Inicio / รักโบราณ / หยกโลหิตพลิกชะตา / บทที่ 3 บทที่ 3 ซานอ๋องหยางเฟิ่งเจี๋ย

Compartir

บทที่ 3 บทที่ 3 ซานอ๋องหยางเฟิ่งเจี๋ย

last update Fecha de publicación: 2026-04-05 14:03:55

หยางเฟิ่งเจี๋ย มีตำแหน่งซานอ๋องแห่งแคว้นจื่อหยวน เขาเป็นองค์ชายสามผู้มีรูปโฉมหล่อเหลาของราชสกุลหยาง ทว่าซานอ๋องมีอุปนิสัยเย็นชาและโหดเหี้ยมจนไม่มีใครอยากจะเข้าใกล้ ซานอ๋องเช่นเขานับว่าเป็นผู้ที่มีพลังปราณระดับห้าขั้นฮวาเสิ่น ปราณกับดวงจิตเริ่มหลอมรวมเป็นหนึ่ง จึงทำให้ภายในแคว้นจื่อหยวนหาคู่ต่อสู้ที่สามารถเอาชนะเขาได้ยากมาก

การที่หยางเฟิ่งเจี๋ยฝึกฝนตนเองจนสามารถบรรลุถึงขั้นฮวาเสิ่นได้ เนื่องจากเขาโหดเหี้ยมกับตนเองมากพอสมควร โดยเขาแบ่งเวลาให้แก่ตนเองใช้เวลาพักผ่อนให้น้อย ใช้เวลาฝึกฝนตนให้มาก และเขายังสร้างกฎระเบียบวินัยเรื่องการฝึกฝนให้แก่ตนเองปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ดังนั้นในแต่ละวันของเขาจึงผ่านไปด้วยการที่เขาใช้เวลาเก็บตัวฝึกฝนตนเองเป็นส่วนใหญ่

ทว่าเมื่อหนึ่งเดือนก่อนหยางเฟิ่งเจี๋ยเร่งร้อนเดินออกมาจากห้องฝึกฝนตนด้วยสภาพเหงื่อโทรมกาย เขาอ้าปากตะโกนร้องเรียกคนสนิทให้เร่งจัดเตรียมม้าเร็วฝีเท้าดีให้แก่เขา เพื่อรีบเร่งออกเดินทางไปยังนอกเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว

ฮวนเยวี่ยและกังตู๋ผู้เป็นคนสนิทของหยางเฟิ่งเจี๋ยขี่ม้าเร็วติดตามผู้เป็นเจ้านาย โดยที่พวกเขาทั้งสองคนไม่รู้แม้แต่น้อยว่าผู้เป็นเจ้านายเดินทางออกจากเมืองหลวงมีจุดหมายจะไปที่แห่งใด จนกระทั่งพวกเขาเดินทางมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งมีขบวนรถม้าขนาดใหญ่ถูกกลุ่มโจรภูเขาดักปล้น ซานอ๋องหยางเฟิ่งเจี๋ยจัดการสังหารโจรภูเขากลุ่มนั้นอย่างโหดเหี้ยมและสามารถไปช่วยชีวิตของคุณหนูสี่เมิ่งเถียนซีได้ทันเวลาพอดี

“ท่านอ๋องไม่เก็บชีวิตของโจรภูเขาเอาไว้สักสองสามคนเพื่อนำกลับไปสอบสวนหรือพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยคิดว่าโจรภูเขาแห่งนี้อาจจะมีเงื่อนงำบางอย่างแอบซ่อนอยู่เบื้องหลังก็ได้” ฮวนเยวี่ยทำใจกล้าเอ่ยปากถามผู้เป็นเจ้านายของตนด้วยความหวังดี

