หน้าหลัก / รักโบราณ / หวนคำนึง / พิษลืมเลือนเจ็ดราตรี 3

แชร์

พิษลืมเลือนเจ็ดราตรี 3

ผู้เขียน: กัวซืออวี่
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-30 13:43:09

“แล้วเหตุใดจึงเป็นเพียงความทรงจำช่วงหนึ่งเท่านั้นเล่า” หยางจื่อถงตั้งคำถาม

“เรื่องนั้นเป็นไปได้สองทางคือ ความทรงจำที่หายไปนั้นสำคัญมากจนฮูหยินระลึกถึงมันอยู่ตลอด ดังนั้นเมื่อรับพิษไปจึงลืมเลือนทุกอย่างทีละนิดโดยที่ท่านไม่รู้ตัว หรือไม่ก็เป็นความทรงจำที่น่าหวาดหวั่นจนหวนนึกถึงอีกครั้งในช่วงที่จิตใจหวั่นวิตก และยาพิษนั่นจึงลบเลือนมันไปอย่างที่ท่านต้องการ”

“แล้วทางแก้เล่า”

“มียาถอนพิษนี้...เพียงแต่ไม่อาจใช้กับฮูหยินได้”

“ทำไม!” หยางจื่อถงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือปนไปด้วยความไม่พอใจ อย่างไม่อาจข่มอารมณ์เอาไว้ได้

“เพราะยาถอนพิษจะส่งผลเสียต่อเด็กในครรภ์ ฉะนั้นบัดนี้แม้มียาถอนพิษก็ไร้ความหมาย”

เมื่อได้ยินมือของจ้าวซือหงก็พลันสัมผัสที่หน้าท้องของตนเอง ส่วนหยางจื่อถงนั้นก็ได้แต่กล้ำกลืนก้อนบางอย่างลงคอและเอ่ยถามในสิ่งที่เขาหวั่นวิตกมากที่สุด “แล้วพิษนี้จะส่งผลเสียอย่างไร”

“ความทรงจำหล่นหาย เหนื่อยง่าย หายใจหอบเหนื่อย และค่อยๆ กัดกินหัวใจของฮูหยินจนหยุดเต้นในที่สุด”

ทั้งห้องตกอยู่ในสภาวะเงียบงัน หยางจื่อถงกำมือทั้งสองข้างแน่นอย่างเผลอไผล จ้าวซือหงจมดิ่งสู่ความดำมืดในจิตใจ มีทางรอดแต่ก็เหมือนไม่มี ทางรอดของนางคือจุดจบของบุตรในครรภ์ เช่นนี้จะนับว่าเป็นทางรอดได้อย่างไร

“หาก...หากอยากให้นางมีชีวิตอยู่ต่อ ต้อง...ต้องกำจัดเด็กทิ้งหรือ” แม่ทัพผู้เกรียงไกรในใต้หล้าเอ่ยทุกอย่างออกมาด้วยความยากลำบาก บัดนี้เขาไม่กล้าแม้แต่มองใบหน้าของจ้าวซือหงด้วยซ้ำไป ภายในใจหนักอึ้งประหนึ่งถูกทับด้วยก้อนหินขนาดมหึมา

“ยานี้ออกฤทธิ์เร็วสุดก็ภายในสิบเดือนหลังจากได้รับพิษ ช้าสุดก็ภายในหนึ่งปี รอให้ฮูหยินคลอดก่อนแล้วค่อยกินยาถอนพิษได้ แต่กว่าจะถึงตอนนั้นร่างกายของฮูหยินจะแบกรับการตั้งครรภ์ไปจนถึงคลอดบุตรหรือไม่ข้าเองก็ไม่แน่ใจเสียเท่าไหร่ ทางที่ดีข้าคิดว่า...”

