LOGINรูปร่างดูสูงใหญ่ ตาตี๋ คิ้วเข้ม จมูกโด่ง ปากหยักได้รูป รวม ๆ แล้วดูดีแบบไม่มีที่ติ ทำไมนิสัยต่างกับหน้าตาเช่นนี้
เธอจะมาสำรวจเขาแบบนี้ไม่ได้นะดา เธอต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันแบบนี้ก่อนที่เขาจะลากไปทำเรื่องไม่ดีดีกว่านะ
“มีอะไรกับกูอีกวะ” สบตาตี๋ ๆ ของผู้ชายคนนั้นอยู่ดี ๆ น้ำตาก็คลอเบ้า พร้อมกับอาการเซยืนไม่ตรงของเธออีก
ชายหนุ่มทำหน้าตกใจ “เธอเป็นอะไรอะ ไหวไหม”
“ไม่ต้องมายุ่ง!! ขอทางด้วย”
ระหว่างนั้นราเชนทร์โทรเข้ามาไม่หยุด เธอเลยกดรับ บอกกำลังออกไป พอกดวางสาย ชายหนุ่มก็แย่งโทรศัพท์ไป จะเข้าไปแย่งคืนเขาก็ชูมือขึ้นเหนือศีรษะ เธอก็กระโดดคว้าไม่ถึง ฮึ่ม! มันจะสูงไปไหน
“ขอคืน ขอโทรศัพท์ของเราคืนด้วย” จากที่เซถอยหลังไปหลายก้าว ตอนนี้ก็แทบทรงตัวไม่อยู่ ทั้งอยากอ้วก ทั้งอยากนอน ความรู้สึกพวกนี้เริ่มเข้ามาแทนที่สติที่พยายามฝืน อย่างที่บอกเธอดื่มได้ แต่ไม่ได้เก่งขนาดที่ไม่รู้ลิมิตตัวเองว่าดื่มในปริมาณที่ไหน สภาพที่อีกคนเห็นคือหญิงสาวนั่งยอง ๆ นิ่งเงียบ ไม่พูดไม่จา
“เธอเป็นอะไร” ชายหนุ่มร่างสูงนั่งบนขาตัวเอง แล้วเอ่ยถามน้ำเสียงห่วงใย
“ขอโทรศัพท์คืนเถอะนะ เราไม่ไหวแล้ว”
“ฮ่า ๆ อ่อนว่ะ”
หญิงสาวได้แต่ส่ายหัว เริ่มมึนหัว อยากจะนอนตรงนี้ให้ได้ อาการเมาแล้วอยากนอน เป็นอะไรที่แก้ไม่หายจริง ๆ ก่อนที่สายตาจะเริ่มพร่ามัว หูได้ยินแต่เสียงเรียกจากผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นและเสียงโทรศัพท์...และหลับกลางอากาศไม่รับรู้อะไรอีก...
ปาลิดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็หนักหัวคล้ายมีอะไรมาถ่วงไว้ แล้วต้องรีบดีดตัวขึ้นนั่งด้วยคิดได้ว่าเช้านี้ต้องไปส่งเอกสารที่อาจารย์ขอเพิ่ม ด้วยเมื่อวานเธอยื่นเอกสารไปไม่ครบ ซึ่งอาจารย์ที่ปรึกษาไลน์มาบอกตอนเธอกำลังแต่งตัวไปเที่ยวเมื่อคืน พอก้มมองดูตัวเอง ตัวเธอมีเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวสวมติดกายไว้ ซึ่งเสื้อแบบนี้เธอไม่เคยมี แล้วชุด!! ชุดที่ใส่เมื่อคืนหายไปไหน เมื่อสติเริ่มกลับมาเกือบเต็มร้อยก็คิดได้ว่าเมื่อคืนก่อนจะกลับบ้าน เธอได้ให้ราเชนทร์ออกไปรอที่รถเพื่อที่ตัวเธอจะไปทำล้างหน้าล้างตาให้สร่างเมา ระหว่างนั้นได้เจอกับผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง และเขาได้แย่งมือถือของเธอไป พอขอคืนเขาก็ไม่ให้ ยื้อแย่งกันอยู่นาน จากที่มึนหัวอยู่แล้วก็หนักเข้าไปอีก ต่อจากนั้นเธอก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย
อีกทั้งยังตื่นมาในห้องของใครก็ไม่รู้ ทั้งยังรู้สึกเจ็บจุกช่วงล่างราวกับผ่านสนามรบที่หนักมาพอควร เมื่อขยับตัวก็ต้องเผลอครางออกมาด้วยความเจ็บแปลบ หันไปบนเตียงก็เห็นเป็นรอยเลือดจุดเล็ก ๆ ฮึ่ม เลือด!!! นี่เธอเสียความสาวที่จะเก็บไว้ในคืนเข้าหอไปให้ใครที่ไหนก็ไม่อาจรู้ได้แล้วเหรอเนี่ย ขณะที่ในหัวมีแต่คำถาม เธอก็ไม่ลืมที่จะมองสำรวจไปรอบ ๆ ห้องถึงได้รู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องของราเชนทร์ ไม่ใช่ห้องของเธอ ไม่ใช่ห้องของธีภพ หรือเพื่อนคนไหนแน่ แล้วตอนนี้เธออยู่ห้องใคร เพราะข้าวของในห้องไม่คุ้นตาเอาเสียเลย หันรีหันขวางอยู่นานคิดได้ว่าต้องรีบหาชุด โอ้ ทำไมกองอยู่ที่พื้นเต็มเลย
พอรู้อะไรเป็นอะไร น้ำตาที่คลอหน่วยอยู่แล้วค่อย ๆ ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ คิดได้ว่าเธอต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด จึงไม่รอช้าที่คลานลงจากที่นอนรีบคว้าเอาเสื้อผ้ามาใส่ ลองลุกเดินออกมาจากห้องนอนก็รู้สึกแสบกึ่งกลางกายสาวเป็นที่สุด
พลัน...สายตาเหลือบไปเห็นกระเป๋าสะพายวางอยู่บนโต๊ะกระจกตรงโซฟา ทว่าโทรศัพท์ล่ะ!! ทำไมไม่อยู่ในกระเป๋า ช่างเถอะ! ยังไงคงไม่ได้คืน หากตอนนี้เธอต้องออกจากตรงนี้ให้ได้ก่อน ว่าแล้วก็วิ่งไปที่ประตู จับลูกบิดหมุนดูถึงรู้ว่าถูกล็อกจากข้างนอก ทำให้หญิงสาวที่ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหายังไง ทรุดนั่งร้องไห้อย่างขาดใจอยู่ตรงนั้น
