แชร์

ตอนที่ 2 น้ำแกงไก่

last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-07 14:19:47

ตอนที่ 2 น้ำแกงไก่

แดนเหนือ

รองแม่ทัพจ้าวได้ยินมาว่า สหายรักนั้นจะเดินทางไปทำมาค้าขายที่แคว้นฉู่ เขาจึงได้แนะนำว่าเหตุใดไม่ลองไปเยือนแดนใต้สักครั้ง ที่นั่นเขาได้ยินมาว่า การค้าขายเป็นไปด้วยดี เหตุใดสหายรักของเขาจึงได้คิดเดินทางไปที่แคว้นฉู่ด้วยนะ

ฟางผิงซานยังคงมีท่าทีสงบนิ่งมิได้เอ่ยพูดสิ่งใด เมื่อเห็นว่าคนที่เขาแอบรักนั้นได้เข้าหอกับองค์ชายรองแคว้นฉู่ ตัวเขาคิดว่าทำใจได้ แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับความเสียใจ ความเจ็บปวด จนกระทั่งตนเองดื่มสุราเมามาย คิดว่าวันนั้นจะเดินทางไปแคว้นฉู่ แต่ ก็ต้องทำให้ทุกอย่างถูกเลื่อนออกไป

“ไม่ลองไปแดนใต้สักครั้ง ที่นั่นข้าได้ยินมาว่ามีชาวคนตัวใหญ่ผมสีทองทำมาค้าขายกัน อีกอย่างดูเจริญรุ่งเรืองยิ่งนัก ญาติห่าง ๆ ของข้า ก็เคยส่งจดหมายมาเล่าให้ฟังอยู่ หากข้าจำไม่ผิด” จ้าวเกาเหวินเอ่ยขึ้น ตัวเขายังต้องหนีบภรรยามาด้วยตลอด นั่นเพราะเจ้าเด็กน้อยคนนี้ชักเอาแต่ใจยิ่งนัก

“...” อีกฝ่ายไม่ตอบกลับเงียบขรึมแม้ใบหน้าของเขาไม่บึ้งตึง ทำให้สหายรักอย่างแม่ทัพที่เดินเข้ามาอีกคน ตีไหล่ของพี่ชายภรรยาเบา ๆ เชิงหยอกล้อ พวกเขานั่งอยู่ในเหลาอาหารของตระกูลฟาง ใจกลางเมืองหลวงในวันนี้

“เหตุใดพี่ชายทำหน้าเหมือนคนอมทุกข์เล่า” แม้รู้อยู่แต่ก็แกล้งไขสือ สหายของเขาเป็นแบบนี้มาได้สองสามวันแล้ว เพราะกงจู่ผู้งดงามแต่งงานออกเรือนไป คงทำให้คนที่คิดไม่ซื่อ ผิดหวังเสียใจเป็นแน่ หยางเฟยเทียนหูตากว้างไกล เหตุใดจึงมองไม่ออกเล่า

แต่ไหนแต่ไรมาคนที่มักจะปกป้องดูแลสตรีหนึ่งเดียวในกลุ่ม ก็มีเพียงชายหนุ่มรูปงามผู้นี้ นั่นคือ ฟางผิงซาน ใบหน้าของพี่ชายภรรยา ดูรูปงามนัก หากเทียบกันแล้ว ในพวกเขาสามคน ย่อมยกให้เป็นฟางผิงซานที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตร

“ข้าแค่ ขี้เกียจยิ้ม!” คำตอบที่เหมือนกวนโทสะของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในเหลาอาหารแทบจะทำให้ภรรยาของจ้าวเกาเหวินสำลักน้ำชาที่เพิ่งดื่มเข้าไป

“พี่ชาย หากท่านขี้เกียจยิ้ม วันนี้ข้าก็ขี้เกียจจ่ายเงิน งั้นขอกินทั้งร้านแบบไม่ต้องเสียเงินได้หรือไม่” ฉู่หมิงหลัน หรือยามนี้กลายเป็นจ้าวหมิงหลันเอ่ยวาจายอกย้อนให้อีกฝ่าย

นางอยากจะได้ยินเสียงตอบกลับมาว่า ‘ได้’ แต่ทว่าอีกฝ่ายทำหน้านิ่งเรียบราวกับไม่รู้สึกรู้สากับสิ่งที่นางกำลังเอ่ยกล่าวให้ ฟางผิงซานเงยหน้าขึ้นมาจากการมองถ้วยน้ำชาที่เขากำลังหมุนเล่นอยู่ สายตานั้นดูโดดเดี่ยวอ้างว้างยิ่งนัก

