Home / รักโบราณ / หยกโลหิตพลิกชะตา / บทที่ 6 คุณหนูสามเมิ่งซูเหวิน

Share

บทที่ 6 คุณหนูสามเมิ่งซูเหวิน

Author: JustMoonLight
last update publish date: 2026-04-05 14:06:18

หลังจากที่เมิ่งเถียนซีได้นั่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของคนตระกูลเมิ่ง นางนั่งฟังทุกคนพูดคุยกันจึงได้รับรู้อีกเรื่องว่าบิดาผู้ให้กำเนิดของเมิ่งเถียนซี ท่านแม่ทัพเมิ่งอันหวายในยามนี้ยังคงต้องนำกองทัพไปปักหลักเฝ้าปกป้องชายแดนทางทิศตะวันตกของแคว้นจื่อหยวน โดยท่านแม่ทัพเมิ่งได้พาอนุหลินเจียวฝาง มารดาผู้ให้กำเนิดเมิ่งซูเหวินติดตามไปด้วย

เมื่อทุกคนเดินไปจากเรือนรับอรุณซึ่งเป็นเรือนพักส่วนตัวของเมิ่งเถียนซีแล้ว นางรู้สึกสนใจเรื่องราวของพี่สาวต่างมารดาเมิ่งซูเหวินเป็นพิเศษ เพราะในระหว่างที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจเพียงแค่นาง ทว่านางก็แอบลอบสังเกตท่าทางของทุกคนเพื่อความรอบคอบเช่นกัน

ดังนั้นเมิ่งเถียนซีจึงมองเห็นแววตาดำมืดของเมิ่งซูเหวินในวันนี้ได้อย่างชัดเจนตั้งหลายครั้ง เป็นเพราะเคยต้องเสียชีวิตด้วยความโง่เขลาไว้ใจผู้อื่นง่ายดายมาก่อน นางจึงระมัดระวังตัวคอยมองดูสีหน้าของทุกคนที่อยู่รอบกายเป็นพิเศษ เพราะนางคิดว่าตนเองจะไม่เชื่อถือถ้อยคำหวานหู จะไม่เชื่อฟังคำพูดเอาใจใส่ที่แสนจะอบอุ่นของผู้อื่นง่ายๆ อีกแล้ว

หลังจากนั้นเมิ่งเถียนซีจึงพยายามชวนเหล่าสาวใช้ให้พูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของเมิ่งซูเหวินมาตลอดครึ่งค่อนวัน สุดท้ายแล้วนางจึงได้รู้ว่านามของเมิ่งซูเหวินมีความหมายว่าเป็นเรื่องเล่าลือที่แสนงดงามของตระกูลเมิ่ง เพราะนางเกิดในช่วงที่แม่ทัพเมิ่งอันหวายได้รับชัยชนะจากการทำสงครามกับแคว้นซีเป่ย

ไฉ่เสียนเอ่ยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอนุหลินเจียวฝาง มารดาผู้ให้กำเนิดเมิ่งซูเหวินให้เมิ่งเถียนซีฟังอย่างละเอียดว่า “ในปีนั้นแคว้นจื่อหยวนประกาศสงครามแย่งชิงดินแดนกับแคว้นซีเป่ย โดยนายท่านรับหน้าที่เป็นแม่ทัพคนสำคัญในการทำศึกสงครามในครั้งนี้ ถึงแม้จะมีชัยชนะในการทำศึก แต่นายท่านก็เพลี่ยงพล้ำตกอยู่ในวงล้อมของศัตรูร่างกายได้รับบาดเจ็บจนเกือบจะสิ้นชีวิต โชคดีที่ท่านแม่ทัพผู้เฒ่าตระกูลหลินได้เสี่ยงภัย พาเหล่าทหารตีฝ่าวงล้อมของศัตรูเข้าไปช่วยเหลือชีวิตของนายท่านเอาไว้เจ้าค่ะ”

