공유

บทที่ 4 หมอชนหมอ

last update 게시일: 2026-07-30 21:34:31

แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดผ่านยอดไม้ เสียงไก่ขันสลับกับเสียงแม่ค้าพ่อค้าเรียกลูกค้าดังไปทั่วตลาดเช้าบ้านห้วยขมิ้น

 สายหมอกจางๆลอยตัวลงต่ำเรี่ยผิวดินทำให้หมู่บ้านนี้เหมือนเป็นอีกโลกที่คนกรุงไม่เคยรู้จัก กลิ่นข้าวเหนียวร้อน ๆ หมูปิ้ง และกาแฟโบราณหอมๆลอยคลุ้งจนใบข้าวอดยิ้มไม่ได้ มันคือมนต์เสน่ห์ที่ทำให้เธอหลงรักเสียจริงๆ

"เป็นตลาดที่น่ารักจัง"

ใบข้าวมองไปยังร้านค้าแผงลอยที่มีของป่าผักป่าอยู่หลากหลายรายเรียงตลอดทาง

เดือนยิ้มพลางพาเดินไปยังร้านกาแฟใกล้ๆลำธาร เสัยงน้ำไหลและกลิ่นกาแฟยิ่งทำให้รุ้สึกผ่อนคลายเสียจริงเชียว

"ตลาดนี้เล็กก็จริง แต่ของครบทุกอย่างค่ะพ่อค้าแม่ค้าบางคนก็เข้าเมืองบ่อยข้าวของก็ไม่ได้ขาดเหลืออะไร หรือหากอยากได้อะไรที่พิเศษก็ฝากพ่อค้าแม่ค้าที่จะเข้าเมืองไปซื้อของได้ค่ะ

"ที่สำคัญ...ข่าวเร็วกว่าสัญญาณโทรศัพท์อีก"

ดาวรีบเสริมทันทีทำเอาศรันย์หัวเราะร่า

"อันนี้เชื่อเลยที่ไหนๆตลาดก็คือจุดกระจายเสียงที่ดี ฮ่าๆๆๆ"

ระหว่างทาง ชาวบ้านต่างเข้ามาทักทายหมอใหม่อย่างอบอุ่น

บางคนนำผลไม้มาให้

บางคนยื่นขนมพื้นบ้านให้ชิม

ทำให้ความกังวลของใบข้าวค่อย ๆ จางหาย

จนกระทั่ง...

เสียงสวดคาถาแว่วมาจากลานใต้ต้นโพธิ์กลางตลาด ชาวบ้านจำนวนมากยืนล้อมเป็นวงใบข้าวชะเง้อมองอย่างไคร่รู้ ท่ามกลางวงล้อมของชาวบ้านเงาร่างของชายหนุ่มร่างสูงกำลังนั่งคุกเข่าผูกสายสิญจน์ให้เด็กน้อยคนหนึ่ง

หลังจากนั้นเขายื่นถุงสมุนไพรให้หญิงชราคนหนึ่งพร้อมอธิบายวิธีต้มยาอย่างละเอียด

"หมอสิงห์...นี่เองค่ะ"

ดาวพึมพำ

ใบข้าวถึงกับขมวดคิ้ว

"ขายยาสมุนไพรในตลาด?...ยังมาทำพิธีอีก?...นี่มัน..!!!."

เธอเดินตรงเข้าไปทันที โดยที่มือของศรันย์ไขว่ค้าวเอาไว้แทบไม่ทัน

"คุณกำลังหลอกชาวบ้านอีกแล้วใช่ไหม!"

หมอสิงห์เงยหน้าขึ้นมองร่างบางตรงหน้าอย่างใจเย็น วันนี้หญิงสาวดูสะอาดสะอ้านมากขึ้น ดวงหน้ามนเกลี้ยงเกลา ผิวที่ขาวละเอียดราวกับไม่เคยต้องแสงแดด กับกลิ่นกายที่หอมอ่อนๆทำเอาชายหนุ่มถึงกับสั่นไหวแปลกๆ

"อรุณสวัสดิ์ครับ...หมอ"

เขาทักทายพลางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่

"ใครอนุญาตให้เรียกฉันว่าหมอ!"

