หน้าหลัก / รักโบราณ / หวนคำนึง / ข้ามิได้ย้ายกลับมาเพื่อมานอนคุยกับเงาตัวเอง 1

แชร์

ข้ามิได้ย้ายกลับมาเพื่อมานอนคุยกับเงาตัวเอง 1

ผู้เขียน: กัวซืออวี่
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-30 13:33:12

“วันนี้เหตุใดแม่ทัพหยางจึงมิเข้าประชุมเช้า ทั้งๆ ที่ควรจะเข้ามารับความดีความชอบด้วยตนเอง เราเองก็อยากจะสนทนาหารือกับเขาเช่นกัน”

“ทูลฝ่าบาท ด้วยว่าแม่ทัพหยางเหนื่อยล้าจากการทำศึก อีกทั้งกระหม่อมก็เพิ่งจะได้รับข่าวว่าฮูหยินของท่านแม่ทัพตั้งครรภ์จึงไม่สะดวกมาประชุมในครั้งนี้ กระหม่อมจึงรับหน้าที่มาเป็นธุระชี้แจงทุกอย่างด้วยตนเอง”

“ตั้งครรภ์...จ้าวซือหงตั้งครรภ์หรือ”

“พ่ะย่ะค่ะ ซือหงตั้งครรภ์แล้ว สามปีมานี้ในที่สุดแม่ทัพหยางก็ได้มีบุตรกับเขาเสียที”

หวงตี้แห่งต้าเซี่ยไม่ตรัสสิ่งใดออกมาอีก ทรงประทับอยู่เฉยๆ ปล่อยให้เวลาผ่านเลยราวกับใคร่ครวญอะไรบางอย่างในพระทัย

“เราพระราชทานสมรสให้คนทั้งคู่ด้วยหวังในบางประการ...หากแต่นางตั้งครรภ์ขึ้นมาไม่แน่ว่าบางสิ่งที่ข้าหวังอาจจะผิดเพี้ยนไป”

จิ้นอ๋องเมินเฉยต่อถ้อยดำรัสของผู้เป็นหวงตี้ จัดแจงรินน้ำชาให้กับโอรสสวรรค์ด้วยทีท่าไม่ยี่หระราวกับว่าเรื่องทั้งหมดนั้นมิใช่เรื่องของตน แต่ทว่าเรื่องที่หวงตี้ทรงตรัสมานั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึง แต่เพราะรู้ดีมาตลอดต่างหากเล่า

หยางจื่อถงเป็นเพียงคนธรรมดาที่กลายมาเป็นแม่ทัพในเวลาเพียงไม่กี่ปีเขาก้าวหน้าและเรืองอำนาจมากกว่าคนในวัยเดียวกัน หากจับพลัดจับผลูเข้าขั้วอำนาจที่เป็นปรปักษ์กับหวงตี้หรือไท่จื่อขึ้นมามีหรือจะไม่กลายเป็นภัยใหญ่ในวันข้างหน้า พระองค์จึงสวมรอยการขอสมรสพระราชทานของจ้าวซือหงมาใช้ประโยชน์เสีย

ครอบครัวของจ้าวซือหงสิ้นชีพไปจนหมดจากสงครามครั้งใหญ่ของต้าเซี่ยตระกูลจ้าวได้รับยกย่องให้เป็นวีรชน ส่วนนางที่เหลือรอดชีวิตอีกทั้งยังเยาว์วัยยังไม่ถึงวัยปักปิ่นด้วยซ้ำไปจึงอยู่ในการดูแลของหวงโฮ่วประหนึ่งองค์หญิงคนหนึ่ง ไร้ซึ่งคนคัดค้านด้วยว่าหากไม่ใช่การเสียสละชีพของคนตระกูลจ้าว ต้าเซี่ยอาจไม่เข้มแข็งเท่าวันนี้

