LOGIN“หวงตี้เรียกจิ้นอ๋องให้เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์หลังจากเสร็จประชุมเช้า ส่วนไท่จื่อยังคงไม่มีการเคลื่อนไหว”
“อืม” รับคำรายงานจากคนสนิท สายตายังคงจับจ้องไปยังกระดาษรายงานอีกมากมายในมือ “จับตาดูไว้ให้ดี และจับตาดูขุนนางที่หนุนไท่จื่อองค์นี้ให้ดี” “ท่านกังวลสิ่งใดหรือ ความจริงตระกูลจ้าว ของจ้าวซือหงคือตัวตั้งตัวตีหนุนไท่จื่อองค์นี้มิใช่หรือ” “ทั้งใช่และไม่ใช่” หยางจื่อถงพูดพลางยกน้ำชาขึ้นมาดื่ม “ตระกูลจ้าวที่สนับสนุนไท่จื่อนั้นตายไปหมดแล้ว ที่เหลืออยู่นั้นความทรงจำก็หล่นหาย บัดนี้หากมีผู้ใดล่วงรู้ว่าจ้าวซือหงไร้สิ้นความทรงจำ ไม่แน่ว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นมาได้” “สตรีนางเดียวจะก่อให้เกิดเรื่องใหญ่ได้หรือ จากที่เห็นนางไม่...” จางต๋ากลืนถ้อยคำมากมายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อสบเข้ากับดวงตาดุจพยัคฆ์ของท่านแม่ทัพ ที่มองมาอย่างไม่พอใจระคนตักเตือนเขาอยู่ในที “สตรีนางนั้นที่เจ้าว่าคือภรรยาข้าจางต๋า ภรรยาของแม่ทัพหยาง บุตรสาวจากตระกูลวีรชนที่รักษาแคว้นต้าเซี่ยเอาไว้ เจ้ามิอาจดูแคลนนางได้ ความจริงเจ้าไม่มีสิทธิ์เอ่ยถึงนางด้วยซ้ำไปจางต๋า” “ข้าน้อยขออภัยท่านแม่ทัพ” เมื่อตระหนักได้ว่าตนนั้นก้าวพลาดล่วงเกินของหวงห้ามของผู้เป็นนายก็ได้แต่ก้มศีรษะรับผิดอย่างไม่นึกเถียง แม้ว่าจะฉงนสนเท่ห์อยู่บ้างก็ตาม แม่ทัพหยางไปรักใคร่ปรองดองกับภรรยาตั้งแต่เมื่อใดกันหนอ ความรักระหองระแหง กลับมาชื่นมื่นตั้งแต่เมื่อใด ความจริงเขานึกสงสัยตั้งแต่ท่านแม่ทัพสั่งคนให้ของใช้ส่วนตัวกลับจวนแล้ว แต่ก็ได้แต่สงสัยเพราะจางต๋าผู้นี้มิกล้าเอ่ยถามสิ่งใดกับท่านแม่ทัพฆ่าคนไม่กะพริบตาผู้นี้ “ตามหาคนให้ข้าทีจางต๋า” หยางจื่อถงละมือออกจากรายงานต่างๆ ของกองทัพ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้และหลับตาลงราวกับเหนื่อยล้าเหลือประมาณ ทั้งๆ ที่เขายังไม่ได้ออกแรงทำอะไรเสียด้วยซ้ำไป “ใครหรือขอรับ” “ซ่งจื่อรุ่ย” เอ่ยชื่อของคนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นหนี้ชีวิตออกมา และบัดนี้เขาอยากพบหน้าคนผู้นี้เหลือเกิน เพราะคำถามที่ไม่อาจหาคำตอบได้ด้วยตนเองนั้น อาจถูกคนผู้นี้แก้ไขให้กระจ่างก็เป็นได้ “หมอที่เคยรักษาท่านยามเจ็บหนักคราก่อนหรือขอรับ” “ใช่ ตามหาเขาโดยด่วนที่สุด” “ท่านแม่ทัพจะให้เขามาดูอาการจ้าวซือหงหรือขอรับ” “มิใช่กงการของเจ้า” “ขอรับ เช่นนั้นข้าน้อยขอตัว” คล้อยหลังคนสนิทจึงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ซ่งจื่อรุ่ยอาจเป็นความหวังที่หลงเหลืออยู่ของหยางจื่อถงในการรักษาจ้าวซือหง