Home / รักโบราณ / หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต / บทที่ 8 ยัดเยียดข้อกล่าวหา

Share

บทที่ 8 ยัดเยียดข้อกล่าวหา

Author: BigM00N
last update Last Updated: 2026-02-02 16:09:21

ซูหลีเซียงจ้องมองสาวใช้ของซูหลีหลี่ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันยิ่งสาวใช้ทั้งสองพยายามบ่ายเบี่ยงก็ยิ่งหมายความว่าการคาดเดาของนางล้วนถูกต้อง ชาติที่แล้วเพราะนางกำลังดีอกดีใจที่จะได้เป็นแต่งออกจากจวนไปเป็นพระชายาของเสียนอ๋องจึงไม่ได้ให้ความสนใจเมื่อญาติผู้น้องจากจวนสกุลหวังของนางบอกว่าเห็นซูหลีหลี่สวมชุดสาวใช้พูดคุยกับคนของกองกำลังรักษาเมืองอย่างสนิทสนมในตลาด แต่ชาตินี้กลับไม่เหมือนกันทุกเรื่องที่อาจจะก่อให้เกิดหายนะกับซูหลีหลี่ได้นางล้วนใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง

“เจ้าไปตามท่านพ่อและท่านแม่มา บอกกับท่านพ่อและท่านแม่ว่าพี่หญิงของข้าประพฤติตนผิดธรรมเนียม อีกทั้งยังลักลอบออกไปหาลูกลับๆ ของนางที่อยู่นอกจวนด้วย” ซูหลีเซียงหันไปเอ่ยกับตงเสวี่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจทำให้หวังเหม่ยฉีที่ติดตามมาดูเรื่องสนุกรีบกระซิบโต้แย้งคำสั่งของซูหลีเซียงในทันที

“พี่เซียงเซียง ข้าแค่บอกว่าเห็นนางแต่งกายเป็นสาวใช้พูดคุยกับคนของกองกำลังรักษาเมืองอย่างสนิทสนม เหตุใดท่านจึงได้แต่งเสริมเติมแต่งจนกลายเป็นว่านางไปลักลอบมีลูกอยู่นอกจวนเล่า” เมื่อหวังเหม่ยฉีเอ่ยเช่นนี้ซูหลีเซียงก็หัวเราะออกมาเบาๆ

“เจ้ารอดูไปเถอะ หากข้าคาดเดาไม่ผิดวันนี้คือวันที่นางจะต้องนำลูกนอกสมรสของนางกลับจวนแน่” เมื่อซูหลีเซียงเอ่ยเช่นนี้หวังเหม่ยฉีก็พลันทำสีหน้างุนงง ซูหลีเซียงจึงได้หัวเราะออกมาแล้วเอ่ยกับญาติผู้น้องของนางด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจในทันที

“เจ้าเชื่อข้าเถอะ วันนี้จะต้องเป็นวันที่ซูหลีเซียงนำเด็กนั่นกลับจวนมาแน่ๆ พวกเราก็แค่ดักรอนางเมื่อนางกลับมาถึงเรือนของนางแล้วก็แค่หาทางทำให้นางต้องถูกลงโทษสถานหนักก็พอ” เมื่อซูหลีเซียงเอ่ยเช่นนี้หวังเหม่ยฉีก็พยักหน้า

“ต่อให้ไม่มีทารกอย่างที่ท่านคาดเดา แต่อย่างน้อยการที่นางลักลอบหนีออกจากจวนก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สมควรลงโทษแล้ว เช่นนั้นก็ทำตามที่ท่านว่าให้คนไปตามท่านป้าและท่านลุงเขยมาย่อมเป็นเรื่องที่ดี เฮอะ! เด็กสาวที่มาจากชนบทเช่นนางจะมีความประพฤติที่ดีได้อย่างไร” หวังเหม่ยฉีเอ่ยออกมาเบาๆ แล้วก็หันไปขึงตาใส่สาวใช้ของซูหลีเซียงในทันที

