LOGIN
ตึกตักตึกตัก
เสียงวิ่งตึกตักของใครบางคนที่ดังมาจากชั้นสองของบ้านส่งผลให้ “จากัวร์” ที่กำลังยืนทำอาหารอยู่ในห้องครัวหันมามองเมื่อพบต้นตอของเสียงเป็นอันว่าเขาต้องส่ายหน้าเอือมระอาให้กับน้องสาวเพียงคนเดียวอย่าง “พิมพิกา” ที่มักจะวิ่งลงบันไดมาด้วยความเร่งรีบแบบนี้ในทุกเช้า “เบา ๆ หน่อยพิมเดี๋ยวก็ตกบันไดหรอก” จากัวร์เอ็ดน้องสาวอย่างไม่จริงจังมากนักเป็นจังหวะเดียวกันที่พิมพิกาเดินเข้ามาหา “พิมไปทำงานสายอีกแล้วค่ะ” หญิงสาวว่าพลางทำหน้ามุ่ยเมื่อเช้านี้พบว่าตัวเธอตื่นสายอีกแล้ว “พี่ก็เห็นพิมไปทำงานสายตลอดนะ” จากัวร์ว่าให้น้องสาวอย่างไม่จริงจังมากนักแต่สิ่งที่เขาพูดล้วนเป็นความจริงทั้งนั้นเพราะตอนกลางคืนพิมพิกามักใช้เวลาไปกับการอ่านนิยายเลยทำให้นอนดึก พอนอนดึกก็จะทำให้พิมพิกาตื่นสายแล้วก็จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในทุก ๆ เช้า เหตุการณ์ที่เขาผู้เป็นพี่ชายค่อนข้างจะชินและชาเสียแล้ว “แต่วันนี้ไม่เหมือนไงคะ วันนี้มีเจ้านายคนใหม่เดินทางมาจากต่างประเทศแถมเขายังเป็นเพื่อนคุณภพ” หญิงสาวอธิบายออกไปพลางหยิบแซนด์วิชที่พี่ชายทำเตรียมไว้ให้ใส่ลงกระเป๋า “หนูไปก่อนนะ” “ให้พี่ไปส่งไหม” “ไม่เป็นไรค่ะหนูนั่งพี่วินเอา ถึงเร็วกว่า” พิมพิกาว่าพร้อมโบกมือลาพี่ชายก่อนจะรีบวิ่งออกจากบ้านมาเมื่อพี่วินขาประจำที่เธอโทรเรียกมาจอดรถรอเธออยู่หน้าบ้านแล้ว “พิมพิกา” หญิงสาวในวัยยี่สิบสามปีอาศัยอยู่กับพี่ชายตามลำพัง เนื่องจากพ่อกับแม่มาตายจากเพราะคนเมาแล้วขับรถมาชนเข้า สองพี่น้องจากัวร์และพิมพิกาจึงเหลือกันเพียงแค่สองคน จากัวร์เป็นเจ้าของร้านซ่อมรถขนาดใหญ่ ในขณะที่พิมพิกาทำงานเป็นเลขาอยู่ที่บริษัทนำเข้า-และส่งออกแอลกอฮอล์แห่งหนึ่ง ตัดภาพมาที่พิมพิกาหลังจากนั่งวินมาถึงหน้าบริษัทก็รีบวิ่งเข้ามาในบริษัทขึ้นลิฟต์มายังชั้นทำงานของตัวเองด้วยความรีบร้อน “กว่าจะมาได้นะพิม” อรปรียาเพื่อนสนิทในที่ทำงานของพิมพิกาทักขึ้นทันทีที่เธอปรากฏตัวพลางสาวเท้าเข้ามาหา “วันนี้เจ้านายใหม่จะเข้าบริษัทนะทำไมพิมถึงยังมาสายอีก” “ขอโทษได้ไหมคือเราตื่นสาย” พิมพิกาว่าเสียงอ้อมแอ้มส่งสายตาออดอ้อนให้เพื่อนสาวเห็นใจ “ตลอด” และก็ได้ผลทุกครั้งอรปรียาไม่เคยต้านทานความออดอ้อนของเพื่อนสาวคนนี้ได้ “รีบเข้าไปกันเจ้านายรออยู่” “โอเค” เรียวมือบางบรรจงเคาะลงบนประตูห้องทำงานบานหนาอย่างแผ่วเบาเพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้คนภายในห้องได้รับรู้ก่อนที่พิมพิกาจะเปิดประตูเข้าไปเป็นจังหวะเดียวกันที่ดวงตาสองคู่ประสานมองหน้าเธออย่างพร้อมเพรียงเป็นตาเดียวกัน