Share

หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี
หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี
Author: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1.1

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-09 21:23:27

 “นางคือปีศาจ”

“เผานางเลย”

“สตรีผู้นี้ไม่มีวันแก่ นางคือแม่มด”

“เผานาง”

ความร้อนอันแผดเผา ความเจ็บปวดที่แผ่ลามไปทั่วทั้งอณู ความชอกช้ำที่โดนหักหลัง ความหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจอันบอบช้ำ กระทั่งทุกอย่างเปลี่ยนเป็นความชินชา

ห้วงเวลาหมุนผ่านไปอย่างเชื่องช้า ความทรงจำเริ่มเลือนรางไปพร้อมกับกาลเวลา ร่างกายของนางยังคงเป็นเช่นเดิม หลังจากเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้น ในที่สุดทุกอารมณ์ความรู้สึกก็เปลี่ยนเป็นความเฉยชา

นับจากวันที่นางเกือบโดนเผาทั้งเป็น นางก็หลบซ่อนตัวอยู่ในความโดดเดี่ยว ไม่ยอมเปิดใจให้ผู้ใด ไม่ยอมเชื่อใจมนุษย์ที่มีความรัก โลภ โกรธ หลง ที่สำคัญความหวาดกลัวในสิ่งที่พวกเขาไม่อาจควบคุม ก่อให้ในใจของมนุษย์เกิดความโหดเหี้ยมต้องการทำลาย

พวกเขาต้องการเผานางเพราะคิดว่านางเป็นปีศาจเป็นแม่มด ดังนั้นนางจึงให้เหล่าภูตพานางหายวับไปจากกองเพลิง ให้เหล่าภูตหลอกหลอนชาวบ้าน กระทั่งพวกเขาหวาดกลัวและไม่กล้าออกตามหาหรือยุ่งเกี่ยวกับนางอีก

หนึ่งพันปีผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปีนี้นางเริ่มใหม่อีกครั้งด้วยการย้ายมายังเมืองซ่างจิน แคว้นเหลียง ชื่อแซ่ของนางที่ผลัดเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพราะไม่อาจใช้ตัวตนเดิมซ้ำๆ

ครั้งนี้นางเลือกที่จะใช้ชื่อที่นางแทบจะลืมเลือนไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อกลับมานึกถึงมัน เหตุการณ์ในอดีตก็หวนกลับมาทำร้ายนางอีกครั้ง

หลี่เหยาหนิง… ชื่อแซ่ของนางนับตั้งแต่จำความได้เมื่อลืมตาตื่นขึ้น

“นายหญิง”

มองดูเสี่ยวสุ่ย ภูตวารีแห่งแม่น้ำซ่างจินคุกเข่าลงตรงหน้า หลี่เหยาหนิงพลันยิ้มออกมา “หลายร้อยปีมานี้เจ้าสบายดีกระมัง”

“ข้าน้อยสบายดีเจ้าค่ะ ดีใจยิ่งนักที่นายหญิงย้ายกลับมาที่นี่”

“จากนี้ก็รบกวนเจ้าด้วย พอจะหาบ้านหลังเล็กๆ ให้ข้าได้หรือไม่”

“ข้าน้อยจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้” พูดจบร่างเล็กก็หายวับไปทันที

หลี่เหยาหนิงนั่งลงยังริมฝั่งแม่น้ำซ่างจิน นางนั่งเหม่อมองผืนน้ำที่ไหลเอื่อยไปอย่างเลื่อนลอย ฝั่งตรงกันข้ามแม่น้ำ เงาร่างเลือนรางของเหล่าภูตน้อยใหญ่กำลังโบกไม้โบกมือให้นางด้วยความเขินอาย นางแย้มยิ้มให้ด้วยความปรานีก่อนโบกมือทักทายกลับ

โชคดีของนางคือเรื่องนี้ ด้วยเพราะร่างกายของนางมีกลิ่นอายแห่งการรักษาและการเยียวยา เหล่าภูตน้อยใหญ่เคยบอกว่าขอเพียงพวกเขาอยู่ใกล้ พวกเขาก็จะรู้สึกสดชื่นและมีความสุข

ภูตเหล่านั้นต่างเรียกนางว่านายหญิง ไม่ว่านางอยู่ที่ใดนางจะได้รับความช่วยเหลือเกื้อกูล ตรงกันข้ามกันกับมนุษย์ที่นางมักจะอยู่ห่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

