เข้าสู่ระบบEP9. ข้อเสนอสุดพิเศษ
นาริกาตื่นขึ้นมาอีกทีเป็นเวลาช่วงค่ำของวัน หญิงสาวขยุกขยิกร่างกายภายใต้ผ้าห่มผืนหนาหวังจะไล่ความเมื่อยล้า เเต่เมื่อเผลอออกแรงบริเวณเอว ใบหน้าหวานก็บิดเบ้ขึ้นมาโดยอัตโนมัติเพราะความเจ็บปวดรวดร้าวเล่นงานเธอเข้าอย่างจัง ร่างบางค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆเพื่อปรับโฟกัส เมื่อพบกับเพดานห้องที่ไม่คุ้นตา ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็หลั่งไหลเข้ามาในสมองของเธอเป็นฉากๆ นาริกาบอกไม่ถูกว่าตอนนี้เธอกำลังรู้สึกเช่นไร เธอเสียตัวครั้งแรกให้กับเจ้านายหนุ่มที่หล่อและรวยมาก ถ้าไปบอกให้คนอื่นฟังคงมีแต่คนอิจฉาเธอแน่ๆ ( ไม่อยากจะเชื่อเลย เหมือนความฝันมาก อื้อ เจ็บตรงนั้นชะมัด! ) หญิงสาวกัดฟันลุกขึ้นนั่ง มือบางดึงผ้าห่มขึ้นสูงเพื่อเช็คใต้ร่างของตัวเองก็พบว่าเธอไม่ได้สวมใส่อะไรอยู่เลย แก้มกลมดิกน่าจุ๊บแดงฉ่าขึ้นมาอีกระรอกเมื่อเห็นร่องรอยคราบน้ำต่างๆที่เปรอะเปื้อนเป็นวงๆอยู่บนที่นอน เธอควรเสียใจหรือดีใจกันแน่ที่ได้มีบทรักที่ยากจะลืมกับผู้ชายที่เฟอร์เฟคอย่างมาติเนส ว่าแต่….เธอกับเขาโดนยาปลุกเซ็กส์เล่นงานไม่ใช่หรือ ถึงตอนนั้นจะไม่ค่อยมีสติ แต่เธอก็จำทุกคำที่เขาพูดได้ แล้วยาแบบนั้นมันมาจากไหนกัน เธอไม่ได้กินอะไรลงท้องเลย นอกเสียจาก….น้ำส้มแก้วนั้น! “ตื่นแล้วหรอ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมา เขากะจะเข้ามาดูเธอเนี่ยแหละว่าเป็นยังไงบ้าง ชายหนุ่มเห็นเธอหลับใหลไปเสียหลายชั่วโมงอย่างสบายอารมณ์จึงไม่กล้าปลุกมากินยา ก่อนหน้านี้เธอไข้ขึ้นสูงจนเขาต้องเอาน้ำเย็นๆมาเช็ดตัวให้ ดูเหมือนว่าอาการของเธอจะดีขึ้นมามากแล้ว เมื่อเทียบจากหน้าตาที่ดูสดใสขึ้นกว่าเดิม “ค่ะ” นาริกาตอบกลับน้ำเสียงเบาหวิว เธอไม่กล้าหันไปสบตากับเขาด้วยซ้ำ ความรู้สึกเขินอายแล่นเข้ามาจุกอก ภาพที่เขาขย่มอยู่บนตัวเธอยังชัดเจนอยู่เลย จะไม่ให้เธออายได้ยังไง “ลุกไหวมั้ย ก่อนหน้านี้เธอไข้ขึ้น ฉันเลยเช็ดตัวให้” ไม่พูดเปล่าเขายังปรี่เข้ามาหาเธอ พร้อมกับใช้มือแนบหน้าผากนูนหมายวัดไข้อีกด้วย นาริกายิ่งแก้มแดงไปกันใหญ่ เมื่อโดนชายหนุ่มถึงเนื้อถึงตัว เขาเคยทำมากกว่านี้ก็จริง แต่ตอนนั้นเธอไม่ได้สตินะ! “นา…นาไม่เป็นไรแล้วค่ะ” “งั้นหรอ เธอจะอาบน้ำก่อนมั้ย แล้วค่อยออกไปกินข้าว” เขาพูดออกมาราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั่นแหละ เขาทำตัวนิ่งเฉยแบบนี้ได้ยังไงกัน “ค่ะ นาจะอาบน้ำก่อน” เธอบอกจุดประสงค์ของตัวเองออกไป เพราะอยากใช้เวลาทำใจกับตัวเองสักพักเหมือนกัน “ได้สิ งั้นฉันจะไปรอที่ห้องอาหารนะ อาบเสร็จแล้วก็ตามไป เสื้อผ้าหยิบเอาในตู้ได้เลย ชุดเธอเปียกอยู่ ฉันส่งไปซักให้แล้ว” หญิงสาวพยักหน้าเข้าใจให้เขา ก่อนที่เธอจะลากสังขารของตัวเองเดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างทุลักทุเล ซึ่งมาติเนสไม่ทันได้เห็นภาพนั้นเพราะเขาเดินออกไปก่อนจากห้องไปก่อนแล้ว นาริกาใช้เวลาอาบน้ำราวๆครึ่งชั่วโมงได้ เพราะกว่าเธอจะทำแต่ละอย่างได้นั้นกินเวลาไปไม่น้อยเลย ร่างบางตัดสินใจสวมชุดนักศึกษาที่ตัวเองใส่มาก่อนจะเปลี่ยนเป็นชุดทำงาน เพราะไม่อยากรบกวนเสื้อผ้าของเขา ——————————————————————— มาติเนสละสายตาจากจอไอแพดขึ้นมามองร่างอรชรที่เดินเข้ามานั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามด้วยอารมณ์คุกครุ่น นั่นก็เพราะชุดนักศึกษารัดรูปที่อยู่บนตัวเธอ ไม่ว่าจะมองกี่ที เขาก็ไม่เคยชอบใจไอ้ชุดนี่ของเธอเลยจริงๆ นอกจากข้างบนมันจะรัดก้อนเนื้อทั้งสองก้อนแล้ว แถมท่อนล่างมันยังสูงขึ้นมาจนแทบจะเห็นกางเกงในเสียด้วย นาริกาไม่ได้หันไปสนใจคนที่กำลังนั่งทำหน้าตาบูดบึ้งเลยสักนิด ตอนนี้เธอหิวจนจะกินช้างไปได้ทั้งตัวอยู่แล้ว ก่อนจะมาทำงานเธอทานข้าวไปแค่นิดเดียว กะว่าทำงานเสร็จค่อยไปหาอะไรอร่อยๆกินที่ตลาดนัดหน้ามอ แต่เรื่องไม่คาดคิดก็ดันมาเกิดขึ้นเสียก่อน เธอโดนเขาสูบแรงกายไปจนหมดสิ้น ตอนนี้จึงหิวจนตาลายไปหมดแล้ว “หิวก็กิน กินเสร็จแล้วก็กินยา” มือหนายื่นถุงยาให้คนตรงหน้า ซึ่งนาริกาก็ยอมรับมาไว้ในมือแต่โดยดี “กินทั้งหมดนั่นแหละ ตัวเธอยังรุมๆอยู่ กินยาแก้อักเสบไปด้วย ตรงนั้นของเธอมันน่าจะอักเสบ ตอนฉันเช็ดตัวเห็นมันยังบวมอยู่เลย แล้วก็ยาคุมฉุกเฉินกินไปด้วย แบบเม็ดเดียวกินง่าย ฉันเผลอปล่อยในใส่เธอไปหลายรอบเลย ต้องขอโทษด้วย” นาริกาก้มหน้างุดด้วยความกระดากอาย ทำไมเขาถึงได้กล้าพูดเรื่องพวกนั้นออกมาได้หน้าตาเฉย ผิดกับเธอที่อยากจะวิ่งออกไปให้พ้นจากห้องนี้เสียรู้แล้วรู้รอด เขาจะตอกย้ำเรื่องพวกนั้นกับเธอทำไม ปล่อยให้เธอกินยาเงียบๆไปคนเดียวไม่ได้หรือไง “เป็นอะไร…เขินจนหน้าแดงเลยหรอ” เห็นท่าทางน่ารักของเธอเขาก็อดที่จะแซวไม่ได้ “คุณเนส! พูดเรื่องแบบนั้นออกมาหน้าตาเฉยได้ยังไงคะ” เธอเงยหน้าขึ้นมาตอบกลับเขาหลังจากที่รวบรวมสติของตัวเองสำเร็จแล้ว “เรื่องปกติ เดี๋ยวเธอก็ชิน” เขากระตุกยิ้มร้ายส่งให้เธอ ซึ่งนั่นทำให้นาริกาฉงน เดี๋ยวก็ชินหมายความว่ายังไง “คุณเนสหมายความว่ายังไงคะ” “กินข้าวก่อน เดี๋ยวค่อยคุย ฉันว่าเธอกำลังโมโหหิวอยู่นะ” นาริกาไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงอะไรกับเขาอีก เธอนั่งทานข้าวผัดไปเงียบๆ จนหมดจานเพราะหิวมากจริงๆ เพิ่งมานึกกลัวทีหลังว่าเขาเอาอะไรแปลกๆให้เธอกินอีกหรือเปล่า เพราะก่อนหน้านี้เธอทรมานเพราะยาบ้านั่นจนแทบบ้า “ทำไมทำหน้าแบบนั้น” คนที่แอบสั่งเกตุร่างบางอยู่ตลอดเวลาเอ่ยถามเมื่อเห็นเธอมองจานข้าวด้วยแววตากังวล “เอ่อ คุณเนสได้เอาอะไรแปลกๆให้นากินอีกไหมคะ” “ไม่นะ ข้าวผัดจานนั้นฉันทำเองกับมือ ไม่ได้ใส่ยาอะไรแปลกๆให้เธอกินอีกหรอก ส่วนเรื่องน้ำผลไม้ที่เรากินไป ฉันกำลังส่งคนให้ไปจัดการไอ้ตัวต้นเหตุอยู่” เขาอธิบายให้เธอเข้าใจถึงเรื่องนี้ เพราะเธอคือคนที่ได้รับความเสียหายจากเรื่องนี้เหมือนกัน “ใครคะ ทำไมถึงส่งของแบบนั้นมาให้คุณเนส” ร่างบางเอ่ยถามด้วยความสงสัย ก่อนจะกินยาทั้งสามเม็ดลงท้องไปพร้อมกันหมด “ไอ้พวกหมาลอบกัด ไม่ต้องไปสนใจหรอก กินเสร็จแล้วใช่ไหม” “ค่ะ” เธอพยักหน้าหงึกหงัก ดูเหมือนเขามีอะไรจะพูดกับเธอตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว “รับนี่ไปสิ” มือหนาหยิบกระดาษเช็คใบยาวยื่นให้คนตรงหน้า เขาอยากรับผิดชอบค่าพรหมจรรย์ของเธอ เขารู้ดีว่านั่นคือสิ่งที่เธอหวงแหนและเขาไม่ควรพรากมันไปฟรีๆ “นะหนึ่งล้าน! ค่าอะไรคะ” นาริกามือสั่น เธอเพิ่งเคยถือเงินจำนวนมากขนาดนี้เอาไว้ในมือ “ฉันเป็นคนทำลายพรหมจรรย์ของเธอนี่ รับเอาไว้เถอะ ฉันไม่อยากได้มันมาฟรีๆ” นาริกาถึงบางอ้อ เขาทำแบบนี้ไม่ต่างอะไรจากการซื้อตัวเธอไปร่วมเตียง เขาตีค่าเธอเป็นเงินตามแบบฉบับของคนรวยสินะ “แต่นาไม่ได้คิดมากนะคะ มันเป็นเหตุสุดวิสัย เราสองคนไม่มีสติกันทั้งคู่” เเววตาจริงจังกับคำพูดที่ดูไม่ได้คิดอะไรของนาริกาทำเอามาติเนสคิ้วกระตุก กลับกลายเป็นเขาเองหรือที่คิดมากไปเองว่าเธอจะต้องเสียใจหลังจากที่ได้สติกลับคืน ดูเหมือนว่านาริกาจะไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นจริงๆ เพราะหน้าตาอันใสซื่อของเธอดูไม่ได้รู้สึกเสียใจเลยสักนิดที่โดนเขาเจาะไข่แดง ( นี่เธอไม่คิดจะติดใจในเซ็กส์ของฉันบ้างเลยหรือไง! ) “เธอว่าไงนะ หรือฉันยังให้เธอไม่มากพอ งั้นฉันมีข้อเสนอสุดพิเศษให้เธอ มาเป็นคู่นอนของฉัน แล้วเธอจะได้เงินเยอะกว่านี้อีก” ที่เขาต้องเปิดทางให้เธอแบบนี้ เป็นเพราะเขาเองที่แอบติดใจในร่างกายของเด็กสาว จนอยากจะจับเธอมากระแทกอีกรอบให้มันรู้เเล้วรู้รอดไปเสีย ยิ่งชุดที่เธอใส่มันล่อตาเสือล่อตาจระเข้ขนาดนี้ ใครจะไม่ของขึ้นบ้างล่ะ “คู่นอน? คุณเนสหมายถึงความสัมพันธ์ที่ไม่มีสถานะ แค่มีเซ็กส์กันเฉยๆน่ะหรอคะ” ถึงเธอจะเพิ่งเคยเสียตัวให้กับเขาเป็นครั้งแรก แต่ก็พอจะเคยได้ยินถึงความสัมพันธ์แบบนี้มาก่อน ซึ่งมันทำให้นาริการู้สึกไม่พอใจอยู่ลึกๆ มันเหมือนกับว่าเขากำลังดูถูกเธอและบังคับให้เธอกลายเป็นผู้หญิงที่เห็นแก่เงิน ทั้งๆที่เธอไม่ใช่คนแบบนั้น “ใช่ ถ้าเธอตกลงฉันจะร่างสัญญาให้ตอนนี้เลย” เขาตอบออกมาน้ำเสียงจริงจัง ซึ่งนั่นช่วยตอกย้ำได้เป็นอย่างดีว่าเขาไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรต่อเธอเลย นอกเสียจากอยากได้ร่างกายของเธอเท่านั้น นาริกามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสีหน้าตัดพ้อ หัวใจดวงน้อยสั่นระริก เขาเป็นผู้ชายคนแรกของเธอ คงไม่แปลกใช่ไหมที่เธอจะกำลังรู้สึกหวั่นไหวกับเขา แต่ถ้าหากเขาจะมองเธอเป็นเพียงคู่นอน นาริกาก็ขอที่จะหยุดความรู้สึกของตัวเองเอาไว้เพียงแค่นี้ อย่าให้มันถลำลึกไปมากกว่านี้เลย เพราะเธอไม่อยากเจ็บปวดอยู่คนเดียว “คุณเนสคงทำแบบนี้บ่อยใช่ไหมคะ” เธอถามออกไปเพราะเห็นเขาเตรียมพร้อมที่จะทำสัญญามาให้เธอเซ็นเสียเต็มประดา คนหล่อและรวยอย่างเขาคงจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับการมีคู่นอนเต็มไปหมด “ไม่นะ ข้อเสนอนี้ฉันมีให้เธอแค่คนเดียว กับคนอื่นฉันเคยแค่ซื้อกิน ไม่เคยนอนกับใครพร่ำเพื่อ” เขาอธิบายน้ำเสียงเรียบ คำพูดนั้นทำเอานาริกาหัวใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก เหมือนเธอจะสำคัญแต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้มีข้อผูกมัดทางใจอยู่ดี “นาก็เหมือนกันค่ะ ไม่เคยนอนกับใครพร่ำเพื่อ” เธอมองเขาด้วยสายตาแน่วแน่ เพื่อจะสื่อว่าไม่ต้องการนอนกับเขาอีกไป หากเธอไม่โดนฤทธิ์ยาเล่นงาน คงไม่มีทางที่เธอจะยอมพลีกายให้ผู้ชายโดยปราศจากความรักหรอก “เธอต้องการจะสื่ออะไร” “นาขอไม่รับข้อเสนอที่คุณให้มาค่ะ นานอนกับคนที่ไม่มีความรู้สึกทางใจให้กันไม่ได้หรอก” “แต่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนเราเพิ่งนอนด้วยกันนะ แถมเธอดูจะสุขสมไปมากกว่าฉันเสียอีก” เขาจงใจพูดให้เธอรู้สึกอายและยอมรับความจริงว่าถึงอย่างไรเขากับเธอก็ได้กันไปแล้ว ไม่มีอะไรไปเปลี่ยนความจริงพวกนั้นได้ สุดท้ายความสัมพันธ์ทางกายที่เธอต้องการมันจะไม่มีวันเกิดขึ้นกับเขาแน่ๆ เพราะเขาอยู่ในจุดที่ไม่สามารถรักใครได้ทั้งนั้น “นั่นมันเป็นเหตุสุดวิสัยค่ะ ต่อจากนี้นาจะทำแบบนั้นกับคนที่นารักและเขาก็รักนาเท่านั้น” เธอยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ ก่อนหน้านี้เธอก็แค่บังเอิญเสียตัวให้เขาก็เท่านั้น คนสมัยนี้ไม่มีใครมาติดใจเรื่องแบบนี้กันหรอก “เหมือนเธอกำลังเรียกร้องความรักจากฉันอยู่นะนาริกา” “ต้องขอโทษคุณเนสจริงๆค่ะ นาไม่ได้ต้องการให้คุณเนสมารักหรือมาชอบอะไรในตัวนาอยู่แล้ว นารู้ตัวดีว่าเราสองคนต่างกันมาก คงไม่เหมาะสมกันหรอกค่ะ” คำพูดของมาติเนสเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงที่ราดลงไปในกองเพลิงได้เป็นอย่างดี ถึงแม้เขาจะเป็นคนได้เยื่อบางๆของเธอไป แต่เธอก็ไม่เคยคิดทำตัวน่าสมเพช ริอาจไปร้องขอความรักจากเขาหรอก “ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” มาติเนสเริ่มเหงื่อตก คำพูดของเขาดันทำให้ลูกแกะตัวน้อยเข้าใจผิดไปเสียได้ “ไม่เป็นหรอกค่ะ นาเข้าใจ เช็คใบนี้นาขอรับเอาไว้ก็แล้วกันนะคะ ถือว่าเป็นค่าตัวของนาแล้วก็ถือเสียว่าเป็นค่าความรับผิดชอบที่คุณเนสเป็นคนทำให้นาต้องกินยาบ้าๆนั่น” มาติเนสสะอึกให้กับคำประชดประชันของคนตัวเล็ก ตอนนี้เธอคงมองเขาเป็นผู้ชายที่แย่เต็มทน แล้วเขาต้องทำอย่างไรเธอถึงจะยอมกลับมาอยู่ใต้ร่างของเขาอีกครั้ง เห็นเป็นคนซื่อๆไม่คิดเลยว่าเธอจะประชดได้เจ็บแสบขนาดนั้น “อย่าประชดฉันนะนาริกา แล้วเรื่องของเราล่ะ เธอจะทำยังไง จะให้กลับไปทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นงั้นหรอ”EP62.ตอนพิเศษ ในที่สุด และแล้ววันนี้ก็มาถึง….วันที่มาติเนสยืนใจจดใจจ่ออยู่หน้าห้องน้ำ ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วสำหรับการเดินหน้าปั๊มลูกอย่างจริงจัง เรียกได้ว่าเขายอมลางานทุกเสาร์-อาทิตย์เพื่อมาขลุกตัวอยู่กับร่างบางโดยเฉพาะเลยก็ว่าได้ คนรอบข้างเมื่อเห็นความตั้งใจของมาติเนสก็อดเอาใจเชียร์ไม่ได้ โดยเฉพาะแม่ของเขาที่ฟิตร่างกายเอาไว้รอเลี้ยงหลานๆโดยเฉพาะ ถ้าวันนี้ขึ้นสองขีดจริงๆ เขาจะโทรไปอวดวิวคนแรก เพราะไอ้หมอนั่นมันกำลังพยายามจะปั๊มลูกแข่งกับเขาอยู่! เรื่องแบบนี้มันยอมกันได้ที่ไหน แกร๊ก! ร่างหนาหันควับไปหาคู่หมั้นตัวน้อยที่เดินทำหน้าละห้อยออกมาจากห้องน้ำ สีหน้าและแววตาของเธอทำให้มาติเนสใจแป้ว….