ให้นางแต่งกับหยางจื่อถงอย่างไรเสียตามกฎเจ็ดออก สามไม่ไปอย่างไรเขาก็มิอาจหย่าขาดจากนางได้ ด้วยว่าไม่มีบ้านให้กลับ นั่นก็เท่ากับว่าตัดสิทธิ์การแต่งงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของหยางจื่อถงกับขุนนางมากหน้าหลายตาในอนาคต

ใครกันจะอยากให้บุตรสาวแต่งเข้ามาเป็นอนุภรรยาของผู้อื่น ไม่มีเสียหรอก ในเมื่อจำกัดหนทางและการใช้อำนาจของหยางจื่อถงได้แล้ว ตามวัฏจักรของอำนาจแล้วในท้ายที่สุดอย่างไรเสียหากวันหนึ่งวันใดเขาพลาดพลั้งอย่างมากก็แค่กำจัดคนทั้งคู่ที่ขวางทางอำนาจของพระองค์ทิ้งโดยหยิบยกเหตุผลอันควรเท่าที่พระองค์จะทรงดำริได้ขึ้นมาก็เท่านั้น ฉะนั้นแล้วจิ้นอ๋องจึงมิแปลกใจในการกระทำของหวงตี้แม้แต่น้อย เพราะรู้ดีจึงไม่เอ่ยแย้งสิ่งใดต่างหาก อีกทั้งเรื่องที่ทำให้เขามาเข้าเฝ้าหวงตี้มิใช่เรื่องในจวนของผู้อื่นแต่เป็นเรื่องของเขาเองต่างหาก

“เฉิงรุ่ย หากเขาอยู่ไม่เป็นสุข กระหม่อมจะลากเขาลงนรกด้วยตนเอง”

คำพูดของจิ้นอ๋องเรียกความสนพระทัยของหวงตี้ได้ดีกว่าเรื่องในจวนของแม่ทัพไร้พ่าย หวงตี้ทอดพระเนตรมองโอรสของพระองค์ที่พูดออกมาอย่างไม่เกรงกลัว “เฉิงอี้ คนที่เจ้าพูดถึงนั้นคือไท่จื่อระวังคำพูดของเจ้าด้วย จะดีร้ายอย่างไรเขาก็คือผู้สืบทอดบัลลังก์ของเราในยามนี้”

จิ้นอ๋องแค่นหัวเราะ ใบหน้าที่เปื้อนด้วยรอยยิ้มตลอดเวลาเงยสบพระพักตร์ของหวงตี้ผู้เป็นพระบิดา

“การศึกในครั้งนี้กระหม่อมโดนลอบฆ่ามาสามครั้ง ครั้งที่หนึ่งราชองครักษ์ของฝ่าบาทปกป้องข้าได้เป็นอย่างดี ครั้งที่สองกระหม่อมเป็นคนสังหารเจ้าพวกนักฆ่าพวกนั้นด้วยมือของกระหม่อม และครั้งที่สามหยางจื่อถงเข้ามาช่วยกระหม่อมเอาไว้ได้ทัน แน่นอนว่าคนที่อยากให้กระหม่อมตายตกไปคงหนีไม่พ้นไท่จื่อของฝ่าบาท เขาตั้งตนเป็นปรปักษ์กับกระหม่อมตั้งแต่กระหม่อมยังอยู่ในวังหลวง”

ความบาดหมางของท่านอ๋องทั้งหลายในวังหลวงนั้นเป็นเรื่องปกติ จิ้นอ๋องคือหนึ่งในอ๋องพวกนั้น ตั้งแต่เด็กเขามักได้รับความโปรดปรานจากพระราชบิดามากกว่าพี่น้องคนอื่น ไม่แปลกหากพี่น้องเหล่านั้นอยากจะเข่นฆ่าเขาจนเนื้อเต้นยามเมื่อสบโอกาส เพราะแบบนี้เขาจึงขยาดความโปรดปรานจากหวงตี้หนักหนา ยิ่งโปรดปรานมากเท่าใด เขายิ่งเป็นภัยมากขึ้นเท่านั้น เมื่อถึงวัยสวมกวานเขาจึงแยกตัวออกมาอยู่นอกวังหลวงแทบจะทันที ตีตัวออกห่างจากความโปรดปราน ไม่ใฝ่ฝันเรื่องบัลลังก์แต่ทว่าหนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น ตีหน้าเซ่อก็แล้ว ทำตัวไม่ยี่หระตัวขั้วอำนาจในราชสำนักก็แล้วเจ้าพวกกระหายอำนาจก็ยังไม่ยอมลามือ เช่นนี้ก็คงต้องสู้กันให้ตายกันไปข้างกระมัง จะได้จบเรื่องวุ่นวายนี่เสียที

