Home / รักโบราณ / หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต / บทที่ 8 ยัดเยียดข้อกล่าวหา

Share

บทที่ 8 ยัดเยียดข้อกล่าวหา

Author: BigM00N
last update publish date: 2026-02-02 16:09:21

ซูหลีเซียงจ้องมองสาวใช้ของซูหลีหลี่ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันยิ่งสาวใช้ทั้งสองพยายามบ่ายเบี่ยงก็ยิ่งหมายความว่าการคาดเดาของนางล้วนถูกต้อง ชาติที่แล้วเพราะนางกำลังดีอกดีใจที่จะได้เป็นแต่งออกจากจวนไปเป็นพระชายาของเสียนอ๋องจึงไม่ได้ให้ความสนใจเมื่อญาติผู้น้องจากจวนสกุลหวังของนางบอกว่าเห็นซูหลีหลี่สวมชุดสาวใช้พูดคุยกับคนของกองกำลังรักษาเมืองอย่างสนิทสนมในตลาด แต่ชาตินี้กลับไม่เหมือนกันทุกเรื่องที่อาจจะก่อให้เกิดหายนะกับซูหลีหลี่ได้นางล้วนใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง

“เจ้าไปตามท่านพ่อและท่านแม่มา บอกกับท่านพ่อและท่านแม่ว่าพี่หญิงของข้าประพฤติตนผิดธรรมเนียม อีกทั้งยังลักลอบออกไปหาลูกลับๆ ของนางที่อยู่นอกจวนด้วย” ซูหลีเซียงหันไปเอ่ยกับตงเสวี่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจทำให้หวังเหม่ยฉีที่ติดตามมาดูเรื่องสนุกรีบกระซิบโต้แย้งคำสั่งของซูหลีเซียงในทันที

“พี่เซียงเซียง ข้าแค่บอกว่าเห็นนางแต่งกายเป็นสาวใช้พูดคุยกับคนของกองกำลังรักษาเมืองอย่างสนิทสนม เหตุใดท่านจึงได้แต่งเสริมเติมแต่งจนกลายเป็นว่านางไปลักลอบมีลูกอยู่นอกจวนเล่า” เมื่อหวังเหม่ยฉีเอ่ยเช่นนี้ซูหลีเซียงก็หัวเราะออกมาเบาๆ

“เจ้ารอดูไปเถอะ หากข้าคาดเดาไม่ผิดวันนี้คือวันที่นางจะต้องนำลูกนอกสมรสของนางกลับจวนแน่” เมื่อซูหลีเซียงเอ่ยเช่นนี้หวังเหม่ยฉีก็พลันทำสีหน้างุนงง ซูหลีเซียงจึงได้หัวเราะออกมาแล้วเอ่ยกับญาติผู้น้องของนางด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจในทันที

“เจ้าเชื่อข้าเถอะ วันนี้จะต้องเป็นวันที่ซูหลีเซียงนำเด็กนั่นกลับจวนมาแน่ๆ พวกเราก็แค่ดักรอนางเมื่อนางกลับมาถึงเรือนของนางแล้วก็แค่หาทางทำให้นางต้องถูกลงโทษสถานหนักก็พอ” เมื่อซูหลีเซียงเอ่ยเช่นนี้หวังเหม่ยฉีก็พยักหน้า

“ต่อให้ไม่มีทารกอย่างที่ท่านคาดเดา แต่อย่างน้อยการที่นางลักลอบหนีออกจากจวนก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สมควรลงโทษแล้ว เช่นนั้นก็ทำตามที่ท่านว่าให้คนไปตามท่านป้าและท่านลุงเขยมาย่อมเป็นเรื่องที่ดี เฮอะ! เด็กสาวที่มาจากชนบทเช่นนางจะมีความประพฤติที่ดีได้อย่างไร” หวังเหม่ยฉีเอ่ยออกมาเบาๆ แล้วก็หันไปขึงตาใส่สาวใช้ของซูหลีเซียงในทันที

