เข้าสู่ระบบ“ข้าไม่คุ้นชินกับที่นี่”
“ไม่คุ้นชินข้ายิ่งต้องอยู่กับเจ้า” “ข้าไม่คุ้นชินท่านด้วย!” “ซือหงจะต้องให้ข้าพูดอีกกี่ครั้งว่าเราเป็นสามีภรรยากัน วันนี้ไม่คุ้นชิน หากไม่รีบปรับตัวเสียตั้งแต่วันนี้แล้วเมื่อใดเจ้าจะคุ้นชินเล่า” “ข้า...ข้าไม่เคยนอนเตียงเดียวกับใคร” หยางจื่อถงมองท่าทีขวยเขินของสตรีที่นั่งประจันหน้าก็ลอบยิ้ม “เจ้าเคยแค่เจ้าจำไม่ได้” “ท่านแม่ทัพ!” ไม่ผิดจากที่หยางจื่อถงคาดการณ์ เพียงเอ่ยไปได้ไม่เท่าไรใบหน้าขาวก็เริ่มขึ้นสี นางจ้องเขาด้วยความไม่พอใจมากล้น ส่วนเขาก็ได้แต่หัวเราะเบาๆ เท่านั้น “จื่อถง เจ้าเรียกข้าว่าจื่อถงก็ได้ ข้ามิได้อยากแบกยศแม่ทัพไปทุกที่แม้กระทั่งในห้องนอนที่มีเพียงตัวเองกับภรรยา” ภรรยา...วันนี้หยางจื่อถงย้ำคำนี้กับจ้าวซือหงมานับครั้งไม่ถ้วน ทุกครั้งที่ได้ยินเจ้าหัวใจเจ้ากรรมของจ้าวซือหงก็เหมือนจะอ่อนแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ จนนางได้แต่สงสัยว่าหัวใจของนางนั้นเป็นของนางจริงๆ หรือเป็นของแม่ทัพไร้พ่ายผู้นี้กันแน่ มันถึงได้ขยันทรยศนางนัก “พอได้แล้วซือหง ดึกดื่นป่านนี้แล้วเจ้าไม่ง่วงนอนบ้างรึ จะมานั่งเถียงกันเพื่ออะไรกัน” หยางจื่อถงไม่พูดเปล่า เขาคว้าตัวสตรีที่ไม่ดื้อดึงล้มตัวลงนอน แม้ว่านางจะดีดดิ้นเพียงไรเขาก็กักขังนางไว้ในอ้อมแขนของตนอย่างได้อย่างไม่ยากเย็น “ท่านปล่อยข้า!” “ไม่!” “ข้าจะมาบังคับข้าแบบนี้ไม่ได้!” “เจ้าจะนอนคนเดียวได้อย่างไรซือหง เจ้าตั้งครรภ์ ดึกดื่นเป็นอะไรขึ้นมาจะทำอย่างไร” หยางจื่อถงหยิบยกเหตุผลของตนขึ้นมาอ้าง เหตุผลที่ฟังดูมีน้ำหนักกว่าเหตุผลอื่นๆ นับสิบข้อในหัวของเขา “หลินหราน ให้หลินหรานมานอนกับข้าก็ได้ ท่านต้องเข้าใจข้าด้วย ความทรงจำของข้าค้างเติ่งอยู่ที่สามปีที่แล้ว แต่พอมาวันนี้ตื่นมาข้ากลับอยู่ในจวนของท่าน เป็นภรรยาของท่าน และตั้งครรภ์ลูกของท่าน ท่านจะไม่ให้เวลาข้าทำใจหน่อยหรือ” เหตุผลของหยางจื่อถงถูกปัดตกอย่างไม่ไยดีด้วยน้ำมือของสตรีที่เขากกกอดเอาไว้ในอ้อมแขน แม้จะนึกเถียงเพียงไรแต่พอเห็นใบหน้าเศร้าสลดของอีกฝ่ายก็กล้ำกลืนคำมากมายลงคอ “ซือหงข้าให้เจ้านอนคนเดียวไม่ได้” “ท่านทำเพื่อข้า หรือเพื่อท่านกัน” “เพื่อเรา เพื่อข้าและเจ้า” “ข้าเป็นเพียงหมายตัวหนึ่งของท่าน” “ไม่ใช่ เราต่างเป็นหมากบนกระดานของใครสักคน...