공유

บทที่ 1.3

last update 게시일: 2026-03-09 21:24:13

“กลับกันเถิดเจ้าคะ วันนี้นายหญิงดูแปลกไป”

“นั่นสินะ”

หลี่เหยาหนิงส่ายหน้ากับตัวเอง ก่อนวางมือลงบนอกของตน จังหวะการเต้นของหัวใจยังคงไม่กลับมาเป็นปกติ ความหวาดหวั่น ความตื่นเต้นยังคงอยู่ และสุดท้ายนางยังคงรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เห็นใบหน้าหล่อเหลานั้นอีกสักครา

“ไปเถิด กลับบ้านกันได้แล้ว” กล่าวจบก็เดินนำเสี่ยวสุ่ยเข้าไปในตรอกเล็กๆ เดินทะลุผ่านไปยังถนนซึ่งตรงไปยังบ้านของนาง

ทั้งสองไม่รู้เลยว่าคล้อยหลังไม่นานนัก บุรุษหล่อเหลาบนชั้นสองโรงเตี๊ยมผู้นั้น กลับวิ่งออกมายังจุดที่เขามั่นใจว่าหญิงสาวยืนอยู่ ร่างสูงหมุนกายไปมา กวาดสายตามองหาหญิงสาวคุ้นตา ซึ่งเมื่อครู่เขามั่นใจว่านางกำลังยืนจ้องเขาอยู่

“ซีเฟิง เจ้าเป็นอะไรไป”

เซี่ยซีเฟิงไม่ตอบแต่กลับออกเดินไปบนถนน สายตาของเขามองหาเงาร่างคุ้นตานั้น ราวกับต้องการพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของอวิ๋นชาง ไม่อาจดึงเขาออกมาจากความร้อนรน

กระทั่งท่อนแขนถูกกระชากเอาไว้เพราะเขาเกือบจะเดินชนผู้อื่นเข้า “เซี่ยซีเฟิง! เจ้ามีสติหน่อย!”

เสียงตวาดของอวิ๋นชางทำให้ชายหนุ่มชะงัก “ชาง” เขากะพริบตามองสหายด้วยดวงตางุนงง

“เจ้าเป็นอะไรไป มองหาสิ่งใดอยู่หรือ”

“ข้า…ไม่รู้สิ” คิ้วเข้มขมวดมุ่น สายตาอดไม่ได้ที่จะมองไปรอบๆ

อวิ๋นชางขมวดคิ้วมองสหายก่อนจะลากอีกฝ่ายกลับเข้าไปในโรงเตี๊ยม “เจ้าเห็นอะไร”

“เหมือนจะเห็นคนรู้จัก”

อวิ๋นชางเลิกคิ้วมองอีกฝ่ายราวกับมองคนแปลกหน้า “นอกจากข้า เจ้ารู้จักผู้อื่นด้วยหรือ”

คำถามนั้นหาได้เกินจริงไม่ เพราะนอกจากอวิ๋นชางแล้วเขาหาได้ให้ความสำคัญกับผู้อื่นจนนับว่าเป็นคนรู้จักไม่

เซี่ยซีเฟิงแค่นยิ้ม “ช่างเถิด”

กล่าวจบก็เดินขึ้นไปยังชั้นสองเช่นเคย ปล่อยให้อวิ๋นชางมองด้วยสายตางุนงง เขาอดที่จะกวาดสายตาไปรอบๆ ทั้งนี้ก็เพื่อมองหา ‘คนรู้จัก’ ของเซี่ยซีเฟิง

แต่ถึงอย่างนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเสียงหนัก นี่เป็นครั้งแรกที่เหยียบย่างเข้ามายังเมืองซ่างจิน ดังนั้นเขาและเซี่ยซีเฟิงจะรู้จักผู้ใดเล่า

เมื่อก้าวเข้าไปยังตรอกเล็กๆ ความรู้สึกแรกบอกเซี่ยซีเฟิงว่ามีบางอย่างผิดปกติ สายตาคมกวาดมองไปรอบกาย ก่อนจะหยุดลงยังกำแพงบ้านหลังเล็ก ฟังอวิ๋นชางสอบถามเกี่ยวกับสัญญาเช่าจากท่านป้าหูเขาก็ได้แต่ขมวดคิ้ว

ท่านป้าหูนับเป็นคนกว้างขวางไม่น้อย ไม่เพียงช่วยหาบ้านเช่าราคาสมน้ำสมเนื้อให้เขาและอวิ๋นชาง แต่ยังใจดีหางานให้ทำด้วยเช่นกัน