หมอสิงห์ยักไหล่ ทำหน้าเหมือนเบื่อโลก

"ก็เห็นเรียนหมอมา...หรือผมเข้าใจผิด"

เสียงหัวเราะของชาวบ้านดังขึ้นเบา ๆก่อนจะพากันขยับถอยออกไป ปล่อยให้หนุ่มสาวเขาเย้าหยอกกัน

ใบข้าวหน้าแดงด้วยความอาย

"การรักษาต้องอาศัยหลักฐานทางการแพทย์!สิ!!! ไม่ใช่มาต้มตุ๋นหลอกลวงให้พวกเขาหลงงมงายอยู่แบบนี้!!!"

เธอให้เหตุผล

หมอสิงห์ยื่นถุงสมุนไพรขึ้นมาให้หญิงสาว บนถุงมีรายละเอียดของสมุนไพรทุกชนิดอย่างถูกต้อง

"แล้วสมุนไพรนี่...องค์การอนามัยโลกก็ศึกษามาหลายชนิดจะปฏิเสธทั้งหมดเลยหรือ"

ใบข้าวชะงักไปครู่หนึ่งแต่เธอยังไม่ยอมแพ้เธอต้องทวงความถูกต้องตามที่เธอคิดเอาไว้ให้ได้

"แล้วพิธีเรียกขวัญล่ะ!มันงมงาย!"

หมอสิงห์ยิ้มมุมปาก

"บางครั้ง...ยาก็รักษาร่างกายแต่กำลังใจรักษาหัวใจคนไข้บางคนต้องการทั้งสองอย่างถ้ารักษาร่างกายแล้วใจไม่รักษา ต่อให้ฝีมือดีแค่ไหนก็รักษาเขาไม่หายหรอกคุณ"

ทั้งคู่เริ่มโต้เถียงกันไปมา ศรันย์ถึงกับยืนกุมขมับ เดือนกับดาวแอบหัวเราะและมองทั้งคู่ด้วยสายตาซุกซน ส่วนเด็กชายสามคน...ต้วน จักร และแป๊ะ ที่ติดตามหมอสิงห์มาช่วยงานประจำนั่งกินไอติมพร้อมเชียร์อยู่ริมทาง

"ข้าฝั่งหมอสิงห์"

"ข้าฝั่งหมอใบข้าว"

"พนันขนมกันไหม"

" ได้/ได้"

ทันใดนั้น...ลมเย็นสายหนึ่งพัดผ่านตลาดไม่ได้เป็นส่ยลมที่รุนแรงแต่กลับหมุนวนอยู่เพียงตรงกลางระหว่างหมอสิงห์กับใบข้าว ความเย็นยะเยือกของสายลมยั้นทำเอาใบข้าวถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งสรรพางค์กายหมอสิงห์หันไปมองอย่างสงสัย คิ้วเข้มขมวดเข้าหาด้วยกันอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะเบิกตาโพลงแล้วร้องห้าม

"เดี๋ยว...!!!"

ยังไม่ทันพูดจบสายลมอันยะเยือกนั้นก็กระแทกเข้ากลางหลังของเขาและเธออย่างจัง

"ว้าย!"

ใบข้าวเสียหลักลื่นไปข้างหน้า หมอสิงห์รีบคว้าตัวไว้โดยสัญชาตญาณทั้งสองล้มลงพร้อมกันร่างบางอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มกล้ามแน่นอกล่ำ   ใบหน้าห่างกันเพียงไม่กี่นิ้ว ดวงตาสบกันโดยไม่ตั้งใจ ราวกับเวลารอบตัวหยุดนิ่ง มีเพียงเสียงลมหายใจของเขาและเธอที่สอดประสานกันอยู่ตรงนั่นแม้แต่เสียงตลาดก็เงียบลงชั่วขณะ หมอสิงห์ยิ้มบาง ๆ อย่างยียวน

"หมอ...หัวใจเต้นเร็วนะ"

ใบข้าวสะดุ้ง ใบหน้ามนของเธอร้อนผ่าวและแดงราวลูกตำลึงสุก หญิงสาวรีบผลักเขาออกทันที

"ไอ้โรคจิต!!!"