“ไม่!” เสียงปฏิเสธเอ่ยดังลั่นจนหยางจื่อถงต้องมองใบหน้าของภรรยา ดวงตาของนางแดงก่ำ หยาดน้ำตาคลอหน่วยแต่ทว่าก็ยังเข้มแข็งกว่าเขาในตอนนี้กระมัง จึงเอ่ยปฏิเสธเรื่องทุกอย่างด้วยความหนักแน่นถึงเพียงนี้

“ข้าจะรอจนกว่าจะให้กำเนิดบุตร ข้าไม่มีทางทำเรื่องพรรค์นั้นเด็ดขาด!”

หยางจื่อถงมองสตรีที่กล่าวอย่างเด็ดเดี่ยวกับซ่งจื่อรุ่ย ก่อนจะหันมามองทางเขาอย่างอ้อนวอน...จ้าวซือหงไม่เคยอ้อนวอนสิ่งใด แต่ครั้งนี้นางกำลังอ้อนวอนขอร้องกับเขาผ่านนัยน์ตาที่ช้ำไปด้วยหยาดน้ำตา

หยางจื่อถงหลับตามือทั้งสองข้างยังคงกำแน่น ก่อนจะพูดออกมาอย่างยากเย็น “ประคองอาการของนางเอาไว้จนกว่าจะคลอด”

“ข้าเกรงว่าข้าจะทำไม่-”

“เจ้าต้องทำได้!” ไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ยถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ในขณะนี้หยางจื่อถงไม่อยากได้ยินว่ามีเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แม้สักเรื่องเดียว

“ข้าจะพยายาม” คนที่ถูกบีบบังคับก็จำต้องก้มหน้ารับอย่างไม่เต็มเสียง และเข้าใจในสถานการณ์ดี พ่อแม่ที่ไหนจะจำใจทำร้ายลูกได้กัน นี่ยังไม่ทันได้เห็นหน้าเลยด้วยซ้ำ เขาทราบดีว่าเป็นสถานการณ์ที่ตัดสินใจได้ยาก แต่ก็ใช่ว่าหลังจากนี้พวกเขาคนใดคนหนึ่งจะไม่เปลี่ยนใจ...

“ส่วนเรื่องยาถอนพิษเจ้าจงตระเตรียมไว้ บางทีนี่อาจเป็นมูลเหตุชี้ให้เห็นถึงคนคิดชั่วช้าเช่นนี้ได้” แม้จะหัวใจจะเต็มไปด้วยความหนักอึ้งแต่หยางจื่อถงก็ยังครองสติได้ถึงขั้นที่ว่าไล่เรียงทุกอย่างได้อย่างถี่ถ้วนและเห็นว่าเหตุในข้อนี้อาจดึงตัวคนร้ายออกมาได้

“ขอรับ”

“ออกไปรอข้าข้างล่างก่อน”

“ขอรับ”

คล้อยหลังหมอที่เขาตามตัวมารักษาภรรยาโดยเฉพาะ หยางจื่อถงก็ทิ้งกายลงนั่งข้างจ้าวซือหงแต่ไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาแม้ครึ่งคำ เขานั่งนิ่งงันไม่ต่างจากสตรีข้างๆ ที่น้ำตาไหลอาบแก้มแต่ทว่าไม่มีเสียงสะอื้นไห้เล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย

“ข้าไม่มีวันให้อภัยมัน” เสียงแรกที่ดังขึ้นนั้นมาจากหยางจื่อถง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ภายในใจร้อนรุ่มและไม่อาจให้อภัยคนชั่วที่คิดทำร้ายครอบครัวของเขาถึงเพียงนี้ “ข้าไม่ไว้ชีวิตมันแน่ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม”

หยางจื่อถงหันหน้ามองสตรีข้างกาย ใบหน้างามเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาที่แสนจะไม่คู่ควรกับนาง มือกร้านเอื้อมไปเช็ดหยาดน้ำใสๆ นั่นด้วยความเบามือ มองเสี้ยวหน้าของผู้เป็นภรรยาที่บัดนี้หันมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