คนหนึ่งคือคุณภพ ภพพินิจ เจ้านายของเธอ ส่วนผู้ชายอีกคนที่กำลังยืนกอดอกมองเธอ…… “สายไปยี่สิบนาทีนะพิม” “พิมขอโทษค่ะบอส” พิมพิกากล่าวขอโทษเสียงแผ่วเธอไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบสายตาดุ ๆ ของผู้เป็นเจ้านายด้วยซ้ำ “ช่างมัน นี่พายัพ หุ้นส่วนคนใหม่ของบริษัทเรา เขาจะเข้ามาทำงานที่บริษัทของเราและคุณก็ต้องไปเป็นเลขาของเขา” ทันทีที่ได้ยินเจ้านายอย่างคุณภพนินิจพูดแบบนั้นเรียวคิ้วบางของพิมพิกาก็ขมวดเข้าหากันมุ่นพลางเงยหน้าสบตากับเจ้านายคนใหม่ที่ว่าและแน่นอนว่าพายัพมองเธอก่อนอยู่แล้ว ริมฝีปากเรียวหยักของพายัพยักยิ้ม แววตาของเขายามมองเธอมันส่องประกายวาววับ ไม่ใช่แววตาแห่งความเสน่หาหรือหลงใหลแต่เป็นแววตาที่กำลังนึกสนุกกับอะไรบางอย่างอยู่ เขาคนนี้ดูน่ากลัวเกินไปแล้ว ในขณะที่พิมพิกาจ้องหน้าพายัพอย่างพินิจพิจารณาเสียงทุ้มของเขาก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท “มาทำงานสายแบบนี้จะไหวเหรอวะ มึงก็น่าจะรู้นะไอ้ภพว่ากูไม่ชอบคนที่ไม่มีความรับผิดชอบ” เขาพูดพลางหยัดตัวยืนตรงแล้วเดินมายืนตรงหน้าเธอ “แต่พิมเขาทำงานดีมากนะเว้ย” “ทำงานดีแล้วยังไงถ้าเป็นคนไม่ตรงต่อเวลาแบบนี้ก็ใช้ไม่ได้ แล้วจากประวัติการทำงานของเธอที่กูอ่านมาเดือนหนึ่งเธอมาสายไปแล้วยี่สิบสี่วัน มันใช้ได้ที่ไหนมึงใจดีมากไปแต่กูไม่ใช่ไงไอ้ภพ” หญิงสาวที่ได้ยินในสิ่งที่ชายหนุ่มพูดก็ได้แต่ยืนเงียบฝ่ามือกำเข้าหากันแน่นด้วยความอัดอั้นและรู้สึกประหม่าเมื่อรังสีความร้ายกาจจากตัวเจ้านายคนใหม่แผ่ปกคลุมไปทั่งทั้งห้องทำงานแห่งนี้ “ดิฉันจะปรับปรุงตัวค่ะ” พิมพิการีบโพล่งออกไปเมื่อเห็นว่าตอนนี้เจ้านายทั้งสองกำลังจะเถียงกันเพราะเรื่องของเธอ พิมพิกาไม่อยากให้ใครต้องมาทะเลาะกันเพราะเธอเป็นต้นเหตุ “เพิ่งคิดได้เหรอ เธอควรปรับปรุงตัวนานแล้ว” “ไอ้พายัพ” พิมพิกาพยายามบอกตัวเองให้ใจเย็นและให้ปล่อยผ่านคำพูดของเจ้านายคนใหม่ซะ เธอพยายามนับหนึ่งถึงร้อยในใจ “ถ้าครั้งต่อไปเธอมาสายฉันไล่เธอออกแน่ คนไม่มีความรับผิดชอบแบบนี้ฉันไม่เก็บไว้หรอกนะ” “ค่ะ” พิมพิกาตอบรับเสียงแผ่วอย่างจำนนทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเธออยากกรีดร้องออกมาแทบบ้า คนอะไรวะมาวันแรกก็ออกแนวเผด็จการซะแล้ว อีพิมอยากจะบ้าตายวันเวลาหมุนเปลี่ยนอย่างรวดเร็วรู้ตัวอีกที อีกไม่กี่วันข้างหน้าก็จะถึงวันครบรอบหนึ่งปีของเธอกับพายัพ พิมพิกาคิดหัวแทบแตกว่าจะให้อะไรเป็นของขวัญวันครบรอบให้กับพายัพดี