LOGIN“งั้นดิฉันจะไปร้องกับสื่อ พาแม่ค้าในตลาดไปด้วย ได้ยินว่านับวันค่าแผงตลาดเจ๊ขึ้นเอาๆ สวนทางคุณภาพนี่คะ ท่อระบายน้ำทิ้งเหม็นเน่า มีแต่หนู แมลงสาบวิ่ง…”
“ยายเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม!” เจ๊กงผลักเธออย่างแรง “คอยดูเถอะ เดี๋ยวแกได้เจอดีแน่”
“โอเค เจ๊พูดอย่างนี้ ดิฉันจะได้ไปลงบันทึกประวันไว้ เกิดอะไรขึ้นเจ๊จะได้เป็นผู้ต้องสงสัยคนแรกเลย”
ใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอางสีจัดจ้านชักถมึงทึง ดวงตามองเธอประหนึ่งจะฆ่ามากินเลือดกินเนื้อกันได้
“อย่าหยิ่งผยองให้มันมากนะ ไม่อย่างนั้นจะหาว่าฉันไม่เตือน!” เจ๊กงตะคอกใส่ ก่อนหมุนตัวเดินออกไปจากร้านและปิดประตูเสียงดัง
หึ เดี๋ยวหล่อนจะหาผู้ชายผิวเข้ม ตัวใหญ่ๆ หน้าตาน่ากลัวหน่อย มาขู่ ขี้คร้านยายอหังกานี่จะรีบย้ายออกจากร้านภายในไม่กี่วัน
แค่ผู้หญิงตัวคนเดียว กล้าดียังไงมาขู่เจ้าของตลาดดังที่มีพรรคพวกเยอะอย่างหล่อน
ส่วนชญานิศที่เห็นอีกฝ่ายเดินออกจากร้านไปก็พูลลมหายใจออกยาว คล้ายจะโล่งใจที่หญิงร้ายกาจนั่นออกไปจากร้านได้ ทว่าแววตายังเปี่ยมไปด้วยความกังวล เมื่อครู่หล่อนคงไม่ได้พูดลอยๆ ขึ้นมาแน่
ถึงอย่างนั้นเธอก็ต้องวางเรื่องพวกนั้นไว้ก่อน หญิงสาวมองสำรวจบรรยากาศร้านที่ก่อนหน้านี้ไม่เห็นก็พอเดาได้ว่าลูกค้าน่าจะรู้สึกแย่มากแค่ไหน ทว่าพอได้เห็นภาพนั้นกับตาจริงๆ เธอก็ตระหนักได้ทันที คำว่า ‘แย่’ อาจน้อยเกินไป
ลูกค้าหลายคนตะลึงงัน ก่อนส่วนใหญ่จะรีบเดินออกจากร้าน เหลือเพียงสองคนที่กำลังยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่าย และพอเธอจะเดินเข้าไปขอร้องให้ช่วยลบคลิป พวกเขาก็รีบเก็บโทรศัพท์มือถือและเดินออกไปจากร้าน
“ทำยังไงดีคะพี่เจี๊ยบ พวกเขาต้องเอาไปลงโซเชียลกันแน่ๆ เลย” อริยาเดินมาเปรยเสียงเครียด
ชญานิศพยายามควบคุมสติ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก อะไรจะเกิดก็คงต้องเกิด
“เราไม่ใช่คนผิดสักหน่อย ไม่ต้องไปกลัวหรอก” เธอรู้ว่ากำลังปลอบใจตัวเองอยู่ หากวิดิโอนั้นได้ลงไปในโซเชียลแล้วเธอไม่รู้เลยว่ากระแสจะไปในทางดีหรือทางร้ายกันแน่ ซึ่งหากเป็นอย่างหลัง…
เจ้าของร้านสาวไม่ฟุ้งถึงเรื่องที่ยังไม่เกิดต่อ ก่อนจะฝากอริยาดูแลร้าน และเดินไปยังร้านชาบูข้างๆ กัน เธออยากรู้ว่าเรื่องที่เจ๊กงพูดเมื่อครู่นั่นจริงรึเปล่า
