Home / รักโบราณ / หวนคืนพลิกลิขิตชะตารัก / ตอนที่10 เจียงเจิ้งหย่วน2

Share

ตอนที่10 เจียงเจิ้งหย่วน2

last update Last Updated: 2025-11-23 15:17:50

“พี่สาม...ท่านไปหอนางโลมมาหรือเจ้าคะ”

“แค่กๆๆ เจ้า...เจ้า เจ้าเป็นเด็กเป็นเล็กพูดอะไรออกมา” เจียงเจิ้งหย่วนหน้าแดงก่ำแต่แสร้งขึงตาดุใส่น้องสาว

กลิ่นแป้งหอมชนิดนี้ นางย่อมคุ้นเคยดี ใช้ชีวิตในหอนางโลมมากว่าสิบปีย่อมจำได้  แต่เขาเป็นบุรุษไปหอนางโลมก็ไม่แปลกอันใด  หญิงสาวจ้องมองเจิ้งหย่วนพลันรู้สึกคุ้นหน้าเขาอยู่ไม่น้อย คล้ายเคยพบเจอมาก่อน ทว่ายาสงบใจของเจียงเจิ้งฮ่าวได้ผลเร็วเกิดคาด นางเริ่มง่วงจนฝืนตาไม่ไหวในที่สุดก็เข้าสู่ห้วงนิทรารมย์ท่ามกลางความห่วงใยของพี่ชายทั้งสาม

 เมื่อเห็นว่าชิงหว่านหลับไปแล้วจริงๆ บุรุษสามคนจึงเดินออกมาสนทนากันด้านนอก

เจียงเจิ้งเหวินยกมือขึ้นใช้ข้อนิ้วเคาะศีรษะน้องสามไปไม่แรงนัก  แต่ก็ทำให้เจียงเจิ้งหย่วนยกมือขึ้นลูบศีรษะป้อยๆ แสร้งทำสีหน้าเจ็บปวด

“อายุเจ้าก็ไม่น้อยแล้วเอาแต่หมกมุ่นเรื่องไม่เป็นเรื่อง ใช้ได้ที่ไหน” เจียงเจิ้งเหวินนอกจากเป็นพี่ใหญ่แล้วยังเป็นบิดาคนที่สอง น้องๆ ไม่กล้าพูดบางเรื่องกับบิดามารดาก็ล้วนมาสารภาพกับเขา “นี่อย่าบอกนะว่า เจ้ายังตามหานางโลมที่ชื่อไป๋ลู่นั้นอยู่อีก”

“นางไม่ใช่หญิงนางโลมทั่วไป นางเป็นคณิกาที่ขายศิลปะ”  เจียงเจิ้งหย่วนแก้ตัวแทนสตรีที่เขาเทิดทูน  ถูกต้อง ใช้คำว่าเทิดทูนได้ไม่ผิด เพราะเขาชื่นชมฝีมือด้านการเล่นพิณเจ็ดสายและยังบรรเลงผีผาได้ยอดเยี่ยม  ได้ยินว่านางมีฝีมือเดินหมากที่ไม่ธรรมดา เขายังอยากลองประลองหมากกระดานกับนางสักกระดานด้วยซ้ำไป ทว่ากลับเกิดเรื่องกับนางเสียก่อน

เจียงเจิ้งฮ่าวส่ายหน้าระอาใจ น้องสามชื่นชมศาสตร์ศิลป์ทุกแขนง เขารู้ว่าเจิ้งหย่วนไม่ออกนอกลู่นอกทาง แต่อยู่หอนางโลมทั้งกลางวันแสกๆ ทำเช่นนี้ก็ถูกผู้อื่นมองว่าเป็นคุณชายเสเพลเอาได้

“จู่ๆ นางหายตัวไป ไม่มีผู้ใดตามหา ข้าคิดว่านางอาจได้รับอันตรายเป็นแน่ นางไม่มีญาติพี่น้องที่ใด ไม่มีใครเป็นห่วงนางเลย”