ตุ้บ!

ตุ้บ!

ตุ้บ!

หมัดเล็ก ๆ ของเธอฟาดใส่แขนหมอสิงห์หลายครั้ง ชายหนุ่มได้แต่แสร้งทำว่าเจ็บแม้ว่ากำปั้นบางๆนั้นไม่ได้ระคายผิวของเขาเลยด้วยซ้ำไป

"อย่ามาเข้าใกล้ฉันอีกนะ!" 

หญิงสาวใบหน้าแดงจัด ก่อนจะรีบเดินหนีศรันย์รีบวิ่งตามไปด้วยอาการสะดีดสะดิ้ง ราวกับได้พบเจอกับเรื่องที่เขาจะเก็บเรื่องนี้ไว้เมาท์มอยกับเพื่อนๆเขาได้แน่ๆ  หมอสิงห์มองตามร่างบางที่ปั้นปึงเดินจากไปพลางส่ายหน้า ด้วยความอ่อนใจ

"ดุจริง..."

แต่รอยยิ้มกลับไม่หายไปจากใบหน้าเพราะตอนนี้ใบหน้าของหญิงสาวที่เดินหายลับไปนั้นกลับตรึงใจเขามากกว่าที่คิด

ขณะเดียวกัน...บนกิ่งไม้ใหญ่เหนือศีรษะเด็กหญิงตัวน้อยในชุดไทยโบราณนั่งหัวเราะคิกคักอยู่บนคาคบไม้ ข้าง ๆ กัน เด็กชายหัวจุกจอมซนยกมือปิดปากกลั้นขำ

"พี่แก้ว...เมื่อกี้เราเล่นแรงไปไหม"

แก้วหัวเราะจนตัวงอ

"ไม่แรงหรอกกำลังสนุกเลยพี่ได้กลิ่นหอมๆมาจากตัวของพี่สาวนั่นด้วย" 

จุกยื่นหน้าไปมองหมอสิงห์กับใบข้าวที่เดินแยกกันคนละทางก่อนหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์แล้วออกความคิดเห็น

"คราวหน้าทำอีกดีไหม"

เสียงหัวเราะใส ๆ ของเด็กทั้งสองลอยไปกับสายลมโดยไม่มีมนุษย์คนใดในตลาดรู้เลยว่า...

ต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายทั้งหมดไม่ใช่ลมธรรมชาติ แต่เป็นฝีมือของ "กุมารีแก้ว" และ "กุมารจุก" ลูกรักของหมอสิงห์นั่นเอง

หลังจากความวุ่นวายที่ตลาดเช้าจบลงใบข้าวยังคงเดินหน้าบึ้งกลับอนามัย ศรันย์รีบเดินตามมาติด ๆ

"เดี๋ยวก่อนสิยะนังใบ!!"

"จะให้เดี๋ยวได้ยังไง!"

ใบข้าวหันมามองค้อนเสัยวงใหญ่

"เเกเห็นไหม คนแบบนั้นน่ะเล่นของกลางตลาดชาวบ้านก็เชื่อกันหมดงมงายชัดๆ"

ศรันย์ยักไหล่

"แต่...เขาก็ไม่ได้เก็บเงินแพงนี่เห็นยายเมื่อกี้จะให้ห้าร้อยเขายังรับแค่ค่าครูยี่สิบบาท"

ใบข้าวชะงัก

"..."

"แล้วสมุนไพรที่ขายฉันแอบอ่านฉลากก็มีชื่อวิทยาศาสตร์ครบ"

ใบข้าวถอนหายใจ

"ฉันไม่ได้บอกว่าเขาไม่เก่งแต่...การรักษามันต้องอธิบายได้"

ศรันย์ยิ้มบาง ๆ

"บางเรื่อง...ราอาจยังอธิบายไม่ได้ก็ได้นะ"

ใบข้าวเงียบ

ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนย้อนเข้ามาในหัว

น้ำสีดำ

ตะปู

เส้นผม

เธอพยายามหาเหตุผลทางการแพทย์

แต่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้

...