“ท่านแม่ทัพผู้เฒ่าตระกูลหลินอย่างนั้นหรือ คนผู้นี้คงจะเป็นบิดาของอนุหลินกระมัง”

“ใช่แล้วเจ้าค่ะคุณหนู อนุหลินเจียวฝางคือบุตรสาวของท่านแม่ทัพผู้เฒ่าตระกูลหลิน นางเข้าร่วมกองทัพออกศึกช่วยผู้เป็นบิดา จึงได้มีโอกาสทำความรู้จักและได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับนายท่านในช่วงเวลานั้น คนทั้งสองคบหาสนิทสนมกันเพียงไม่นานอนุหลินก็ตั้งครรภ์และมีคุณหนูสามเมิ่งซูเหวินคลอดออกมาเจ้าค่ะ”

“ตามที่เจ้าเล่ามาแสดงว่าอนุหลิน ก็ไม่ได้มีฐานะต่ำต้อย แล้วเพราะเหตุใดนางจึงยอมมาเป็นอนุของท่านแม่ทัพเมิ่งอันหวายเล่า ด้วยฐานะบุตรสาวของท่านแม่ทัพผู้หนึ่ง ย่อมจะสามารถแต่งงานเข้าไปเป็นภรรยาเอกของผู้ใดก็ได้มิใช่หรือ” เมิ่งเถียนซีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่เข้าใจ

ไฉ่เสียนนิ่งคิดไปนานครู่ใหญ่ ไฉ่เฉินจึงพูดขึ้นมาแทนว่า “ตามความคิดของบ่าว ถึงแม้จะรู้ว่านายท่านรักฮูหยินมากก็ตาม แต่อนุหลินน่าจะรู้สึกชื่นชมนายท่านมากจนถึงขั้นยอมแต่งเข้ามาเป็นอนุเจ้าค่ะ ถ้าหากคุณหนูสี่ได้พบกับอนุหลินในยามที่นางใช้เวลาอยู่ร่วมกับนายท่านตามลำพังแล้ว คุณหนูอาจจะไม่รู้สึกสงสัยในเรื่องนี้เลยเจ้าค่ะ เพราะนายท่าน…บิดาผู้ให้กำเนิดคุณหนูเป็นบุรุษที่ห้าวหาญน่านับถือ อนุหลินก็เป็นสตรีที่ห้าวหาญมีนิสัยคล้ายบุรุษ คนทั้งคู่พูดคุยกันราวกับเป็นสหายที่รู้ใจมากกว่าจะเป็นคู่รักกันเจ้าค่ะ ซึ่งผิดกับในยามที่นายท่านอยู่กับฮูหยินอย่างลิบลับเจ้าค่ะ”

“อ่อ…แต่คนที่เป็นเพียงสหายกัน ย่อมไม่อาจจะแต่งงานร่วมหอจนมีบุตรด้วยกันได้ไม่ใช่หรือ ถึงอย่างไรข้าก็ไม่เข้าใจเรื่องของอนุหลินอยู่ดี เพราะถ้าข้าเป็นอนุหลิน ข้าจะไม่ยอมลดตัวลงมาเป็นอนุของผู้อื่นอย่างแน่นอน ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าพวกเจ้าเคยบอกว่าคนเป็นอนุไม่ต่างกับคนที่เป็นสาวใช้หรอกหรือ สามารถถูกสั่งโบยได้ ถูกขายเหมือนบ่าวคนหนึ่งได้ แล้วบุตรสาวของท่านแม่ทัพคนหนึ่งเหตุใดจึงได้ยินยอมลดตัวแต่งงานเข้ามาเป็นคนรับใช้ของผู้อื่นแบบนี้”

ไฉ่เฉิน “…”

ไฉ่เสียน “…”

สาวใช้ทั้งสองคนไม่มีคำตอบให้แก่คุณหนูช่างสงสัยของพวกนาง แต่เมื่อเมิ่งเถียนซีเอ่ยปากถามเรื่องใด พวกนางก็เอ่ยตอบแต่โดยดี