และตอนนี้เจ้ากำลังทำให้หมากกระดานนี้เปลี่ยนทิศทาง เจ้าไม่ปลอดภัยอีกต่อไป” “ถึงขนาดนี้แล้วท่านยังไม่ปริปากพูดความจริงกับข้าสักหน่อยหรือ” “ข้าทัดทานเรื่องนี้กับเจ้ามาตลอด บางทีการที่เจ้าจำไม่ได้อาจจะเป็นเรื่องดีสำหรับข้าเช่นกัน การที่เจ้าไม่รับรู้อะไรก่อนหน้านี้อาจจะดีต่อเจ้าที่สุด” “ท่านกำลังให้ข้าปิดหูปิดตาตนเอง แต่บอกว่ามีคนคิดทำร้ายข้า เช่นนี้ข้าจะปกป้องตัวเองได้อย่างไรในมือข้ายังคงปิดหู ปิดตาอยู่แบบนี้” “ข้าจะปกป้องเจ้าเอง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้า” “ความสัมพันธ์ของข้ากับท่านคือสิ่งใดกันแน่หยางจื่อถง ดีร้ายสลับกันไปไม่สิ้นสุดของท่านหมายความว่าอย่างไรกันแน่ ท่านบอกว่าข้าคนเก่าจะกลับมา แต่มาตอนนี้ท่านกล่าวว่าข้าจำไม่ได้เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน ตกลงแล้วท่านจะเอาอย่างไรกันแน่” หยางจื่อถงใคร่ครวญ ใช่ว่ามีแต่จ้าวซือหงที่สับสน เขาเองก็ไม่ต่าง ตอนนี้ควรจะทำสิ่งใดเขาเองก็ยังไม่แน่ใจเสียเท่าไรนัก “ก่อนที่ความจำของเจ้าจะกลับมา ข้าจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย เมื่อความจำทุกอย่างของเจ้ากลับมาแล้ว เจ้าจะ-.” “จะเข้าใจทุกอย่างเอง” จ้าวซือหงพูดแทรก เขาพูดคำนี้มาหลายต่อหลายครั้งจนนางได้แต่แค่นหัวเราะอย่างเวทนา “ข้าใจใครได้บ้างในยามนี้ แม้แต่ตัวข้ายังไม่อาจวางใจในตนเองได้เลย” หยางจื่อถงกระชับอ้อมกอด ใบหน้าของจ้าวซือหงแนบกับอกของเขา การกระทำเช่นนี้สร้างความแปลกใจให้กับจ้าวซือหง แต่ทว่าความรู้สึกคุ้นชินในสัมผัสกลับทำให้นางโอนอ่อนต่ออ้อมกอดของหยางจื่อถง สัมผัสคุ้นชินนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรหากเขาและนางมีความสัมพันธ์ที่ระหองระแหงกันจริงอย่างที่คนทั้งจวนเล่าลืม ความทรงจำอาจสูญสลายไปได้ แต่ความรู้สึกเล่าจะดำรงอยู่ตลอดไปหรือไม่ หากดำรงอยู่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในยามนี้คงไม่ทรยศนางอีกกระมัง “ไม่ต้องเชื่อใคร เจ้ามีสิทธิ์สงสัยทุกคนรอบกายของเจ้า หรือแม้แต่สงสัยในตัวข้าเอง” “ข้ากลัวว่าข้าจะทำให้สิ่งที่ข้าสร้างมาตลอดสามปีพังไม่เป็นท่า เพราะตัวข้าที่โง่เขลาในวันนี้” จ้าวซือหงเอ่ยอย่างไม่ปิดบัง ใบหน้าแนบชิดกับอกกว้างของหยางจื่อถง นางได้ยินเสียงหัวใจเขาเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หลับตาลงและเลิกความคิดที่จะแสดงความดื้อดึงเหมือนก่อนหน้า บัดนี้นางเหนื่อยล้าและง่วงงุนเต็มที “เจ้ามีข้า สามปีที่ผ่านมาต่อให้ระหองระแหงอย่างที่ใครเขาว่า หรือมีเรื่องบาดหมางอย่างที่ใครเขาลือก็ช่าง จำไว้เพียงเจ้าคือภรรยาของข้า นั่นคือสิ่งที่จริงแท้ที่สุด” ภรรยาของข้า...