เมื่อกลับถึงอนามัย

ทั้งสองก็ไม่มีเวลาคิดต่อ

เพราะคนไข้มารอตรวจเต็มศาลาหน้าอาคารแล้ว

หมอแขไทเดินออกมาพร้อมแฟ้มคนไข้

"วันนี้หมอใหม่เริ่มงานจริงวันแรกไม่ต้องกังวลอาจารย์อยู่ด้วย"

เขาตบไหล่ของหญิงสาวเป็นเชิงปลอบประโลม

ใบข้าวสูดหายใจเข้าลึกสุดปอดตั้งสติให้มั่น

"พร้อมค่ะ"

ศรันย์ยกนิ้วโป้งพลางทำท้าทางราวกะบขอพรกับปากกาขนมิ้งค์สีชมพูเล่มโปรด

"โอเค...งั้น ลุยเลย!! "

ไม่นาน...

ห้องตรวจหมายเลขหนึ่งก็เริ่มทำงานคนไข้คนแรกเป็นคุณยายปวดเข่าเรื้อรังใบข้าวนั่งคุยอยู่นานถามตั้งแต่การใช้ชีวิต อาหาร การทำงานในไร่ก่อนอธิบายวิธีบริหารข้อเข่าอย่างใจเย็นคุณยายยิ้มกว้าง

"หมอพูดเพราะเหมือนหลานยายเลย"

ใบข้าวยิ้มตอบ

"ยายต้องทำตามนะคะ"

"เดี๋ยวหนูจะตรวจอีกทีเดือนหน้า"

...

ห้องข้าง ๆ

ศรันย์กำลังเย็บแผลให้เด็กชายที่ตกต้นมะม่วงเด็กน้อยตัวสั่นเพราะกลัวเข็มศรันย์หยิบลูกอมจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมา

"ถ้าหนูไม่ร้อง"

"ลูกอมเม็ดนี้เป็นของหนูโอเคไหมครับ"

เด็กชายรีบเม้มปากทันทีจนพยาบาลเดือนแอบหัวเราะ

"หมอศรันย์เก่งเรื่องหบอกเด็กเด็กนะคะ"

ศรันย์ยิ้ม

"ฉันก็ขี้แยแบบนี้ตอนเด็กๆแบ้วก็เพื่อลูกอมถึงกับยอมหยุดร้องออกบ่อย"

...

ตลอดทั้งเช้า

ใบข้าวกับศรันย์ช่วยกันตรวจคนไข้แทบไม่ได้พักชาวบ้านเริ่มยิ้ม

เริ่มเรียก

"หมอใบข้าว"

"หมอศรันย์"

แทนคำว่า "หมอใหม่"

ป้าหอมแอบกระซิบกับหมอแขไท

"เด็กสองคนนี้ใช้ได้เลยนะคะ"

หมอแขไทยิ้มอย่างภูมิใจ

"อาจารย์บอกแล้วัเขาสองคนตั้งใจมาเป็นหมอจริง ๆ"

แต่ในจังหวะที่ทุกคนเริ่มหายใจหายคอ

เสียงเอะอะก็ดังขึ้นอีกครั้งจากหน้าอนามัย

"หมอ!"

"ช่วยด้วย!"

"มีคนถูกงูกัด!"

เสียงฝีเท้าหลายคู่รีบวิ่งเข้ามาใบข้าวกับศรันย์สบตากันราวกันสื่อสารกันด้วยกระแสจิตได้ก่อนจะลุกขึ้นพร้อมกันแทบจะในเวลาเดียวการเป็นหมอ...ไม่มีคำว่า "พัก"และบ้านห้วยขมิ้นแห่งนี้ก็ดูเหมือนจะมีเรื่องให้พวกเขาเรียนรู้อีกมากมายเหลือเกิน...

