ログイン“โทรศัพท์กูอยู่ไหน ขอคืนด้วย กูจะกลับบ้านแล้ว” เมื่อไม่อยากอยู่ต่อ เลยร้องขอสิ่งที่เขายึดไป
“พูดเพราะ ๆ สิ”
ปาลิดาถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ “จะเอายังไงกับกูก็ว่ามา”
“กูอยากขอโทษ เรื่องเมื่อคืน…” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างรู้สึกผิด หากถูกหญิงสาวตัดบท
“ไม่เป็นไร กูถือว่าให้ทาน อย่าพบเจอกันอีกเลย”
ได้ยินแบบนั้นชายหนุ่มก็โมโหหน้าดำหน้าแดง กำหมัดแน่น ไม่คิดว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะมีพิษสงมากมายขนาดนี้
“ให้ทานเหรอ! ได้! งั้นกูขออีกครั้งแล้วกัน!”
สิ้นประโยคนั้น ร่างสูงเหวี่ยงหญิงสาวลงโซฟาแล้วขึ้นคร่อมร่างเล็กไว้กันเธอหนี แล้วใช้มือหนาจับปลายคางมนให้รับจูบเขาได้ถนัด ส่วนมืออีกข้างบีบคลึงหน้าอกอย่างแรง...แรงจนเธอน้ำตาไหล ก่อนผละจูบออกแล้วมองหน้าคนตัวเล็กด้วยหางตาเล็กน้อย แล้วก้มหน้าซุกไซ้ซอกคอขาวจนเป็นรอยแดง
พลกฤตจัดการลอกคราบทั้งของตัวเองและร่างบางจนหมด พลางใช้เข่าดันขาเรียวให้แยกออกจากกันเพื่อให้แก่นกายสัมผัสกับกึ่งกลางกายสาว พร้อมกันนั้นลิ้นร้อน ๆ ฉกชิมยอดอกอวบอิ่มทั้งสองข้างอย่างเร่าร้อน
“อืม อ่า ซี๊ดด”
หญิงสาวเคลิบเคลิ้มตามอารมณ์ที่เขานำพา ปล่อยเสียงร้องครวญครางออกมาเสียงแผ่วเบา พลางแอ่นตัวให้เขาไปดูดดื่มอย่างถนัดถนี่
ได้ยินเสียงครางหวานที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากบาง ชายหนุ่มยิ่งดูดเลียยอดถันสีหวานอย่างเมามัน พลางนวดคลึงอีกข้างอย่างเท่าเทียมกัน
“ซี๊ด อ่าห์...”
มืออีกข้างที่ว่างเว้นจากเคล้าคลึงหน้าอกอวบอิ่มค่อย ๆ ลากไล้ไปตามร่างบอบบาง จนมาหยุดอยู่ที่กึ่งกายสาวแล้วใช้ปลายนิ้วสอดเข้าไปในโพรงสาวทีเดียวสองนิ้ว ขยับช้าบ้างเร็วบ้างจนข้างในมีน้ำไหลออกมา อีกทั้งยังขมิบรัดนิ้วเขาอีก ยิ่งเห็นเธอกัดปากตัวเองเขายิ่งเพิ่มจังหวะให้เร็วขึ้น จนโพรงรักตอดรัดแน่น ราวกับจะเยือนที่หมายเขาก็หยุดไปเสียดื้อ ๆ
“อื้ม อือ”
เสียงหวานครางยาวอย่างขัดใจที่อยู่ ๆ เขาไม่ทำให้เสร็จจนเธอค้างอยู่บนหอคอย ก่อนคิดอะไรมากกว่านี้ก็มีสิ่งแปลกปลอมเคลื่อนเข้ามากลางกายสาวช้า ๆ แล้วกระแทกเข้ามาจนสุดด้าม
“กรี๊ด!!! เจ็บ เอาออกไป”
เสียงกรีดร้องจากคนใต้ร่างทำให้ชายหนุ่มชะงัก แม้น้ำรักของหญิงสาวจะออกมามากมายเพียงใดก็ไม่อาจเข้ามาได้ ด้วยไม่เคยต้องมือชายมากก่อน จนเมื่อคืน...