“ไม่จำเป็น! สังหารทุกคนทิ้งให้หมด เรื่องนี้ให้เป็นความลับห้ามไม่ให้มีผู้ใดรู้เรื่องนี้เป็นอันขาด” หยางเฟิ่งเจี๋ยเอ่ยตอบและสั่งการคนของตนเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ความจริงแล้วท่านอ๋องรู้สึกเป็นห่วงว่าชื่อเสียงของคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งจะเสื่อมเสียใช่หรือไม่ จึงสังหารทุกคนทิ้งโดยไม่ปล่อยให้มีใครเหลือรอดเช่นนี้ มิใช่ว่าท่านอ๋องอยากจะถอนหมั้นกับคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งมาโดยตลอดหรอกหรือ ท่านอ๋องจะใช้ข้ออ้างเรื่องนี้ขอถอนหมั้นกับคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งก็ได้นะพ่ะย่ะค่ะ” กังตู๋เอ่ยเสนอแนะด้วยท่าทางของคนที่มีไหวพริบดี เพราะเขารู้ดีแก่ใจว่าซานอ๋องนึกรังเกียจคู่หมั้นจากตระกูลเมิ่งผู้อ่อนแอคนนี้มาโดยตลอด

“เราจะไม่ถอนหมั้นกับคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งแล้ว ฮวนเยวี่ยเจ้าจงรีบไปตามท่านหมออู๋มาตรวจดูอาการป่วยของคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งโดยด่วน ห้ามนางมีอันเป็นไปจนถึงแก่ชีวิตเป็นอันขาด”

ในที่สุดเมื่อหนึ่งเดือนก่อนท่านหมออู๋ก็สามารถช่วยรักษาอาการป่วยของคุณหนูสี่เมิ่งเถียนซีทำให้นางมีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้ได้ ถึงแม้ว่าในทุกวันนี้ท่านหมออู๋จะต้องเดินทางไปรักษาอาการป่วยของคุณหนูสี่ที่จวนตระกูลเมิ่งพร้อมด้วยยาสมุนไพรที่มีราคาแพงมากทุกวัน แต่ด้วยคำสั่งและการออกกำลังทรัพย์อย่างไม่กลัวสิ้นเปลืองของซานอ๋อง ท่านหมออู๋จึงตั้งใจรักษาอาการป่วยของคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งเป็นอย่างดี

“ท่านอ๋อง…ในยามนี้อาการป่วยของคุณหนูสี่ไม่มีอะไรน่ากังวลใจแล้ว เหลือแค่เพียงการฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรงดังเดิมเท่านั้น หลังจากนี้สุขภาพของคุณหนูสี่ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ท่านหมออู๋ก้มหน้าเอ่ยรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับอาการป่วยของคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งให้ซานอ๋องหยางเฟิ่งเจี๋ยฟังอย่างละเอียด

ในยามนี้หยางเฟิ่งเจี๋ยกำลังนั่งถือหยกโลหิตสองชิ้นเปรียบเทียบกันอยู่ในมือ หยกโลหิตชิ้นหนึ่งถูกมัดด้วยเชือกผ้าไหมล้ำค่าถักร้อยเพื่อทำเป็นสายห้อยหยกพกเอว ส่วนหยกโลหิตอีกชิ้นถูกถักร้อยด้วยเชือกสีแดงค่อนข้างยาวและมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีคราบโลหิตสีแดงคล้ำเปรอะเปื้อนอยู่ โดยเชือกยาวสีแดงน่าจะถูกใช้ทำเป็นสร้อยห้อยหยกโลหิตชิ้นนี้เพื่อสวมใส่คล้องคอ ซึ่งหยกโลหิตที่ถูกมัดด้วยเชือกสีแดงชิ้นนี้ เขาได้มันมาจากฝ่ามือที่เปื้อนโลหิตของคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่ง

“อืม…เช่นนั้นท่านหมออู๋ก็ไม่ต้องเดินทางไปตรวจรักษาอาการป่วยของคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งที่จวนตระกูลเมิ่งทุกวันเหมือนเดิมแล้ว”

“ได้พ่ะย่ะค่ะ แต่ข้าน้อยจะจัดยาบำรุงร่างกายใช้ให้คนนำไปส่งที่จวนตระกูลเมิ่งเป็นประจำแทนพ่ะย่ะค่ะ”