 

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 34 มนต์แห่งอนธกาลกาเล

    ภายในห้องประชุมเล็ก ๆ ของอนามัยบ้านห้วยขมิ้น เต็มไปด้วยบรรยากาศอันหนักอึ้ง เสียจนได้ยินเพียงเสียงพัดลมเพดานหมุนครืดคราดอยู่เหนือศีรษะด้านนอกหน้าต่างชาวบ้านกำลังช่วยกันเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทั้งหกเข้าไปยังห้องพักผู้ป่วยชั่วคราวโดยมีเสียงครางของผู้ป้วยและเสียงออกคำสั่งของชาวบ้านดังเป็นระยะ ๆ ที่เสียงครางดังลอดเข้ามายังห้องประชุมเล็กๆของอนามัย"อ่า...""อ่า..."เสียงนั้นทำให้ทุกคนในห้องรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก มันเป็นทางตันที่อื้ออึงไปด้วยปริศนาหมอแขไททนนั่งเงียบอยู่นาน ก่อนจะถอดแว่นออกมานวดสันจมูก ใบหน้าของแพทย์อาวุโสเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เขาถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนและหนักใจตั้งแต่เป็นหมอมา เขาเคยรักษาคนมานับหมื่น เคยเจอทั้งโรคระบาดอุบัติเหตุหมู่คนถูกยิงคนถูกงูกัดคนถูกหมีตะปบถึงแม้จะเคยเจอ เคสที่ถูกีเข้าหรือผีทำร้ายอยู่บ้าง แต่เขาไม่เคยเจอเคสแบบนี้ ไม่เคยเจอคนที่เหมือนตายแล้ว แต่กลับยังมีชีวิตอยู่"เอาล่ะ"หมอแขไทเป็นคนทำลายความเงียบขึ้นก่อน ทุกสายตาหันมามอง ชายชราสูดลมหายใจลึกก่อนพูดช้า ๆ เพื่อทำลายความเงียบงันที่แสนอึดอัดนี้"พวกเราอ้อมค้อมกันมามากพอแล้วผมอยากถามตรง ๆ"เขา

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 33 ศพที่ไม่ตาย

    ตลอดทางจากวัดมายังอนามัยบ้านห้วยขมิ้นมันราวกับพวกเขารู้ตัวว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้างในอนาคตไม่มีใครพูดอะไรแม้แต่ศรันย์ที่ปกติพูดไม่หยุดก็ยังเงียบเพราะสิ่งที่ผู้ใหญ่บ้านเล่าไว้ฟังดูเหลือเชื่อเกินไป...เมื่อมาถึงอนามัย ภาพตรงหน้ากลับทำให้ทุกคนชะงักชาวบ้านกว่าสิบคนกำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่ใต้ต้นมะขามใหญ่หน้าอนามัยหมอแขไทยืนคุมสถานการณ์อยู่ไม่ไกลทันทีที่เห็นหมอสิงห์และหมอทั้งสอง อาจารย์หมอก็ถอนหายใจโล่งอก เขากวักมือเรียกทุกคนทันทีที่พวกเขาก้าวลงจากรถ"มาสัก ทีรีบมาดูนี่หน่อย"ทุกคนรีบเดินเข้าไปตามคำเชิญ ก่อนจะพบกับกลุ่มคนที่ถูกมัดติดกับต้นไม้ด้วยเชือกหลายเส้นผู้ป่วยซูบผอมผิดปกติผิวหนังซีดราวกับไร้ซึ่งเลือดฟาด ดวงตาเบิกกว้างจนเห็นตาขาวมากกว่าปกติริมฝีปากแห้งแตกแต่ไม่มีบาดแผลไม่มีร่องรอยการถูกกัดไม่มีรอยฟกช้ำไม่มีเลือด...ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นช้า ๆก่อนส่งเสียงออกมา"อ่า...""...อ่า...""...อ่า..."ศรันย์ถึงกับหยุดเดิน"เดี๋ยวนะ...ทำไมฟังเหมือนซอมบี้เลย"ชาวบ้านคนหนึ่งพยักหน้าแรง"ใช่ครับหมอเมื่อคืนผมนอนไม่หลับเลยดูหนังผีฝรั่งมันเหมือนเป๊ะ! เเต่นี่มันเหมือนคนมากกว่าไม่มีบาดแผล"

