INICIAR SESIÓNตอนที่11
“ส้มแปดผลก็พอรึ”
เจียงเจิ้งเหวินถามน้องสาวอย่างประหลาดใจ ของขอบคุณที่เตรียมให้ผู้บัญชาการสำนักประจำจิมนั้น เจียงชิงหว่านแนะนำให้มอบส้มแปดผลเท่านั้น
“เจ้าค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ายืนยัน “ใต้เท้าซ่งเถรตรงและซื่อสัตย์ พี่ใหญ่มอบของล้ำค่าก็เกรงว่าจะถูกมองไม่ดีนัก ให้ใบชาไปเขาก็ไม่ใช้เองเป็นแน่น ส้มนี้ส่งไปเขาก็ให้คนข้างตัวกินแทนอยู่ พี่ใหญ่แค่แนบจดหมายหนึ่งฉบับตามที่หว่านวานแนะนำก็พอเจ้าค่ะ”
ข้อความในจดหมายนั้น เจียงเจิ้งเหวินลังเลเล็กน้อย แต่ทบทวนดีแล้วว่าไม่เสียหายอันใดจึงยอมทำตามที่น้องเล็กแนะนำ ‘ตระกูลเจียงยินดีให้ความช่วยเหลือใต้เท้าซ่งอวี้หาน’
“เช่นนั้นก็เอาตามที่เจ้าแนะนำมา” เจียงเจิ้งเหวินจึงให้พ่อบ้านไปเตรียมส้มใส่ตะกร้าอย่างดีมา ครู่หนึ่งก็มีบ่าวเข้ามารายงาน
“มีคนมาขอพบคุณหนูขอรับ”
“ใครรึ” เจียงเจิ้งเหวินประหลาดใจที่จู่ๆ มีคนมาขอน้องสาวของตน
“นางบอกว่าชื่อเหมยจื่อ มากับลูกสาวขอรับ นางยังบอกว่าคุณหนูเรียกตัวนางมา”
“เหมยจื่อมาแล้วรึ” ชิงหว่านวางมือจาการอ่านบันทึกการค้าของตระกูล “ให้นางรอที่ห้องโถง ข้าจะไปพบนางเอง”
“ใครรึ” พี่ใหญ่ลุกขึ้นตาม ปกติไม่เคยเห็นน้องสาวติดต่อกับผู้ใด ยิ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น...เขาไม่เห็นนางพบเจอใครอื่นอีกนอกจากคนในครอบครัว
“พี่ใหญ่ไปด้วยกันก็รู้เอง”
หญิงสาวคล้องแขนกำยำกึ่งลากกึ่งจูงเดินไปที่ห้องโถง ซึ่งมีหญิงสาวอายุราวสิบแปดปียืนอุ้มลูกสาววัยขวบเศษไว้ในอ้อมแขน เจียงเจิ้งเหวินหันไปมองน้องสาวอย่างงุนงง
“เหมยจื่อนั่งก่อน” ชิงหว่านรีบเดินไปจับไหล่เป็นเชิงบังคับให้นั่งที่เก้าอี้ แต่เหมยจื่อผู้สวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบไม่กล้านั่ง ฐานะอย่างนางจะนั่งได้อย่างไร
“คุณหนูเจียง ข้า...”