“เข้ายากจังวะ เมื่อคืนก็โดนไปหลายรอบแล้วนะ แป๊บเดียวนะ อย่าเกร็ง พี่สัญญาว่าจะทำเบา ๆ” พลกฤตบอกเสียงนุ่ม พลางถอดถอนท่อนเนื้อออกมาเกือบสุดแล้วกระแทกเข้าไปอีกรอบ ชายหนุ่มเข้าสุดออกสุดอยู่สองรอบก็ปล่อยเสียงครางของตัวเองออกมาด้วยความเสียวซ่านที่ภายในโพรงรักของคนตัวเล็กตอดรัดจนเขาขยับกายไม่ได้ ทั้งยังผสมผสานกับเสียงครวญครางหวานหู เป็นผลให้อารมณ์เขาเตลิดไปไกล
“อือ...อ่า...ซี๊ด ฟิตว่ะ”
สะโพกสอบขยับเข้าออกช้าบ้างเร็วบ้างตามแต่ใจต้องการ ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเธอจะเป็นยังไง ด้วยยังมีอารมณ์โกรธอยู่นั่นเอง แม้คลายลงไปบ้างแต่ยังไม่หมดไปเสียทีเดียว
เขากระแทกกระทั้นอยู่อย่างนั้นจนโพรงรักขมิบตอดรัดจนแน่นแล้วกระตุกพร้อม ๆ กับร่างหนาที่เกร็งสะโพก กระตุกสองสามทีแล้วปล่อยใส่ร่างบางจนหมดแม็ก
ก่อนฟุบหน้ากับซอกคอระหงที่นอนหอบเหนื่อยอยู่ใต้ร่าง อยากจะต่อรอบสองเหลือเกิน กลัวว่าหญิงสาวจะรับไม่ไหวถึงลุกขึ้นถอนท่อนเนื้อออกจากโพรงรักแล้วช้อนอุ้มร่างบอบบางเข้าไปในห้องน้ำ โดยที่ไม่หาอะไรมาให้ปกปิดร่างกาย
“ปล่อย! ปล่อยกูเดี๋ยวนี้!” ปาลิดาทั้งร้องทั้งดิ้นจนเขาวางเธอลงในอ่างอาบน้ำ ถึงขยับไปนั่งชิดอีกฝั่งแล้วกอดเข่าตัวเองร้องไห้ออกมาด้วยรู้สึกเสียใจ ที่ถูกเขาย่ำยีซ้ำ ๆ คล้ายกับว่าตัวเองไม่หลงเหลือศักดิ์ศรีในตัว
“รีบ ๆ ล่ะ จะได้ไปกินข้าว อย่าลีลา ถ้าพี่เข้ามาตามเอง เธอจะเดือดร้อน” บอกแล้วก็ไม่ลืมเปิดน้ำใส่อ่างให้หญิงสาว ก่อนเดินออกไปพร้อมกับปิดประตูเสียงดัง
เธอร้องไห้อยู่เกือบสิบห้านาที พลางเหลือบสายตาไปเห็นขวดน้ำหอมวางอยู่บนซิงก์อ่างล้างหน้า ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวคิดว่าตัวเองอยากตาย ไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้ เพื่อหนีจากสิ่งที่พบเจออยู่ คิดได้เช่นนั้น ก็ลุกเดินโซเซไปหยิบขวดน้ำหอมเขวี้ยงลงพื้น
“ไม่ค่ะ อิ่มแล้ว”“งั้นกลับห้องกัน”“อ้าว พี่ ๆ ล่ะคะ ไม่รอก่อนเหรอ” คือตอนนั้นแยกกันเดิน ไม่ได้เดินด้วยกัน ทำให้ไม่เห็นพวกพี่ ๆ เขาก็ถามสิ“มันกลับไปกันแล้วมั้ง”“เหรอ กลับก็กลับ”เข้าห้องมาได้ พลกฤตไม่รอช้าที่จะดันร่างบางไปบนที่นอนขนาดคิงไซซ์ เริ่มต้นเล้าโลมหญิงสาวอย่างชำนิชำนาญจนอ่อนระทวยใต้ร่างหนา ชายหนุ่มไม่รีรอที่จะบุกตีป้อมตามความปรารถนาของตัวเอง ทำให้อีกฝ่ายพ่ายแพ้อย่างจำนนผ่านศึกรักอันใหญ่หลวงและหนักหน่วง