“แล้วเหตุใดเจ้าจึงไม่รีบไปอีก” เมื่อหวังเหม่ยฉีเอ่ยเช่นนี้ซูหลีเซียงจึงพึ่งจะเห็นว่าสาวใช้ของตนเองยังยืนทำสีหน้าไม่ค่อยจะดีนักอยู่ที่เดิม

“คุณหนูบ่าวรู้สึกปวดท้องอยากจะถ่ายหนักกะทันหันขอตัวไปถ่ายหนักก่อนได้ไหมเจ้าคะ” คำพูดของตงเสวี่ยทำให้ซูหลีเซียงตวาดออกมาในทันที

“ไม่ได้ หากอยากจะถ่ายหนักก็จงรีบไปทำธุระให้ข้าก่อน” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ตงเสวี่ยทำสีหน้าราวกับจะร้องไห้ออกมาในทันที

“เช่นนั้นบ่าวคงต้องทำขายหน้าด้วยการปล่อยของเสียที่ตรงนี้แล้วล่ะเจ้าค่ะ” คำพูดของตงเสวี่ยทำให้ซูหลีเซียงเบ้ปากในทันที

“ตงหานเจ้าจงไปตามท่านพ่อและท่านแม่มาให้ข้า ส่วนเจ้าตงเสวี่ยอยากจะไปถ่ายหนักก็รีบไปอย่าได้มาทำเรี่ยราดแถวนี้เชียว” เมื่อซูหลีเซียงเอ่ยเช่นนี้ตงเสวี่ยก็รีบวิ่งไปทางด้านหลังเรือนพักของซูหลีหลี่ในทันที ส่วนตงหานผู้เป็นสาวใช้อีกคนของซูหลีเซียงรีบทำตามคำสั่งของซูหลีเซียงในทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้ซูหลีเซียงบันดาลโทสะแล้วพาลลงไม้ลงมือกับสาวใช้ข้างกายอย่างพวกนาง

“...” ตงเสวี่ยที่หลบหนีมาได้พลันทอดถอนใจออกมาด้วยความโล่งใจ ช่วงนี้นางรับเงินจากคนของซูหลีหลี่มาไม่น้อย หากซูหลีหลี่รู้ว่านางคือคนที่ไปตามซูหย่งเหอและหวังเจียหรานมาที่เรือนแห่งนี้ หนทางได้รับเงินของนางก็คงจะถูกตัดขาดแล้ว

“คุณหนูใหญ่ข้าพยายามช่วยยื้อเวลาให้ท่านแล้วนะเจ้าคะ เรื่องราวหลังจากนี้ท่านก็หาหนทางรอดเอาเองก็แล้วกัน” ตงเสวี่ยได้แต่พึมพำออกมาแล้วทำท่าว่าจะรีบหลบหนีกลับเรือนพักของตนเองแต่กลับได้พบกันคนสามคนที่นางไม่คิดว่าจะได้พบเข้าเสียก่อน

“ขอบใจที่ช่วยยื้อเวลาให้ข้า เช่นนั้นก็ไปกับข้าแล้วบอกมาว่าซูหลีเซียงคิดจะเล่นงานข้าอย่างไร” ซูหลีหลี่เอ่ยพลางเดินนำคนของนางและตงเสวี่ยที่ถูกเผิงซีปิดตาเอาไว้เข้าเรือนไปทางประตูลับที่อยู่ด้านหลังเรือน เมื่อพ้นทางลับก็เป็นห้องนอนของนางแล้ว ตงเสวี่ยที่ถูกเผิงซีปิดตาเอาไว้พลันเบิกตากว้างขึ้นมาในทันทีที่ได้พบว่ายามนี้พวกนางเดินมาถึงห้องนอนห้องหนึ่งที่แค่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นห้องนอนของซูหลีหลี่