ประโยคนี้อีกแล้วหรือ “หากข้ารู้ในความสัมพันธ์ของเราบ้างสักเล็กน้อยก็คงดี ข้าจะได้รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไป” “เจ้าจะได้รับรู้ ต่อจากนี้คือความสัมพันธ์ของเราจริงๆ” จ้าวซือหงไม่ตอบกลับสิ่งใด นางเข้าสู่ห้วงนิทราที่เงียบงันพร้อมกับความอบอุ่นจากสัมผัสที่คุ้นชิน กลิ่นอายบางอย่างที่ขับกล่อมนางได้อย่างดีจนมิอาจปฏิเสธได้ สิ่งเดียวที่ติดค้างในใจคือ ความสัมพันธ์ที่หยางจื่อถงไม่ยอมเอ่ยออกมานั้นมีคำว่ารักอยู่หรือไม่ นางอยากรู้จริงๆ หากเขาพูดออกมาในยามนี้นางย่อมปักใจเชื่ออย่างง่ายดายเป็นแน่ ด้วยท่าทีทุกอย่างชัดเจนจนนางไม่อาจแย้งได้ แต่เขากลับไม่เอ่ยออกมา ทั้งๆ ที่หากนางและเขาบาดหมางกันจริงเพียงเอ่ยคำว่ารักจอมปลอมออกมามีหรือที่นางจะไม่ยอมโอนอ่อนทำตามในสิ่งที่เขาปรารถนา เขากล่าวว่าทั้งเขาและนางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง หากนางกลายเป็นสตรีโง่เง่าทำทุกอย่างเพื่อความรักไม่เป็นผลดีกับเขาหรอกหรือ ที่จะชักจูงนางไปในทางที่ก่อประโยชน์แก่เขา แต่เพราะเขาไม่พูดและไม่ใช้โอกาสที่จะชักจูงนางในครั้งนี้ทำให้นางสงสัย...สงสัยจริงๆ ว่านางและเขาจะรักกันขึ้นมาจริงได้หรือเปล่า ก่อนหน้านี้เป็นไปได้หรือไม่ที่นางตกหลุมรักเขาอย่างมิอาจหักห้าม แต่...เรื่องพรรค์นั้นจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อสามปีที่แล้วในความทรงจำสุดท้ายนั้น นางยังคงปักใจรักคนผู้หนึ่งไปแล้ว ฉะนั้นนางจะรักหยางจื่อถงได้อย่างไรกัน“ขายออกไปให้กับคนสองคน คนหนึ่งจ่ายด้วยตั๋วเงินสภาพยับเยินยากจะสืบหาเจ้าคน อีกคนหนึ่งจ่ายด้วยทองคำทั้งหมด ส่วนคนที่มาซื้อนั้นเป็นเพียงนกต่อเท่านั้น”สองสามีภรรยาที่คิดไม่ตกต่อเรื่องทั้งปวงที่ยุ่งเหยิงเกินพรรณนาต้องมานั่งใคร่ครวญในสิ่งที่หวางมู่หามาได้ คราแรกหยางจื่อถงต้องการยาถอนพิษมาไว้ในมือของเขา เผื่อเกินสิ่งใดขึ้นจะได้ทันการณ์ อีกทั้งจะได้สืบสาวถึงคนที่คิดร้าย