เข้าสู่ระบบ“มึงไม่น่าเกิดมาเป็นผู้ชายเลยว่ะ” เก้าชี้หน้าผู้ชายคนนั้นที่กล้ามาทำเพื่อนตน
“พอเถอะเก้า กูไม่อยากลดตัวไปคุยกับคนแบบนี้หรอก” ปาลิดาเก็บความเสียใจไว้ในอก แล้วเดินเบียดผู้คนกลับไปยังโต๊ะอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้หันหลังไปมองชายผู้ชายแม้แต่น้อย
“เฮ้ย ดา มึงเป็นอะไรไร ร้องไห้ทำไม”
“ใครทำมึงวะ”
“มึงเป็นไร บอกกูเดี๋ยวกูจัดการให้”
และคำถามอีกมากมาย เมื่อเห็นเธอเดินกลับมาสภาพใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา ทุกคนก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงปนสงสัย หากก็ไม่ได้ตอบ
ราเชนทร์เห็นอย่างนั้นรีบเข้ามาถามอย่างห่วงใย “มึง...เป็นอะไร ใครทำ”
ปาลิดาส่ายหัวไม่พูดอย่างเดียว ราเชนทร์ที่รู้ว่าเซ้าซี้ไปก็ไม่ได้อะไร เลยไม่เร้าหรือต่อ ตอนนี้เพื่อนคงเสียขวัญ ถึงดึงร่างบอบบางไปกอดปลอบ
“ไม่เป็นไรนะ งั้นกลับกันเถอะปะ”
หญิงสาวได้แต่พยักหน้า ไม่โอเคกับสิ่งที่พบเจอ แม้มาเที่ยวหลายต่อหลายครั้งก็ไม่เคยพบเจอเหตุการณ์อุกอาจเช่นนี้
เก้าเดินมาโอบไหล่ได้แต่ลูบปลอบอย่างเข้าใจ พลางเล่าเรื่องทั้งหมดให้ราเชนทร์กับธีภพฟังด้วยไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้มากนัก ไม่อยากให้ใครมาว่าได้ว่าไม่ให้เกียรติผู้หญิง
พอพวกมันได้ฟังแล้วก็อยากจะไปซัดหน้าผู้ชายคนนั้นที่กล้าทำเพื่อนตน หากก็ถูกหญิงสาวดึงไว้ ด้วยไม่อยากให้เพื่อนมีเรื่อง เพราะแค่นี้ก็ทำให้ทุกคนหมดสนุกกันแล้ว
“มึงกลับพร้อมกูไหม” เห็นว่าทั้งราเชนทร์และธีภพใจเย็นลง หญิงสาวถึงหันไปถามเพื่อน ๆ ที่ตอนนี้หยุดดื่มกันแล้ว
“เอาไงมึง” ธีภพถามคนที่ยืนอยู่ข้างตัวเอง แต่ไม่ทันได้ตอบ ราเชนทร์พูดขึ้นมาก่อน
“พวกมึงอยู่ต่อเลย เดี๋ยวกูกลับกับมันเอง”
“ขับรถดี ๆ ถึงแล้วโทรบอกด้วย” เพื่อนคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงนั้นสั่งอย่างเป็นห่วง
ราเชนทร์พยักหน้า ก่อนจะจับมือบางให้เดินตามตนมา
“มึง...กูอยากเข้าห้องน้ำก่อนได้ไหม ล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นหน่อย มึงเดินไปรอที่รถเลยก็ได้” มือบางกระตุกมือของคนที่จับมือให้หยุดเดินแล้วบอกความต้องการ
“ให้ไปเป็นเพื่อนไหม กูเป็นห่วงมึง” ประโยคสุดท้ายพูดเบา ๆ แต่คนยืนใกล้ ๆ ได้ยิน
“ไม่เป็นไร กูไปเองได้”
ได้ยินแบบนั้นชายหนุ่มจึงแยกออกไปอีกทาง หญิงสาวถึงเดินไปห้องน้ำที่ต้องผ่านหน้าห้องน้ำชายก่อน และเห็นผู้ชายคนนั้นยืนอยู่ตรงนั้น เธอเลยรีบเดินก้มหน้าไป
“เฮ้ย ยัยตัวเล็ก เจอกันอีกแล้ว ร้องไห้ผัวทิ้งเหรอเมื่อกี้น่ะ”
ดูปากมัน มีหมาอยู่ในนั้นกี่ตัววะ กูยังไม่มีผัวเว้ย
