LOGIN“นาริกา ฉันไม่ได้บอกว่าเธอต้องจ่ายด้วยเงิน” “แล้วคุณเนสจะให้นาจ่ายยังไงคะ ผ่อนจ่ายได้ไหม หรือหักเอาจากเงินเดือนนาก็ได้” “ฉันขอจูบ….จ่ายฉันมาด้วยจูบของเธอ”
View MoreEP1. งานใหม่
ร่างสมส่วนแหงนหน้ามองห้องเช่าตรงหน้าอย่างหมายมั่น ก่อนที่มือเรียวสวยจะผลักประตูเข้าไปเมื่อมั่นใจแล้ว ว่าสถานที่นี้คือที่ที่เธอตามหา ‘นาริกา เพลงกร’ สาวน้อยวัยยี่สิบปี เธอกำลังจะเข้ามาสมัครงานที่สำนักงานจัดหางานแห่งนี้ นาริกากำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่สองของมหาลัยXX เธอจากบ้านเข้ามาเรียนในเมืองกรุงด้วยความยากลำบาก ครอบครัวของเธอไม่ได้จนมากแต่ก็ไม่ได้รวยมากเช่นกัน การเรียนของเธอนั้นอยู่ในขั้นที่ดีมาก จนสามารถกู้ยืมเงินเพื่อทุนการศึกษาได้ แต่ลำพังค่าอยู่ค่ากิน แค่พ่อกับแม่ส่งมาให้นั้นไม่เพียงพอหรอก ค่าของชีพของเมืองหลวงนั้นสูงเกินกว่าจะใช้เงินหนึ่งพันบาทได้ทั้งอาทิตย์ สาวน้อยในเมืองกรุงถึงได้ออกหางาน เธอเองก็พอมีประสบการณ์ในการทำงานพาร์ทไทม์มาอยู่บ้าง หากได้งานนี้ก็คงจะดีไม่น้อย “สวัสดีค่ะ หนูมาสัมภาษณ์งานค่ะ” เชอร์รี่มองสาวน้อยตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนหน้านี้มีคนเข้ามาสมัครงานที่นี่แล้วห้าคน แต่ไม่มีใครถูกใจเธอเลยสักคน แถมงานนี้เป็นงานที่ค่อนข้างจะคัดคนเอามากๆเสียด้วย ทำงานเพียงสัปดาห์ละสี่วัน ทำตอนไหนก็ได้ตามที่สะดวกแต่ต้องแจ้งตารางงานเอาไว้ล่วงหน้าก่อนหนึ่งอาทิตย์ ทำงานเพียงเดือนละ 16 วัน แต่ได้เงินเดือนเท่าๆกับมนุษย์เงินเดือนหรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ เชอร์รี่ถึงได้เลือกคนแบบละเอียดยิบมากกว่าปกติ หากเธอคว้าเอาคนไม่ดีไปทำงาน แล้วเกิดเหตุผิดพลาด มีหวัง เงาหัวเธออาจจะหลุดออกจากบ่าก็เป็นได้ “นั่งลงก่อนสิ” สาวใหญ่เอ่ยออกมาน้ำเสียงเรียบนิ่ง ใบหน้าซื่อๆของนาริกา ทำให้สาวใหญ่วัยสี่สิบต้นๆอย่างเธออยากลองสัมภาษณ์ดู “ขอบคุณค่ะ” “ขอดูเรซูเม่หน่อย” นาริกาล้วงเข้าไปหยิบแฟ้มของตัวเองที่เตรียมไว้ในกระเป๋าออกมายื่นให้คนตรงหน้าด้วยสีหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม “อืม ยังเรียนอยู่สินะ แล้วทำไมถึงอยากมาสมัครงานล่ะ” วันนี้ทั้งวันเชอร์รี่ยอมรับ ว่านาริกาเป็นคนแรกที่นางรู้สึกถูกชะตาและถูกใจเด็กน้อยหน้าใสคนนี้ “หนูอยากหารายได้เพื่อเอามาไว้ใช้ในขีวิตประจำวันค่ะ คือบ้านหนูไม่ได้รวยมากมายอะไร หนูอยากช่วยแบ่งเบาภาระพ่อกับแม่ค่ะ” ความจริงใจที่เชอร์รี่สัมผัสได้ ทำให้เธอปิดแฟ้มลงเพราะไม่ต้องการอ่านมันอีก เธอต้องการพูดคุยกับเด็กคนนี้มากกว่าจะสนใจเรซูเม่สวยๆที่เธอตั้งใจทำมา “เธอเคยทำงานเป็นแม่บ้านมาก่อนไหม?” “เคยค่ะ หนูเคยเป็นพาร์ทไทม์ที่โรงแรมค่ะ กวาดพื้น ถูพื้น ปูที่นอนเรียบกริบ ขัดห้องน้ำหนูทำได้หมดเลยค่ะ” ทุกประโยคที่เธอพูด เธอมักจะยิ้มไปด้วยเสมอ นั่นทำให้เธอดูมีเสน่ห์มากจริงเชียว ที่นาริกาพูดไปด้วยยิ้มไปด้วย เพราะเธอมีความสุขเวลาพูดถึงเรื่องของตัวเองออกมาอย่างภาคภูมิใจ แม่ครอบครัวและชีวิตของเธอจะไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่เธอก็ภูมิใจในตัวของพ่อและแม่มาก “ดี แล้วเธออยากได้เงินเดือนเท่าไหร่” คำถามนั้นเอาเอาสาวน้อยไปต่อไปเป็น เธอไม่เคยมีสิทธิ์เลือกเงินเดือนด้วยตัวเองเลยสักครั้ง แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าควรเรียกเท่าไหร่ งานล้างจานวันละ 200 เธอก็เคยทำมาแล้ว หากเรียกมากไปเขาจะรับเธอเข้าทำงานมั้ยนะ “เอ่อ วันละ300ก็ได้ค่ะ” “ฮ่าๆๆๆ เธอนี่มัน เด็กน้อยจริงๆสินะ” เชอร์รี่หัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู ท่าทางกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกของหญิงสาวตรงหน้า ทำเอาเธอชอบใจดีจริงเชียว ถึงแม้จะไม่เข้าใจว่าเธอมีอะไรให้ขำ แต่นาริกาก็ได้แต่ยิ้มหวานๆตอบกลับไปเท่านั้น “เดือนละ 40000 โอเคไหม” เชอร์รี่หยุดขำแล้วหันมาจ้องใบหน้าขาวนวลอย่างจริงจัง นาริกาเบิกตาโพลงเมื่อเธอได้ยินคำว่าสี่หมื่น!! แค่งานแม่บ้านได้เงินเยอะขนาดนี้เชียวหรือ สงสัยคนจ้างคงจะเป็นคนรวยละสิท่า (โชคดีแล้วไอ้นาเอ้ย เดือนละสี่หมื่นต่อไปคงสบาย) “อะ….โอเคค่ะ พี่ตกลงรับหนูเข้าทำงานแล้วหรอคะ” เธอถามให้มั่นใจเพราะไม่อยากดีใจเก้อ เชอร์รี่พยักหน้าเป็นคำตอบ บอกตรงๆตอนนี้นาริกาอยากออกไปกรี๊ดข้างนอกดังๆ นี่มันยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งอีกนะ เธอสามารถส่งเงินกลับไปให้พ่อกับแม่ใช้ได้สบายๆเลย “เริ่มงานพรุ่งนี้เลยได้ไหม แล้วหลังจากนั้นส่งตารางเวลาว่างมาให้ฉันได้เลย เธอสะดวกเวลาไหนก็ใส่มาให้ชัดเจน