มันเป็นโจทย์ที่ยากมากก็เพราะว่าพายัพมีทุกอย่าง เขาเพรียบพร้อมไปทั้งหน้าที่การงาน และการใช้ชีวิต พิมพิกาจึงไม่รู้ว่าเธอควรให้อะไรเขามันถึงจะดูคู่ควรกับคนอย่างพายัพ แต่ก่อนจะถึงวันครบรอบเพียงไม่กี่วันพิมพิกาดันป่วยหนักซะอย่างนั้น นอนซมเป็นผักเน่าอยู่บนที่นอนมาเป็นอาทิตย์แล้ว “พิม” “หือ” พิมพิกาสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาครางตอบพายัพแต่ด้วยความหนักอึ้งทำให้พิมพิกาไม่ได้ลืมตาขึ้นมามองเขา หลายวันมานี้พิมพิกาป่วยบ่อยและจากัวร์เองก็ไม่ได้อยู่บ้าน พายัพจึงให้หญิงสาวมาอยู่ที่คอนโดเขาชั่วคราวเพื่อที่เขาจะได้ดูแลหญิงสาวยามที่เธอป่วย ใบหน้าซีดเซียวราวกับไม่มีเลือดล่อเลี้ยงพาให้ใจพายัพกระตุกด้วยความเป็นห่วงหญิงสาวจับใจ จนเขาต้องปลุกหญิงสาวขึ้นมาทานยาอีกครั้ง ก่อนจะปล่อยให้เธอหลับไป “พิมอยากอ้วกจังเลยค่ะ” พิมพิกาว่าอย่างแผ่วเบา แต่ถึงกระนั้นเขาก็ได้ยินมันเต็มทั้งสองรูหู พายัพหยิบกระโถนที่เขาซื้อเตรียมไว้ยื่นให้พิมพิกา เนื่องจา
“พิม” “……..” “พิม” “ฮะ” พิมพิกาสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจเมื่อจู่ ๆ ก็มีแรงมาสะกิดที่ไหล่ของเธอพร้อมตะโกนเรียกชื่อเธอเสียงดังลั่น “เป็นอะไรฮะ” จากัวร์ถามอย่างห่วงใยพลางลอบสังเกตปฏิกิริยาของน้องสาวเป็นระยะ เขากลับบ้านมาก็เห็นว่าพิมพิกานั่งเหม่ออยู่เรียกชื่อเท่าไรก็เธอก็ไม่ตอบจึงเดินเข้ามาสะกิดไหล่เพื่อให้เธอรู้สึกตัว “กลับมานานแล้วเหรอคะ” แทนที่จะตอบคำถามพี่ชายแต่พิมพิกาเลือกที่จะถามจากัวร์กลับ เธอยกมือขึ้นลูบหน้าลูบตาตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติที่หลุดลอยไปให้กลับคืนเข้าร่าง ไม่รู้ตัวเลยว่าเธอนั่งเหม่ออยู่ตรงนี้นานเท่าไรแล้ว และไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่จากัวร์กลับบ้านมา เสียงรถของเขาไม่ดังเข้าหูเธอเลยสักนิด พิมพิกาเอาแต่คิดเรื่องที่ได้เห็นมาก่อนหน้าจนลืมสนใจสิ่งรอบข้างตัวเองไปเลย “ไม่นานเท่าไร ว่าแต่เราเถอะเป็นอะไร พี่เรียกเราตั้งนานแต่เราไม่ได้ยินพี่เลยจนพี่ต้องเดินเข้ามาสะกิด มีเรื่องอะไรรึเปล่า” จากัวร์ลูบไล้ศีรษะพิมพิกาเบา ๆ ราวกับกำลังปลอบประโลมหญิงสาวอยู่ยังไงอย่างนั้น พลางโน้มหน้าลงสบตาเธอและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเคล้าเต็มไปด้วยความห่วงใย พิมพิกาเม้มปากแน่