เขาคลี่ยิ้มเหี้ยมให้จ้าวหมิงหลัน ภรรยาของ

จ้าวเกาเหวิน จากนั้นจึงได้เอ่ยขึ้นว่า “ใครกินก็ต้องจ่าย ทำมาค้าขายมิใช่ทำเอาไว้แจกจ่ายให้สหายกินแบบไม่ต้องเสียเงิน ฮูหยินจ้าวคิดเช่นไร หากข้าจะขอเก็บค่าอาหารทั้งโต๊ะสัก...” แววตาจดจ้องอีกฝ่ายอย่างใจเย็น น้ำเสียงนั้นดูราบเรียบนุ่มน่าฟัง

เขายกยิ้มและจึงได้เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “หนึ่งตำลึงทอง” คนเจ้าเล่ห์ คิดว่าจะทำให้เขาเสียเปรียบเพลี่ยงพล้ำได้หรือ

“โห! ...” คนถูกตอกหน้าร้องขึ้นอย่างตกใจ เหตุใดเขาจึงขอเก็บในราคาที่สูงลิบลิ่วเช่นนี้เล่า นางมองดูแล้วค่าอาหารก็ไม่น่าจะถึงหนึ่งตำลึงเสียด้วยซ้ำไป “ท่านช่างหน้าเลือดนัก เก็บทีหวังจะร่ำรวยเลยหรืออย่างไร ข้าไม่ให้” หมิงหลันทำท่าตกใจก่อนจะเอ่ยว่า นางจะไม่ให้เขาอย่างแน่นอน

“ก็เหมือนที่ข้า ไม่ให้จ้าวฮูหยินนั่นแหละ ขอรับ” รอยยิ้มเหี้ยมผุดขึ้นมา ก่อนที่จะกลายเป็นว่าฟางผิงซาน ลับฝีปากกับภรรยาของเกาเหวิน และทำให้ชายผู้นี้โล่งใจขึ้นมาก และทบทวนเรื่องที่จ้าวเกาเหวินเอ่ยบอกว่าแดนใต้นั้นค้าขายดีนัก

“นี่อย่าทะเลาะกันเลย หากเจ้าไปแดนใต้ ข้าก็ฝากสืบข่าว ท่านอา ญาติห่าง ๆ ของข้าด้วยไม่รู้ว่าป่านนี้ ท่านอา จะเป็นเช่นไร” ท่านอาที่กล่าวถึงนั้น แท้ที่จริงถูกขับไล่ออกจากจากตระกูลจ้าว และเป็นเครือญาติห่าง ๆ ที่รู้จัก

เคยมาพักพิงอยู่ชั่วคราวที่จวนของเขาในเมืองหลวง ในตอนที่เขายังเป็นเพียงแค่เด็กในวัยสิบหนาวแต่ก็พอจำความได้ท่านอาพาอาสะใภ้มาด้วย และบอกว่าจะเดินทางไปค้าขายที่แดนใต้กับภรรยา ทั้งสองคนถูกขับไล่ออกจากตระกูลจ้าว เพียงแค่ว่าท่านอา มิยอมแต่งงานกับสตรีที่ท่านปู่สาม หาให้ก็แค่นั้นเอง แต่ทว่ากลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต

ไม่รู้ว่าป่านนี้เป็นเช่นไร จดหมายฉบับสุดท้ายส่งมา บอกว่าท่านอาสะใภ้ท้องก็ได้สองเดือนกว่าแล้ว นั่นคือจดหมายฉบับสุดท้ายที่ตระกูลจ้าวสายหลักที่ได้รับมา ทุกคนไม่รู้เลยว่า ผู้ที่ส่งจดหมายมาให้มีความเป็นอยู่เช่นไร และเจ้าก้อนแป้งในท้องเป็นหญิงหรือชาย

“อืม ข้าไปแล้วจะช่วยเจ้าสืบหาเอง” ฟางผิงซานรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ การเดินทางก็คงจะใช้เวลานานเกือบเดือนกระมัง เพราะระยะทางนั้นไม่ใช่ใกล้ ๆ เลยก็ว่าได้

ทางด้านผู้ที่ถูกฝากฝังให้ตามหานั้น คือท่านอา แต่ทว่าลูกสาวของท่านอาที่จ้าวเกาเหวินไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว อาสะใภ้มีบุตรสาวที่แสนจะงดงาม ยามนี้นางอาบน้ำและเตรียมตัวจะเข้านอน มีสาวใช้ที่แม่สามีมอบให้มาหนึ่งคน

“ฮูหยินน้อย จะนอนก่อนนายน้อยจริง ๆ หรือเจ้าคะ” สาวใช้ดูแลฮูหยินน้อยอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพราะนี่ก็ดึกมากก็ไม่เห็นว่า นายน้อยจะมาเยือนที่ห้องหอเสียด้วยซ้ำ