“ดี” นี่คือคำชมสั้นๆ จากหยางเฟิ่งเจี๋ย

ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ท่านหมออู๋ต้องเงยหน้าจ้องมองไปยังผู้เป็นเจ้านายด้วยความแปลกประหลาดใจ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับคำชมจากซานอ๋อง ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงถ้อยคำที่แสนสั้นก็ตาม เป็นช่วงเวลาหนึ่งเดือนมาแล้วที่ท่านหมออู๋รู้สึกว่าซานอ๋องมีนิสัยเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก ถึงแม้บุคลิกของซานอ๋องจะเย็นชาห่างเหินกับคนอื่นดังเดิม แต่ทว่าซานอ๋องกลับมีท่าทางไว้ใจและให้ความสนิทสนมแก่เขาและฮวนเยวี่ยกับกังตู๋มากขึ้น

“ท่านอ๋องยังมีความคิดที่จะขอถอนหมั้นกับคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งจริงๆ ใช่หรือไม่ ท่านอ๋องจึงได้ยึดหยกโลหิตที่เป็นของหมั้นหมายมาจากคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งเช่นนี้”

กังตู๋เอ่ยถามผู้เป็นเจ้านายด้วยน้ำเสียงสงสัย เมื่อมองเห็นว่าผู้เป็นเจ้านายจ้องมองหยกโลหิตทั้งสองชิ้นในมือด้วยสีหน้าครุ่นคิด

“เปล่า…ถ้าหากเราคิดจะขอถอนหมั้นจากคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งแล้วเราจะลำบากรีบเดินทางไกลอย่างเร่งร้อนเพื่อไปช่วยเหลือชีวิตของนางเพื่ออะไร”

“แต่เมื่อก่อนท่านอ๋องเอ่ยกับข้าน้อยเป็นประจำว่าจะต้องหาทางขอถอนหมั้นกับคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งที่อ่อนแอไร้พลังปราณมิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ ที่สำคัญข้าน้อยสังเกตเห็นว่าท่านอ๋องมิได้สนใจจะมองรูปร่างหน้าตาของคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งผู้นี้ด้วยซ้ำไป”

“เรื่องหน้าตาและเรื่องการไร้พลังปราณของนางไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเรา นับจากนี้ไปเราจะปกป้องคู่หมั้นผู้นี้ให้ดี และเรายังคิดจะรีบแต่งงานรับคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งผู้นี้มาเป็นพระชายาของเราในเร็ววันอีกด้วย” หยางเฟิ่งเจี๋ยเอ่ยตอบคนสนิทของตนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“แล้วท่านอ๋องทรงยึดหยกโลหิตชิ้นนี้มาจากคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งทำไมหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“หยกโลหิตสองชิ้นนี้ มีความลึกลับบางอย่างที่เราอยากจะศึกษา เมื่อตรวจพบว่าไม่มีอะไรสำคัญแล้ว เราย่อมจะนำหยกโลหิตชิ้นนี้ไปคืนให้แก่ผู้เป็นเจ้าของอย่างแน่นอน”

หยางเฟิ่งเจี๋ยมองหยกโลหิตของตนเองที่ถูกร้อยด้วยเส้นผ้าไหมล้ำค่าในมือด้วยสีหน้าครุ่นคิด เพราะเขาแน่ใจว่าเป็นเพราะพลังลึกลับของหยกโลหิตโบราณที่เขาพกติดกายอยู่ตลอดเวลาชิ้นนี้ จึงทำให้เขาได้มีโอกาสย้อนเวลากลับคืนมายังช่วงชีวิตนี้ของตนเองใหม่อีกครั้ง

