หน้าหลัก / รักโบราณ / หวนคำนึง / ข้ามิได้ย้ายกลับมาเพื่อมานอนคุยกับเงาตัวเอง 2

แชร์

ข้ามิได้ย้ายกลับมาเพื่อมานอนคุยกับเงาตัวเอง 2

ผู้เขียน: กัวซืออวี่
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-30 13:33:59

“เฉิงอี้ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ขุนนางทั้งสองข้างยังยึดมั่นในหลักการและประเพณี รัชทายาทยังมีประโยชน์แก่เรา คนที่เจ้าควรจะหวั่นวิตกคือหยางจื่อถงมิใช่รัชทายาท”

“ให้กระหม่อมระแวงคนที่ถือดาบมาช่วยกระหม่อม และปล่อยปละคนที่ถือดาบหมายจะฆ่ากระหม่อมหรือ ไม่น่าขันเกินไปหรือพ่ะย่ะค่ะ หากวันนั้นหยางจื่อถงไม่เข้ามาช่วยแล้วกระหม่อมตายตกไปฝ่าบาทย่อมแจ้งแก่พระทัยว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น แคว้นที่เรืองอำนาจแต่พร่องเรื่องเงินทอง ต่อให้สู้รบเก่งกาจเพียงใดก็ล้มตายอย่างอนาถ เงินในท้องพระคลังของฝ่าบาทกระหม่อมเป็นคนหามาถวายได้ กระหม่อมก็ทวงมันคือจากพระองค์ได้เช่นกัน รัชทายาทที่เสวยสุขบนกองเงินแห่งหยาดเหงื่อของราษฎรหากเขาทำสิ่งใดไม่ชอบ กระหม่อมจะลากคอเขามาสยบแทบเท้าทุกคนในแผ่นดินด้วยตนเอง”

“เฉิงอี้...เช่นนั้นไยเจ้าไม่มาเป็นรัชทายาทเสียเอง” จิ้นอ๋องยิ้มกว้างกว่าเก่า แต่มิใช่รอยยิ้มแห่งความปรารถนาอันร้ายลึก แต่เป็นรอยยิ้มแห่งความเวทนาต่อชะตากรรมของตนเองในยามนี้ และรับฟังถ้อยดำรัสตัดพ้อของหวงตี้โดยไม่เอ่ยแย้งทั้งๆ ที่ควรเป็นเขาที่ตัดพ้อในเรื่องนี้ “แม้แต่ตำแหน่งรัชทายาทเราก็ให้เจ้าได้โดยไม่ต้องคิด ขุนนางจะห้ามปรามเราก็พร้อมสู้เพื่อเจ้าได้ แต่ไยเจ้าไม่ปรารถนาในสิ่งที่อ๋องทั้งหลายปรารถนาบ้าง หากว่าเจ้าเอ่ยมาเพียงสักครึ่งคำ กระตือรือร้นอยากได้ในบัลลังก์แม้สักเล็กน้อย เราผู้เป็นบิดาจะจับมันวางในมือของเจ้าโดยเร็ว”

“อย่าทรงบีบบังคับกระหม่อมไปมากกว่านี้ อย่าทรงดึงกระหม่อมให้อยู่ในขุมนรกไปมากกว่านี้เลยพ่ะย่ะค่ะ เพราะนั่นไม่ใช่ที่ของกระหม่อม”

“เช่นนั้นก็อย่ามายุ่งหรือขวางทางเรา ไม่มีสิ่งใดที่เราต้องการแล้วไม่ได้มา เจ้าเหมือนเรามากกว่าบุตรคนอื่น เราทราบดีว่ายามนี้เจ้าคิดเช่นไร แต่หยุดความคิดนั้นเสียและปล่อยให้ข้าจัดการทุกอย่าง อย่าคิดแม้แต่จะมาขวางทางเรา เราทำร้ายเจ้าไม่ได้ แต่ใช่ว่าเราจะยอมปล่อยให้เจ้ามาทำลายสิ่งที่เราพยายามจะสร้างขึ้นมา”