“นั่งก่อน เจ้าอุ้มลูกมาด้วย ตัวเองลำบากได้แต่อย่าให้ลูกลำบาก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเหมยจื่อจึงยอมนั่งแต่โดยดี นางเงยหน้าขึ้นเจอสายตาคมกริบจ้องมองก็รีบหลุบตาลงแล้วกอดลูกสาวแน่นขึ้น
“ที่...ที่บ้านไม่มีใคร ข้าเลยต้องอุ้มลูกมาด้วย”
“ข้าเข้าใจ เหมยจื่อน้อยน่ารักจริงๆ” ชิงหว่านยื่นหน้าไปหยอกล้อเด็กหญิงตัวน้อย ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างเล็กน้อยก่อนหัวเราะคิกคัก ชิงหว่านนึกเอ็นดูจึงถอดกำไลหยกยกให้เด็กน้อย
“คุณหนู...ข้ารับไม่ได้เจ้าค่ะ”
“ข้าให้เหมยจื่อน้อย เจ้าเป็นแม่ก็เก็บไว้เถิด”
นางได้แต่ยิ้มบางๆ หากไม่ใช่เพราะนางในชาติที่แล้วทำผิดต่อบัณฑิตผู้นั้น นาง...ป้ายสีเป็นให้บัณฑิตสัตย์ซื่อผู้หนึ่งต้องรับผิดโดยที่ไม่ได้ทำผิดเพียงเพราะเขาขัดขวางเส้นทางของคนที่นางรัก นางไม่ได้หวังให้เขาตาย ใครจะคิดว่าคนผู้นั้นยอมหักไม่ยอมงอ ยอมสิ้นชีพดีกว่าต้องกล่าววาจาเท็จ สุดท้ายจึงทิ้งภรรยาให้เป็นหม้ายทั้งที่ยังสาวโดยไม่รู้ว่าภรรยาตั้งครรภ์ ครอบครัวเดิมของบัณฑิตรังเกียจภรรยายากจนเป็นทุนเดิม ใส่ความว่าเหมอจื่อตั้งครรภ์กับชายชู้ และเมื่อคลอดลูกมาเป็นหญิงก็ยังหาทางรังแกไม่หยุดหย่อน เหมยจื่อมีฝีมือด้านเย็บปักแต่ทำงานเท่าไรก็ไม่พอกินเพราะญาติสามีมาเอาเงินไปเสียก่อน ชิงหว่านได้เกิดใหม่ในชาตินี้รู้ดีว่าไม่อาจทำคุณไถ่โทษความผิดของตนได้ แต่หวังว่าอย่างน้อยจะช่วยให้สองแม่ลูกมีชีวิตที่ดีไม่อดยากลำบากมากนัก
“ข้าได้ยินว่าแม่นางมีฝีมือการเย็บปักไม่เลว ตอนนี้ที่บ้านข้ายังขาดแคลนช่างเย็บปักตัดเย็บ เจ้าสนใจมาทำงานกับข้าหรือไม่ เพราะงานที่นี่มีค่อนข้างมากจะให้แม่นางเทียวไปเทียวมาย่อมไม่สะดวก” หญิงสาวแสร้งเป็นนิ่งคิดแล้วหันไปสบตากับพี่ชาย “จำได้ว่าบ้านเรามีห้องเย็บปักที่ไม่ได้ใช้ พี่ใหญ่ก็รู้ว่าข้าไม่ถนัดงานพวกนี้ ห้องมีก็เก็บไว้เสียเปล่า มิสู้ให้แม่ลูกมาทำงานที่นี่แล้วพักอยู่กับเราไปด้วยเลย”
เจียงเจิ้งเหวินไม่คิดว่าน้องสาวจะขอเรื่องเช่นนี้ เพิ่มอีกหนึ่ง เอ่อ ไม่สิ สองปากสองท้องก็ไม่ได้ทำให้ตระกูลเจียงล่มจม แต่เขาไม่รู้ว่านางผู้นี้เป็นใคร