“ทราบหรือไม่ว่าหากเป็นคนอื่นกล่าวเช่นนี้แล้ว คงไม่แคล้วถูกจับขังโทษฐานกบฏ”

“แล้วแต่จะทรงมีวินิจฉัย”

นั่นคือสิ่งที่ไม่มีทางเกิดขึ้น จิ้นอ๋องทราบดี หากจิ้นอ๋องตายแล้วผู้ใดจะหาเงินทองเข้าท้องพระคลังของแคว้นที่กระหายสงครามแห่งนี้กัน หากสิ้นซึ่งจิ้นอ๋องแล้วผู้ใดจะเข้ามาจัดการเรื่องวุ่นวายทั้งหลายที่คนมากมายขยาด หากสิ้นจิ้นอ๋องและหวงตี้จะยืมมือของใครทำร้ายคนอื่นกันเล่า...

ไม่มีทาง ตราบใดที่เขายังมีประโยชน์อยู่ต่อให้เป็นหวงตี้ก็ทำอะไรเขาไม่ได้ แต่การที่มีรับสั่งเช่นนี้กลับมาก็ชัดเจนแล้วว่าแม้แต่พระองค์เองยังไม่ไว้ใจรัชทายาทของพระองค์เช่นกัน มิเช่นนั้นคงมิให้องครักษ์เงาสิบนายตามติดเขาเป็นเงายามเมื่อมีต้องออกศึกสงครามหรือ กุนซือมิจำเป็นต้องถือดาบไปฆ่าฟัง เพียงนั่งวางกลยุทธ์ในกระโจม แต่นั่งอยู่เฉยๆ ก็อาจถึงฆาตได้เช่นกันเช่นที่เขาเคยโดนมากับตัว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หวนคำนึง   ผู้ต้องสงสัย 2

    “ขายออกไปให้กับคนสองคน คนหนึ่งจ่ายด้วยตั๋วเงินสภาพยับเยินยากจะสืบหาเจ้าคน อีกคนหนึ่งจ่ายด้วยทองคำทั้งหมด ส่วนคนที่มาซื้อนั้นเป็นเพียงนกต่อเท่านั้น”สองสามีภรรยาที่คิดไม่ตกต่อเรื่องทั้งปวงที่ยุ่งเหยิงเกินพรรณนาต้องมานั่งใคร่ครวญในสิ่งที่หวางมู่หามาได้ คราแรกหยางจื่อถงต้องการยาถอนพิษมาไว้ในมือของเขา เผื่อเกินสิ่งใดขึ้นจะได้ทันการณ์ อีกทั้งจะได้สืบสาวถึงคนที่คิดร้าย แต่ทว่าสิ่งที่เขาได้รับทราบกลับสร้างเรื่องน่าวิตกขึ้นมาอีกเรื่องราวกับเป็นเรื่องราวที่ไม่รู้จบ“สภาพตั๋วเงินยับเยิน และทองคำทั้งหมด” หยางจื่อถงทวนสิ่งที่ได้ยิน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด นึกถึงความเป็นไปได้ของเจ้าของทรัพย์สินเหล่านั้น และนั่นคือข้อมูลทั้งหมดในยามนี้ที่เขามี นอกจากนั้นล้วนว่างเปล่า หากอยากจะรู้ให้แน่ชัด ก็คงต้องเอ่ยถามจ้าวซือหงที่หลับใหลอยู่ที่ใดสักที่พร้อมกับความทรงจำสามปีที่ผ่านมากระมัง“คนรอบกายท่านที่คิดร้ายต่อเรา มีทั้งคหบดีและยาจกหรือ” เสียงของจ้าวซือหงเรียกความสนใจของบุรุษที่ใคร่ครวญทุกอย่างด้วยความเคร่งเครียดทันที “ยาจกผู้นั้นเพียรสะสมตั๋วเงินจำนวนมากเพื่อมาซื้อยาพิษและทำร้ายข้า ส่วนอีกผู้ก็มั่งมี