“...พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะไม่สอดมือเข้าไปยุ่ง แต่วันใดเรื่องนี้เกี่ยวโยงมาถึงกระหม่อมเอง กระหม่อมจะจัดการทุกอย่างให้สิ้นซากเช่นกัน ฝ่าบาททรงทราบว่ากระหม่อมทำได้ทุกอย่าง มิเช่นนั้นรัชทายาทคงไม่หวั่นเกรงในการมีชีวิตของกระหม่อมถึงเพียงนี้” จิ้นอ๋องลุกขึ้นยืน ประสานมือคารวะหวงตี้ “ต้องขอพระราชทานอภัย วันนี้เย็นย้ำแล้วกระหม่อมยังมีเรื่องอีกมากที่ต้องจัดการ เฉิงอี้ทูลลา”

หวงตี้แห่งต้าเซี่ยทอดพระเนตรมองพระราชโอรสของที่ทรงพึงพระทัยมาแต่ไหนแต่ไร พลางแย้มสรวลขึ้น “สิ่งที่เจ้าและเราต้องการนั้นเหมือนกัน เพียงแต่วิธีการต่างกันเท่านั้นเฉิงอี้”

จ้าวซือหงไม่เข้าใจทุกอย่างรอบๆ กาย แต่ทว่าก็มิใช่เรื่องยากที่จะปรับตัว แต่อย่างไรเสียจะให้พูดว่าไม่มีเรื่องยากเลยก็กระไรอยู่ ในเมื่อเรื่องยุ่งยากที่ว่านั้นนั่งจ้องหน้านางเขม็งในยามนี้!

“ท่านจ้องข้าปานนี้จะจับข้ากลืนลงท้องหรือไร” จ้าวซือหงนั่งประจันหน้ากับหยางจื่อถงบนเตียงเตา เขาจ้องนางมา นางก็จ้องเขากลับ จนอีกฝ่ายได้แต่หน้านิ่วคิ้วขมวดกว่าเก่า

“เจ้าไม่ให้ข้านอนที่นี่แล้วจะให้ไปนอนที่ใด”

หยางจื่อถงเอ่ยถามด้วยเสียงเรียบ ทั้งๆ ที่ภายในใจอยากจะตะโกนออกมาเสียงดังว่านางจะกลั่นแกล้งเขารึ! มีอย่างที่ไหนกลับมานอนจวนตัวเองแต่ภรรยากลับไล่ตะเพิดให้ไปนอนที่อื่น นางทั้งผลักทั้งดันยามเมื่อเขาก้าวเข้ามาในห้อง แต่เขาก็ด้านหน้าพาตัวเองมานั่งปักหลักอยู่บนเตียงและจ้องนางอย่างเอาเป็นเอาตายเช่นนี้

“ห้องหับใจจวนทั้งมากมาย ไยต้องมานอนห้องนี้”

“ซือหงเราเป็นสามีภรรยากัน อีกอย่างข้ามิได้ย้ายกลับมาเพื่อมานอนคุยกับเงาตัวเอง”

“ข้าไม่มีความทรงจำใดๆ เลย”

“นั่นไม่ใช่เหตุผล แต่เป็นข้ออ้าง”

ไร้ความทรงจำแล้วอย่างไร นั่นคือเหตุที่ทำให้เขาต้องไปนอนที่อื่นหรือ ฝันไปเถอะ!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หวนคำนึง   ผู้ต้องสงสัย 2