“ไม่ค่ะ อิ่มแล้ว”“งั้นกลับห้องกัน”“อ้าว พี่ ๆ ล่ะคะ ไม่รอก่อนเหรอ” คือตอนนั้นแยกกันเดิน ไม่ได้เดินด้วยกัน ทำให้ไม่เห็นพวกพี่ ๆ เขาก็ถามสิ“มันกลับไปกันแล้วมั้ง”“เหรอ กลับก็กลับ”เข้าห้องมาได้ พลกฤตไม่รอช้าที่จะดันร่างบางไปบนที่นอนขนาดคิงไซซ์ เริ่มต้นเล้าโลมหญิงสาวอย่างชำนิชำนาญจนอ่อนระทวยใต้ร่างหนา ชายหนุ่มไม่รีรอที่จะบุกตีป้อมตามความปรารถนาของตัวเอง ทำให้อีกฝ่ายพ่ายแพ้อย่างจำนนผ่านศึกรักอันใหญ่หลวงและหนักหน่วง ปาลิดาก็หลับไม่รู้เรื่อง มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนชายหนุ่มปลุก ซึ่งก็เป็นเวลาที่สายมากแล้ว เลยพากันอาบน้ำแต่งตัวออกมาหาธนเทพและณัฐกานต์ที่เพิ่งจะออกมาพร้อมกันก่อนตะเวนหาของกินและเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ กว่าจะกลับก็บ่ายคล้อย สาว ๆ เลยชวนกันไปเปลี่ยนชุด ปาลิดาเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดสีขาวกางเกงขาสั้นสีเดียวกัน ส่วนพี่ ๆ คนอื่นยังไม่ออกมาเลยว่าจะออกไปหาสามีที่กำลังนั่งดื่มกับอีกสองหนุ่ม“ว้าว ๆ น้องดา ทำไมไม่ใส่ชุดว่ายน้ำมาล่ะครับ” ณัฐกานต์แซวเป็นคนแรก“หรือว่า...กลัวไอ้พลว่าเอาครับ” ...ตามด้วยธนเทพที่ออกปากว่าเพื่อน“ไม่ใช่หรอกค่ะ พอดีดารอพี่ทิพย์พี่หยาดมาก่อน”“พวกมึงจะอะไรกับเมียกูนักห
“พี่พล!” เสียงหวานหวีดร้อง“ลองดู นะ”“ดาทำไม่เป็น ทำยังไง”“ก็ทำอย่างที่พี่เคยทำไงล่ะ”“อือ ๆ”พอได้เป็นคนคุมเกมหญิงสาวก็เริ่มไซร้คอ ขบติ่งหูเขาเบา ๆ จนชายหนุ่มเริ่มหายใจเร็วขึ้น พร้อมกับปล่อยเสียงครางออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ทว่ามีเสียงเรียกเข้าจากมือถือของเขาก็ไม่ยอมรับ ปล่อยให้สัญญาณตัดไปถึงคว้ามาปิดเครื่อง“อื้อ ซีดด อ่าห์”มือบางไม่ได้ปล่อยให้เว้นว่างยื่นไปคว้าท่อนเนื้อชักขึ้นชักลง แล้วเลื่อนริมฝีปากขบเม้มไปตามร่างกายจนมาหยุดอยู่ที่ลำกายแกร่งที่ประกาศศักดาว่าพร้อมรบเลยใช้ปากดูดกลืนท่อนเนื้อเข้าไปจนสุด ค่อย ๆ ใช้ปลายลิ้นปาดเลียจนชายหนุ่มเกร็งตัว เมื่อเขาจะไปเยือนจุดหมายปลายทาง อยู่ ๆ หญิงสาวก็หยุดทำให้อารมณ์เขาชะงักไปด้วย“ซี๊ด อ่า หยุดทำไม”“แหม ใจเย็น ๆ สิคะคุณสามี”ปาลิดาไม่ปล่อยให้อารมณ์สามีค้างนานก็จับท่อนเนื้อจ่อปากทางรักแล้วกดตัวลงมาช้า ๆ จนสุด ขย่มเบา ๆ ให้รู้จังหวะ จากนั้นหญิงสาวก็ขยับเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เสียงครางเปล่งประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ยิ่งใกล้จะถึงฟากฝั่งยิ่งทำให้หญิงสาวร่อนสะโพกเร็วขึ้น ๆ เป็นชายหนุ่มเองที่ทนไม่ไหวเลยพลิกร่างบอบบางให้ลงไปอยู่ใต้ร่าง แล้วเขาเป็นคน