เจ้านายเขาไม่เรื่องมากหรอก” “ดะ…ได้ค่ะ พรุ่งนี้เริ่มงานได้เลยค่ะพี่ ขอบคุณมากนะคะ” “งั้นพรุ่งนี้ทำงานวันแรก มาสักแปดโมงเช้าก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะไปส่งที่ทำงาน นี่สัญญางาน อ่านให้ครบ งานที่เธอจะไปทำเป็นสถานที่ลับ ห้ามเผยแพร่ให้คนอื่นรู้เด็ดขาด หากเรื่องนี้แพร่พรายไปจากเธอเธอต้องเสียค่าชดใช้ให้ที่ทำงานนะ เอาล่ะ ถ้าเข้าใจแล้วก็เซ็นซะ” นาริกาหยิบกระดาษสัญญาขึ้นมาอ่านอีกรอบอย่างครบถ้วน เธอเข้าใจแล้ว ถึงไม่ห้ามเธอก็ไม่คิดจะไปป่าวประกาศให้คนอื่นรู้อยู่แล้วล่ะ หญิงสาวจัดการเซ็นสัญญาจนเสร็จสิ้น สิ่งเดียวที่เธอสนใจคือค่าตอบแทนอันสูงลิบลิ่วต่างหาก งานจะเหนื่อยแค่ไหนเธอไม่เกี่ยงหรอก ถึงแม้พรุ่งนี้จะต้องหยุดเรียนไปเริ่มงานก็ตาม แต่มันก็แค่วันเดียว หลังจากพรุ่งนี้ไปเธอจะเลือกลงตารางงานตอนไหนก็ได้ แบบนี้แหละเจ๋งสุดแล้ว “แอดไลน์มาด้วยนะ ฉันจะสั่งงานผ่านไลน์ ฉันชื่อเชอร์รี่นะ แล้วเธอมีชื่อเล่นไหม” “นาค่ะ หนูชื่อนา” นาริกาหันมาตอบพลางหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าที่ใช้มาแล้วไม่ต่ำกว่าสามปีขึ้นมาแอดไลน์ตามคำสั่งของเชอร์รี่ “เสร็จแล้วก็กลับได้ ไว้เจอกันพรุ่งนี้นี้นะนา” วันต่อมา @เพ้นต์เฮาส์ นาริกาเดินทางมาถึงเพ้นต์เฮาส์สุดหรูภายในเวลาแปดโมงครึ่ง ซึ่งคนที่พาเธอเดินทางมาที่นี่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล คือเชอร์รี่นั่นเอง ทางขับเข้ามามันช่างดูลึกลับมากจนนาริกาแทบจำไม่ได้ว่าต้องเลี้ยวกี่ครั้งถึงจะมาถึงนี่ สาวน้อยตาแป๋วอ้าปากค้างให้กับสิ่งที่เพิ่งเคยเห็น ไม่น่าเชื่อว่าหลังกำแพงสีขาวนั่นจะมีตึกสุดหรูขนาดนี้ซ่อนตัวอยู่ด้วย “อย่ามัวแต่จ้อง เดินมาไวๆ” เชอร์รี่หันมาดุเมื่อเห็นนาริกามัวแต่ยืนอึ้งให้กับความหรูหราของตึกด้านหน้านี้ “คะ….ค่ะ” หญิงสาวรีบก้าวเท้ายาวๆตามเชอร์รี่ไป กว่าจะผ่านเข้าไปด้านในตึกได้ จำเป็นต้องผ่านจุดตรวจหลายจุด แถมคนที่นี่มีแต่หน้าโหดๆทั้งนั้นเลย ชักอยากจะรู้แล้วสิ ว่าเจ้าของที่แห่งนี้คือใคร เชอร์รี่พานาริกาขึ้นลิฟท์มายังขั้นสูงสุดนั่นก็คือขั้นที่สิบสี่ สาวน้อยหันมองซ้ายมองขวา เจอแต่กำแพงสีทึบๆและประตูนั่นแทบจะเนียนไปกับกำแพงอยู่แล้ว ถ้าไม่มีปุ่มให้กดกริ่งเธอคงไม่รู้ว่าเป็นประตู ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง รอประมาณห้านาทีก็มีผู้ชายร่างสูงใหญ่หน้าตาฝรั่งจ๋า หนวดเครารุงรังออกมาเปิด นาริการีบก้มหน้าหนีเมื่อชายคนนั้นมองมาที่เธอ (ทำไมเขาถึงน่ากลัวจัง) “สวัสดีค่ะคุณวิว วันนี้ฉันพาแม่บ้านคนใหม่มาทำงานวันแรกค่ะ” วิวมองสาวน้อยที่เริ่มตัวสั่นเป็นลูกนกด้วยแววตาเรียบเฉย ดูเหมือนเธอจะกลัวเขามากเลยสินะ ถึงได้ก้มหน้าลงหนีขนาดนั้น เจอเขายังตัวสั่นขนาดนี้แล้วถ้าเจอเจ้านายเขาจะไม่ฉี่ราดเลยหรือไง “เชิญเข้ามา” พอได้ก้าวเข้ามาในห้องสุดหรูเหมือนในนิตยาสาร นาริกาก็ค้องเบิกตาโพลงอีกครั้ง ไม่อยากจะเชื่อว่าบนเพ้นต์เฮ้าส์ชั้นสูงสุดจะมีพื้นที่กว้างขวางขนาดนี้ ถ้ามองเห็นจากในรูปเธอคงนึกว่านี่คือบ้านหลังนึงไปแล้ว สัดส่วนของห้องมันใหญ่พอๆกับบ้านหนึ่งหลังได้เลยนะ อาจจะใหญ่กว่าด้วยซ้ำไป “รออยู่ตรงนี้ผมจะไปตามเจ้านาย” วิวพูดจบก็หายไปในห้องนึงซึ่งนาริกาก็ไม่รู้ว่าในห้องนั้นคือห้องอะไร หญิงสาวสังเกตุไปรอบๆห้อง ข้าวของเครื่องใช้มีเเต่ของเเบรนด์ทั้งนั้น หากเธอทำแตกหรือทำพังไม่อยากจะคิดมูลค่าเสียหายเลยว่าเท่าไหร่ เธอคงไม่มีปัญหาหาเงินมาจ่ายแน่ๆ “หนูต้องทำความสะอาดที่นี่หรอคะ” “ใช่ เดี๋ยวเจ้าของห้องเขาจะมาบรีฟงานกับเธอเอง รายละเอียดอาจจะเยอะหน่อย แต่คุ้มกับเงินที่เธอจะได้แน่นอน” เชอร์รี่รู้ดีว่านาริกากำลังประหม่ากับสถานที่แห่งนี้ ครั้งแรกที่เธอมาที่นี่ก็มีอาการเช่นเดียวกับเธอ เพียงไม่นานร่างสมส่วนตามคำล่ำลือก็ทอดกายออกมาจากห้องนอนของตัวเองพร้อมกับลูกน้องคนสนิท มาติเนสจ้องมองไปยังร่างเล็กที่ยืนก้มหน้าหงุด ดูเหมือนเธอกำลังกลัวจนตัวสั่น ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆให้กับท่าทางอันแสนจะไร้เดียงส่านั้น เขาอยากเห็นหน้าเธอชัดๆ แม่บ้านคนใหม่ของเขา…ทำไมเธอถึงไม่กล้าสบตากับเขาเลย ก่อนหน้านี้เขาไล่แม่บ้านคนเก่าออกเพราะเธอพยายามปีนขึ้นมาบนเตียงของเขา แต่พอดีว่าคนอย่าง ‘มาติเนส มัส’ ไม่ชอบกินของมั่ว เขาถึงได้ไล่เธอออกอย่างไม่สนใจใยดี เขาจะกิน….