“คุณหนูเจียงแค่จ้างข้าทำงานก็พอเจ้าค่ะ ไม่ต้องลำบากเรื่องที่พัก”
“เจ้าลำบากได้แต่ลูกสาวจะลำบากไม่ได้ จะอยู่อดมื้อกินมื้อไปเพื่อสิ่งใด ข้าก็ไม่ได้ให้เจ้าอยู่เสียเปล่า ทำงานให้ข้า ข้าจ่ายเงินเดือนเจ้า มีอาหารให้กิน อีกอย่างข้ามีร้านร้านผ้าไหมสูจิ่น ยังขาดแคลนช่างเย็บผ้า หากเจ้าทำงานได้ก็จะมีเบี้ยพิเศษให้ อ่อ...ข้าให้เจ้าพาลูกมาอยู่ด้วย”
‘ให้ลูกมาอยู่ แล้วพ่อเล่า?’ เจียงเจิ้งเหวินที่ไม่รู้เรื่องอันได้แต่งุนงงกับการจัดการของน้องสาว
เหมยจื่อที่ต้องการออกจากบ้านหลังนั้นเป็นทุนเดิม แต่นางก็ยังกลัวเพราะนางไม่เคยรู้จักคุณหนูเจียงมาก่อน จู่ๆให้ข้อเสนอเช่นนี้...นางอยากรับก็ยังไม่กล้ารับ
“แม่นางกลับไปตัดสินใจก่อนก็ได้ แต่อย่าให้ข้ารอนาน ยังมีคนต้องการงานที่นี่”
“เจ้าค่ะ ...ข้าจะรีบกลับไปคิด” เหมยจื่ออุ้มลูกลุกขึ้น แต่เพราะร่างกายอ่อนแรง อดมื้อกินมื้อมาหลายวันและยังต้องทำงานไม่ได้หยุด เมื่อลุกขึ้นจึงซวนเซ เจียงเจิ้งเหวินตาไวเห็นเข้าก็รีบเข้าไปประคอง
“นายท่าน เอ่อ...ขอบคุณ ข้าไม่เป็นอะไร”
“ไม่เป็นอะไรได้อย่างไร หน้าเจ้าซีดขนาดนี้” ชิงหว่านส่ายหน้าไปมา “ยังไม่ได้กินข้าวกระมัง อย่างไรก็กินข้าวสักมื้อค่อนกลับ เด็กๆ พาแม่นางเหมยจื่อไปที่ห้องครัว ให้พ่อครัวทำอาหารให้นางกับลูก เมื่อนางกินอิ่มแล้วค่อยส่งนางกลับ ดูแลให้ดี”
“ขอรับ” บ่าวชายรับคำสั่งแล้วเชิญเหมยจื่อออกไป
ชิงหว่านแกล้งชนต้นแขนพี่ชายที่ยังเหม่อลอยอยู่แล้วพูดขึ้น
“นางเป็นหม้าย สามีตายตอนที่ลูกยังอยู่ในครรภ์เลยถูกญาติของสามีรังเกียจและใส่ความว่าเป็นลูกชู้”
“เจ้าอยากช่วยนาง?”
“เจ้าค่ะ” หญิงสาวยืนยันด้วยรอยยิ้ม “ข้าเคยผ่านเรื่องเลวร้ายมาก่อน ผู้หญิงเราหากไม่ช่วยเหลือกันเองแล้วใครจะช่วย ข้าช่วยนางก็เหมือนช่วยตัวข้าเอง ข้าพูดเช่นนี้ พี่ใหญ่เข้าใจหรือไม่”
พี่ใหญ่ถอนหายใจเบาๆ แล้วยกมือขึ้นลูบศีรษะน้องสาว “หากเจ้าคิดว่าดี พี่ก็เต็มใจสนับสนุน”
“พี่ใหญ่ของข้าน่ารักที่สุด” ชิงหว่านเกาะแขนประจบ รู้ดีว่าเขาต้องตามใจนางอยู่แล้ว
ครู่หนึ่งพ่อบ้านจึงเข้ามารายงาน ส้มแปดผลใส่ตะกร้าไว้เรียบร้อยแล้ว เจียงเจิ้งเหวินจึงจะนำไปมอบให้ผู้บัญชาการซ่งด้วยตนเอง
“พี่ใหญ่ ให้ชิงหว่านไปด้วยเจ้าค่ะ”
“???”
