로그인ฉันพูดไม่ออกไปเลย ผู้ชายคนนี้จงใจชัด ๆ“งั้นคุณก็เรียกคนขับรถแทนสิ” ฉันบอกเขาเขาขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าฉายแววหงุดหงิดเต็มทีใจฉันปวดหนึบตอนเขารอกู้ชิงชิง เห็นอยู่ชัด ๆ ว่ายังมีความอดทนตั้งขนาดนั้น“รีบขึ้นรถ!”เขาเอนหลังพิงเบาะ มองฉันด้วยความรำคาญ คล้ายกับว่าถ้าต้องรออีกแค่วินาทีเดียวก็พร้อมจะระเบิดอารมณ์ทันทีฉันอยากจะขัดขืน แต่ก็ไม่กล้า สุดท้ายจึงทำได้แค่อ้อมหน้ารถไปนั่งประจำที่คนขับอย่างว่าง่ายฉันสตาร์ตรถแล้วหันไปบอกเขา “ตอนนี้คุณพักอยู่ที่ไหน ฉันจะไปส่งคุณก่อน แล้วค่อยกลับ”เฮ่อจือโจวปรายตามองฉันอย่างเย็นชา “คุณชอบยั่วโมโหผมใช่ไหม”“ฉันเปล่านะ ไม่งั้นคุณจะเอายังไงล่ะ จะให้ท่านประธานผู้สูงส่งอย่างคุณไปนอนห้องเช่าซอมซ่อของฉันหรือไง”“แล้วทำไมจะไม่ได้ล่ะ”คำพูดลอย ๆ ของผู้ชายคนนี้ทำเอาใจฉันกระตุกวูบอย่างแรงดูท่าคืนนี้ยังไงเขาก็คงไม่ยอมปล่อยฉันไปแน่ทำยังไงดีล่ะรถค่อย ๆ แล่นเข้าสู่ถนนเส้นหลัก เวลานี้รถไม่ติดเลยสักนิด ขับไปอีกแค่ครึ่งชั่วโมงก็จะถึงห้องเช่าของฉันแล้วฉันเค้นสมองคิดหาข้ออ้างจู่ ๆ ฉันก็นึกถึงปัญหาหนึ่งขึ้นมาได้ฉันรีบหันไปพูดกับเขา “ฉันเพิ่งจะเช่าห้องวั
เฮ่อจือโจวพูดขัดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเขาจ้องฉันด้วยสายตาเย็นชา “คุณต่อต้านการท้องลูกของผมขนาดนี้ เพราะกลัวว่าพอมีลูกแล้ว คุณจะถูกขังไว้จนตัดใจทิ้งไปไม่ได้ใช่ไหม”ลมหายใจฉันชะงักไปชั่วขณะผู้ชายคนนี้ช่างเดาเก่งจริง ๆชายหนุ่มจ้องฉันเขม็ง ถามเสียงต่ำ “ที่ผมพูดไปเมื่อกี้ถูกไหม ที่คุณไม่อยากท้องลูกของผม ก็เพราะสาเหตุนี้ใช่หรือเปล่า”“แน่นอนว่าไม่ใช่” ฉันรีบโพล่งออกไปอย่างลนลาน “ต่อให้มีลูกจริง ๆ ฉันอยากจะไปก็ต้องไปอยู่ดี เด็กแค่คนเดียวจะมารั้งฉันไว้ได้ยังไง”จู่ ๆ เฮ่อจือโจวก็แค่นหัวเราะเบา ๆ ในแววตาประกายไปด้วยความเย้ยหยันและผิดหวังอย่างเข้มข้นเขากระตุกยิ้มเย็น “เห็นไหมล่ะ คุณหนูใหญ่อย่างคุณมันไม่มีหัวใจ เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองก็ยังทิ้งลง”น้ำเสียงของผู้ชายคนนี้แฝงไปด้วยความเคียดแค้น ราวกับว่าฉันได้ทำเรื่องทิ้งสามีทิ้งลูกไปแล้วจริง ๆฉันเม้มปาก “ยังไงซะตอนนี้ฉันก็ยังสาว ยังเที่ยวไม่คุ้มเลย ฉันไม่อยากมีลูก”“ผมบอกแล้วไง ว่าคุณเลือกไม่ได้” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเผด็จการ ไม่อนุญาตให้โต้แย้งฉันโมโหจัด กำลังจะพูดอะไรบางอย่างจู่ ๆ เขาก็ตวัดสายตาเย็นเยียบมามองฉั