“แล้วเหตุใดเจ้าจึงไม่รีบไปอีก” เมื่อหวังเหม่ยฉีเอ่ยเช่นนี้ซูหลีเซียงจึงพึ่งจะเห็นว่าสาวใช้ของตนเองยังยืนทำสีหน้าไม่ค่อยจะดีนักอยู่ที่เดิม

“คุณหนูบ่าวรู้สึกปวดท้องอยากจะถ่ายหนักกะทันหันขอตัวไปถ่ายหนักก่อนได้ไหมเจ้าคะ” คำพูดของตงเสวี่ยทำให้ซูหลีเซียงตวาดออกมาในทันที

“ไม่ได้ หากอยากจะถ่ายหนักก็จงรีบไปทำธุระให้ข้าก่อน” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ตงเสวี่ยทำสีหน้าราวกับจะร้องไห้ออกมาในทันที

“เช่นนั้นบ่าวคงต้องทำขายหน้าด้วยการปล่อยของเสียที่ตรงนี้แล้วล่ะเจ้าค่ะ” คำพูดของตงเสวี่ยทำให้ซูหลีเซียงเบ้ปากในทันที

“ตงหานเจ้าจงไปตามท่านพ่อและท่านแม่มาให้ข้า ส่วนเจ้าตงเสวี่ยอยากจะไปถ่ายหนักก็รีบไปอย่าได้มาทำเรี่ยราดแถวนี้เชียว” เมื่อซูหลีเซียงเอ่ยเช่นนี้ตงเสวี่ยก็รีบวิ่งไปทางด้านหลังเรือนพักของซูหลีหลี่ในทันที ส่วนตงหานผู้เป็นสาวใช้อีกคนของซูหลีเซียงรีบทำตามคำสั่งของซูหลีเซียงในทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้ซูหลีเซียงบันดาลโทสะแล้วพาลลงไม้ลงมือกับสาวใช้ข้างกายอย่างพวกนาง

“...” ตงเสวี่ยที่หลบหนีมาได้พลันทอดถอนใจออกมาด้วยความโล่งใจ ช่วงนี้นางรับเงินจากคนของซูหลีหลี่มาไม่น้อย หากซูหลีหลี่รู้ว่านางคือคนที่ไปตามซูหย่งเหอและหวังเจียหรานมาที่เรือนแห่งนี้ หนทางได้รับเงินของนางก็คงจะถูกตัดขาดแล้ว

“คุณหนูใหญ่ข้าพยายามช่วยยื้อเวลาให้ท่านแล้วนะเจ้าคะ เรื่องราวหลังจากนี้ท่านก็หาหนทางรอดเอาเองก็แล้วกัน” ตงเสวี่ยได้แต่พึมพำออกมาแล้วทำท่าว่าจะรีบหลบหนีกลับเรือนพักของตนเองแต่กลับได้พบกันคนสามคนที่นางไม่คิดว่าจะได้พบเข้าเสียก่อน

“ขอบใจที่ช่วยยื้อเวลาให้ข้า เช่นนั้นก็ไปกับข้าแล้วบอกมาว่าซูหลีเซียงคิดจะเล่นงานข้าอย่างไร” ซูหลีหลี่เอ่ยพลางเดินนำคนของนางและตงเสวี่ยที่ถูกเผิงซีปิดตาเอาไว้เข้าเรือนไปทางประตูลับที่อยู่ด้านหลังเรือน เมื่อพ้นทางลับก็เป็นห้องนอนของนางแล้ว ตงเสวี่ยที่ถูกเผิงซีปิดตาเอาไว้พลันเบิกตากว้างขึ้นมาในทันทีที่ได้พบว่ายามนี้พวกนางเดินมาถึงห้องนอนห้องหนึ่งที่แค่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นห้องนอนของซูหลีหลี่