เยี่ยหรงอ่านจดหมายที่ถูกส่งมาให้ คนที่บ้านรู้แล้วว่าออกรบครั้งนี้เขาได้รับบาดเจ็บหนัก ต้องการให้เขากลับไปพักฟื้นที่บ้าน ปีหนึ่งเขากลับบ้านกี่ครั้งเชียว เอาจริงๆ แล้ว เขารู้สึกว่าค่ายทหารต่างหากที่เขาเรียกว่าบ้านได้เต็มปากเต็มคำ ชายหนุ่มออกจากโรงพยาบาลกลับมานอนพักฟื้นที่ค่ายทหารแล้ว แม้คนอื่นจะคัดค้านอยากให้เขอยู่โรงพยาบาลให้นานกว่านี้ เขารู้ตัวดีว่าพักไม่กี่วันก็ดีขึ้นไม่รู้จะไปแย่งที่นอนคนเจ็บป่วยคนอื่นเพื่ออะไรกัน อีกอย่างเขาก็...ขัดเขินทุกครั้งที่พยาบาลสาวคนนั้นมาทำแผลให้เขา ร่างกายเขาดันมีปฏิกิริยาตอบสนองกับเธอเสียด้วย ปกติเรื่องพวกนี้เขาควบคุมตัวเองได้ดีเยี่ยม แต่ไม่รู้ทำไม...ถึงเป็นแบบนี้ไปได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งอับอาย เขาพับจดหมายใส่ซองตามเดิมแล้วเดินไปที่หน้าต่าง ใช้ชีวิตทหารมาหลายปี ไต่เต้าด้วยตัวเอง เขาต้องการถูกยอมรับจากความสามารถของตัวเอง ตอนนี้เป็นร้อยเอกเยี่ยหรงแห่งค่ายทหารหน่วยที่ 308 อีกไม่นานเขาก็ได้เลื่อนยศแล้ว ขณะที่ใจลอยคิดเรื่อยเปื่อยอยู่นั้น สายตาก็เห็นหญิงสาวปั่นจักรยานเก่าๆ เข้ามาในเขตทหาร เขาเพ่งมองอย่างหงุดหงิดเพราะพื้นที่
แรงตีที่ข้อมือไม่ได้ทำให้เขาเจ็บแต่เรียกให้เขาได้สติ ชายหนุ่มรีบปล่อยมือทันทีทำให้หญิงสาวในชุดพยาบาลถอยห่างออกไปสองก้าว “สมกับเป็นผู้บัญชาการเยี่ยจริงๆ” อวี่เหยายกมือลูบลำคอของตน แต่ก็ต้องตกใจทีเห็นเขายันกายขึ้นนั่งและทำท่าจะดึงสายน้ำเกลือออก “อย่าค่ะ! ถ้าคุณดื้อฉันจะมัดคุณไว้กับเตียงนะ!” มีชีวิตอยู่มาตั้งอายุขนาดนี้เพิ่งเคยได้ยินคนขู่เขาแบบนี้เป็นครั้งแรก เยี่ยหรงจ้องมองหญิงสาว เธอสวมชุดพยาบาลและที่นี่คงเป็นโรงพยาบาลแน่นอน พลันนึกได้ว่าเมื่อครู่เขาพลั้งมือทำร้ายเธอไป “....” เยี่ยหรงขยับปากแต่ไม่มีเสียง พยาบาลสาวเห็นสีหน้าของคนเจ็บก็เข้าใจทันที เธอขยับเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน “ไม่ต้องกลัวนะคะ ตอนผ่าตัดใส่เครื่องช่วยหายใจ คุณเลยเจ็บคออยู่ ทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้นค่ะ คุณนั่งนิ่งๆ อย่าดึงสายอะไรออกอีกนะ ฉันจะไปตามคุณหมอแล้วเอาน้ำมาให้คุณดื่ม” ร่างเพรียวบางหมุนตัวจากไปทันที เยี่ยหรงได้แต่ทำตามอย่างว่าง่าย อยากจะหัวเราะที่เขาตัวโตขนาดนี้แต่ถูกผู้หญิงตัวเล็กๆ ดุเอาเสียได้ ไม่กี่นาทีต่อมาคุณหมอก็สาวเ