“บอกกับข้ามา ว่านายของเจ้าคิดจะเล่นงานข้าเช่นไร” ซูหลีหลี่เอ่ยถามพลางขยับตัวช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ตงชิงที่รีบผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและสางผมให้นางทำให้นางเหมือนคนที่พึ่งจะลุกขึ้นจากที่นอน

“คุณหนูรองให้คนไปตามนายท่านและฮูหยินแล้วเจ้าค่ะ แถมยังพูดอีกว่าคุณหนูใหญ่ประพฤติตนผิดธรรมเนียมอีกทั้งยังลักลอบออกไปหาลูกลับๆ ที่อยู่นอกจวนอีกด้วยเจ้าค่ะ” คำพูดของตงเสวี่ยทำให้ทั้งตงชิงและเผิงซีต่างก็หันไปมองหน้ากันแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

“ลูกลับๆ เช่นนั้นหรือ เหตุคุณหนูรองจึงได้พูดจาใส่ร้ายโดยไม่มีมูลเช่นนี้กันเล่า” คำพูดของเผิงซีทำให้ซูหลีหลี่ที่รู้ดีว่าเพราะเหตุใดซูหลีเซียงจึงได้เอ่ยคำว่าลูกลับๆ ออกมาก็ได้แต่หัวเราะออกมาเบาๆ

ในชาติที่แล้วซูหลีเซียงและทุกคนในจวนสกุลซูต่างก็เข้าใจว่าซูฉางเยว่คือลูกชายลับๆ ของนางที่ถือกำเนิดก่อนที่นางจะมาถึงเมืองหลวง แต่เพราะยามนั้นทุกคนภายในจวนสกุลซูกลัวว่านางจะไม่ยินยอมแลกเปลี่ยนการแต่งงานกับซูหลีเซียง ทั้งซูหลีเซียงและทุกคนในจวนสกุลซูจึงไม่มีผู้ใดกล้าพูดเรื่องนี้ออกมาอีกทั้งยังยอมให้ซูฉางเยว่ใช้แซ่ซูตามที่นางร้องขออีกด้วย แต่ชาตินี้ซูหลีเซียงไม่ได้คิดจะแลกเปลี่ยนการแต่งงานจึงไม่มีสิ่งใดที่จะต้องหวาดกลัว ดังนั้นซูหลีเซียงจึงคิดว่าจะสามารถใช้เรื่องซูฉางเยว่กดดันนางทำให้สถานะของนางต่ำลงจนไม่อาจจะเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผู้ใดได้อีก

'เซียงเซียงหนอเซียงเซียง เจ้าคิดว่าเจ้าล่วงรู้สถานการณ์ล่วงหน้าแล้วจะสามารถรังแกข้าได้ดังใจเจ้าเช่นนั้นหรือ' ซูหลีหลี่คิดพลางหัวเราะอยู่ในใจ เมื่อครู่นี้นางยังรู้สึกเป็นทุกข์ที่ไม่ได้พบกับซูฉางเยว่ แต่ยามนี้ความทุกข์ใจของนางพลันสลายลงไปได้บ้างแล้ว

“คุณหนูรองของพวกเจ้าคงคิดจะยัดเยียดข้อกล่าวหาอันหนักหนาให้ข้าเพื่อที่ข้าจะได้ไม่สามารถแต่งเข้าจวนอ๋องได้อย่างไรเล่า หึ หึ ในเมื่อนางคิดจะทำเช่นนั้นก็ช่างนางเถิด ดีเสียอีกนางจะได้รู้ว่าการใส่ความอย่างซึ่งหน้าโดยไร้ซึ่งความเป็นจริงย่อมจะส่งผลเสียต่อนางได้เช่นเดียวกัน” ซูหลีหลี่เอ่ยพลางหยิบถุงเงินออกมาหนึ่งถุงแล้วให้เผิงซีนำไปมอบให้ตงเสวี่ยในทันที