ซานอ๋องหยางเฟิ่งเจี๋ยเคยผ่านประสบการณ์ชีวิตที่คู่หมั้นของเขาคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งถูกโจรภูเขาสังหารจนสิ้นชีวิตมาแล้ว และเป็นเพราะคู่หมั้นของเขาต้องเสียชีวิตอย่างน่าอดสู หยางเฟิ่งเจี๋ยจึงถูกนินทาว่าร้าย ทุกคนต่างซุบซิบนินทากันว่าเรื่องนี้เกิดจากการวางแผนของเขาเพื่อลงมือกำจัดคู่หมั้นของตนทิ้งอย่างโหดเหี้ยม จึงทำให้หลังจากนั้นไม่มีคุณหนูจากตระกูลใหญ่คนใดสมัครใจคิดอยากจะแต่งงานมาเป็นพระชายาซานอ๋องของเขา

หยางเฟิ่งเจี๋ยยังเคยมีประสบการณ์ถูกคนที่เขาไว้ใจวางแผนใส่ร้ายกล่าวหาว่าเขาเป็นกบฏ จนทำให้เขาไม่สามารถอาศัยอยู่ในแคว้นจื่อหยวนได้ องค์ชายสามเช่นเขาต้องถูกถอดยศซานอ๋อง คนสนิทของเขาอย่างท่านหมออู๋ ฮวนเยวี่ยและกังตู๋ล้วนแต่ต้องยอมเสียสละชีวิต เพื่อช่วยเหลือให้เขามีชีวิตรอดและหลบหนีออกจากแคว้นจื่อหยวนไปได้สำเร็จ

สุดท้ายแล้วเขาต้องเดินทางหลบหนีออกไปใช้ชีวิตเร่ร่อนพเนจรอยู่ต่างแคว้น และต้องสิ้นชีพลงอย่างน่าอนาถใจในดินแดนที่รกร้างเพราะพิษร้าย โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเขาได้รับพิษนี้มาในยามใด และได้รับพิษร้ายนี้มาจากผู้ใดจนกระทั่งเขานอนหมดลมหายใจไปแล้ว

ทว่าก็ไม่รู้ว่าสวรรค์ทนเห็นชีวิตที่จบลงโดยไม่รู้สาเหตุของเขา หรือว่าเป็นเพราะเขาชดใช้วิบากกรรมของตนเองยังไม่หมดกันแน่ จึงทำให้หยางเฟิ่งเจี๋ยได้หวนกลับมาใช้ชีวิตในยามที่เขายังเป็นเพียงองค์ชายสามผู้ที่ยังมีอายุน้อยอยู่อีกครั้ง

เมื่อมีโอกาสย้อนเวลากลับคืนมาในช่วงเวลานี้ใหม่อีกครั้ง หยางเฟิ่งเจี๋ยจึงคิดจะเปลี่ยนแปลงเรื่องราวทุกอย่างไม่ให้ซ้ำรอยเดิม โดยเริ่มจากการช่วยชีวิตคู่หมั้นของตนเอง เพื่อที่ในอนาคตเขาจะได้ไม่ต้องยอมรับพระราชทานงานมงคลสมรสกับหญิงแพศยาผู้นั้น คนที่เขาเคยไว้ใจจนปล่อยให้นางวางแผนใส่ร้ายเขาได้ในอนาคต…