ร้อน! เปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำอย่างหนัก ร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านท่ามกลางเปลวเพลิง เสียงวูบวาบทั่วทุกทิศทาง ผู้คนวิ่งชนหนีตายอลหม่านแต่เขายังยืนนิ่งงัน ทว่าในสมองคล้ายได้ยินเสียงแว่วอยู่ข้างหู คล้ายใครบางคนอ่านบทกวีแสนเศร้าให้ฟัง “ผู้บัญชาการ!!!” เสียงตะโกนเรียกทำให้เขาได้สติ สหายร่วมรบถูกสะเก็ดระเบิด เขาไม่รอช้าแบกคนเจ็บขึ้นหลังทันที “ปล่อยผม! ทิ้งผมไว้ที่นี่” “ฉันสัญญากับแม่นายแล้วว่าจะพานายกลับบ้าน ก็ต้องทำตามสัญญา” เขากัดฟันทั้งที่ตัวเองก็บาดเจ็บไม่น้อย ในสนามรบที่เต็มไปด้วยทหารทั้งสองฝ่าย เสียงปืนดังรัวไม่ขาดสาย และระเบิดเป็นระยะๆ เขาแบกร่างของเพื่อนร่วมกองรบวิ่งกลับมาที่บังเกอร์ได้สำเร็จ “ผู้บัญชาการเยี่ย ท่านจะไปไหนอีกครับ” ลูกน้องถามเมื่อเห็นว่านายกองคว้าปืนยาวของสหายร่วมรบมาถือไว้ “จัดการพวกมันนะสิ” “ผู้บัญชาการ คนของเราเหลือแค่ไม่กี่คนแล้ว รอกองหนุนไม่ดีกว่าหรือครับ” “พวกนายอยู่นี่ ฉันไปจัดการเอง” “ผู้บัญชาการ!!” ความบ้าระห่ำของผู้ชายคนนี้ท
ห้าปีต่อมา คฤหาสน์ตระกูลเยี่ยมีเสียงหัวเราะของเด็กน้อย เด็กชายวัยสามขวบวิ่งถลามาหาหญิงสาวที่นั่งพิมพ์เอกสารอยู่หน้าจอโน้ตบุ๊ค เสียงร้องตกใจของคนรับใช้ทำให้หลินอวี่เหยาเงยหน้าขึ้นจากงานตรงหน้า ทว่าลูกชายยังมาไม่ถึงก็ถูกมือใหญ่ของคนเป็นพ่อคว้าคอเสื้อไว้ได้ทัน “ฮ่าวหมิง อย่ากระโจนใส่แม่แบบนั้นสิ” เยี่ยหรงเพิ่งกลับจากบริษัทพอดี เขาอุ้มลูกชายนั่งบนท่อนแขนแล้วอบรม “แม่อุ้มท้องน้องสาวอยู่ ถ้าลูกไปกระแทกท้องของแม่ก็กระทบกระเทือนถึงน้องสาวด้วย ลูกเข้าใจไหม” “ฮ่าวหมิงแค่อยากเล่นกับน้องสาว” เสียงเจื้อแจ้วเอ่ยตอบพร้อมดวงตากลมโตจ้องมารดา “เดือนหน้าก็ได้เจอหน้าน้องสาวแล้ว” คนเป็นพ่ออุ้มลูกชายแล้วเดินมานั่งข้างคนรักแล้วโน้มตัวลงมาอบรมคนเป็นแม่อีกคน “เดือนหน้าคุณก็จะคลอดแล้ว ยังทำงานอยู่อีก” “ฉันท้องไม่ได้ป่วยเสียหน่อย” หลินอวี่เหยาหัวเราะเสียงใส แต่ปลายนิ้วยังพร่างพรมบนคีย์บอร์ด จนกระทั่งเธอกดปุ่มเอ็นเทอร์และเซฟไฟล์งาน“เย่! เสร็จเรียบร้อยเสียที” “เย่ๆ” ฮ่าวหมิงร้องดีใจแม้ไม่เข้าใจว่าแม่ดีใจเรื่องอะไร