ปาลิดาก็หลับไม่รู้เรื่อง มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนชายหนุ่มปลุก ซึ่งก็เป็นเวลาที่สายมากแล้ว เลยพากันอาบน้ำแต่งตัวออกมาหาธนเทพและณัฐกานต์ที่เพิ่งจะออกมาพร้อมกันก่อนตะเวนหาของกินและเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ กว่าจะกลับก็บ่ายคล้อย สาว ๆ เลยชวนกันไปเปลี่ยนชุด ปาลิดาเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดสีขาวกางเกงขาสั้นสีเดียวกัน ส่วนพี่ ๆ คนอื่นยังไม่ออกมาเลยว่าจะออกไปหาสามีที่กำลังนั่งดื่มกับอีกสองหนุ่ม“ว้าว ๆ น้องดา ทำไมไม่ใส่ชุดว่ายน้ำมาล่ะครับ” ณัฐกานต์แซวเป็นคนแรก“หรือว่า...กลัวไอ้พลว่าเอาครับ” ...ตามด้วยธนเทพที่ออกปากว่าเพื่อน“ไม่ใช่หรอกค่ะ พอดีดารอพี่ทิพย์พี่หยาดมาก่อน”“พวกมึงจะอะไรกับเมียกูนักห
“พี่พล!” เสียงหวานหวีดร้อง“ลองดู นะ”“ดาทำไม่เป็น ทำยังไง”“ก็ทำอย่างที่พี่เคยทำไงล่ะ”“อือ ๆ”พอได้เป็นคนคุมเกมหญิงสาวก็เริ่มไซร้คอ ขบติ่งหูเขาเบา ๆ จนชายหนุ่มเริ่มหายใจเร็วขึ้น พร้อมกับปล่อยเสียงครางออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ทว่ามีเสียงเรียกเข้าจากมือถือของเขาก็ไม่ยอมรับ ปล่อยให้สัญญาณตัดไปถึงคว้ามาปิดเครื่อง“อื้อ ซีดด อ่าห์”มือบางไม่ได้ปล่อยให้เว้นว่างยื่นไปคว้าท่อนเนื้อชักขึ้นชักลง แล้วเลื่อนริมฝีปากขบเม้มไปตามร่างกายจนมาหยุดอยู่ที่ลำกายแกร่งที่ประกาศศักดาว่าพร้อมรบเลยใช้ปากดูดกลืนท่อนเนื้อเข้าไปจนสุด ค่อย ๆ ใช้ปลายลิ้นปาดเลียจนชายหนุ่มเกร็งตัว เมื่อเขาจะไปเยือนจุดหมายปลายทาง อยู่ ๆ หญิงสาวก็หยุดทำให้อารมณ์เขาชะงักไปด้วย“ซี๊ด อ่า หยุดทำไม”“แหม ใจเย็น ๆ สิคะคุณสามี”ปาลิดาไม่ปล่อยให้อารมณ์สามีค้างนานก็จับท่อนเนื้อจ่อปากทางรักแล้วกดตัวลงมาช้า ๆ จนสุด ขย่มเบา ๆ ให้รู้จังหวะ จากนั้นหญิงสาวก็ขยับเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เสียงครางเปล่งประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ยิ่งใกล้จะถึงฟากฝั่งยิ่งทำให้หญิงสาวร่อนสะโพกเร็วขึ้น ๆ เป็นชายหนุ่มเองที่ทนไม่ไหวเลยพลิกร่างบอบบางให้ลงไปอยู่ใต้ร่าง แล้วเขาเป็นคน