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 200 ฮองเฮาแคว้นจื่อหยวน

    องค์รัชทายาทจะต้องไปเรียนรู้งานของราชสำนักกับฮ่องเต้หยางตี๋ซึ่งฝ่าบาทจะต้องออกว่าราชการในยามเช้าที่ท้องพระโรงทุกวัน ดังนั้นหยางเฟิ่งเจี๋ยจะต้องเดินทางออกจากจวนซานอ๋องที่ในยามนี้กลายเป็นจวนรัชทายาทไปแล้วตั้งแต่เช้ามืด ความจริงแล้วองค์รัชทายาทและพระชายาขององค์รัชทายาทจะต้องย้ายเข้าไปอยู่ที่พระตำหนักบูรพาในวังหลวง แต่หยางเฟิ่งเจี๋ยใช้ข้ออ้างว่ากลัวความผิดพลาดของนางกำนัลฝ่ายในจนทำให้ส่งผลร้ายต่อการตั้งครรภ์ของพระชายา เมื่อสองปีที่แล้วเคยมีเหตุร้ายเกิดขึ้นต่อการตั้งครรภ์ของอดีตพระชายาอี้อ๋องมาก่อน ดังนั้นฝ่าบาทที่ทรงอยากจะได้อุ้มหลานเหมือนคนในวัยเดียวกันแล้ว พระองค์จึงยอมพระราชอนุญาตให้องค์รัชทายาทและพระชายาขององค์รัชทายาทพักอยู่ในจวนที่อยู่นอกวังหลวงต่อไป เมิ่งเถียนซีบำรุงครรภ์อยู่ที่เรือนจันทร์ส่อง ในระหว่างวันมักจะมีแขกมาเยี่ยมเยือนอยู่เป็นประจำ แน่นอนว่าผู้ที่มาเยี่ยมพระชายาองค์รัชทายาทแทบทุกวันย่อมจะหนีไม่พ้นผู้เป็นมารดาและพี่สะใภ้ใหญ่ของนาง สวีเยี่ยนหลันและกู้ฉิงโหรว ในบางวันก็อาจจะมีเมิ่งซูเหวินและหลานชายคนแรกของนางเซี่ยหวายเยี่ยนมาเยือนที่เรือนจันทร์ส่องด้วย ในวันนี้ก็เช่นกันเมื่

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 199 เดินทางไปรับตำแหน่งองค์รัชทายาท

    เมิ่งเถียนซีเดินทางไปจัดงานเลี้ยงฉลองครบรอบวันเกิดปีที่สิบเจ็ดของตนเองที่เมืองจิ่วโจว เพราะพี่ชายรองของนางเมิ่งจื่อซวายมารับตำแหน่งนายกองของกองทัพตระกูลเมิ่งที่เมืองจิ่วโจวในเดือนสามพอดี การฉลองวันเกิดถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายมีการตั้งโต๊ะเลี้ยงอาหาร มีการดื่มสุราสังสรรค์กันอย่างรื่นเริงสนุกสนาน เมิ่งเถียนซีมีความสุขมากที่ได้พบหน้ากับเมิ่งจื่อซวายอีกครั้ง สองพี่น้องจึงประลองฝีมือกันส่งท้าย“ไม่เจอเพียงหนึ่งปี พลังปราณของเจ้าเลื่อนระดับไปอีกขั้นแล้ว” เมิ่งจื่อซวานพูดด้วยน้ำเสียงท้อแท้หลังจากที่เขาประลองฝีมือพ่ายแพ้ให้แก่ผู้เป็นน้องสาว“ข้าย้ายมาอยู่ที่เมืองซีโจวนอกจากชอบปลูกพืชสมุนไพรแล้วก็หมั่นขยันฝึกซ้อมฝีมือแทบจะทุกวัน จึงเป็นธรรมดาที่ฝีมือของข้าจะรุดหน้าอย่างรวดเร็วแบบนี้ พี่รองอย่าทำสีหน้าหดหู่ใจแบบนี้สิเจ้าคะ พวกเราสองพี่น้องได้มาพบหน้ากันใหม่อีกครั้งข้าย่อมจะมีของขวัญพบหน้ามอบให้แก่พี่ชาย รับรองว่าของขวัญสิ่งนี้จะทำให้พี่รองมีฝีมือก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเช่นกัน” เมิ่งเถียนซีอมยิ้มแล้วจึงยื่นขวดยาที่ด้านในมียาฟื้นฟูพลังปราณชั้นดีสิบกว่าเม็ดมอบให้แก่เมิ่งจื่อซวาน“ยานี้…เป็นยาอะไร” เม

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 198 การใช้ชีวิตที่มีความสุขอยู่ที่ซีโจว