จากการถามสาวใช้ทั้งหลาย เมิ่งเถียนซีจึงพอจะรู้เรื่องอื่นๆ ของหลินเจียวฝาง อย่างเช่นเรื่องที่นางเป็นสตรีที่ห้าวหาญเข้าร่วมกองทัพออกศึกเคียงบ่าเคียงไหล่กับแม่ทัพเมิ่งอันหวายได้อย่างไม่อายใคร เนื่องจากนางมีพลังปราณถึงระดับห้าขั้นฮวาเสิ่น ซึ่งสตรีในแคว้นจื่อหยวนแห่งนี้มีน้อยคนนักที่จะมีความสามารถฝึกฝนพลังปราณจนบรรลุเลื่อนขั้นได้มาถึงระดับนี้

ดังนั้นถึงจะได้ชื่อว่าเป็นอนุของแม่ทัพเมิ่ง แต่หลินเจียวฝางก็ไม่ได้รู้สึกว่าตนเองด้อยกว่าสตรีนางใด เพราะนางได้รับความนับถือจากทุกคนในกองทัพ

ทว่าบุตรสาวเพียงคนเดียวของหลินเจียวฝาง ไม่ได้เติบโตขึ้นมาในกองทัพ แม่ทัพเมิ่งอันหวายส่งตัวเมิ่งซูเหวินมาให้ฮูหยินของเขาเลี้ยงดูอยู่ในเมืองหลวงจนกระทั่งเมิ่งซูเหวินเติบโตเป็นสาวงามเลื่องชื่อ

ดังนั้นเรื่องเป็นอนุที่หลินเจียวฝางไม่ได้สนใจ แต่เมิ่งซูเหวินใส่ใจในเรื่องนี้มาก นางมีรากฐานพลังปราณที่สมบูรณ์แข็งแรงมาตั้งแต่กำเนิด จึงมีพรสวรรค์ในเรื่องการฝึกฝนตนได้รวดเร็วมากกว่าผู้ใด แต่เพียงแค่เพราะนางเป็นบุตรสาวของอนุ ฐานะของนางจึงต้อยต่ำกว่าคุณหนูตระกูลใหญ่ที่ถือกำเนิดจากฮูหยินที่เป็นภรรยาเอกอยู่เสมอ

เมิ่งซูเหวินรู้ตนเองดีว่าตนเองมีความสำคัญน้อยมากในจวนตระกูลเมิ่งแห่งนี้ นางสู้ไม่ได้แม้แต่น้องสาวอย่างเมิ่งเถียนซีที่ไร้รากฐานพลังปราณตั้งแต่แรกเกิด เรื่องนี้จึงทำให้เมิ่งซูเหวินมีท่าทางเย็นชากับมารดาผู้ให้กำเนิดมาโดยตลอด…