“บอกกับข้ามา ว่านายของเจ้าคิดจะเล่นงานข้าเช่นไร” ซูหลีหลี่เอ่ยถามพลางขยับตัวช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ตงชิงที่รีบผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและสางผมให้นางทำให้นางเหมือนคนที่พึ่งจะลุกขึ้นจากที่นอน

“คุณหนูรองให้คนไปตามนายท่านและฮูหยินแล้วเจ้าค่ะ แถมยังพูดอีกว่าคุณหนูใหญ่ประพฤติตนผิดธรรมเนียมอีกทั้งยังลักลอบออกไปหาลูกลับๆ ที่อยู่นอกจวนอีกด้วยเจ้าค่ะ” คำพูดของตงเสวี่ยทำให้ทั้งตงชิงและเผิงซีต่างก็หันไปมองหน้ากันแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

“ลูกลับๆ เช่นนั้นหรือ เหตุคุณหนูรองจึงได้พูดจาใส่ร้ายโดยไม่มีมูลเช่นนี้กันเล่า” คำพูดของเผิงซีทำให้ซูหลีหลี่ที่รู้ดีว่าเพราะเหตุใดซูหลีเซียงจึงได้เอ่ยคำว่าลูกลับๆ ออกมาก็ได้แต่หัวเราะออกมาเบาๆ

ในชาติที่แล้วซูหลีเซียงและทุกคนในจวนสกุลซูต่างก็เข้าใจว่าซูฉางเยว่คือลูกชายลับๆ ของนางที่ถือกำเนิดก่อนที่นางจะมาถึงเมืองหลวง แต่เพราะยามนั้นทุกคนภายในจวนสกุลซูกลัวว่านางจะไม่ยินยอมแลกเปลี่ยนการแต่งงานกับซูหลีเซียง ทั้งซูหลีเซียงและทุกคนในจวนสกุลซูจึงไม่มีผู้ใดกล้าพูดเรื่องนี้ออกมาอีกทั้งยังยอมให้ซูฉางเยว่ใช้แซ่ซูตามที่นางร้องขออีกด้วย แต่ชาตินี้ซูหลีเซียงไม่ได้คิดจะแลกเปลี่ยนการแต่งงานจึงไม่มีสิ่งใดที่จะต้องหวาดกลัว ดังนั้นซูหลีเซียงจึงคิดว่าจะสามารถใช้เรื่องซูฉางเยว่กดดันนางทำให้สถานะของนางต่ำลงจนไม่อาจจะเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผู้ใดได้อีก

'เซียงเซียงหนอเซียงเซียง เจ้าคิดว่าเจ้าล่วงรู้สถานการณ์ล่วงหน้าแล้วจะสามารถรังแกข้าได้ดังใจเจ้าเช่นนั้นหรือ' ซูหลีหลี่คิดพลางหัวเราะอยู่ในใจ เมื่อครู่นี้นางยังรู้สึกเป็นทุกข์ที่ไม่ได้พบกับซูฉางเยว่ แต่ยามนี้ความทุกข์ใจของนางพลันสลายลงไปได้บ้างแล้ว

“คุณหนูรองของพวกเจ้าคงคิดจะยัดเยียดข้อกล่าวหาอันหนักหนาให้ข้าเพื่อที่ข้าจะได้ไม่สามารถแต่งเข้าจวนอ๋องได้อย่างไรเล่า หึ หึ ในเมื่อนางคิดจะทำเช่นนั้นก็ช่างนางเถิด ดีเสียอีกนางจะได้รู้ว่าการใส่ความอย่างซึ่งหน้าโดยไร้ซึ่งความเป็นจริงย่อมจะส่งผลเสียต่อนางได้เช่นเดียวกัน” ซูหลีหลี่เอ่ยพลางหยิบถุงเงินออกมาหนึ่งถุงแล้วให้เผิงซีนำไปมอบให้ตงเสวี่ยในทันที

