Masuk“เดินไม่ดูตาม้าตาเรือเลยนะเดซี่”
ดวงตาคู่สวยค่อยๆเลื่อนสายตาจากปลายเท้าขึ้นสู่ด้านบน กระทั่งสะดุดกับสายตาดุของชายหนุ่ม ในชุดเสื้อช้อปสีแดงบ่งบอกว่าเจ้าตัวเรียนอยู่คณะวิศวกรรม ซึ่งเป็นคณะเดียวกับเจเดน
ใบหน้าหล่อ ตาคม จมูกโด่งเป็นสัน ผมสั้นสีควันบุหรี่ ผิวขาว ริมฝีปากหนา แวบแรกพระพายมองว่า เสี้ยวหน้าหนึ่งใบหน้าของเขาคลับคล้ายคลับคลากับเจเดนอยู่เหมือนกัน
“ขอโทษค่ะ พอดีฉันรีบเลยไม่ได้มองทาง” ถึงอีกฝ่ายจะใช้น้ำเสียงที่ไม่ดีใส่เธอ แต่พระพายก็ยอมขอโทษเพราะเธอเป็นฝ่ายชนเขาก่อน
“ทำหน้าให้มันดีๆหน่อย รู้ไหมว่าหน้าเธอเหมือนเดซี่มากเลย” ทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ ใบหน้าของเธอดูเหลอหลาในทันที
“เดซี่...น้องสาวนายเหรอ?” พระพายถามด้วยความแคลงใจ
“เปล่า หมาที่บ้านฉันเอง” อีกฝ่ายตอบ พลางยกยิ้มเมื่อเห็นเจ้าเดซี่เป็นภาพทับซ้อนกับหญิงสาวตรงหน้า
“นี่นายว่าฉันเป็นหมาเหรอ” พอตั้งสติได้ ใช้ฝ่ามือดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนมาเผชิญหน้า พอยืนเทียบแบบนี้แล้วระดับความสูงของเธอก็แค่ตรงอกของร่างสูงเท่านั้น
“มีสมองก็คิดเอา”
“แล้วนายเรียนปีอะไร ทำไมกล้าว่าคนที่ไม่รู้จักกันเป็นหมาแบบนี้ล่ะ” คนตรงหน้าทำเอาพระพายโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ มีเรื่องกับพวกแฟนคลับของเจเดนยังไม่โกรธเท่านี้มาก่อน
“ชื่อเลโอ วิศวะปีสอง” เขาตอบเสียงเรียบ
“งั้นดีเลย ฉันพระพาย ศิลปกรรมปีสาม เป็นรุ่นพี่นาย เพราะฉะนั้นพูดจากระมัดระวังด้วย” เธอเตือนความจำ อย่างน้อยไม่ให้เกียรติกัน ก็ควรเคารพกันตามระบบรุ่นพี่รุ่นน้อง
“หึ เกิดก่อนแค่ปีเดียวทำไมต้องถือ”
“ไอ้เด็กบ้านี่” พระพายถลึงตาใส่ โคตรไม่ถูกชะตากับเด็กคนนี้เลย
หากแต่ชายหนุ่มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ พร้อมกับเดาะลิ้น แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้เด็กสาวที่ยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ
“รู้ได้ไงว่าเด็ก จะลองดูสักครั้งไหมล่ะ หึหึ”
ใบหน้าหวานแดงซ่าน เธอรู้ความหมายที่เลโอกำลังจะสื่อ ทว่าคำพูดสองแง่สองง่ามนั้นกลับทำให้เธอโกรธจัด
“หลีก...ฉันไม่อยากคุยกับนายแล้ว”
เดินชนไหล่แล้วสาวเท้าออกมาทั้งอย่างนั้น เธอเผลอหันกลับไปมองร่างสูงที่ยืนโบกมือราวกับล้อเลียนเธอ
โคตรกวนประสาท...