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 200 ฮองเฮาแคว้นจื่อหยวน

    องค์รัชทายาทจะต้องไปเรียนรู้งานของราชสำนักกับฮ่องเต้หยางตี๋ซึ่งฝ่าบาทจะต้องออกว่าราชการในยามเช้าที่ท้องพระโรงทุกวัน ดังนั้นหยางเฟิ่งเจี๋ยจะต้องเดินทางออกจากจวนซานอ๋องที่ในยามนี้กลายเป็นจวนรัชทายาทไปแล้วตั้งแต่เช้ามืด ความจริงแล้วองค์รัชทายาทและพระชายาขององค์รัชทายาทจะต้องย้ายเข้าไปอยู่ที่พระตำหนักบูรพาในวังหลวง แต่หยางเฟิ่งเจี๋ยใช้ข้ออ้างว่ากลัวความผิดพลาดของนางกำนัลฝ่ายในจนทำให้ส่งผลร้ายต่อการตั้งครรภ์ของพระชายา เมื่อสองปีที่แล้วเคยมีเหตุร้ายเกิดขึ้นต่อการตั้งครรภ์ของอดีตพระชายาอี้อ๋องมาก่อน ดังนั้นฝ่าบาทที่ทรงอยากจะได้อุ้มหลานเหมือนคนในวัยเดียวกันแล้ว พระองค์จึงยอมพระราชอนุญาตให้องค์รัชทายาทและพระชายาขององค์รัชทายาทพักอยู่ในจวนที่อยู่นอกวังหลวงต่อไป เมิ่งเถียนซีบำรุงครรภ์อยู่ที่เรือนจันทร์ส่อง ในระหว่างวันมักจะมีแขกมาเยี่ยมเยือนอยู่เป็นประจำ แน่นอนว่าผู้ที่มาเยี่ยมพระชายาองค์รัชทายาทแทบทุกวันย่อมจะหนีไม่พ้นผู้เป็นมารดาและพี่สะใภ้ใหญ่ของนาง สวีเยี่ยนหลันและกู้ฉิงโหรว ในบางวันก็อาจจะมีเมิ่งซูเหวินและหลานชายคนแรกของนางเซี่ยหวายเยี่ยนมาเยือนที่เรือนจันทร์ส่องด้วย ในวันนี้ก็เช่นกันเมื่

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 199 เดินทางไปรับตำแหน่งองค์รัชทายาท

    เมิ่งเถียนซีเดินทางไปจัดงานเลี้ยงฉลองครบรอบวันเกิดปีที่สิบเจ็ดของตนเองที่เมืองจิ่วโจว เพราะพี่ชายรองของนางเมิ่งจื่อซวายมารับตำแหน่งนายกองของกองทัพตระกูลเมิ่งที่เมืองจิ่วโจวในเดือนสามพอดี การฉลองวันเกิดถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายมีการตั้งโต๊ะเลี้ยงอาหาร มีการดื่มสุราสังสรรค์กันอย่างรื่นเริงสนุกสนาน เมิ่งเถียนซีมีความสุขมากที่ได้พบหน้ากับเมิ่งจื่อซวายอีกครั้ง สองพี่น้องจึงประลองฝีมือกันส่งท้าย“ไม่เจอเพียงหนึ่งปี พลังปราณของเจ้าเลื่อนระดับไปอีกขั้นแล้ว” เมิ่งจื่อซวานพูดด้วยน้ำเสียงท้อแท้หลังจากที่เขาประลองฝีมือพ่ายแพ้ให้แก่ผู้เป็นน้องสาว“ข้าย้ายมาอยู่ที่เมืองซีโจวนอกจากชอบปลูกพืชสมุนไพรแล้วก็หมั่นขยันฝึกซ้อมฝีมือแทบจะทุกวัน จึงเป็นธรรมดาที่ฝีมือของข้าจะรุดหน้าอย่างรวดเร็วแบบนี้ พี่รองอย่าทำสีหน้าหดหู่ใจแบบนี้สิเจ้าคะ พวกเราสองพี่น้องได้มาพบหน้ากันใหม่อีกครั้งข้าย่อมจะมีของขวัญพบหน้ามอบให้แก่พี่ชาย รับรองว่าของขวัญสิ่งนี้จะทำให้พี่รองมีฝีมือก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเช่นกัน” เมิ่งเถียนซีอมยิ้มแล้วจึงยื่นขวดยาที่ด้านในมียาฟื้นฟูพลังปราณชั้นดีสิบกว่าเม็ดมอบให้แก่เมิ่งจื่อซวาน“ยานี้…เป็นยาอะไร” เม

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 198 การใช้ชีวิตที่มีความสุขอยู่ที่ซีโจว