“ความจริงมีว่างสองหลัง สามห้องนอนกับสองห้องนอน แต่เมื่อวานบ้านที่มีสองห้องนอนเพิ่งจะมีคนย้ายเข้าไปอยู่ หลังนั้นอย่างไรเล่า” ท่านป้าหูชี้มือไปยังบ้านอีกหลัง

แม้บ้านหลังใหญ่กว่าแต่กลับทรุดโทรมกว่าอีกหลังเล็กน้อยทำให้ราคาถูกกว่า แต่ถึงอย่างนั้นอวิ๋นชางก็ดูจะพอใจ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้สนใจหันไปมอง บ้านอีกหลังที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม

ผิดกับเซี่ยซีเฟิงที่ความรู้สึกไวเป็นพิเศษ นับจากเดินเข้ามายังตรอกเล็กๆ แห่งนี้ ความรู้สึกเหมือนถูกจ้องมอง ทำให้เขาไม่อาจวางใจ แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อกวาดสายตามองไปโดยรอบ กลับไม่พบผู้ใดในละแวกนั้นสักคน

“เหตุใดจึงไม่มีคนผ่านทางเลย ท่านมิใช่บอกหรอกหรือว่าตรอกนี้สามารถเดินทะลุไปยังถนนได้ถึงสองสาย” ชายหนุ่มเอ่ยถามทั้งยังจับจ้องท่านป้าหูอย่างพิจารณา

มองกำแพงสูงของคฤหาสน์หลังใหญ่ บ้านสองหลังที่ดูเล็กไปถนัดตา ให้ดูอย่างไรก็ไม่เข้ากับคฤหาสน์หลังใหญ่ที่รายล้อมอยู่สักนิด สายตาคมกวาดมองไปยังที่ดินรกร้างถัดจากบ้านที่เขากำลังจะเช่า ดวงตาคมดุดันหรี่ลงอย่างครุ่นคิด

“เอาเถิดซีเฟิง เมืองซ่างจินแห่งนี้นับเป็นเมืองแห่งการค้าขาย มีบ้านเช่าราคาถูกทั้งยังไปมาสะดวกเช่นนี้นับว่าไม่ง่ายที่จะหาพบ” อวิ๋นชางอ่านทวนสัญญาการบ้าน จากนั้นก็จ่ายเงินให้ท่านป้าหูที่รีบรับไปโดยไม่หันไปสบตากับเซี่ยซีเฟิง

“หากไม่มีอะไรแล้วข้าขอตัวก่อน” ท่านป้าหูกล่าวจบก็รีบเผ่นแนบไปทันที

“ดูก็รู้ว่าผิดปกติ”

“แล้วอย่างไรเล่า” อวิ๋นชางยักไหล่ “มีเจ้าอยู่ด้วยข้าต้องกลัวด้วยหรือ”

เซี่ยซีเฟิงหันกลับไปมองสหายอย่างจนใจ “เจ้าจริงจังหน่อยได้หรือไม่ สัญญาเช่าถึงหนึ่งปีกลับไม่ตรวจสอบสักนิด”

“ทำไมหรือ เจ้ามองเห็นอะไร”

“ตั้งแต่เข้ามาในตรอกนี้ข้ารู้สึกเหมือนถูกจ้องมองอยู่ตลอดเวลา”

“แล้ว…”

“ข้ามองไม่เห็นอะไรเลย”

“แสดงว่าเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่มนุษย์หรือ”

คราวนี้อวิ๋นชางมองไปรอบตัวด้วยความหวาดระแวง เซี่ยซีเฟิงมักมีประสาทสัมผัสอันรวดเร็วกับเรื่องเหล่านี้อย่างไม่น่าเชื่อ ดังนั้นเขาที่สนิทสนมกับอีกฝ่ายมานานจึงไม่สงสัยแม้แต่น้อย

“ช่างเถิด ทางเลือกมีไม่มาก เงินที่สะสมมาก็กำลังจะหมดแล้ว ได้งานที่สำนักคุ้มภัยตระกูลหวัง ไม่เพียงได้รับค่าจ้างสูง แต่ยังอยู่ใกล้ที่พักอีกด้วย”

อวิ๋นชางมองแผ่นหลังของเซี่ยซีเฟิงเดินเข้าไปในบ้าน เขาเองทำได้เพียงเดินตามเข้าไป “ขอโทษเจ้าด้วย”