อัพเดตอย่างนั้นเหรอ ไม่มีใครยอมทิ้งเงินลงทุนเจ็ดหลักง่ายๆ ทั้งที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนผิดหรอก
“อื้ม พี่จะย้ายไปฝั่งตรงข้ามห้างที่กำลังสร้างน่ะ เพราะค่าเช่าตรงนั้นสูงกว่าตรงนี้ไม่เท่าไร นอกจากทำเลจะดีกว่าแล้ว ที่จอดรถก็เยอะกว่ามากด้วย ตรงนี้จอดได้แค่ไม่กี่คันเอง” เจ้าของร้านบุฟเฟ่ต์มีท่าทีเปลี่ยนไปจากวันก่อน เหมือนที่เจ๊กงว่าไว้ไม่มีผิด
“แล้วเงินที่ลงตรงนี้ล่ะคะ พี่โจจะทิ้งไปง่ายๆ เหรอ” จะปล่อยให้ใครเซ้งต่อก็ไม่ได้
“เฮ้อออ ช่วยไม่ได้เนอะ อยู่ต่อตรงนี้ก็ใช่ว่าจะขายดีมากมาย สู้ไปตรงโน้น ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า”
“…”
“แต่พี่เข้าใจนะว่าคุณเจี๊ยบอยากอยู่ต่อ เพราะที่ตรงนี้เหมาะกับทำร้านกาแฟมากกว่า จะไปหาที่อื่นก็ยาก แต่เดี๋ยวพี่เจอที่ไหนดีๆ พี่จะบอก จะช่วยดูให้อีกแรงนะ”
ชญานิศหันไปมองร้านตัวเองด้วยความรู้สึกท้อใจ จะให้ทิ้งเงินล้านไปจริงๆ เหรอ ค่าตกแต่งไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ
หญิงสาวไม่ได้ตอบรับหรือเซ้าซี้เจ้าของร้านข้างๆ ต่อ เธอเดินคอตกกลับไป และเมื่อยังไม่เห็นลูกค้าเข้ามาในร้าน เธอก็ยิ่งรู้สึกสังเวชตัวเองหนักกว่าเดิม
“เขาว่าไงบ้างคะพี่เจี๊ยบ พี่เขาจะยอมย้ายออกไหม” อริยารีบเปิดพัดลมพกพาพร้อมกับยื่นยาดมมาบริการให้เจ้านายสาว
ชญานิศรับมา ก่อนจะยิ้มเมื่อเห็นลูกค้าใหม่เข้ามา เธอบอกให้อริยารีบไปรับออเดอร์ทันที
หญิงสาวมองไปรอบร้านที่ตัวเองลงทุนตั้งแต่ออกแบบ วางระบบน้ำ ระบบไฟใหม่จนไปถึงตกแต่งให้สวยงาม
ยังไงเธอก็จะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด เธอจะสู้ให้ถึงที่สุด หากไม่ได้เงินชดเชยสองล้าน เธอจะไม่ย้ายไปที่ไหน
ฮือออเป็นกำลังใจให้น้องกันนค่ะ ส่วนผู้ชายคนนั้นนน คงไม่ซ้ำเติมน้องน้า
สองแขกหนุ่มมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะ ไม่คิดเลยว่าปพนธีร์ที่เคยเป็นแบดบอย สนุกไปวันๆ กระทั่งเปลี่ยนหมวดเศร้าซึมมาหลายปีจะกลายมาเป็นคนมีชีวิตชีวา สดใส มีความสุขกับการได้ทำบางอย่างให้คนรักขนาดนี้ ดูได้จากประกายตาและรอยยิ้มของมัน “แล้วนี่มึงจะยังไงต่อ จนป่านนี้แล้วยังแยกบ้านกับเขาอีกเหรอ จะมีหวังได้คืนดีกันไหมเนี่ย” สารัชถาม เห็นมันเสียใจมานาน ไม่อยากให้เพื่อนผิดหวังเลย “แยกบ้าน ก็แสดงว่ายังจีบไม่สำเร็จน่ะสิ” อาณัติลูบคางพลางพิจารณา