หน้าหลัก / รักโบราณ / หยกโลหิตพลิกชะตา / บทที่ 5 เมิ่งฮูหยินสวีเยี่ยนหลัน

แชร์

บทที่ 5 เมิ่งฮูหยินสวีเยี่ยนหลัน

ผู้เขียน: JustMoonLight
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-05 14:05:38

เมิ่งเถียนซีกินอาหารมื้อเช้าอิ่มพอดี นางจึงส่งสัญญาณบอกให้ไฉ่เสียนเก็บสำรับอาหาร และขยับเสื้อผ้าให้เรียบร้อยเพื่อเตรียมตัวพบกับเมิ่งฮูหยินสวีเยี่ยนหลันกับคุณหนูสามเมิ่งซูเหวิน

ก่อนหน้านี้เมิ่งเถียนซีได้พบกับมารดาผู้ให้กำเนิดของร่างนี้อยู่หลายครั้ง แต่นางใช้คำอ้างที่ว่าความทรงจำในอดีตหายไปจนหมด จึงจดจำทุกคนไม่ได้รวมไปถึงผู้เป็นมารดาด้วย เพื่อหาเหตุผลให้แก่ความรู้สึกห่างเหินของนาง และสายตาที่นางใช้มองทุกคนเหมือนเป็นคนแปลกหน้า ซึ่งคนที่มีสีหน้าเสียใจกับความทรงจำที่หายไปของเมิ่งเถียนซีมากที่สุดก็คือฮูหยินตระกูลเมิ่งสวีเยี่ยนหลันผู้นี้

เมิ่งเถียนซีไม่อยากให้ทุกคนรู้ว่าตนเองไม่ใช่เมิ่งเถียนซีคนเดิม เพราะกลัวว่าทุกคนจะคิดว่านางเป็นปีศาจร้ายที่มาสิงสู่ร่างของคุณหนูสี่ผู้นี้ ดังนั้นเมิ่งเถียนซีจึงพยายามระมัดระวังตัวแสร้งทำเป็นคนความจำเสื่อมที่ไม่รู้เรื่องใดๆ โดยเฉพาะในยามที่อยู่ต่อหน้าเมิ่งฮูหยินผู้นี้

สวีเยี่ยนหลันเป็นสตรีวัยกลางคนที่ยังคงดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงค่อนข้างมาก ถึงแม้นางจะมีบุตรชายและบุตรสาวถึงสามคนแล้ว แต่ทว่าความงดงามของเมิ่งฮูหยินผู้นี้ก็ไม่ได้ลดน้อยลงแม้แต่น้อย ในยามที่เมิ่งฮูหยินเดินเข้ามาภายในห้องอุ่นแห่งนี้พร้อมกับเมิ่งจื่อซวานและเมิ่งซูเหวิน เมิ่งฮูหยินมองดูคล้ายเป็นพี่สาวของคนทั้งสองตรงหน้านางเสียมากกว่าที่จะเป็นมารดาและมารดาเลี้ยง

“บ่าวคำนับทักทายฮูหยินและคุณหนูสามเจ้าค่ะ”

เหล่าสาวใช้ข้างกายของเมิ่งเถียนซีคำนับผู้มาใหม่อย่างพร้อมเพรียงกัน ผิดกับในยามที่เมิ่งเซวียนอี้และเมิ่งจื่อซวานเดินเข้ามาภายในห้องนี้อย่างลิบลับ เป็นการบ่งบอกให้เมิ่งเถียนซีรับรู้ว่าสตรีทั้งสองนางที่เพิ่งจะเดินเข้ามาภายในห้องอุ่นแห่งนี้เคร่งครัดในธรรมเนียมปฏิบัติทางสังคมมากพอสมควร