ใช่ว่าเขากังวลถึงเรื่องความทรงจำที่สูญหาย นั่นนับว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยด้วยซ้ำไป นางจะจำได้ก็ช่างจำไม่ได้ก็ช่างตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่นางมิต้องกังวลสิ่งใดด้วยซ้ำไป แต่สิ่งที่เขากังวลคือนางมิได้หลงลืมเรื่องตลอดสามปีที่ผ่านมาเพราะความชอกช้ำใจเช่นหมอในเมืองหลวงคาดการณ์ แต่หากนางต้องยาพิษเข้าจริงๆ จะเป็นเรื่องใหญ่... ขึ้นชื่อว่ายาพิษย่อมให้โทษมากกว่าคุณ และยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้นางกำลังอ่อนแอกว่าแต่ก่อน เพราะนางได้ตั้งครรภ์ นั่นยิ่งทำให้หยางจื่อถงต้องการหมอผู้นั้นที่เคยดึงชีวิตเขามาจากปรโลกยามพลาดพลั้งให้กับศัตรูมาดูนางเพื่อหาสาเหตุของการสูญเสียความทรงจำในครั้งนี้ ความจริงแล้วจ้าวซือหงเจ็บป่วยจะขอหมอหลวงมาตรวจดูยังได้ แต่หยางจื่อถงไม่แม้แต่จะคิดถึงเรื่องนี้ด้วยซ้ำไป แม้ว่าซ่งจื่อรุ่ยหมอที่เขาสั่งให้คนตามตัวนั้นอาจจะไม่ได้เก่งกาจเช่นหมอหลวงของหวงตี้แต่ย่อมเชื่อใจได้มากกว่าคนของหวงตี้เป็นแน่ อย่างไรเสียเขาก็มิอาจลืมเรื่องที่ครั้งหนึ่งเคยถูกหวงตี้จับมาอยู่บนหมากกระดานของพระองค์ได้ เช่นนั้นเขาไม่ยินยอมเอาชีวิตของนางและบุตรไปเสี่ยงเป็นอันขาด นางคิดไม่ตกถึงเรื่องสตรีงามที่คงหลับสบายอยู่ที่จวน จางต๋าก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับมาหาเขาอีกหน จนหยางจื่อถงอดที่จะตั้งคำถามให้กับท่าทีประหลาดนั้นไม่ได้ “เป็นอะไรของเจ้าจางต๋า ข้าสั่งให้ไปทำงานไยจึงยังไม่ไป” “ท่านแม่ทัพ ภรรยาท่าน....” “ทำไม จ้าวซือหงเป็นอะไร!” ร่างสูงลุกพรวดพราดขึ้นด้วยความตื่นตระหนก เค้นความจากคนขอตนด้วยใจที่เริ่มไม่เป็นสุข เขาออกจากจวนมาตั้งแต่เช้าตรู่ นางยังหลับใหลอยู่ด้วยซ้ำไป เขาเองก็ไม่อยากจะปลุกก็ได้แต่สั่งสาวใช้ของนางไว้เท่านั้นมาจะมาที่หอสุราลี่ตง “ภรรยาของท่าน...สั่งให้เปิดห้องครัวขอรับ” “หา?!” คนที่ตะลึงงันยิ่งปั้นหน้าไม่ถูก “ปะ...เปิดห้องครัวอะไรของเจ้า พูดมาให้มันกระจ่างได้หรือไม่!” “ภรรยาของท่านมาที่นี่ และสั่งให้เปิดครัวทำอาหารขอรับ!” หยางจื่อถงนิ่งงันด้วยไม่รู้ว่าเขาควรจะเดือดดาลในเรื่องใดมากกว่ากัน ระหว่างภรรยาที่เขาคิดว่านอนหลับสบายอยู่ที่จวนมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่และสั่งให้เปิดห้องครัวของหอสุราทำอาหารให้ตนเอง หรือควรจะโกรธที่นางพาตัวเองออกมาลำบากกัน แต่หยางจื่อถงก็ไม่อาจนั่งนิ่งได้อีกต่อไป เขาก้าวเท้าออกจากห้องส่วนตัวภายในหอสุราลี่ตงด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว ยามนี้ภายในหอสุรายังร้างผู้คน