LOGIN“ทะเลาะกันแบบนี้ อีกหน่อยคงลูกดก” มีนาพึมพำ แต่ชมพูกลับสะบัดหน้ามามองเธอตาเขียว ใครกันจะเอาผู้ชายปากจัดแบบนั้นมาทำพันธุ์กัน ก่อนจะทวนคำพูดของเพื่อนสาว
“เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะมีนา”
มีนาหัวเราะในลำคอ เธอไม่ตอบก่อนจะเห็นว่ามีแท็กซี่ขับผ่านทางมาพอดี จึงชิงตัดบทโบกมือเพื่อเรียกรถขับไปยังร้านที่เธอจองไว้
สถานบันเทิงเนืองแน่นไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ส่วนใหญ่แล้วเป็นนักศึกษาต่างพากันมาผ่อนคลายหลังเลิกเรียน อีกทั้งวันนี้เป็นวันศุกร์แถมยังเป็นศุกร์สิ้นเดือน แขกที่มาเที่ยวจึงมากเป็นพิเศษ
ร้านที่มีนาคัดสรรมาในวันนี้ เป็นร้านกึ่งผับกึ่งบาร์ สามารถสั่งอาหารดูนักร้องอย่างเพลินๆ เหมาะสมกับมือใหม่อย่างพระพายที่เพิ่งหัดดื่มเหล้าเป็นครั้งแรก
“คนล้นออกมาหน้าร้านเลย เปลี่ยนร้านดีไหม?” พระพายเสนอ ปกติแล้วเธอไม่ชอบคนเยอะสักเท่าไร แต่นี่คนล้นออกมาจากหน้าร้านกันเลย
“ได้ไง ฉันจองร้านนี้แล้ว ไหนๆก็มาแล้วรีบเข้าไปกันเถอะ” มีนาดันหลังเพื่อนสาวให้เข้าไป สุดท้ายแล้วคนไม่ชอบความวุ่นวายก็ต้องเดินเข้าไปอย่างช่วยไม่ได้
ทันทีที่เดินเข้ามา ทำเอาพระพายถึงกับตะลึงงันกับการประดับไฟในร้านละลานตา ก่อนจะกวาดสายตาแทบจะไม่เห็นโต๊ะว่างเลยสักโต๊ะ โชคดีที่มีนานั้นโทรมาจองมาก่อนแล้ว ทั้งหมดจึงได้ทำเลเป็นโต๊ะที่อยู่ด้านหน้าสุดใกล้เวที
“เสียงดังหน่อยนะ” เจแปนสะกิดเพื่อนสาวพร้อมกับยื่นหน้าไปบอกใกล้ๆ โดยการกระทำของชายหนุ่มอยู่ในสายตาของสาวอวบ พอถูกชายหนุ่มจับได้ชมพูแสร้งเฉไฉมองไปทางอื่น จนเขาเหยียดยิ้มออกมา
ไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ ทั้งแป๊ะซะปลาช่อน หมึกนึ่งมะนาว ต้มยำทะเล และอื่นๆวางเรียงรายกันเต็มโต๊ะ ถึงพระพายจะกินเก่งแต่เธอก็แอบคิดว่าจะกินหมดหรือไม่
“อาหารมันเยอะไปไหมมีนา มากันสี่คน แต่สั่งเหมือนมาสิบคนเลย”พระพายถาม
“ไปถามคนเจ้าภาพนู้น เล่นสั่งไม่หยุด” มีนาบุ้ยหน้าไปทางเจแปน เขายกยิ้มพลางกระดกน้ำหมักมีฟองไม่ตอบ
“คิดมาก มีคนเลี้ยงก็กินๆไปเถอะ เจ้าภาพเขารวยอยู่แล้ว” ชมพูพูดแขวะพร้อมกับบึนปากใส่เพื่อนอีกคน ก่อนจะเอาส้อมจิ้มปีกไก่ทอดเข้าปาก เคี้ยวตุ๋ยๆจนแก้มป่อง
“ก็รวยจริง” ร่างสูงเอ่ยขึ้นไม่ถ่อมตัว ทำเอาพระพายและมีนาต่างหันไปหัวเราะคิกคักใส่กัน ผิดกับชมพูที่เหลือบตามองบน คนอะไรจะมั่นใจขนาดนี้ เห็นหน้าแล้วโคตรจะหงุดหงิด