    “ขายออกไปให้กับคนสองคน คนหนึ่งจ่ายด้วยตั๋วเงินสภาพยับเยินยากจะสืบหาเจ้าคน อีกคนหนึ่งจ่ายด้วยทองคำทั้งหมด ส่วนคนที่มาซื้อนั้นเป็นเพียงนกต่อเท่านั้น”สองสามีภรรยาที่คิดไม่ตกต่อเรื่องทั้งปวงที่ยุ่งเหยิงเกินพรรณนาต้องมานั่งใคร่ครวญในสิ่งที่หวางมู่หามาได้ คราแรกหยางจื่อถงต้องการยาถอนพิษมาไว้ในมือของเขา เผื่อเกินสิ่งใดขึ้นจะได้ทันการณ์ อีกทั้งจะได้สืบสาวถึงคนที่คิดร้าย แต่ทว่าสิ่งที่เขาได้รับทราบกลับสร้างเรื่องน่าวิตกขึ้นมาอีกเรื่องราวกับเป็นเรื่องราวที่ไม่รู้จบ“สภาพตั๋วเงินยับเยิน และทองคำทั้งหมด” หยางจื่อถงทวนสิ่งที่ได้ยิน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด นึกถึงความเป็นไปได้ของเจ้าของทรัพย์สินเหล่านั้น และนั่นคือข้อมูลทั้งหมดในยามนี้ที่เขามี นอกจากนั้นล้วนว่างเปล่า หากอยากจะรู้ให้แน่ชัด ก็คงต้องเอ่ยถามจ้าวซือหงที่หลับใหลอยู่ที่ใดสักที่พร้อมกับความทรงจำสามปีที่ผ่านมากระมัง“คนรอบกายท่านที่คิดร้ายต่อเรา มีทั้งคหบดีและยาจกหรือ” เสียงของจ้าวซือหงเรียกความสนใจของบุรุษที่ใคร่ครวญทุกอย่างด้วยความเคร่งเครียดทันที “ยาจกผู้นั้นเพียรสะสมตั๋วเงินจำนวนมากเพื่อมาซื้อยาพิษและทำร้ายข้า ส่วนอีกผู้ก็มั่งมี

  • หวนคำนึง   ผู้ต้องสงสัย 1

    หยางจื่อถงมองพินิจสตรีที่หลับใหลไปด้วยความเหนื่อยอ่อน มือกร้านลูบศีรษะของนางอย่างปลอบประโลม ทุกอย่างดูหนักหนาสาหัสกับนางเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เป็นเพียงสตรีแต่กลับแบกเรื่องหนักหนาเอาไว้มากมาย แล้วก่อนหน้านี้เล่านางต้องเผชิญสิ่งใดบ้างยามที่เขาไม่อยู่ ยามที่เขาเอาชีวิตของตนเองปกป้องแผ่นดินนี้อย่างสุดกำลัง ภรรยาของเขานั้นต้องทนทุกข์อยู่กับสิ่งใดบ้าง“นายท่านขอรับ” เสียงจากคนสนิทเรียกให้หยางจื่อถงหลุดออกจากภวังค์แห่งความหม่นหมองภายในจิตใจ แต่ทว่าก็ยังไม่ละสายตาไปจากภรรยาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง “ซ่งจื่อรุ่ยเขียนเทียบยาถอนพิษไว้แล้วขอรับ ท่านจะให้ข้าทำอย่างไรต่อไป”“ไปที่ร้านขายยา ถามหายาถอนพิษ สอบถามว่าภายในสองสามเดือนมานี้มีผู้ใดซื้อยาถอนพิษ หรือยาลืมเลือนเจ็ดราตรีบ้างหรือไม่ หากเขาไม่ยอมเปิดปากก็ใช้เงินทองทำให้พวกมันพูด หากยังไม่ยอมพูด ก็ทำตามที่เจ้าเห็นว่าสมควร”“ขอรับ”“แล้วเจ้านั่น...มันหายหัวไปไหน”“ไม่ทราบขอรับ หลังจากทำงานให้ท่านเรียบร้อยก็หายตัวไปที่ใดก็มิทราบ”“มันทำงานเสร็จแล้ว...คงต้องกำจัดทิ้งแล้วกระมัง”“นายท่าน...”“มันทำข้าก่อนหวางมู่ มันทำข้าก่อนทั้งสิ้น” นัยน์ตาแดงก่ำเอ่ยด้วยคว