มีเพียงคนงานเท่านั้นที่กำลังจัดเตรียมข้าวของเพื่อรอเวลาเปิดรับลูกค้ามากหน้าหลายตา ดังนั้นเขาจึงตามหาภรรยาที่แสนจะซุกซนได้ไม่ยากเย็นนัก เพียงแต่เมื่อเห็นสตรีร่างบางอยู่ห่างไม่เกินสิบก้าว เขาก็แทบจะกระโจนเข้าไปหานาง เมื่อสังเกตว่าในมือขาวนั้นถือจอกสุราเอาไว้มั่น “ซือหง!” หยางจื่อถงปราดเข้าไปยื้อแย้งจอกสุราในมือของภรรยามาไว้ในมือของตน “เจ้าทำอะไรของเจ้า รู้หรือไม่นี่คือสิ่งใด!”“ขายออกไปให้กับคนสองคน คนหนึ่งจ่ายด้วยตั๋วเงินสภาพยับเยินยากจะสืบหาเจ้าคน อีกคนหนึ่งจ่ายด้วยทองคำทั้งหมด ส่วนคนที่มาซื้อนั้นเป็นเพียงนกต่อเท่านั้น”สองสามีภรรยาที่คิดไม่ตกต่อเรื่องทั้งปวงที่ยุ่งเหยิงเกินพรรณนาต้องมานั่งใคร่ครวญในสิ่งที่หวางมู่หามาได้ คราแรกหยางจื่อถงต้องการยาถอนพิษมาไว้ในมือของเขา เผื่อเกินสิ่งใดขึ้นจะได้ทันการณ์ อีกทั้งจะได้สืบสาวถึงคนที่คิดร้าย แต่ทว่าสิ่งที่เขาได้รับทราบกลับสร้างเรื่องน่าวิตกขึ้นมาอีกเรื่องราวกับเป็นเรื่องราวที่ไม่รู้จบ“สภาพตั๋วเงินยับเยิน และทองคำทั้งหมด” หยางจื่อถงทวนสิ่งที่ได้ยิน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด นึกถึงความเป็นไปได้ของเจ้าของทรัพย์สินเหล่านั้น และนั่นคือข้อมูลทั้งหมดในยามนี้ที่เขามี นอกจากนั้นล้วนว่างเปล่า หากอยากจะรู้ให้แน่ชัด ก็คงต้องเอ่ยถามจ้าวซือหงที่หลับใหลอยู่ที่ใดสักที่พร้อมกับความทรงจำสามปีที่ผ่านมากระมัง“คนรอบกายท่านที่คิดร้ายต่อเรา มีทั้งคหบดีและยาจกหรือ” เสียงของจ้าวซือหงเรียกความสนใจของบุรุษที่ใคร่ครวญทุกอย่างด้วยความเคร่งเครียดทันที “ยาจกผู้นั้นเพียรสะสมตั๋วเงินจำนวนมากเพื่อมาซื้อยาพิษและทำร้ายข้า ส่วนอีกผู้ก็มั่งมี
หยางจื่อถงมองพินิจสตรีที่หลับใหลไปด้วยความเหนื่อยอ่อน มือกร้านลูบศีรษะของนางอย่างปลอบประโลม ทุกอย่างดูหนักหนาสาหัสกับนางเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เป็นเพียงสตรีแต่กลับแบกเรื่องหนักหนาเอาไว้มากมาย แล้วก่อนหน้านี้เล่านางต้องเผชิญสิ่งใดบ้างยามที่เขาไม่อยู่ ยามที่เขาเอาชีวิตของตนเองปกป้องแผ่นดินนี้อย่างสุดกำลัง ภรรยาของเขานั้นต้องทนทุกข์อยู่กับสิ่งใดบ้าง“นายท่านขอรับ” เสียงจากคนสนิทเรียกให้หยางจื่อถงหลุดออกจากภวังค์แห่งความหม่นหมองภายในจิตใจ แต่ทว่าก็ยังไม่ละสายตาไปจากภรรยาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง “ซ่งจื่อรุ่ยเขียนเทียบยาถอนพิษไว้แล้วขอรับ ท่านจะให้ข้าทำอย่างไรต่อไป”“ไปที่ร้านขายยา ถามหายาถอนพิษ สอบถามว่าภายในสองสามเดือนมานี้มีผู้ใดซื้อยาถอนพิษ หรือยาลืมเลือนเจ็ดราตรีบ้างหรือไม่ หากเขาไม่ยอมเปิดปากก็ใช้เงินทองทำให้พวกมันพูด หากยังไม่ยอมพูด ก็ทำตามที่เจ้าเห็นว่าสมควร”“ขอรับ”“แล้วเจ้านั่น...มันหายหัวไปไหน”“ไม่ทราบขอรับ หลังจากทำงานให้ท่านเรียบร้อยก็หายตัวไปที่ใดก็มิทราบ”“มันทำงานเสร็จแล้ว...คงต้องกำจัดทิ้งแล้วกระมัง”“นายท่าน...”“มันทำข้าก่อนหวางมู่ มันทำข้าก่อนทั้งสิ้น” นัยน์ตาแดงก่ำเอ่ยด้วยคว