เตียงนอนสีแดงและมีผ้าม่านประดับประดาเพียงแค่ให้เห็นว่าเป็นห้องหอของคนที่แต่งงานเท่านั้น ห้องสี่เหลี่ยมนี้ไม่ได้ใหญ่มากมายนัก กุ้ยหลินหลังจากตัดสินใจโยนผ้าคลุมหน้าของตนเองทิ้งอย่างไม่ไยดี นางก็ไม่นึกอยากจะเจอสามี

และอย่าให้นางได้พบหน้านะ นางจะจัดการเสียให้หมอบแทบเท้าของนาง แม่สามีกับพ่อสามีหรือ ร้ายกาจนักก็ย่อมได้ นางหรือจะทนให้ใครมาข่มเหงรังแกกัน มือเท้าของนางก็มี หาใช่ใช้การไม่ได้ คอยดูเถิด ตำแหน่งลูกสะใภ้ที่ดีให้ แม่สามี กับพ่อสามีได้ประจักษ์ว่ามันเป็นเช่นไร

“ฮูหยินน้อยอะไร หน้าของข้า เจ้านายของเจ้าก็ไม่คิดจะมามองหน้าภรรยาของตนเอง และยังไม่คิดจะมาเหยียบเรือนหอนี้เสียด้วยซ้ำ อีกอย่างเจ้าบ่าวไก่ของข้า อย่าให้ใครเอาไปไหนนะ” นางแย้มยิ้มอย่างร้ายกาจ เมื่อนึกถึงเจ้าบ่าวไก่

นางจะเชือดคอมันต้มแล้วถอนขนของมันมาทำน้ำแกงบำรุงให้แม่สามีได้ลิ้มลอง รับรองว่าคงจะลืมไม่ลงเป็นแน่ เพียงแค่คิดก็สนุกแล้ว กุ้ยหลินเป็นคนตรง ๆ ง่าย ๆ ไม่มีจริตมารยา ใครร้ายกับนางก็ย่อมได้สิ่งนั้นคืนและอาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ

หากใครดีมารับรองว่ากุ้ยหลินไม่มีทางทำร้ายอีกฝ่ายแน่นอน พรุ่งนี้คนที่จะถูกนางเล่นงาน ย่อมเป็นแม่สามีกับพ่อสามี เหยียดหยามนางนักใช่หรือไม่

แล้วจะได้เห็นดีกัน ว่าใครกันที่แน่กว่า

“เหตุใดเล่าเจ้าคะ” สาวใช้เอียงคออย่างงุนงง นางกำลังสางผมให้ฮูหยินน้อย นายน้อยของนางช่างตาถั่วนัก หารู้ไม่ว่าฮูหยินน้อยรูปโฉมงดงามเพียงใด เกิดมานางมิเคยจอใครที่งดงามเช่นนี้เลย ใบหน้าของนางก็ดูเล็กนิดเดียว รูปร่างก็ช่างอ้อนแอ้นนัก หากไม่บอกว่านางเป็นแม่ค้า ค้าขายในตลาด ย่อมไม่รู้เลย

และยังคงต้องนึกว่า ฮูหยินน้อยเป็นลูกของขุนนางเป็นแน่ แม้ผิวพรรณออกจะคล้ำแดดเสียหน่อย ทว่านุ่มลื่นและเนียนยิ่งนัก ไม่มีจุดด่างดำบนใบหน้าให้เห็น อีกทั้งยังเกลี้ยงเกลา ใบหน้าก็พริ้มเพราละมุนละไมงดงามลงตัวยิ่งนัก

และยังคิดว่า งดงามกว่าคุณหนูโม่เป็นไหน ๆ ที่รายนั้นมักเป็นสตรีที่เอาแต่ใจ เกรงว่าหากคุณชายน้อยแต่งเข้ามาจริง ๆ ในจวนนี้ก็คงจะวุ่นวายเป็นแน่ เรื่องที่คุณชายน้อยจะแต่งงานภรรยาอีกคนนั้น ฮูหยินน้อยยังไม่ทราบเรื่องนี้

เพราะไม่มีใครเปิดปากพูดสักคนเป็นคำสั่งห้ามมิให้เรื่องนี้แพร่งพรายมายังเรือนหลังเล็กท้ายจวน และช่างน่าเห็นใจยิ่งนัก คืนแรกคุณชายน้อยก็ไม่มาเข้าหอ และวันพรุ่งนี้เล่าคุณชายน้อยจะมาหรือไม่ อีกเพียงแค่สองวันเท่านั้น ทุกอย่างก็คงจะปิดเอาไว้ก็คงจะต้องแดงขึ้นมาแน่