“เรื่องอะไร” เซี่ยซีเฟิงหันกลับมาเลิกคิ้วมองสหายของตน

“ลำพังตัวเจ้าคนเดียวอาจไม่ต้องลำบากถึงเพียงนี้”

เสียงถอนหายใจดังขึ้น “จะพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกแล้วหรือ”

“เอาเถิดข้าไม่พูดแล้ว ไปดูว่าข้างในมีสิ่งใดขาดเหลือบ้าง” พูดจบก็เดินเข้าไปไม่เอ่ยถึงเรื่องดังกล่าวอีก

ความลับของเซี่ยซีเฟิงมีเพียงเขาที่ล่วงรู้ ความลับที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้อยากจะเอ่ยถึง เพราะเมื่อเอ่ยถึงทีไรตัวเขาเองมักจะรู้สึกผิด หากไม่ใช่เพราะต้องคอยดูแลเขา เซี่ยซีเฟิงไหนเลยจะมีสภาพเช่นนี้

หลายปีก่อนเมืองชิงหวงเกิดภัยแล้ง บิดาของอวิ๋นชางป่วยและสิ้นใจในเวลาอันสั้น มารดาของชายหนุ่มเล็งเห็นแล้วว่าไม่อาจรั้งอยู่ที่นั่นต่อไป นางจึงหอบหิ้วบุตรชายคนเดียวเดินทางข้ามหุบเขามายังเมืองจินเฉิง ระหว่างทางได้รับความช่วยเหลือจากบุรุษผู้หนึ่งซึ่งดูอย่างไรก็แปลกประหลาดที่สุด

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 12.4 จบ

    หลี่เหยาหนิงเดินไปข้างหน้าหลายก้าว มองดูภาพอันคุ้นเคยและผูกพัน แม้ว่าตัวนางไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่นานนัก แต่นางยังคงรู้สึกว่าแดนอสูรแห่งนี้จึงจะเป็นบ้านของนางอย่างแท้จริงมองดูอวิ๋นชางที่มองไปรอบกายด้วยดวงตาสงสัยใคร่รู้ นางและเซี่ยซีเฟิงก็สบตากัน ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไรอวิ๋นชางจึงจะสามารถฟื้นคืนความทรงจำ เซี่ยซีเฟิงเคยบอกนางว่าเขาละทิ้งความทรงจำทั้งหมดของตัวเอง เพราะเขาไม่อยากจดจำความเจ็บปวด เขาอยากทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้นางและเซี่ยซีเฟิงได้ลงเอยกันกระนั้นนางกลับรู้สึกว่าเขาอยากลืมความทรงจำอันเจ็บปวด ซึ่งตัวเขาไม่ได้รับความรักจากหลิงเซียงเหยาผู้เป็นพี่สาวนางมากกว่า“ปล่อยเขาไปเถิด บางทีนี่อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว” เซี่ยซีเฟิงกระซิบบอกนาง“ซีเฟิง ข้าอยากไปดูให้ทั่ว”น้ำเสียงร่าเริ่งของอวิ๋นชาง ทำให้หลี่เหยาหนิงและเซี่ยซีเฟิงยิ้มออกมา“ได้สิ”“หลังมื้อเช้านะเจ้าคะ”“พี่สะใภ้มีเนื้อตุ๋นหรือไม่”“ย่อมมีแน่นอน”“เช่นนั้นข้าจะกิน!”หลี่เหยาหนิงเงยหน้าขึ้นสบตากับเซี่ยซีเฟิง ชายหนุ่มเองก็รั้งนางเข้าสู่อ้อมแขน เพื่อให้นางก้าวเดินไปพร้อมกับเขา“หนิงเอ๋อร์ ไม่สิ เหยาเอ๋อร์”หญิงสาวหัว