“แล้วเหตุใดจึงเป็นเพียงความทรงจำช่วงหนึ่งเท่านั้นเล่า” หยางจื่อถงตั้งคำถาม“เรื่องนั้นเป็นไปได้สองทางคือ ความทรงจำที่หายไปนั้นสำคัญมากจนฮูหยินระลึกถึงมันอยู่ตลอด ดังนั้นเมื่อรับพิษไปจึงลืมเลือนทุกอย่างทีละนิดโดยที่ท่านไม่รู้ตัว หรือไม่ก็เป็นความทรงจำที่น่าหวาดหวั่นจนหวนนึกถึงอีกครั้งในช่วงที่จิตใจหวั่นวิตก และยาพิษนั่นจึงลบเลือนมันไปอย่างที่ท่านต้องการ”“แล้วทางแก้เล่า”“มียาถอนพิษนี้...เพียงแต่ไม่อาจใช้กับฮูหยินได้”“ทำไม!” หยางจื่อถงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือปนไปด้วยความไม่พอใจ อย่างไม่อาจข่มอารมณ์เอาไว้ได้“เพราะยาถอนพิษจะส่งผลเสียต่อเด็กในครรภ์ ฉะนั้นบัดนี้แม้มียาถอนพิษก็ไร้ความหมาย”เมื่อได้ยินมือของจ้าวซือหงก็พลันสัมผัสที่หน้าท้องของตนเอง ส่วนหยางจื่อถงนั้นก็ได้แต่กล้ำกลืนก้อนบางอย่างลงคอและเอ่ยถามในสิ่งที่เขาหวั่นวิตกมากที่สุด “แล้วพิษนี้จะส่งผลเสียอย่างไร”“ความทรงจำหล่นหาย เหนื่อยง่าย หายใจหอบเหนื่อย และค่อยๆ กัดกินหัวใจของฮูหยินจนหยุดเต้นในที่สุด”ทั้งห้องตกอยู่ในสภาวะเงียบงัน หยางจื่อถงกำมือทั้งสองข้างแน่นอย่างเผลอไผล จ้าวซือหงจมดิ่งสู่ความดำมืดในจิตใจ มีทางรอดแต่ก็เหมือนไม่มี
“ไปกันเถิดขอรับฮูหยิน สายกว่านี้จะยิ่งผิดสังเกต” จ้าวซือหงหันมองเจ้าของเสียงที่หลายวันมานี้เข้านอกออกในห้องนอนของเธอและหยางจื่อถงด้วยความชำนาญ“หวางมู่ เจ้ามาตั้งแต่เมื่อใด”“ข้ามิได้ไปไหน ข้าเฝ้าดูฮูหยินอยู่ตลอด”จ้าวซือหงพลันทอดถอนหายใจเมื่อได้ยินในสิ่งที่ลูกน้องคนสนิทของสามีเอ่ยออกมา หากให้นางถามนี่ก็คงเป็นคำสั่งของสามีนางอีกเช่นเคย เขาไม่ยอมให้นางไกลหูไกลตาแม้แต่ครึ่งก้าว ประคองนางไว้ในอุ้งมือแต่ตบตาผู้อื่นว่าทิ้งขว้างนางอย่างสามีผู้ไร้คุณธรรม จนชั่วขณะหนึ่งจ้าวซือหงก็อดคิดไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ง่อนแง่นก่อนหน้านี้ที่คนเล่าลือกันให้ทั่วของนางและเขานั้นเกิดจากการสร้างเรื่องมดเท็จเช่นในตอนนี้ เพื่อความอยู่รอดของทั้งเขาและเธอ แต่เหตุใดจึงต้องสร้างเรื่องเช่นนี้เพื่อความอยู่รอดนั้นนางก็ไม่อาจทราบได้ในตอนนี้เช่นกันในเมื่อไม่ทราบนางก็ได้แต่วางเรื่องชวนเวียนหัวนี้ลง และทำตามที่หวางมู่ต้องการ คือลอบออกจากจวนมุ่งหน้าไปยังหอสุราลี่ตง เมื่อถึงหอสุราก็ไม่มีใครทราบอีกเช่นกันว่านางมาหลบพำนักที่นี่ด้วยว่าหวางมู่พานางมายังที่นี่ด้วยเส้นทางลับ ที่มีปลายทางเป็นห้องนอนของหยางจื่อถงที่นายมาหลับนอนอยู่ท