    เมืองซีโจวมีทิวทัศน์สวยงามน่าอยู่อาศัยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะทิวทัศน์บริเวณจวนซานอ๋องมีต้นสนสูงใหญ่ถูกปลูกเอาไว้ล้อมรอบ ยังมีทิวป่าไผ่อยู่ทางด้านข้างของจวน ส่วนทางด้านหลังจวนยังมีสวนต้นท้อที่ชาวบ้านมาช่วยกันปลูกทิ้งเอาไว้บนเนินเขาแห่งนี้ ทำให้กลายเป็นสวนป่าที่สามารถมาหาเก็บผักและผลลูกท้อนำไปเป็นอาหารที่กินได้อากาศภายในเมืองซีโจวอบอุ่นเป็นอย่างมาก เมิ่งเถียนซีจึงผลัดเปลี่ยนมาสวมใส่ชุดฤดูร้อนเพื่อความเบาสบายตัวแล้วจึงเดินสำรวจเรือนแต่ละหลังภายในจวนซานอ๋องโดยมีเหล่าสาวใช้เดินตามมาทางด้านหลัง เรือนแต่ละหลังไม่ได้ถูกสร้างให้ประสานกัน มีถนนที่ปูด้วยแผ่นหินถูกสร้างเป็นเส้นทางไปยังเรือนหลังอื่นทำให้การเดินไปยังเรือนต่างๆ แสนจะสะดวกสะอาดไร้สิ่งกีดขวางอวี๋เหนียงสาวใช้ของที่นี่มีอายุมากแล้ว แต่นางยังคงเดินได้อย่างคล่องแคล่วนางแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อหยาบที่สะอาดมีกิริยาท่าทางสุภาพเรียบร้อย ระหว่างที่ทุกคนเดินไปสำรวจเรือนแต่ละหลังอวี๋เหนียงพูดบรรยายเกี่ยวกับเรือนทุกหลังให้เมิ่งเถียนซีฟังอย่างละเอียด“เรือนที่พักของท่านอ๋องและพระชายาถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ท่านอ๋องทรงตั้งชื่อเรือนว่าเรือนรับอรุณเพคะ”

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 197 มีคนมารอรับที่เมืองซีโจว

    การเดินทางไปเมืองซีโจวถ้าหากขี่ม้าเร็วจะใช้เวลาในการเดินทางประมาณเจ็ดวันหรือแปดวัน แต่เมื่อเป็นขบวนรถม้าขนาดใหญ่ที่ขนสัมภาระมากมายและยังมีผู้คนร่วมเดินทางเป็นจำนวนมาก การเดินทางจึงใช้เวลานานขึ้นใช้เวลาในการเดินทางนานครึ่งเดือนเป็นอย่างน้อยตลอดการเดินทางหยางเฟิ่งเจี๋ยและเมิ่งเถียนซีไม่ได้พบกับความยากลำบากแม้แต่น้อย เพราะเขาและนางสลับกันเข้าไปพักผ่อนอยู่ในห้วงมิติพิเศษของหยกโลหิต จึงมีเวลาให้ใช้เหลือเฟือไม่ต้องรีบ พวกเขาได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม ได้ฝึกฝนตนเองโดยไร้คนรบกวน ได้นอนแช่น้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่อย่างสบายใจ โดยมีอีกคนนั่งเฝ้าในรถม้าอยู่ด้านนอก ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นคนที่นั่งอยู่ในรถม้าจะรีบเข้ามาตามคนในห้วงมิติพิเศษของหยกโลหิตในทันทีดังนั้นตลอดการเดินทางทั้งหยางเฟิ่งเจี๋ยและเมิ่งเถียนซีจึงดูสดชื่นมีชีวิตชีวามากกว่าผู้อื่นที่ร่วมออกเดินทางมาด้วยกัน ภายในรถม้าคันหรูหราจะมีหยางเฟิ่งเจี๋ยนั่งอยู่กับเมิ่งเถียนซีเพียงสองคน เพื่อที่จะได้สะดวกในการหลบเข้าไปในห้วงมิติพิเศษได้ง่าย ยามค่ำคืนคนทั้งคู่มักจะนอนอยู่ในรถม้าคันใหญ่ร่วมกัน ส่วนคนอื่นๆ ก็มักจะค้างคืนอยู่ภายในรถม้าของตนเอง เพราะห