    เมืองซีโจวมีทิวทัศน์สวยงามน่าอยู่อาศัยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะทิวทัศน์บริเวณจวนซานอ๋องมีต้นสนสูงใหญ่ถูกปลูกเอาไว้ล้อมรอบ ยังมีทิวป่าไผ่อยู่ทางด้านข้างของจวน ส่วนทางด้านหลังจวนยังมีสวนต้นท้อที่ชาวบ้านมาช่วยกันปลูกทิ้งเอาไว้บนเนินเขาแห่งนี้ ทำให้กลายเป็นสวนป่าที่สามารถมาหาเก็บผักและผลลูกท้อนำไปเป็นอาหารที่กินได้อากาศภายในเมืองซีโจวอบอุ่นเป็นอย่างมาก เมิ่งเถียนซีจึงผลัดเปลี่ยนมาสวมใส่ชุดฤดูร้อนเพื่อความเบาสบายตัวแล้วจึงเดินสำรวจเรือนแต่ละหลังภายในจวนซานอ๋องโดยมีเหล่าสาวใช้เดินตามมาทางด้านหลัง เรือนแต่ละหลังไม่ได้ถูกสร้างให้ประสานกัน มีถนนที่ปูด้วยแผ่นหินถูกสร้างเป็นเส้นทางไปยังเรือนหลังอื่นทำให้การเดินไปยังเรือนต่างๆ แสนจะสะดวกสะอาดไร้สิ่งกีดขวางอวี๋เหนียงสาวใช้ของที่นี่มีอายุมากแล้ว แต่นางยังคงเดินได้อย่างคล่องแคล่วนางแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อหยาบที่สะอาดมีกิริยาท่าทางสุภาพเรียบร้อย ระหว่างที่ทุกคนเดินไปสำรวจเรือนแต่ละหลังอวี๋เหนียงพูดบรรยายเกี่ยวกับเรือนทุกหลังให้เมิ่งเถียนซีฟังอย่างละเอียด“เรือนที่พักของท่านอ๋องและพระชายาถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ท่านอ๋องทรงตั้งชื่อเรือนว่าเรือนรับอรุณเพคะ”

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 197 มีคนมารอรับที่เมืองซีโจว

    การเดินทางไปเมืองซีโจวถ้าหากขี่ม้าเร็วจะใช้เวลาในการเดินทางประมาณเจ็ดวันหรือแปดวัน แต่เมื่อเป็นขบวนรถม้าขนาดใหญ่ที่ขนสัมภาระมากมายและยังมีผู้คนร่วมเดินทางเป็นจำนวนมาก การเดินทางจึงใช้เวลานานขึ้นใช้เวลาในการเดินทางนานครึ่งเดือนเป็นอย่างน้อยตลอดการเดินทางหยางเฟิ่งเจี๋ยและเมิ่งเถียนซีไม่ได้พบกับความยากลำบากแม้แต่น้อย เพราะเขาและนางสลับกันเข้าไปพักผ่อนอยู่ในห้วงมิติพิเศษของหยกโลหิต จึงมีเวลาให้ใช้เหลือเฟือไม่ต้องรีบ พวกเขาได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม ได้ฝึกฝนตนเองโดยไร้คนรบกวน ได้นอนแช่น้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่อย่างสบายใจ โดยมีอีกคนนั่งเฝ้าในรถม้าอยู่ด้านนอก ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นคนที่นั่งอยู่ในรถม้าจะรีบเข้ามาตามคนในห้วงมิติพิเศษของหยกโลหิตในทันทีดังนั้นตลอดการเดินทางทั้งหยางเฟิ่งเจี๋ยและเมิ่งเถียนซีจึงดูสดชื่นมีชีวิตชีวามากกว่าผู้อื่นที่ร่วมออกเดินทางมาด้วยกัน ภายในรถม้าคันหรูหราจะมีหยางเฟิ่งเจี๋ยนั่งอยู่กับเมิ่งเถียนซีเพียงสองคน เพื่อที่จะได้สะดวกในการหลบเข้าไปในห้วงมิติพิเศษได้ง่าย ยามค่ำคืนคนทั้งคู่มักจะนอนอยู่ในรถม้าคันใหญ่ร่วมกัน ส่วนคนอื่นๆ ก็มักจะค้างคืนอยู่ภายในรถม้าของตนเอง เพราะห