แต่ทว่าสิ่งที่เขาได้รับทราบกลับสร้างเรื่องน่าวิตกขึ้นมาอีกเรื่องราวกับเป็นเรื่องราวที่ไม่รู้จบ“สภาพตั๋วเงินยับเยิน และทองคำทั้งหมด” หยางจื่อถงทวนสิ่งที่ได้ยิน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด นึกถึงความเป็นไปได้ของเจ้าของทรัพย์สินเหล่านั้น และนั่นคือข้อมูลทั้งหมดในยามนี้ที่เขามี นอกจากนั้นล้วนว่างเปล่า หากอยากจะรู้ให้แน่ชัด ก็คงต้องเอ่ยถามจ้าวซือหงที่หลับใหลอยู่ที่ใดสักที่พร้อมกับความทรงจำสามปีที่ผ่านมากระมัง“คนรอบกายท่านที่คิดร้ายต่อเรา มีทั้งคหบดีและยาจกหรือ” เสียงของจ้าวซือหงเรียกความสนใจของบุรุษที่ใคร่ครวญทุกอย่างด้วยความเคร่งเครียดทันที “ยาจกผู้นั้นเพียรสะสมตั๋วเงินจำนวนมากเพื่อมาซื้อยาพิษและทำร้ายข้า ส่วนอีกผู้ก็มั่งมี
หยางจื่อถงมองพินิจสตรีที่หลับใหลไปด้วยความเหนื่อยอ่อน มือกร้านลูบศีรษะของนางอย่างปลอบประโลม ทุกอย่างดูหนักหนาสาหัสกับนางเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เป็นเพียงสตรีแต่กลับแบกเรื่องหนักหนาเอาไว้มากมาย แล้วก่อนหน้านี้เล่านางต้องเผชิญสิ่งใดบ้างยามที่เขาไม่อยู่ ยามที่เขาเอาชีวิตของตนเองปกป้องแผ่นดินนี้อย่างสุดกำลัง ภรรยาของเขานั้นต้องทนทุกข์อยู่กับสิ่งใดบ้าง“นายท่านขอรับ” เสียงจากคนสนิทเรียกให้หยางจื่อถงหลุดออกจากภวังค์แห่งความหม่นหมองภายในจิตใจ แต่ทว่าก็ยังไม่ละสายตาไปจากภรรยาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง “ซ่งจื่อรุ่ยเขียนเทียบยาถอนพิษไว้แล้วขอรับ ท่านจะให้ข้าทำอย่างไรต่อไป”“ไปที่ร้านขายยา ถามหายาถอนพิษ สอบถามว่าภายในสองสามเดือนมานี้มีผู้ใดซื้อยาถอนพิษ หรือยาลืมเลือนเจ็ดราตรีบ้างหรือไม่ หากเขาไม่ยอมเปิดปากก็ใช้เงินทองทำให้พวกมันพูด หากยังไม่ยอมพูด ก็ทำตามที่เจ้าเห็นว่าสมควร”“ขอรับ”“แล้วเจ้านั่น...มันหายหัวไปไหน”“ไม่ทราบขอรับ หลังจากทำงานให้ท่านเรียบร้อยก็หายตัวไปที่ใดก็มิทราบ”“มันทำงานเสร็จแล้ว...คงต้องกำจัดทิ้งแล้วกระมัง”“นายท่าน...”“มันทำข้าก่อนหวางมู่ มันทำข้าก่อนทั้งสิ้น” นัยน์ตาแดงก่ำเอ่ยด้วยคว