“ดานอนยัง” พลกฤตที่ทนอึดอัดไม่ไหวเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความมืด ดีที่ว่ายังมีแสงไฟลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาบ้างเล็กน้อย พอให้ได้เห็นว่าอีกฝ่าย นอนลืมตาอยู่“ยัง มีไรเหรอ” ใครจะไปหลับลง ในเมื่อมีผู้ชายที่ไม่รู้จัก ไม่ได้สนิทมานอนอยู่ข้าง ๆ“เรียนอยู่มอ R เหรอ”เดี๋ยวนะ เขารู้ได้ยังไงอะ“งงดิว่ารู้ได้ยังไง ดูบัตรนักศึกษาในกระเป๋าของมึงไง” แสนรู้!! เดาถูกด้วย ว่ากูคิดอะไร“รู้ขนาดนี้แล้วจะถามทำไมล่ะ”“อยากรู้จากปากว่าคิดยังไงถึงเรียนวิศวะเครื่องยนต์” “ความชอบ ถ้าไม่ชอบจะเรียนทำไมล่ะ ถามโง่ ๆ นะ” เธอจะหลับอยู่แล้ว เขายังจะชวนคุยอีก แล้วจะได้นอนไหมเนี่ย“ก็จริงของมึง กูชื่อพล เรียนจบมาจะสองปีแล้ว เรียนมอเดียวกับมึงแหละ ตอนนี้ทำงานกับพ่อ และยังอายุเยอะกว่า มึงควรจะเรียกกูว่าพี่นะถึงจะน่าฟังหน่อย”เขาเล่าต่ออีกว่าที่บ้านเป็นช่างรับเหมาเดินสายไฟฟ้าในโรงงาน มีชื่อว่า “Energize Electrical Solutions” ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการติดตั้งระบบไฟฟ้าและโครงการเดินสายไฟ ถ้าเขาเรียนที่นี่จริง ทำไมเธอไม่เคยเจอเขาเลยวะ เป็นคำถามที่อยากถามแต่ไม่กล้าถาม“พอดีมีพี่ชายคนเดียวว่ะ”ป๊อก! “โอ๊ย”เสียงร้องโอดโอยของหญิงสาวเ
“พอดีฉันหิวน้ำเลยจะลุกไปหาน้ำกินน่ะ” คนตัวเล็กที่ยังลุกไม่ขึ้นอ้อมแอ้มตอบ“ลุกไหวไหม หิวหรือเปล่า” เขาถามอย่างห่วงใยจากใจจริง จนเธอสัมผัสได้ หากก็สะบัดหน้าไล่ความคิดตรงนั้นออกไป“ไม่!!” หากท้องเจ้ากรรมดันส่งเสียงร้องตรงกันข้ามกับที่เธอพูดเสียได้ฮึ่ม!! ร้องถูกเวลาเสียด้วย อายเขาไหมเนี่ย“หึ ไหนว่าไม่หิวไง” พลกฤตว่าอย่างไม่ใส่ใจ พลางพยุงร่างบอบบางมานั่งโซฟา“เมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน”“โห ร้องกลับบ้านเป็นเด็กเล็กเลย”“พี่พล!! พี่ไม่เข้าใจดาเลยว่ะ” อยู่ ๆ ก็ร้องไห้ออกมา คือมันเครียดไปหมด คิดสะระตะว่ายังทำยังไงถึงจะออกไปจากตรงนี้ได้“โอ๋ ๆ สงสัยโมโหหิว เลยร้องอยากกินเป็นเด็ก งั้นกินหน่อยนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปส่ง”ได้ยินคำว่าไปส่ง ถึงต้องเงยหน้ามองอย่างไม่เชื่อหู แม้จะมีประโยคที่ไม่เข้าหูก็เถอะ“จริงนะ” เห็นชายหนุ่มพยักหน้า รีบเร่งให้เขาส่งขนมและนมที่ซื้อมาให้ “เอามาดิ”“ก็แค่นี้ ไม่เห็นต้องทำอะไรให้ยุ่งยาก” เธอไม่ได้ตอบโต้อะไรเขา นั่งกินเงียบ ๆ จนหมด ซึ่งพลกฤตนั่งมองภาพนั้นแล้วยิ้ม จะว่าไปหญิงสาวก็น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย“ยิ้มทำไม” ปาลิดาที่รู้สึกว่าถูกมอง หันไปถามคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หากเขาก