“เขาต้องได้เกิดมา หยางจื่อถงท่านต้องรับปากกับข้า” จ้าวซือหงต้องการคำมั่นสัญญาจากผู้เป็นสามี นางไม่แน่ใจเช่นกันว่าไยต้องการมันมากถึงเพียงนี้ อย่างไรเสียนี่ก็ลูกของนาง นางจะเห็นแก่ตัวปล่อยให้ลูกต้องตายและนางมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไรกัน ไม่มีทาง...นางไม่อาจปล่อยให้เกิดเรื่องพรรค์นี้ได้ เว้นเสียแต่วันนั้นนางอ่อนแอเสียจนไม่อาจทัดทานสิ่งใดได้ วันนั้นก็คงมีเพียงหยางจื่อถงที่ตัดสินทุกอย่างแทนนาง และนางก็อาจวางใจเขาได้ในเรื่องนี้เช่นกัน...

หยางจื่อถงมองสตรีที่คาดคันให้เอาคำมั่นสัญญาก็ระบายยิ้มออกมาอย่างฝืนเฝื่อน “คราแรกที่รู้ว่าเจ้าตั้งครรภ์ ข้าดีใจมากรู้หรือไม่ แม้ไม่เคยคิดว่าตนเองยามมีลูกนั้นจะเป็นอย่างไร แต่ข้ากลับมีความสุข ข้าวาดฝันทุกอย่างราวกับคนฝันเฟื่อง ฉะนั้นข้าจะโอบประคองความฝันนั้นไว้อย่างดีที่สุด”

แม้ว่าท้ายที่สุดเขาอาจจะต้องมานั่งตั้งคำถามกับตนเองว่าระหว่างความฝันและความจริงตรงหน้าจะเลือกสิ่งใดก็ตาม แต่บัดนี้เขาขอนำพาความฝันเดินไปพร้อมกับความจริงอย่างบุรุษที่เห็นแก่ตัวกว่าใครในใต้หล้า เพียงเพื่อประคองความสุขเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตให้ดำรงอยู่ต่อไป เพียงเพื่อจ้าวซือหงได้อยู่ต่อไปด้วยความสุข...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หวนคำนึง   ผู้ต้องสงสัย 2

    “ขายออกไปให้กับคนสองคน คนหนึ่งจ่ายด้วยตั๋วเงินสภาพยับเยินยากจะสืบหาเจ้าคน อีกคนหนึ่งจ่ายด้วยทองคำทั้งหมด ส่วนคนที่มาซื้อนั้นเป็นเพียงนกต่อเท่านั้น”สองสามีภรรยาที่คิดไม่ตกต่อเรื่องทั้งปวงที่ยุ่งเหยิงเกินพรรณนาต้องมานั่งใคร่ครวญในสิ่งที่หวางมู่หามาได้ คราแรกหยางจื่อถงต้องการยาถอนพิษมาไว้ในมือของเขา เผื่อเกินสิ่งใดขึ้นจะได้ทันการณ์ อีกทั้งจะได้สืบสาวถึงคนที่คิดร้าย แต่ทว่าสิ่งที่เขาได้รับทราบกลับสร้างเรื่องน่าวิตกขึ้นมาอีกเรื่องราวกับเป็นเรื่องราวที่ไม่รู้จบ“สภาพตั๋วเงินยับเยิน และทองคำทั้งหมด” หยางจื่อถงทวนสิ่งที่ได้ยิน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด นึกถึงความเป็นไปได้ของเจ้าของทรัพย์สินเหล่านั้น และนั่นคือข้อมูลทั้งหมดในยามนี้ที่เขามี นอกจากนั้นล้วนว่างเปล่า หากอยากจะรู้ให้แน่ชัด ก็คงต้องเอ่ยถามจ้าวซือหงที่หลับใหลอยู่ที่ใดสักที่พร้อมกับความทรงจำสามปีที่ผ่านมากระมัง“คนรอบกายท่านที่คิดร้ายต่อเรา มีทั้งคหบดีและยาจกหรือ” เสียงของจ้าวซือหงเรียกความสนใจของบุรุษที่ใคร่ครวญทุกอย่างด้วยความเคร่งเครียดทันที “ยาจกผู้นั้นเพียรสะสมตั๋วเงินจำนวนมากเพื่อมาซื้อยาพิษและทำร้ายข้า ส่วนอีกผู้ก็มั่งมี