  • หวนคำนึง   ผู้ต้องสงสัย 1

    หยางจื่อถงมองพินิจสตรีที่หลับใหลไปด้วยความเหนื่อยอ่อน มือกร้านลูบศีรษะของนางอย่างปลอบประโลม ทุกอย่างดูหนักหนาสาหัสกับนางเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เป็นเพียงสตรีแต่กลับแบกเรื่องหนักหนาเอาไว้มากมาย แล้วก่อนหน้านี้เล่านางต้องเผชิญสิ่งใดบ้างยามที่เขาไม่อยู่ ยามที่เขาเอาชีวิตของตนเองปกป้องแผ่นดินนี้อย่างสุดกำลัง ภรรยาของเขานั้นต้องทนทุกข์อยู่กับสิ่งใดบ้าง“นายท่านขอรับ” เสียงจากคนสนิทเรียกให้หยางจื่อถงหลุดออกจากภวังค์แห่งความหม่นหมองภายในจิตใจ แต่ทว่าก็ยังไม่ละสายตาไปจากภรรยาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง “ซ่งจื่อรุ่ยเขียนเทียบยาถอนพิษไว้แล้วขอรับ ท่านจะให้ข้าทำอย่างไรต่อไป”“ไปที่ร้านขายยา ถามหายาถอนพิษ สอบถามว่าภายในสองสามเดือนมานี้มีผู้ใดซื้อยาถอนพิษ หรือยาลืมเลือนเจ็ดราตรีบ้างหรือไม่ หากเขาไม่ยอมเปิดปากก็ใช้เงินทองทำให้พวกมันพูด หากยังไม่ยอมพูด ก็ทำตามที่เจ้าเห็นว่าสมควร”“ขอรับ”“แล้วเจ้านั่น...มันหายหัวไปไหน”“ไม่ทราบขอรับ หลังจากทำงานให้ท่านเรียบร้อยก็หายตัวไปที่ใดก็มิทราบ”“มันทำงานเสร็จแล้ว...คงต้องกำจัดทิ้งแล้วกระมัง”“นายท่าน...”“มันทำข้าก่อนหวางมู่ มันทำข้าก่อนทั้งสิ้น” นัยน์ตาแดงก่ำเอ่ยด้วยคว