เธอทำหน้าเศร้าเหมือนกับว่าสิ่งที่เขาพยายามทำมาตลอดทั้งเดือนมันไม่สำเร็จเสียอย่างนั้น “เป็นไง กี่ขีด?” มาเฟียหนุ่มใจจดใจจ่อรอคำตอบจากร่างเล็ก “แด๊ดดี๊….จะโกรธไหมคะถ้า” นาริกาจงใจเว้นเอาไว้แค่นั้น เธอทำหน้าเศร้าราวกับว่าจะร้องไห้ หรือว่า…..ยังไม่ท้อง “ขึ้นขีดเดียวเหรอ” ร่างหนาเอ่ยขึ้นมาคล้ายละเมอ หากเป็นแบบนั้นจริง โลกทั้งใบของเขาคงถล่มลงมาตอนนี้แน่! นาริกาลอบยิ้มขึ้นมาเมื่อเ
EP61.ตอนพิเศษ ทนไม่ไหวอีกต่อไป หนึ่งเดือนต่อมา วันนี้มาติเนสขับรถมารับคู่หมั้นสาวตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็คือนาริกาไม่รับโทรศัพท์ของเขาเลย ชายหนุ่มขับรถมาถึงหน้าตึกที่แฟนสาวของตัวเองเรียนได้สักพัก แต่เขาไลน์ไปเธอก็ไม่ตอบ ร่างหนาบ่นพึมพัมกับตัวเองอยู่เล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปรอในร้านกาแฟที่อยู่ใต้ตึก “หรือว่าจะยังเรียนไม่เสร็จ” “ยินดีต้อนรับค่า” ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปพนักกงานก็เอ่ยทักทายอย่างสุภาพ พร้อมกับรอยยิ้มอันแสนสดใส แต่สายตาของมาติเนสไม่ได้สนใจคนที่กำลังยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ขายของเลย เขาสนใจแผ่นหลังของผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูคล้ายกับเมียของเขามากๆมากกว่า แต่เธอคนนั้นนั่งหันหลังให้เขา เขาจึงไม่ได้เห็นหน้าชัดๆว่าด้านหน้าของเธอนั้นสวยสู้เมียของเขาได้หรือเปล่า “ดอกไม้ช่อนี้พี่ให้ ‘น้องนา’ ครับ” มาติเนสเงียหูฟัง แวบแรกเขาคิดว่าตัวเองหูฝาดไป ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามยื่นดอกไม้ให้ผู้หญิงตรงหน้า แถมชื่อที่เอ่ยออกมามันละม้ายคล้ายคลึงกับชื่อของเมียเขาเหลือเกิน ไม่สิ….มันใช่ชื่อเดียวกันเลยต่างหาก! “เอ่อ…ทะทำไมพี่ท็อปถึงให้ดอกไม้นาละคะ?” ชัดเจน! มาติเนสตรัสรู