“แล้วเหตุใดจึงเป็นเพียงความทรงจำช่วงหนึ่งเท่านั้นเล่า” หยางจื่อถงตั้งคำถาม“เรื่องนั้นเป็นไปได้สองทางคือ ความทรงจำที่หายไปนั้นสำคัญมากจนฮูหยินระลึกถึงมันอยู่ตลอด ดังนั้นเมื่อรับพิษไปจึงลืมเลือนทุกอย่างทีละนิดโดยที่ท่านไม่รู้ตัว หรือไม่ก็เป็นความทรงจำที่น่าหวาดหวั่นจนหวนนึกถึงอีกครั้งในช่วงที่จิตใจหวั่นวิตก และยาพิษนั่นจึงลบเลือนมันไปอย่างที่ท่านต้องการ”“แล้วทางแก้เล่า”“มียาถอนพิษนี้...เพียงแต่ไม่อาจใช้กับฮูหยินได้”“ทำไม!” หยางจื่อถงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือปนไปด้วยความไม่พอใจ อย่างไม่อาจข่มอารมณ์เอาไว้ได้“เพราะยาถอนพิษจะส่งผลเสียต่อเด็กในครรภ์ ฉะนั้นบัดนี้แม้มียาถอนพิษก็ไร้ความหมาย”เมื่อได้ยินมือของจ้าวซือหงก็พลันสัมผัสที่หน้าท้องของตนเอง ส่วนหยางจื่อถงนั้นก็ได้แต่กล้ำกลืนก้อนบางอย่างลงคอและเอ่ยถามในสิ่งที่เขาหวั่นวิตกมากที่สุด “แล้วพิษนี้จะส่งผลเสียอย่างไร”“ความทรงจำหล่นหาย เหนื่อยง่าย หายใจหอบเหนื่อย และค่อยๆ กัดกินหัวใจของฮูหยินจนหยุดเต้นในที่สุด”ทั้งห้องตกอยู่ในสภาวะเงียบงัน หยางจื่อถงกำมือทั้งสองข้างแน่นอย่างเผลอไผล จ้าวซือหงจมดิ่งสู่ความดำมืดในจิตใจ มีทางรอดแต่ก็เหมือนไม่มี
“ไปกันเถิดขอรับฮูหยิน สายกว่านี้จะยิ่งผิดสังเกต” จ้าวซือหงหันมองเจ้าของเสียงที่หลายวันมานี้เข้านอกออกในห้องนอนของเธอและหยางจื่อถงด้วยความชำนาญ“หวางมู่ เจ้ามาตั้งแต่เมื่อใด”“ข้ามิได้ไปไหน ข้าเฝ้าดูฮูหยินอยู่ตลอด”จ้าวซือหงพลันทอดถอนหายใจเมื่อได้ยินในสิ่งที่ลูกน้องคนสนิทของสามีเอ่ยออกมา หากให้นางถามนี่ก็คงเป็นคำสั่งของสามีนางอีกเช่นเคย เขาไม่ยอมให้นางไกลหูไกลตาแม้แต่ครึ่งก้าว ประคองนางไว้ในอุ้งมือแต่ตบตาผู้อื่นว่าทิ้งขว้างนางอย่างสามีผู้ไร้คุณธรรม จนชั่วขณะหนึ่งจ้าวซือหงก็อดคิดไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ง่อนแง่นก่อนหน้านี้ที่คนเล่าลือกันให้ทั่วของนางและเขานั้นเกิดจากการสร้างเรื่องมดเท็จเช่นในตอนนี้ เพื่อความอยู่รอดของทั้งเขาและเธอ แต่เหตุใดจึงต้องสร้างเรื่องเช่นนี้เพื่อความอยู่รอดนั้นนางก็ไม่อาจทราบได้ในตอนนี้เช่นกันในเมื่อไม่ทราบนางก็ได้แต่วางเรื่องชวนเวียนหัวนี้ลง และทำตามที่หวางมู่ต้องการ คือลอบออกจากจวนมุ่งหน้าไปยังหอสุราลี่ตง เมื่อถึงหอสุราก็ไม่มีใครทราบอีกเช่นกันว่านางมาหลบพำนักที่นี่ด้วยว่าหวางมู่พานางมายังที่นี่ด้วยเส้นทางลับ ที่มีปลายทางเป็นห้องนอนของหยางจื่อถงที่นายมาหลับนอนอยู่ท