ปาลิดาไม่สนใจกับคำพูดแบบนั้นของร่างสูงที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่ เดินผ่านเขาไปทำธุระในห้องน้ำ เดินออกมาก็ยังเจอเขายืนอยู่ที่เดิมราวกับรอใคร
ร่างสูงหนึ่งร้อยแปดสิบหกเซนติเมตรเดินมาดักหน้าไม่ให้เธอเดินหนี ปาลิดาเลยเงยหน้ามองหน้าหล่อ ๆ นั้นด้วยความไม่พอใจ พลางสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย ทำไมวะ ฮือ ๆ ฮึก ๆ”ร้องไห้จนหนำใจ ถึงฮึดสู้ เอาวะ เป็นไงเป็นกัน บอกตัวเองแบบนั้นแล้วก็ใช้มือปาดน้ำตาทิ้ง แล้วลุกขึ้นเดินช้า ๆ ไปยังห้องนอนที่ออกมาเมื่อครู่ ก่อนจะถือวิสาสะเปิดตู้ดู...เห็นเสื้อผ้าข้าวของของผู้ชายอยู่เต็มตู้ เกิดคำถามขึ้นในใจว่าตัวเองเสียตัวให้ใคร หากคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก เหมือนสมองมันตื้อไปหมด มองดูนาฬิกาบนผนังเป็นเวลาเที่ยงกว่าแล้ว อยู่ ๆ ได้ยินเสียงคนไขประตูพร้อมกับเสียงคลิก ก่อนถูกเปิดเข้ามา พอเห็นว่าเป็นใครก็ยืนตาค้างอ้าปากเหวอ ไม่คาดคิดเลยว่าคนนั้นจะเป็น...ผู้ชายที่ปล้นจูบเธออย่างหน้าด้าน ๆ“มึงเองเหรอ”“เออ กูเอง” ทำหน้านิ่งเดินเข้ามา “เรียกผัวให้ดี ๆ หน่อย”ผัวเหรอ ได้ยินคำนี้แล้ว น้ำตาที่หยุดไหลไปก่อนหน้าก็ไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่พอเห็นร่างบางร้องไห้ ชายหนุ่มถึงเดินเข้าไปจะสัมผัสตัว ทว่าเธอกลับถอยหลังก่อนที่เขาจะได้คว้าเธอ“อย่ามาแตะต้องตัวกู มึงมันเลว ไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย ทำอย่างนี้กับผู้หญิงได้ยังไง ทำได้ยังไง! ฮือ ๆ”“ดาใจเย็น ๆ ดิวะ” พลกฤต ธนาคม หนุ่มหล่อ ตาตี๋ ผิวขาว สูง อายุยี่สิบสี่ปีบอก ด้วยก่อนหน้านี้เขาต้องเข้าประชุมที่
รูปร่างดูสูงใหญ่ ตาตี๋ คิ้วเข้ม จมูกโด่ง ปากหยักได้รูป รวม ๆ แล้วดูดีแบบไม่มีที่ติ ทำไมนิสัยต่างกับหน้าตาเช่นนี้เธอจะมาสำรวจเขาแบบนี้ไม่ได้นะดา เธอต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันแบบนี้ก่อนที่เขาจะลากไปทำเรื่องไม่ดีดีกว่านะ“มีอะไรกับกูอีกวะ” สบตาตี๋ ๆ ของผู้ชายคนนั้นอยู่ดี ๆ น้ำตาก็คลอเบ้า พร้อมกับอาการเซยืนไม่ตรงของเธออีกชายหนุ่มทำหน้าตกใจ “เธอเป็นอะไรอะ ไหวไหม”“ไม่ต้องมายุ่ง!! ขอทางด้วย” ระหว่างนั้นราเชนทร์โทรเข้ามาไม่หยุด เธอเลยกดรับ บอกกำลังออกไป พอกดวางสาย ชายหนุ่มก็แย่งโทรศัพท์ไป จะเข้าไปแย่งคืนเขาก็ชูมือขึ้นเหนือศีรษะ เธอก็กระโดดคว้าไม่ถึง ฮึ่ม! มันจะสูงไปไหน“ขอคืน ขอโทรศัพท์ของเราคืนด้วย” จากที่เซถอยหลังไปหลายก้าว ตอนนี้ก็แทบทรงตัวไม่อยู่ ทั้งอยากอ้วก ทั้งอยากนอน ความรู้สึกพวกนี้เริ่มเข้ามาแทนที่สติที่พยายามฝืน อย่างที่บอกเธอดื่มได้ แต่ไม่ได้เก่งขนาดที่ไม่รู้ลิมิตตัวเองว่าดื่มในปริมาณที่ไหน สภาพที่อีกคนเห็นคือหญิงสาวนั่งยอง ๆ นิ่งเงียบ ไม่พูดไม่จา“เธอเป็นอะไร” ชายหนุ่มร่างสูงนั่งบนขาตัวเอง แล้วเอ่ยถามน้ำเสียงห่วงใย “ขอโทรศัพท์คืนเถอะนะ เราไม่ไหวแล้ว”“ฮ่า ๆ อ่อนว่ะ” หญ