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 196 เดินทางไปเมืองซีโจว

    ความโปรดปรานที่มากเกินไปของฮ่องเต้หยางตี๋ย่อมจะไม่ส่งผลดีต่อคนที่ได้รับสักเท่าไหร่นัก พระชายาเอกฉินซูเซียวในอี้อ๋องช่วยพิสูจน์ในเรื่องนี้ได้ เพราะก่อนหน้านี้ฮ่องเต้หยางตี๋ทรงแสดงความตื่นเต้นและดีพระทัยที่กำลังจะมีหลานชายหรือหลานสาวคนแรกอย่างเปิดเผย เมื่อทรงรู้ข่าวว่าพระชายาฉินซูเซียวตั้งครรภ์แล้ว ฝ่าบาทก็ทรงรีบส่งของขวัญมากมายไปพระราชทานให้แก่หลานชายหรือหลานสาวที่ยังไม่ถือกำเนิดยังจวนอี้อ๋องเป็นจำนวนมาก แต่สุดท้ายแล้วครรภ์นี้พระชายาฉินซูเซียวก็รักษาเอาไว้ไม่ได้ มิหนำซ้ำท่านหมอหลวงหลายคนยังเอ่ยคำวินิจฉัยว่าในอนาคตพระชายาเอกฉินซูเซียวมีโอกาสน้อยมากที่จะตั้งครรภ์ใหม่ได้อีกครั้งเมิ่งเถียนซีรับฟังข่าวนี้ด้วยความรู้สึกสงสารฉินซูเซียวอยู่บ้าง แต่เมื่อหยางเฟิ่งเจี๋ยเอ่ยเตือนนางว่า “พระชายาเอกของอี้อ๋องคนนี้เดิมทีก็ไม่ใช่สตรีที่แสนดีอยู่แล้ว เสด็จพี่ใหญ่ของเรามีพระชายารองและอนุตั้งหลายคน แต่ผ่านมานานหลายปียังไม่มีสตรีคนใดในจวนอี้อ๋องที่ตั้งครรภ์เลยสักคนเดียว เราคิดว่าพระชายาเอกฉินซูเซียวผู้นั้นคงจะลงแรงไปกับเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย”“แต่ในเมื่อนางตั้งครรภ์ใหม่ได้ยากแบบนี้ ในอนาคตข้างหน้า นางคงจะต

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 195 จัดงานเลี้ยงปีใหม่ในฐานะพระชายา

    งานมงคลของเมิ่งเซวียนอี้จบลงไปได้เพียงสองสัปดาห์ต่อมาก็จะเป็นวันส่งท้ายปีเก่าเตรียมงานฉลองต้อนรับปีใหม่ ในปีใหม่นี้เมิ่งเถียนซีมีฐานะเป็นนายหญิงของจวนซานอ๋องแล้ว นางจึงต้องจัดเตรียมงานฉลองคืนข้ามปีให้แก่จวนซานอ๋อง เพื่อให้พวกบ่าวและสาวใช้ที่อยู่ในจวนได้เฉลิมฉลองในเทศกาลมงคลร่วมกัน“…ท่านพ่อบ้านใหญ่บอกกับข้าว่าปีก่อนๆ ท่านอ๋องแค่แจกถุงเงินถุงทองมอบรางวัลพิเศษให้แก่พวกบ่าวและสาวใช้เท่านั้น ไม่ได้มีการจัดโต๊ะเลี้ยงอาหารและจ้างมหรสพมาทำการแสดงภายในจวนเพคะ” ไฉ่เสียนก้มหน้ารายงานความคืบหน้าของการจัดเตรียมงานและเล่าเรื่องที่จวนซานอ๋องเคยจัดงานเลี้ยงฉลองปีใหม่ให้เมิ่งเถียนซีฟังอย่างละเอียด“เทศกาลเฉลิมฉลองแบบนี้จะปล่อยให้ทุกคนภายในจวนต้องผ่านคืนข้ามปีไปอย่างเงียบเหงาโดยไม่มีการเลี้ยงเฉลิมฉลองได้อย่างไร การแสดงมหรสพจะไม่มีก็ช่างเถิดแต่อย่างน้อยภายในจวนก็ควรจะมีเสียงเพลงมาบรรเลงเพื่อสร้างบรรยากาศรื่นเริง อาหารมงคลควรจะมีการจัดโต๊ะเลี้ยงอาหารสักเก้าชนิด ควรจะมีอาหารประเภทเนื้อเห็ดเป็ดไก่ อาหารที่ทำมาจากเนื้อหมูและเนื้อปลา รวมไปถึงอาหารที่มีผักใบเขียวเพื่อแก้เลี่ยนอีกด้วย ของหวานย่อมจะต้องมีขนมแป