หนึ่งนายและสองผู้ติดตามก้าวเข้าไปในบ้านเช่าขนาดกลางซึ่งมีเพียงสองห้องนอน ห้องครัว และส่วนรับแขก ผู้เป็นนายก็คือหลี่เหยาหนิง ซึ่งมาพร้อมกับเสี่ยวสุ่ยและเสี่ยวฉี ภูตวารีและภูตหินซึ่งอาสามาอยู่เป็นเพื่อน

ท่านป้าหูยังคงพูดยาวเหยียดถึงคุณสมบัติของบ้านเช่าที่ร้างไร้คนอาศัยอยู่ อีกทั้งยังพล่ามถึงความปลอดภัยต่างๆ นานา แม้ว่าบ้านหลังนี้จะตั้งอยู่ห่างออกไปจากบ้านหลังอื่น ๆ เนื่องจากบ้านหลังนี้อยู่ในตรอกเล็กและทางเข้าออกค่อนข้างเปลี่ยว

“ข้าตกลงเช่าบ้านหลังนี้”

“เช่นนั้นข้าน้อยจะให้เสี่ยวฉีไปทำสัญญาเช่านะเจ้าคะ”

“แล้วจะย้ายมาอยู่เมื่อไรหรือ ข้าจะได้ให้คนเข้ามาทำความสะอาด”

หลี่เหยาหนิงยิ้มให้ท่านป้าหู “ข้าจะย้ายเข้าทันที”

“อ้อ ได้ๆ ได้เลย เช่นนั้นแม่นาง…”

“ข้าแซ่หลี่”

“แม่นางหลี่ เรื่องค่าเช่า…”

เสี่ยวฉีก้าวเข้ามาขวางท่านป้าหูเอาไว้ เขาส่งถุงเงินให้อีกฝ่ายก่อนผายมือไปยังประตู “จากนี้ข้าจะเป็นคนตกลงกับท่าน ท่านป้าหูเรากลับไปทำสัญญาที่บ้านท่านก็แล้วกัน”

ท่านป้าหูมองทั้งสามด้วยดวงตาสงสัยใคร่รู้ สายตามองตรงไปยังแผ่นหลังอรชรของแม่นางหลี่ รู้สึกชื่นชมใบหน้างดงามทว่าเรียบเฉยเย็นชาต่อทุกสิ่งของแม่นางผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง

ยิ่งในยามที่ก้าวเข้าใกล้นางก็ยิ่งรู้สึกจิตใจปลอดโปร่ง กระทั่งรู้ตัวว่าเสียมารยาทจึงกระแอมออกมาเสียงหนึ่ง มือเหี่ยวย่นยื่นออกไปรับถุงเงินก่อนเอ่ยปากลา

“เช่นนั้นหากแม่นางขาดเหลืออะไร…”

“ขอบคุณท่านป้าหู หากมีสิ่งใดจะให้คนของข้าไปแจ้งท่านทันที”

               “เช่นนั้นข้าขอลา”

หลังจากเดินวนดูรอบบ้านหลายรอบ เสี่ยวฉีก็กลับเข้ามาพร้อมกับสัญญาเช่าหนึ่งปี ด้านหลังเขายังมีเงาร่างเลือนรางของภูตที่ยังไม่บรรลุมรรคผล รวมไปถึงเหล่าวิญญาณที่ล้วนได้กลิ่นอายความดีงามที่เปล่งประกายออกมารอบตัวหลี่เหยาหนิง

เสี่ยวสุ่ยตวาดไล่ออกไปคราหนึ่ง หลี่เหยาหนิงก็ได้แต่ส่ายหน้า หญิงสาวเดินออกไปที่หน้าประตูใหญ่ ก่อนถอนหายใจออกมา

“หากมารวมกลุ่มกันมากมายเช่นนี้อาจเกิดปัญหา” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ข้าจะอยู่ที่นี่ระยะหนึ่ง ไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายไม่ว่ากับมนุษย์ ภูต หรือเหล่าวิญญาณ นับจากพรุ่งนี้อนุญาตให้สลับผลัดเปลี่ยนกันมา เมื่อมาแล้วก็อย่ารั้งอยู่นานจนน่าสงสัยเข้าใจหรือไม่”

เสี่ยวสุ่ยถอนหายใจ ก่อนมองหน้าเสี่ยวฉีด้วยความหนักใจ นายหญิงของนางมักจะเป็นเช่นนี้เสมอ ใจดีจนเกินไป หากเหล่าภูตและวิญญาณมาชุมนุมกันมากมาย แน่นอนว่าย่อมเกิดปัญหา

และปัญหาใหญ่ที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเหล่าปีศาจที่อาจเข้ามาก่อความยุ่งยาก แม้พวกเขาไม่กล้าทำอันตรายนายหญิง แต่ถึงอย่างนั้นแค่มีภูต วิญญาณและเหล่าปีศาจมารวมกลุ่มกันมากขึ้น มนุษย์ย่อมสังเกตเห็นได้ไม่ช้าก็เร็ว

เหล่าภูตน้อยใหญ่อาสามาช่วยทำความสะอาด ทำให้เพียงพริบตาเดียวบ้านหนังเล็กก็น่าอยู่ขึ้นมาก หลี่เหยาหนิงมองไปรอบห้องด้วยสายตาพึงพอใจ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 12.4 จบ

    หลี่เหยาหนิงเดินไปข้างหน้าหลายก้าว มองดูภาพอันคุ้นเคยและผูกพัน แม้ว่าตัวนางไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่นานนัก แต่นางยังคงรู้สึกว่าแดนอสูรแห่งนี้จึงจะเป็นบ้านของนางอย่างแท้จริงมองดูอวิ๋นชางที่มองไปรอบกายด้วยดวงตาสงสัยใคร่รู้ นางและเซี่ยซีเฟิงก็สบตากัน ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไรอวิ๋นชางจึงจะสามารถฟื้นคืนความทรงจำ เซี่ยซีเฟิงเคยบอกนางว่าเขาละทิ้งความทรงจำทั้งหมดของตัวเอง เพราะเขาไม่อยากจดจำความเจ็บปวด เขาอยากทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้นางและเซี่ยซีเฟิงได้ลงเอยกันกระนั้นนางกลับรู้สึกว่าเขาอยากลืมความทรงจำอันเจ็บปวด ซึ่งตัวเขาไม่ได้รับความรักจากหลิงเซียงเหยาผู้เป็นพี่สาวนางมากกว่า“ปล่อยเขาไปเถิด บางทีนี่อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว” เซี่ยซีเฟิงกระซิบบอกนาง“ซีเฟิง ข้าอยากไปดูให้ทั่ว”น้ำเสียงร่าเริ่งของอวิ๋นชาง ทำให้หลี่เหยาหนิงและเซี่ยซีเฟิงยิ้มออกมา“ได้สิ”“หลังมื้อเช้านะเจ้าคะ”“พี่สะใภ้มีเนื้อตุ๋นหรือไม่”“ย่อมมีแน่นอน”“เช่นนั้นข้าจะกิน!”หลี่เหยาหนิงเงยหน้าขึ้นสบตากับเซี่ยซีเฟิง ชายหนุ่มเองก็รั้งนางเข้าสู่อ้อมแขน เพื่อให้นางก้าวเดินไปพร้อมกับเขา“หนิงเอ๋อร์ ไม่สิ เหยาเอ๋อร์”หญิงสาวหัว