“ดานอนยัง” พลกฤตที่ทนอึดอัดไม่ไหวเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความมืด ดีที่ว่ายังมีแสงไฟลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาบ้างเล็กน้อย พอให้ได้เห็นว่าอีกฝ่าย นอนลืมตาอยู่“ยัง มีไรเหรอ” ใครจะไปหลับลง ในเมื่อมีผู้ชายที่ไม่รู้จัก ไม่ได้สนิทมานอนอยู่ข้าง ๆ“เรียนอยู่มอ R เหรอ”เดี๋ยวนะ เขารู้ได้ยังไงอะ“งงดิว่ารู้ได้ยังไง ดูบัตรนักศึกษาในกระเป๋าของมึงไง” แสนรู้!! เดาถูกด้วย ว่ากูคิดอะไร“รู้ขนาดนี้แล้วจะถามทำไมล่ะ”“อยากรู้จากปากว่าคิดยังไงถึงเรียนวิศวะเครื่องยนต์” “ความชอบ ถ้าไม่ชอบจะเรียนทำไมล่ะ ถามโง่ ๆ นะ” เธอจะหลับอยู่แล้ว เขายังจะชวนคุยอีก แล้วจะได้นอนไหมเนี่ย“ก็จริงของมึง กูชื่อพล เรียนจบมาจะสองปีแล้ว เรียนมอเดียวกับมึงแหละ ตอนนี้ทำงานกับพ่อ และยังอายุเยอะกว่า มึงควรจะเรียกกูว่าพี่นะถึงจะน่าฟังหน่อย”เขาเล่าต่ออีกว่าที่บ้านเป็นช่างรับเหมาเดินสายไฟฟ้าในโรงงาน มีชื่อว่า “Energize Electrical Solutions” ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการติดตั้งระบบไฟฟ้าและโครงการเดินสายไฟ ถ้าเขาเรียนที่นี่จริง ทำไมเธอไม่เคยเจอเขาเลยวะ เป็นคำถามที่อยากถามแต่ไม่กล้าถาม“พอดีมีพี่ชายคนเดียวว่ะ”ป๊อก! “โอ๊ย”เสียงร้องโอดโอยของหญิงสาวเ
“พอดีฉันหิวน้ำเลยจะลุกไปหาน้ำกินน่ะ” คนตัวเล็กที่ยังลุกไม่ขึ้นอ้อมแอ้มตอบ“ลุกไหวไหม หิวหรือเปล่า” เขาถามอย่างห่วงใยจากใจจริง จนเธอสัมผัสได้ หากก็สะบัดหน้าไล่ความคิดตรงนั้นออกไป“ไม่!!” หากท้องเจ้ากรรมดันส่งเสียงร้องตรงกันข้ามกับที่เธอพูดเสียได้ฮึ่ม!! ร้องถูกเวลาเสียด้วย อายเขาไหมเนี่ย“หึ ไหนว่าไม่หิวไง” พลกฤตว่าอย่างไม่ใส่ใจ พลางพยุงร่างบอบบางมานั่งโซฟา“เมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน”“โห ร้องกลับบ้านเป็นเด็กเล็กเลย”“พี่พล!! พี่ไม่เข้าใจดาเลยว่ะ” อยู่ ๆ ก็ร้องไห้ออกมา คือมันเครียดไปหมด คิดสะระตะว่ายังทำยังไงถึงจะออกไปจากตรงนี้ได้“โอ๋ ๆ สงสัยโมโหหิว เลยร้องอยากกินเป็นเด็ก งั้นกินหน่อยนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปส่ง”ได้ยินคำว่าไปส่ง ถึงต้องเงยหน้ามองอย่างไม่เชื่อหู แม้จะมีประโยคที่ไม่เข้าหูก็เถอะ“จริงนะ” เห็นชายหนุ่มพยักหน้า รีบเร่งให้เขาส่งขนมและนมที่ซื้อมาให้ “เอามาดิ”“ก็แค่นี้ ไม่เห็นต้องทำอะไรให้ยุ่งยาก” เธอไม่ได้ตอบโต้อะไรเขา นั่งกินเงียบ ๆ จนหมด ซึ่งพลกฤตนั่งมองภาพนั้นแล้วยิ้ม จะว่าไปหญิงสาวก็น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย“ยิ้มทำไม” ปาลิดาที่รู้สึกว่าถูกมอง หันไปถามคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หากเขาก