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 32 อนธกาลกาเล

    แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านยอดไม้ใหญ่ภายในวัดบ้านห้วยขมิ้น แม้หมู่บ้านจะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว แต่ความหวาดกลัวจากสองคืนที่ผ่านมา ยังคงตกค้างอยู่ในหัวใจของผู้คนใบข้าวแทบวิ่งออกจากอนามัยทันทีที่จักรมาบอกข่าว ศรันย์วิ่งตามหลังมาติด ๆ ส่วนผู้กองฉัตรกล้าที่กำลังพูดคุยเรื่องเวรยามกับตำรวจตระเวนชายแดนอยู่หน้าอนามัยก็รีบตามมาด้วยเช่นกันเมื่อทั้งสามมาถึงวัดสายตาของใบข้าวก็หันไปทางชายป่าท้ายวัดทันที แล้วหัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้น ร่างสูงในเสื้อม่อฮ่อมสีเข้มกำลังเดินออกมาจากแนวไม้แม้เสื้อผ้าจะเปื้อนดินแม้จะมีรอยขาดจากกิ่งไม้แม้ใบหน้าจะดูอิดโรยจากการอดหลับอดนอน แต่หมอสิงห์ก็ยังคงเป็นหมอสิงห์ ชายหนุ่มผู้มีแววตาแน่วแน่เสมอ ใบข้าวไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังวิ่ง จนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา"คุณ!"หมอสิงห์ชะงักก่อนยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นหญิงสาวทั้งใจของเขารู้สึกราวกับ มีแมลงบินอยู่ข้างในอก"หมอ"ใบข้าวมองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าราวกับกำลังตรวจคนไข้"เจ็บตรงไหนไหมได้กินข้าวหรือเปล่าเป็นไข้ไหมมีแผลตรงไหนหรือเปล่า"คำถามรัวเร็วจนหมอสิงห์หัวเราะเบา ๆเขารู้สึกดีจนอธิบายไม่ถูก "ใจเย็นก่อนผมยังไม่

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 31 เงาจากปรโลก

    หลังจากที่ค่ำคืนอันปสนจะยาวนานผ่านพ้นไป สิงห์รับเร่งออกเดินทางทันทีที่แสงแรกของวันสาดลงสู่ผืนป่ากระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุดวงจิตพี่พรายถูกเก็บไว้ในย่ามอย่างทะนุถนอมส่วนจุกนั้นลอยนำทางอยู่ข้างหน้าอย่างตั้งใจคอยปัดเป่าเหล่าสัมภเวสีและไล่สัตว์มีพิษน้อยใหญ่ให้ ผู้ที่เขาเรียกว่าพ่อชายหนุ่มตั้งใจจะกลับถึงบ้านห้วยขมิ้นก่อนค่ำแต่ยิ่งเดิน...เขาก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความผิดปกติผืนป่าเงียบเกินไปเงียบจนผิดธรรมชาติไม่มีเสียงนกไม่มีเสียงลิงแม้แต่สัตว์เล็ก ๆ ก็แทบไม่ปรากฏให้เห็นราวกับทุกชีวิตกำลังหวาดกลัวบางสิ่ง" พ่อ!!! มันมีบางอย่างแปลกๆ"จุกหยุดชะงักก่อนจะค่อยๆลอยมาใกล้ๆชายหนุ่มไม่นานนักพวกเขาก็พบต้นเหตุ เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากด้านหน้า เงาดำหลายสิบร่างพุ่งผ่านแนวไม้ร่างกายของพวกมันบิดเบี้ยว บ้างไส้ทะลัก บ้างคอหัก บ้างกลางตัวเป็นรูโบ๋ กลิ่นสะอิสะเอียนลอยอวนอยู่ในอากาศ มันคือผีป่า แต่ไม่ใช่ผีป่าที่พวกเขาคุ้นเคย ดวงตาของพวกมันแดงฉาน สีหน้าบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งบางตนไล่กัดกินกันเองบางตนร้องไห้คร่ำครวญบางตนพุ่งชนต้นไม้จนร่างแตกสลายราวกับมันกำลังเสียสติจุกหน้าซีด"พ่อ...พวกผีป่าเป็