  • หวนคำนึง   พิษลืมเลือนเจ็ดราตรี 3

    “แล้วเหตุใดจึงเป็นเพียงความทรงจำช่วงหนึ่งเท่านั้นเล่า” หยางจื่อถงตั้งคำถาม“เรื่องนั้นเป็นไปได้สองทางคือ ความทรงจำที่หายไปนั้นสำคัญมากจนฮูหยินระลึกถึงมันอยู่ตลอด ดังนั้นเมื่อรับพิษไปจึงลืมเลือนทุกอย่างทีละนิดโดยที่ท่านไม่รู้ตัว หรือไม่ก็เป็นความทรงจำที่น่าหวาดหวั่นจนหวนนึกถึงอีกครั้งในช่วงที่จิตใจหวั่นวิตก และยาพิษนั่นจึงลบเลือนมันไปอย่างที่ท่านต้องการ”“แล้วทางแก้เล่า”“มียาถอนพิษนี้...เพียงแต่ไม่อาจใช้กับฮูหยินได้”“ทำไม!” หยางจื่อถงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือปนไปด้วยความไม่พอใจ อย่างไม่อาจข่มอารมณ์เอาไว้ได้“เพราะยาถอนพิษจะส่งผลเสียต่อเด็กในครรภ์ ฉะนั้นบัดนี้แม้มียาถอนพิษก็ไร้ความหมาย”เมื่อได้ยินมือของจ้าวซือหงก็พลันสัมผัสที่หน้าท้องของตนเอง ส่วนหยางจื่อถงนั้นก็ได้แต่กล้ำกลืนก้อนบางอย่างลงคอและเอ่ยถามในสิ่งที่เขาหวั่นวิตกมากที่สุด “แล้วพิษนี้จะส่งผลเสียอย่างไร”“ความทรงจำหล่นหาย เหนื่อยง่าย หายใจหอบเหนื่อย และค่อยๆ กัดกินหัวใจของฮูหยินจนหยุดเต้นในที่สุด”ทั้งห้องตกอยู่ในสภาวะเงียบงัน หยางจื่อถงกำมือทั้งสองข้างแน่นอย่างเผลอไผล จ้าวซือหงจมดิ่งสู่ความดำมืดในจิตใจ มีทางรอดแต่ก็เหมือนไม่มี

  • หวนคำนึง   พิษลืมเลือนเจ็ดราตรี 2

    “ไปกันเถิดขอรับฮูหยิน สายกว่านี้จะยิ่งผิดสังเกต” จ้าวซือหงหันมองเจ้าของเสียงที่หลายวันมานี้เข้านอกออกในห้องนอนของเธอและหยางจื่อถงด้วยความชำนาญ“หวางมู่ เจ้ามาตั้งแต่เมื่อใด”“ข้ามิได้ไปไหน ข้าเฝ้าดูฮูหยินอยู่ตลอด”จ้าวซือหงพลันทอดถอนหายใจเมื่อได้ยินในสิ่งที่ลูกน้องคนสนิทของสามีเอ่ยออกมา หากให้นางถามนี่ก็คงเป็นคำสั่งของสามีนางอีกเช่นเคย เขาไม่ยอมให้นางไกลหูไกลตาแม้แต่ครึ่งก้าว ประคองนางไว้ในอุ้งมือแต่ตบตาผู้อื่นว่าทิ้งขว้างนางอย่างสามีผู้ไร้คุณธรรม จนชั่วขณะหนึ่งจ้าวซือหงก็อดคิดไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ง่อนแง่นก่อนหน้านี้ที่คนเล่าลือกันให้ทั่วของนางและเขานั้นเกิดจากการสร้างเรื่องมดเท็จเช่นในตอนนี้ เพื่อความอยู่รอดของทั้งเขาและเธอ แต่เหตุใดจึงต้องสร้างเรื่องเช่นนี้เพื่อความอยู่รอดนั้นนางก็ไม่อาจทราบได้ในตอนนี้เช่นกันในเมื่อไม่ทราบนางก็ได้แต่วางเรื่องชวนเวียนหัวนี้ลง และทำตามที่หวางมู่ต้องการ คือลอบออกจากจวนมุ่งหน้าไปยังหอสุราลี่ตง เมื่อถึงหอสุราก็ไม่มีใครทราบอีกเช่นกันว่านางมาหลบพำนักที่นี่ด้วยว่าหวางมู่พานางมายังที่นี่ด้วยเส้นทางลับ ที่มีปลายทางเป็นห้องนอนของหยางจื่อถงที่นายมาหลับนอนอยู่ท