“อืม...” หญิงสาวรับคำแล้วยกมือขึ้นแตะแก้มของเขา “ทำไมคุณโง่แบบนี้ ไม่ต้องช่วยฉันก็ได้ คุณเจ็บเพราะถูกกระบี่เทพสวรรค์แทงทะลุหัวใจ แล้วยังถูกเง็กเซียนฮ่องเต้ลงโทษอีก” ดวงตาของชายหนุ่มมีหยาดน้ำเอ่อคลอ “วันที่ฉันตกเขาไปครั้งนั้น ดวงวิญญาณในร่างนี้ทะลุมิติไปในชาติที่คุณคือแม่ทัพเยี่ยหรง” หญิงสาวยิ้มเศร้าเคล้าน้ำตา “ฉันตายในชาตินั้นก็กลับมาที่นี่ ได้พบคุณอีกแล้ว” “ผมขอโทษ” เขากอดร่างบอบบางทั้งที่ตัวเองก็สั่นสะท้าน “ผมรู้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุให้คุณเจ็บปวด ผมเห็นแก่ตัว แต่ชีวิตผมขาดคุณไม่ได้” มือเล็กดันแผ่นอกเขาเบาๆ รับรู้ว่าเขาก็กลัวไม่ต่างกัน เธอดันเขาออกแล้วพูดเสียงสั่นเครือ “ใช่ คุณคือสิ่งที่ฉันหวาดกลัวที่สุด แต่คุณก็คือความสุขที่สุดในชีวิตฉัน ไม่ว่าจะมีเวลาอยู่ด้วยกันกี่นาทีหรือกี่ชั่วโมง มันก็คือความสุขที่ฉันยินดีรับไว้แม้จบอย่างเจ็บปวดก็ตามที” เธอวางมือตรงหัวใจของเขาแล้วยิ้มทั้งน้ำตา “เยี่ยหรง...คุณจะแต่งงานกับฉันไหมคะ” “เหยาเหยา...” “หลังจากนี้เ
จู่ๆ สายลมก็พัดแรง แรงจนสะพานแกว่งเหมือนมีมียักษ์มาแกว่ง หลินอวี่เหยาตัวเอียงไปมาจนร่างเซไปด้านหนึ่งของสะพาน เยี่ยหรงอยู่ด้านหลังแค่สองก้าวแต่เหมือนห่างไปสิบเมตร กระแสลมพัดแรงไม่ปกติ แม้รู้ดีว่าเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นแต่สำหรับเขาไม่ปกติแน่นอน ทุกคนที่ก้าวข้ามไปแล้วถูกกระแสลมพัดแรงจนพวกเขาต้องหาที่ยึดเกาะ เพราะสะพานที่แกว่งไปมา ร่างเล็กเสียหลักหงายหลังตกสะพานแขวน!“เหยาเหยาระวัง!”“กรี๊ด!”เขายื่นมือไปสุดแขนแต่คว้ามือเธอไม่ทัน ร่างของหญิงสาวร่วงลงสู่แม่น้ำด้านล่าง เยี่ยหรงไม่รอช้าเขากระโดดตามไปทันที ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน ครู่หนึ่งลมสงบแล้วหานเหยียนจึงวิ่งมากลางสะพานแล้วก้มมองลงไป เห็นเพียงเงาร่างเล็กๆ อยู่ในแม่น้ำ“บ้าเอ๊ย!” หานเหยียนสบถแล้วใช้โทรศัพท์ผ่านดาวเทียมสั่งการทันที “ใช้เฮลิคอปเตอร์ออกสำรวจปลายน้ำ เร็ว!”หานเหยียนสั่งการเฉียบขาด เขาให้คนอื่นๆ ดูแลทีมนักสำรวจที่เหลือ ส่วนตัวรีบหาทางไปที่ปลายแม่น้ำทันทีทำไมต้องมีเรื่องเช่นนี้กับเกิดท่านแม่ทัพของเขาด้วยนะ จะมีสักชาติไหมที่ทั้งสองได้ใช้ชีวิตครองคู่กันอย่างปกติสุขร่างเล็กร่วงลงในแม่น้ำอย่างรวดเร็ว เร็วจนหลินอวี่เหยาไม่