“เงินนี้ข้ามอบให้เจ้าเป็นรางวัลในฐานะที่เจ้าคอยเป็นหูเป็นตาให้ข้า จงจำเอาไว้ว่าข้าคนนี้ใช้จ่ายมือเติบแค่กับคนที่ทำผลประโยชน์ให้ข้าเพียงเท่านั้น แต่ในทางกลับกันหากข้ารู้ว่าตนเองถูกหักหลังจากผู้ใด คนผู้นั้นก็จะไม่มีวันได้ตายดีอย่างแน่นอน” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้ตงเสวี่ยก็รีบตอบรับคำพูดของนางแล้วรับเงินถุงใบนั้นเอาไว้แล้วก็ยินยอมให้เผิงซีปิดตาของนางแล้วพานางออกจากเรือนของซูหลีหลี่

ภายในเรือนซูหลีหลี่รีบขึ้นไปนอนบนเตียงแล้วแสร้งไอออกมาเพื่อทำให้ตนเองดูเหมือนคนป่วยมากยิ่งขึ้นแล้วจึงได้ส่งสัญญาณให้คนของนางออกไปติดตามความเคลื่อนไหวที่หน้าประตูเรือน

“ตงผิง ตงหนาน พวกเจ้าทั้งสองคนจงยอมรับมาดีๆ ว่าคุณหนูของพวกเจ้าไม่ได้อยู่ในเรือน” เสียงตวาดของซูหลีเซียงทำให้ตงชิงที่ยืนฟังอยู่รีบเดินไปรายงานซูหลีหลี่ในทันที

“คุณหนูรองน่าจะทนรอต่อไปไม่ไหวอีกแล้วเจ้าค่ะ” เมื่อตงชิงเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็หัวเราะออกมาเบาๆ

“เช่นนั้นก็ปล่อยให้นางทนรอไม่ไหวไปเลย หวังเพียงแต่ตงผิงกับตงหนานจะมีไหวพริบรู้จักเอาตัวรอด” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้ตงชิงก็หันไปส่งสายตาให้เผิงซีทำให้เผิงซีต้องรีบออกไปส่งสัญญาณให้ตงผิงและตงหนานแสร้งเป็นลม เพื่อที่พวกนางจะได้ไม่ต้องรับโทษโบยจากโทสะของซูหลีเซียง ซึ่งทั้งสาวใช้ทั้งสองก็รู้จักเอาตัวรอดเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นสัญญาณของเผิงซีที่บอกกับพวกนางว่าซูหลีหลี่กลับมาถึงเรือนอย่างปลอดภัยแล้ว ให้พวกนางรีบหาทางรอดให้ตนเองด้วยการแสร้งเป็นลมในทันที พวกนางก็รีบทำตามโดยไม่คิดจะรีรอด้วยรู้ดีว่าหากช้ากว่านี้ซูหลีเซียงจะต้องหาทางสั่งลงโทษพวกนางจนตายแน่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 15 ลงมือ