ยิ่งดึกผู้คนก็ต่างหลั่งใหลกันเข้ามาไม่มีเว้นว่าง หลายโต๊ะต่างลุกขึ้นมาเต้นรำตามเพลงที่นักดนตรีเอนเตอร์เทรนกันอย่างสนุกสนาน ช่างดูแปลกตาสำหรับคนที่ไม่เคยออกจากโลกของจินตนาการอย่างพระพายเลย
แต่สิ่งหนึ่งที่เธอชอบมากที่สุดคือการกวาดตามองผู้คนในร้าน ส่วนใหญ่แล้วเป็นเด็กมหาลัยเดียวกันกับเธอ อีกทั้งยังเป็นเด็กวิศวกรรมศาสตร์เหมือนเขาคนนั้น
พระพายกำลังยกแก้วน้ำสีอำพันขึ้นจิบ รสขมและกลิ่นที่ไม่คุ้นชินทำให้หญิงสาวถึงกับยู่หน้า ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าแก้วแรกถึงจะหมด แต่ก็ไม่ปฏิเสธครั้งที่สองที่ชมพูเป็นฝ่ายรินให้
“เบาๆหน่อยอ้วน เดี๋ยวพายก็เมาก่อนหรอก” เจแปนพูดปรามสาวอวบ ขณะที่คนแก้มป่องเริ่มหน้าขึ้นสีเพราะดื่มไปหลายแก้วเช่นกัน
“เมาแล้วไง เดี๋ยวฉันจะไปส่งพายเอง”
“ดูแลตัวเองให้ได้ก่อนไหม” น้ำเสียงติดดุทำให้หญิงสาวน้ำตาคลอด้วยความน้อยอกน้อยใจ ก่อนจะลุกพรวดเดินไปสงบอารมณ์ของตัวเองเพราะไม่อยากทะเลาะกับชายหนุ่มอีก
“พายไปตามชมพูก่อนดีกว่านะ” พระพายเอ่ยอาสาไปดูแลเพื่อนสาว ทว่าคนที่ลุกก่อนเป็นเจแปน
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราไปตามยัยนั่นเอง” พระพายกับมีนาต่างมองหน้ากันพร้อมกับยกยิ้ม มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าทั้งสองเริ่มมีใจให้กัน แต่ต่างฝ่ายก็ปากแข็งด้วยกันทั้งคู่ก็เท่านั้น
ขณะที่กำลังนั่งดื่มและฟังนักร้องบนเวที ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองหรือเปล่า ดูเหมือนว่าตัวเองถูกจับจ้องด้วยสายตาใครบางคน แต่พอหันหลังไปก็เจอกับโต๊ะอื่นๆที่กำลังสังสรรค์กันอยู่
“คิดไปเองแหละมั้ง”พึมพำกับตัวเองเบาๆ ดื่มเบียร์เข้าสติสัมปชัญญะคงเริ่มพร่าเลือน
คงเมาจริงๆนั่นแหละไอ้พาย
“ทะเลาะกันแบบนี้ อีกหน่อยคงลูกดก” มีนาพึมพำ แต่ชมพูกลับสะบัดหน้ามามองเธอตาเขียว ใครกันจะเอาผู้ชายปากจัดแบบนั้นมาทำพันธุ์กัน ก่อนจะทวนคำพูดของเพื่อนสาว“เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะมีนา”มีนาหัวเราะในลำคอ เธอไม่ตอบก่อนจะเห็นว่ามีแท็กซี่ขับผ่านทางมาพอดี จึงชิงตัดบทโบกมือเพื่อเรียกรถขับไปยังร้านที่เธอจองไว้สถานบันเทิงเนืองแน่นไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ส่วนใหญ่แล้วเป็นนักศึกษาต่างพากันมาผ่อนคลายหลังเลิกเรียน อีกทั้งวันนี้เป็นวันศุกร์แถมยังเป็นศุกร์สิ้นเดือน แขกที่มาเที่ยวจึงมากเป็นพิเศษร้านที่มีนาคัดสรรมาในวันนี้ เป็นร้านกึ่งผับกึ่งบาร์ สามารถสั่งอาหารดูนักร้องอย่างเพลินๆ เหมาะสมกับมือใหม่อย่างพระพายที่เพิ่งหัดดื่มเหล้าเป็นครั้งแรก“คนล้นออกมาหน้าร้านเลย เปลี่ยนร้านดีไหม?” พระพายเสนอ ปกติแล้วเธอไม่ชอบคนเยอะสักเท่าไร แต่นี่คนล้นออกมาจากหน้าร้านกันเลย“ได้ไง ฉันจองร้านนี้แล้ว ไหนๆก็มาแล้วรีบเข้าไปกันเถอะ” มีนาดันหลังเพื่อนสาวให้เข้าไป สุดท้ายแล้วคนไม่ชอบความวุ่นวายก็ต้องเดินเข้าไปอย่างช่วยไม่ได้ทันทีที่เดินเข้ามา ทำเอาพระพายถึงกับตะลึงงันกับการประดับไฟในร้านละลานตา ก่อนจะกวาดสายตาแทบจะไม่เห็นโต๊ะ
บทที่ 3 ก้าวแรก“ถ้าเราจะเที่ยวม๊าไม่ว่าหรอกนะ แต่ต้องระวังตัวเองด้วย เข้าใจหรือเปล่า?” หลินสั่งลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอด้วยสีหน้าจริงจัง“รับทราบค่ะ” พูดจบก็เดินไปหอมแก้มย้วยๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยวเพี๊ยะ“โอ๊ยม๊า...พายเจ็บนะ” พระพายเอามือถูต้นแขนที่ถูกแม่ตีเมื่อกี้“ก็ตีให้เจ็บไงไอ้ลูกคนนี้ ม๊าจริงจังนะจะบอกให้” น้ำเสียงดูขึงขังจนพระพายเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย“พายรู้ค่ะ พายไม่เถลไถลหรอกนะ ม๊าไม่ต้องเป็นห่วง” เธอเข้าไปสวมกอดมารดาอย่างออดอ้อน ทำเอาหลินหัวเราะออกมาได้วันนี้เป็นครั้งแรกที่พระพายจะออกไปเปิดโลกกว้าง เธอนัดกับเพื่อนทั้งสามคนไปเที่ยวผับ ซึ่งอยู่ห่างจากมหาลัยเพียงสองกิโลเท่านั้นทั้งหมดตกลงกันว่าจะมาเจอกันที่ร้านชานมไข่มุกที่หน้ามอตอนหกโมงเย็น ก่อนทั้งหมดจะแยกย้ายกันกลับบ้าน เพื่อเตรียมตัวสำหรับปาร์ตี้ในค่ำคืนนี้“ลูกม๊าโตขนาดนี้แล้วสินะ”หลินพูดพลางลูบหัวลูกสาวสุดที่รัก เมื่อไรกันที่พระพายโตพอจะดูแลตัวเองได้แล้ว อย่างที่ใครเขาบอกว่า ไม่ว่าลูกจะโตแค่ไหน แต่ในสายตาของพ่อแม่ พวกเขายังเป็นเด็กอยู่เสมอ“โธ่...ไม่เอาน่าม๊า พายไม่ใช่เด็กแล้วนะ”“มะเหงกสิ ใครกันที่ยังนอนตักม๊าดูทีวีท
“เล่ามาว่ามันเกิดอะไรกันแน่ ทำไมถึงมีคนถ่ายแกไปลงได้ไอ้พาย” มีนาเร่งเร้า ไม่คิดว่าเพื่อนจะกล้าทำเรื่องแบบนั้นได้ทั้งสามรอให้ทุกคนออกไปจากห้องหลังจากเลิกเรียนแล้ว ก่อนพระพายจะเริ่มเล่าเรื่องที่ไปสารภาพรักกับเจเดน รวมไปถึงถูกแฟนคลับของเขาต่อว่าจนเกือบมีเรื่องกัน ทันทีที่เล่าจบทั้งสามคนถึงกับคิ้วขมวดแน่น“คิดได้ไงวะว่ามึงเป็นซาแซง ถ้าคิดจะสืบทำไมไม่รู้ว่าที่บ้านของยัยพายเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว จะมีปัญญาอะไรไปตามพ่อเทพบุตรของมันวะ” ชมพูสาวแก้มป่องเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางไม่พอใจเท่าไร“จริง” มีนาหันมาเสริม “เป็นรุ่นพี่เสียเปล่า แต่สมองไม่โตตามอายุเลย เห็นผู้ชายบังตา” คำต่อว่าเล่นเอาพระพายถึงกับสะดุ้งเฮือก“เขาก็รักของเขาไหมแก” พระพายช่วยพูดแก้ต่าง“แหม่!!!...