพวกมึงอะ” หญิงสาวทำหน้าบึ้ง ไม่พอใจที่ถูกสองหนุ่มรุมว่า
“แล้วนี่แต่งอะไรมาวะ เหมือนหลุดออกมาจากสวนสัตว์เลย” ธีภพหันมามองแล้วเอ่ยปากถาม หลังไล่สายตามองเพื่อนสาวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า
“สวยใช่ไหมล่ะ”
“เหอะ!” สองหนุ่มว่าขึ้นพร้อมกัน
“แรดมากกว่ากูว่า”
“ไอ้ธี! ไอ้บ้า ไอ้ปากหมา ไอ้ปากไม่มีหูรูด พูดแบบนี้ได้ยังไง มึงไม่ให้เกียรติชุดกูเลย”
ได้ยินปาลิดาด่าว่าแบบนี้ สองหนุ่มยิ่งได้ใจหัวเราะกันยกใหญ่ ออกจะชอบด้วยซ้ำที่เห็นหญิงสาวหัวเสีย
“ทำไมหนุ่ม ๆ กลุ่มนี้ไม่น่ารักเลยนะ เราเห็นรุมแกล้งดาตลอดเลย” เสียงหวานหูที่อยู่ข้าง ๆ เป็นผลให้ปาลิดาหันไปมองอย่างตกใจ
“นกไปด้วยเหรอ”
“ไปสิ” โชติกาบอก หญิงสาวเป็นแฟนสาวของธีภพ เห็นว่าคบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว
“ทำยังไงได้ล่ะครับที่รัก ในเมื่อไอ้ดามันน่าแกล้งนิ”
“สองคนนี้ใจร้ายมากเลย ไม่รู้ดาคบไปได้ยังไง ถ้าเรามีเพื่อนปากแบบนี้เลยคบไปแล้ว”
“นั่นสิ สงสัยตอนนั้นเราตาบอดมั้งที่เห็นพวกมันเป็นคนดี” หญิงสาวลอยหน้าลอยตาว่า หากหูก็ดีอีกเช่นกัน เมื่อได้ยินสิ่งที่ราเชนทร์พูด
“ฝากไว้ก่อนเถอะ”
เถียงกันอย่างหอมปากหอมคอ ราเชนทร์ก็ออกรถตรงไปสถานที่บันเทิงที่เพื่อน ๆ นัดไว้ มาถึงก็เกือบสี่ทุ่มแล้ว แค่เปิดประตูลงจากรถก็ได้ยินเสียงเพลงเล็ดลอดออกมาถึงข้างนอก ทำให้พอจะรู้ได้ไม่ยากว่าข้างในคงสนุกกันน่าดู จากนั้นสองหนุ่ม สองสาวก็ไม่รอช้ารีบชวนกันเข้าไปด้านใน เพื่อดื่มด่ำบรรยากาศการผ่อนคลายเหมือนกับคนอื่น ๆ ในร้าน หากวันนี้เป็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ จึงมีนักดื่มนักเที่ยวมากกว่าปกติ กว่าจะแทรกตัวพาตัวเองเดินเข้าไปถึงกลุ่มเพื่อนที่นั่งรออยู่ในโซนวีไอพีก็ทำเอาเสียเวลาไปพักหนึ่ง
“มาแล้วเหรอ มา ๆ นั่งเลยพวกมึง เดี๋ยวกูชงให้” เพื่อนในห้องชื่อกล้วยว่า พลางตบที่ว่างให้เธอสามคนนั่ง โดยที่ราเชนทร์นั่งข้างกล้วยต่อด้วยเธอที่นั่งตรงกลางระหว่างสองหนุ่ม ส่วนโชติกานั้นแยกไปนั่งกับเพื่อน ๆ อีกโต๊ะแล้ว
“ไม่ต้องเข้มมากนะมึง เผื่อกูกับไอ้ธีได้แบกอีผู้หญิงขี้เมากลับ” ราเชนทร์บอกคนชง
“ได้ไงมึง จบทั้งที ต้องเอาให้เต็มที่สิวะ” เพื่อนอีกคนว่า
“ไม่เป็นไรมึง กูไม่เมาหัวทิ่มหรอก”