ด้วยที่เห็นว่าจะจัดงานแต่งกับคุณหนูโม่อย่างยิ่งใหญ่ เชิญขุนนางทั้งหลายมาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย และช่างน่าเห็นใจฮูหยินน้อยจ้าวยิ่งนักที่แต่งเข้ามาโดยที่มีแขกร่วมงานเพียงน้อยนิดไม่มีงานเลี้ยงฉลองแต่อย่างใด กลับทำอย่างเรียบง่ายและดูแคลนฝ่ายเจ้าสาวยิ่งนัก

“ข้าจะเชือดมันต้มน้ำแกงให้ท่านแม่” รอยยิ้มปีศาจของกุ้ยหลินได้หายวับไปทันตา นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง และก้าวไปยังเตียงนอนที่แข็งกระด้างแต่นางหาได้สนใจไม่ เรือนนี้คงจะไม่ต่างจากเรือนคนใช้กระมัง จวนนี้ใหญ่โตเสียเปล่า กับแร้งน้ำใจและยังใจดำอำมหิตยิ่ง

จ้าวกุ้ยหลินผู้นี้จะตอบแทนน้ำใจของพวกท่านให้สาสม

“ฮูหยิน” สาวใช้ตกใจยิ่งนัก นางนั่งอ้าปากตาค้าง มิคิดว่าฮูหยินน้อยจะเล่นงานฮูหยินใหญ่กับนายท่านด้วยวิธีนี้

“ข้าถามจริง ๆ เจ้าน่ะเป็นนกสองหัวหรือไม่” กุ้ยหลินหย่อนก้นนั่งลงที่ขอบเตียงนอน มือเรียวสัมผัสผ้าปูที่นอนก็รับรู้ว่าผ้านี้เนื้อหยาบกระด้างมิได้นุ่มเลื่อนเหมือนที่บ้านของนาง สิ่งที่นางต้องการคือสาวใช้ที่ซื่อสัตย์ หากเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอกนางไม่ต้องการ

“ฮูหยิน ฐานะทางบ้านของข้ายากจนนัก พอได้สิบหนาวท่านพ่อ ท่านแม่ข้าก็นำมาขาย ก็มีที่จวนนี้รับข้าไว้ แต่ว่าฮูหยินใหญ่ กับนายท่านก็มีเมตตากับข้าไม่น้อย ดังนั้นข้าไม่อาจจะเป็นสาวใช้ที่ดีของฮูหยินน้อยได้เจ้าค่ะ”

“เจ้าพูดได้ดี” เมื่อสาวใช้พูดจบ กุ้ยหลินก็ไม่มีทีท่าดุด่าอีกฝ่าย หรือต่อว่าให้เจ็บใจ สาวใช้ผู้นี้จิตใจดีใช้ได้ แต่ว่านางคิดแล้วไม่เปลี่ยนใจ เจ้าบ่าวไก่ พรุ่งนี้ถูกเชือดทำน้ำแกงเป็นแน่

จากนั้นกุ้ยหลินก็ดับไฟพร้อมที่จะนอนในสถานที่ ที่ไม่ใช่บ้านของตนเอง ดวงตากลมโตยังคงไม่ปิดเปลือกตาลง นางยังคงนึกถึงคำสอนสั่งของท่านแม่

‘ผู้ชายก็เหมือนขนมหวาน หากกินไปแล้วไม่ถูกปากก็แค่คายมันทิ้งไป และก็หาใหม่ด้วยมือของเราเอง และจะต้องหาให้ดีกว่าคนเก่า หากหาไม่ได้ มือ เท้า เรามีไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงผู้ชายเสมอไป’

รุ่งเช้ามาเยือน

ฮูหยินใหญ่นั่งรอรับอาหารในจวนหลังโตที่ใหญ่และงดงามออกจะกว้างขวางยิ่งนัก เบื้องหน้าของนางนั้น บนโต๊ะอาหารมีน้ำแกงใส ๆ ดูสีสวยงาม กลิ่นหอมชวนให้น้ำลายไหลเสียจริง ถัดมาอีกจานก็เป็นผัดไก่ใส่ขิง ที่นางเห็นหน้าตาของมันช่างดูประหลาดแต่ว่า กลิ่นน้ำหอมชวนหิวยิ่งนัก

ฮูหยินใหญ่ตักน้ำแกงไก่เข้ามาชิม ก็สีหน้าเบิกบานใจ “อร่อยยิ่งนัก” นางชมเปาะเพราะรสชาติถูกปากเหลือเกิน จากนั้นก็คีบผัดไก่ใส่ขิงขึ้นมาชิม นางก็ชมอีกว่า ‘อร่อย’ จากนั้นแม่สามีเอื้อมมือไปจับถ้วยน้ำแกงไก่ขึ้นมายกซดจนหมดถ้วย