  • หวนคำนึง   ผู้ต้องสงสัย 1

    หยางจื่อถงมองพินิจสตรีที่หลับใหลไปด้วยความเหนื่อยอ่อน มือกร้านลูบศีรษะของนางอย่างปลอบประโลม ทุกอย่างดูหนักหนาสาหัสกับนางเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เป็นเพียงสตรีแต่กลับแบกเรื่องหนักหนาเอาไว้มากมาย แล้วก่อนหน้านี้เล่านางต้องเผชิญสิ่งใดบ้างยามที่เขาไม่อยู่ ยามที่เขาเอาชีวิตของตนเองปกป้องแผ่นดินนี้อย่างสุดกำลัง ภรรยาของเขานั้นต้องทนทุกข์อยู่กับสิ่งใดบ้าง“นายท่านขอรับ” เสียงจากคนสนิทเรียกให้หยางจื่อถงหลุดออกจากภวังค์แห่งความหม่นหมองภายในจิตใจ แต่ทว่าก็ยังไม่ละสายตาไปจากภรรยาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง “ซ่งจื่อรุ่ยเขียนเทียบยาถอนพิษไว้แล้วขอรับ ท่านจะให้ข้าทำอย่างไรต่อไป”“ไปที่ร้านขายยา ถามหายาถอนพิษ สอบถามว่าภายในสองสามเดือนมานี้มีผู้ใดซื้อยาถอนพิษ หรือยาลืมเลือนเจ็ดราตรีบ้างหรือไม่ หากเขาไม่ยอมเปิดปากก็ใช้เงินทองทำให้พวกมันพูด หากยังไม่ยอมพูด ก็ทำตามที่เจ้าเห็นว่าสมควร”“ขอรับ”“แล้วเจ้านั่น...มันหายหัวไปไหน”“ไม่ทราบขอรับ หลังจากทำงานให้ท่านเรียบร้อยก็หายตัวไปที่ใดก็มิทราบ”“มันทำงานเสร็จแล้ว...คงต้องกำจัดทิ้งแล้วกระมัง”“นายท่าน...”“มันทำข้าก่อนหวางมู่ มันทำข้าก่อนทั้งสิ้น” นัยน์ตาแดงก่ำเอ่ยด้วยคว

  • หวนคำนึง   พิษลืมเลือนเจ็ดราตรี 3

    “แล้วเหตุใดจึงเป็นเพียงความทรงจำช่วงหนึ่งเท่านั้นเล่า” หยางจื่อถงตั้งคำถาม“เรื่องนั้นเป็นไปได้สองทางคือ ความทรงจำที่หายไปนั้นสำคัญมากจนฮูหยินระลึกถึงมันอยู่ตลอด ดังนั้นเมื่อรับพิษไปจึงลืมเลือนทุกอย่างทีละนิดโดยที่ท่านไม่รู้ตัว หรือไม่ก็เป็นความทรงจำที่น่าหวาดหวั่นจนหวนนึกถึงอีกครั้งในช่วงที่จิตใจหวั่นวิตก และยาพิษนั่นจึงลบเลือนมันไปอย่างที่ท่านต้องการ”“แล้วทางแก้เล่า”“มียาถอนพิษนี้...เพียงแต่ไม่อาจใช้กับฮูหยินได้”“ทำไม!” หยางจื่อถงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือปนไปด้วยความไม่พอใจ อย่างไม่อาจข่มอารมณ์เอาไว้ได้“เพราะยาถอนพิษจะส่งผลเสียต่อเด็กในครรภ์ ฉะนั้นบัดนี้แม้มียาถอนพิษก็ไร้ความหมาย”เมื่อได้ยินมือของจ้าวซือหงก็พลันสัมผัสที่หน้าท้องของตนเอง ส่วนหยางจื่อถงนั้นก็ได้แต่กล้ำกลืนก้อนบางอย่างลงคอและเอ่ยถามในสิ่งที่เขาหวั่นวิตกมากที่สุด “แล้วพิษนี้จะส่งผลเสียอย่างไร”“ความทรงจำหล่นหาย เหนื่อยง่าย หายใจหอบเหนื่อย และค่อยๆ กัดกินหัวใจของฮูหยินจนหยุดเต้นในที่สุด”ทั้งห้องตกอยู่ในสภาวะเงียบงัน หยางจื่อถงกำมือทั้งสองข้างแน่นอย่างเผลอไผล จ้าวซือหงจมดิ่งสู่ความดำมืดในจิตใจ มีทางรอดแต่ก็เหมือนไม่มี