“ไม่ค่ะ อิ่มแล้ว”“งั้นกลับห้องกัน”“อ้าว พี่ ๆ ล่ะคะ ไม่รอก่อนเหรอ” คือตอนนั้นแยกกันเดิน ไม่ได้เดินด้วยกัน ทำให้ไม่เห็นพวกพี่ ๆ เขาก็ถามสิ“มันกลับไปกันแล้วมั้ง”“เหรอ กลับก็กลับ”เข้าห้องมาได้ พลกฤตไม่รอช้าที่จะดันร่างบางไปบนที่นอนขนาดคิงไซซ์ เริ่มต้นเล้าโลมหญิงสาวอย่างชำนิชำนาญจนอ่อนระทวยใต้ร่างหนา ชายหนุ่มไม่รีรอที่จะบุกตีป้อมตามความปรารถนาของตัวเอง ทำให้อีกฝ่ายพ่ายแพ้อย่างจำนนผ่านศึกรักอันใหญ่หลวงและหนักหน่วง ปาลิดาก็หลับไม่รู้เรื่อง มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนชายหนุ่มปลุก ซึ่งก็เป็นเวลาที่สายมากแล้ว เลยพากันอาบน้ำแต่งตัวออกมาหาธนเทพและณัฐกานต์ที่เพิ่งจะออกมาพร้อมกันก่อนตะเวนหาของกินและเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ กว่าจะกลับก็บ่ายคล้อย สาว ๆ เลยชวนกันไปเปลี่ยนชุด ปาลิดาเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดสีขาวกางเกงขาสั้นสีเดียวกัน ส่วนพี่ ๆ คนอื่นยังไม่ออกมาเลยว่าจะออกไปหาสามีที่กำลังนั่งดื่มกับอีกสองหนุ่ม“ว้าว ๆ น้องดา ทำไมไม่ใส่ชุดว่ายน้ำมาล่ะครับ” ณัฐกานต์แซวเป็นคนแรก“หรือว่า...กลัวไอ้พลว่าเอาครับ” ...ตามด้วยธนเทพที่ออกปากว่าเพื่อน“ไม่ใช่หรอกค่ะ พอดีดารอพี่ทิพย์พี่หยาดมาก่อน”“พวกมึงจะอะไรกับเมียกูนักห
“พี่พล!” เสียงหวานหวีดร้อง“ลองดู นะ”“ดาทำไม่เป็น ทำยังไง”“ก็ทำอย่างที่พี่เคยทำไงล่ะ”“อือ ๆ”พอได้เป็นคนคุมเกมหญิงสาวก็เริ่มไซร้คอ ขบติ่งหูเขาเบา ๆ จนชายหนุ่มเริ่มหายใจเร็วขึ้น พร้อมกับปล่อยเสียงครางออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ทว่ามีเสียงเรียกเข้าจากมือถือของเขาก็ไม่ยอมรับ ปล่อยให้สัญญาณตัดไปถึงคว้ามาปิดเครื่อง“อื้อ ซีดด อ่าห์”มือบางไม่ได้ปล่อยให้เว้นว่างยื่นไปคว้าท่อนเนื้อชักขึ้นชักลง แล้วเลื่อนริมฝีปากขบเม้มไปตามร่างกายจนมาหยุดอยู่ที่ลำกายแกร่งที่ประกาศศักดาว่าพร้อมรบเลยใช้ปากดูดกลืนท่อนเนื้อเข้าไปจนสุด ค่อย ๆ ใช้ปลายลิ้นปาดเลียจนชายหนุ่มเกร็งตัว เมื่อเขาจะไปเยือนจุดหมายปลายทาง อยู่ ๆ หญิงสาวก็หยุดทำให้อารมณ์เขาชะงักไปด้วย“ซี๊ด อ่า หยุดทำไม”“แหม ใจเย็น ๆ สิคะคุณสามี”ปาลิดาไม่ปล่อยให้อารมณ์สามีค้างนานก็จับท่อนเนื้อจ่อปากทางรักแล้วกดตัวลงมาช้า ๆ จนสุด ขย่มเบา ๆ ให้รู้จังหวะ จากนั้นหญิงสาวก็ขยับเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เสียงครางเปล่งประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ยิ่งใกล้จะถึงฟากฝั่งยิ่งทำให้หญิงสาวร่อนสะโพกเร็วขึ้น ๆ เป็นชายหนุ่มเองที่ทนไม่ไหวเลยพลิกร่างบอบบางให้ลงไปอยู่ใต้ร่าง แล้วเขาเป็นคน