คนที่เขาอยากกินเท่านั้น “นาจ้ะ นี่คุณมาติเนส เจ้านายของเธอ นี่นาริกาค่ะคุณเนส แม่บ้านคนใหม่ของที่นี่” “สะสวัสดีค่ะ” นาริการวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มือเงยหน้าขึ้น ก่อนจะพนมมือกล่าวทักทายเขาตามขนบธรรมเนียมของประเทศไทยอย่างนอบน้อม ถึงเธอจะเห็นหน้าเขาเพียงเสี้ยววิ แต่รับรู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตร แต่นาริกาไม่กล้ามองเขานานกว่านี้ เพราะสายตาที่เขามองเข้าที่เธอมันทำให้เธอรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก มาติเนสแทบจะมองทะลุลงไปในกายสาว เข้าพิจารณาใบหน้ารูปไข่ของเธอได้แค่เพียงครู่ เธอก็ก้มลงหลบหน้าเขาอีกแล้ว “ขอบคุณมากคุณเชอร์รี่ เดี๋ยวผมให้วิวจัดการเรื่องเงินให้ หมดธุระของคุณแล้วก็กลับไปได้เลยนะ เดี๋ยวเรื่องแม่บ้านคนใหม่ผมจัดการเอง” น้ำเสียงเย็นยะเยือกสั่งออกไป เพียงแค่ได้ยินเสียงของเขา สันหลังของเธอก็เสียววาบขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้จริงๆ คนอะไรทำไมมีน้ำเสียงเย็นชาได้ขนาดนั้น ( ฉันไม่ชอบบรรยากาศที่น่าอึดอัดแบบนี้เลยอ่าาา คิดถูกหรือคิดผิดที่สมัครงานนี้ T_T ) “เดี๋ยวผมสอนงานเธอให้ครับ” “ไม่ต้อง….เดี๋ยวฉันจะสอนเธอเอง นายออกไปส่งคุณเชอร์รี่แล้วก็รอฉันอยู่ที่รถ เสร็จแล้วฉันจะลงไป” “เอ่อ ให้เชอร์รี่รอที่นี่ก่อนก็ได้ค่ะ พอดีเชอร์รี่เป็นคนมาส่งนาเอง เดี๋ยวนาไม่มีรถกลับ” ที่เชอร์รี่ต้องท้วง เพราะเธอเป็นห่วงนาริกา เธอไม่อยากทิ้งให้เด็กสาวต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่แสนอึดอัดเพียงคนเดียว “ตอนนี้เธอเป็นพนักงานของที่นี่แล้ว แค่เรื่องรถรับส่งผมจัดการให้ได้ เชิญคุณกลับไปพักผ่อนเถอะครับ” ในเมื่อเขายื่นคำขาดไปแบบนั้นแล้ว ก็ไม่มีใครกล้าขัดอะไรอีก วิวมองเจ้านายหนุ่มด้วยสายตาแปลกออกไป ทำไมเจ้านายของเขาถึงลงทุนสอนงานแม่บ้านคนใหม่ด้วยตัวเอง ถึงจะยังคาใจแต่ก็ยอมออกไปตามคำสั่งแต่โดยดี นาริกามองตามเชอร์รี่ตาละห้อย ถ้าทุกคนออกไปหมด ก็หมายความว่าเธอกับผู้ชายคนนี้ต้องอยู่ด้วยกันสองคนน่ะสิ ( ทำไงดี เธอไม่อยากอยู่กับเขาเลย เขาหล่อเกินไป หากเข้ามาใกล้กว่านี้มีหวังอกแตกตายกันพอดี )EP62.ตอนพิเศษ ในที่สุด และแล้ววันนี้ก็มาถึง….