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 196 เดินทางไปเมืองซีโจว

    ความโปรดปรานที่มากเกินไปของฮ่องเต้หยางตี๋ย่อมจะไม่ส่งผลดีต่อคนที่ได้รับสักเท่าไหร่นัก พระชายาเอกฉินซูเซียวในอี้อ๋องช่วยพิสูจน์ในเรื่องนี้ได้ เพราะก่อนหน้านี้ฮ่องเต้หยางตี๋ทรงแสดงความตื่นเต้นและดีพระทัยที่กำลังจะมีหลานชายหรือหลานสาวคนแรกอย่างเปิดเผย เมื่อทรงรู้ข่าวว่าพระชายาฉินซูเซียวตั้งครรภ์แล้ว ฝ่าบาทก็ทรงรีบส่งของขวัญมากมายไปพระราชทานให้แก่หลานชายหรือหลานสาวที่ยังไม่ถือกำเนิดยังจวนอี้อ๋องเป็นจำนวนมาก แต่สุดท้ายแล้วครรภ์นี้พระชายาฉินซูเซียวก็รักษาเอาไว้ไม่ได้ มิหนำซ้ำท่านหมอหลวงหลายคนยังเอ่ยคำวินิจฉัยว่าในอนาคตพระชายาเอกฉินซูเซียวมีโอกาสน้อยมากที่จะตั้งครรภ์ใหม่ได้อีกครั้งเมิ่งเถียนซีรับฟังข่าวนี้ด้วยความรู้สึกสงสารฉินซูเซียวอยู่บ้าง แต่เมื่อหยางเฟิ่งเจี๋ยเอ่ยเตือนนางว่า “พระชายาเอกของอี้อ๋องคนนี้เดิมทีก็ไม่ใช่สตรีที่แสนดีอยู่แล้ว เสด็จพี่ใหญ่ของเรามีพระชายารองและอนุตั้งหลายคน แต่ผ่านมานานหลายปียังไม่มีสตรีคนใดในจวนอี้อ๋องที่ตั้งครรภ์เลยสักคนเดียว เราคิดว่าพระชายาเอกฉินซูเซียวผู้นั้นคงจะลงแรงไปกับเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย”“แต่ในเมื่อนางตั้งครรภ์ใหม่ได้ยากแบบนี้ ในอนาคตข้างหน้า นางคงจะต

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 195 จัดงานเลี้ยงปีใหม่ในฐานะพระชายา

    งานมงคลของเมิ่งเซวียนอี้จบลงไปได้เพียงสองสัปดาห์ต่อมาก็จะเป็นวันส่งท้ายปีเก่าเตรียมงานฉลองต้อนรับปีใหม่ ในปีใหม่นี้เมิ่งเถียนซีมีฐานะเป็นนายหญิงของจวนซานอ๋องแล้ว นางจึงต้องจัดเตรียมงานฉลองคืนข้ามปีให้แก่จวนซานอ๋อง เพื่อให้พวกบ่าวและสาวใช้ที่อยู่ในจวนได้เฉลิมฉลองในเทศกาลมงคลร่วมกัน“…ท่านพ่อบ้านใหญ่บอกกับข้าว่าปีก่อนๆ ท่านอ๋องแค่แจกถุงเงินถุงทองมอบรางวัลพิเศษให้แก่พวกบ่าวและสาวใช้เท่านั้น ไม่ได้มีการจัดโต๊ะเลี้ยงอาหารและจ้างมหรสพมาทำการแสดงภายในจวนเพคะ” ไฉ่เสียนก้มหน้ารายงานความคืบหน้าของการจัดเตรียมงานและเล่าเรื่องที่จวนซานอ๋องเคยจัดงานเลี้ยงฉลองปีใหม่ให้เมิ่งเถียนซีฟังอย่างละเอียด“เทศกาลเฉลิมฉลองแบบนี้จะปล่อยให้ทุกคนภายในจวนต้องผ่านคืนข้ามปีไปอย่างเงียบเหงาโดยไม่มีการเลี้ยงเฉลิมฉลองได้อย่างไร การแสดงมหรสพจะไม่มีก็ช่างเถิดแต่อย่างน้อยภายในจวนก็ควรจะมีเสียงเพลงมาบรรเลงเพื่อสร้างบรรยากาศรื่นเริง อาหารมงคลควรจะมีการจัดโต๊ะเลี้ยงอาหารสักเก้าชนิด ควรจะมีอาหารประเภทเนื้อเห็ดเป็ดไก่ อาหารที่ทำมาจากเนื้อหมูและเนื้อปลา รวมไปถึงอาหารที่มีผักใบเขียวเพื่อแก้เลี่ยนอีกด้วย ของหวานย่อมจะต้องมีขนมแป