EP60. งานหมั้น ตอนจบ หนึ่งอาทิตย์ต่อมา นักข่าวหลายสำนักกำลังเตรียมกล้องและเตรียมตัวสำหรับการกดชัตเตอร์ วันนี้เป็นวันดีที่ตระกูลมัสได้เปิดเผยโฉมหน้าของประทานบริษัทอย่างMust Victory พร้อมกับข่าวดี เรื่องการหมั้นหมายของเขา แขกเหรื่อที่เชิญมาในวันนี้ก็มีแต่ญาติสนิทมิตรสหายของสองบ้าน พ่อแม่ของนาริกานั่งยิ้มอย่างมีความสุขที่ลูกสาวได้โตเป็นผู้ใหญ่แบบเต็มตัว แถมได้คนรักที่นิสัยดีอีกด้วย ด้านมาเรียมก็จัดเตรียมของหมั้นเอาไว้มากมาย ให้สมกับที่นาริกาเป็นสะใภ้คนโตของสองตระกูล อีกไม่กี่นาทีก็จะถึงฤกษ์ดีแล้ว ทุกคนนั่งประจำที่รอพิธีกรกล่าวเริ่มการสวมแหวนในอีกไม่นาน “ตามาร์คฝากดูแลหนูมีมี่ด้วยนะลูก” มาเรียมเดินมากำชับลูกชายก่อนจะเอาว่าที่ลูกสะใภ้อีกคนมาฝากเอาไว้กับลูกชายคนกลาง หลังจากนั้นนางก็เดินไปนั่งประจำที่ในฝั่งพ่อแม่ของฝ่ายเจ้าบ่าว “สวัสดีค่ะพี่มาร์ค วันนี้หล่อจังเลยนะคะ” มีมี่เอ่ยทักคู่หมั้นด้วยรอยยิ้มสดใส แต่เขากลับส่งสีหน้าเรียบเฉยมาให้เธออยู่ตลอดเวลา แต่ถึงกระนั้นเธอก็ไม่เคยลดละความพยายามในการเข้าหาเขาเลย “ขอบคุณครับ” เขาตอบแค่นั้นก่อนจะหันไปมองพี่ชายกับว่าที่พี่สะใภ้
EP59.ให้แม่ช่วย ตกเย็น วันนี้หญิงสาวจะได้มาค้างที่คฤหาสน์ตระกูลมัสเป็นครั้งแรก นาริกาตื่นตาตื่นใจกับงานเลี้ยงด้านนอกที่ถูกจัดขึ้นมาอย่างน่ารัก ก่อนที่เธอจะต้องตื่นตาตื่นใจมากกว่าเดิมเมื่อเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่แล้วพบกับการตกแต่งอันแสนหรูหรานั่น “มากันแล้วเหรอจ๊ะลูก” มาเรียมเมื่อเห็นเด็กๆทั้งสองเดินทางมาถึงแล้วก็รีบออกมาทักทาย “ครับแม่” “สวัสดีค่ะ” “จ้า เอาของไปเก็บกันก่อนแล้วค่อยลงมานะลูก เดี๋ยวคนอื่นๆก็คงทยอยมากันแล้ว” “ครับแม่….แม่ว่างไหมครับ พอดีผมมีเรื่องจะคุยด้วย” มาเรียมหันมามองลูกชายคนโตอย่างแปลกใจแต่ก็ไม่ถามออะไรออกไป “ว่างสิลูก เก็บของเสร็จแล้วก็ลงมาหาแม่แล้วกันนะ” “ครับ ปะ” นางยืนดูลูกชายเกินจูงมือแฟนตัวน้อยขึ้นไปชั้นบนด้วยรอยยิ้ม นี่สิความฝันของคนเป็นแม่ การได้เห็นลูกชายมีความสุขกับคนที่รัก เท่านั้นก็เพียงพอสำหรับนาง ต่อจากนี้คงเหลืออีกสองคนที่ยังไม่ลงหลักลงแหล่ง นางหวังว่ามาร์โคจะพอใจกับคู่หมั้นที่นางเลือกให้ เพราะถ้าเทียบระหว่างมาร์ตินกับมาร์โคแล้วคนที่เสี่ยงขึ้นคานมากที่สุดก็คือมาร์โค ชายหนุ่มผู้เงียบขรึม นางจึงจำต้องจัดหาคู่หมั้นมาให้ล
