เข้าสู่ระบบ“ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย ทำไมวะ ฮือ ๆ ฮึก ๆ”
ร้องไห้จนหนำใจ ถึงฮึดสู้ เอาวะ เป็นไงเป็นกัน บอกตัวเองแบบนั้นแล้วก็ใช้มือปาดน้ำตาทิ้ง แล้วลุกขึ้นเดินช้า ๆ ไปยังห้องนอนที่ออกมาเมื่อครู่ ก่อนจะถือวิสาสะเปิดตู้ดู...เห็นเสื้อผ้าข้าวของของผู้ชายอยู่เต็มตู้
เกิดคำถามขึ้นในใจว่าตัวเองเสียตัวให้ใคร หากคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก เหมือนสมองมันตื้อไปหมด มองดูนาฬิกาบนผนังเป็นเวลาเที่ยงกว่าแล้ว อยู่ ๆ ได้ยินเสียงคนไขประตูพร้อมกับเสียงคลิก ก่อนถูกเปิดเข้ามา พอเห็นว่าเป็นใครก็ยืนตาค้างอ้าปากเหวอ ไม่คาดคิดเลยว่าคนนั้นจะเป็น...
ผู้ชายที่ปล้นจูบเธออย่างหน้าด้าน ๆ
“มึงเองเหรอ”
“เออ กูเอง” ทำหน้านิ่งเดินเข้ามา “เรียกผัวให้ดี ๆ หน่อย”
ผัวเหรอ ได้ยินคำนี้แล้ว น้ำตาที่หยุดไหลไปก่อนหน้าก็ไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
พอเห็นร่างบางร้องไห้ ชายหนุ่มถึงเดินเข้าไปจะสัมผัสตัว ทว่าเธอกลับถอยหลังก่อนที่เขาจะได้คว้าเธอ
“อย่ามาแตะต้องตัวกู มึงมันเลว ไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย ทำอย่างนี้กับผู้หญิงได้ยังไง ทำได้ยังไง! ฮือ ๆ”
“ดาใจเย็น ๆ ดิวะ” พลกฤต ธนาคม หนุ่มหล่อ ตาตี๋ ผิวขาว สูง อายุยี่สิบสี่ปีบอก ด้วยก่อนหน้านี้เขาต้องเข้าประชุมที่บริษัทเลยต้องล็อกห้องกันหญิงสาวที่เขาพาเธอมานอนด้วยเมื่อคืนจะหนีกลับ เมื่อออกจากห้องประชุมได้เขาก็รีบกลับมาที่ห้องเพื่อมาคุยกับหญิงสาว
“พูดได้ไงวะว่าให้กูใจเย็น เจอแบบนี้ใครจะเย็นไหว มึงไม่เป็นกู มึงไม่เข้าใจหรอก”
“ชื่อ “พล” เรียกดี ๆ หน่อย ยังไงผมก็อายุมากกว่าคุณ”
ชื่อพลเหรอ ไอ้เหี้ย! ฮึ่ม ทำไมต้องมาเจอคนแบบนี้ด้วย
“เหรอ ไม่ได้อยากรู้จักเลยว่าชื่ออะไร”
“ดา!!!”