เมิ่งเถียนซีจึงทำสีหน้าไม่สบายใจและเอ่ยขึ้นเสียงเบาว่า “ตามมารยาทแล้ว ข้าจะต้องลุกขึ้นยืนคำนับทักทายเมิ่งฮูหยินและคุณหนูสามตระกูลเมิ่ง แต่ทว่าขาของข้ายังคงอ่อนแอมากเกินไปจึงไม่อาจจะยืนขึ้นเพื่อคำนับทักทายพวกท่านทั้งสองคนได้”

สวีเยี่ยนหลันจ้องมองดูใบหน้าซูบตอบและขาวซีดของเมิ่งเถียนซีด้วยแววตาสงสาร แล้วจึงรีบเอ่ยด้วยน้ำเสียงปลอบโยนว่า “ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยตำหนิซีเอ๋อร์ เรื่องที่เจ้าไม่สามารถลุกขึ้นมายืนคำนับทักทายแม่และพี่สาวของเจ้าได้หรอก เพราะพวกเราล้วนแต่รู้ดีว่าสุขภาพร่างกายของเจ้าอ่อนแอมากเพียงใด”

“นั่นสิ! ผู้ใดที่กล้าเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้น้องสาวรู้สึกไม่สบายใจ พี่สามจะลงโทษคนผู้นั้นอย่างหนักด้วยตนเอง น้องสี่เจ้าอย่าได้คิดมาก” เมิ่งซูเหวินถ้อยคำเหล่านี้ก่อนจะปรายตามองเหล่าสาวใช้จำนวนหลายคนที่ยืนอยู่ในห้องโถงแห่งนี้ด้วยสายตาจับผิด

เมื่ออีกฝ่ายพูดเช่นนี้ เมิ่งเถียนซีจึงรู้แล้วว่าเรื่องที่นางพูดคุยกับเหล่าสาวใช้ของตนเองก่อนหน้านี้ ถูกเมิ่งจื่อซวานนำไปเอ่ยเล่าให้เมิ่งฮูหยินและคุณหนูสามตระกูลเมิ่งฟังเรียบร้อยหมดแล้ว แสดงว่าคุณชายรองตระกูลเมิ่งผู้นี้เป็นคนปากสว่างมากพอสมควร

“ไม่มีผู้ใดกล้าพูดจาล่วงเกินข้าหรอกเจ้าคะ ในวันนี้ข้ารู้สึกสดชื่นขึ้นมากจึงพูดเล่นกับเหล่าสาวใช้ภายในห้องนี้แก้ความรู้สึกเบื่อหน่ายเท่านั้นเจ้าค่ะ”

“วันนี้ซีเอ๋อร์ดูสดชื่นแจ่มใส่มากขึ้นกว่าทุกวันที่ผ่านมาจริงเสียด้วย ว่าแต่เหตุใดในวันนี้เจ้าก็ยังไม่ยอมเปลี่ยนคำเรียกขาน ยังคงเรียกแม่ว่าเมิ่งฮูหยินและเรียกพี่สามของเจ้าว่าคุณหนูสามตระกูลเมิ่งอยู่ล่ะ”

เมิ่งเถียนซีมีสีหน้าดูอึดอัดใจเล็กน้อย แล้วพูดขึ้นว่า “ข้าจดจำทุกคนไม่ได้ จึงรู้สึกไม่คุ้นชินและไม่กล้าเอ่ยคำเรียกเมิ่งฮูหยินและคุณหนูสามอย่างสนิทสนมเช่นนั้นเจ้าค่ะ”

เมิ่งซูเหวินเดินมานั่งลงข้างกายของเมิ่งเถียนซีแล้วเอื้อมมือมากุมหลังมือที่ค่อนข้างเย็นเฉียบของเมิ่งเถียนซีเอาไว้เพื่อมอบความอบอุ่นให้แก่มือของเด็กสาว แล้วพูดว่า