ขออย่าให้เจอะเจอกันอีกเลย
“ทำไมสายไอ้พาย” เจแปนเพื่อนชายในกลุ่มเพียงคนเดียวเอ่ยถาม ทันทีที่เธอหย่อนก้นลงนั่งกับเก้าอี้ไม้
โชคดีที่พระพายเข้ามาในห้องก่อนอาจารย์จะเดินตามมาเพียงแค่ห้านาทีเท่านั้น ทำให้เธอมีเวลาหายใจอยู่บ้าง หลังจากกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามา
“...”
“เล่ามาให้หมดเลยนะเรื่องคลิปนั้น ไอ้เลวนั่น มันเป็นคนปล่อยคลิปใช่ไหมมึง” มีนาเพื่อนสาวรูปร่างผอมบางจี้ถามถึงเหตุการณ์ก่อนปิดเทอม
หลังจากเรื่องคลิปดังว่อนเน็ต พระพายตัดสินใจตัดขาดโลกภายนอกสมบูรณ์ โดยใช้หลักการโซเชียลดีท็อก ปิดทุกอย่างแม้กระทั่งช่องทางติดต่อกับเพื่อนสนิท
“เรียนก่อน เรื่องอื่นค่อยเล่าให้ฟัง” เธอกระซิบให้ทุกคนได้รับรู้ มีนาหันไปสบตากับชมพูถามความคิดเห็นจากเพื่อนสาวในกลุ่มอีกคนก่อนพยักหน้า ทั้งหมดจึงไม่เร้าหรือหันไปสนใจที่อาจารย์พูดจนจบคาบ
“เล่ามาว่ามันเกิดอะไรกันแน่ ทำไมถึงมีคนถ่ายแกไปลงได้ไอ้พาย” มีนาเร่งเร้า ไม่คิดว่าเพื่อนจะกล้าทำเรื่องแบบนั้นได้
“ทะเลาะกันแบบนี้ อีกหน่อยคงลูกดก” มีนาพึมพำ แต่ชมพูกลับสะบัดหน้ามามองเธอตาเขียว ใครกันจะเอาผู้ชายปากจัดแบบนั้นมาทำพันธุ์กัน ก่อนจะทวนคำพูดของเพื่อนสาว“เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะมีนา”มีนาหัวเราะในลำคอ เธอไม่ตอบก่อนจะเห็นว่ามีแท็กซี่ขับผ่านทางมาพอดี จึงชิงตัดบทโบกมือเพื่อเรียกรถขับไปยังร้านที่เธอจองไว้สถานบันเทิงเนืองแน่นไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ส่วนใหญ่แล้วเป็นนักศึกษาต่างพากันมาผ่อนคลายหลังเลิกเรียน อีกทั้งวันนี้เป็นวันศุกร์แถมยังเป็นศุกร์สิ้นเดือน แขกที่มาเที่ยวจึงมากเป็นพิเศษร้านที่มีนาคัดสรรมาในวันนี้ เป็นร้านกึ่งผับกึ่งบาร์ สามารถสั่งอาหารดูนักร้องอย่างเพลินๆ เหมาะสมกับมือใหม่อย่างพระพายที่เพิ่งหัดดื่มเหล้าเป็นครั้งแรก“คนล้นออกมาหน้าร้านเลย เปลี่ยนร้านดีไหม?” พระพายเสนอ ปกติแล้วเธอไม่ชอบคนเยอะสักเท่าไร แต่นี่คนล้นออกมาจากหน้าร้านกันเลย“ได้ไง ฉันจองร้านนี้แล้ว ไหนๆก็มาแล้วรีบเข้าไปกันเถอะ” มีนาดันหลังเพื่อนสาวให้เข้าไป สุดท้ายแล้วคนไม่ชอบความวุ่นวายก็ต้องเดินเข้าไปอย่างช่วยไม่ได้ทันทีที่เดินเข้ามา ทำเอาพระพายถึงกับตะลึงงันกับการประดับไฟในร้านละลานตา ก่อนจะกวาดสายตาแทบจะไม่เห็นโต๊ะ