  • หวนคำนึง   พิษลืมเลือนเจ็ดราตรี 2

    “ไปกันเถิดขอรับฮูหยิน สายกว่านี้จะยิ่งผิดสังเกต” จ้าวซือหงหันมองเจ้าของเสียงที่หลายวันมานี้เข้านอกออกในห้องนอนของเธอและหยางจื่อถงด้วยความชำนาญ“หวางมู่ เจ้ามาตั้งแต่เมื่อใด”“ข้ามิได้ไปไหน ข้าเฝ้าดูฮูหยินอยู่ตลอด”จ้าวซือหงพลันทอดถอนหายใจเมื่อได้ยินในสิ่งที่ลูกน้องคนสนิทของสามีเอ่ยออกมา หากให้นางถามนี่ก็คงเป็นคำสั่งของสามีนางอีกเช่นเคย เขาไม่ยอมให้นางไกลหูไกลตาแม้แต่ครึ่งก้าว ประคองนางไว้ในอุ้งมือแต่ตบตาผู้อื่นว่าทิ้งขว้างนางอย่างสามีผู้ไร้คุณธรรม จนชั่วขณะหนึ่งจ้าวซือหงก็อดคิดไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ง่อนแง่นก่อนหน้านี้ที่คนเล่าลือกันให้ทั่วของนางและเขานั้นเกิดจากการสร้างเรื่องมดเท็จเช่นในตอนนี้ เพื่อความอยู่รอดของทั้งเขาและเธอ แต่เหตุใดจึงต้องสร้างเรื่องเช่นนี้เพื่อความอยู่รอดนั้นนางก็ไม่อาจทราบได้ในตอนนี้เช่นกันในเมื่อไม่ทราบนางก็ได้แต่วางเรื่องชวนเวียนหัวนี้ลง และทำตามที่หวางมู่ต้องการ คือลอบออกจากจวนมุ่งหน้าไปยังหอสุราลี่ตง เมื่อถึงหอสุราก็ไม่มีใครทราบอีกเช่นกันว่านางมาหลบพำนักที่นี่ด้วยว่าหวางมู่พานางมายังที่นี่ด้วยเส้นทางลับ ที่มีปลายทางเป็นห้องนอนของหยางจื่อถงที่นายมาหลับนอนอยู่ท