“เจ้าก็พูดเองว่านางเป็นคณิกา ปีนี้นางอายุเท่าใดแล้วนะ...ยี่สิบสี่หรือยี่สิบห้า สตรีอายุขนาดนี้ล้วนออกเรือนไปหมดแล้ว บางทีคงมีคนไถ่ตัวนางไปแล้วก็ได้” 

เจียงเจิ้งเหวินถอนหายใจหนักหน่วง แรกๆ ที่เขารู้ว่าน้องสามติดพันหญิงนางโลมก็กรุ่นโกรธไม่น้อย แต่เมื่อรู้ว่าเจิ้งหย่วนเพียงสนใจศิลปะและเหมือนได้คุยกับสหายที่ถูกคอจึงไม่ได้ห้ามปราม แต่เมื่อสองเดือนก่อนคณิกาไป๋ลู่ผู้นั้นหายตัวไป ทำให้น้องชายของเขาแอบติดตามสืบหา เรื่องนี้เห็นที่จะเป็นการกระทำที่เกินเลยไปจริงๆ

“เรื่องข้านั้นช่างเถิด”  เจียงเจิ้งหย่วนรีบเปลี่ยนเรื่อง “เรื่องน้องเล็กจะทำอย่างไร มิใช่ว่าหว่านวานสนใจใต้เท้าซ่งแล้วรึ”           

“จะเป็นไปได้อย่างไร” เจียงเจิ้งฮ่าวผู้เป็นหมอส่ายหน้าไปมา ดูท่าทางน้องสาวจะสนใจผู้บัญชาการซ่งเข้าให้แล้ว แม้รู้ดีว่าเป็นธรรมดาของเด็กสาว แต่เขาก็ไม่ต้องให้ชิงหว่านไปพัวพันกับคนเหล่านั้น

“วีรบุรุษช่วยหญิงงาม ดูท่าทางหว่านวานก็สนใจไม่น้อย”

“สถานการณ์พาไป อย่างเราครอบครัวเราเป็นตระกูลพ่อค้า ขุนนางเหล่านั้นไม่ชายตามองด้วยซ้ำ”  พี่ใหญ่ถอนหายใจหนักหน่วง “เรื่องที่ทำก็ควรทำ แต่เรื่องบางเรื่องก็ระวังไว้” 

“แต่ข้าว่า...ที่น้องเล็กเป็นเช่นนี้ก็ดี นางไม่เอาแต่ร้องห่มร้องไห้เช่นแต่ก่อน กล้าเผชิญหน้ากับความกลัวของตนเองได้  หากเราเอาแต่ปกป้องนางเกรงว่าวันข้างหน้า นางจะยืนด้วยตนเองมิได้”

“เจ้าสามพูดก็มีเหตุผล เจ้ากับหว่านวานอายุห่างกันแค่สามปี นางสนิทกับเจ้าที่สุด ห้ามละเลยนางเด็ดขาด”  เจียงเจิ้งเหวินตำหนิน้องชายคนเล็ก อีกฝ่ายอ้าปากจะพูดแต่พี่ใหญ่ยกมือห้ามไว้ก่อน “เจ้าสนใจเรื่องขีดเขียนอะไรก็เรื่องของเจ้าเถอะ”

“ข้ารู้ๆ ครั้งนี้ข้าผิดไปแล้วจริงๆ”

เจียงเจิ้งหย่วนก้มหน้ารับความผิดแต่โดยดี พี่ใหญ่ของเขาน่ากลัวยิ่งกว่าบิดาเสียอีก แต่เพราะพี่ใหญ่ทำให้เขาไม่ต้องฝืนใจเรียนรู้ด้านการค้า  เขายืนรอส่งพี่ชายทั้งสองเดินจากไปแล้วก็หมุนตัวกลับเข้ามาในห้องเพื่อดูน้องเล็ก เผื่อว่านางสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้าย