บทที่ 3 ก้าวแรก“ถ้าเราจะเที่ยวม๊าไม่ว่าหรอกนะ แต่ต้องระวังตัวเองด้วย เข้าใจหรือเปล่า?” หลินสั่งลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอด้วยสีหน้าจริงจัง“รับทราบค่ะ” พูดจบก็เดินไปหอมแก้มย้วยๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยวเพี๊ยะ“โอ๊ยม๊า...พายเจ็บนะ” พระพายเอามือถูต้นแขนที่ถูกแม่ตีเมื่อกี้“ก็ตีให้เจ็บไงไอ้ลูกคนนี้ ม๊าจริงจังนะจะบอกให้” น้ำเสียงดูขึงขังจนพระพายเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย“พายรู้ค่ะ พายไม่เถลไถลหรอกนะ ม๊าไม่ต้องเป็นห่วง” เธอเข้าไปสวมกอดมารดาอย่างออดอ้อน ทำเอาหลินหัวเราะออกมาได้วันนี้เป็นครั้งแรกที่พระพายจะออกไปเปิดโลกกว้าง เธอนัดกับเพื่อนทั้งสามคนไปเที่ยวผับ ซึ่งอยู่ห่างจากมหาลัยเพียงสองกิโลเท่านั้นทั้งหมดตกลงกันว่าจะมาเจอกันที่ร้านชานมไข่มุกที่หน้ามอตอนหกโมงเย็น ก่อนทั้งหมดจะแยกย้ายกันกลับบ้าน เพื่อเตรียมตัวสำหรับปาร์ตี้ในค่ำคืนนี้“ลูกม๊าโตขนาดนี้แล้วสินะ”หลินพูดพลางลูบหัวลูกสาวสุดที่รัก เมื่อไรกันที่พระพายโตพอจะดูแลตัวเองได้แล้ว อย่างที่ใครเขาบอกว่า ไม่ว่าลูกจะโตแค่ไหน แต่ในสายตาของพ่อแม่ พวกเขายังเป็นเด็กอยู่เสมอ“โธ่...ไม่เอาน่าม๊า พายไม่ใช่เด็กแล้วนะ”“มะเหงกสิ ใครกันที่ยังนอนตักม๊าดูทีวีท
“เล่ามาว่ามันเกิดอะไรกันแน่ ทำไมถึงมีคนถ่ายแกไปลงได้ไอ้พาย” มีนาเร่งเร้า ไม่คิดว่าเพื่อนจะกล้าทำเรื่องแบบนั้นได้ทั้งสามรอให้ทุกคนออกไปจากห้องหลังจากเลิกเรียนแล้ว ก่อนพระพายจะเริ่มเล่าเรื่องที่ไปสารภาพรักกับเจเดน รวมไปถึงถูกแฟนคลับของเขาต่อว่าจนเกือบมีเรื่องกัน ทันทีที่เล่าจบทั้งสามคนถึงกับคิ้วขมวดแน่น“คิดได้ไงวะว่ามึงเป็นซาแซง ถ้าคิดจะสืบทำไมไม่รู้ว่าที่บ้านของยัยพายเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว จะมีปัญญาอะไรไปตามพ่อเทพบุตรของมันวะ” ชมพูสาวแก้มป่องเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางไม่พอใจเท่าไร“จริง” มีนาหันมาเสริม “เป็นรุ่นพี่เสียเปล่า แต่สมองไม่โตตามอายุเลย เห็นผู้ชายบังตา” คำต่อว่าเล่นเอาพระพายถึงกับสะดุ้งเฮือก“เขาก็รักของเขาไหมแก” พระพายช่วยพูดแก้ต่าง“แหม่!!!...