“ฉะ ฉันก็ไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย ความหมายของฉันคือ ท้องไม่ได้ก็ใช่ว่าจะเป็นปัญหาของผู้หญิงเสมอไปยังไงซะ ฉันก็ไม่ไปตรวจที่โรงพยาบาลหรอก”ล้อเล่นหรือไง ถ้าขืนไปโรงพยาบาลจริง ๆ จะปิดบังเรื่องที่ฉันท้องต่อไปได้ยังไงเฮ่อจือโจวจ้องฉัน แค่นหัวเราะเย็นชา “ผมให้หมอตรวจดูเรียบร้อยแล้ว ผมไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น ยิ่งไปกว่านั้น คุณภาพอสุจิยังแข็งแรงกว่าคนทั่วไปด้วยซ้ำ”ประโยคสุดท้ายของเขา ทำเอาฉันหน้าแดงก่ำประเด็นคือเขายังทำหน้าจริงจังอีกต่างหากแต่ฉันคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเขาถึงขั้นให้หมอตรวจเรื่องแบบนี้ด้วย ดูท่าว่าเพื่อคุณย่าแล้ว เขาคงอยากมีลูกจนรอไม่ไหวจริง ๆ“เพราะฉะนั้น...” เฮ่อจือโจวขยับเข้ามาใกล้ สายตาจ้องเขม็งมาที่ฉัน “เราทำกันตั้งหลายครั้ง แต่คุณกลับยังไม่ท้อง เรื่องนี้ต้องมีอะไรผิดปกติแน่”ฉันกำมือแน่น อาหารรสเลิศตรงหน้าพลันดูไม่น่ากินขึ้นมาในชั่วอึดใจทำยังไงดีไปโรงพยาบาลไม่ได้เด็ดขาด แต่จะหาข้ออ้างอะไร ถึงจะดับความคิดอยากมีลูกของผู้ชายคนนี้ได้ตอนแรกฉันคิดว่าที่เขาขังฉันไว้ในกำมือครั้งนี้ ก็เพื่อหยามเกียรติและแก้แค้นฉันแต่ไม่นึกเลยว่าเขายังคิดอยากจะมีลูกกับฉันอีก“ไม่ต้อ
ฉันกำลังซดน้ำซุปอยู่พอได้ยินเขาพูดแบบนี้ ฉันก็ตกใจจนแทบจะพ่นน้ำซุปในปากออกมาเฮ่อจือโจวยื่นทิชชูให้ฉันอย่างเนิบนาบ ดวงตาที่จับจ้องมานั้นคมกริบดั่งเปลวเพลิงฉันแสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือเช็ดปากพลางตอบ “ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ยังไงซะก็คือฉันไม่ท้องนั่นแหละ”เฮ่อจือโจวขมวดคิ้ว ดวงตาคู่นั้นจ้องมองมาราวกับอยากจะมองฉันให้ทะลุปรุโปร่ง “คราวก่อนที่คุณไปรับยาที่โรงพยาบาลแบบลับ ๆ ล่อ ๆ...”ใจฉันกระตุกวูบ เขาคงไม่ได้เดาออกหรอกนะว่ายาที่ฉันไปรับมาคือยาบำรุงครรภ์น่ะเขาจะฉลาดเกินไปไหม“ยานั่น คงไม่ใช่ยาคุมกำเนิดหรอกนะ”เอ๊ะ!ในใจฉันกำลังตื่นตระหนกสุดขีด จู่ ๆ เขาก็โพล่งประโยคนี้ขึ้นมาฉันยิ้มเจื่อนให้เขา “คุณคิดมากไปแล้ว ฉันก็แค่รับแคลเซียมมาบำรุงร่างกาย”“แล้วทำไมคุณถึงยังไม่ท้องสักทีล่ะ” เขาจ้องฉันเขม็ง ราวกับจะเค้นเอาคำตอบจากคำถามนี้ให้ได้เขาไม่คิดบ้างเลยว่า คำถามนี้มันทำให้คนถูกถามรู้สึกอึดอัดใจแค่ไหนฉันขมวดคิ้วถาม “ทำไมคุณถึงอยากให้ฉันท้องนักล่ะ”สายตาที่เฮ่อจือโจวมองฉันเปลี่ยนไปทันที มันดูซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย ในดวงตาคู่นั้นคล้ายกับซุกซ่อนความเศร้าลึกที่ไม่อาจลบเลือนไว้จู่ ๆ เขาก็ถาม