  • หวนคำนึง   พิษลืมเลือนเจ็ดราตรี 1

    หลังจากเรื่องในวันนั้นจวนของท่านแม่ทัพหยางก็มิต่างจากป้อมปราการ มีคนมากมายคอยคุ้มกัน คำสั่งมีเพียงอย่างเดียวคืออย่าให้ใครหน้าไหนเข้าจวนได้ทั้งสิ้นจนกว่าจะมีคำอนุญาตจากท่านแม่ทัพ แต่นั่นก็มิได้สร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ผู้เป็นภรรยาอย่างจ้าวซือหงแม้แต่น้อย เพราะนางมีเรื่องที่เคลือบแคลงใจมากกว่านั้นให้ครุ่นคิดจ้าวซือหงตั้งอาหารเข้าปากพลางมองบุรุษที่อยู่เคียงกายไม่ห่างตั้งแต่หลับยันตื่นนอน“วันนี้ไปที่หอสุรากับข้า”และนี่คือเรื่องที่นางฉงนสนเท่ห์เป็นไหนๆ เขาสั่งคนมากมายล้อมจวนไม่ให้ใครได้ย่างกายเข้ามาได้ แต่ทว่าหลังจากวันนั้นเขาก็ลอบพานางออกจากจวนด้วยทางลับที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในจวน และพานางไปอยู่ที่หอสุรากับเขาทุกวี่วัน ดั่งเป็นกับดักล่อลวงให้คนอื่นได้เข้าใจว่านางนั้นพำนักอยู่ที่จวนมิได้ออกไปไหนแม้แต่ครึ่งก้าว ท่านแม่ทัพประคองนางให้อยู่ในอุ้งมือราวกับสิ่งมีค่าจนนางไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกัน“ท่านคิดทำแบบนี้ไปถึงเมื่อใด”คนที่ถูกทำก็ยังมีทีท่าไม่ยี่หระ เพียงแต่ชั่วขณะหนึ่งเขากลับนึกถึงคำพูดของใครบางคนขึ้นมา... “เมื่อข้ากำจัดปักษามีพิษใกล้ตัวไปได้”“ปักษามีพิษ?”“ใช่ ชุบเลี้ยงมันมาอย่างดี มันกล

  • หวนคำนึง   สิ่งสำคัญที่หายไปพร้อมกับความทรงจำ 2

    “เช่นนั้นไม่แย่หรือ ในเมื่อข้าจำสิ่งใดไม่ได้”“ข้ายังไม่เดือดร้อน เจ้าจะเดือดร้อนไปไย เอาเถิดอย่าไปคิดมากเลย หากใคร่ครวญให้ดีเจ้าจำความอะไรไม่ได้ก็เท่ากับว่าของสำคัญนั้นกำลังสูญหาย แต่จะหายไปเพียงชั่วครู่ หรือหายไปตลอดกาลนั้นขึ้นอยู่กับเจ้า”“ของสำคัญเช่นนั้น หากท่านสูญเสียมันไปจะเป็นเช่นไร”“ไม่เป็น มันจะสำคัญเมื่อข้าคิดที่จะใช้เท่านั้น บัดนี้ข้ายังไม่คิดใช้มันเลยไม่สำคัญ และไม่ส่งผลใดต่อข้า ตอนนี้ที่ข้าเป็นห่วงคือความปลอดภัยเท่านั้น หากคนพวกนั้นเข้ามารื้อค้นของถึงในห้องโดยที่คนในจวนไม่รู้นับว่าเป็นเรื่องอันตราย”“ข้าควรแปลกใจในเรื่องใด ระหว่างท่านมีความลับที่ดูยิ่งใหญ่จนข้าไม่วางใจ หรือเรื่องที่ท่านวางใจข้าให้เก็บรักษาของสำคัญนั้นไว้”“...แม้ความสัมพันธ์จะระหองระแหงแต่ก็ยังเรียกว่าความสัมพันธ์ไม่ใช่หรือ เจ้าอย่าตีความ ความสัมพันธ์ง่อนแง่นของเราในแง่ร้ายนักซือหง”“เช่นนั้นไยท่านไม่บอกว่าเรารักกัน เหตุใดจึงพูดอ้อมค้อมเสียทุกครั้ง มันคงง่ายกว่านี้หากข้าไม่ต้องมานั่งตีความคำพูดของท่านทุกครั้ง”เท้าที่ก้าวเดินชะงักอีกครั้งหนึ่ง หยางจื่อถงเพ่งพินิจใบหน้างามที่เต็มไปด้วยความสงสัย นัยน์ตาเจ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status