“ไม่! ไม่กลัว ยังไงกลับบ้านไปก็ปลอดภัยกว่าอยู่กับมึง ให้กูกลับบ้านเถอะนะ ขอล่ะ หรือปล่อยกูไปไม่ต้องมายุ่ง มาเจอกันอีก นะ...ขอร้องล่ะ” หญิงสาวเข่าอ่อนนั่งทรุดลงกับพื้น เพราะใจตอนนี้อยากอยู่คนเดียว ไม่อยากให้ใครกวน แต่เขาก็ไม่ฟังคำที่เธอร้องขอเลย“เอ่อ ขอโทษครับ ผู้โดยสารจะไปไหมครับ” “ไม่ไปครับ พอดีเมียผมโกรธที่ผมไม่พาออกไปข้างนอกเลยจะไปเอง ขอโทษด้วยครับ” พร้อมกับยื่นค่าเสียเวลาให้ พอรถแท็กซี่ออกไป ปาลิดาร้องไห้หนักกว่าเดิม ความหวังของเธอที่จะได้กลับบ้านหมดลงแล้ว“ลุกขึ้นดา! กูบอกให้ลุก” เขาไม่พูดเปล่า ยังดึงแขนให้เธอลุกขึ้นอีก ซึ่งตอนนี้เธอรู้สึกเจ็บแขนมากทีเดียว คงจะเป็นรอยแดงแน่ ๆหญิงสาวเอาแต่นั่งนิ่ง ๆ ไม่ลุกตามคำสั่งเผด็จการจากคนตัวโต“ไม่ลุกใช่ไหม ได้! อย่าหาว่ากูไม่เตือนนะ”“อ๊าย ปล่อยนะ ไอ้บ้า ปล่อยเดี๋ยวนี้”เสียงหวานร้องตกใจ เพราะเขาแบกเธอพาดบ่า โดยมียามรักษาความปลอดภัยมองตาปริบ ๆ ไม่กล้าเข้ามาช่วย ก่อนเดินตรงมาที่รถแล้วจับร่างบอบบางยัดเข้าไปข้างใน รีบวิ่งมาฝั่งคนขับแล้วขับรถออกไปเลย“จะพากูไปไหน”“กินข้าว”นิ่งเงียบมาตลอดทาง เขาก็ชะลอรถริมถนนที่เป็นร้านอาหารข้างทางอย่างข้าว
เสียงสั่นเตือนจากมือถือของคนที่ตนนอนกอดเป็นเหตุให้เขารู้สึกตัว ชะเง้อคอมองเห็นว่าหญิงสาวยังหลับอยู่เลยไม่อยากรบกวน จึงปล่อยให้มือถือเครื่องบางสั่นอยู่อย่างนั้นจนเธอต้องเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เขาเลยแกล้งหลับเพื่อดูว่าเธอจะทำยังไง “ฮัลโหล ว่าไงเชน” ปาลิดาพูดเบาคล้ายกระซิบ ด้วยกลัวว่าจะทำให้คนที่นอนอยู่ข้าง ๆ ได้ยิน(มึงอยู่ไหนวะดา ทำอะไร แล้วตอนนี้อยู่กับใคร) ทันทีที่ได้ยินเสียง ราเชนทร์รัวคำถามชนิดที่ว่าใครก็ฟังไม่ทัน“อะไรของมึงเนี่ย กูอยู่บ้านพี่ภาค” กูขอโทษนะเชนที่ต้องโกหก ตอนนี้กูโคตรเสียใจเลยว่ะ(บ้านพี่มึงอะนะ) ปลายสายถามเสียงสูงไม่เชื่อ “เออ”(แล้วกูโทรหาทำไมไม่รับ) “กูเข้าห้องน้ำอยู่มั้ง...ตอนนั้นน่ะ”(เออ แล้วมึงก็ไม่โทรกลับด้วย กูกับไอ้ธีก็เป็นห่วงไปเถอะ คืนก่อนมึงออกไปตอนไหนวะ ทำไมกูไม่เห็น)“เข้าห้องน้ำเสร็จกูก็ออกมาเลยนะ ออกหลังร้านอะ ข้างหน้าคนเยอะไม่อยากเบียด แต่กูเดินออกไปไม่เห็นมึง กูเลยขึ้นแท็กซี่กลับ ถึงบ้านก็หลับเลย” ใครว่าล่ะ เช้ามากูก็ตื่นมาในห้องของใครก็ไม่รู้(เอ้า กูรออยู่รถตรงที่เราจอด ทำไมมึงไม่มาหากูวะ จะโทรบอกกันสักนิดก็ไม่มี ให้กูรอไปเถอะ)“กูข