นึกถึงเหตุการณ์หลายปีก่อนที่ไอ้เพื่อนคนนี้ทำไว้กับหญิงสาว “น้องเขาก็ใจแข็งมากเหมือนกันนะ ไอ้พลับถึงขั้นซื้อบ้านมาอยู่ข้างๆ โผล่หน้าไปให้เห็นเช้ายันค่ำ ความสัมพันธ์ก็ยังดูไม่คืบหน้าเลย” “มึงรู้ได้ยังไงว่าไม่คืบหน้า” ปพนธีร์มองเพื่อนตาขวาง “อีกอย่าง กูทำไม่ดีกับเขาไว้เยอะ เขาจะตั้งกำแพงสูง ไม่ให้อภัยง่ายๆ ก็ไม่แปลก” ปพนธีร์รู้สึกจี๊ดใจเมื่อนึกถึงคำพูดชญานิศเมื่อวันก่อน เธอให้เขาเป็นได้แค่พ่อของลูก แต่ไม่ให้โอกาสได้เป็นสามี หรือแม้แต่ศึกษาดูใจกันใหม่เลยสักนิด แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาจะไม่ยอมแพ้ เขาจ
พอเพื่อนๆ หลายคนรู้ว่าปพนธีร์มาอยู่และทำงานที่เชียงรายเป็นหลัก ซ้ำยังรู้อีกว่ามีลูกแล้ว พวกเขาก็ต่างเดินทางมาเยี่ยมทีแรกปพนธีร์กลัวว่าเพื่อนจะมาป่วนจนชญานิศกับลูกรู้สึกรำคาญ แต่หลังจากพวกมันสัญญาว่าจะไม่สร้างความวุ่นวายใดๆ ให้เพื่อนเดือดร้อน เพียงแค่อยากมาเห็นหน้าว่าเขายังมีชีวิตอยู่รึเปล่า ไม่ได้ตายไปแล้วแต่ให้เอไอมาโต้ตอบแทนเหมือนแกล้งมีชีวิต เขาจึงอ่อนใจ ยอมให้พวกมันมาจนได้หนุ่มๆ ขับรถราคาไม่ต่ำกว่ายี่สิบล้านมามาจอดริมรั้วบ้านหลังเล็กๆ ในช่วงสาย ก่อนเดินเข้าไปยังบ้านปูนขนาดสองชั้นที่มีพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตร แม้ระยะทางจากกรุงเทพมาเชียงรายจะไกลเกือบพันกิโลเมตร ใช้เวลาไปสิบกว่าชั่วโมงในการเดินทางมา แต่พวกเขาชิล ไม่เหนื่อยเลยสักนิด นั่นเพราะตลอดเส้นทางข้ามจังหวัดถนนค่อนข้างโล่ง ทำให้ขับรถสนุก ไม่ติดขัดเหมือนในกรุงเทพฯ “นี่มึงไม่คิดจะซ่อมอะไรเลยเหรอวะ อยู่สภาพนี้เนี่ยนะ” อาณัติกวาดตามองภายในบ้านสีขาวเรียบ ฝ้าเพดานเปียกชื้น บางจุดมีน้ำไหลลงมา และบ้านทั้งหลังมีเฟอร์นิเจอร์อยู่เพียงไม่กี่ชิ้น ไม่เหมาะสมกับผู้บริหารอาณาจักรหมื่นล้านเลย “จริงๆ ก็ทำไปแล้ว แต่ผู้รับเห
“พี่ขอโทษ…” ตั้งแต่ตอนเราคบกันโดยเธอยังไม่รู้เหตุ เขากับเธอก็ป้องกันมาตลอด แต่ทุกการป้องกันก็ใช่ว่าจะรับรองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ “พี่ไม่ได้ตั้งใจ แต่พี่ไม่อยากให้ใครเข้าใจว่าลูกเกิดจากความผิดพลาด”ชญานิศเงียบฟัง พลางรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้น่าจับไปถ่วงน้ำซะจริง“แล้วเรื่องระหว่างคุณกับพ่อ…มันเป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วเหรอ”เมื่อก่อนเขาเคยเล่าให้เธอฟังว่าความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับเขาค่อนข้างย่ำแย่ แต่เธอไม่คิดว่าจะหนักถึงขนาดไล่ไปตาย และทำร้ายร่างกายกันขนาดนี้“อืม มันเป็นอย่างนี้แต่ไหนแต่ไรแล้ว…พ่อไม่เคยรักพี่เลย คงเพราะพี่ไม่ได้เกิดจากผู้หญิงที่เขารักมั้ง”“…”“เชื่อไหม เขายังรักและห่วงเจี๊ยบมากกว่าพี่อีก”“พูดอะไรไร้สาระ” เธอถอนหายใจแล้วส่ายหน้า “พี่พูดจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นเจี๊ยบก็ไม่ควรมาเกี่ยวเรื่องนี้อยู่ดี” ปพนธีร์เกลียดการกระทำในอดีตของตัวเอง “เจี๊ยบเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ควรมาเสียใจและเดือดร้อนเพราะปมปัญหาในใจพี่เลย”“…”“เจี๊ยบต้องเลี้ยงลูก ยืนหยัดอยู่เพียงลำพัง ผู้หญิงที่ไม่มีใครอยู่เคียงข้างเลยนอกจากเพื่อนจะรู้สึกกลัวและทุกข์ทรมานมากแค่ไหน”ชญานิศหวนนึกถึงเรื่องเหล่านั้นก็รู้สึกปว
ชญานิศขับรถมาถึงบ้านภายในเวลาไม่กี่นาที เธอเห็นว่ารถของปพนธีร์จอดอยู่ในบ้านของเขา แต่ที่ผิดแผกไป มีรถหรูอีกคันจอดหน้าบ้านเขาด้วย หญิงสาวแปลกใจ แต่ยังเลือกเก็บความสงสัยไว้แล้วเดินเข้าบ้าน หยิบพานาคอตต้าออกมา ทว่าขณะกำลังปิดฝากระโปรงรถ หญิงสาวได้ยินเสียงดังปัง และเสียงเอ็ดตะโรจากข้างบ้านเธออดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปดู รั้วเหล็กโปร่งเหมือนรั้วบ้านเธอไม่ได้ล็อค ทั้งยังมีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูบ้าน เขาสวมชุดยูนิฟอร์มสีดำคล้ายคนขับรถของผู้บริหารหรือคนรวย แต่เธอยังไม่ทันได้ถาม ก็มีเสียงเล็ดลอดจากในบ้านดังออกมา“แกนี่มันควายรึไง พูดอะไรไปก็ไม่ฟัง ฉันบอกแล้วไงว่าอย่ายุ่งกับหนูเจี๊ยบ ที่ผ่านมาแกยังสะใจไม่พออีกรึไง!”“…”“แกจำไม่ได้เหรอว่าฉันสาปแช่งแกไว้ว่ายังไง”“…”“ถ้าแกผิดสัญญา กลับเข้าไปยุ่งกับหนูเจี๊ยบอีก แกจะต้องตายโหงตายห่า เกิดอุบัติเหตุพิการ…”“พ่อจะให้ผมอยู่เฉยๆ ทั้งที่ผมรู้ว่าลูกเมียอยู่นี่อย่างนั้นเหรอ!”“ลูกที่แกไม่ได้ตั้งใจทำ ตราบาปของเขาอย่างนั้นน่ะเหรอ!”“ผมตั้งใจ!” “!” หัวใจชญานิศกระตุก “ผมรักเธอมาก ผมตั้งใจจะรับผิดชอบเธอ ไม่ได้อยากให้เรื่องทุกอย่างลงเอยแบบนี้สักนิด!”“แก
นับตั้งแต่พี่ชายจากไป แม่ของชญานิศหนีไปอยู่กับชู้ หล่อนก็คอยดูแลและสั่งสอนหลานสาวอยู่เสมอ แม้กระทั่งหลานสาวโดนลูกเลี้ยงของแม่หลอกจนท้องโตและมีเจ้าเคน หล่อนก็ยังให้อภัย มาถึงตอนนี้ชญานิศยังมีอะไรปิดบังหล่อนอีก“อ่ะ เอ่อ น้องเคนก็พูดไปเรื่อยแหละค่ะ ไม่มีอะไรหรอก”กัลยาขมวดคิ้ว ไม่เชื่อสักทีเดียว“แน่ใจนะว่าเราไม่ได้แอบคบหากับใครอยู่”“ไม่มีค่ะ จะมีได้ยังไงล่ะคะ” ชญานิศยิ้ม ตรงข้ามกับในใจที่กระอักกระอ่วน“นี่ ถ้ายังไม่มีใคร อาแนะนำให้ไหม” พอพูดถึงเรื่องนี้ กัลยาก็พอนึกถึงคนดีๆ ที่พอรู้จักและเหมาะสมจะดูแลหลานสาว “อาพอจะรู้จักผู้ชายที่มีหน้าที่การงานดี เป็นหลักเป็นแหล่งอยู่คนหนึ่ง ถึงเขาจะเคยแต่งงานมาแล้ว มีลูกติด แต่นั่นไม่เป็นปัญหาหรอก ถ้านิสัยไปกันได้ ทุกอย่างย่อมไปได้สวยอยู่แล้ว”“ไม่ดีกว่าค่ะ ทุกวันนี้เจี๊ยบก็มีความสุขพอแล้ว เจี๊ยบยังไม่อยากมีใคร”“ไม่ใช่ว่ายังลืมผู้ชายพรรคนั้นไม่ได้หรอกนะ” อาหรี่ตามองจับผิดเธอ“ไม่ใช่สักหน่อยค่ะ” ชญานิศตอบตามจริง ระหว่างเขากับเธอมีเพียงคำว่าพ่อกับแม่เท่านั้น ไม่ได้มีอะไรพิเศษสักหน่อย…หลังกัลยาพูดคุยต่อกับหลานสาวสักครึ่งชั่วโมง ลูกสาวก็ท้วงแม่ว่าได้เ
ทีแรกกัลยาอยากจะเยี่ยมหลานสาวทั้งที่บ้านและร้านเพื่อดูสภาพความเป็นอยู่ของสองแม่ลูก แต่เพราะลูกสาวกับลูกเขยที่มาด้วยมีแพลนไปเที่ยวที่อื่นๆ ในจังหวัดนี้อีกมาก และจะกลับกรุงเทพฯ ภายในวันพรุ่งนี้“ดีนะ ร้านสวยดี” กัลยาเลือกมาเยี่ยมหลานสาวที่ร้าน เพราะหล่อนยังไม่เคยมา ส่วนที่บ้าน หล่อนเคยไปมาแล้วกัลยาเดินสำรวจจนทั่วทุกซอกทุกมุมก่อนจะมานั่งคุยกับชญานิศและหลานชาย ส่วนลูกสาวกับลูกเขยแยกไปนั่งอีกโต๊ะหนึ่ง แม่กับหลานรักจะได้คุยกันเป็นการส่วนตัวเดิมทีระหว่างชญานิศกับลูกสาวของอาก็ไม่ได้สนิทกันเท่าไร พอรู้จักกันในฐานะลูกพี่ลูกน้องเท่านั้น มาถึงตอนนี้ยิ่งไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องสานสัมพันธ์ทว่าชญานิศไม่ถือสา เธอให้อริยาดูแล เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มที่พวกเขาต้องการเต็มที่ “ขอบคุณค่ะ…ความจริงคุณอาไม่น่าเสียเวลาเยี่ยมเจี๊ยบเลย ไปเที่ยวกันต่อเลยก็ได้ เกรงใจน้องกิ๊ฟกับสามี”“แล้วเมื่อไรเธอจะไปหาฉัน ตั้งแต่ย้ายมาอยู่นี่ เธอก็แทบไม่ออกนอกจังหวัดเลยไม่ใช่เหรอ” กัลยาตัดพ้อ มองหลานสาวด้วยแววตาขุ่นหมอง หล่อนเป็นหญิงหม้ายมาตั้งแต่ปีก่อน เพราะสามีเพิ่งจากไปด้วยเส้นเลือดในสมอง นั่นจึงทำให้หล่อนตระหนักถึงเวล