“เจ้าจะแสดงความห่างเหินกับพี่สาวนั้น พี่สาวพอเข้าใจเจ้าได้และจะไม่เอ่ยตำหนิเจ้าในเรื่องนี้ เพราะในอดีตเจ้าก็ไม่ได้ทำตัวสนิทสนมกับพี่สาวคนนี้อยู่แล้ว แต่น้องสี่เจ้าจะทำตัวห่างเหินกับท่านแม่แบบนี้ไม่ได้นะ เพราะท่านแม่รักเจ้ามากจึงย่อมจะต้องรู้สึกเสียใจมาก ที่เจ้ามีท่าทางเฉยเมยไม่รู้จักท่านแม่แบบนี้ เพราะปกติแล้วน้องสาวและท่านแม่สนิทสนมกันมาก”

เมิ่งเถียนซีทำตัวแข็งเล็กน้อย เพราะยังไม่ทันได้ตั้งตัวต่อท่าทางที่สนิทสนมกันของเมิ่งซูเหวิน แต่นางก็ไม่ได้ชักมือหลบถอยหนีจากฝ่ามือที่แสนจะอบอุ่นของอีกฝ่าย แล้วจึงเงยหน้าไปมองดูสีหน้าของเมิ่งฮูหยินสวีเยี่ยนหลันด้วยสายตาสังเกต นางมองเห็นแววตาเจ็บปวดใจของอีกฝ่ายได้แม้ว่าเมิ่งฮูหยินจะพยายามฝืนยิ้มให้แก่นางก็ตาม

“ท่านแม่” เมิ่งเถียนซีเอ่ยปากเรียกอีกฝ่ายเสียงเบา

“ลูกแม่~” สวีเยี่ยนหลันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจ ก่อนที่จะพุ่งร่างเข้ามากอดบุตรสาวเอาไว้แนบอกของนาง ซึ่งเมิ่งซูเหวินก็รีบขยับร่างกายหลบให้แม่ลูกคู่นี้ได้แสดงความรักต่อกันแต่โดยดี

‘ต่อให้เจ้าพยายามทำตัวเป็นคนดีมากแค่ไหน แต่ตัวเจ้าก็ไม่อาจจะสู้คุณหนูสี่ได้หรอก เพราะพวกนางเป็นแม่ลูกที่แท้จริง ส่วนข้ากับเจ้าก็เป็นแม่ลูกที่แท้จริงเช่นกัน ดังนั้นเจ้าอย่าได้มาแสดงท่าทางเย็นชาใส่แม่แบบนี้ เจ้ารู้บ้างไหมว่าท่าทางแบบนี้ของเจ้า ทำให้แม่รู้สึกเจ็บปวดใจ’

นี่คือถ้อยคำที่อนุหลินเจียวฝางเคยเอ่ยต่อว่านางผู้เป็นบุตรสาว ซึ่งเมิ่งซูเหวินหวนคิดถึงคำพูดเหล่านี้ของมารดาผู้ให้กำเนิดนางอีกครั้ง ภายในดวงตาของนางจึงเกิดเงาดำมืดปรากฏอยู่ชั่วเวลาหนึ่ง ก่อนที่ดวงตาเรียวโค้งดุจนัยน์ตาเหยี่ยวของนางจะกลับมาสว่างสดใสอีกครั้ง

“เจ้าจดจำแม่ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร พวกเรามาทำความรู้จักและทำความสนิทสนมกันใหม่อีกครั้งก็ได้” สวีเยี่ยนหลันเอ่ยกระซิบใส่ข้างหูของบุตรสาวเสียงเบา

“ได้เจ้าค่ะ…ท่านแม่” เมิ่งเถียนซีเอ่ยตอบรับเสียงเบาเช่นกัน และแอบคิดเตือนตัวเองอยู่ในใจว่าอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นนี้ไม่ใช่ของนาง แต่เป็นของเมิ่งเถียนซีตัวจริงต่างหาก อ้อมกอดที่เป็นของนางอย่างแท้จริงจึงจะอยู่ที่ดินแดนเทียนคง ซึ่งไม่รู้ว่านางจะได้มีโอกาสกลับไปรับอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นจากท่านอาจารย์ของนางอีกสักครั้งได้หรือไม่