ช่วยพูดแก้ต่าง แกไม่โกรธบ้างหรือไงที่โดนแบบนั้น” มีนาตั้งคำถาม ทำเอาอีกสองคนหันไปสบตาเพื่อนร่างบางที่กำลังทำสีหน้าลำบากใจที่จริงหากแยกเรื่องกันแล้ว เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเจเดนด้วยซ้ำ การที่แฟนคลับฝั่งนั้นมาหาเรื่องเธอเป็นเพราะคิดว่าเธอเป็นซาแซง และอีกไม่นานพวกนั้นจะรู้ความจริงว่าไม่ใช่เธอ“โกรธสิ แต่แกก็รู้ว่าฉันไม่อยากมีปัญหากับคนพวกนั้น” เ
“เดินไม่ดูตาม้าตาเรือเลยนะเดซี่”ดวงตาคู่สวยค่อยๆเลื่อนสายตาจากปลายเท้าขึ้นสู่ด้านบน กระทั่งสะดุดกับสายตาดุของชายหนุ่ม ในชุดเสื้อช้อปสีแดงบ่งบอกว่าเจ้าตัวเรียนอยู่คณะวิศวกรรม ซึ่งเป็นคณะเดียวกับเจเดนใบหน้าหล่อ ตาคม จมูกโด่งเป็นสัน ผมสั้นสีควันบุหรี่ ผิวขาว ริมฝีปากหนา แวบแรกพระพายมองว่า เสี้ยวหน้าหนึ่งใบหน้าของเขาคลับคล้ายคลับคลากับเจเดนอยู่เหมือนกัน“ขอโทษค่ะ พอดีฉันรีบเลยไม่ได้มองทาง” ถึงอีกฝ่ายจะใช้น้ำเสียงที่ไม่ดีใส่เธอ แต่พระพายก็ยอมขอโทษเพราะเธอเป็นฝ่ายชนเขาก่อน“ทำหน้าให้มันดีๆหน่อย รู้ไหมว่าหน้าเธอเหมือนเดซี่มากเลย” ทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ ใบหน้าของเธอดูเหลอหลาในทันที“เดซี่...น้องสาวนายเหรอ?” พระพายถามด้วยความแคลงใจ“เปล่า หมาที่บ้านฉันเอง” อีกฝ่ายตอบ พลางยกยิ้มเมื่อเห็นเจ้าเดซี่เป็นภาพทับซ้อนกับหญิงสาวตรงหน้า“นี่นายว่าฉันเป็นหมาเหรอ” พอตั้งสติได้ ใช้ฝ่ามือดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนมาเผชิญหน้า พอยืนเทียบแบบนี้แล้วระดับความสูงของเธอก็แค่ตรงอกของร่างสูงเท่านั้น“มีสมองก็คิดเอา”“แล้วนายเรียนปีอะไร ทำไมกล้าว่าคนที่ไม่รู้จักกันเป็นหมาแบบนี้ล่ะ” คนตรงหน้าทำเอาพระพายโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ม
หนึ่งเดือนผ่านไปหญิงสาวใบหน้าเรียวในชุดนักศึกษา ยืนสำรวจตัวเองในกระจกอยู่นานสองนาน ก่อนจะถอนหายใจยาวด้วยความหนักใจวันนี้เป็นวันแรกของการเปิดภาคเรียนที่สอง ความกังวลนั้นยังคงอยู่ เป็นเพราะคลิปสารภาพรักยังว่อนอยู่ในกลุ่มมหาลัย จนคนที่เหมือนอากาศธาตุก่อนหน้านี้กลับโดดเด่นขึ้นมาพระพายไม่ชอบเป็นจุดสนใจสักเท่าไรนัก เธอชอบอยู่เงียบๆมีเพื่อนเพียงกระดาษและดินสอ แต่ทว่าตอนนี้พื้นที่เซฟโซนของเธอถูกคนไม่รู้จักรุกล้ำเข้ามาอย่างไม่รู้ตัวเพียงแค่ก้าวเท้าเข้ามาในรั้วมหาลัย เธอรู้สึกเหมือนมีสายตานับสิบคู่ต่างมองมาที่เธอเป็นจุดเดียว