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 12.3

    “ท่านแม่” เสี่ยวลี่หอบเอากล่องลงรักใบหนึ่งมาให้มารดา “ท่านน้าทั้งสองฝากไว้ให้ท่านพ่อกับท่านแม่เจ้าค่ะ”เมื่อเปิดออกดูสองสามีภรรยาก็ต้องร่ำไห้ ในกล่องนั้นมีโฉนดร้านบะหมี่ รวมไปถึงตั๋วเงินถึงห้าพันตำลึงพร้อมกับจดหมายสั่งเสีย แม้จะประหลาดใจที่เกิดเรื่องกะทันหัน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่สอบสวนแล้วว่าไม่ใช่การวางเพลิง ดังนั้นทุกอย่างจึงตกเป็นของสองสามีภรรยาอย่างถูกต้องทันทีที่ลืมตาขึ้นอวิ๋นชางก็ต้องหลับตาลงอีกครั้ง แสงสว่างจ้าทำให้เขาที่รู้สึกเหมือนนอนหลับไปนานต้องใช้เวลาปรับตัว ความคิดอันว่างเปล่า บวกกับร่างกายที่คล้ายเบาหวิว ทำให้เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อย“ซีเฟิง พี่สะใภ้” เขาพึมพำเสียงเบากับตัวเองในใจได้แต่สงสัยว่าเป็นเวลาเท่าไรแล้ว เขาตื่นสายหรือไม่ และวันนี้เขาไปทำงานที่ร้านแลกเงินฟู่กุ้ยสายแล้วหรือยังเมื่อปรับสภาพตัวเองอยู่นาน ในที่สุดเขาก็สามารถลุกขึ้นนั่งได้อย่างมั่นคง แต่เมื่อมองเห็นห้องหรูหรา พร้อมกับด้านนอกที่มีสภาพแตกต่างจากบ้านเช่าในตรอกแคบๆ โดยสิ้นเชิง ชายหนุ่มก็พลันตื่นตระหนก“ซีเฟิง! พี่สะใภ้!”ร่างสูงกระโดดลงมาจากเตียง ก่อนจะวิ่งออกมาจากห้องในทันที กระทั่งมองเห็นเซี่ยซีเฟิงยืน

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 12.2

    เซี่ยซีเฟิงถอนใจออกมาคราหนึ่ง “ที่นี่ไม่ได้” เขาตอบผู้เป็นสหายออกมาคราวนี้ทั้งหลี่เหยาหนิงและอวิ๋นชางต่างก็มองเขาด้วยดวงตาประหลาดใจ ทว่าชายหนุ่มกลับมองไปยังเสี่ยวลี่ที่วิ่งออกไป เนื่องจากบิดาและมารดาของนางเดินออกมาตามพอดี“บุตรของอสูรจะอยู่ในครรภ์นานกว่ามนุษย์ อีกทั้งที่นี่คือโลกมนุษย์ อากาศและสภาพแวดล้อมไม่อาจให้กำเนิดอสูรตนใดได้ ยิ่งเป็นบุตรของจ้าวอสูรด้วยแล้วยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้”“แล้วหากเป็นแดนอสูรเล่า” อวิ๋นชางเอ่ยถามด้วยความอยากรู้“แน่นอนว่าย่อมได้”“แย่จริง”“อะไรที่ว่าแย่” เซี่ยซีเฟิงเลิกคิ้วมองสหาย“ข้าก็อายุปูนนี้แล้ว จะตามเจ้าไปแดนอสูรได้อย่างไร” เขาเอ่ยเสียงเศร้า หลี่เหยาหนิงเลิกคิ้วมองอวิ๋นชาง ก่อนจะเหลือบมองไปมองผู้เป็นสามี“ท่านยังไม่ได้บอกเขาหรือว่าเรากำลังรอเขาอยู่ หาไม่ท่านจะยังรั้งอยู่ที่โลกมนุษย์ด้วยเหตุผลใด” นางกระซิบถามเซี่ยซีเฟิงเสียงเบา“ยังบอกไม่ได้ ต้องให้เฮย-ไป๋อู๋ฉางรับตัวไปยังยมโลกก่อน”“อ้อ” นางพยักหน้าก่อนมองแผ่นหลังอวิ๋นชางที่เดินกลับเข้าไปในบ้าน “เขาดูผิดหวังมาก”เซี่ยซีเฟิงเองก็ยังไม่ละสายตาไปจากอวิ๋นชาง “เจ้าเขียนจดหมายยกทุกอย่างให้บิดามารดาของเสี