กุ้ยหลินยืนมองด้วยแววตากระหยิ่มยิ้ม

แม่สามีที่ว่าร้าย ต้องพ่ายแพ้ให้กับลูกสะใภ้อย่างกุ้ยหลิน

“อร่อยหรือไม่เจ้าค่ะท่านแม่ นี่คือน้ำแกงไก่ตัวเมื่อวานเจ้าค่ะ เจ้าบ่าวของข้าเอง” กุ้ยหลินยิ้มเหี้ยม ไม่ใช่แค่มีน้ำแกงไก่เท่านั้น นางยังเอารองเท้าลงไปคนในน้ำแกงที่เพิ่งตักออกจากเตา และใส่ลงไปในถ้วย จากนั้นก็บ้วนน้ำลายก้อนโต ๆ ลงไปทีหลัง 

ไม่นึกว่าสูตรนี้แม่สามีจะชอบ ทีหลังนางจะทำให้กินทุกวัน กุ้ยหลินยืนหัวเราะคิกคักชอบใจยิ่งนัก ช่างสาแก่ใจนางเหลือเกิน ได้แก้เผ็ดคนพวกนี้แค่นี้ก็มีความสุขเหลือเกิน คราวหน้านางจะทำให้หนักกว่านี้อีก

นางช่างร้ายเกินไปแล้ว

พรวด!!!! น้ำแกงไก่ พุ่งพรวดออกจากปากของผู้ที่ซดเข้าไปอย่างอร่อยทันที ฮูหยินใหญ่หน้าขึ้นสีแดงด้วยความโกรธจัด ฟาดฝ่ามือลงที่โต๊ะลงอย่างเสียงดัง ปัง นางยังยกนิ้วขึ้นมาชี้หน้าลูกสะใภ้ตัวดี

“แบบนี้มีที่ไหนกัน ต่ำทรามยิ่งนักมิน่าเล่าถึงได้เป็นแค่คนชั้นต่ำ” นางหมดหนทางที่จะเอาคืน แทบจะเป็นลมไปเลย เมื่อได้ยินคำพูดของลูกสะใภ้ที่นางไม่ชอบหน้า

“ต่ำทรามอย่างไรก็ยังดีเสียกว่า เกิดมาสูงส่งแต่ มักจะเหยียดหยามคนอื่น มันไม่ดีนะเจ้าคะ” กุ้ยหลินมีหรือจะยอม แววตาของนางไม่จำนนต่อใครง่าย ๆ มีแต่ความกระด้างกระเดื่อง สีหน้าแม้จะดูเรียบเฉย นางยังวางท่าได้ดี

“อ้อ น้ำแกงไก่ที่ท่านกินเข้าไป เผอิญว่าข้าทำรองเท้าตกลงไปในถ้วยน้ำแกง เห็นท่านแม่ชมว่าอร่อย พรุ่งนี้ลูกสะใภ้จะทำให้อีกนะเจ้าคะ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษเข้าหอ ฟางผิงซวน โม่อวี้เฟยฟางผิงซาน จ้าวกุ้ยหลิน เข้าหอ“เฟยเอ๋อร์ เรียกพี่ดัง ๆ สิ” น้ำเสียงแหบพร่าของฟางผิงซวน ที่เขากำลังกระแทกกระทั้นเข้าไปข้างในกายสาวของภรรยาที่เพิ่งจะแต่งงานสะโพกหนาแกร่งขยับเขยื้อน กระแทกกระทั้นเข้าไปอย่างไม่ลดละ สีหน้าของเขาดูบิดเบี้ยว ทว่าเต็มไปด้วยความสุขสม ภายในห้องนอนมีเสียงหวานร้องครางกระเส่า ผสมผสานกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อ ดังอยู่ในห้องหอสีแดงในยามนี้เตียงนอนสีแดง มีผ้าสีขาวรองคาดกลางเอาไว้ มีรอยจุดเลือดพรหมจรรย์เป็นรอยอยู่บนผ้าสีขาว ฟางผิงซวนไม่เคยแน่ใจอะไรเท่านี้มาก่อน ภรรยาของเขามิเคยเข้าหอกับชายคนนั้น ทว่ายามเขากระแทกกระทั้นเข้าไปขยับสะโพกหนาแกร่งเข้าไปทีไร ภรรยาของเขามักจะส่งเสียงหวานร้องครางออกมา ทำให้เขาจวนเจียนจะแตกซ่านไม่น้อย“อื้อ อ้า” คนตัวเล็กร้องออกมา ยามเมื่อเขาขยับสะโพกซอยถี่ ๆ กายสาวของนางกำลังสั่นระริก เต็มไปด้วยความเสียวซ่านกระสัน พลางสุขล้น ลมหายใจร้อนผะผ่าว บางครั้งก็บางเบาราวกับจะขาดห้วงลงริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มขบเม้มเข้าหากันแน่น มือเรียวขยำผ้าปูที่นอนจนยับย่น ไม่เรียบเหมือนเช่นเดิม คนตัวโตใบหน้ามีเหงื่อผุดขึ้นมา แผ่นหลัง