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 12.3

    “ท่านแม่” เสี่ยวลี่หอบเอากล่องลงรักใบหนึ่งมาให้มารดา “ท่านน้าทั้งสองฝากไว้ให้ท่านพ่อกับท่านแม่เจ้าค่ะ”เมื่อเปิดออกดูสองสามีภรรยาก็ต้องร่ำไห้ ในกล่องนั้นมีโฉนดร้านบะหมี่ รวมไปถึงตั๋วเงินถึงห้าพันตำลึงพร้อมกับจดหมายสั่งเสีย แม้จะประหลาดใจที่เกิดเรื่องกะทันหัน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่สอบสวนแล้วว่าไม่ใช่การวางเพลิง ดังนั้นทุกอย่างจึงตกเป็นของสองสามีภรรยาอย่างถูกต้องทันทีที่ลืมตาขึ้นอวิ๋นชางก็ต้องหลับตาลงอีกครั้ง แสงสว่างจ้าทำให้เขาที่รู้สึกเหมือนนอนหลับไปนานต้องใช้เวลาปรับตัว ความคิดอันว่างเปล่า บวกกับร่างกายที่คล้ายเบาหวิว ทำให้เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อย“ซีเฟิง พี่สะใภ้” เขาพึมพำเสียงเบากับตัวเองในใจได้แต่สงสัยว่าเป็นเวลาเท่าไรแล้ว เขาตื่นสายหรือไม่ และวันนี้เขาไปทำงานที่ร้านแลกเงินฟู่กุ้ยสายแล้วหรือยังเมื่อปรับสภาพตัวเองอยู่นาน ในที่สุดเขาก็สามารถลุกขึ้นนั่งได้อย่างมั่นคง แต่เมื่อมองเห็นห้องหรูหรา พร้อมกับด้านนอกที่มีสภาพแตกต่างจากบ้านเช่าในตรอกแคบๆ โดยสิ้นเชิง ชายหนุ่มก็พลันตื่นตระหนก“ซีเฟิง! พี่สะใภ้!”ร่างสูงกระโดดลงมาจากเตียง ก่อนจะวิ่งออกมาจากห้องในทันที กระทั่งมองเห็นเซี่ยซีเฟิงยืน

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 12.2

    เซี่ยซีเฟิงถอนใจออกมาคราหนึ่ง “ที่นี่ไม่ได้” เขาตอบผู้เป็นสหายออกมาคราวนี้ทั้งหลี่เหยาหนิงและอวิ๋นชางต่างก็มองเขาด้วยดวงตาประหลาดใจ ทว่าชายหนุ่มกลับมองไปยังเสี่ยวลี่ที่วิ่งออกไป เนื่องจากบิดาและมารดาของนางเดินออกมาตามพอดี“บุตรของอสูรจะอยู่ในครรภ์นานกว่ามนุษย์ อีกทั้งที่นี่คือโลกมนุษย์ อากาศและสภาพแวดล้อมไม่อาจให้กำเนิดอสูรตนใดได้ ยิ่งเป็นบุตรของจ้าวอสูรด้วยแล้วยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้”“แล้วหากเป็นแดนอสูรเล่า” อวิ๋นชางเอ่ยถามด้วยความอยากรู้“แน่นอนว่าย่อมได้”“แย่จริง”“อะไรที่ว่าแย่” เซี่ยซีเฟิงเลิกคิ้วมองสหาย“ข้าก็อายุปูนนี้แล้ว จะตามเจ้าไปแดนอสูรได้อย่างไร” เขาเอ่ยเสียงเศร้า หลี่เหยาหนิงเลิกคิ้วมองอวิ๋นชาง ก่อนจะเหลือบมองไปมองผู้เป็นสามี“ท่านยังไม่ได้บอกเขาหรือว่าเรากำลังรอเขาอยู่ หาไม่ท่านจะยังรั้งอยู่ที่โลกมนุษย์ด้วยเหตุผลใด” นางกระซิบถามเซี่ยซีเฟิงเสียงเบา“ยังบอกไม่ได้ ต้องให้เฮย-ไป๋อู๋ฉางรับตัวไปยังยมโลกก่อน”“อ้อ” นางพยักหน้าก่อนมองแผ่นหลังอวิ๋นชางที่เดินกลับเข้าไปในบ้าน “เขาดูผิดหวังมาก”เซี่ยซีเฟิงเองก็ยังไม่ละสายตาไปจากอวิ๋นชาง “เจ้าเขียนจดหมายยกทุกอย่างให้บิดามารดาของเสี