“เงินนี้ข้ามอบให้เจ้าเป็นรางวัลในฐานะที่เจ้าคอยเป็นหูเป็นตาให้ข้า จงจำเอาไว้ว่าข้าคนนี้ใช้จ่ายมือเติบแค่กับคนที่ทำผลประโยชน์ให้ข้าเพียงเท่านั้น แต่ในทางกลับกันหากข้ารู้ว่าตนเองถูกหักหลังจากผู้ใด คนผู้นั้นก็จะไม่มีวันได้ตายดีอย่างแน่นอน” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้ตงเสวี่ยก็รีบตอบรับคำพูดของนางแล้วรับเงินถุงใบนั้นเอาไว้แล้วก็ยินยอมให้เผิงซีปิดตาของนางแล้วพานางออกจากเรือนของซูหลีหลี่

ภายในเรือนซูหลีหลี่รีบขึ้นไปนอนบนเตียงแล้วแสร้งไอออกมาเพื่อทำให้ตนเองดูเหมือนคนป่วยมากยิ่งขึ้นแล้วจึงได้ส่งสัญญาณให้คนของนางออกไปติดตามความเคลื่อนไหวที่หน้าประตูเรือน

“ตงผิง ตงหนาน พวกเจ้าทั้งสองคนจงยอมรับมาดีๆ ว่าคุณหนูของพวกเจ้าไม่ได้อยู่ในเรือน” เสียงตวาดของซูหลีเซียงทำให้ตงชิงที่ยืนฟังอยู่รีบเดินไปรายงานซูหลีหลี่ในทันที

“คุณหนูรองน่าจะทนรอต่อไปไม่ไหวอีกแล้วเจ้าค่ะ” เมื่อตงชิงเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็หัวเราะออกมาเบาๆ

“เช่นนั้นก็ปล่อยให้นางทนรอไม่ไหวไปเลย หวังเพียงแต่ตงผิงกับตงหนานจะมีไหวพริบรู้จักเอาตัวรอด” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้ตงชิงก็หันไปส่งสายตาให้เผิงซีทำให้เผิงซีต้องรีบออกไปส่งสัญญาณให้ตงผิงและตงหนานแสร้งเป็นลม เพื่อที่พวกนางจะได้ไม่ต้องรับโทษโบยจากโทสะของซูหลีเซียง ซึ่งทั้งสาวใช้ทั้งสองก็รู้จักเอาตัวรอดเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นสัญญาณของเผิงซีที่บอกกับพวกนางว่าซูหลีหลี่กลับมาถึงเรือนอย่างปลอดภัยแล้ว ให้พวกนางรีบหาทางรอดให้ตนเองด้วยการแสร้งเป็นลมในทันที พวกนางก็รีบทำตามโดยไม่คิดจะรีรอด้วยรู้ดีว่าหากช้ากว่านี้ซูหลีเซียงจะต้องหาทางสั่งลงโทษพวกนางจนตายแน่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   ตอนพิเศษที่2 : ชีวิตที่สองของฉู่ฉางเยว่