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 48 แต่งงาน

    ตอนที่ 48 แต่งงานหนึ่งอาทิตย์ต่อมาตระกูลจ้าววันนี้ดูจะคึกคักยิ่งนัก เมื่อจ้าวกุ้ยหลินได้สวมชุดแต่งงานที่ดูหรูหรา งดงามโดดเด่นยิ่งนัก นั่นเพราะเพราะว่าพี่สะใภ้ของนางและกงจู่โจวซู่หนี่ว์ ช่วยกันจัดการชุดแต่งงานให้จ้าวกุ้ยหลินนางไม่รู้จะขอบใจพี่สาวทั้งสองได้อย่างไร เพียงแค่เห็นชุดเจ้าสาวก็ทำให้นางน้ำตาเอ่อคลอเสียแล้ว อีกทั้งยังมีรองเท้าคู่อีกด้วย พี่สะใภ้มอบของให้นางเพิ่มอีก คือกำไลหยกเนื้อมันวาวกระจ่างดูงดงามยิ่งนักจ้าวกุ้ยหลินสาวชุดแต่งงานแล้ว ตอนนี้กำลังถูกจับให้เกล้าผมแล้วก็บรรจงเสียบปิ่นหยก และยังมีผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวเป็นรูปนกคู่อีกด้วย เรียกได้ว่าตื่นเต้นยิ่งนัก ครั้งแรกที่แต่งงานยังไม่รู้สึกตื่นเต้นเช่นนี้สักนิด“หลินเอ๋อร์ ช่างดงามยิ่งนัก” ซูหนี่ว์ชมเปาะเมื่อเห็นเจ้าสาวของฟางผิงซานดูหวานละมุนซ่อนความเผ็ดร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าที่งดงามดูไร้พิษสงใด ๆ“นั่นสิ งดงามยิ่ง” หมิงหลันยิ้มแก้มแทบปริ เมื่อเห็นว่าเจ้าสาวของใครบางคนงดงามเพียงใด ยิ่งคิดว่าคืนนี้จะเกิดอันใดขึ้น เพียงแค่นี้ก็ทำให้หมิงหลันใจเต้นโครมครามเสียแล้ว ใครว่ากงจู่เช่นนางจะเรียบร้อยกันนางแก่นแก้วและยังจับรองแม่ทัพจ้าวเกาเ

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 47 เดินทางพักผ่อนใจ

    ตอนที่ 47 เดินทางพักผ่อนใจหลังจากงานเลี้ยงในคืนนั้นได้เสร็จสิ้นลง ตระกูลฟาง จึงได้พูดคุยว่า จะหาฤกษ์แต่งงานมงคลให้เร็วที่สุด กระนั้นทำให้ฟางผิงซานใจร้อนนัก เขาพูดขึ้นมาว่าอยากจะเร่งงานแต่งให้เร็วที่สุด ยิ่งอาทิตย์ได้ยิ่งดีใหญ่ท่านปู่จึงขบขันไม่น้อยเมื่อเห็นหลานเขยเลือดร้อนอยากจะเข้าหอกับหลานสาวของเขาตัวสั่นเช่นนี้ ทำให้ชายชรารู้สึกเอ็นดูว่าที่หลานเขยเช่นฟางผิงซานยิ่งนัก แม้จะมุทะลุไปบ้างก็ตาม ยังนึกถึงวันที่เคยพร่ำสอนเด็กพวกนี้ได้อยู่เลยเผลอเพียงแค่ไม่กี่ปี ต่างก็เติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาว แต่งงานออกเรือนมีลูกกันเสียแล้ว ฟางผิงซานก็คือหนึ่งในลูกศิษย์ที่ท่านราชครูเคยสอนมา ตำแหน่งราชครูมิใช่มีแค่ในวังหลวงเท่านั้น ยังเป็นท่านอาจารย์ใหญ่ในสำนักศึกษาหลวงด้วยเช่นกันในวงสนทนามีเพียงคนผู้หนึ่งที่ยิ้มไม่ออก หัวเราะไม่ได้ นั่นคือท่านอาสาม ที่กำลังปั้นหน้าเสแสร้ง แต่ทว่าภายในใจของเขาดูจะบอบช้ำและเจ็บปวดไม่น้อยจ้าวจินหมิง คิดว่าตนเองนั้นหักห้ามใจแล้ว ที่จะไม่รักหลานสาว แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นผลเอาเสียเลย กระนั้นหลานสาวยังอดที่จะเห็นใจท่านอาสามไม่ได้ นางเคยพูดว่าขอให้ท่านอาของนางได้พบรักแท้จริง ๆ เ