และก็เป็นอย่างที่คิด มีกลุ่มที่พระพายจำได้ว่าเป็นแฟนคลับของเจเดน เดินตรงมาหาเธอด้วยท่าทางชวนหาเรื่อง“ขอคุยด้วยหน่อยสิ” หญิงสาวรูปร่างท้วมเอ่ย สีหน้าดูไม่สบอารมณ์สักเท่าไร“มีอะไรเหรอคะ” พระพายถาม แต่พอจะเดาได้ว่าคนพวกนี้ต้องการจะคุยอะไรกับเธอ“เรื่องคลิป ฉันอยากถามเธอหน่อย”พระพายลังเล มือกระชับกระเป๋าสะพายแน่นด้วยความตื่นเต้น“พายขออยู่ตรงนี้ดีกว่าค่ะ” เธอรับรู้ถึงความไม่ปลอดภัย จึงคิดว่าการอยู่ในที่สาธารณะน่าจะดีกว่า“อย่ามาเล่นลิ้นอีซาแซง บอกกูมาว่ามึงใช่ไหมที่จองไฟ
“เฮ้อ!!”เสียงถอนหายใจรอบที่ล้าน ขณะที่เจ้าของร่างเล็กกำลังจดจ่ออยู่อะไรบางอย่าง ดวงตาเรียวรีเพราะมีเชื้อสายไทยจีน ผมสีน้ำตาลสั้น สวมแว่นตาปกปิดดวงตาสีน้ำตาลคู่สวย โดยที่จุดเด่นของเธอก็คือขี้แมลงวันที่อยู่ใต้ตาด้านซ้าย กำลังนั่งเท้าคางอยู่บนโต๊ะ“มัวแต่นั่งถอนหายใจทิ้งไปวันๆ มาช่วยม๊าลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวนี่มา”เสียงตะโกนเรียกของหลิน ทำเอาเด็กสาวต้องรีบลุกไปตามคำสั่ง ไม่อย่างนั้นคงโดนบ่นจนหูชาอีกเช่นเคยพระพาย แซ่จาง เธอเป็นลูกแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวหมู อยู่ในตรอกย่านเศรษฐกิจชื่อดังแห่งหนึ่ง ตั้งแต่ยังเล็กเธอเสียพ่อไปด้วยอุบัติเหตุ โดยมีแม่เพียงคนเดียวที่เลี้ยงเธอมา ด้วยสูตรการทำก๋วยเตี๋ยวสืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษรสชาติเป็นที่เลืองลือจนมีลูกค้าประจำแวะเวียนกันไม่ขาดสาย พระพายต้องช่วยแม่ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวจนมือระวิง ไม่เกินเที่ยงทั้งเส้นทั้งหมูก็หมดไป นั่นแปลว่าได้เวลาที่เธอต้องช่วยหลินเก็บร้าน“เมื่อไรม๊าจะจ้างคนมาช่วย พายลวกเส้นจนปวดแขนไปหมดแล้วเนี่ย”“ม๊ายังทำไหว จะจ้างคนอื่นทำไมให้เปลือง”“โห...นี่ขนาดพายช่วยม๊าแค่ตอนปิดเทอมนะ ยังปวดแขนขนาดนี้ แล้วม๊าต้องทำเองทุกวันไม่เหนื่อยหรือไง”“ไม่เหนื
“ช่วยรับได้ไหมคะ” มือเล็กยื่นกระดาษเอห้าด้วยความสั่นเทา ภาพสเก็ตใบหน้าหล่อลงวันที่เมื่อสามปีก่อน มันเป็นภาพแรกที่เธอวาดภาพเขา และตั้งใจว่าสักวันจะมอบมันให้กับเจ้าของอดีตเดือนมหาลัยมองภาพวาดในมือของหญิงสาวด้วยความนิ่งเฉย เหลือบมองภาพใบนั้นแค่เสี้ยวเดียว ราวกับเป็นเพียงขยะไม่ได้มีค่าอะไร“ขอโทษ...ที