  • หวนคำนึง   พิษลืมเลือนเจ็ดราตรี 3

    “แล้วเหตุใดจึงเป็นเพียงความทรงจำช่วงหนึ่งเท่านั้นเล่า” หยางจื่อถงตั้งคำถาม“เรื่องนั้นเป็นไปได้สองทางคือ ความทรงจำที่หายไปนั้นสำคัญมากจนฮูหยินระลึกถึงมันอยู่ตลอด ดังนั้นเมื่อรับพิษไปจึงลืมเลือนทุกอย่างทีละนิดโดยที่ท่านไม่รู้ตัว หรือไม่ก็เป็นความทรงจำที่น่าหวาดหวั่นจนหวนนึกถึงอีกครั้งในช่วงที่จิตใจหวั่นวิตก และยาพิษนั่นจึงลบเลือนมันไปอย่างที่ท่านต้องการ”“แล้วทางแก้เล่า”“มียาถอนพิษนี้...เพียงแต่ไม่อาจใช้กับฮูหยินได้”“ทำไม!” หยางจื่อถงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือปนไปด้วยความไม่พอใจ อย่างไม่อาจข่มอารมณ์เอาไว้ได้“เพราะยาถอนพิษจะส่งผลเสียต่อเด็กในครรภ์ ฉะนั้นบัดนี้แม้มียาถอนพิษก็ไร้ความหมาย”เมื่อได้ยินมือของจ้าวซือหงก็พลันสัมผัสที่หน้าท้องของตนเอง ส่วนหยางจื่อถงนั้นก็ได้แต่กล้ำกลืนก้อนบางอย่างลงคอและเอ่ยถามในสิ่งที่เขาหวั่นวิตกมากที่สุด “แล้วพิษนี้จะส่งผลเสียอย่างไร”“ความทรงจำหล่นหาย เหนื่อยง่าย หายใจหอบเหนื่อย และค่อยๆ กัดกินหัวใจของฮูหยินจนหยุดเต้นในที่สุด”ทั้งห้องตกอยู่ในสภาวะเงียบงัน หยางจื่อถงกำมือทั้งสองข้างแน่นอย่างเผลอไผล จ้าวซือหงจมดิ่งสู่ความดำมืดในจิตใจ มีทางรอดแต่ก็เหมือนไม่มี

  • หวนคำนึง   พิษลืมเลือนเจ็ดราตรี 2

    “ไปกันเถิดขอรับฮูหยิน สายกว่านี้จะยิ่งผิดสังเกต” จ้าวซือหงหันมองเจ้าของเสียงที่หลายวันมานี้เข้านอกออกในห้องนอนของเธอและหยางจื่อถงด้วยความชำนาญ“หวางมู่ เจ้ามาตั้งแต่เมื่อใด”“ข้ามิได้ไปไหน ข้าเฝ้าดูฮูหยินอยู่ตลอด”จ้าวซือหงพลันทอดถอนหายใจเมื่อได้ยินในสิ่งที่ลูกน้องคนสนิทของสามีเอ่ยออกมา หากให้นางถามนี่ก็คงเป็นคำสั่งของสามีนางอีกเช่นเคย เขาไม่ยอมให้นางไกลหูไกลตาแม้แต่ครึ่งก้าว ประคองนางไว้ในอุ้งมือแต่ตบตาผู้อื่นว่าทิ้งขว้างนางอย่างสามีผู้ไร้คุณธรรม จนชั่วขณะหนึ่งจ้าวซือหงก็อดคิดไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ง่อนแง่นก่อนหน้านี้ที่คนเล่าลือกันให้ทั่วของนางและเขานั้นเกิดจากการสร้างเรื่องมดเท็จเช่นในตอนนี้ เพื่อความอยู่รอดของทั้งเขาและเธอ แต่เหตุใดจึงต้องสร้างเรื่องเช่นนี้เพื่อความอยู่รอดนั้นนางก็ไม่อาจทราบได้ในตอนนี้เช่นกันในเมื่อไม่ทราบนางก็ได้แต่วางเรื่องชวนเวียนหัวนี้ลง และทำตามที่หวางมู่ต้องการ คือลอบออกจากจวนมุ่งหน้าไปยังหอสุราลี่ตง เมื่อถึงหอสุราก็ไม่มีใครทราบอีกเช่นกันว่านางมาหลบพำนักที่นี่ด้วยว่าหวางมู่พานางมายังที่นี่ด้วยเส้นทางลับ ที่มีปลายทางเป็นห้องนอนของหยางจื่อถงที่นายมาหลับนอนอยู่ท