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 9 บุตรสาวดูคล้ายมารดามากขึ้น

    สวีเยี่ยนหลันนั่งอยู่ตรงหน้ากระจกจ้องมองเงาร่างของตนเองที่สะท้อนกลับมาด้วยจิตใจที่หม่นหมองเล็กน้อย ใบหน้างดงามของนางในยามนี้เริ่มมีริ้วรอยตามวัยปรากฏขึ้นมาแล้ว ต่อให้นางเก่งกาจมากเพียงใดก็ไม่อาจจะเอาชนะวันเวลาและอายุขัยได้จริงๆ“ฮูหยินอย่ากังวลใจไปเลยเจ้าค่ะ เริ่มมีริ้วรอยเพียงเล็กน้อยบ่าวช่วยใช้แป

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 8 ไม่ได้เปลี่ยนไปหมดทุกอย่าง

    แม้จะเพียรพยายามฝึกฝนอย่างเต็มกำลัง แต่เมิ่งเถียนซีกลับพบว่าทุกหยาดเหงื่อและความตั้งใจคล้ายจะสูญเปล่า ไม่ว่ากระบวนท่าฝึกปราณของสำนักชิงเสวียนจะพิถีพิถันมากเพียงใด ทุกครั้งที่นางนั่งสมาธิเพ่งจิตรวบรวมพลังปราณ พลังที่เพิ่งจะดึงเข้ามาในร่างกายก็ไหลรั่วออกไปอย่างไร้การควบคุม ราวกับว่าร่างกายของนางเป็นเ

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 7 ไร้รากฐานพลังปราณตั้งแต่กำเนิด

    คนที่จะฝึกฝนพลังปราณได้จะต้องมีรากฐานพลังปราณมาตั้งแต่กำเนิด เมิ่งเถียนซีไร้รากฐานพลังปราณตั้งแต่กำเนิด ทว่าด้วยฐานะบุตรสาวภรรยาเอกเพียงคนเดียวของจวนตระกูลเมิ่ง นางจึงไม่ใช่คนไร้ค่าเหมือนดังถ้อยคำที่มีสาวใช้มานินทาเอ่ยให้เข้าหูนาง‘มีคนไม่อยากให้นางรู้สึกมีความสุขที่ได้กลับมาอยู่ในเมืองหลวง จึงได้ว

  • หยกโลหิตพลิกชะตา   บทที่ 6 คุณหนูสามเมิ่งซูเหวิน

    หลังจากที่เมิ่งเถียนซีได้นั่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของคนตระกูลเมิ่ง นางนั่งฟังทุกคนพูดคุยกันจึงได้รับรู้อีกเรื่องว่าบิดาผู้ให้กำเนิดของเมิ่งเถียนซี ท่านแม่ทัพเมิ่งอันหวายในยามนี้ยังคงต้องนำกองทัพไปปักหลักเฝ้าปกป้องชายแดนทางทิศตะวันตกของแคว้นจื่อหยวน โดยท่านแม่ทัพเมิ่งได้พาอนุหลินเจียวฝาง มารดาผู้ให้กำเ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status