    ยามที่เสียนอ๋องได้รู้ว่าคนสนิทของเขาอย่างหยางไหวยามนี้ได้เสนอตัวเข้าไปเป็นผู้คุ้มกันของซูหลีหลี่แล้ว เดิมทีเขาก็รู้สึกไม่พอใจที่หยางไหวกระทำการโดยไม่รอฟังคำสั่งของเขาก่อน แต่เมื่อคิดได้ว่ายามนี้ว่าที่พระชายาของตนเองกำลังถูกผู้อื่นจ้องเล่นงานเสียนอ๋องก็พลันรู้สึกไม่สบอารมณ์มากยิ่งขึ้น และคิดว่าการที่หยางไหวและเผิงกวนออกหน้าไปเป็นผู้คุ้มกันให้นางเช่นนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกแล้ว“หยางกงกง ท่านเตรียมของขวัญล้ำค่าสักคันรถและสุราชั้นดีให้ข้าสักหลายไห วันนี้ข้าจะไปคารวะเยี่ยมเยียนว่าที่ท่านพ่อตาของข้าสักหน่อย อ้อ เอาบทกวีและภาพวาดเหล่านั้นไปด้วย คืนนี้ข้าตั้งใจว่าจะไปร่ำสุราชื่นชมภาพวาดและบทกวีกับว่าที่พ่อตาของข้าสักหน่อย” เสียนอ๋องเอ่ยออกมาด้วยสายตาอันร้ายกาจทำให้หยางกงกงได้แต่ยิ้มออกมาแล้วรีบดำเนินการในทันทีทางด้านหยางไหว เผิงกวน สุ่นเสียงและสุ่นเม่าหลังจากแยกย้ายกันไปจับตามองคนของหวังเจียหรานแล้วพวกเขาก็รู้ว่าหวังเจียหรานนั้นช่างอุกอาจเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงสั่งให้คนที่สกุลหวังส่งมาไปพบที่ห้องโถงของเรือนพักของนาง นางยังออกคำสั่งให้ซุนมามานำขอทานเข้าจวนมา แถมยังออกหน้าสั่งการอย่างไม่เกร

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 14 วางยา

    ยามที่ซูหลีหลี่ได้เห็นใบหน้าของผู้คุ้มกันที่เผิงซีหามา นางก็พลันมีสีหน้าประหลาดใจในทันที คนเหล่านี้นางสามารถจดจำใบหน้าของพวกเขาได้ พวกเขาคือบรรดาลูกน้องคนสนิทของซูฉางเยว่ผู้เป็นบุตรบุญธรรมของนางในชาติที่แล้ว หยางไหวผู้นี้เป็นทั้งอาจารย์ผู้สอนวิชายุทธ์และเป็นกุนซือคอยวางแผนการรบให้ซูฉางเยว่ ส่วนเผิงกวนคือรองแม่ทัพที่ซูฉางเยว่ไว้ใจซูฉางเยว่สู้รบชนะตั้งแต่อายุไม่ถึงสิบขวบก็เพราะกองกำลังภายใต้การควบคุมของเผิงกวนผู้นี้ ส่วนเผิงกวนมีกองกำลังนับแสนนายได้อย่างไรนางไม่ได้มีเวลาได้สืบค้น รู้แค่เพียงว่าเขาคือศิษย์สำนักเดียวกันกับเผิงซี เจ้านายเก่าของเขาทิ้งกองกำลังเอาไว้ให้เขาจำนวนหนึ่ง เขามีความเคารพต่อหยางไหวจึงได้ติดตามมาขอเป็นลูกน้องของซูฉางเยว่บุตรชายบุญธรรมของนาง แล้วหลังจากนั้นจึงได้กลับไปรวบรวมกำลังคนที่เคยอยู่สั่งกัดเดียวกันกับเขาจนกลายเป็นกองกำลังขนาดใหญ่มีทหารอยู่ในมือนับแสนนายยินดีรับฟังคำสั่งทางทหารจากซูฉางเยว่เพียงเท่านั้นมาชาตินี้เมื่อไม่มีซูฉางเยว่แล้วหยางไหวจะมาอยู่กับนางก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือนางได้พบกับเขาและเผิงกวนก่อนที่เคยได้พบกันในชาติที่แล้วถึงหกปี นา