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 46 งานเลี้ยง

    ตอนที่ 46 งานเลี้ยงเมืองหลวงรุ่งอรุณรับวันใหม่ ในจวนตระกูลจ้าวดูจะวุ่นวายไม่น้อย เนื่องด้วยตอนเย็นวันนี้ที่จวนจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับลูกชายคนโต และหลานสาวเพียงคนเดียวของตระกูลจ้าว ที่ไม่ได้พบหน้ากันมายี่สิบปีจ้าวหมิงหลัน พี่สะใภ้เดินทางมาถึงจวนนี้ในยามสายของวันแล้ว นางนำชุดที่แสนพิเศษมามอบให้น้องสาวผู้นี้ วันนี้นางมาอยู่เป็นเพื่อนของกุ้ยหลิน เพื่อมารับอาหารมื้อกลางวัน แสนจะอร่อยก็ว่าได้กุ้ยหลินเข้าครัว จัดทำอาหารให้พี่สะใภ้อย่างง่าย ๆ เป็นข้าวผัดแล้วก็มีเพียงแค่ไข่เจียวยัดไส้ด้วยหมูสับกับมะเขือเทศ และอีกจานก็คือมะเขือเทศผัดไข่ กุ้ยหลินอยากจะดูแลพี่สะใภ้ผู้นี้เมื่อมื้อกลางวันได้จบลง สตรีทั้งสองก็ต้องแต่งตัว เพื่อรองานเลี้ยงที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกแค่ไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น และจ้าวหมิงหลัน ต้องการให้จ้าวกุ้ยหลินดูโดดเด่นที่สุดในงาน และให้เป็นที่กล่าวขานกันไปหลายหัวเมือง ว่าหม้ายสาวผู้นี้ช่างมีเสน่ห์เหลือร้ายนัก“กุ้ยหลิน” น้ำเสียงหวานเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าจ้าวกุ้ยหลินสวมชุดสีชมพูอ่อน ปักดิ้นสีแดงเล็ก ๆ เป็นรูปดอกไม้ และดิ้นสีทองนั้นปักเป็นรูปดวงดาว ที่ทอแสงเปล่งประกายวาววับ ทำให้กุ้ยหลิ

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 45 กลืนกินทั้งตัว

    ตอนที่ 45 กลืนกินทั้งตัวฟางผิงซวนยังคงรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่แดนใต้ แผ่นหลังของเขาถูกคนร้ายใช้ดาบแทงเข้ามา โชคดีที่ไม่ถูกจุดสำคัญ เขารักษาตัวมาหลายวัน บาดแผลเริ่มแห้งแล้ว ท่านหมอมอบยาสมานแผล และยาสมุนไพรให้หน้าที่ดูแลคนป่วยตกเป็นของคนงาม หม้ายสาวทรงเสน่ห์ โม่อวี้เฟย แต่ทว่านางงดงามมิได้ดูด้อยไปกว่าจ้าวกุ้ยหลิน กิริยามารยาทนั้นถูกสอนสั่งมาอย่างดี ขนบธรรมเนียมใด ๆ นางมิอาจละเลยกระนั้นยามเช็ดตัวให้ชายหนุ่ม เห็นแผงอกแกร่งขาวสะอ้าน อีกทั้งยังมีกล้ามเนื้อที่หน้าท้องเป็นลอนสวยงาม หม้ายสาวผู้นี้จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวสักครั้ง ทว่าคนป่วยมักจะกลั่นแกล้งนางเป็นประจำ หน้าที่คนเช็ดตัวจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากจะเป็นคนงามแห่งแดนใต้ฟางผิงซวนเอนกายอยู่ที่เตียงกว้าง ห้องนอนนี้อยู่ในเรือนรับรองของตระกูลโม่ ชายหนุ่มมองมือเรียวของหญิงสาวที่กำลังบิดผ้าหมาด ๆ จะเช็ดตัวให้เขาเหมือนอย่างเคย แววตาหวานฉ่ำของชายหนุ่ม และรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาส่งไปยังหญิงงามอวี้เฟยใบหน้าแดงก่ำราวกับผลอิงเถา เมื่อชายหนุ่มส่งยิ้มและมอบแววตากรุ้มกริ่มเช่นนี้มาให้ ก้อนเนื้อน้อย ๆ ของนางเต้นตึกตักทุกครั้งที่เจอเขา คนงามล้ำม