ช่วยพูดแก้ต่าง แกไม่โกรธบ้างหรือไงที่โดนแบบนั้น” มีนาตั้งคำถาม ทำเอาอีกสองคนหันไปสบตาเพื่อนร่างบางที่กำลังทำสีหน้าลำบากใจที่จริงหากแยกเรื่องกันแล้ว เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเจเดนด้วยซ้ำ การที่แฟนคลับฝั่งนั้นมาหาเรื่องเธอเป็นเพราะคิดว่าเธอเป็นซาแซง และอีกไม่นานพวกนั้นจะรู้ความจริงว่าไม่ใช่เธอ“โกรธสิ แต่แกก็รู้ว่าฉันไม่อยากมีปัญหากับคนพวกนั้น” เ
“เดินไม่ดูตาม้าตาเรือเลยนะเดซี่”ดวงตาคู่สวยค่อยๆเลื่อนสายตาจากปลายเท้าขึ้นสู่ด้านบน กระทั่งสะดุดกับสายตาดุของชายหนุ่ม ในชุดเสื้อช้อปสีแดงบ่งบอกว่าเจ้าตัวเรียนอยู่คณะวิศวกรรม ซึ่งเป็นคณะเดียวกับเจเดนใบหน้าหล่อ ตาคม จมูกโด่งเป็นสัน ผมสั้นสีควันบุหรี่ ผิวขาว ริมฝีปากหนา แวบแรกพระพายมองว่า เสี้ยวหน้าหนึ่งใบหน้าของเขาคลับคล้ายคลับคลากับเจเดนอยู่เหมือนกัน“ขอโทษค่ะ พอดีฉันรีบเลยไม่ได้มองทาง” ถึงอีกฝ่ายจะใช้น้ำเสียงที่ไม่ดีใส่เธอ แต่พระพายก็ยอมขอโทษเพราะเธอเป็นฝ่ายชนเขาก่อน“ทำหน้าให้มันดีๆหน่อย รู้ไหมว่าหน้าเธอเหมือนเดซี่มากเลย” ทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ ใบหน้าของเธอดูเหลอหลาในทันที“เดซี่...น้องสาวนายเหรอ?” พระพายถามด้วยความแคลงใจ“เปล่า หมาที่บ้านฉันเอง” อีกฝ่ายตอบ พลางยกยิ้มเมื่อเห็นเจ้าเดซี่เป็นภาพทับซ้อนกับหญิงสาวตรงหน้า“นี่นายว่าฉันเป็นหมาเหรอ” พอตั้งสติได้ ใช้ฝ่ามือดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนมาเผชิญหน้า พอยืนเทียบแบบนี้แล้วระดับความสูงของเธอก็แค่ตรงอกของร่างสูงเท่านั้น“มีสมองก็คิดเอา”“แล้วนายเรียนปีอะไร ทำไมกล้าว่าคนที่ไม่รู้จักกันเป็นหมาแบบนี้ล่ะ” คนตรงหน้าทำเอาพระพายโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ม
หนึ่งเดือนผ่านไปหญิงสาวใบหน้าเรียวในชุดนักศึกษา ยืนสำรวจตัวเองในกระจกอยู่นานสองนาน ก่อนจะถอนหายใจยาวด้วยความหนักใจวันนี้เป็นวันแรกของการเปิดภาคเรียนที่สอง ความกังวลนั้นยังคงอยู่ เป็นเพราะคลิปสารภาพรักยังว่อนอยู่ในกลุ่มมหาลัย จนคนที่เหมือนอากาศธาตุก่อนหน้านี้กลับโดดเด่นขึ้นมาพระพายไม่ชอบเป็นจุดสนใจสักเท่าไรนัก เธอชอบอยู่เงียบๆมีเพื่อนเพียงกระดาษและดินสอ แต่ทว่าตอนนี้พื้นที่เซฟโซนของเธอถูกคนไม่รู้จักรุกล้ำเข้ามาอย่างไม่รู้ตัวเพียงแค่ก้าวเท้าเข้ามาในรั้วมหาลัย เธอรู้สึกเหมือนมีสายตานับสิบคู่ต่างมองมาที่เธอเป็นจุดเดียว และก็เป็นอย่างที่คิด มีกลุ่มที่พระพายจำได้ว่าเป็นแฟนคลับของเจเดน เดินตรงมาหาเธอด้วยท่าทางชวนหาเรื่อง“ขอคุยด้วยหน่อยสิ” หญิงสาวรูปร่างท้วมเอ่ย สีหน้าดูไม่สบอารมณ์สักเท่าไร“มีอะไรเหรอคะ” พระพายถาม แต่พอจะเดาได้ว่าคนพวกนี้ต้องการจะคุยอะไรกับเธอ“เรื่องคลิป ฉันอยากถามเธอหน่อย”พระพายลังเล มือกระชับกระเป๋าสะพายแน่นด้วยความตื่นเต้น“พายขออยู่ตรงนี้ดีกว่าค่ะ” เธอรับรู้ถึงความไม่ปลอดภัย จึงคิดว่าการอยู่ในที่สาธารณะน่าจะดีกว่า“อย่ามาเล่นลิ้นอีซาแซง บอกกูมาว่ามึงใช่ไหมที่จองไฟ
“เฮ้อ!!”เสียงถอนหายใจรอบที่ล้าน ขณะที่เจ้าของร่างเล็กกำลังจดจ่ออยู่อะไรบางอย่าง ดวงตาเรียวรีเพราะมีเชื้อสายไทยจีน ผมสีน้ำตาลสั้น สวมแว่นตาปกปิดดวงตาสีน้ำตาลคู่สวย โดยที่จุดเด่นของเธอก็คือขี้แมลงวันที่อยู่ใต้ตาด้านซ้าย กำลังนั่งเท้าคางอยู่บนโต๊ะ“มัวแต่นั่งถอนหายใจทิ้งไปวันๆ มาช่วยม๊าลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวนี่มา”เสียงตะโกนเรียกของหลิน ทำเอาเด็กสาวต้องรีบลุกไปตามคำสั่ง ไม่อย่างนั้นคงโดนบ่นจนหูชาอีกเช่นเคยพระพาย แซ่จาง เธอเป็นลูกแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวหมู อยู่ในตรอกย่านเศรษฐกิจชื่อดังแห่งหนึ่ง ตั้งแต่ยังเล็กเธอเสียพ่อไปด้วยอุบัติเหตุ โดยมีแม่เพียงคนเดียวที่เลี้ยงเธอมา ด้วยสูตรการทำก๋วยเตี๋ยวสืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษรสชาติเป็นที่เลืองลือจนมีลูกค้าประจำแวะเวียนกันไม่ขาดสาย พระพายต้องช่วยแม่ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวจนมือระวิง ไม่เกินเที่ยงทั้งเส้นทั้งหมูก็หมดไป นั่นแปลว่าได้เวลาที่เธอต้องช่วยหลินเก็บร้าน“เมื่อไรม๊าจะจ้างคนมาช่วย พายลวกเส้นจนปวดแขนไปหมดแล้วเนี่ย”“ม๊ายังทำไหว จะจ้างคนอื่นทำไมให้เปลือง”“โห...นี่ขนาดพายช่วยม๊าแค่ตอนปิดเทอมนะ ยังปวดแขนขนาดนี้ แล้วม๊าต้องทำเองทุกวันไม่เหนื่อยหรือไง”“ไม่เหนื
“ช่วยรับได้ไหมคะ” มือเล็กยื่นกระดาษเอห้าด้วยความสั่นเทา ภาพสเก็ตใบหน้าหล่อลงวันที่เมื่อสามปีก่อน มันเป็นภาพแรกที่เธอวาดภาพเขา และตั้งใจว่าสักวันจะมอบมันให้กับเจ้าของอดีตเดือนมหาลัยมองภาพวาดในมือของหญิงสาวด้วยความนิ่งเฉย เหลือบมองภาพใบนั้นแค่เสี้ยวเดียว ราวกับเป็นเพียงขยะไม่ได้มีค่าอะไร“ขอโทษ...ที