“ดานอนยัง” พลกฤตที่ทนอึดอัดไม่ไหวเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความมืด ดีที่ว่ายังมีแสงไฟลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาบ้างเล็กน้อย พอให้ได้เห็นว่าอีกฝ่าย นอนลืมตาอยู่“ยัง มีไรเหรอ” ใครจะไปหลับลง ในเมื่อมีผู้ชายที่ไม่รู้จัก ไม่ได้สนิทมานอนอยู่ข้าง ๆ“เรียนอยู่มอ R เหรอ”เดี๋ยวนะ เขารู้ได้ยังไงอะ“งงดิว่ารู้ได้ยังไง ดูบัตรนักศึกษาในกระเป๋าของมึงไง” แสนรู้!! เดาถูกด้วย ว่ากูคิดอะไร“รู้ขนาดนี้แล้วจะถามทำไมล่ะ”“อยากรู้จากปากว่าคิดยังไงถึงเรียนวิศวะเครื่องยนต์” “ความชอบ ถ้าไม่ชอบจะเรียนทำไมล่ะ ถามโง่ ๆ นะ” เธอจะหลับอยู่แล้ว เขายังจะชวนคุยอีก แล้วจะได้นอนไหมเนี่ย“ก็จริงของมึง กูชื่อพล เรียนจบมาจะสองปีแล้ว เรียนมอเดียวกับมึงแหละ ตอนนี้ทำงานกับพ่อ และยังอายุเยอะกว่า มึงควรจะเรียกกูว่าพี่นะถึงจะน่าฟังหน่อย”เขาเล่าต่ออีกว่าที่บ้านเป็นช่างรับเหมาเดินสายไฟฟ้าในโรงงาน มีชื่อว่า “Energize Electrical Solutions” ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการติดตั้งระบบไฟฟ้าและโครงการเดินสายไฟ ถ้าเขาเรียนที่นี่จริง ทำไมเธอไม่เคยเจอเขาเลยวะ เป็นคำถามที่อยากถามแต่ไม่กล้าถาม“พอดีมีพี่ชายคนเดียวว่ะ”ป๊อก! “โอ๊ย”เสียงร้องโอดโอยของหญิงสาวเ
“พอดีฉันหิวน้ำเลยจะลุกไปหาน้ำกินน่ะ” คนตัวเล็กที่ยังลุกไม่ขึ้นอ้อมแอ้มตอบ“ลุกไหวไหม หิวหรือเปล่า” เขาถามอย่างห่วงใยจากใจจริง จนเธอสัมผัสได้ หากก็สะบัดหน้าไล่ความคิดตรงนั้นออกไป“ไม่!!” หากท้องเจ้ากรรมดันส่งเสียงร้องตรงกันข้ามกับที่เธอพูดเสียได้ฮึ่ม!! ร้องถูกเวลาเสียด้วย อายเขาไหมเนี่ย“หึ ไหนว่าไม่หิวไง” พลกฤตว่าอย่างไม่ใส่ใจ พลางพยุงร่างบอบบางมานั่งโซฟา“เมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน”“โห ร้องกลับบ้านเป็นเด็กเล็กเลย”“พี่พล!! พี่ไม่เข้าใจดาเลยว่ะ” อยู่ ๆ ก็ร้องไห้ออกมา คือมันเครียดไปหมด คิดสะระตะว่ายังทำยังไงถึงจะออกไปจากตรงนี้ได้“โอ๋ ๆ สงสัยโมโหหิว เลยร้องอยากกินเป็นเด็ก งั้นกินหน่อยนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปส่ง”ได้ยินคำว่าไปส่ง ถึงต้องเงยหน้ามองอย่างไม่เชื่อหู แม้จะมีประโยคที่ไม่เข้าหูก็เถอะ“จริงนะ” เห็นชายหนุ่มพยักหน้า รีบเร่งให้เขาส่งขนมและนมที่ซื้อมาให้ “เอามาดิ”“ก็แค่นี้ ไม่เห็นต้องทำอะไรให้ยุ่งยาก” เธอไม่ได้ตอบโต้อะไรเขา นั่งกินเงียบ ๆ จนหมด ซึ่งพลกฤตนั่งมองภาพนั้นแล้วยิ้ม จะว่าไปหญิงสาวก็น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย“ยิ้มทำไม” ปาลิดาที่รู้สึกว่าถูกมอง หันไปถามคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หากเขาก