“มึงไม่น่าเกิดมาเป็นผู้ชายเลยว่ะ” เก้าชี้หน้าผู้ชายคนนั้นที่กล้ามาทำเพื่อนตน“พอเถอะเก้า กูไม่อยากลดตัวไปคุยกับคนแบบนี้หรอก” ปาลิดาเก็บความเสียใจไว้ในอก แล้วเดินเบียดผู้คนกลับไปยังโต๊ะอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้หันหลังไปมองชายผู้ชายแม้แต่น้อย “เฮ้ย ดา มึงเป็นอะไรไร ร้องไห้ทำไม”“ใครทำมึงวะ”“มึงเป็นไร บอกกูเดี๋ยวกูจัดการให้”และคำถามอีกมากมาย เมื่อเห็นเธอเดินกลับมาสภาพใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา ทุกคนก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงปนสงสัย หากก็ไม่ได้ตอบราเชนทร์เห็นอย่างนั้นรีบเข้ามาถามอย่างห่วงใย “มึง...เป็นอะไร ใครทำ”ปาลิดาส่ายหัวไม่พูดอย่างเดียว ราเชนทร์ที่รู้ว่าเซ้าซี้ไปก็ไม่ได้อะไร เลยไม่เร้าหรือต่อ ตอนนี้เพื่อนคงเสียขวัญ ถึงดึงร่างบอบบางไปกอดปลอบ“ไม่เป็นไรนะ งั้นกลับกันเถอะปะ” หญิงสาวได้แต่พยักหน้า ไม่โอเคกับสิ่งที่พบเจอ แม้มาเที่ยวหลายต่อหลายครั้งก็ไม่เคยพบเจอเหตุการณ์อุกอาจเช่นนี้เก้าเดินมาโอบไหล่ได้แต่ลูบปลอบอย่างเข้าใจ พลางเล่าเรื่องทั้งหมดให้ราเชนทร์กับธีภพฟังด้วยไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้มากนัก ไม่อยากให้ใครมาว่าได้ว่าไม่ให้เกียรติผู้หญิงพอพวกมันได้ฟังแล้วก็อยากจะไปซัดหน้าผู้ชายคนนั้นที่
“...หรา” สองหนุ่มประสานเสียงแข่งกับเสียงเพลง ซึ่งเป็นแบบนี้ทุกทีเวลาเธอมาเที่ยวด้วย “เออ คอยดูได้เลย” พร้อมกับรับแก้วเครื่องดื่มมาถือไว้“ดาไปเต้นกันไหม” เพื่อนผู้หญิงในห้องที่อยู่อีกกลุ่มเข้ามาชวน“รอกรึ่มก่อนได้ไหมล่ะ เหล้ายังไม่เข้าปากก็ชวนไปเต้นเลย”“เออ ๆ เดี๋ยวกูไปเต้นก่อนงั้น”หญิงสาวพยักหน้า จะบอกว่าตัวเองเป็นคนชอบดื่มนะ แต่คออ่อน กินไปสักพักจะเริ่มเมา พอดื่มไปสองแก้ว ก็รู้ว่าตัวเองเริ่มได้ที่แล้วถึงออกไปเต้นกลางฟลอร์เรียกเหงื่อที่นักดื่มชายหญิงเต้นแออัดกันอยู่ตรงนั้นเต็มไปหมด ขณะที่เต้น ๆ อยู่นั้นก็รู้สึกว่ากำลังโดนลวนลาม หันไปก็เห็นเป็นไอ้เก้าที่เมาไม่ได้สติแล้วมาโอบไหล่ เกือบสะบัดแล้วไหมล่ะ ถ้าไม่ได้ยินเสียงมันพูด ด้วยคิดว่าเป็นคนอื่นมากอด“เมายังดา” โน้มหน้ามาถามแล้วเปลี่ยนเป็นโอบเอว ทั้งยังก้มมาเกือบชิดหน้าเธอ ถ้าใครมองจะเห็นเป็นทั้งคู่กำลังจูบกันอยู่“ยัง กลับโต๊ะกันเถอะ”ไม่มีใครบอกศัตรูที่เป็นผู้ชายและไม่ใช่เพื่อนสนิทว่าเมาหรอก มันจะเปิดโอกาสให้คนพวกนี้ได้ทำเรื่องทราม ๆ หากตอบอะไรที่สิ้นคิดออกไป เห็นท่าไม่ดีเลยชวนกลับโต๊ะ ระหว่างที่เดินกลับคนที่ออกมาเต้นก็เยอะเลยเดินเ