วันที่มาติเนสยืนใจจดใจจ่ออยู่หน้าห้องน้ำ ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วสำหรับการเดินหน้าปั๊มลูกอย่างจริงจัง เรียกได้ว่าเขายอมลางานทุกเสาร์-อาทิตย์เพื่อมาขลุกตัวอยู่กับร่างบางโดยเฉพาะเลยก็ว่าได้ คนรอบข้างเมื่อเห็นความตั้งใจของมาติเนสก็อดเอาใจเชียร์ไม่ได้ โดยเฉพาะแม่ของเขาที่ฟิตร่างกายเอาไว้รอเลี้ยงหลานๆโดยเฉพาะ ถ้าวันนี้ขึ้นสองขีดจริงๆ เขาจะโทรไปอวดวิวคนแรก เพราะไอ้หมอนั่นมันกำลังพยายามจะปั๊มลูกแข่งกับเขาอยู่! เรื่องแบบนี้มันยอมกันได้ที่ไหน แกร๊ก! ร่างหนาหันควับไปหาคู่หมั้นตัวน้อยที่เดินทำหน้าละห้อยออกมาจากห้องน้ำ สีหน้าและแววตาของเธอทำให้มาติเนสใจแป้ว….เธอทำหน้าเศร้าเหมือนกับว่าสิ่งที่เขาพยายามทำมาตลอดทั้งเดือนมันไม่สำเร็จเสียอย่างนั้น “เป็นไง กี่ขีด?” มาเฟียหนุ่มใจจดใจจ่อรอคำตอบจากร่างเล็ก “แด๊ดดี๊….จะโกรธไหมคะถ้า” นาริกาจงใจเว้นเอาไว้แค่นั้น เธอทำหน้าเศร้าราวกับว่าจะร้องไห้ หรือว่า…..ยังไม่ท้อง “ขึ้นขีดเดียวเหรอ” ร่างหนาเอ่ยขึ้นมาคล้ายละเมอ หากเป็นแบบนั้นจริง โลกทั้งใบของเขาคงถล่มลงมาตอนนี้แน่! นาริกาลอบยิ้มขึ้นมาเมื่อเ
EP61.ตอนพิเศษ ทนไม่ไหวอีกต่อไป หนึ่งเดือนต่อมา วันนี้มาติเนสขับรถมารับคู่หมั้นสาวตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็คือนาริกาไม่รับโทรศัพท์ของเขาเลย ชายหนุ่มขับรถมาถึงหน้าตึกที่แฟนสาวของตัวเองเรียนได้สักพัก แต่เขาไลน์ไปเธอก็ไม่ตอบ ร่างหนาบ่นพึมพัมกับตัวเองอยู่เล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปรอในร้านกาแฟที่อยู่ใต้ตึก “หรือว่าจะยังเรียนไม่เสร็จ” “ยินดีต้อนรับค่า” ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปพนักกงานก็เอ่ยทักทายอย่างสุภาพ พร้อมกับรอยยิ้มอันแสนสดใส แต่สายตาของมาติเนสไม่ได้สนใจคนที่กำลังยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ขายของเลย เขาสนใจแผ่นหลังของผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูคล้ายกับเมียของเขามากๆมากกว่า แต่เธอคนนั้นนั่งหันหลังให้เขา เขาจึงไม่ได้เห็นหน้าชัดๆว่าด้านหน้าของเธอนั้นสวยสู้เมียของเขาได้หรือเปล่า “ดอกไม้ช่อนี้พี่ให้ ‘น้องนา’ ครับ” มาติเนสเงียหูฟัง แวบแรกเขาคิดว่าตัวเองหูฝาดไป ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามยื่นดอกไม้ให้ผู้หญิงตรงหน้า แถมชื่อที่เอ่ยออกมามันละม้ายคล้ายคลึงกับชื่อของเมียเขาเหลือเกิน ไม่สิ….มันใช่ชื่อเดียวกันเลยต่างหาก! “เอ่อ…ทะทำไมพี่ท็อปถึงให้ดอกไม้นาละคะ?” ชัดเจน! มาติเนสตรัสรู