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 12.1

    บ้านหลังเล็กสองห้องนอนที่อยู่บนเนินเขา ในยามนี้บุรุษผมขาวกำลังนั่งเหม่อมองไปเบื้องหน้า ภาพใบเฟิงที่กำลังร่วงหล่นปลิวไปตามสายลม ทำให้เขาเศร้าใจ แต่ในความเศร้านั้นยังคงทำให้เขามีรอยยิ้มเงาร่างของชายหนุ่มและหญิงสาวซึ่งกำลังเดินเคียงข้างกันขึ้นเขา ยิ่งทำให้รอยยิ้มบนใบหน้ากว้างขึ้นอีก“ชาง ออกมานั่งทำไมตรงนี้คนเดียว นี่ก็เย็นย่ำแล้ว” หลี่เหยาหนิงเลิกคิ้วมองเขา“ออกมารอเจ้าสองคน” ชายชราค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ก่อนจะมองไปยังชายหนุ่มที่เดินตามหญิงสาวมา ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววไม่พอใจเล็กน้อย “ร่างกายของเจ้าเพิ่งจะดีขึ้น เหตุใดยังออกมานั่งตากลม” “ข้าดีขึ้นแล้ว นอนจนเบื่อ วันนี้ไม่ได้ไปช่วยเจ้าสองคน เหนื่อยหรือไม่”นับตั้งแต่ย้ายมายังเมืองซื่อซาน พวกเขาทั้งสามก็ไม่ได้ย้ายไปไหนอีกเลย เนื่องจากสุขภาพของอวิ๋นชางที่ไม่ใคร่จะดีนัก ปีนี้เขาจะอายุครบหกสิบ ดังนั้นเซี่ยซีเฟิงจึงเสนอให้รั้งอยู่ที่เมืองซื่อซาน แทนที่จะเดินทางไปเรื่อยๆ เช่นหลายปีที่ผ่านมานอกเมืองซื่อซานสงบสุขไร้ความวุ่นวาย เขาเองก็เห็นด้วยที่จะอยู่นานหน่อย บวกกับมีร้านบะหมี่ที่เพิ่งประกาศขายกิจการ หลี่เหยาหนิงที่มีฝีมือในการทำบะหมี่จึงตัดสินใจซื้อ

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 11.3

    เซี่ยซีเฟิงกอดนางเอาไว้ในอ้อมแขน จุมพิตไปบนเรือนผมแผ่วเบา ปลอบประโลมนางด้วยความอ่อนโยน “ทั้งหมดเป็นความผิดข้าเอง ข้าสมควรปกป้องเจ้าให้ดีกว่านี้”หลี่เหยาหนิงหัวใจอ่อนยวบ นางซบใบหน้าเข้ากับอกแกร่ง พึ่งพิงหัวใจอันเหนื่อยล้าและโดดเดี่ยวกว่าพันปี ทิ้งความเข้มแข็งที่นางมั่นใจว่าตลอดหลายปีมานี้นางยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเองเอาไว้ที่เขา“ข้าตั้งใจใช้พลังทั้งหมดส่งเจ้าและชางมายังโลกมนุษย์ เพราะรู้ว่าพวกเจ้าถูกหลอกใช้”“แต่คุณชายอวิ๋นชางเป็นมนุษย์”“นั่นเพราะเขาสละพลังชีวิตของตัวเองให้ข้า ข้าใช้พลังทั้งหมดเพื่อเจ้า เขาใช้พลังทั้งหมดส่งข้ากลับมา ดังนั้นข้าจึงยังคงเป็นจ้าวอสูรคนเดิมที่มีกลิ่นอายแห่งความตาย”“ท่าน...ท่านตั้งใจส่งข้ามากับเขา แล้วท่านเล่า...ท่านบอกให้ข้ารอ ส่งข้ามายังโลกมนุษย์เพื่อรอ หากอวิ๋นชางไม่ได้ใช้พลังของเขา ท่าน...”“แม้จะใช้เวลานานอีกนิด แต่ข้าจะกลับมา ข้ารู้ว่าเจ้าต้องรอข้า มั่นใจในตัวเจ้าเต็มที่ ข้ารักเจ้าที่เจ้าเป็นเช่นนี้”นางถึงกับพูดไม่ออก แต่เมื่อนึกย้อนกลับไปในยามที่นางกับเขาพบหลิงเซียงเหยา เขาเองก็ปกป้องนางทุกวิถีทาง แม้ว่าจะยังจดจำสิ่งใดไม่ได้“หากรู้ว่าทำเช่นนี้แล้ว