“ท่านแม่เจ้าคะ หยกโลหิตที่ข้าพกติดตัวได้หายไปแล้ว ไฉ่เฉินบอกกับข้าว่าซานอ๋องคืนของมีค่าที่ข้านำติดตัวมาให้แกท่านแม่ทั้งหมด หยกโลหิตของข้าได้อยู่ที่ท่านแม่ไหมเจ้าคะ”

“หยกโลหิตที่เจ้าพกติดตัวอย่างนั้นหรือ นี่เจ้ากำลังเอ่ยถึงหยกโลหิตโบราณที่เป็นของล้ำค่าแทนคำสัญญาในการหมั้นหมายระหว่างเจ้ากับซานอ๋องอย่างนั้นหรือ”

เมิ่งเถียนซีขมวดคิ้ว ก่อนจะเอ่ยถามย้ำอีกครั้งว่า “หยกโลหิตเป็นของล้ำค่าแทนคำสัญญาในการหมั้นหมายอย่างนั้นหรือเจ้าคะ”

“ใช่! ก่อนหน้านี้แม่เคยเล่าให้เจ้าฟังเมื่อหลายวันก่อนแล้วไม่ใช่หรือว่าเจ้ามีสัญญาหมั้นหมายอยู่กับซานอ๋องหยางเฟิ่งเจี๋ย และก็เป็นซานอ๋องที่เดินทางไปช่วยเหลือเจ้าให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของพวกกลุ่มโจรภูเขา”

“เรื่องนี้ข้าเคยได้ยินมาบ้าง แต่ไม่รู้ว่าหยกโลหิตคือของล้ำค่าที่แทนคำสัญญาการหมั้นหมายเจ้าค่ะ ท่านแม่เจ้าคะ คนที่อ่อนแอไร้พลังปราณอย่างข้า ทำไมจึงได้มีสัญญาหมั้นหมายกับซานอ๋องหยางเฟิ่งเจี๋ยผู้เป็นถึงองค์ชายสามของแคว้นจื่อหยวนได้หรือเจ้าคะ”

“นั่นก็เป็นเพราะเจ้าคือบุตรสาวเพียงคนเดียวของแม่อย่างไรล่ะ”

เมิ่งฮูหยินสวีเยี่ยนหลันเอ่ยประโยคนี้ด้วยน้ำเสียงโอ้อวดเล็กน้อย ในสายตาของนางมองเห็นแค่เพียงบุตรสาวคนเล็กผู้อ่อนแอเท่านั้น ดังนั้นเมิ่งฮูหยินจึงไม่ได้เห็นแววตาน้อยใจของเมิ่งซูเหวินแม้แต่น้อย…