EP60. งานหมั้น ตอนจบ หนึ่งอาทิตย์ต่อมา นักข่าวหลายสำนักกำลังเตรียมกล้องและเตรียมตัวสำหรับการกดชัตเตอร์ วันนี้เป็นวันดีที่ตระกูลมัสได้เปิดเผยโฉมหน้าของประทานบริษัทอย่างMust Victory พร้อมกับข่าวดี เรื่องการหมั้นหมายของเขา แขกเหรื่อที่เชิญมาในวันนี้ก็มีแต่ญาติสนิทมิตรสหายของสองบ้าน พ่อแม่ของนาริกานั่งยิ้มอย่างมีความสุขที่ลูกสาวได้โตเป็นผู้ใหญ่แบบเต็มตัว แถมได้คนรักที่นิสัยดีอีกด้วย ด้านมาเรียมก็จัดเตรียมของหมั้นเอาไว้มากมาย ให้สมกับที่นาริกาเป็นสะใภ้คนโตของสองตระกูล อีกไม่กี่นาทีก็จะถึงฤกษ์ดีแล้ว ทุกคนนั่งประจำที่รอพิธีกรกล่าวเริ่มการสวมแหวนในอีกไม่นาน “ตามาร์คฝากดูแลหนูมีมี่ด้วยนะลูก” มาเรียมเดินมากำชับลูกชายก่อนจะเอาว่าที่ลูกสะใภ้อีกคนมาฝากเอาไว้กับลูกชายคนกลาง หลังจากนั้นนางก็เดินไปนั่งประจำที่ในฝั่งพ่อแม่ของฝ่ายเจ้าบ่าว “สวัสดีค่ะพี่มาร์ค วันนี้หล่อจังเลยนะคะ” มีมี่เอ่ยทักคู่หมั้นด้วยรอยยิ้มสดใส แต่เขากลับส่งสีหน้าเรียบเฉยมาให้เธออยู่ตลอดเวลา แต่ถึงกระนั้นเธอก็ไม่เคยลดละความพยายามในการเข้าหาเขาเลย “ขอบคุณครับ” เขาตอบแค่นั้นก่อนจะหันไปมองพี่ชายกับว่าที่พี่สะใภ้
EP59.ให้แม่ช่วย ตกเย็น วันนี้หญิงสาวจะได้มาค้างที่คฤหาสน์ตระกูลมัสเป็นครั้งแรก นาริกาตื่นตาตื่นใจกับงานเลี้ยงด้านนอกที่ถูกจัดขึ้นมาอย่างน่ารัก ก่อนที่เธอจะต้องตื่นตาตื่นใจมากกว่าเดิมเมื่อเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่แล้วพบกับการตกแต่งอันแสนหรูหรานั่น “มากันแล้วเหรอจ๊ะลูก” มาเรียมเมื่อเห็นเด็กๆทั้งสองเดินทางมาถึงแล้วก็รีบออกมาทักทาย “ครับแม่” “สวัสดีค่ะ” “จ้า เอาของไปเก็บกันก่อนแล้วค่อยลงมานะลูก เดี๋ยวคนอื่นๆก็คงทยอยมากันแล้ว” “ครับแม่….แม่ว่างไหมครับ พอดีผมมีเรื่องจะคุยด้วย” มาเรียมหันมามองลูกชายคนโตอย่างแปลกใจแต่ก็ไม่ถามออะไรออกไป “ว่างสิลูก เก็บของเสร็จแล้วก็ลงมาหาแม่แล้วกันนะ” “ครับ ปะ” นางยืนดูลูกชายเกินจูงมือแฟนตัวน้อยขึ้นไปชั้นบนด้วยรอยยิ้ม นี่สิความฝันของคนเป็นแม่ การได้เห็นลูกชายมีความสุขกับคนที่รัก เท่านั้นก็เพียงพอสำหรับนาง ต่อจากนี้คงเหลืออีกสองคนที่ยังไม่ลงหลักลงแหล่ง นางหวังว่ามาร์โคจะพอใจกับคู่หมั้นที่นางเลือกให้ เพราะถ้าเทียบระหว่างมาร์ตินกับมาร์โคแล้วคนที่เสี่ยงขึ้นคานมากที่สุดก็คือมาร์โค ชายหนุ่มผู้เงียบขรึม นางจึงจำต้องจัดหาคู่หมั้นมาให้ล