“ไม่! ไม่กลัว ยังไงกลับบ้านไปก็ปลอดภัยกว่าอยู่กับมึง ให้กูกลับบ้านเถอะนะ ขอล่ะ หรือปล่อยกูไปไม่ต้องมายุ่ง มาเจอกันอีก นะ...ขอร้องล่ะ” หญิงสาวเข่าอ่อนนั่งทรุดลงกับพื้น เพราะใจตอนนี้อยากอยู่คนเดียว ไม่อยากให้ใครกวน แต่เขาก็ไม่ฟังคำที่เธอร้องขอเลย“เอ่อ ขอโทษครับ ผู้โดยสารจะไปไหมครับ” “ไม่ไปครับ พอดีเมียผมโกรธที่ผมไม่พาออกไปข้างนอกเลยจะไปเอง ขอโทษด้วยครับ” พร้อมกับยื่นค่าเสียเวลาให้ พอรถแท็กซี่ออกไป ปาลิดาร้องไห้หนักกว่าเดิม ความหวังของเธอที่จะได้กลับบ้านหมดลงแล้ว“ลุกขึ้นดา! กูบอกให้ลุก” เขาไม่พูดเปล่า ยังดึงแขนให้เธอลุกขึ้นอีก ซึ่งตอนนี้เธอรู้สึกเจ็บแขนมากทีเดียว คงจะเป็นรอยแดงแน่ ๆหญิงสาวเอาแต่นั่งนิ่ง ๆ ไม่ลุกตามคำสั่งเผด็จการจากคนตัวโต“ไม่ลุกใช่ไหม ได้! อย่าหาว่ากูไม่เตือนนะ”“อ๊าย ปล่อยนะ ไอ้บ้า ปล่อยเดี๋ยวนี้”เสียงหวานร้องตกใจ เพราะเขาแบกเธอพาดบ่า โดยมียามรักษาความปลอดภัยมองตาปริบ ๆ ไม่กล้าเข้ามาช่วย ก่อนเดินตรงมาที่รถแล้วจับร่างบอบบางยัดเข้าไปข้างใน รีบวิ่งมาฝั่งคนขับแล้วขับรถออกไปเลย“จะพากูไปไหน”“กินข้าว”นิ่งเงียบมาตลอดทาง เขาก็ชะลอรถริมถนนที่เป็นร้านอาหารข้างทางอย่างข้าว
เสียงสั่นเตือนจากมือถือของคนที่ตนนอนกอดเป็นเหตุให้เขารู้สึกตัว ชะเง้อคอมองเห็นว่าหญิงสาวยังหลับอยู่เลยไม่อยากรบกวน จึงปล่อยให้มือถือเครื่องบางสั่นอยู่อย่างนั้นจนเธอต้องเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เขาเลยแกล้งหลับเพื่อดูว่าเธอจะทำยังไง “ฮัลโหล ว่าไงเชน” ปาลิดาพูดเบาคล้ายกระซิบ ด้วยกลัวว่าจะทำให้คนที่นอนอยู่ข้าง ๆ ได้ยิน(มึงอยู่ไหนวะดา ทำอะไร แล้วตอนนี้อยู่กับใคร) ทันทีที่ได้ยินเสียง ราเชนทร์รัวคำถามชนิดที่ว่าใครก็ฟังไม่ทัน“อะไรของมึงเนี่ย กูอยู่บ้านพี่ภาค” กูขอโทษนะเชนที่ต้องโกหก ตอนนี้กูโคตรเสียใจเลยว่ะ(บ้านพี่มึงอะนะ) ปลายสายถามเสียงสูงไม่เชื่อ “เออ”(แล้วกูโทรหาทำไมไม่รับ) “กูเข้าห้องน้ำอยู่มั้ง...ตอนนั้นน่ะ”(เออ แล้วมึงก็ไม่โทรกลับด้วย กูกับไอ้ธีก็เป็นห่วงไปเถอะ คืนก่อนมึงออกไปตอนไหนวะ ทำไมกูไม่เห็น)“เข้าห้องน้ำเสร็จกูก็ออกมาเลยนะ ออกหลังร้านอะ ข้างหน้าคนเยอะไม่อยากเบียด แต่กูเดินออกไปไม่เห็นมึง กูเลยขึ้นแท็กซี่กลับ ถึงบ้านก็หลับเลย” ใครว่าล่ะ เช้ามากูก็ตื่นมาในห้องของใครก็ไม่รู้(เอ้า กูรออยู่รถตรงที่เราจอด ทำไมมึงไม่มาหากูวะ จะโทรบอกกันสักนิดก็ไม่มี ให้กูรอไปเถอะ)“กูข