ชายหนุ่มสะบัดชายเสื้อแล้วนั่งลงที่เก้าอี้กลมข้างเตียง สองปีก่อนเขาเพิ่งเคยย่างเท้าเข้าไปหอนางโลมครั้งแรก เหล่าสหายในสำนักศึกษาต่างชักชวนกันไปตามประสาเด็กหนุ่ม  นั้นทำให้เขาได้พบคณิกาไป๋ลู่เป็นครั้งแรก นางงดงามราวเทพธิดา กิริยาอ่อนหวาน คำพูดจาล้วนไพเราะ แม้เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มแต่ก็พูดให้เกียรติ ยิ่งรู้ว่าเขาชื่นชอบการเขียนโคลนกลอนก็สนทนาด้วยอย่างใส่ใจ นางทำให้เขาเห็นว่านางนั้นเปี่ยมด้วยความรู้มิใช่แค่ฉาบฉวยเพื่อเอาใจบุรุษ   เขาไม่ได้พบนางบ่อยนักเพราะที่บ้านเกรงว่าเขาจะหมกมุ่นกับเรื่องพวกนี้มากเกินไป  และนางไม่ได้ออกมารับแขกบ่อยๆ คนที่จะพบนางได้นั้นล้วนเป็นผู้สูงศักดิ์  ส่วนเขานั้น นานๆ ครั้งจึงได้เข้าไปฟังนางเล่นพิณหรือผีผาสักครั้ง  แต่จู่ๆ เขาก็ได้ยินข่าวว่านางฟหายตัวไป เมื่อไปหาที่หอระบำจันทร์ก็ไม่พบ  เขาจึงพยายามสืบข่าวเรื่องนาง แต่ก็ยังไร้ร่องรอย

หากนางมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี เขาก็สบายใจ แต่หากนางได้รับความทุกข์ใจ เขายินดีไถ่ตัวนางออกมา เพื่อมอบอิสระให้นางหาได้ต้องการครอบครองแต่อย่างใด

ชายหนุ่มถอนหายใจแผ่วเบาแล้วมองหน้าน้องสาวที่หลับใหล พี่ใหญ่กับพี่รองกังวลเกินเหตุไปแล้ว  น้องเล็กของเขาแสนดีจิตใจงดงาม ใครทำดีด้วยย่อมต้องตอบแทนบุญคุณ  น้องสาวของเขาคงไม่...ไม่ชื่นชอบบุรุษที่แก่กว่าตั้งเก้าปีขนาดนั้นหรอกกระมัง

สวรรค์! ขอให้พวกเขาคิดมากไปเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องจริง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนคืนพลิกลิขิตชะตารัก   ตอนที่ 103 พลาดแล้ว (3)

    บุรุษที่มีใบหน้าสุขุมอยู่เสมอ แม้ในเวลานี้ที่รู้ว่าเจียงชิงหว่านหมดสติไป มีเพียงแววตาและกรุ่นไอสังหารที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ เมื่อเขาเดินเข้าไปในห้องเล็กก็พบมารดานั่งอยู่ข้างเตียง “ท่านแม่ เกิดเรื่องใดขึ้น” ซ่งอวี้หานเอ่ยถามมารดา เขาเดินจากไปไม่นานก็มีคนมารายงานว่าเจียงชิงหว่านหมดสติไป “หมอหลวงมาตรวจแล้ว บอกว่าร่างกายอ่อนเพลียนเท่านั้น” แม่สามีมองลูกสะใภ้ที่ยังหลับอยู่ นางเองอยู่กับลี่กุ้ยเฟย เจียงชิงหว่านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่นาน นางกำนัลก็วิ่งมารายงานว่าเจียงชิงหว่านหมดสติไป ซ่งอวี้หานค่อยๆ นั่งลงริมเตียง มองใบหน้าที่ซีดเซียวของภรรยาแล้วก็ยกมือมือนางมากุมไว้ “หว่านวาน ตื่นเถิด ข้าจะพาเจ้ากลับบ้าน” เสียงเรียกอ่อนโยนอย่างที่ยากจะได้ยิน แม้แต่คนเป็นมารดาเองก็ตาม หญิงสาวค่อยๆ ลืมตาตื่น เมื่อเห็นใบหน้าของซ่งอวี้หาน ความวิตกกังวลต่างๆ พลันหายไปหมดสิ้น “ข้าหลับไปหรือ?” “เหตุใดเจ้าขี้เซาถึงเพียงนี้” ซ่งอวี้หานรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับเจียงชิงหว่าน แต่เขาไม่อาจแสดงออกได้ จึงทำได้เพียงแค