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 44 ความในใจ

    ตอนที่ 44 ความในใจจ้าวเกาเหวินพอรู้ข่าวของฟางผิงซาน ในคืนนั้นเขาก็รีบรุดหน้าไปหาที่จวนตระกูลจ้าว โดยมีแม่ทัพหยางสหายคู่ใจ ส่งข่าวเอ่ยกล่าวผ่านทางพ่อบ้านตระกูลสายสาม มาแจ้งแก่เขา นั่นทำให้จ้าวเกาเหวินเร่งไปในยามวิกาลฝีเท้าแกร่งเดินอย่างรีบร้อน รุดเข้าไปที่เรือนด้านหน้า ในห้องนอนของน้องสาว พบเห็นสหายของตนเองกำลังหยอกล้อ กุ้ยหลิน ตัวเขาจึงบันดาลโทสะ ตะคอกเสียงดังลั่นห้อง“อาซาน เจ้ามันสมควรตายยิ่งนัก” สีหน้าดำทะมึนของจ้าวเกาเหวิน พร้อมกับแผ่กลิ่นอายชวนหวาดหวั่น ทำให้อีกฝ่ายสะพรึงกลัวยิ่งนัก ทว่าฟางผิงซานจึงออกปากร้องขึ้นมาว่า“หลินเอ๋อร์ ช่วยพี่ด้วยอาเหวินจะตีว่าที่สามี” ด้วยความเจ้าเล่ห์ของฟางผิงซาน ทำให้กุ้ยหลินที่ได้ยินเสียงพี่ชายที่ส่งเสียงคำรามดังกึกก้องในห้องของนาง กุ้ยหลินมีท่าทางตื่นตระหนกเล็กน้อย จากนั้นนางจึงชักสีหน้าจ้องเขม็งไปยังพี่ใหญ่“พี่ใหญ่คิดจะทำอันใด พี่ซานเข้าเจ็บตัวก็เพราะปกป้องน้อง” สิ้นเสียงหวานที่เอ่ยขึ้น ทำให้จ้าวเกาเหวินส่งเสียงคำรามอีกครั้งหนึ่ง“ให้มันน้อย ๆ หน่อย แผลเพียงแค่นี้ทำจะตาย กลับจวนของเจ้าไปได้แล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ข้าจะไปส่ง” จ้าวเกาเหวินมิเอ่ย

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 15 ข้าชอบท่าน

    ตอนที่ 15 ข้าชอบท่านจวนตระกูลกวนค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ท่านหมอเดินเข้ามาสามคนเพื่อมาดูอาการของบุตรชายขุนนางกวน แผ่นหลังนั้นแดงเถือกเป็นแผลพุพองเสียแล้ว ช่างดูน่าหวาดกลัวนักโม่อวี้เฟยถูกจับให้นั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น แต่นางหาได้สำนึกผิดไม่ ท่าทางช่างดูกระด้างกระเดื่องต่อแม่สามีและพ่อสามีไม่

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 14 จัดการ

    ตอนที่ 14 จัดการกุ้ยหลินและสหายอีกสามคน เดินมายังร้านของนางที่ปิดไปแล้ว จากนั้นกุ้ยหลินเปิดบานประตูไม้แต่ละบานด้วยความชำนาญ ฟางผิงซานอาสาจะช่วยสตรีร่างบอบบาง เขาไม่รู้ว่ากุ้ยหลินนั้นเก่งกาจเรื่องหมัดมวยและร่างกายของนางนั้นแข็งแรงยิ่งนัก มิได้อ่อนแอปวกเปียกเสียเมื่อไหร่กันอาจิงวิ่งหน้าตาตื่นมาหา “

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 13 น้องสาว

    ตอนที่ 13 น้องสาวจ้าวกุ้ยหลิน สบตาเข้ากับอีกฝ่าย ทว่ายามนี้ใบหน้าของนางดูจะแดงระเรื่อไม่น้อย เมื่อถูกชายหนุ่มโอบกระชับเอวของนางเข้ามาเพื่อเล่นงิ้วแสดงสวมบทบาทเป็นว่าที่สามีของนางในอนาคต ทว่านางตัวแข็งทื่อไม่เคยถูกชายใดโอบกอดถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้สักครั้งกวนอวี้เฟยไร้คำพูดกับอีกฝ่ายแม้ว่าในใจลึก ๆ จ

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 12 ประกาศตัว

    ตอนที่ 12 ประกาศตัวหลังจากที่จ้าวกุ้ยหลินประกาศตัวว่าหย่าร้างกับสามีแซ่กวนไป อีกสองวันถัดมา เรื่องของสตรีหม้ายแซ่จ้าว ก็ถูกกล่าวอยู่ในวงสุรา และเหล่าชายหนุ่มก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หญิงหม้ายผู้นี้งดงามเหลือเกิน ค้าขายเก่งกาจนัก อีกทั้งยังจัดการเหล่าผู้ที่มาก่อกวนเสียอยู่หมัดในแต่ละวันร้านน้ำเต้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status