หลายวันต่อมา หลังจากเหตุการณ์วันนั้นที่พายัพตะคอกใส่พิมพิกา หญิงสาวก็ไม่เคยเซ้าซี้ถามเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่ายอีกเลย เธอรู้เท่าที่เขาอยากให้เธอรู้และเจียมตัวเองอยู่เสมอ การกระทำของพายัพในวันนั้นพิมพิกาพยายามทำเป็นเหมือนไม่สนใจ ทำเหมือนไม่รู้สึก แต่ทว่าความจริงแล้วลึก ๆ เธอก็เสียใจและรู้สึกน้อยใจเขาเพียงแต่เธอไม่พูดออกมาก็เท่านั้น เธอกลับมาทำตัวปกติเหมือนอย่างเช่นทุก ๆ วัน กลางวันทำงาน ส่วนกลางคืนก็ไปนอนค้างกับเขาบ้างถ้าพี่ชายเธอต้องทำงานดึกดื่น เรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับพายัพยังคงเป็นความลับที่ไม่มีใครรู้ แต่จะไม่มีใครรู้เลยมันก็คงไม่ใช่เพราะภพพินิจ เพทาย หรือแม้แต่อรปรียาก็ต่างรู้ถึงความสัมพันธ์ลับ ๆ นี้ของเธอกับเขา มีเพียงสามคนนี้ที่รู้เท่านั้นเพราะแม้แต่ตัวของจากัวร์เองพิมพิกาก็ไม่เคยบอก พี่ชายของเธอรู้ว่าเธอมีแฟน แต่ไม่รู้ว่าแฟนของเธอคือใคร พายัพ: ใบออเดอร์ลูกค้าอยู่ไหน ส่งมาในเมลให้หน่อยนะ ในขณะที่พิมพิกานั่งเหม่อเสียงข้อความไลน์ก็ดังแจ้งเตือนขึ้นมา เมื่อเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นพายัพที่ทักไลน์มาหา พิมพิกาไม่รอช้าที่จะตอบกลับไป พิมพิกา: พิมขอเช็กก่อนนะคะ
กลับมาถึงห้องพายัพไล่พิมพิกาให้เข้าไปอาบน้ำก่อน ส่วนตัวเขาก็เข้าครัวทำมาอาหารเตรียมไว้ให้เธอแล้วค่อยอาบน้ำทีหลัง อาหารง่าย ๆ ที่พายัพเลือกทำคือข้าวผัดที่พิมพิกาอยากทาน พายัพทำอาหารอย่างขะมักเขม้นเชียวชาญราวกับเชฟมืออาชีพ เขาสามารถทำอาหารได้หลายอย่างและหลายเชื้อชาติเนื่องจากตอนที่พายัพอยู่ต่างประเทศเขาทำอาหารทานเองบ่อยมาก แต่พอกลับมาอยู่ประเทศไทยพายัพก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงานเขาจึงไม่ค่อยได้ทำอาหารทานเอง ส่วนใหญ่เขาจะสั่งมาหรือไม่ก็ไปทานที่ร้านเองมากกว่า แต่พอมีพิมพิกาเข้ามาดูเหมือนว่าช่วงนี้พายัพจึงได้กลับมาทำอาหารบ่อยขึ้น ข้าวผัดง่าย ๆ อย่างข้าวผัดกุ้งถูกนำมาเทลงจานสองใบอย่างพิถีพิถัน ก่อนที่พายัพจะรับรู้ถึงวงแขนเรียวเล็กที่กอดรัดเขาจากทางด้านหลัง “หอมจัง” คนตัวเล็กชะโงกหน้ามาดูอาหารที่พายัพทำ กลิ่นหอมของข้าวผัดทำท้องของเธอร้องประท้วงออกมาด้วยความหิว “หอมจริง” พายัพหันกลับมาพูดกับหญิงสาว ริมฝีปากหยักของของเขาบิดยิ้ม “หมายถึงพิม” พิมพิกายิ้มกรุ้มกริ่มอย่างรู้ทัน คราวนี้เขาไม่ได้แอ้มเธอหรอกเพราะเธอรู้ทัน มุกที่เขามักจะเล่นอยู่ประจำทุกครั้งเธอรู้ทันมันหมดแล้ว “เป