หลังจากเรื่องในวันนั้นจวนของท่านแม่ทัพหยางก็มิต่างจากป้อมปราการ มีคนมากมายคอยคุ้มกัน คำสั่งมีเพียงอย่างเดียวคืออย่าให้ใครหน้าไหนเข้าจวนได้ทั้งสิ้นจนกว่าจะมีคำอนุญาตจากท่านแม่ทัพ แต่นั่นก็มิได้สร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ผู้เป็นภรรยาอย่างจ้าวซือหงแม้แต่น้อย เพราะนางมีเรื่องที่เคลือบแคลงใจมากกว่านั้นให้ครุ่นคิดจ้าวซือหงตั้งอาหารเข้าปากพลางมองบุรุษที่อยู่เคียงกายไม่ห่างตั้งแต่หลับยันตื่นนอน“วันนี้ไปที่หอสุรากับข้า”และนี่คือเรื่องที่นางฉงนสนเท่ห์เป็นไหนๆ เขาสั่งคนมากมายล้อมจวนไม่ให้ใครได้ย่างกายเข้ามาได้ แต่ทว่าหลังจากวันนั้นเขาก็ลอบพานางออกจากจวนด้วยทางลับที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในจวน และพานางไปอยู่ที่หอสุรากับเขาทุกวี่วัน ดั่งเป็นกับดักล่อลวงให้คนอื่นได้เข้าใจว่านางนั้นพำนักอยู่ที่จวนมิได้ออกไปไหนแม้แต่ครึ่งก้าว ท่านแม่ทัพประคองนางให้อยู่ในอุ้งมือราวกับสิ่งมีค่าจนนางไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกัน“ท่านคิดทำแบบนี้ไปถึงเมื่อใด”คนที่ถูกทำก็ยังมีทีท่าไม่ยี่หระ เพียงแต่ชั่วขณะหนึ่งเขากลับนึกถึงคำพูดของใครบางคนขึ้นมา... “เมื่อข้ากำจัดปักษามีพิษใกล้ตัวไปได้”“ปักษามีพิษ?”“ใช่ ชุบเลี้ยงมันมาอย่างดี มันกล
“เช่นนั้นไม่แย่หรือ ในเมื่อข้าจำสิ่งใดไม่ได้”“ข้ายังไม่เดือดร้อน เจ้าจะเดือดร้อนไปไย เอาเถิดอย่าไปคิดมากเลย หากใคร่ครวญให้ดีเจ้าจำความอะไรไม่ได้ก็เท่ากับว่าของสำคัญนั้นกำลังสูญหาย แต่จะหายไปเพียงชั่วครู่ หรือหายไปตลอดกาลนั้นขึ้นอยู่กับเจ้า”“ของสำคัญเช่นนั้น หากท่านสูญเสียมันไปจะเป็นเช่นไร”“ไม่เป็น มันจะสำคัญเมื่อข้าคิดที่จะใช้เท่านั้น บัดนี้ข้ายังไม่คิดใช้มันเลยไม่สำคัญ และไม่ส่งผลใดต่อข้า ตอนนี้ที่ข้าเป็นห่วงคือความปลอดภัยเท่านั้น หากคนพวกนั้นเข้ามารื้อค้นของถึงในห้องโดยที่คนในจวนไม่รู้นับว่าเป็นเรื่องอันตราย”“ข้าควรแปลกใจในเรื่องใด ระหว่างท่านมีความลับที่ดูยิ่งใหญ่จนข้าไม่วางใจ หรือเรื่องที่ท่านวางใจข้าให้เก็บรักษาของสำคัญนั้นไว้”“...แม้ความสัมพันธ์จะระหองระแหงแต่ก็ยังเรียกว่าความสัมพันธ์ไม่ใช่หรือ เจ้าอย่าตีความ ความสัมพันธ์ง่อนแง่นของเราในแง่ร้ายนักซือหง”“เช่นนั้นไยท่านไม่บอกว่าเรารักกัน เหตุใดจึงพูดอ้อมค้อมเสียทุกครั้ง มันคงง่ายกว่านี้หากข้าไม่ต้องมานั่งตีความคำพูดของท่านทุกครั้ง”เท้าที่ก้าวเดินชะงักอีกครั้งหนึ่ง หยางจื่อถงเพ่งพินิจใบหน้างามที่เต็มไปด้วยความสงสัย นัยน์ตาเจ