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 11.2

    “เมื่อก่อนเล่า”“เมื่อก่อนข้าแซ่หลิง นามเยี่ยเหยา”“เหยาเอ๋อร์สินะ” ชายหนุ่มเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง “เหยาเอ๋อร์ข้าขอถามเจ้า”“ข้ารอฟังอยู่ ข้าสัญญาว่าจะตอบท่านตามตรงไม่โกหกแม้แต่น้อย”“ข้าขอถามว่าเจ้าคนที่มีดวงตาที่ไม่อาจโกหก เจ้าคนที่ดวงตาสื่อถึงความอ่อนโยน เจ้าคนที่จิตใจมีแต่ความดีงาม เจ้าคนนี้ที่อยู่ในอ้อมกอดข้าคนนี้หรือจะเคยทำร้ายข้า” พูดจบก็จุมพิตลงไปยังริมฝีปากอิ่ม เขาผละออกก่อนจะสบตากับนางที่ยังคงมีท่าทีไม่อยากเชื่อ“ข้าพูดจริง ข้า...”“เช่นนั้นเพราะเหตุใดเจ้าจึงลงมือ”“นั่นเพราะ...” นางกะพริบตามองเขา พยายามเรียบเรียงเรื่องราว ก่อนจะเห็นแววตาคมฉายร่องรอยแห่งความขบขัน“เห็นหรือไม่ เจ้าบอกไม่ได้ หรือหากไม่ใช่อย่างที่ข้าคิด เจ้าคงถูกหลอกใช้กระมัง”หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย พร้อมกับเบิกตามองหน้ามองเขา “ท่าน...”เซี่ยซีเฟิงหัวเราะเสียงเบา “ข้าเดาถูกจริงๆ ด้วย ตอนแรกยังลังเล แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วว่าเจ้าคงถูกหลอกใช้จริงๆ”ได้ยินดังนั้นนางพลันเม้มปากแน่น ก่อนมองค้อนเขา“เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าทุกอย่างที่เจ้าคิด เจ้าเผลอแสดงออกมาทางแววตาทั้งหมด ยิ่งในยามที่เจ้าตื่นตระหนก เช่นเมื่อครู่ที่ข้าลองคาดเดา

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 2.2

    “เจ้าพูดแบบนี้ทีไรมีปีศาจโผล่มาทุกที ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว พูดเรื่องที่เจ้าเจอแม่นางที่คิดว่ารู้จักดีกว่า ไม่แน่หากเป็นคนที่เจ้ารู้จักจริงๆ นางอาจตอบสิ่งที่เจ้าสงสัยมาตลอดว่าเจ้าเป็นใครมาจากไหน”“วันนั้นข้ามั่นใจว่านางหลบทันทีที่รู้ว่าข้าหันไปมอง”“จริงหรือ” อวิ๋นชางเลิกคิ้ว “หรือว่านางจะรู้จักเจ้าจร

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 2.1

    หลี่เหยาหนิงงัวเงียลุกจากเตียง เสียงตะโกนด้านนอกทำให้นางสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก กวาดสายตามองเตียงนอนเล็กๆ ที่อยู่ตรงมุมห้อง ภูตวารีไม่ได้นอนอยู่ตรงนั้นแต่กลับไปยืนใกล้ประตู แง้มประตูออกเล็กน้อยจากนั้นก็แอบมองลอดออกไปตามช่อง“มีอะไรหรือ”“นายหญิง” เสี่ยวสุ่ยสะดุ้ง “ข้าน้อยทำท่านตื่นหรือเจ้าคะ”“เปล่า

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 1.4

    เซี่ยซีเฟิงคือชายหนุ่มคนนั้น เขาสวมเสื้อผ้าขาดวิ่น เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนดิน ตอนนั้นอวิ๋นชางอายุเพียงหกขวบ แต่ยังคงจดจำเรื่องทุกอย่างได้เป็นอย่างดีในขณะที่ฝูงหมาป่านับสิบตัวกำลังเข้าห้อมล้อมเขากับมารดา ร่างของเซี่ยซีเฟิงกลับลุกขึ้นมาจากพื้นดินใช่…เขาไม่ได้ตาฝาดร่างของเซี่ยซีเฟิงราวกับผุดข

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 1.2

    “นายหญิง” เสี่ยวสุ่ยเดินเข้ามาพร้อมกับแพรพรรณงดงามถึงห้าพับ หลี่เหยาหนิงเลิกคิ้วมองเป็นเชิงถาม “ภูตบุปผาแวะมาเจ้าค่ะ พวกนางบอกว่าเป็นของขวัญให้ท่าน”“งดงามเหลือเกิน งดงามเกินไป” หญิงสาวมุ่นคิ้วน้อยๆ“ข้าน้อยบอกพวกนางแล้วเจ้าค่ะ แต่พวกนางบอกว่าท่านอยู่ที่นี่ต้องใช้เงิน มนุษย์เหล่านั้นช่างสงสัย ข้าเอ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status