  • หวนคืนพลิกลิขิตชะตารัก   ตอนที่102 พลาดแล้ว (2)

    นางกำนัลเข้ามาช่วยชิงหว่านผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ ชิงหว่านเห็นรอยเลอะเพียงเล็กน้อยบนชุดเดิมที่สวมอยู่ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ สถานการณ์ไม่สู้ดีรอยเลอะแค่นี้แทบจะมองไม่เห็น ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชุดใหม่ แต่กระนั้นทุกอย่างเป็นธรรมเนียมของชนชั้นสูง นางจะปฏิเสธก็ไม่ได้ หญิงสาวออกมาจากหลังฉากกั้นก็ไม่พบผู้ใด ดวงตางามกวาดมองรอบตัวอย่างงุนงง “เมื่อครู่ยังอยู่เลยนี่...นางกำนัลไปไหนแล้วนะ” ชิงหว่านลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นางกำลังคิดว่าจะรอให้มีคนมารับนาง หรือเดินออกไปด้วยตนเอง เส้นทางตำหนักลี่กุ้ยเฟยนั้นนางพอรู้ นั้นเพราะชาติก่อนติดตามเฟิงเยี่ยนหลงเข้าวัง มีเส้นทางลับเชื่อมระหว่างตำหนักบูรพาไปยังสถานที่ต่างๆ การเปิดเผยความลับนี้ทำให้นางหลงเชื่อไปว่าตนเป็นคนสำคัญ แท้จริงเป็นเพียงอุบายที่ทำให้นางตายใจ และนำความตายมาสู่ตนเอง หากนางเดินออกไปก็เกรงว่าผู้อื่นจะรู้ว่านางรู้เส้นทาง เช่นนั้นแกล้งโง่รอให้คนมารับก็แล้วกัน หากนางไม่ออกไปประเดี๋ยวแม่สามีก็ต้องส่งคนมาตาม ชิงหว่านคิดได้ดั่งนั้นจึงนั่งลงที่เก้าอี้ แม้มีน้ำชาวางอยู่แต่นางไม่กล้าแตะต้อง ควันสีขาวแทรกเข้ามาในห้องพ