    ฮ่องเต้มิอาจจะขาดฮองเฮา แม้ว่าขุนนางหลายคนจะหวาดกลัวข้า แต่ก็มีหลายคนที่ไม่กลัวตายกล้าเสนอหน้ามาขอให้ข้ารับพระสนมและแต่งตั้งฮองเฮา ข้ารำคาญคนเหล่านั้นจึงได้บอกกับทุกคนว่าข้ารักใคร่เสิ่นกุ้ยหนิงที่ตายจากไปเป็นอย่างมาก ชั่วชีวิตนี้จะไม่ขอมีผู้ใดอีกนอกจากนาง คำพูดของข้าทำให้ชาวประชาต่างหลั่งน้ำตาและเรียกร้องให้ข้าแต่งตั้งสตรีที่ตายไปแล้วผู้นั้นขึ้นเป็นฮองเฮา“เสิ่นกุ้ยหนิงยังไม่ตาย ข้าเป็นคนช่วยนางไว้ และนางไม่อาจจะเป็นฮองเฮาได้เพราะนางคือสตรีของข้า” คำพูดของเยียนอ๋องทำให้พิธีแต่งตั้งฮองเฮาของข้าต้องหยุดชะงัก คำพูดของเขาทำให้ข้าชักกระบี่ออกมา เดิมทีตั้งใจว่าจะใช้ข่มขู่เยียนอ๋องผู้นั้นให้สงบปาก แต่เสิ่นกุ้ยหนิงกลับเผยตัวออกมาแล้วใช้มีดสั้นในมือรับคมกระบี่ที่ข้าตั้งใจจะใช้พาดคอเพื่อข่มขู่เยียนอ๋อง“ฝ่าบาท พวกเราไม่เคยเป็นสามีภรรยา ดังนั้นขอฝ่าบาทได้โปรดปล่อยหม่อมฉันไปเถิดเพคะ” คำพูดของนางหากเอ่ยกับบุรุษที่รักใคร่ในตัวนางคนผู้นั้นคงจะคลุ้มคลั่งแล้วลงมือฆ่านางไปแล้วโชคดีที่ข้าไม่ใช่ ข้ามองเยียนอ๋องแล้วก็มองนางสุดสุดท้ายจึงเอ่ยออกมาอย่างไม่ถือสา“กุ้ยหนิง เป็นข้าไม่ดีเองที่ไปช่วยเจ้าและท่านพ่

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   ตอนพิเศษที่1 : จากซูฉางเยว่เป็นฉู่ฉางเยว่

    ฉางเยว่คือชื่อที่ท่านแม่บุญธรรมของข้าตั้งให้ นางรับข้ามาเลี้ยงตั้งแต่เด็กนอกจากจะตั้งชื่อให้ข้าแล้วยังทำให้ข้าได้มีชื่อในผังสกุลของสกุลซูอีกด้วย ข้ารู้ดีว่าตนเองเป็นเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง แม้ว่าจะถูกมองว่าเป็นลูกนอกสมรสของท่านแม่บุญธรรมแต่ตัวข้าย่อมรู้ตนเองดีว่าข้านั้นไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับนางเลย“เยว่เอ๋อ เจ้าไม่ต้องพยายามเพื่อแม่ ทุกอย่างที่เจ้าเรียนรู้และฝึกฝนล้วนจะต้องทำเพื่อตัวของเจ้าเองเท่านั้น” ซูหลีหลี่ผู้เป็นแม่บุญธรรมของข้ามักจะเอ่ยเช่นนี้กับข้าอยู่เสมอ เพราะต้องการตอบแทนบุญคุณที่ท่านแม่เก็บข้ามาเลี้ยงข้าจึงได้พยายามพัฒนาตนเองและฝึกฝนตนเองให้เก่งกว่าเด็กคนอื่นในวัยเดียวกัน เพื่อให้ท่านแม่ของข้ารู้สึกชื่นชมและภาคภูมิใจในตัวข้าและที่สำคัญข้าไม่อยากให้นางรู้สึกเสียใจที่เก็บเด็กกำพร้าอย่างข้ามาเลี้ยง“หลีหลี่ วันๆ เจ้าเอาแต่ใช้เวลาอยู่กับเด็กคนนี้ หากเจ้ายังทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เมื่อไหร่ท่านแม่ของข้าจะเชื่อเจ้าเล่าว่าเจ้าเด็กคนนี้คือเด็กที่เจ้าเก็บมาเลี้ยงจริงๆ หาใช่ลูกนอกสมรสของเจ้าไม่” ฮั่วจิ่นหรงเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าดูแคลน แม้ว่าปากของเขาจะเอ่ยเช่นนี้แต่สายตาที่เขาใช้จ้อ

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 67 บทสรุปที่ไม่มีสิ่งใดให้เสียใจ (ตอนจบ)

    องค์รัชทายาทฉู่ฉางเยว่ขึ้นครองราชย์ในยามที่เขามีอายุแค่เพียงยี่สิบห้าชันษา ไท่ซ่างหวงฉู่เทียนเสียงใช้ข้ออ้างเรื่องสุขภาพสละราชบัลลังก์หลังจากที่ครองราชย์ยาวนานถึงยี่สิบห้าปี หลังจากนั้นฉู่เทียนเสียงก็พาซูหลีหลี่ออกจากวังไปใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขในตำหนักฤดูร้อนที่ตั้งอยู่นอกเมืองสองสามีภรรยาช่วยกันปลูกดอกไม้สร้างสวนสมุนไพรใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างสมถะและอิสรเสรี พอถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิก็มักจะจับหลานชายและหลานสาวแต่งกายเหมือนชาวบ้านทั่วไปออกท่องเที่ยวหาความสำราญตามประสาคนว่างงาน หลังจากนั้นก็จะพาหลานๆ กลับเข้าเมืองหลวงส่งคืนพ่อแม่ของพวกเขาในทุกฤดูหนาว พวกเขามักจะทำเช่นนี้เป็นประจำทุกปีจนทำให้ทั้งหลานชายและหลานสาวเบื่อหน่ายชีวิตในวังหลวงร่ำร้องที่จะอยู่แต่กับเสด็จปู่และเสด็จย่าการได้ใช้ชีวิตในรูปแบบนี้ทำให้ซูหลีหลี่ที่เคยต้องผจญกับความทุกข์ยากในชาติที่แล้วมักจะทอดถอนใจให้กับโชคชะตาในชาตินี้อยู่เสมอ ในใจของนางก็ได้แต่คิดว่าไม่ใช่แค่เพียงสวรรค์ที่เห็นใจนาง แต่สามีและลูกๆ ของนางต่างก็พากันเห็นใจและมักจะทำทุกอย่างเพื่อเอาอกเอาใจนางอยู่เสมอ สำหรับซูหลีหลี่แล้วความเห็นอกเห็นใจและความใส่ใจที

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 66 รอยยิ้มแห่งความสุข

    หลังจากท่านหญิงผิงอันและบรรดาคุณหนูที่ติดตามมาขอลากลับไปแล้ว ซูหลีหลี่ก็สั่งให้คนตามหาบุตรชายและบุตรสาวทั้งสามในทันที แต่นางรู้ดีว่าฉู่ฉางเยว่มีความเชี่ยวชาญในการหลบหนีความผิดยิ่งนัก นางจึงไม่ได้คาดหวังว่าจะมีผู้ใดสามารถพาพวกเขากลับมาให้นางลงโทษได้“ทูลฮองเฮา ฝ่าบาทเสด็จมาแล้วเพคะ” เสียงของนางข้าหลวงคนสนิททำให้ซูหลีหลี่ลืมตาขึ้นมาจากการพักสายตา เมื่อนางเห็นว่าฉู่เทียนเสียงเดินเข้ามาในห้องแล้วนางจึงได้โบกมือไล่นางข้าหลวงให้ออกไปให้หมด“หลีหลี่ ข้าจับตัวพวกเขามาให้เจ้าแล้ว” ฉู่เทียนเสียงเอ่ยพลางผายมือไปทางด้านหลัง ฉู่ฉางเยว่ ฉู่ฉางซินและฉู่ฉางเล่อถูกมัดด้วยเชือกเส้นโตในปากของพวกเขามีผ้ายัดเอาไว้ ฉู่ฉางเยว่ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธเคือง ส่วนฉู่ฉางซินและฉู่ฉางเล่อกำลังหลั่งน้ำตาออกมาและส่งสายตาอ้อนวอนมาที่นาง“ข้าช่วยเจ้าระบายโทสะแล้วดีหรือไม่ หรือว่าเจ้าจะเป็นคนโบยตีพวกเขาด้วยตนเองอีกครั้งก็ตามแต่ใจของเจ้าเลย” เมื่อฉู่เทียนเสียงเอ่ยเช่นนี้ก็ได้รับสายตาขุ่นเคืองจากนางในทันที“เท่าที่หม่อมฉันรู้มา ความวุ่นวายในวันนี้ฝ่าบาทก็มีส่วนร่วมด้วยมิใช่หรือเพคะ” เมื่อได้ยินซูหลีหลี่เอ่ยออกมาเช่นนี้ฉู