หลังจากเรื่องในวันนั้นจวนของท่านแม่ทัพหยางก็มิต่างจากป้อมปราการ มีคนมากมายคอยคุ้มกัน คำสั่งมีเพียงอย่างเดียวคืออย่าให้ใครหน้าไหนเข้าจวนได้ทั้งสิ้นจนกว่าจะมีคำอนุญาตจากท่านแม่ทัพ แต่นั่นก็มิได้สร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ผู้เป็นภรรยาอย่างจ้าวซือหงแม้แต่น้อย เพราะนางมีเรื่องที่เคลือบแคลงใจมากกว่านั้นให้ครุ่นคิดจ้าวซือหงตั้งอาหารเข้าปากพลางมองบุรุษที่อยู่เคียงกายไม่ห่างตั้งแต่หลับยันตื่นนอน“วันนี้ไปที่หอสุรากับข้า”และนี่คือเรื่องที่นางฉงนสนเท่ห์เป็นไหนๆ เขาสั่งคนมากมายล้อมจวนไม่ให้ใครได้ย่างกายเข้ามาได้ แต่ทว่าหลังจากวันนั้นเขาก็ลอบพานางออกจากจวนด้วยทางลับที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในจวน และพานางไปอยู่ที่หอสุรากับเขาทุกวี่วัน ดั่งเป็นกับดักล่อลวงให้คนอื่นได้เข้าใจว่านางนั้นพำนักอยู่ที่จวนมิได้ออกไปไหนแม้แต่ครึ่งก้าว ท่านแม่ทัพประคองนางให้อยู่ในอุ้งมือราวกับสิ่งมีค่าจนนางไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกัน“ท่านคิดทำแบบนี้ไปถึงเมื่อใด”คนที่ถูกทำก็ยังมีทีท่าไม่ยี่หระ เพียงแต่ชั่วขณะหนึ่งเขากลับนึกถึงคำพูดของใครบางคนขึ้นมา... “เมื่อข้ากำจัดปักษามีพิษใกล้ตัวไปได้”“ปักษามีพิษ?”“ใช่ ชุบเลี้ยงมันมาอย่างดี มันกล
“เช่นนั้นไม่แย่หรือ ในเมื่อข้าจำสิ่งใดไม่ได้”“ข้ายังไม่เดือดร้อน เจ้าจะเดือดร้อนไปไย เอาเถิดอย่าไปคิดมากเลย หากใคร่ครวญให้ดีเจ้าจำความอะไรไม่ได้ก็เท่ากับว่าของสำคัญนั้นกำลังสูญหาย แต่จะหายไปเพียงชั่วครู่ หรือหายไปตลอดกาลนั้นขึ้นอยู่กับเจ้า”“ของสำคัญเช่นนั้น หากท่านสูญเสียมันไปจะเป็นเช่นไร”“ไม่เป็น มันจะสำคัญเมื่อข้าคิดที่จะใช้เท่านั้น บัดนี้ข้ายังไม่คิดใช้มันเลยไม่สำคัญ และไม่ส่งผลใดต่อข้า ตอนนี้ที่ข้าเป็นห่วงคือความปลอดภัยเท่านั้น หากคนพวกนั้นเข้ามารื้อค้นของถึงในห้องโดยที่คนในจวนไม่รู้นับว่าเป็นเรื่องอันตราย”“ข้าควรแปลกใจในเรื่องใด ระหว่างท่านมีความลับที่ดูยิ่งใหญ่จนข้าไม่วางใจ หรือเรื่องที่ท่านวางใจข้าให้เก็บรักษาของสำคัญนั้นไว้”“...แม้ความสัมพันธ์จะระหองระแหงแต่ก็ยังเรียกว่าความสัมพันธ์ไม่ใช่หรือ เจ้าอย่าตีความ ความสัมพันธ์ง่อนแง่นของเราในแง่ร้ายนักซือหง”“เช่นนั้นไยท่านไม่บอกว่าเรารักกัน เหตุใดจึงพูดอ้อมค้อมเสียทุกครั้ง มันคงง่ายกว่านี้หากข้าไม่ต้องมานั่งตีความคำพูดของท่านทุกครั้ง”เท้าที่ก้าวเดินชะงักอีกครั้งหนึ่ง หยางจื่อถงเพ่งพินิจใบหน้างามที่เต็มไปด้วยความสงสัย นัยน์ตาเจ