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 13 หาผู้คุ้มกัน

    ถ้อยคำข่มขู่ของหวังเจียหรานทำให้ซูหลีหลี่ระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น จวนเสนาบดีหวังแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นจวนของมหาบัณฑิตแต่ก็ชุบเลี้ยงผู้ฝึกยุทธ์หลายคน ยิ่งเมื่อตงเสวี่ยมาส่งข่าวให้นางรู้ว่าหวังเจียหรานคิดจะเรียกใช้ผู้ฝึกยุทธ์ของสกุลหวัง ซูหลีหลี่จึงได้รีบออกคำสั่งให้เผิงซีออกจากจวนไปหาผู้คุ้มกันที่มีวรยุทธ์สูงมาทำงานให้นางในทันที แม้ว่าเผิงซีจะมีวรยุทธ์แต่วิชายุทธ์ของนางก็หาได้เพียงพอที่จะต่อสู้กับผู้มีวิชายุทธ์หลายคนได้ เผิงซีจึงต้องรีบเร่งเดินทางกลับไปที่สำนักเดิมของตนเองเพื่อไหว้วานศิษย์พี่และอาจารย์ของนางหาผู้ฝึกยุทธ์ที่มีฝีมือสูงส่งให้นาง“ข้าต้องการผู้เยี่ยมยุทธ์อย่างน้อยสี่คน ขอเป็นคนที่ไว้ใจได้และต้องการวันนี้เลย” คำพูดของเผิงซีทำให้ทั้งศิษย์พี่ของนางละอาจารย์หันไปมองหน้ากัน พวกเขาต้องดูแลสำนักย่อมปลีกตัวไปไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนคนอื่นๆ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรในการเรียกตัวหลับ ดังนั้นคำขอของเผิงซีจึงยากนักที่จะทำได้“วันนี้ย่อมไม่ทัน เผิงซีนายของเจ้าไปมีเรื่องกับผู้ใดเหตุใดจึงต้องการผู้เยี่ยมยุทธ์ถึงสี่คน” คำถามของอาจารย์ทำให้เผิงซีทอดถอนใจออกมาในทันที“คุณหนูของข้านางกำลังจะเป็นพระชายาข

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 12 ศัตรูของศัตรู

    เมื่อซูจวิ้นกลับเรือนของตนเองไปแล้วซูหลีหลี่จึงได้กลับเข้าเรือนของตนเองเช่นเดียวกัน แล้วจึงได้เอ่ยกับสาวใช้รุ่นใหญ่ทั้งสี่ของตนเองด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ“หลินหว่านผู้นั้น พวกเจ้าคิดว่าจะสามารถเข้าหานางได้มากน้อยสักเพียงไหน” คำถามของเจ้านายทำให้สาวใช้ทั้งสี่มองหน้ากันแล้วสุดท้ายก็เป็นตงชิงที่เป็นฝ่ายเสนอตัวออกมา“ยามที่บ่าวไปรับสำรับอาหารให้คุณหนูที่โรงครัวก็มักจะได้พบกับนางอยู่บ่อยครั้งเจ้าค่ะ สตรีผู้นี้ดูเรียบง่ายและอ่อนหวานมองไม่เห็นวี่แววเลยสักนิดว่าจะเป็นสตรีของนายท่านอย่างที่คุณหนูรองเอ่ยมา” เมื่อตงชิงเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็พยักหน้า“นางเป็นสตรีของท่านพ่อจริงๆ อย่างที่เซียงเซียงเอ่ยมา ส่วนเรื่องความทะเยอทะยานของนางจะมี่หรือไม่ข้าไม่มั่นใจนัก รู้แค่เพียงนางเป็นเด็กสาวที่ทำให้ท่านพ่อของข้าไม่เชื่อฟังหวังซื่อได้ สตรีที่มีความสามารถเช่นนี้หากพวกเราสามารถดึงนางมาเป็นพวกได้ข้าย่อมจะมีหนทางที่จะจัดการกับหวังซื่อได้ในเร็ววัน” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้สาวใช้ทั้งมีต่างก็มีสีหน้าประหลาดใจ“คุณหนูทราบได้อย่างไรเจ้าค่ะ ว่านายท่านโปรดปรานนางมากกว่าฮูหยิน” คำถามของสาวใช้ทำให้ซูหลีหลี่ยิ้มออกมาใ