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 30 วิชาที่หายสาบสูญ

    สิงห์แทบไม่ได้หยุดพักเลยตั้งแต่ออกจากหมู่บ้าน เขาเดินฝ่าป่ามาสองวันเต็ม ข้ามลำห้วยปีนหน้าผาสูง ลัดเลาะไปตามทางสัตว์ จนกระทั่งช่วงบ่ายของวันที่สอง เสียงน้ำตกก็ดังขึ้นจากเบื้องหน้า ดัง ซ่าๆ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเขาถึงที่หมายแล้ใจุกที่ลอยนำทางอยู่รีบหันกลับมาบอกอย่างตื่นเต้น"พ่อ!!...ถึงแล้วครับ"หมอสิงห์เร่งฝีเท้าทันที หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไม่นานนักม่านน้ำตกสีขาวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ละอองน้ำลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณราวกับเป็นม่านหมอกในความฝัน แอ่งน้ำใสสะท้อนแสงแดดยามบ่ายเป็นประกาย ระยิบระยับ แต่สิ่งที่อยู่ริมแอ่งน้ำทำให้ชายหนุ่มหยุดนิ่ง ร่างเล็ก ๆ สีฟ้าจาง ๆ กำลังขดตัวอยู่ใต้ก้อนหินไม่มีรูปร่างเป็นหญิงสาวงดงามอีกแล้วไม่มีเส้นผมยาวสลวยไม่มีอาภรณ์งดงามเหลือเพียงก้อนพลังงานคล้ายสไลม์โปร่งแสงขนาดเท่าลูกมะพร้าว มันค่อย ๆ กระเพื่อมอยู่ช้า ๆ หมอสิงห์รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัด"พี่พราย..."เสียงของเขาแผ่วเบาราวกับว่าหวาดกลัวว่าสิ่งที่เห็นนั้นจะปลิงหายไปในทันที ก้อนพลังงานนั้นค่อย ๆ ขยับ ตอบสนองเสียงเรียก ก่อนจะมีดวงตาสองดวงปรากฏขึ้น ในก้อนนั้น มันมองมาที่เขาอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่งเสียงแ

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 29 กลิ่นสาปความตาย

    อนามัยบ้านห้วยขมิ้นยังคงสว่างไสว แม้เวลาจะล่วงเลยเข้าสู่เกือบเที่ยงคืนภายในห้องผู้ป่วย...ชายชราชาวกะเหรี่ยงคนหนึ่งนอนหลับอยู่บนเตียงให้น้ำเกลือ เขาถูกลูกหลานหามมาจากหมู่บ้านบนดอยเมื่อวานนี้ ด้วยอาการปอดอักเสบรุนแรงและไข้สูงหลายวันหมอใบข้าวนั่งเขียนเวชระเบียนอยู่หน้าโต๊ะส่วนหมอศรันย์กำลังตรวจวัดความดันผู้ป่วยซ้ำอีกครั้ง วันนี้ทั้งสองคนเข้าเวรพร้อมกันเพื่อให้เดือน กับดาวได้ลาพักหลังจากที่ทำงานเหนื่อยมานาน"ไข้ลดลงแล้ว"ศรันย์ถอนหายใจอย่างโล่งอกใบข้าวยิ้มบาง ๆ"อย่างน้อยคืนนี้ก็คงได้นั่งพักสัก..."ปัง!เสียงประตูอนามัยถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ยังไม่ทันที่ใบข้าวจะพูดจบเสียด้วยซ้ำทั้งสองสะดุ้งพร้อมกันต้วนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาเป็นคนแรกในมือหอบหมอนกับผ้าห่มและตุ๊กตาหุ่นพยนต์ที่หมอสิงห์ให้เอาไว้ตามมาด้วยกุมารีแก้วและพี่ณีทว่าครั้งนี้...พี่ณีดูแปลกๆไป จากที่เป็นผีที่อารมณ์ดี ขี้เล่นและบรรยากาศของเธอจะสบายๆกว่าผีตนอื่นๆ แต่ตอนนี้เธอไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อยสีผิวซีดขาว...ใบหน้าเคร่งเครียด...ดวงตาคมกริบที่ไร้ตาขาวจับจ้องออกไปนอกอาคาร"หมอ!"เสียงของเธอดังหนักแน่นกว่าทุกครั้ง"รีบปิดประตู!ปิดห

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status