LOGIN“จดหมาย”
“จดหมายที่หนิงซินกล่าวถึงหรือ”
“อาจเป็นคนละฉ
เจ้าหน้าที่ผู้นั้นเริ่มมีเหงื่อบนหน้าผาก“คนของเรากำลังตามหาอยู่พ่ะย่ะค่ะ”“หมายความว่าไม่มีผู้ใดยืนยันว่าจดหมายอยู่กับศพตั้งแต่แรก นอกจากเจ้าหน้าที่ซึ่งนำมันกลับมา”อวี่ซีกล่าว“แล้วเจ้าหน้าที่คนนั้นอยู่ที่ใด”หัวหน้าสำนักตรวจการเงียบไป ฮ่องเต้ขมวดพระขนง“ตอบ”“เขาเสียชีวิตระหว่างเดินทางกลับเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ”เสียงฮือฮาดังทั่วท้องพระโรงอวี่ซีถามต่อ“เสียชีวิตอย่างไร”“ถูกโจรปล้น”“ศพพ่อค้าไม่มีชื่อ ผู้พบศพตามตัวไม่ได้ เจ้าหน้าที่ผู้รับหลักฐานตายระหว่างทาง และจดหมายกลับมาถึงเมืองหลวงโดยไม่มีผู้ใดอธิบายลำดับการส่งมอบได้”นางหันไปถวายคำนับต่อฮ่องเต้“ฝ่าบาท หลักฐานชุดนี้ไม่เพียงขัดกับบัญชีเสบียงและเหตุการณ์จริง แต่ที่มายังเต็มไปด้วยช่องว่าง หากใช้ตัดสินว่าจ้านอ๋องคิดกบฏ เกรงว่าจะไม่เป็นธรรมต่อกฎหมายของแผ่นดินเพคะ”ขุนนางฝ่ายบู๊หลายคนคุกเข่าลง“ขอฝ่าบาททรงตรวจสอ
“ฉบับนี้กล่าวว่าจ้านอ๋องเตรียมคลังเสบียงลับเจ็ดแห่งไว้สนับสนุนการก่อการ แต่ในวันที่ระบุ คลังซานเหอกับคลังตะวันตกถูกปิดซ่อมเพราะหลังคาพัง คลังหนานโจว คลังเฟิงหลิน และคลังอู๋สุ่ยถูกใช้ช่วยราษฎรจากภัยแล้ง มีบัญชีแจกจ่ายข้าวพร้อมรายชื่อหมู่บ้านทั้งหมด”นางวางบัญชีหนาสามเล่มลงบนโต๊ะ“หากเสบียงถูกนำไปซ่อนเพื่อก่อกบฏ ราษฎรหลายหมื่นคนที่ได้รับข้าวกินอะไรในปีนั้น”เฉินจิ้งเหวินตอบ“บัญชีอาจถูกแก้ไขภายหลัง”“บัญชีเหล่านี้มีตราของนายอำเภอสิบสองเมือง ลายมือผู้รับข้าวหลายพันคน และรายงานยืนยันจากผู้ตรวจการหลวงที่ราชสำนักส่งไปในปีนั้น”อวี่ซีกล่าว“หากท่านเสนาบดีเชื่อว่าทั้งหมดถูกปลอม เท่ากับกำลังกล่าวหาว่าขุนนางนับสิบกับราษฎรนับพันร่วมกันโกหกราชสำนัก”เฉินจิ้งเหวินหน้าแข็งขึ้น“กระหม่อมไม่ได้หมายความเช่นนั้น”“เช่นนั้นหมายความว่าอย่างไรเพคะ”เขาไม่ตอบทันทีอวี่ซีไม่ได้เปิดโอกาสให้เปลี่ยนเรื่อง นางหยิบจดหมายฉบับที่สามขึ้นมา&
“ดีแล้ว ยิ่งตรวจต่อหน้าคนของพวกเขา เอกสารเหล่านี้ยิ่งมีน้ำหนัก”ในหีบมีบัญชีเสบียงจากหลินโจว รายงานการเคลื่อนทัพ บันทึกการเบิกม้า รายชื่อค่ายพัก และแผนเส้นทางขนส่งย้อนหลังสามปี เอกสารส่วนใหญ่เป็นสำเนาที่มีตรารับรองจากเจ้าหน้าที่หลายคน ไม่ใช่เพียงคำสั่งของจ้านอ๋องคนเดียวเซียวจิ้งเหยียนมองหีบนั้น“เจ้าคิดว่าจดหมายปลอมทั้งห้าฉบับผิดตรงใดอีก”“ผิดมากกว่ากระดาษ”อวี่ซีเปิดจดหมายสำเนาที่คัดลอกไว้เมื่อคืน“ผู้สร้างรู้ข้อมูลภายในบางส่วน จึงใส่จำนวนคลังลับกับกำลังทหารให้ใกล้เคียงความจริง แต่เขาไม่รู้ว่าเสบียงกับทหารไม่ได้อยู่ที่เดิมตลอดเวลา”นางชี้วันที่บนจดหมายฉบับแรก“จดหมายนี้กล่าวว่าท่านควบคุมกำลังสามหัวเมือง และสามารถเคลื่อนทหารสองหมื่นนายไปยังช่องเขาซีเป่ยได้ภายในสิบวัน”“ช่วงนั้นเกิดน้ำหลาก”เซียวจิ้งเหยียนกล่าวทันที“สะพานหินสองแห่งขาด กองทัพม้าไม่สามารถผ่านช่องเขาซีเป่ยได้”“ถูกต้อง”อวี่ซีหยิบรายง