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 65 ภายใต้ความสงบสุข

    ซูหลีหลี่มองขึ้นไปด้านบนของต้นอู่ถงด้วยความปวดใจ นางย่อมเป็นห่วงบุตรสาวของตนเองอยู่แล้ว แต่ต้นอู่ถงต้นนี้ฉู่ฉางเล่อถูกพี่ชายตัวแสบอย่างฉู่ฉางซินหลอกให้ปีนขึ้นไปจนนางสามารถปีนขึ้นลงได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว แต่เด็กสาวอีกคนที่กำลังปีนขึ้นไปกลับทำให้นางรู้สึกเป็นกังวลมากกว่า“กุ้ยหนิง เจ้าระวังนะ” ซูเหม่ยจีเอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วง นางเคยเห็นองค์หญิงน้อยปีนขึ้นลงต้นอู่ถงแห่งนี้จนชินตาแล้ว แต่นางไม่เคยรู้เลยว่าเสิ่นกุ้ยหนิงจะปีนขึ้นต้นไม้อย่างคล่องแคล่วได้เช่นนี้“องค์หญิงอย่าปีนขึ้นไปอีกเลยเพคะ กิ่งที่อยู่ด้านบนดูเหมือนว่าจะเปราะแล้ว” เสียงของเสิ่นกุ้ยหนิงทั้งมั่นคงและเต็มไปด้วยความมั่นใจทำให้ความกังวลใจของซูหลีหลี่พลันผ่อนคลายลง นางหันไปถามท่านหญิงผิงอันผู้เป็นพี่สะใภ้ของตนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาในทันที“นางคือคุณหนูจากจวนใดหรือ” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยถามเช่นนี้ท่านหญิงผิงอันก็เอ่ยตอบในทันทีเช่นกัน“บุตรสาวคนโตของแม่ทัพเสิ่น เสิ่นกุ้ยหนิง” คำตอบของพี่สะใภ้ทำให้ซูหลีหลี่นิ่งงันไปในชาติก่อนทัพสกุลเสิ่นเคยให้การสนับสนุนและคอยเป็นกำลังหนุนช่วยเหลือทัพของซูฉางเยว่อยู่หลายครั้ง หากนางจำไม่ผิดในชาติที่แ