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 9 บุตรสาวดูคล้ายมารดามากขึ้น

    สวีเยี่ยนหลันนั่งอยู่ตรงหน้ากระจกจ้องมองเงาร่างของตนเองที่สะท้อนกลับมาด้วยจิตใจที่หม่นหมองเล็กน้อย ใบหน้างดงามของนางในยามนี้เริ่มมีริ้วรอยตามวัยปรากฏขึ้นมาแล้ว ต่อให้นางเก่งกาจมากเพียงใดก็ไม่อาจจะเอาชนะวันเวลาและอายุขัยได้จริงๆ“ฮูหยินอย่ากังวลใจไปเลยเจ้าค่ะ เริ่มมีริ้วรอยเพียงเล็กน้อยบ่าวช่วยใช้แป

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 3 บทที่ 3 ซานอ๋องหยางเฟิ่งเจี๋ย

    หยางเฟิ่งเจี๋ย มีตำแหน่งซานอ๋องแห่งแคว้นจื่อหยวน เขาเป็นองค์ชายสามผู้มีรูปโฉมหล่อเหลาของราชสกุลหยาง ทว่าซานอ๋องมีอุปนิสัยเย็นชาและโหดเหี้ยมจนไม่มีใครอยากจะเข้าใกล้ ซานอ๋องเช่นเขานับว่าเป็นผู้ที่มีพลังปราณระดับห้าขั้นฮวาเสิ่น ปราณกับดวงจิตเริ่มหลอมรวมเป็นหนึ่ง จึงทำให้ภายในแคว้นจื่อหยวนหาคู่ต่อสู้ที

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 2 คุณหนูสี่เมิ่งเถียนซี

    เมิ่งเถียนซีคิดว่าตนเองต้องจบชีวิตลงที่ใต้หุบเขาอู่ไถไปแล้ว แต่เมื่อนางรู้สึกตัวฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้งจึงพบว่าตัวนางได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งแห่งแคว้นจื่อหยวนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนฉิงอัน ตามที่สาวใช้ทั้งสองคนพูดอธิบายให้นางฟัง จึงคิดสรุปได้ว่าดินแดนฉิงอันแห่งนี้เป็นดินแดน

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 1 ตายเพราะความโง่เขลา

    เมิ่งเถียนซีเป็นผู้ฝึกฝนตนในดินแดนเทียนคง นางคืออัจฉริยะน้อยที่มีพลังวิญญาณอันแข็งแกร่ง และได้เข้าสำนักไปเป็นลูกศิษย์สายตรงเพียงคนเดียวของท่านปรมาจารย์ม่อไป๋ผู้เป็นเจ้าสำนักชิงเสวียน การได้เป็นศิษย์สายตรงเพียงคนเดียวของท่านปรมาจารย์ทำให้นางได้ดื่มกินยาวิเศษและยาอายุวัฒนะเป็นจำนวนมาก จึงทำให้นางฝึกฝ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status