“โอ๊ย เรียกเบา ๆ หน่อยก็ได้ อยู่ใกล้กันแค่นี้” เธอโวยวายดังลั่น
“ก็เธอไม่เรียกพี่ว่าพี่”
“ไม่อยากเคารพแล้วจะเรียกทำไมล่ะ” เธอลอยหน้าลอยตาว่า จนคนมองกัดฟันกรอด
“เถียงคำไม่ตกฟากจริง ๆ สงสัยอยากโดนปราบ”
ว่าแล้วก็รั้งท้ายทอยของปาลิดาเข้าหาตัว พร้อมประกบริมฝีปากอุ่นร้อนลงไปยังกลีบปากบางที่เถียงตนฉอด ๆ อย่างดุดันปนร้อนแรง พลางใช้จังหวะที่คนตัวเล็กเผลอสอดปลายลิ้นเข้าไปเกี่ยวตวัดลิ้นของหญิงสาวจนตัวอ่อนระทวยในอ้อมกอด
เมื่อหมดหนทางที่จะสู้เลยโอนอ่อนไปตามทางที่เขาเร่งเร้า ก่อนที่เขาจะใช้ปลายลิ้นดันให้เปิดปากให้เขาได้ชิมของหวาน
หญิงสาวที่ไม่เคยต้องมือชายมาก่อน เผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปตามจังหวะที่เขามอบประสบการณ์ให้จนรู้สึกร้อนวูบไปทั่วทั้งร่างจนอ่อนระทวยไปกับอ้อมแขนแกร่ง
“อือ อ่อยอะ (ปล่อยนะ)”
หญิงสาวบอกเสียงอู้อี้ พร้อมกับรวบรวมกำลังที่ถูกเขาสูบไปเกือบหมดให้กลับเข้าร่างอีกครั้ง แล้วใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักชายหนุ่มจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองสามก้าว
“ไอ้ชั่ว!! กล้ามากนะที่ทำกับกูแบบนี้”
เพียะ
ฝ่ามือเล็ก ๆ แต่แรงมหาศาลตบเข้าใบหน้าหล่อตี๋อย่างแรง ตามอารมณ์โกรธของตัวเอง
“ดา!!!”
“ทำไม!! มึงคิดว่าตัวเองมีมือมีเท้าคนเดียวหรือไง! ถึงทำคนไม่มีทางสู้แบบนี้”
พลกฤตได้แต่หักห้ามใจตัวเองไม่ให้ทำหญิงสาวไปมากกว่านี้ เพราะที่เขากระทำเธอเมื่อคืนก็สาหัสพอแล้ว แต่ร่างบางก็ดื้อเสียจริงเถียงเขาทุกประโยค
“ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย ทำไมวะ ฮือ ๆ ฮึก ๆ”ร้องไห้จนหนำใจ ถึงฮึดสู้ เอาวะ เป็นไงเป็นกัน บอกตัวเองแบบนั้นแล้วก็ใช้มือปาดน้ำตาทิ้ง แล้วลุกขึ้นเดินช้า ๆ ไปยังห้องนอนที่ออกมาเมื่อครู่ ก่อนจะถือวิสาสะเปิดตู้ดู...เห็นเสื้อผ้าข้าวของของผู้ชายอยู่เต็มตู้ เกิดคำถามขึ้นในใจว่าตัวเองเสียตัวให้ใคร หากคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก เหมือนสมองมันตื้อไปหมด มองดูนาฬิกาบนผนังเป็นเวลาเที่ยงกว่าแล้ว อยู่ ๆ ได้ยินเสียงคนไขประตูพร้อมกับเสียงคลิก ก่อนถูกเปิดเข้ามา พอเห็นว่าเป็นใครก็ยืนตาค้างอ้าปากเหวอ ไม่คาดคิดเลยว่าคนนั้นจะเป็น...