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 200 ฮองเฮาแคว้นจื่อหยวน

    องค์รัชทายาทจะต้องไปเรียนรู้งานของราชสำนักกับฮ่องเต้หยางตี๋ซึ่งฝ่าบาทจะต้องออกว่าราชการในยามเช้าที่ท้องพระโรงทุกวัน ดังนั้นหยางเฟิ่งเจี๋ยจะต้องเดินทางออกจากจวนซานอ๋องที่ในยามนี้กลายเป็นจวนรัชทายาทไปแล้วตั้งแต่เช้ามืด ความจริงแล้วองค์รัชทายาทและพระชายาขององค์รัชทายาทจะต้องย้ายเข้าไปอยู่ที่พระตำหนักบูรพาในวังหลวง แต่หยางเฟิ่งเจี๋ยใช้ข้ออ้างว่ากลัวความผิดพลาดของนางกำนัลฝ่ายในจนทำให้ส่งผลร้ายต่อการตั้งครรภ์ของพระชายา เมื่อสองปีที่แล้วเคยมีเหตุร้ายเกิดขึ้นต่อการตั้งครรภ์ของอดีตพระชายาอี้อ๋องมาก่อน ดังนั้นฝ่าบาทที่ทรงอยากจะได้อุ้มหลานเหมือนคนในวัยเดียวกันแล้ว พระองค์จึงยอมพระราชอนุญาตให้องค์รัชทายาทและพระชายาขององค์รัชทายาทพักอยู่ในจวนที่อยู่นอกวังหลวงต่อไป เมิ่งเถียนซีบำรุงครรภ์อยู่ที่เรือนจันทร์ส่อง ในระหว่างวันมักจะมีแขกมาเยี่ยมเยือนอยู่เป็นประจำ แน่นอนว่าผู้ที่มาเยี่ยมพระชายาองค์รัชทายาทแทบทุกวันย่อมจะหนีไม่พ้นผู้เป็นมารดาและพี่สะใภ้ใหญ่ของนาง สวีเยี่ยนหลันและกู้ฉิงโหรว ในบางวันก็อาจจะมีเมิ่งซูเหวินและหลานชายคนแรกของนางเซี่ยหวายเยี่ยนมาเยือนที่เรือนจันทร์ส่องด้วย ในวันนี้ก็เช่นกันเมื่

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 199 เดินทางไปรับตำแหน่งองค์รัชทายาท

    เมิ่งเถียนซีเดินทางไปจัดงานเลี้ยงฉลองครบรอบวันเกิดปีที่สิบเจ็ดของตนเองที่เมืองจิ่วโจว เพราะพี่ชายรองของนางเมิ่งจื่อซวายมารับตำแหน่งนายกองของกองทัพตระกูลเมิ่งที่เมืองจิ่วโจวในเดือนสามพอดี การฉลองวันเกิดถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายมีการตั้งโต๊ะเลี้ยงอาหาร มีการดื่มสุราสังสรรค์กันอย่างรื่นเริงสนุกสนาน เมิ่งเถียนซีมีความสุขมากที่ได้พบหน้ากับเมิ่งจื่อซวายอีกครั้ง สองพี่น้องจึงประลองฝีมือกันส่งท้าย“ไม่เจอเพียงหนึ่งปี พลังปราณของเจ้าเลื่อนระดับไปอีกขั้นแล้ว” เมิ่งจื่อซวานพูดด้วยน้ำเสียงท้อแท้หลังจากที่เขาประลองฝีมือพ่ายแพ้ให้แก่ผู้เป็นน้องสาว“ข้าย้ายมาอยู่ที่เมืองซีโจวนอกจากชอบปลูกพืชสมุนไพรแล้วก็หมั่นขยันฝึกซ้อมฝีมือแทบจะทุกวัน จึงเป็นธรรมดาที่ฝีมือของข้าจะรุดหน้าอย่างรวดเร็วแบบนี้ พี่รองอย่าทำสีหน้าหดหู่ใจแบบนี้สิเจ้าคะ พวกเราสองพี่น้องได้มาพบหน้ากันใหม่อีกครั้งข้าย่อมจะมีของขวัญพบหน้ามอบให้แก่พี่ชาย รับรองว่าของขวัญสิ่งนี้จะทำให้พี่รองมีฝีมือก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเช่นกัน” เมิ่งเถียนซีอมยิ้มแล้วจึงยื่นขวดยาที่ด้านในมียาฟื้นฟูพลังปราณชั้นดีสิบกว่าเม็ดมอบให้แก่เมิ่งจื่อซวาน“ยานี้…เป็นยาอะไร” เม

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 198 การใช้ชีวิตที่มีความสุขอยู่ที่ซีโจว