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 12.1

    บ้านหลังเล็กสองห้องนอนที่อยู่บนเนินเขา ในยามนี้บุรุษผมขาวกำลังนั่งเหม่อมองไปเบื้องหน้า ภาพใบเฟิงที่กำลังร่วงหล่นปลิวไปตามสายลม ทำให้เขาเศร้าใจ แต่ในความเศร้านั้นยังคงทำให้เขามีรอยยิ้มเงาร่างของชายหนุ่มและหญิงสาวซึ่งกำลังเดินเคียงข้างกันขึ้นเขา ยิ่งทำให้รอยยิ้มบนใบหน้ากว้างขึ้นอีก“ชาง ออกมานั่งทำไมตรงนี้คนเดียว นี่ก็เย็นย่ำแล้ว” หลี่เหยาหนิงเลิกคิ้วมองเขา“ออกมารอเจ้าสองคน” ชายชราค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ก่อนจะมองไปยังชายหนุ่มที่เดินตามหญิงสาวมา ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววไม่พอใจเล็กน้อย “ร่างกายของเจ้าเพิ่งจะดีขึ้น เหตุใดยังออกมานั่งตากลม” “ข้าดีขึ้นแล้ว นอนจนเบื่อ วันนี้ไม่ได้ไปช่วยเจ้าสองคน เหนื่อยหรือไม่”นับตั้งแต่ย้ายมายังเมืองซื่อซาน พวกเขาทั้งสามก็ไม่ได้ย้ายไปไหนอีกเลย เนื่องจากสุขภาพของอวิ๋นชางที่ไม่ใคร่จะดีนัก ปีนี้เขาจะอายุครบหกสิบ ดังนั้นเซี่ยซีเฟิงจึงเสนอให้รั้งอยู่ที่เมืองซื่อซาน แทนที่จะเดินทางไปเรื่อยๆ เช่นหลายปีที่ผ่านมานอกเมืองซื่อซานสงบสุขไร้ความวุ่นวาย เขาเองก็เห็นด้วยที่จะอยู่นานหน่อย บวกกับมีร้านบะหมี่ที่เพิ่งประกาศขายกิจการ หลี่เหยาหนิงที่มีฝีมือในการทำบะหมี่จึงตัดสินใจซื้อ

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 11.3

    เซี่ยซีเฟิงกอดนางเอาไว้ในอ้อมแขน จุมพิตไปบนเรือนผมแผ่วเบา ปลอบประโลมนางด้วยความอ่อนโยน “ทั้งหมดเป็นความผิดข้าเอง ข้าสมควรปกป้องเจ้าให้ดีกว่านี้”หลี่เหยาหนิงหัวใจอ่อนยวบ นางซบใบหน้าเข้ากับอกแกร่ง พึ่งพิงหัวใจอันเหนื่อยล้าและโดดเดี่ยวกว่าพันปี ทิ้งความเข้มแข็งที่นางมั่นใจว่าตลอดหลายปีมานี้นางยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเองเอาไว้ที่เขา“ข้าตั้งใจใช้พลังทั้งหมดส่งเจ้าและชางมายังโลกมนุษย์ เพราะรู้ว่าพวกเจ้าถูกหลอกใช้”“แต่คุณชายอวิ๋นชางเป็นมนุษย์”“นั่นเพราะเขาสละพลังชีวิตของตัวเองให้ข้า ข้าใช้พลังทั้งหมดเพื่อเจ้า เขาใช้พลังทั้งหมดส่งข้ากลับมา ดังนั้นข้าจึงยังคงเป็นจ้าวอสูรคนเดิมที่มีกลิ่นอายแห่งความตาย”“ท่าน...ท่านตั้งใจส่งข้ามากับเขา แล้วท่านเล่า...ท่านบอกให้ข้ารอ ส่งข้ามายังโลกมนุษย์เพื่อรอ หากอวิ๋นชางไม่ได้ใช้พลังของเขา ท่าน...”“แม้จะใช้เวลานานอีกนิด แต่ข้าจะกลับมา ข้ารู้ว่าเจ้าต้องรอข้า มั่นใจในตัวเจ้าเต็มที่ ข้ารักเจ้าที่เจ้าเป็นเช่นนี้”นางถึงกับพูดไม่ออก แต่เมื่อนึกย้อนกลับไปในยามที่นางกับเขาพบหลิงเซียงเหยา เขาเองก็ปกป้องนางทุกวิถีทาง แม้ว่าจะยังจดจำสิ่งใดไม่ได้“หากรู้ว่าทำเช่นนี้แล้ว