ผู้ชายที่ปล้นจูบเธออย่างหน้าด้าน ๆ“มึงเองเหรอ”“เออ กูเอง” ทำหน้านิ่งเดินเข้ามา “เรียกผัวให้ดี ๆ หน่อย”ผัวเหรอ ได้ยินคำนี้แล้ว น้ำตาที่หยุดไหลไปก่อนหน้าก็ไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่พอเห็นร่างบางร้องไห้ ชายหนุ่มถึงเดินเข้าไปจะสัมผัสตัว ทว่าเธอกลับถอยหลังก่อนที่เขาจะได้คว้าเธอ“อย่ามาแตะต้องตัวกู มึงมันเลว ไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย ทำอย่างนี้กับผู้หญิงได้ยังไง ทำได้ยังไง! ฮือ ๆ”“ดาใจเย็น ๆ ดิวะ” พลกฤต ธนาคม หนุ่มหล่อ ตาตี๋ ผิวขาว สูง อายุยี่สิบสี่ปีบอก ด้วยก่อนหน้านี้เขาต้องเข้าประชุมที่
รูปร่างดูสูงใหญ่ ตาตี๋ คิ้วเข้ม จมูกโด่ง ปากหยักได้รูป รวม ๆ แล้วดูดีแบบไม่มีที่ติ ทำไมนิสัยต่างกับหน้าตาเช่นนี้เธอจะมาสำรวจเขาแบบนี้ไม่ได้นะดา เธอต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันแบบนี้ก่อนที่เขาจะลากไปทำเรื่องไม่ดีดีกว่านะ“มีอะไรกับกูอีกวะ” สบตาตี๋ ๆ ของผู้ชายคนนั้นอยู่ดี ๆ น้ำตาก็คลอเบ้า พร้อมกับอาการเซยืนไม่ตรงของเธออีกชายหนุ่มทำหน้าตกใจ “เธอเป็นอะไรอะ ไหวไหม”“ไม่ต้องมายุ่ง!! ขอทางด้วย” ระหว่างนั้นราเชนทร์โทรเข้ามาไม่หยุด เธอเลยกดรับ บอกกำลังออกไป พอกดวางสาย ชายหนุ่มก็แย่งโทรศัพท์ไป จะเข้าไปแย่งคืนเขาก็ชูมือขึ้นเหนือศีรษะ เธอก็กระโดดคว้าไม่ถึง ฮึ่ม! มันจะสูงไปไหน“ขอคืน ขอโทรศัพท์ของเราคืนด้วย” จากที่เซถอยหลังไปหลายก้าว ตอนนี้ก็แทบทรงตัวไม่อยู่ ทั้งอยากอ้วก ทั้งอยากนอน ความรู้สึกพวกนี้เริ่มเข้ามาแทนที่สติที่พยายามฝืน อย่างที่บอกเธอดื่มได้ แต่ไม่ได้เก่งขนาดที่ไม่รู้ลิมิตตัวเองว่าดื่มในปริมาณที่ไหน สภาพที่อีกคนเห็นคือหญิงสาวนั่งยอง ๆ นิ่งเงียบ ไม่พูดไม่จา“เธอเป็นอะไร” ชายหนุ่มร่างสูงนั่งบนขาตัวเอง แล้วเอ่ยถามน้ำเสียงห่วงใย “ขอโทรศัพท์คืนเถอะนะ เราไม่ไหวแล้ว”“ฮ่า ๆ อ่อนว่ะ” หญ
“มึงไม่น่าเกิดมาเป็นผู้ชายเลยว่ะ” เก้าชี้หน้าผู้ชายคนนั้นที่กล้ามาทำเพื่อนตน“พอเถอะเก้า กูไม่อยากลดตัวไปคุยกับคนแบบนี้หรอก” ปาลิดาเก็บความเสียใจไว้ในอก แล้วเดินเบียดผู้คนกลับไปยังโต๊ะอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้หันหลังไปมองชายผู้ชายแม้แต่น้อย “เฮ้ย ดา มึงเป็นอะไรไร ร้องไห้ทำไม”“ใครทำมึงวะ”“มึงเป็นไร บอกกูเดี๋ยวกูจัดการให้”และคำถามอีกมากมาย เมื่อเห็นเธอเดินกลับมาสภาพใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา ทุกคนก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงปนสงสัย หากก็ไม่ได้ตอบราเชนทร์เห็นอย่างนั้นรีบเข้ามาถามอย่างห่วงใย “มึง...