แต่ที่แปลกก็คือ ตอนนั้นร้านอาหารร้านนี้ทำกับเขาแบบนั้น ด้วยนิสัยผูกใจเจ็บของเขา ทำไมเขาถึงไม่มาหาเรื่องร้านอาหารนี้กันนะพอมาคิดดูตอนนี้ ทำไมเขาถึงดูเหมือนเจาะจงแก้แค้นฉันอยู่แค่คนเดียวกันล่ะ?!ฉันอดคิดทบทวนไม่ได้ หรือว่าเมื่อก่อนฉันจะทำตัวร้ายกาจกับเขามากจริง ๆระหว่างที่กำลังรำลึกความหลัง เฮ่อจือโจวก็พาฉันมาถึงโต๊ะที่นั่งแบบคอกซึ่งดูเรียบหรูแล้วเขาดันเมนูมาให้ฉัน “อยากกินอะไร สั่งได้ตามสบาย”เดิมทีฉันก็หิวจนตาลายอยู่แล้ว บวกกับรู้ว่าอาหารที่นี่ถูกปากมา ก็ยิ่งทำให้น้ำลายสอเข้าไปใหญ่ฉันรับเมนูมาแล้วสั่งเมนูโปรดที่เมื่อก่อนชอบกินที่สุดไปหนึ่งอย่างทันทีแบบไม่เกรงใจสั่งเสร็จ เฮ่อจือโจวก็ขมวดคิ้วมองฉัน “กับข้าวอย่างเดียวเนี่ยนะ”ฉันโพล่งออกไปอย่างลืมตัว “ก็คุณกินข้าวกับกู้ชิงชิงมาแล้วไม่ใช่หรือไง”อาหารที่นี่แต่ละอย่างแพง ๆ ทั้งนั้น ฉันกินไม่ค่อยเยอะ สั่งมาเยอะก็เปลืองเงินเปล่า ๆเฮ่อจือโจวขมวดคิ้วมุ่นพลางดึงเมนูกลับไปเขาเปิดดูผ่าน ๆ สองสามที แล้วสั่งอาหารเพิ่มมาอีกหกเจ็ดอย่างฉันอดพูดไม่ได้ “คุณอย่าสั่งเยอะขนาดนั้นสิ ฉันกินไม่หมดหรอก ถึงคุณจะรวยมาก ก็ไม่เห็นต้องทำตัวสิ้นเป
สีหน้าฉันดำทะมึนลงเขาพูดจาระคายหูอยู่เรื่อยตัดประโยคที่ว่า ‘ยังไงคุณก็เป็นคู่นอนของผม’ ทิ้งไปก็ดีอยู่หรอกพนักงานต้อนรับหน้าประตูร้านอาหารเดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว รับกุญแจรถกับเสื้อสูทของเฮ่อจือโจวไปอย่างกระตือรือร้น“ประธานเฮ่อ ยินดีต้อนรับครับ ยินดีต้อนรับ”พวกเขามองเห็นฉันเหมือนกัน แต่กลับเมินเฉยไม่สนใจ แววตาที่มองฉันยังแฝงไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามเสียด้วยซ้ำฉันกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยันโลกยุคนี้ก็เห็นแก่เงินแบบนี้แหละคิดถึงเมื่อก่อน ฉันเป็นถึงสมาชิกวีไอพีของที่นี่เลยนะทุกครั้งที่มากับตานตานหรือครอบครัว พวกเขาจะเคารพฉันมาก เรียกคุณถังอย่างนู้นคุณถังอย่างนี้ตลอดและในตอนนั้น ท่าทีที่พวกเขาปฏิบัติต่อเฮ่อจือโจวเมื่อเทียบกับตอนนี้ล่ะก็ เรียกได้ว่าต่างกันราวฟ้ากับเหวจำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่ง ตอนวันเกิดตานตาน พวกเรามากินข้าวฉลองกันที่นี่ตานตานชวนเพื่อนมาเยอะแยะ มีทั้งหญิงและชาย ซึ่งส่วนใหญ่ฉันก็รู้จักตอนนั้นตานตานกำลังสนุก ก็เลยถ่ายรูปไปหลายรูปแล้วโพสต์ลงโซเชียลฉันจำได้ว่ามีรูปหนึ่ง เป็นรูปที่ฉันกับเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งกำลังดื่มเหล้าคล้องแขนกัน มันเป็นแค่เกมเท่านั้