  • หวนคำนึง   พิษลืมเลือนเจ็ดราตรี 1

    หลังจากเรื่องในวันนั้นจวนของท่านแม่ทัพหยางก็มิต่างจากป้อมปราการ มีคนมากมายคอยคุ้มกัน คำสั่งมีเพียงอย่างเดียวคืออย่าให้ใครหน้าไหนเข้าจวนได้ทั้งสิ้นจนกว่าจะมีคำอนุญาตจากท่านแม่ทัพ แต่นั่นก็มิได้สร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ผู้เป็นภรรยาอย่างจ้าวซือหงแม้แต่น้อย เพราะนางมีเรื่องที่เคลือบแคลงใจมากกว่านั้นให้ครุ่นคิดจ้าวซือหงตั้งอาหารเข้าปากพลางมองบุรุษที่อยู่เคียงกายไม่ห่างตั้งแต่หลับยันตื่นนอน“วันนี้ไปที่หอสุรากับข้า”และนี่คือเรื่องที่นางฉงนสนเท่ห์เป็นไหนๆ เขาสั่งคนมากมายล้อมจวนไม่ให้ใครได้ย่างกายเข้ามาได้ แต่ทว่าหลังจากวันนั้นเขาก็ลอบพานางออกจากจวนด้วยทางลับที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในจวน และพานางไปอยู่ที่หอสุรากับเขาทุกวี่วัน ดั่งเป็นกับดักล่อลวงให้คนอื่นได้เข้าใจว่านางนั้นพำนักอยู่ที่จวนมิได้ออกไปไหนแม้แต่ครึ่งก้าว ท่านแม่ทัพประคองนางให้อยู่ในอุ้งมือราวกับสิ่งมีค่าจนนางไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกัน“ท่านคิดทำแบบนี้ไปถึงเมื่อใด”คนที่ถูกทำก็ยังมีทีท่าไม่ยี่หระ เพียงแต่ชั่วขณะหนึ่งเขากลับนึกถึงคำพูดของใครบางคนขึ้นมา... “เมื่อข้ากำจัดปักษามีพิษใกล้ตัวไปได้”“ปักษามีพิษ?”“ใช่ ชุบเลี้ยงมันมาอย่างดี มันกล

  • หวนคำนึง   สิ่งสำคัญที่หายไปพร้อมกับความทรงจำ 2

    “เช่นนั้นไม่แย่หรือ ในเมื่อข้าจำสิ่งใดไม่ได้”“ข้ายังไม่เดือดร้อน เจ้าจะเดือดร้อนไปไย เอาเถิดอย่าไปคิดมากเลย หากใคร่ครวญให้ดีเจ้าจำความอะไรไม่ได้ก็เท่ากับว่าของสำคัญนั้นกำลังสูญหาย แต่จะหายไปเพียงชั่วครู่ หรือหายไปตลอดกาลนั้นขึ้นอยู่กับเจ้า”“ของสำคัญเช่นนั้น หากท่านสูญเสียมันไปจะเป็นเช่นไร”“ไม่เป็น มันจะสำคัญเมื่อข้าคิดที่จะใช้เท่านั้น บัดนี้ข้ายังไม่คิดใช้มันเลยไม่สำคัญ และไม่ส่งผลใดต่อข้า ตอนนี้ที่ข้าเป็นห่วงคือความปลอดภัยเท่านั้น หากคนพวกนั้นเข้ามารื้อค้นของถึงในห้องโดยที่คนในจวนไม่รู้นับว่าเป็นเรื่องอันตราย”“ข้าควรแปลกใจในเรื่องใด ระหว่างท่านมีความลับที่ดูยิ่งใหญ่จนข้าไม่วางใจ หรือเรื่องที่ท่านวางใจข้าให้เก็บรักษาของสำคัญนั้นไว้”“...แม้ความสัมพันธ์จะระหองระแหงแต่ก็ยังเรียกว่าความสัมพันธ์ไม่ใช่หรือ เจ้าอย่าตีความ ความสัมพันธ์ง่อนแง่นของเราในแง่ร้ายนักซือหง”“เช่นนั้นไยท่านไม่บอกว่าเรารักกัน เหตุใดจึงพูดอ้อมค้อมเสียทุกครั้ง มันคงง่ายกว่านี้หากข้าไม่ต้องมานั่งตีความคำพูดของท่านทุกครั้ง”เท้าที่ก้าวเดินชะงักอีกครั้งหนึ่ง หยางจื่อถงเพ่งพินิจใบหน้างามที่เต็มไปด้วยความสงสัย นัยน์ตาเจ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status