    เมืองซีโจวมีทิวทัศน์สวยงามน่าอยู่อาศัยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะทิวทัศน์บริเวณจวนซานอ๋องมีต้นสนสูงใหญ่ถูกปลูกเอาไว้ล้อมรอบ ยังมีทิวป่าไผ่อยู่ทางด้านข้างของจวน ส่วนทางด้านหลังจวนยังมีสวนต้นท้อที่ชาวบ้านมาช่วยกันปลูกทิ้งเอาไว้บนเนินเขาแห่งนี้ ทำให้กลายเป็นสวนป่าที่สามารถมาหาเก็บผักและผลลูกท้อนำไปเป็นอาหารที่กินได้อากาศภายในเมืองซีโจวอบอุ่นเป็นอย่างมาก เมิ่งเถียนซีจึงผลัดเปลี่ยนมาสวมใส่ชุดฤดูร้อนเพื่อความเบาสบายตัวแล้วจึงเดินสำรวจเรือนแต่ละหลังภายในจวนซานอ๋องโดยมีเหล่าสาวใช้เดินตามมาทางด้านหลัง เรือนแต่ละหลังไม่ได้ถูกสร้างให้ประสานกัน มีถนนที่ปูด้วยแผ่นหินถูกสร้างเป็นเส้นทางไปยังเรือนหลังอื่นทำให้การเดินไปยังเรือนต่างๆ แสนจะสะดวกสะอาดไร้สิ่งกีดขวางอวี๋เหนียงสาวใช้ของที่นี่มีอายุมากแล้ว แต่นางยังคงเดินได้อย่างคล่องแคล่วนางแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อหยาบที่สะอาดมีกิริยาท่าทางสุภาพเรียบร้อย ระหว่างที่ทุกคนเดินไปสำรวจเรือนแต่ละหลังอวี๋เหนียงพูดบรรยายเกี่ยวกับเรือนทุกหลังให้เมิ่งเถียนซีฟังอย่างละเอียด“เรือนที่พักของท่านอ๋องและพระชายาถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ท่านอ๋องทรงตั้งชื่อเรือนว่าเรือนรับอรุณเพคะ”

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 197 มีคนมารอรับที่เมืองซีโจว

    การเดินทางไปเมืองซีโจวถ้าหากขี่ม้าเร็วจะใช้เวลาในการเดินทางประมาณเจ็ดวันหรือแปดวัน แต่เมื่อเป็นขบวนรถม้าขนาดใหญ่ที่ขนสัมภาระมากมายและยังมีผู้คนร่วมเดินทางเป็นจำนวนมาก การเดินทางจึงใช้เวลานานขึ้นใช้เวลาในการเดินทางนานครึ่งเดือนเป็นอย่างน้อยตลอดการเดินทางหยางเฟิ่งเจี๋ยและเมิ่งเถียนซีไม่ได้พบกับความยากลำบากแม้แต่น้อย เพราะเขาและนางสลับกันเข้าไปพักผ่อนอยู่ในห้วงมิติพิเศษของหยกโลหิต จึงมีเวลาให้ใช้เหลือเฟือไม่ต้องรีบ พวกเขาได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม ได้ฝึกฝนตนเองโดยไร้คนรบกวน ได้นอนแช่น้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่อย่างสบายใจ โดยมีอีกคนนั่งเฝ้าในรถม้าอยู่ด้านนอก ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นคนที่นั่งอยู่ในรถม้าจะรีบเข้ามาตามคนในห้วงมิติพิเศษของหยกโลหิตในทันทีดังนั้นตลอดการเดินทางทั้งหยางเฟิ่งเจี๋ยและเมิ่งเถียนซีจึงดูสดชื่นมีชีวิตชีวามากกว่าผู้อื่นที่ร่วมออกเดินทางมาด้วยกัน ภายในรถม้าคันหรูหราจะมีหยางเฟิ่งเจี๋ยนั่งอยู่กับเมิ่งเถียนซีเพียงสองคน เพื่อที่จะได้สะดวกในการหลบเข้าไปในห้วงมิติพิเศษได้ง่าย ยามค่ำคืนคนทั้งคู่มักจะนอนอยู่ในรถม้าคันใหญ่ร่วมกัน ส่วนคนอื่นๆ ก็มักจะค้างคืนอยู่ภายในรถม้าของตนเอง เพราะห