เป็นอะไร ใครทำ”ปาลิดาส่ายหัวไม่พูดอย่างเดียว ราเชนทร์ที่รู้ว่าเซ้าซี้ไปก็ไม่ได้อะไร เลยไม่เร้าหรือต่อ ตอนนี้เพื่อนคงเสียขวัญ ถึงดึงร่างบอบบางไปกอดปลอบ“ไม่เป็นไรนะ งั้นกลับกันเถอะปะ” หญิงสาวได้แต่พยักหน้า ไม่โอเคกับสิ่งที่พบเจอ แม้มาเที่ยวหลายต่อหลายครั้งก็ไม่เคยพบเจอเหตุการณ์อุกอาจเช่นนี้เก้าเดินมาโอบไหล่ได้แต่ลูบปลอบอย่างเข้าใจ พลางเล่าเรื่องทั้งหมดให้ราเชนทร์กับธีภพฟังด้วยไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้มากนัก ไม่อยากให้ใครมาว่าได้ว่าไม่ให้เกียรติผู้หญิงพอพวกมันได้ฟังแล้วก็อยากจะไปซัดหน้าผู้ชายคนนั้นที่
“...หรา” สองหนุ่มประสานเสียงแข่งกับเสียงเพลง ซึ่งเป็นแบบนี้ทุกทีเวลาเธอมาเที่ยวด้วย “เออ คอยดูได้เลย” พร้อมกับรับแก้วเครื่องดื่มมาถือไว้“ดาไปเต้นกันไหม” เพื่อนผู้หญิงในห้องที่อยู่อีกกลุ่มเข้ามาชวน“รอกรึ่มก่อนได้ไหมล่ะ เหล้ายังไม่เข้าปากก็ชวนไปเต้นเลย”“เออ ๆ เดี๋ยวกูไปเต้นก่อนงั้น”หญิงสาวพยักหน้า จะบอกว่าตัวเองเป็นคนชอบดื่มนะ แต่คออ่อน กินไปสักพักจะเริ่มเมา พอดื่มไปสองแก้ว ก็รู้ว่าตัวเองเริ่มได้ที่แล้วถึงออกไปเต้นกลางฟลอร์เรียกเหงื่อที่นักดื่มชายหญิงเต้นแออัดกันอยู่ตรงนั้นเต็มไปหมด ขณะที่เต้น ๆ อยู่นั้นก็รู้สึกว่ากำลังโดนลวนลาม หันไปก็เห็นเป็นไอ้เก้าที่เมาไม่ได้สติแล้วมาโอบไหล่ เกือบสะบัดแล้วไหมล่ะ ถ้าไม่ได้ยินเสียงมันพูด ด้วยคิดว่าเป็นคนอื่นมากอด“เมายังดา” โน้มหน้ามาถามแล้วเปลี่ยนเป็นโอบเอว ทั้งยังก้มมาเกือบชิดหน้าเธอ ถ้าใครมองจะเห็นเป็นทั้งคู่กำลังจูบกันอยู่“ยัง กลับโต๊ะกันเถอะ”ไม่มีใครบอกศัตรูที่เป็นผู้ชายและไม่ใช่เพื่อนสนิทว่าเมาหรอก มันจะเปิดโอกาสให้คนพวกนี้ได้ทำเรื่องทราม ๆ หากตอบอะไรที่สิ้นคิดออกไป เห็นท่าไม่ดีเลยชวนกลับโต๊ะ ระหว่างที่เดินกลับคนที่ออกมาเต้นก็เยอะเลยเดินเ