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 11 โน้มน้าว

    ซูจวิ้นที่ยังไม่ได้ไปไหนย่อมจะได้ยินถ้อยคำข่มขู่ของหวังเจียหราน เขาจ้องมองน้องสาวต่างมารดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“หลีหลี่ครั้งนี้เจ้าเป็นศัตรูกับพวกนางโดยตรง เจ้าไม่กังวลว่าวันหน้าพวกนางแม่ลูกจะรวมหัวกันเล่นงานเจ้าหรือ” คำพูดของพี่ชายต่างมารดาทำให้ซูหลีหลี่หัวเราะออกมาด้วยความเย้ยหยัน“ต่อให้ข้าไม่คิดจะเป็นศัตรูกับพวกนางแล้วพวกนางจะเป็นมิตรกับข้าหรือ พี่ใหญ่ท่านก็เห็นแล้วว่าวันนี้เซียงเซียงตั้งใจจะเล่นงานข้าอย่างเต็มที่ โดยไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าตนเองกำลังทำลายความรักและความเอ็นดูของท่านพ่อที่เคยมีต่อนาง ขอแค่เพียงเล่นงานข้าได้สมใจของนางเพียงเท่านั้น นางจึงจะพอใจ” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้ซูจวิ้นทอดถอนใจออกมา“แล้วเจ้าจะทำเช่นไรต่อไป” คำถามของเขาทำให้ซูหลีหลี่พลันเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความร้ายกาจในทันที“เดิมทีข้าคิดว่าแค่เพียงข้าแต่งออกจากจวนไปก็จะพ้นการโจมตีจากพวกนางแล้ว แต่ข้ากลับคิดผิดซูหลีเซียงจะต้องหาหนทางเล่นงานข้าให้ได้ก่อนที่ข้าจะได้แต่งงานออกจากจวนไปแน่ อีกทั้งเมื่อดูจากความพยาบาทของนางแล้วต่อให้ข้าแต่งเข้าจวนอ๋องไปเป็น

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 10 ลุกขึ้นมาตอบโต้

    แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะละเลยต่อบุตรสาว เอาอกเอาใจหวังเจียหรานและบุตรสาวของนางอย่างออกนอกหน้า แต่เขาก็หาได้ลืมเลือนว่าซูหลีหลี่ก็เป็นบุตรสาวของเขาเช่นเดียวกัน ได้เห็นสภาพของนางที่เป็นเช่นนี้ความเห็นใจและความรู้สึกผิดของเขาที่มีต่อบุตรสาวคนโตจึงได้ผุดขึ้นมา“ท่านพ่อ ท่านสั่งให้คนค้นหาให้ละเอียด ข้าสงสัยว่านอกจากพี่หญิงจะลักลอบออกจากจวนแล้วนางยังนำคนกลับมาด้วย อีกทั้งคนที่นางนำมาอาจจะเป็นเด็กทารกที่นางไปคลอดทิ้งเอาไว้ข้างนอกด้วยเจ้าค่ะ” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่หรี่ตาแล้วเอ่ยกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ“ซูหลีเซียงนี่เจ้าใส่ความเรื่องที่ข้าออกนอกจวนไม่สำเร็จ ก็ใส่ความลามปามมาจนถึงเรื่องความบริสุทธิ์ของข้าเชียวหรือ เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาทำเช่นนี้กับข้า ก่อนหน้านี้ก็ฟูมฟายโวยวายจะแย่งการแต่งงานของข้า พอท่านพ่อมาขอให้ข้ายินยอมเจ้าก็กลับเป็นฝ่ายเปลี่ยนใจไม่แย่งชิงการแต่งงานด้วยตนเองแล้วมิใช่หรือ แล้วเหตุใดวันนี้เจ้าจึงได้จงใจมาหาเรื่องข้าจนถึงเรือนพักส่วนตัวของข้าอีก แถมครั้งนี้ยังหาเรื่องข้าจนถึงขั้นที่อาจจะทำลายชื่อเสียงความบริสุทธิ์ของข้าและทำลายเกียรติของสกุลซูของพวกเร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status