  • หวนคืนพลิกลิขิตชะตารัก   ตอนที่ 101 พลาดแล้ว

    เจียวจูยกน้ำชาขึ้นจิบ แม้หูฟังบทสนทนาของฮ่องเต้แต่อดปรายตามองไปยังสะใภ้ไม่ได้ นางรู้ว่าเจียงชิงหว่านเก่งกาจด้านการค้า ทั้งเรื่องเครื่องประทินโฉมและร้านผ้าไหม แต่เรื่องอื่นนั้นนางไม่มั่นใจนัก แต่ก็เชื่อว่า เจียงชิงหว่าจะทำเรื่องที่ไม่เกินตัว แต่ดูบุตรชายของนางสิ เห็นสีหน้าเรียบนิ่งเช่นนั้นคงเหงื่อเย็นไหลซึมแผ่นหลังแล้ว มือเรียวงามจับพู่กันตวัดอักษร สีหน้านางสงบนิ่งไร้ความกังวล เพียงไม่นานก็เสร็จสิ้น ชิงหว่านกวาดสายตามองอีกครั้งและรับรู้ได้ว่ามีคนยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ด้วยลักษณะความสูงนั้นนางคิดว่าเป็นซ่งอวี้หาน ทว่าเมื่อเอี้ยวใบหน้าไปมองก็พบว่าเป็น …. “เมล็ดงอกจากพื้นดินเติบโตจากกาลเวลาโรยร่วงสู่พื้นดินช่างมีความหมายยอดเยี่ยมนัก ข้าไม่คิดว่าภรรยาผู้บัญชาการซ่งจะสามารถเขียนกวีสามบรรทัดได้ให้ความหมายลึกซึ้งเช่นนี้”รัชทายาทเฟิงเยี่ยนหลงยืนอยู่ด้านหลังเข้าโน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าเปื้อนยิ้มบางๆ แลดูสุภาพและอ่อนโยน ทว่าดวงตาคมกริบยิ่งกว่าใบมีดพลาดแล้ว! ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในวังหลวง นางไม่เห็นรัชทายาทเฟิงเยี่ยนหลงทำให้คิดว่าเขาคงไม่อยู่ที่นี่ การประชันเขียนบทกวี

  • หวนคืนพลิกลิขิตชะตารัก   ตอนที่ 100 เครือญาติ

    เสียงขันทีรายงานทำให้ทุกคนลุกขึ้นแล้วรอต้อนรับ ชิงหว่านประคองแม่สามี นางหลุบตาลงจึงไม่เห็นพระพักตร์ของฮ่องเต้ สิ่งที่นางเห็นก็เพียงฉลองพระองค์สีทองอร่ามตา“ตามสบาย” สุรเสียงฮ่องเต้ดังอยู่เหนือศีรษะของชิงหว่าน เมื่อได้รับอนุญาตจึงเงยหน้าขึ้น แต่สิ่งที่นางสนใจคือด้านหลังของฮ่องเต้คือบุรุษผู้สวมชุดขุนนางสีน้ำเงินเหลือบดำ สีหน้าเขายังคงเรียบเฉย มีเพียงรอยยิ้มในแววตาที่ทำให้นางคาดเดาได้ไม่ยากว่าเป็นฝีมือใคร“ฝ่าบาท” เจียวจูทักทายด้วยรอยยิ้ม“กลับวังทั้งทีเหตุใดไม่บอกเรา”ฮ่องเต้ยื่นมือไปประคองไหล่เจียวจู เมื่อกาลก่อนยามที่เขายังเป็นเพียงองค์ชายมักถูกผู้อื่นกลั่นแกล้งรังแก องค์หญิงเจียวจูมักคอยช่วยเหลืออย่างลับๆ แม้กระทั่งซ่งฉินหยีก็เช่นกัน เพียงแค่ทั้งครอบครัวมักไม่ชอบฉกฉวยความดีความชอบ และขอแค่เพียงได้ใช้ชีวิตสงบสุขนอกวังหลวง“หม่อมฉันกลับเมืองหลวงเพราะบุตรชายแต่งงาน เดิมทีก็คิดจะกลับบ้านชนบท แต่หว่านเอ๋อร์เพิ่งแต่งเข้าจวน เรื่องหลังบ้านหม่อมฉันต้องอบรมสั่งสอนจึงยังไม่ได้กลับไปเพคะ”“บ้านชนบทมีสิ่งใดดีรึถึงรั้งเจ้าไว้ได้” ฮ่องเต้ตรัสไม่จริงจังนักแล้วย้ายสายพระเนตรมองหญิงสาวที่ยืนข้าง