  • หวนคำนึง   พิษลืมเลือนเจ็ดราตรี 1

    หลังจากเรื่องในวันนั้นจวนของท่านแม่ทัพหยางก็มิต่างจากป้อมปราการ มีคนมากมายคอยคุ้มกัน คำสั่งมีเพียงอย่างเดียวคืออย่าให้ใครหน้าไหนเข้าจวนได้ทั้งสิ้นจนกว่าจะมีคำอนุญาตจากท่านแม่ทัพ แต่นั่นก็มิได้สร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ผู้เป็นภรรยาอย่างจ้าวซือหงแม้แต่น้อย เพราะนางมีเรื่องที่เคลือบแคลงใจมากกว่านั้นให้ครุ่นคิดจ้าวซือหงตั้งอาหารเข้าปากพลางมองบุรุษที่อยู่เคียงกายไม่ห่างตั้งแต่หลับยันตื่นนอน“วันนี้ไปที่หอสุรากับข้า”และนี่คือเรื่องที่นางฉงนสนเท่ห์เป็นไหนๆ เขาสั่งคนมากมายล้อมจวนไม่ให้ใครได้ย่างกายเข้ามาได้ แต่ทว่าหลังจากวันนั้นเขาก็ลอบพานางออกจากจวนด้วยทางลับที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในจวน และพานางไปอยู่ที่หอสุรากับเขาทุกวี่วัน ดั่งเป็นกับดักล่อลวงให้คนอื่นได้เข้าใจว่านางนั้นพำนักอยู่ที่จวนมิได้ออกไปไหนแม้แต่ครึ่งก้าว ท่านแม่ทัพประคองนางให้อยู่ในอุ้งมือราวกับสิ่งมีค่าจนนางไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกัน“ท่านคิดทำแบบนี้ไปถึงเมื่อใด”คนที่ถูกทำก็ยังมีทีท่าไม่ยี่หระ เพียงแต่ชั่วขณะหนึ่งเขากลับนึกถึงคำพูดของใครบางคนขึ้นมา... “เมื่อข้ากำจัดปักษามีพิษใกล้ตัวไปได้”“ปักษามีพิษ?”“ใช่ ชุบเลี้ยงมันมาอย่างดี มันกล

  • หวนคำนึง   สิ่งสำคัญที่หายไปพร้อมกับความทรงจำ 2

    “เช่นนั้นไม่แย่หรือ ในเมื่อข้าจำสิ่งใดไม่ได้”“ข้ายังไม่เดือดร้อน เจ้าจะเดือดร้อนไปไย เอาเถิดอย่าไปคิดมากเลย หากใคร่ครวญให้ดีเจ้าจำความอะไรไม่ได้ก็เท่ากับว่าของสำคัญนั้นกำลังสูญหาย แต่จะหายไปเพียงชั่วครู่ หรือหายไปตลอดกาลนั้นขึ้นอยู่กับเจ้า”“ของสำคัญเช่นนั้น หากท่านสูญเสียมันไปจะเป็นเช่นไร”“ไม่เป็น มันจะสำคัญเมื่อข้าคิดที่จะใช้เท่านั้น บัดนี้ข้ายังไม่คิดใช้มันเลยไม่สำคัญ และไม่ส่งผลใดต่อข้า ตอนนี้ที่ข้าเป็นห่วงคือความปลอดภัยเท่านั้น หากคนพวกนั้นเข้ามารื้อค้นของถึงในห้องโดยที่คนในจวนไม่รู้นับว่าเป็นเรื่องอันตราย”“ข้าควรแปลกใจในเรื่องใด ระหว่างท่านมีความลับที่ดูยิ่งใหญ่จนข้าไม่วางใจ หรือเรื่องที่ท่านวางใจข้าให้เก็บรักษาของสำคัญนั้นไว้”“...แม้ความสัมพันธ์จะระหองระแหงแต่ก็ยังเรียกว่าความสัมพันธ์ไม่ใช่หรือ เจ้าอย่าตีความ ความสัมพันธ์ง่อนแง่นของเราในแง่ร้ายนักซือหง”“เช่นนั้นไยท่านไม่บอกว่าเรารักกัน เหตุใดจึงพูดอ้อมค้อมเสียทุกครั้ง มันคงง่ายกว่านี้หากข้าไม่ต้องมานั่งตีความคำพูดของท่านทุกครั้ง”เท้าที่ก้าวเดินชะงักอีกครั้งหนึ่ง หยางจื่อถงเพ่งพินิจใบหน้างามที่เต็มไปด้วยความสงสัย นัยน์ตาเจ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status