EP58.เปิดตัว “อื้ออ” ร่างบางค่อยๆลืมตาขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่นอนหลับไปอีกเป็นชั่วโมง นอกจากจะยังปวดหัวอยู่เธอยังรู้สึกแสบช่วงล่างอยู่นิดๆ เพราะบทลงโทษของแฟนหนุ่มที่อยากจะสั่งสอนเธอเรื่องการใส่ชุดเซ็กซี่เมื่อคืน ที่จริงชุดนั้นเธอไม่ได้เลือกเอง แต่เพื่อนทั้งสามคนรบเร้าให้ใส่ นาริกาก็แค่อยากจะตามใจเพื่อนเท่านั้น แต่ไม่เป็นไรหรอก เธอไม่ได้โกรธมาติเนสเลย ที่เขาลงโทษเธอแบบนั้น เธอผิดเองด้วยที่ไม่ได้บอกเขาแต่แรกว่าจะใส่ชุดนั้น นาริกาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คข้อความและคุยกับเพื่อนนิดหน่อย ก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำแล้วเดินออกไปหาเจ้าของห้องที่ไม่รู้ว่าหายโกรธตัวเองหรือยัง “แด๊ดดี๊….ทำอะไรอยู่คะ” น้ำเสียงหวานๆเอ่ยถามออกไปเมื่อเห็นว่าคนตัวโตกำลังยืนยุกยิกๆอยู่บริเวณโต๊ะอาหาร “ตื่นแล้วหรอ…มากินข้าวสิ วันนี้มีซุปแก้แฮงค์ด้วยนะ ปวดหัวใช่หรือเปล่า จุ๊บ” เข้าเดินมาหาเธอพร้อมกับจุ๊บลงหัวเหม่งเบาๆ “หายโกรธแล้วหรอคะ” เธอจ้องเขาพร้อมกับทำตาปริบๆ “อื้ม ซัดไปขนาดนั้น หายโกรธแล้วล่ะ แต่…ถ้ามีรอบหน้าเมื่อไหร่ โดนหนักกว่านั้นแน่” นาริกาได้แต่ยิ้มเจื่อนๆส่งไปให้เพราะเธอรู้ดีว่าเขาพูดจริง
EP57.ข้อแลกเปลี่ยน หลายอาทิตย์ต่อมา มาติเนสยืนเล่นอยู่ริมระเบียง วันนี้นาริกาขอออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนหลังจากเรียนเสร็จ ซึ่งมาติเนสก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาดีใจเสียอีกที่นาริกาเจอเพื่อนที่เข้ากันได้ แต่ที่เขาต้องมายืนคิดอะไรเงียบๆอยู่คนเดียวตรงนี้ก็เพราะว่า มันมีเรื่องนึงที่คาอยู่ในใจของเขามาเป็นเดือนแล้ว เขารอคนตัวเล็กพร้อมไปเจอครอบครัวของเขาอยู่ แต่นาริกาก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย ยิ่งช่วงนี้เธอเรียนหนัก เขาจึงไม่อยากทวงถาม แต่อาทิตย์หน้าจะถึงงานแต่งงานของมารีน่าแล้ว เขาอยากพาเธอไปแนะนำให้ครอบครัวของเขารู้จัก เพราะไม่ได้อยากปิดบังเรื่องนี้เลย ไม่ทันที่ร่างหนาจะคิดอะไรไปมากกว่านั้น โทรศัพท์เครื่องหรูที่ซ่อนเอาไว้ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นขึ้นมาเสียก่อน และเมื่อหยิบขึ้นมาดู เขาก็รู้ได้ในทันทีว่าคนที่โทรเข้ามาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือแฟนสาวตัวน้อยของเขานั่นเอง “ว่าไงครับ? เที่ยวสนุกหรือเปล่า” ‘สนุกค่ะแด๊ดดี๊ วันนี้นิสาซื้อกระเป๋าให้นาด้วยค่ะ นาบอกว่าไม่ยากได้เพื่อนก็ไม่ฟังเลย’ มาติเนสระบายยิ้มออกมาน้อยๆ น้ำเสียงอ้อแอ้ของนาริกาเวลาเธอบ่นเขารู้สึกชินไปเสียแล้ว หากวันไหนไม่ได้ยินก