  • หวนคืนพลิกลิขิตชะตารัก   ตอนที่ 99

    ซ่งอวี้หานมาส่งมารดาและภรรยาที่ตำหนักของลี่กุ้ยเฟย แม้ใบหน้าเขาเรียบนิ่งแต่ในใจเป็นกังวลไม่น้อย ทำให้เจียวจูยกพัดขึ้นป้องปากหัวเราะเบาๆ “มีแม่อยู่ใครจะกล้าทำอะไรหว่านเอ๋อร์” เจียวจูสวมชุดผ้าไหมสีเขียวเรียบง่ายแต่ตัดเย็บประณีต ปีนี้นางอายุสี่สิบแต่ยังคงความงามอยู่ไม่น้อย แม้จะออกจากวังหลวงไปนานแล้ว แต่ยังพอมีคนจดจำได้บ้างว่านางคือองค์หญิงเจียวจูที่เกิดจากพระสนมชั้นเฟยและนางเคยเป็นที่โปรดปรานอย่างยิ่งของอดีตฮ่องเต้ หลังจาก อดีตฮ่องเต้สิ้นพระชนม์ รัชทายาทกลายเป็นฮ่องเต้ นางแต่งงานกับซ่งฉินหยีออกจากวังหลวง และแทบจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องใดอีก จนเมื่อซ่งฉินหยีลาออกจากราชการไปพักฟื้นที่บ้านชนบท เรื่องของนางก็แทบไม่มีใครพูดถึงอีกเลย “ท่านแม่ ลูกต้องไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ หากมีสิ่งใดให้คนตามลูกได้ทันที” “อย่าได้กังวลไป เจ้าทำหน้าที่ของเจ้า แม่จะดูแลหว่านเอ๋อร์เอง” ชิงหว่านไม่คิดว่าแค่การเข้าวังหลวงจะเป็นเรื่องที่ต้องกังวลถึงเพียงนี้ หรือเพราะฐานะของนางที่ตอนนี้เป็นซ่งฮูหยินแล้ว หญิงสาวหลุบตามองบนร่างที่สวมอาภรณ์งดงามสีชมพูกลีบบัวปักลายด

  • หวนคืนพลิกลิขิตชะตารัก   ตอนที่ 98

    หวนคืนพลิกลิขิตชะตารักตอนที่ 98 ฝนหยุดตกเสียที แม้ว่าฝนจะหยุดหรือไม่หยุดชิงหว่านก็ยังทำงานไปตามปกติ นางให้คนที่ร้านนำบัญชีมาส่งที่จวนให้นางอ่านและตรวจสอบตามปกติ สองวันก่อนพูดกับพี่สามเรื่องสำนักศึกษาหญิง พี่สามกระตื้อรื้อร้นส่งข่าวมาให้นางว่ามีสถานที่น่าสนใจและยังมีคนที่เต็มใจสอนอีกด้วย เฝ่ยชุ่นและเฝ่ยชิงเห็นเจียงชิงหว่านอารมณ์ดีก็พลอยแย้มยิ้มไปด้วย ครู่หนึ่งพ่อบ้านนำเทียบเชิญมามอบให้ ชิงหว่านมาเมื่อเปิดอ่านแล้วรอยยิ้มจึงเลือนไป “มีเรื่องใดหรือเจ้าคะ” เฝ่ยชิงอดถามไม่ได้ “ลี่กุ้ยเฟยส่งเทียบเชิญเข้าวังหลวง” “เข้าวังหลวง” เฝ่ยชุ่นอ้าปากกว้าง “ข้าเข้าวังไม่ได้รึ” ชิงหว่านถามยิ้มๆ แล้วลุกขึ้นยืน “ท่านแม่อยู่ที่ห้องหรือไม่”" “เวลานี้น่าจะอยู่ที่ห้องหนังสือเจ้าค่ะ ได้ยินบ่าวคุยกันว่าฮูหยินเกรงว่าฝนตกติดกันหลายวัน ตำราที่เก็บไว้จะชื้น ให้คนไปจุดกำยานเจ้าค่ะ”“เหตุใดท่านแม่ไปทำเองเล่า เรื่องนี้ให้ข้าทำให้ก็ได้” หญิงสาวเดินตรงไปยังห้องหนังสือก็ซ่งฉินหยีและเจียวจูอยู่ที่ห้องหนังสือก่อนแล้ว“ท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status