ใกล้เวลานัด ปาลิดาก็เช็กความเรียบร้อยหน้ากระจกอีกรอบ รู้สึกพอใจแล้วถึงเดินลงมาจากห้องนอนที่อยู่ชั้นสอง เพื่อนั่งรอราเชนทร์มารับ ซึ่งก็พอดีที่ได้ยินเสียงรถมาจอดหน้าประตูรั้วบ้าน แต่ก่อนที่จะได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น ราเชนทร์ก็บีบแตรเสียงดังสนั่นลั่นซอยบ้าน ดีที่ชาวบ้านแถวนี้ไม่เอามีดปันตอขว้างใส่หัวมัน ข้อหาทำอะไรไม่เกรงใจ หญิงสาวในชุดเดรสสั้นสายเดี่ยวสปาเกตตีสีครีม เอวจับจีบ แต่งผ้าระบายด้านข้าง แต่งหน้าอ่อน ๆ เดินสง่าบนรองเท้าส้นสูงสามนิ้วสีดำที่เข้ากับกระเป๋าสะพายข้างสีดำ ก้าวขาขึ้นรถเก๋งคันโก้ที่จอดรออยู่ก่อนแล้ว “ช้าตลอด” ขึ้นรถได้ไอ้ธีที่นั่งข้างคนขับก็แซะเลย“ต้องดูความเรียบร้อยก่อนไหมวะ เผื่อมีผู้ชายหลงมาจีบ”“ไอ้คนนั้นคงเมาจนไม่ได้สติแน่ ๆ”“ไอ้ธี! มึงนะมึง เอาอะไรมองวะว่ากูไม่สวย”“ทุกตรงน่ะแหละ!” ไอ้เพื่อนสองตัวพูดพร้อมกัน วันนี้มันมาในลุคแบดบอยกันทั้งคู่ ราเชนทร์มาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีเทา กางเกงยีนสีดำขาดเข่า ส่วน ธีภพอยู่ในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีขาว กางเกงยีนแบรนด์ดัง“จำไว้เลยนะพวกมึงอะ” หญิงสาวทำหน้าบึ้ง ไม่พอใจที่ถูกสองหนุ่มรุมว่า “แล้วนี่แต่งอะไรมาวะ เหมือนหลุดออกมาจากสวนสัต
“เชน...มึงจะไปผับยังไง” หญิงสาวถามเพื่อนหนุ่ม ระหว่างเดินลงตึกกองบริการการศึกษา เพราะก่อนหน้านี้พวกเธอไปยื่นเอกสารขอจบกับทางมหาวิทยาลัยมา“ว่าจะขับรถไป ไปกับไอ้ธีน่ะแหละ” เจ้าของชื่อตอบ “มึงล่ะไปยังไง”“แท็กซี่มั้ง”“ให้กูไปรับไหมดา”“เออ ก็ดี ขากลับจะไม่ได้ต้องนั่งแท็กซี่กลับคนเดียว” คนตัวเล็กที่อยู่ในชุดนักศึกษาตอบตกลง เอาจริง ๆ ขึ้นแท็กซี่คนเดียวตอนกลางคืนก็ไม่กล้า ด้วยวันนี้มีนัดเลี้ยงจบกับเพื่อนในห้องคนอื่น ๆ ที่ผับหรูแห่งหนึ่งใจกลางเมือง คงมีดื่มกันบ้างปาลิดา กฤตติกา สาวสวยร่างเล็กวัยยี่สิบสองปี เป็นหญิงสาวคนเดียวในกลุ่มที่มีเพื่อนผู้ชายถึงสองคน รูปร่างสูง ผิวขาว มีลักยิ้ม จัดฟัน นิสัยร่าเริง ฐานะทางบ้านค่อนข้างดี ที่บ้านขายอะไหล่รถยนต์แบบครบวงจร“’งั้นสามทุ่มกูไปรับแล้วกัน” ราเชนทร์ โอภาสพงส์ นัดเวลา ชายหนุ่มคนนี้เป็นคนตัวสูง มีส่วนสูงประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเจ็ดเซนติเมตร ผิวขาวออกเหลือง จัดฟัน เป็นที่หมายตาของสาว ๆ ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง รวมไปถึงรุ่นเดียวกันมักนำของกินมาบรรณาการถึงที่ หากชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจ“โอเค”“อย่าช้านะมึง ช้า กูให้ไอ้เชนไปก่อนจริง ๆ” ธีภพ มั่นคง ว่า เขาอ่อน