นางตรวจลายมือก่อน รูปแบบตัวอักษรคล้ายเซียวจิ้งเหยียนอย่างมาก ทั้งการลากเส้นหนัก การตวัดปลาย และช่องว่างระหว่างคำ ผู้เลียนแบบต้องเคยเห็นจดหมายจำนวนไม่น้อยจึงสามารถทำได้ถึงระดับนี้ต่อมาคือตราประทับ รอยบิ่นตรงมุมซ้ายตรงกับตราส่วนตัวของเขาจริง แม้แต่ความลึกของลายก็ใกล้เคียงจนแทบแยกไม่ได้ กระดาษเป็นชนิดเดียวกับที่กองทัพหลินโจวใช้ ส่วนหมึกมีลักษณะเก่าตามวันที่เขียนทุกอย่างสมบูรณ์เกินไป และความสมบูรณ์นั้นเองที่ทำให้อวี่ซีรู้สึกผิดปกติ นางหยิบจดหมายฉบับที่สองขึ้นเปรียบเทียบ จากนั้นฉบับที่สาม“จดหมายเหล่านี้เขียนคนละวันหรือเพคะ”เจ้าหน้าที่ตอบ“ตามวันที่ระบุ ห่างกันหลายเดือนพ่ะย่ะค่ะ”“แต่หมึกทุกฉบับมีระดับการซีดเท่ากัน รอยพับอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน และคราบน้ำกระจายรูปแบบคล้ายกัน”เฉินจิ้งเหวินตอบ“อาจถูกเก็บในห่อเดียวกัน จึงเสียหายคล้ายกัน”“เป็นไปได้”อวี่ซีไม่รีบปฏิเสธ นางพลิกดูด้านหลัง แล้วหยุดที่ขอบกระดาษ“โรงกระดาษของกองทัพหลินโจวเปลี่ยนแม่พิมพ์
“เสนาบดีฝ่ายขวาเข้าเฝ้าฝ่าบาทหลังพระชายาออกจากวังไม่นาน เขานำเอกสารบางอย่างไปด้วยพ่ะย่ะค่ะ”อวี่ซีเดินเข้ามา“เอกสารอะไร”“คนของเราเห็นเพียงกล่องไม้ยาว มีตรากระทรวงพิธีการ แต่ไม่ทราบสิ่งที่อยู่ด้านใน”เซียวจิ้งเหยียนถาม“เสนาบดีออกจากวังหรือยัง”“ยังพ่ะย่ะค่ะ และเมื่อครู่มีขันทีจากตำหนักเฉียนหมิงออกไปเชิญหัวหน้าสำนักตรวจการกับเสนาบดีกระทรวงกลาโหมเข้าเฝ้าด้วย”อวี่ซีกับเซียวจิ้งเหยียนสบตากันการเรียกคนจากสองหน่วยงานพร้อมกันย่อมไม่ใช่เรื่องเล็ก“ส่งคนตรวจข่าว”เซียวจิ้งเหยียนสั่ง“อย่าให้ถูกพบ”หลิวเฉิงรับคำแล้วจากไปอวี่ซีเดินกลับไปยังโต๊ะ วางแผนที่เมืองหลวงตรงหน้า“เสนาบดีฝ่ายขวารู้ว่าข้าปฏิเสธข้อเสนอของฮ่องเต้หรือยัง”“หากมีคนอยู่ในตำหนักเฉียนหมิง เขาอาจรู้ทันที”“เช่นนั้นเขาต้องรีบลงมือก่อนที่เราจะเตรียมหลักฐานโต้กลับ”เซียวจิ้งเหยียนพยักหน้า
“แลกกับสิ่งใด”“หลักฐานว่าท่านคิดกบฏ”ภายในห้องเงียบงัน ลมเย็นลอดเข้ามาทางหน้าต่าง ทำให้เปลวเทียนไหววูบ แต่ใบหน้าของเซียวจิ้งเหยียนกลับนิ่งสนิท ราวกับคำตอบนั้นไม่ได้ทำให้ประหลาดใจ เพียงยืนยันสิ่งที่เขาเคยสงสัยมาตลอด“พระองค์ต้องการให้เจ้าค้นห้องหนังสือของข้า”“ไม่เพียงห้องหนังสือ”อวี่ซีตอบ“ยังต้องการคำสั่งเคลื่อนทหารนอกบัญชี รายชื่อแม่ทัพ บัญชีเสบียงลับ และจดหมายซึ่งอาจแสดงว่าท่านขัดพระบัญชา”เซียวจิ้งเหยียนหัวเราะเย็น“หากมีคำสั่งตรวจสอบอย่างเป็นทางการ พระองค์สามารถส่งสำนักตรวจการมาได้ แต่กลับเลือกให้เจ้าลอบค้น แสดงว่าทรงไม่ต้องการความจริง”“ทรงต้องการหลักฐานซึ่งควบคุมได้”“หรือหลักฐานที่สามารถสร้างได้”อวี่ซีพยักหน้า“ข้าก็คิดเช่นนั้น”เขาเดินไปหยุดข้างหน้าต่าง มองกำแพงวังซึ่งมองเห็นอยู่ไกล ๆ“เจ้าตอบพระองค์อย่างไร”“ข้ากล่าวว่า หากมีหลักฐานจริง ข้าจะไ