“ไม่! ไม่กลัว ยังไงกลับบ้านไปก็ปลอดภัยกว่าอยู่กับมึง ให้กูกลับบ้านเถอะนะ ขอล่ะ หรือปล่อยกูไปไม่ต้องมายุ่ง มาเจอกันอีก นะ...ขอร้องล่ะ” หญิงสาวเข่าอ่อนนั่งทรุดลงกับพื้น เพราะใจตอนนี้อยากอยู่คนเดียว ไม่อยากให้ใครกวน แต่เขาก็ไม่ฟังคำที่เธอร้องขอเลย“เอ่อ ขอโทษครับ ผู้โดยสารจะไปไหมครับ” “ไม่ไปครับ พอดีเมียผมโกรธที่ผมไม่พาออกไปข้างนอกเลยจะไปเอง ขอโทษด้วยครับ” พร้อมกับยื่นค่าเสียเวลาให้ พอรถแท็กซี่ออกไป ปาลิดาร้องไห้หนักกว่าเดิม ความหวังของเธอที่จะได้กลับบ้านหมดลงแล้ว“ลุกขึ้นดา! กูบอกให้ลุก” เขาไม่พูดเปล่า ยังดึงแขนให้เธอลุกขึ้นอีก ซึ่งตอนนี้เธอรู้สึกเจ็บแขนมากทีเดียว คงจะเป็นรอยแดงแน่ ๆหญิงสาวเอาแต่นั่งนิ่ง ๆ ไม่ลุกตามคำสั่งเผด็จการจากคนตัวโต“ไม่ลุกใช่ไหม ได้! อย่าหาว่ากูไม่เตือนนะ”“อ๊าย ปล่อยนะ ไอ้บ้า ปล่อยเดี๋ยวนี้”เสียงหวานร้องตกใจ เพราะเขาแบกเธอพาดบ่า โดยมียามรักษาความปลอดภัยมองตาปริบ ๆ ไม่กล้าเข้ามาช่วย ก่อนเดินตรงมาที่รถแล้วจับร่างบอบบางยัดเข้าไปข้างใน รีบวิ่งมาฝั่งคนขับแล้วขับรถออกไปเลย“จะพากูไปไหน”“กินข้าว”นิ่งเงียบมาตลอดทาง เขาก็ชะลอรถริมถนนที่เป็นร้านอาหารข้างทางอย่างข้าว
เสียงสั่นเตือนจากมือถือของคนที่ตนนอนกอดเป็นเหตุให้เขารู้สึกตัว ชะเง้อคอมองเห็นว่าหญิงสาวยังหลับอยู่เลยไม่อยากรบกวน จึงปล่อยให้มือถือเครื่องบางสั่นอยู่อย่างนั้นจนเธอต้องเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เขาเลยแกล้งหลับเพื่อดูว่าเธอจะทำยังไง “ฮัลโหล ว่าไงเชน” ปาลิดาพูดเบาคล้ายกระซิบ ด้วยกลัวว่าจะทำให้คนที่นอนอยู่ข้าง ๆ ได้ยิน(มึงอยู่ไหนวะดา ทำอะไร แล้วตอนนี้อยู่กับใคร) ทันทีที่ได้ยินเสียง ราเชนทร์รัวคำถามชนิดที่ว่าใครก็ฟังไม่ทัน“อะไรของมึงเนี่ย กูอยู่บ้านพี่ภาค” กูขอโทษนะเชนที่ต้องโกหก ตอนนี้กูโคตรเสียใจเลยว่ะ(บ้านพี่มึงอะนะ) ปลายสายถามเสียงสูงไม่เชื่อ “เออ”(แล้วกูโทรหาทำไมไม่รับ) “กูเข้าห้องน้ำอยู่มั้ง...ตอนนั้นน่ะ”(เออ แล้วมึงก็ไม่โทรกลับด้วย กูกับไอ้ธีก็เป็นห่วงไปเถอะ คืนก่อนมึงออกไปตอนไหนวะ ทำไมกูไม่เห็น)“เข้าห้องน้ำเสร็จกูก็ออกมาเลยนะ ออกหลังร้านอะ ข้างหน้าคนเยอะไม่อยากเบียด แต่กูเดินออกไปไม่เห็นมึง กูเลยขึ้นแท็กซี่กลับ ถึงบ้านก็หลับเลย” ใครว่าล่ะ เช้ามากูก็ตื่นมาในห้องของใครก็ไม่รู้(เอ้า กูรออยู่รถตรงที่เราจอด ทำไมมึงไม่มาหากูวะ จะโทรบอกกันสักนิดก็ไม่มี ให้กูรอไปเถอะ)“กูข