เมื่อวันหยุดพี่ชายอย่างจากัวร์ไปเที่ยวกางเต็นท์กับพวกลูกน้องที่ร้าน พิมพิกาจึงถือโอกาสนี้มานอนที่ห้องของพายัพเมื่อคืน เช้านี้เขาและเธอจึงได้มีโอกาสมาวิ่งออกกำลังกายด้วยกันที่สวนสาธารณะใกล้ ๆ คอนโดของพายัพ เขาและเธอวิ่งเคียงคู่กันไปตามทางอย่างไม่เร่งรีบนัก ลมหายใจของพิมพิกาหอบหนักเพราะนานมากแล้วที่เธอไม่ได้มาทำอะไรแบบนี้ ครั้งล่าสุดที่วิ่งเท่าที่เธอจำได้ก็น่าจะเป็นตอนติดกีฬาสีของโรงเรียนเมื่อตอนมัธยมต้น และหลังจากนั้นเธอก็ไม่เคยทำอะไรแบบนี้อีกเลยด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือเหนื่อย แต่เพื่อผู้ชายวันนี้เธอขอสู้ตายแล้วกัน คิดได้ดังนั้นพิมพิกาก็ออกแรงวิ่งให้เร็วขึ้นอีกนิดเพราะต้องการวิ่งให้รอบสวนสาธารณะแห่งนี้เร็ว ๆ ตอนนี้ร่างกายของเธอค่อนข้างสะบักสะบอมเหงื่อเปียกโชกไปทั้งตัว ที่สำคัญเธอแทบจะลงไปนอนกับพื้นอยู่ร่อมร่อ สภาพของหญิงสาวช่างแตกต่างกับชายหนุ่มยิ่งนัก เพราะนอกจากเหงื่อที่ท่วมตัวของพายัพเขาก็ไม่แสดงท่าทีอย่างอื่นออกมาอีกเลย “เหนื่อยแทบบ้า” พิมพิกาทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้แรง ๆ พร้อมหอบหายใจหนักยื่นมือไปรับขวดน้ำจากมือของพายัพกระดกดื่มอย่างกระหาย ในระหว่างนั้นพายัพที่ยืนอยู่ก็สังเกตเห
ใบหล่อหล่อเหลาประดับไปด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ขับให้พายัพเวอร์ชั่นนี้มันยากจะต้านทานเสียเหลือเกิน ทั้งคำพูดทั้งการกระทำของพายัพพาหัวใจพิมพิกาสั่นระรัวเสมือนกลองชุดใหญ่ ใบหน้านวลขาวขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายจนต้องเบือนหนีสายตาคมกริบของพายัพที่มองมาแต่แล้วพิมพิกาก็ต้องสะดุ้งเมื่อสายตาของเธอดันเหลือบไปเห็นคู่รักชาวต่างชาติกำลังจูบดูดปากกันอย่างดูดดื่มเธอจึงต้องรีบเบือนหน้าหลบหันมาสบตากับพายัพอย่างเลี่ยงไม่ได้ “หึ” เสียงทุ้มเค้นหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดูในท่าทีของหญิงสาว ตัวพายัพเองมองเห็นคู่รักคู่นั้นจูบกันอยู่นานแล้วเพียงแค่เขาไม่อยากสนใจ ต่างบ้านต่างเมืองวัฒนธรรมย่อมแตกต่างกันออกไปซึ่งการแสดงความรักในพื้นที่สาธารณะแบบนี้สำหรับบ้านเมืองเขาถือว่าเป็นเรื่องปกติมาก “อะไรเล่า” น้ำเสียงกระเง้ากระงอดของหญิงสาวทำให้เธอน่าเอ็นดูยิ่งกว่าเก่าจนพายัพอยากจะจับเธอมาฟัดแก้มจนช้ำ “อยากจูบแบบนั้นไหม” ถามพร้อมยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา “ตลกเหรอคะบอส” ก่อนจะโดนคนตัวเล็กถลึงตาใส่ด้วยความไม่พอใจอย่างที่เขาคิดไว้ “ตอนกลางวันเรายังจูบกันกลางทะเลเลยนะ เธอลืมไปแล้วหรือไง” ยิ่งเห็นว่าเธอหน้าแดงหนัก พายัพก




![Inbox ร้อนรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