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 64 ความวุ่นวาย

    ยามที่ฉู่ฉางเยว่มีอายุได้เก้าขวบ ซูหลีหลี่ก็คลอดทารกฝาแฝดหงส์คู่มังกรออกมาคู่หนึ่ง สร้างความยินดีให้กับทุกคนโดยเฉพาะฉู่ฉางเยว่ที่เคยอยากมีน้องเป็นของตนเองมาโดยตลอด ทุกเวลาที่เขาว่างจากการเรียนก็มักจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้น้องชายและน้องสาว ทั้งซูหลีหลี่และฉู่เทียนเสียงต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าตั้งแต่มีน้องรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็มีความอ่อนโยนขึ้นมากท่ามกลางการยืนยันอันหนักแน่นและการลงโทษอย่างเด็ดขาดของฉู่เทียนเสียงทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถึงเรื่องการรับพระสนมเข้าวังอีก ยิ่งยามนี้ในวังหลวงมีองค์ชายและองค์หญิงเพิ่มขึ้นมาอย่างละหนึ่งคนแล้ว ก็ยิ่งทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถึงเรื่องการแตกกิ่งก้านสาขาอีกเลย ซูหลีหลี่จึงใช้ชีวิตอยู่ในวังหลวงได้อย่างสงบสุข ทุ่มเทเวลาทั้งหมดของตนเองเพื่อดูแลลูกและสามีช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วเสมอ ผ่านไปแค่เพียงไม่กี่ปี องค์ชายน้อยและองค์หญิงน้อยก็กระโดดโลดเต้นสร้างความวุ่นวายไปจนทั่ววังหลวงแล้ว องค์หญิงน้อยฉู่ฉางเล่อยังไม่สร้างปัญหาเท่าใดนักเพราะถึงอย่างไรนางก็เป็นสตรี แต่องค์ชายน้อยอย่างฉู่ฉางซินกลับสร้างความปั่นป่วนจนผู้คนต่างเอือมระอา

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 14 วางยา

    ยามที่ซูหลีหลี่ได้เห็นใบหน้าของผู้คุ้มกันที่เผิงซีหามา นางก็พลันมีสีหน้าประหลาดใจในทันที คนเหล่านี้นางสามารถจดจำใบหน้าของพวกเขาได้ พวกเขาคือบรรดาลูกน้องคนสนิทของซูฉางเยว่ผู้เป็นบุตรบุญธรรมของนางในชาติที่แล้ว หยางไหวผู้นี้เป็นทั้งอาจารย์ผู้สอนวิชายุทธ์และเป็นกุนซือคอยวางแผนการรบให้ซูฉางเยว่ ส่วนเผิง

    last updateLast Updated : 2026-03-18
  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 18 สร้างหนี้บุญคุณ

    ข่าวลือยิ่งฉาวโฉ่ก็ระบือไปไกลอย่างรวดเร็ว หวังเจียหรานไม่ใช่แค่เพียงฮูหยินของรองเจ้ากรมพิธีการ แต่ยังเป็นสตรีที่มาจากสกุลหวังของท่านมหาเสนาบดี เรื่องที่นางมีสัมพันธ์สวาทกับขอทานและผู้คุ้มกันภายในเรือนของตนเองทำให้หลายคนคิดไปไกลว่าจวนสตรีจวนสกุลหวังไร้ซึ่งการอบรมก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าหลานสาวคนโตของ

    last updateLast Updated : 2026-03-19
  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 11 โน้มน้าว

    ซูจวิ้นที่ยังไม่ได้ไปไหนย่อมจะได้ยินถ้อยคำข่มขู่ของหวังเจียหราน เขาจ้องมองน้องสาวต่างมารดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“หลีหลี่ครั้งนี้เจ้าเป็นศัตรูกับพวกนางโดยตรง เจ้าไม่กังวลว่าวันหน้าพวกนางแม่ลูกจะรวมหัวกันเล่นงานเจ้าหรือ” คำพูดของพี่ชายต่างมารดาทำให้ซ

    last updateLast Updated : 2026-03-17
  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 13 หาผู้คุ้มกัน

    ถ้อยคำข่มขู่ของหวังเจียหรานทำให้ซูหลีหลี่ระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น จวนเสนาบดีหวังแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นจวนของมหาบัณฑิตแต่ก็ชุบเลี้ยงผู้ฝึกยุทธ์หลายคน ยิ่งเมื่อตงเสวี่ยมาส่งข่าวให้นางรู้ว่าหวังเจียหรานคิดจะเรียกใช้ผู้ฝึกยุทธ์ของสกุลหวัง ซูหลีหลี่จึงได้รีบออกคำสั่งให้เผิงซีออกจากจวนไปหาผู้คุ้มกันที่มีวร

    last updateLast Updated : 2026-03-18
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status