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 196 เดินทางไปเมืองซีโจว

    ความโปรดปรานที่มากเกินไปของฮ่องเต้หยางตี๋ย่อมจะไม่ส่งผลดีต่อคนที่ได้รับสักเท่าไหร่นัก พระชายาเอกฉินซูเซียวในอี้อ๋องช่วยพิสูจน์ในเรื่องนี้ได้ เพราะก่อนหน้านี้ฮ่องเต้หยางตี๋ทรงแสดงความตื่นเต้นและดีพระทัยที่กำลังจะมีหลานชายหรือหลานสาวคนแรกอย่างเปิดเผย เมื่อทรงรู้ข่าวว่าพระชายาฉินซูเซียวตั้งครรภ์แล้ว ฝ่าบาทก็ทรงรีบส่งของขวัญมากมายไปพระราชทานให้แก่หลานชายหรือหลานสาวที่ยังไม่ถือกำเนิดยังจวนอี้อ๋องเป็นจำนวนมาก แต่สุดท้ายแล้วครรภ์นี้พระชายาฉินซูเซียวก็รักษาเอาไว้ไม่ได้ มิหนำซ้ำท่านหมอหลวงหลายคนยังเอ่ยคำวินิจฉัยว่าในอนาคตพระชายาเอกฉินซูเซียวมีโอกาสน้อยมากที่จะตั้งครรภ์ใหม่ได้อีกครั้งเมิ่งเถียนซีรับฟังข่าวนี้ด้วยความรู้สึกสงสารฉินซูเซียวอยู่บ้าง แต่เมื่อหยางเฟิ่งเจี๋ยเอ่ยเตือนนางว่า “พระชายาเอกของอี้อ๋องคนนี้เดิมทีก็ไม่ใช่สตรีที่แสนดีอยู่แล้ว เสด็จพี่ใหญ่ของเรามีพระชายารองและอนุตั้งหลายคน แต่ผ่านมานานหลายปียังไม่มีสตรีคนใดในจวนอี้อ๋องที่ตั้งครรภ์เลยสักคนเดียว เราคิดว่าพระชายาเอกฉินซูเซียวผู้นั้นคงจะลงแรงไปกับเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย”“แต่ในเมื่อนางตั้งครรภ์ใหม่ได้ยากแบบนี้ ในอนาคตข้างหน้า นางคงจะต

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 195 จัดงานเลี้ยงปีใหม่ในฐานะพระชายา

    งานมงคลของเมิ่งเซวียนอี้จบลงไปได้เพียงสองสัปดาห์ต่อมาก็จะเป็นวันส่งท้ายปีเก่าเตรียมงานฉลองต้อนรับปีใหม่ ในปีใหม่นี้เมิ่งเถียนซีมีฐานะเป็นนายหญิงของจวนซานอ๋องแล้ว นางจึงต้องจัดเตรียมงานฉลองคืนข้ามปีให้แก่จวนซานอ๋อง เพื่อให้พวกบ่าวและสาวใช้ที่อยู่ในจวนได้เฉลิมฉลองในเทศกาลมงคลร่วมกัน“…ท่านพ่อบ้านใหญ่บอกกับข้าว่าปีก่อนๆ ท่านอ๋องแค่แจกถุงเงินถุงทองมอบรางวัลพิเศษให้แก่พวกบ่าวและสาวใช้เท่านั้น ไม่ได้มีการจัดโต๊ะเลี้ยงอาหารและจ้างมหรสพมาทำการแสดงภายในจวนเพคะ” ไฉ่เสียนก้มหน้ารายงานความคืบหน้าของการจัดเตรียมงานและเล่าเรื่องที่จวนซานอ๋องเคยจัดงานเลี้ยงฉลองปีใหม่ให้เมิ่งเถียนซีฟังอย่างละเอียด“เทศกาลเฉลิมฉลองแบบนี้จะปล่อยให้ทุกคนภายในจวนต้องผ่านคืนข้ามปีไปอย่างเงียบเหงาโดยไม่มีการเลี้ยงเฉลิมฉลองได้อย่างไร การแสดงมหรสพจะไม่มีก็ช่างเถิดแต่อย่างน้อยภายในจวนก็ควรจะมีเสียงเพลงมาบรรเลงเพื่อสร้างบรรยากาศรื่นเริง อาหารมงคลควรจะมีการจัดโต๊ะเลี้ยงอาหารสักเก้าชนิด ควรจะมีอาหารประเภทเนื้อเห็ดเป็ดไก่ อาหารที่ทำมาจากเนื้อหมูและเนื้อปลา รวมไปถึงอาหารที่มีผักใบเขียวเพื่อแก้เลี่ยนอีกด้วย ของหวานย่อมจะต้องมีขนมแป