ใกล้เวลานัด ปาลิดาก็เช็กความเรียบร้อยหน้ากระจกอีกรอบ รู้สึกพอใจแล้วถึงเดินลงมาจากห้องนอนที่อยู่ชั้นสอง เพื่อนั่งรอราเชนทร์มารับ ซึ่งก็พอดีที่ได้ยินเสียงรถมาจอดหน้าประตูรั้วบ้าน แต่ก่อนที่จะได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น ราเชนทร์ก็บีบแตรเสียงดังสนั่นลั่นซอยบ้าน ดีที่ชาวบ้านแถวนี้ไม่เอามีดปันตอขว้างใส่หัวมัน ข้อหาทำอะไรไม่เกรงใจ หญิงสาวในชุดเดรสสั้นสายเดี่ยวสปาเกตตีสีครีม เอวจับจีบ แต่งผ้าระบายด้านข้าง แต่งหน้าอ่อน ๆ เดินสง่าบนรองเท้าส้นสูงสามนิ้วสีดำที่เข้ากับกระเป๋าสะพายข้างสีดำ ก้าวขาขึ้นรถเก๋งคันโก้ที่จอดรออยู่ก่อนแล้ว “ช้าตลอด” ขึ้นรถได้ไอ้ธีที่นั่งข้างคนขับก็แซะเลย“ต้องดูความเรียบร้อยก่อนไหมวะ เผื่อมีผู้ชายหลงมาจีบ”“ไอ้คนนั้นคงเมาจนไม่ได้สติแน่ ๆ”“ไอ้ธี! มึงนะมึง เอาอะไรมองวะว่ากูไม่สวย”“ทุกตรงน่ะแหละ!” ไอ้เพื่อนสองตัวพูดพร้อมกัน วันนี้มันมาในลุคแบดบอยกันทั้งคู่ ราเชนทร์มาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีเทา กางเกงยีนสีดำขาดเข่า ส่วน ธีภพอยู่ในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีขาว กางเกงยีนแบรนด์ดัง“จำไว้เลยนะพวกมึงอะ” หญิงสาวทำหน้าบึ้ง ไม่พอใจที่ถูกสองหนุ่มรุมว่า “แล้วนี่แต่งอะไรมาวะ เหมือนหลุดออกมาจากสวนสัต
“เชน...มึงจะไปผับยังไง” หญิงสาวถามเพื่อนหนุ่ม ระหว่างเดินลงตึกกองบริการการศึกษา เพราะก่อนหน้านี้พวกเธอไปยื่นเอกสารขอจบกับทางมหาวิทยาลัยมา“ว่าจะขับรถไป ไปกับไอ้ธีน่ะแหละ” เจ้าของชื่อตอบ “มึงล่ะไปยังไง”“แท็กซี่มั้ง”“ให้กูไปรับไหมดา”“เออ ก็ดี ขากลับจะไม่ได้ต้องนั่งแท็กซี่กลับคนเดียว” คนตัวเล็กที่อยู่ในชุดนักศึกษาตอบตกลง เอาจริง ๆ ขึ้นแท็กซี่คนเดียวตอนกลางคืนก็ไม่กล้า ด้วยวันนี้มีนัดเลี้ยงจบกับเพื่อนในห้องคนอื่น ๆ ที่ผับหรูแห่งหนึ่งใจกลางเมือง คงมีดื่มกันบ้างปาลิดา กฤตติกา สาวสวยร่างเล็กวัยยี่สิบสองปี เป็นหญิงสาวคนเดียวในกลุ่มที่มีเพื่อนผู้ชายถึงสองคน รูปร่างสูง ผิวขาว มีลักยิ้ม จัดฟัน นิสัยร่าเริง ฐานะทางบ้านค่อนข้างดี ที่บ้านขายอะไหล่รถยนต์แบบครบวงจร“’งั้นสามทุ่มกูไปรับแล้วกัน” ราเชนทร์ โอภาสพงส์ นัดเวลา ชายหนุ่มคนนี้เป็นคนตัวสูง มีส่วนสูงประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเจ็ดเซนติเมตร ผิวขาวออกเหลือง จัดฟัน เป็นที่หมายตาของสาว ๆ ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง รวมไปถึงรุ่นเดียวกันมักนำของกินมาบรรณาการถึงที่ หากชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจ“โอเค”“อย่าช้านะมึง ช้า กูให้ไอ้เชนไปก่อนจริง ๆ” ธีภพ มั่นคง ว่า เขาอ่อน