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 11.2

    “เมื่อก่อนเล่า”“เมื่อก่อนข้าแซ่หลิง นามเยี่ยเหยา”“เหยาเอ๋อร์สินะ” ชายหนุ่มเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง “เหยาเอ๋อร์ข้าขอถามเจ้า”“ข้ารอฟังอยู่ ข้าสัญญาว่าจะตอบท่านตามตรงไม่โกหกแม้แต่น้อย”“ข้าขอถามว่าเจ้าคนที่มีดวงตาที่ไม่อาจโกหก เจ้าคนที่ดวงตาสื่อถึงความอ่อนโยน เจ้าคนที่จิตใจมีแต่ความดีงาม เจ้าคนนี้ที่อยู่ในอ้อมกอดข้าคนนี้หรือจะเคยทำร้ายข้า” พูดจบก็จุมพิตลงไปยังริมฝีปากอิ่ม เขาผละออกก่อนจะสบตากับนางที่ยังคงมีท่าทีไม่อยากเชื่อ“ข้าพูดจริง ข้า...”“เช่นนั้นเพราะเหตุใดเจ้าจึงลงมือ”“นั่นเพราะ...” นางกะพริบตามองเขา พยายามเรียบเรียงเรื่องราว ก่อนจะเห็นแววตาคมฉายร่องรอยแห่งความขบขัน“เห็นหรือไม่ เจ้าบอกไม่ได้ หรือหากไม่ใช่อย่างที่ข้าคิด เจ้าคงถูกหลอกใช้กระมัง”หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย พร้อมกับเบิกตามองหน้ามองเขา “ท่าน...”เซี่ยซีเฟิงหัวเราะเสียงเบา “ข้าเดาถูกจริงๆ ด้วย ตอนแรกยังลังเล แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วว่าเจ้าคงถูกหลอกใช้จริงๆ”ได้ยินดังนั้นนางพลันเม้มปากแน่น ก่อนมองค้อนเขา“เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าทุกอย่างที่เจ้าคิด เจ้าเผลอแสดงออกมาทางแววตาทั้งหมด ยิ่งในยามที่เจ้าตื่นตระหนก เช่นเมื่อครู่ที่ข้าลองคาดเดา

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 3.4

    “เช่นนั้นก็พูดมาสิข้าจะรอฟัง”ประโยคนั้นของเซี่ยซีเฟิง ทำให้ทั้งอวิ๋นชางและหลี่เหยาหนิงประหลาดใจ คนทั้งสองหันไปมองหน้ากัน ก่อนลอบสังเกตปฏิกิริยาของชายหนุ่มและหญิงสาวผู้มาใหม่เงียบๆ“ตรงนี้หรือ” หลิงเซียงเหยาเอ่ยถามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“‘บางอย่าง’ ก็ไม่อาจเชื้อเชิญเข้าไปในบ้าน เชื้อเชิญเพียงครั้งเดี

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 3.1

    อวิ๋นชางลอบชำเลืองมองหลี่เหยาหนิง จากนั้นก็ถอนหายใจออกมา “ท่านอย่าเข้าใจซีเฟิงผิด เขาไม่ใช่คนใจร้าย แม้ภายนอกของเขาอาจดูเย็นชา แต่ที่ผ่านมาเขาไม่เคยทำร้ายใครเลย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือภูตผีปีศาจ”“ท่านหาต้องกังวลไม่ ข้าเข้าใจดี หาไม่เมื่อครู่ทุกคนที่อยู่รอบตัวข้าคงไม่อาจรอดพ้น”ได้ยินเช่นนั้นอวิ๋นชา

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 2.5

    แต่ถึงแม้จะคิดเช่นนั้นภูตเหล่านั้นก็หาผิดไม่ พวกเขาเพียงเข้าใกล้เพื่ออาศัยกลิ่นอายของนางเท่านั้น ไม่มีเลยสักครั้งที่พวกเขาจะทำร้ายนาง เช่นนี้นางจะขับไล่ไสส่งพวกเขาไปได้อย่างไรเห็นสีหน้าของหลี่เหยาหนิงเซี่ยซีเฟิงพลันขมวดคิ้ว “ตัดใจไม่ได้หรือ” น้ำเสียงของเขากระด้างขึ้นมาเล็กน้อย“โง่งม คิดว่าพวกเขาจ

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 2.4

    มองดูสายตาคมดุดันที่ลึกล้ำราวกับห้วงทะเลลึก หลี่เหยาหนิงพลันถูกตรึงเอาไว้กับที่ นางไม่รู้ตัวเลยว่าชายหนุ่มได้ลุกขึ้นและก้าวเข้ามาหานาง“ดูเหมือนเจ้าจะรู้ดีเหลือเกิน แล้วเจ้าเล่า”“ข้าทำไม” นางเอ่ยถามเขาด้วยท่าทีเหม่อลอย ราวกับถูกดวงตาคู่นั้นของเขาสะกดเอาไว้“เจ้าเป็นใคร”“นามของข้าตอนนี้คือหลี่เหยา

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status