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 9 บุตรสาวดูคล้ายมารดามากขึ้น

    สวีเยี่ยนหลันนั่งอยู่ตรงหน้ากระจกจ้องมองเงาร่างของตนเองที่สะท้อนกลับมาด้วยจิตใจที่หม่นหมองเล็กน้อย ใบหน้างดงามของนางในยามนี้เริ่มมีริ้วรอยตามวัยปรากฏขึ้นมาแล้ว ต่อให้นางเก่งกาจมากเพียงใดก็ไม่อาจจะเอาชนะวันเวลาและอายุขัยได้จริงๆ“ฮูหยินอย่ากังวลใจไปเลยเจ้าค่ะ เริ่มมีริ้วรอยเพียงเล็กน้อยบ่าวช่วยใช้แป

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 8 ไม่ได้เปลี่ยนไปหมดทุกอย่าง

    แม้จะเพียรพยายามฝึกฝนอย่างเต็มกำลัง แต่เมิ่งเถียนซีกลับพบว่าทุกหยาดเหงื่อและความตั้งใจคล้ายจะสูญเปล่า ไม่ว่ากระบวนท่าฝึกปราณของสำนักชิงเสวียนจะพิถีพิถันมากเพียงใด ทุกครั้งที่นางนั่งสมาธิเพ่งจิตรวบรวมพลังปราณ พลังที่เพิ่งจะดึงเข้ามาในร่างกายก็ไหลรั่วออกไปอย่างไร้การควบคุม ราวกับว่าร่างกายของนางเป็นเ

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 7 ไร้รากฐานพลังปราณตั้งแต่กำเนิด

    คนที่จะฝึกฝนพลังปราณได้จะต้องมีรากฐานพลังปราณมาตั้งแต่กำเนิด เมิ่งเถียนซีไร้รากฐานพลังปราณตั้งแต่กำเนิด ทว่าด้วยฐานะบุตรสาวภรรยาเอกเพียงคนเดียวของจวนตระกูลเมิ่ง นางจึงไม่ใช่คนไร้ค่าเหมือนดังถ้อยคำที่มีสาวใช้มานินทาเอ่ยให้เข้าหูนาง‘มีคนไม่อยากให้นางรู้สึกมีความสุขที่ได้กลับมาอยู่ในเมืองหลวง จึงได้ว

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 6 คุณหนูสามเมิ่งซูเหวิน

    หลังจากที่เมิ่งเถียนซีได้นั่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของคนตระกูลเมิ่ง นางนั่งฟังทุกคนพูดคุยกันจึงได้รับรู้อีกเรื่องว่าบิดาผู้ให้กำเนิดของเมิ่งเถียนซี ท่านแม่ทัพเมิ่งอันหวายในยามนี้ยังคงต้องนำกองทัพไปปักหลักเฝ้าปกป้องชายแดนทางทิศตะวันตกของแคว้นจื่อหยวน โดยท่านแม่ทัพเมิ่งได้พาอนุหลินเจียวฝาง มารดาผู้ให้กำเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status